Category: วัฒนธรรม

  • ผอ.สศศ.ตรวจเยี่ยมศูนย์การศึกษาพิเศษแม่ฮ่องสอน

    ผอ.สศศ.ตรวจเยี่ยมศูนย์การศึกษาพิเศษแม่ฮ่องสอน

    ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (ผอ.สศศ.) และคณะผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษา สำหรับนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาส

    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นางวรางคณา ไชยเรือน ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (ผอ.สศศ.) พร้อมด้วย นางรำไพ บุตรธนู ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคลในสถานศึกษา และคณะผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 34 จังหวัดแม่ฮ่องสอน และ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาส รวมถึงการขับเคลื่อน นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

    การตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ได้พบปะผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เพื่อให้กำลังใจและรับฟังข้อเสนอแนะในการจัดการศึกษา พร้อมทั้งเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการศึกษา และการให้บริการช่วยเหลือเฉพาะทางแก่ผู้เรียน

    ผอ.สศศ. ได้กล่าวชื่นชมผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกคน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อนักเรียนพิการและเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาอย่างมุ่งมั่น พร้อมเน้นย้ำให้สถานศึกษาดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind)” และสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมสำหรับทุกคน

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/maehongson/3816291/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HzLxdDV_V1gvF2D-WVkmi

  • เผยประวัติ หมอเพื่อน ว่าที่เจ้าสาว หมวดอ๋อ สวยระดับนางงาม ปัจจุบันเป็น ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

    เผยประวัติ หมอเพื่อน ว่าที่เจ้าสาว หมวดอ๋อ สวยระดับนางงาม ปัจจุบันเป็น ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

    เผยประวัติ หมอเพื่อน ว่าที่เจ้าสาว หมวดอ๋อ สวยระดับนางงาม ปัจจุบันเป็น ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

    หลังจากที่นายตำรวจหนุ่ม หมวดอ๋อ พ.ต.อ.รณกร รัตนะพร แจ้งข่าวดีเตรียมสละโสด เข้าพิธีวิวาห์หวานกับ หมอเพื่อน กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี สาวสวยดีกรีรองอันดับ 1 นางสาวไทย 2552 และอดีตนักแสดง-พิธีกรสาว สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับเพื่อนๆ รวมถึงแฟนๆ ที่ทราบข่าว ไทยรัฐบันเทิงจะพาไปทำความรู้จักสาวสวยเก่งคนนี้กัน

    แพทย์หญิง กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หรือที่หลายคนเรียกเธอว่า หมอเพื่อน เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2528 ที่จังหวัดขอนแก่น ด้านการศึกษา จบระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ระดับมัธยมศึกษา จบจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ระดับปริญญาตรี สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

    โดยเมื่อเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีสุดท้าย หมอเพื่อนฝึกงานทางการแพทย์ที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ระดับปริญญาโท ส่วนการศึกษาในระดับปริญญาโท หมอเพื่อนสำเร็จการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ส่วนเส้นทางวงการบันเทิง หมอเพื่อนได้รับเลือกเป็นนักแสดงแสดงภาพยนตร์เรื่อง “รับน้องสยองขวัญ” เมื่อปี 2547 โดยรับบทเป็น เพื่อน ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นนักศึกษา โดยหลังจากที่ภาพยนตร์ออกอากาศแล้ว หมอเพื่อนมุ่งมั่นศึกษาด้านการแพทย์อย่างเต็มที่

    จนกระทั่งปี 2552 หมอเพื่อนสมัครเป็นผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี 2552 ซึ่งจัดการประกวด ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ถ.รางน้ำ ภายใต้แนวคิด “ทอแสงงามแห่งจิตใจ” และคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มาครอง

    ในส่วนผลงานแสดง นอกจากจะมีภาพยนตร์ “รับน้องสยองขวัญ” ยังมีผลงานภาพยนตร์ “อ้อมกอดเขมราฐ” อีกทั้งยังมีผลงานพิธีกรรายการต่างๆ อาทิ หมอนอกกะลา ตามติดชีวิต Intern, มหัศจรรย์พันธุ์กาย KAI TAI SHIN SHOW, อยู่เป็นลืมป่วย 

    ปัจจุบัน หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา ดำรงตำแหน่งเป็นแพทย์ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน และมีรายการให้ความรู้ด้านสุขภาพทั้งทางโทรทัศน์และคลื่นกรีนเวฟ 106.5 FM อีกทั้งยังเคยจัดรายการออนไลน์เกี่ยวกับสุขภาพคู่กับ ดีเจโก ตฤณ เรืองกิจรัตนกุล อีกด้วย

    คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2894120&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KgbGhE3R_2udKWhsPBAN0

  • สจด. จัดสอบประเมินสมรรถนะด้านการใช้ดิจิทัล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. จัดสอบประเมินสมรรถนะด้านการใช้ดิจิทัล — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/116822/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1–DhKvYtY6pkXbkL8hSfT

  • สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ครั้งที่ 1/2568 – OBEC

    สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ครั้งที่ 1/2568 – OBEC

    วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เวลา 13.30 น. นายนิติศาสตร์ พรมแสงใส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นางสาวลักษมีกานต์ เที่ยงพิมล ผู้อำนวยการกลุ่ม นิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา, คณะศึกษานิเทศก์, และคณะกรรมการ ณ ห้องประชุมพุทธโสธร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/20643&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0m1xpcn9PKkGp1rjABUpke

  • เปิดผลศึกษาก.พ. ขยายอายุเกษียณราชการ เปิดทางวัยเก๋าทำงานร่วมรุ่นใหม่

    เปิดผลศึกษาก.พ. ขยายอายุเกษียณราชการ เปิดทางวัยเก๋าทำงานร่วมรุ่นใหม่

    เปิดผลศึกษาก.พ. ขยายอายุเกษียณราชการ เปิดทางวัยเก๋าทำงานร่วมรุ่นใหม่

    การขยายอายุเกษียณราชการเป็นประเด็นที่กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังจากนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เตรียมเชิญสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาหารือถึงแนวทางการขยายระยะเวลาการเกษียณอายุราชการ เพราะปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานที่เริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว ทั้งผู้พิพากษา อัยการ ที่อายุ 70 ปี หรือข้าราชการในสถาบันอุดมศึกษา ที่อายุ 65 ปี

    ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. ได้ศึกษาร่วมกับกรมบัญชีกลาง เกี่ยวกับการขยายการเกษียณอายุราชการ หลังพบข้อมูลว่า คนไทยมีอายุเฉลี่ย 70 ปี มีอัตราการเกิดน้อยกว่าการเสียชีวิต ส่งผลให้บุคคลที่ทำงานสร้างผลิตภาพให้กับประเทศมีน้อย อีกทั้งจะมีอายุขัยรับเงินบำนาญเฉลี่ย 20 ปี จาก 60 ปี ไปถึง 80 ปี ซึ่งการขยายเวลาเกษียณอายุราชการ จึงผูกพันไปยังเรื่องประชากรศาสตร์ กำลังแรงงานข้าราชการ และงบประมาณด้วย

    นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ. เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. เคยศึกษาแนวทางการขยายการเกษียณอายุราชการไว้หลายรูปแบบ และมีทางเลือกหลายช่วงอายุ ซึ่งจากนี้จะต้องรอการตัดสินใจในระดับนโยบายว่าจะดำเนินการในรูปแบบใด และต้องปรับปรุงข้อกฎหมายใดบ้าง คาดว่า ในเร็ว ๆ นี้ จะได้ข้อสรุป

    แหล่งข่าวจากก.พ. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ก.พ. ได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับอายุเกษียณจาก 60 ปี เป็น 63 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างประชากรและศักยภาพการทำงานของคนไทยที่มีอายุยืนยาวขึ้น การศึกษาดังกล่าววางกรอบดำเนินการระยะเวลา 6 ปี โดยเพิ่มอายุเกษียณครั้งละ 1 ปี ทุก 2 ปี เพื่อให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเกษียณอายุที่ 63 ปี ภายในปี 2567

    ก.พ. ได้ศึกษาหลายมิติ ตั้งแต่การกำหนดอายุที่เหมาะสมในการเกษียณจากราชการและจากงาน การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การประเมินงบประมาณค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารงานบุคคลให้รองรับคนทำงานหลายช่วงวัย ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกฎหมายเปิดช่องให้ข้าราชการบางตำแหน่ง เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ นายสัตวแพทย์ และสายงานศิลปวัฒนธรรมบางประเภท รับราชการต่อได้ไม่เกิน 10 ปีหลังครบ 60 ปี หากมีเหตุผลความจำเป็นและได้รับการพิจารณาโดย อ.ก.พ. กระทรวง

    อย่างไรก็ตาม การขยายอายุเกษียณไม่อาจดำเนินการได้ทันทีโดยไร้มาตรการรองรับ ก.พ. จึงเสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ คือ

    1. มาตรการบริหารกำลังคนสูงอายุ เพื่อใช้ประโยชน์จากข้าราชการที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

    2. มาตรการเตรียมความพร้อมในการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อป้องกันการสูญเสียบุคลากรเมื่อถึงเวลาที่ต้องเกษียณจริง

    3. มาตรการสร้างสมดุลกำลังคนในระบบราชการ ด้วยการเปิดทางให้เกษียณก่อนกำหนดในบางกรณี พร้อมเพิ่มจำนวนบุคลากรในสายงานที่ขาดแคลน

    อีกแนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณาคือการจ้างผู้ที่เกษียณแล้วกลับมาทำงานในตำแหน่งที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะ โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์คัดเลือกอย่างชัดเจน รวมถึงประเมินประสิทธิภาพการทำงานและตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    แม้แนวคิดนี้จะได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย แต่ก็ยังมีประเด็นที่ต้องศึกษาลึกเพิ่มเติม ทั้งในด้านงบประมาณ ผลกระทบต่อโอกาสความก้าวหน้าของคนรุ่นใหม่ และระบบบริหารค่าตอบแทน การขยายอายุเกษียณจึงต้องทำควบคู่ไปกับการปฏิรูประบบราชการให้ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับโครงสร้างประชากรในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/643411&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tEc3lm57HF4ZFgIPKwzKS

  • กลับมาอีกครั้ง ‘Doulos Hope’ เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่ากรุงเทพฯ

    กลับมาอีกครั้ง ‘Doulos Hope’ เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่ากรุงเทพฯ

    วันนี้ (7 พฤศจิกายน) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดร้านหนังสือลอยน้ำ เนื่องในโอกาสที่เรือหนังสือนานาชาติ MV Doulos Hope กลับมาเยือนกรุงเทพมหานครเป็นครั้งที่ 2 ณ ท่าเทียบเรือใกล้โรงพักสินค้า 3 (รส.3) ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย

    ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต้อนรับทุกคนบนเรือ Doulos Hope ซึ่งเป็นการมาเยือนครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 2023 พร้อมกล่าวถึงความสอดคล้องทางวิสัยทัศน์ โดยระบุว่า กรุงเทพมหานครต้องการเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน และสิ่งที่ตนทำในฐานะผู้ว่าฯ กทม. คือ การเป็นผู้รับใช้มหานครแห่งนี้

    “ขอบคุณ Doulos Hope ที่ร่วมแบ่งสิ่งดี ๆ ให้แก่โลกใบนี้ในทุกที่ที่ล่องทางไป ขอให้คิดว่ากรุงเทพฯ เป็นเสมือนบ้านอีกหลัง ที่เรือลำนี้แวะเวียนกลับมาได้เสมอ” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าว และเน้นย้ำว่า การแบ่งปันความรู้ ความช่วยเหลือ และความหวังที่ Doulos Hope ทำอยู่นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งในโลกที่มีความขัดแย้งมากมายในปัจจุบัน

    กรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเปิดประสบการณ์ในงานมหกรรมหนังสือลอยน้ำระดับนานาชาติ ในการกลับมาเยือนกรุงเทพฯ อีกครั้งของ Doulos Hope ซึ่งมาพร้อมกับหนังสือต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ประเภทการศึกษา วัฒนธรรม และหนังสือแนวครอบครัว โดยมีอาสาสมัครกว่า 160 คน จาก 37 ประเทศ ร่วมจัดนิทรรศการร้านหนังสือ

    เรือ MV Doulos Hope เดินทางมาจากเมืองสีหะนุห์วิลล์ ราชอาณาจักรกัมพูชา และจะเดินทางต่อไปยังเมืองกลัง รัฐเธอลาโงร์ ประเทศมาเลเซีย หลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ประเทศไทย โดยมีจุดประสงค์หลักในการ แลกเปลี่ยนความรู้ ความช่วยเหลือ และความหวัง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของเรือ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ การอ่านหนังสือ การศึกษา ความร่วมมือข้ามวัฒนธรรม และความตระหนักทางสังคมในประเทศที่เรือเดินทางไปเยือน

    ผู้ร่วมงานสำคัญ ได้แก่ กัปปิตันโจนาธาน เบิร์ดซอล กัปตันเรือ MV Doulos Hope, นายนีดีน เซบาสเตียน กรรมการผู้จัดการเรือ MV Doulos Hope, ผู้บริหารสำนักงานการต่างประเทศ, ผู้บริหารการท่าเรือแห่งประเทศไทย และผู้เกี่ยวข้อง

    รายละเอียดงาน:

    • ช่วงเวลา: ระหว่างวันที่ 7 – 30 พฤศจิกายน 2568
    • สถานที่: ท่าเทียบเรือใกล้โรงพักสินค้า 3 (รส.3) ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย
    • เวลาทำการ: วันอังคาร – วันอาทิตย์ เวลา 13.00 – 20.30 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
    • ค่าเข้าชม: 20 บาท (เงินสดเท่านั้น) โดยเด็กต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เข้าฟรี

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก Doulos Hope (Bangkok)

    กลับมาอีกครั้ง Doulos Hope เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่า กรุงเทพฯ 1
    กลับมาอีกครั้ง Doulos Hope เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่า กรุงเทพฯ 2
    กลับมาอีกครั้ง Doulos Hope เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่า กรุงเทพฯ 3
    กลับมาอีกครั้ง Doulos Hope เรือหนังสือนานาชาติ เทียบท่า กรุงเทพฯ 4

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/doulos-hope-returns-to-bangkok/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27PiHHA-wswLuN7vnggTZl

  • เปิดความลับ “MRT” ที่สุดของประเทศไทย ที่คุณอาจไม่เคยรู้

    เปิดความลับ “MRT” ที่สุดของประเทศไทย ที่คุณอาจไม่เคยรู้

    07 Nov 2025

    MOST VIEW

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/860619&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yvrxnHgj4f1Crd9DQPK8s

  • ดันวาระโอทีทีแห่งชาติเข้าบอร์ด กสทช. อีกครั้ง หลังสมาคมทีวีดิจิทัลยื่นเสนอกว่า 2 ปีแล้ว

    ดันวาระโอทีทีแห่งชาติเข้าบอร์ด กสทช. อีกครั้ง หลังสมาคมทีวีดิจิทัลยื่นเสนอกว่า 2 ปีแล้ว

    แหล่งข่าวในสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล(ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันศุกร์ที่ 7 พ.ย.นี้ ทราบว่า ได้มีการบรรจุวาระพิจารณาเห็นชอบผลการศึกษาแนวทางที่เป็นไปได้ และเหมาะสมในการจัดให้มีช่องทางการเข้าถึงกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินบนแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือ (National Streaming Platform) ที่ได้เคยเสนอเข้าวาระที่ประชุมบอร์ดกสทช.มาตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม 2566 แต่ยังไม่มีการพิจารณา

    โดยผลการศึกษาได้สรุปออกมาเป็น 3 แนวทาง คือ 1.แนวทางการลงทุนสร้างแพลตฟอร์มใหม่ 2. แนวทางการใช้แพลตฟอร์มเดิมและพัฒนาต่อยอด 3. แนวทางการกำหนดและปรับปรุงหลักเกณฑ์ เพื่อผลักดันแพลตฟอร์มสำหรับการชมทีวีดิจิทัล โดยจะมีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลในระยะเวลา 3 ปี

    แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางคณะทำงานของสำนักงาน กสทช. ได้เลือกแนวทางที่ 2 คือ การใช้แพลตฟอร์มเดิมและพัฒนาต่อยอด โดยคาดว่าจะให้เงินสนับสนุนในช่วง 3 ปี ประมาณเกือบ 300 ล้านบาท เพื่อประเมินผลตอบรับก่อนจะดำเนินการเต็มรูปแบบหลังปี 2572

    แหล่งข่าวกล่าวว่า ทางสมาคมทีวีดิจิทัลอยากให้ประธานบอร์ด กสทช. ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ นำวาระนี้มาพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้สอดคล้องกับแผนที่นำทางทีวีดิจิทัลหรือ Roadmap Digital TV ที่อยู่ระหว่างการประชาพิจารณ์จากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง แพลตฟอร์มโอทีทีแห่งชาติเป็นข้อเรียกร้องของสมาคมทีวีดิจิทัลมาตั้งแต่กลางปี 2566 ที่ กสทช.ยังไม่ได้มีคำตอบที่แน่ชัดในช่วงที่ผ่านมา ทราบเพียงแค่สำนักงาน กสทช.ได้เคยเสนอผลการศึกษาเพื่อเข้าวาระประชุมบอร์ด กสทช.มาร่วม 2 ปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณาแต่อย่างใด

    “พวกเราอยากได้ความชัดเจนจากประธาน กสทช. ว่าเมื่อไหร่จะหยิบขึ้นมาพิจารณา เพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าหรือยกเลิกหรือไม่” แหล่งข่าวในสมาคมทีวีดิจิทัล กล่าวว่า ถ้าหากในวันศุกร์นี้ (7 พ.ย.) ยังไม่มีการพิจารณา ทางสมาคมฯ คงต้องทำหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ในวาระวันศุกร์ที่ 7 พ.ย. จะมีการเห็นชอบในหลักการต่อแนวทางการกำหนดค่าใช้จ่ายในส่วนของ Multi-CDN Platform ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยมีทางเลือก 3 แนวทางคือ
    • แนวทางแรก กำหนดให้จ่ายค่าใช้จ่ายตามปริมาณข้อมูลที่เกิดขึ้น และใช้งานจริง โดยไม่เกินค่าใช้จ่ายที่กำหนดขึ้น
    • แนวทางที่ 2 กำหนดให้ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัลร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ 50% โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงของแต่ละช่องรายการ แต่ไม่เกินวงเงินที่จะกำหนดขึ้น
    • แนวทางที่ 3 กำหนดให้ช่องทีวีดิจิทัลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่ไม่เกินวงเงินที่จะกำหนดขึ้น

    นอกจากนี้ ยังเสนอให้กำหนดนโยบายการพัฒนา National Streaming Platform ไว้ เช่น การสร้างกลไกการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.), การกำหนดหลักเกณฑ์การให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต, การกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารจัดการและการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการรับชมครอบคลุมทั้ง BVOD (Broadcast Video on Demand), VSP (Video Service Providers)

    แหล่งข่าวกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความเป็นมาของโครงการ “National Streaming Platform” เกิดจากที่ทางสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เห็นควรเพิ่มช่องทางการเข้าถึงรายการโทรทัศน์ของประชาชนให้สะดวกยิ่งขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชม จึงมีมติให้จัดทำโครงการ“Thailand Digital TV Streaming Platform” เมื่อครั้งประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 กลางปี 2566 และให้นำเสนอโครงการ “Thailand Digital TV Streaming Platform” เสนอต่อคณะกรรมการกสทช. โดยสมาคมได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการกสทช. โดยผ่านการรับรองจากสถานีโทรทัศน์สมาชิกทุกสถานี เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งขณะนี้ทุกสถานีก็ยังรอการดำเนินการจากทางสำนักงาน กสทช.

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142297&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QT1su2-nyOX5V3iLGlfrg

  • ผอ.สศศ.ลุยแม่ฮ่องสอน ติดตามการศึกษาพิเศษ ชูแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ปั้นโอกาสเท่าเทียมเพื่อเด็กพิการ-ด้อยโอกาส

    ผอ.สศศ.ลุยแม่ฮ่องสอน ติดตามการศึกษาพิเศษ ชูแนวคิด “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ปั้นโอกาสเท่าเทียมเพื่อเด็กพิการ-ด้อยโอกาส

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/contents/108996&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qxRwSwSLmvCPA1avHe-rP

  • รู้จัก “หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา” เจ้าสาว “หมวดอ๋อ” สวยระดับนางงาม ดีกรี ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

    รู้จัก “หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา” เจ้าสาว “หมวดอ๋อ” สวยระดับนางงาม ดีกรี ผอ.ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

    รู้จัก หมอเพื่อน พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี ว่าที่เจ้าสาวของ หมวดอ๋อ

    จากเวทีประกวดนางสาวไทย สู่เส้นทางการแพทย์ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หรือ หมอเพื่อน ผู้มากความสามารถที่ทั้งเก่ง สุขุม และมีตัวตนชัดเจนในสายงาน ล่าสุด กำลังจะเข้าสู่ช่วงสำคัญของชีวิตกับสถานะว่าที่เจ้าสาวของ หมวดอ๋อ พ.ต.อ.รณกร รัตนะพร 

    ประวัติและการศึกษา

    แพทย์หญิง กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ หมอเพื่อน เกิดวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2528 ที่จังหวัดขอนแก่น สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และต่อยอดความรู้ด้วยการศึกษาระดับปริญญาโทที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ในช่วงเรียนแพทย์ชั้นปีสุดท้าย เธอเคยร่วมฝึกงานที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี และได้รับพระราชทานปริญญาบัตรเมื่อปี พ.ศ. 2553 ก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริงในฐานะแพทย์ในโรงพยาบาลขอนแก่น และร่วมเป็นทีมแพทย์อาสาลงพื้นที่ห่างไกลร่วมกับมูลนิธิ พอ.สว.

    จากเวทีประกวดสู่บทบาทแพทย์เต็มตัว

    แม้เส้นทางหลักของเธอจะอยู่ในวิชาชีพแพทย์ แต่ในปี พ.ศ. 2552 หมอเพื่อนได้เข้าร่วมการประกวด นางสาวไทย และคว้าตำแหน่ง รองนางสาวไทย อันดับ 1 มาครอง จากการประกวดที่จัดขึ้น ณ โรงละครอักษรา คิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ ด้วยบุคลิกสง่างาม สุขุม และความเป็นธรรมชาติ

    ก่อนหน้านั้น เธอเคยเข้าวงการบันเทิงผ่านผลงานภาพยนตร์เรื่อง รับน้องสยองขวัญ ขณะยังเป็นนักศึกษา แต่หลังจากนั้นได้ตัดสินใจกลับมามุ่งมั่นด้านการแพทย์อย่างเต็มที่

    บทบาทแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย

    ปัจจุบัน พญ.กอบกุลยา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน รวมถึงมีรายการที่ให้ความรู้ด้านสุขภาพทั้งทางโทรทัศน์และคลื่นกรีนเวฟ 106.5 ก่อนหน้านี้เคยรายการวิทยุคลืนกรีนเวฟคู่กับ ดีเจโก ตฤณ เรืองกิจรัตนกุล ที่ทำให้หลายคนคุ้นเคยกับภาพหมอเพื่อนในมุมที่เข้าถึงง่าย และอธิบายเรื่องสุขภาพได้เข้าใจชัดเจน

    ก้าวใหม่ของหัวใจ ว่าที่เจ้าสาว “หมวดอ๋อ”

    ด้านชีวิตส่วนตัว ปัจจุบัน หมอเพื่อน อยู่ในช่วงเตรียมตัวสร้างครอบครัวกับ หมวดอ๋อ บุคคลที่หลายคนรู้จักในอดีตคนรักของ แอฟ ทักษอร

    ซึ่งในวันนี้ทั้งหมอเพื่อนและหมวดอ๋อ ต่างยืนอยู่ในจุดที่เติบโตขึ้นและมีเส้นทางชีวิตที่พร้อมสำหรับการเดินต่อไปด้วยกัน หลายคนต่างร่วมยินดี และมองว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมในแง่ความคิดและวิถีการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สุภาพ และมีเป้าหมายชัดเจน งานแต่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. 2568 ณ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล

    เรียกได้ว่า พญ.กอบกุลยา คือหนึ่งในผู้หญิงเก่งของยุคนี้ ที่ผ่านหลายบทบาทสำคัญในชีวิต และยังคงงดงามทั้งภายนอกและภายในจนได้รับการยกย่องในหลากหลายวงการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9855238/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22e3o0mbv6ktFRUFAJjdk0