Category: วัฒนธรรม

  • “อภิสิทธิ์”ชี้การศึกษาไทยต้องเปลี่ยน รับเทคโนโลยี สังคมเกิดต่ำ

    “อภิสิทธิ์”ชี้การศึกษาไทยต้องเปลี่ยน รับเทคโนโลยี สังคมเกิดต่ำ

    “อภิสิทธิ์”ชี้การศึกษาไทยต้องเปลี่ยน รับเทคโนโลยี สังคมเกิดต่ำ

    เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ “บทบาทการศึกษาไทย เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนของประเทศ” ณ ห้องประชุม ศ.ดร.สาโรช บัวศรี โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ พร้อมด้วย ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ คณาจารย์ นิสิต และผู้บริหารการศึกษาร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ระบบการศึกษาไทยจำเป็นต้อง “ทบทวนเป้าหมายใหม่” เพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี บริบทสังคม และอัตราการเกิดที่ลดลง ซึ่งมีผลต่อการผลิตครูในอนาคต โดยชี้ว่า “ครูเก่งในวิชาเอก” จะไม่ใช่ปัจจัยหลักอีกต่อไป เพราะผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ได้เองผ่านเทคโนโลยี ขณะที่จำนวนประชากรที่ลดลงถือเป็นโอกาสในการปรับระบบงบประมาณเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ลึกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    “ในอนาคตครูที่เก่งในวิชาเอกจะไม่ใช่ประเด็นท้าทายอีกต่อไปเนื่องจากผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงอัตราการเกิดของประชากรที่ลดลงหากพิจารณาให้ดีเป็นโอกาสที่จะนำงบประมาณและทรัพยากรที่จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นสามารถนำไปพัฒนาคุณภาพคนได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

    ด้าน ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง กล่าวว่า มศว ในฐานะสถาบันผลิตครู จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบฝึกประสบการณ์และการเรียนการสอนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้นิสิตครูเรียนรู้วิธีใหม่ ๆ และเข้าใจบทบาทครูในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

    “การจัดการเรียนการสอนระบบการผลิตและการฝึกประสบการณ์นิสิตนักศึกษาครูจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตาม ต้องให้นิสิตนักศึกษาครูได้เรียนรู้วิธีการใหม่ๆ ในการจัดการเรียนการสอนตามโลกและวิทยาการของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป”ผศ.ว่าที่ ร.ต.ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/733146&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B7EX1sXoMSnGZdDvT7ay0

  • “ไผ่-มูลนิธิธรรมนัสฯ” อัดฉีดทีมหมอนทองวิทยา 1.5 แสนบาท ไม่ว่าแพ้หรือชนะ

    “ไผ่-มูลนิธิธรรมนัสฯ” อัดฉีดทีมหมอนทองวิทยา 1.5 แสนบาท ไม่ว่าแพ้หรือชนะ

    “ไผ่ ลิกค์” เผย “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” อัดฉีดทีมหมอนทองวิทยา 150,000 บาท ไม่ว่าชนะหรือแพ้ ถือว่าทุกคนได้ทำเต็มที่แล้ว เตรียมสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬา การศึกษาต่อ

    วันที่ 8 พ.ย. 2568 เวลา 17.05 น. นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม(กธ.)เปิดเผยว่า มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ได้มอบเงินอัดฉีดจำนวน 100,000 บาท และในส่วนของตนมีผู้ขอสนับสนุนมาเพิ่มเติมอีก 50,000 บาท ให้กับทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยา เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการแข่งขันฟุตบอล 7 คน

    “ท่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานมูลนิธิฯ ฝากกำลังใจถึงน้อง ๆ ทีมหมอนทองวิทยา ทุกคน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร ก็ถือว่าทุกคนได้ทำเต็มที่แล้ว และมูลนิธิจะสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬา การศึกษา และพัฒนาเยาวชนต่อไปอย่างต่อเนื่อง” นายไผ่ กล่าว

    นายไผ่ กล่าวต่อด้วยว่า การอัดฉีดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่เห็นความสำคัญของการเล่นกีฬา มีน้ำใจนักกีฬา และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ยังมีแผนสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนอย่างเท่าเทียม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2894287&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PqvgOCThp0DPqYl3xCN2B

  • ในหลวง พระราชทานหนังสือ ‘สมเด็จแม่กับการศึกษา’ และ ‘เสด็จฯ ดอย’

    ในหลวง พระราชทานหนังสือ ‘สมเด็จแม่กับการศึกษา’ และ ‘เสด็จฯ ดอย’

    “ในหลวง” พระราชทานหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” และ “เสด็จฯ ดอย” แก่ผู้เข้าร่วมพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร ถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

    8 พฤศจิกายน 2568 – โอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2568 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหนังสือ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” และ “เสด็จฯ ดอย จดหมายเหตุรายวันคราประทับภูพิงคราชนิเวศน์ เชียงใหม่ พ.ศ.2513” พระราชทานแก่ผู้เข้าร่วมพระราชพิธีในครั้งนี้ พร้อมกันนี้ พระราชทานภาพพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และภาพการประดิษฐานพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

    สำหรับหนังสือเรื่อง “สมเด็จแม่กับการศึกษา” เป็นพระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงพระราชนิพนธ์ทรงประสบด้วยพระองค์เอง และเรื่องเก่า ๆ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเล่าพระราชทานแล้วทรงประทับพระทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการศึกษา จากความตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ว่า

    “…เพื่อนๆ และครูคงจะจำได้ดีว่า ข้าพเจ้าเป็นคนที่เรียนภาษาอังกฤษแย่มากตั้งแต่เด็กๆ ไม่ตั้งใจเรียนและหลบเลี่ยงบ่อยๆ เมื่อถูกจับได้และถูกทูลฟ้องก็ไม่ได้โดนกริ้ว แต่ก็ต้องเรียนพิเศษเพิ่มเติม ที่สำคัญที่สุดคือทรงสอนเอง ให้อ่านหนังสือ และจดศัพท์ที่ไม่ทราบลงในสมุด ตอนหลังคือเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๗ พระราชทานสมุดให้จด บางทีก็จดพระราชทานด้วย สมุดเล่มนั้นยังอยู่จนทุกวันนี้ ข้าพเจ้าชอบให้มีการสอบเพราะว่าถ้าท่องคำศัพท์ได้ จะได้รับพระราชทานเงินคำละบาท…”

    จากพระราชนิพนธ์ดังกล่าวทำให้เห็นถึงพระอุปนิสัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่า ทรงรักการอ่านหนังสือมาก และพระอุปนิสัยรักการอ่านหนังสือได้ถ่ายทอดมายังพระราชโอรส พระราชธิดาทุกพระองค์

    ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ : กองงานในพระองค์สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/892390/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lF6S6Oyfl8huMO9cL6A9O

  • “รองนายกฯ ธรรมนัส – รมว.นฤมล“ลงพื้นที่ปัตตานี ฟังเสียงครูปลายด้ามขวาน ย้ำ ครูไม่ใช่เรือรับจ้าง แต่คือผู้หล่อหลอมเยาวชนของชาติ ต้องได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี

    “รองนายกฯ ธรรมนัส – รมว.นฤมล“ลงพื้นที่ปัตตานี ฟังเสียงครูปลายด้ามขวาน ย้ำ ครูไม่ใช่เรือรับจ้าง แต่คือผู้หล่อหลอมเยาวชนของชาติ ต้องได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี

    “รองนายกฯ ธรรมนัส – รมว.นฤมล“ลงพื้นที่ปัตตานี ฟังเสียงครูปลายด้ามขวาน ย้ำ ครูไม่ใช่เรือรับจ้าง แต่คือผู้หล่อหลอมเยาวชนของชาติ ต้องได้รับการดูแลอย่างมีศักดิ์ศรี


    8/11/2568 | 178 |

    วันที่ 8 พ.ย.68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมคณะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ตรวจเยี่ยมการศึกษาในพื้นที่ โดยได้เดินทางไปยังโรงเรียนดรุณศาสน์วิทยา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี พร้อมด้วยนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการจากส่วนกลาง และในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เข้าร่วมติดตามและรับฟังปัญหาการศึกษา

    โดย ร.อ.ธรรมนัส และศ.ดร.นฤมล ได้นำคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากนั้นได้เป็นประธานมอบทุนการศึกษาแก่ทายาทผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่

    นอกจากนี้ ยังได้ร่วมพูดคุยกับผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งในสังกัด สพฐ. โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนสอนศาสนา (ปอเนาะ–ตาดีกา) เพื่อรับฟังสภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็น “งบอาหารกลางวัน” ที่โรงเรียนเอกชนยังเข้าไม่ถึง

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เราคุยกันตลอดว่า ปัญหาของพี่น้องครูโรงเรียนเอกชนในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้นต้องช่วยกันแก้ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการครู ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ตนไปที่ไหนก็จะพูดเรื่องนี้เสมอ เพราะการที่เราจะเป็น พ่อคนที่สอง แม่คนที่สอง ของลูกหลานเยาวชน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของประเทศไทย เราทุกคนคือคนไทย และต้องได้รับการดูแลอย่างดี ถ้าพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ของชาติไม่สมบูรณ์ จะให้หล่อหลอมต้นกล้าให้เป็นเยาวชนที่ดี มีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศได้อย่างไร การสร้างชาติให้มั่นคงจึงเป็นไปไม่ได้เลย

    “ครู ไม่ใช่อาชีพเรือรับจ้าง แต่เป็นอาชีพที่ต้องมีศักดิ์ศรี และต้องได้รับการดูแล ครอบครัวของคุณครูก็เช่นกัน ต้องไม่ประสบปัญหา เพราะถ้าครอบครัวครูมีปัญหา ทั้งเรื่องหนี้สินหรือเรื่องส่วนตัว จะมีแรงใจไปสอนลูกหลานได้อย่างไร เรื่องบ้านพักครูก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงให้ดีขึ้น“ร.อ.ธรรมนัส กล่าวย้ำ

    ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า หลายคนยังเข้าใจผิดว่า เด็กโรงเรียนเอกชนคือเด็กมีฐานะ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ โรงเรียนเอกชนการกุศลและโรงเรียนศาสนาหลายแห่งมีเด็กยากจนจำนวนมาก จึงควรได้รับสิทธิ์อาหารกลางวันเช่นเดียวกับโรงเรียนของรัฐ เพราะหลักการคือเด็กทุกคนต้องเข้าถึงอาหารกลางวันอย่างเท่าเทียม ซึ่งจากข้อมูลพบว่า เด็กในพื้นที่ชายแดนใต้จำนวนมากไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญต่อพัฒนาการและสติปัญญาของเด็ก ซึ่งกระทรวงจะพิจารณาแนวทางให้เด็กในพื้นที่ได้เข้าถึงโภชนาการครบถ้วน

    ในส่วนของบ้านพักครู ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติหลักการพัฒนาบ้านพักครูทั่วประเทศ โดยจะให้การเคหะแห่งชาติเข้ามาช่วยดำเนินการสร้างและปรับปรุง ซึ่งจังหวัดปัตตานีจะถูกบรรจุเป็นจังหวัดนำร่องเพิ่มเติมหลังจากดำเนินการใน 8 จังหวัดแรกแล้ว นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เพื่อโรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงแนวทางสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กให้มีที่พักนอนเพียงพอสำหรับนักเรียน

    จากนั้น  ร.อ.ธรรมนัส และศ.ดร.นฤมล และคณะ เดินทางต่อไปยังหอประชุมใหญ่คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการด้านการศึกษา และกิจกรรม Fix it Center ของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอกะพ้อ อำเภอปานาเระ ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพอำเภอยะรัง อำเภอมายอ และอำเภอแม่ลาน สาขาวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/439709&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YfgXh9tclNsPtiHcIJkHR

  • DPU มอบทุนปริญญาตรี 100% ให้นักเตะ “หมอนทองวิทยา-อบจ.ชัยนาท” เชื่อศักยภาพไม่มีวันจำกัด

    DPU มอบทุนปริญญาตรี 100% ให้นักเตะ “หมอนทองวิทยา-อบจ.ชัยนาท” เชื่อศักยภาพไม่มีวันจำกัด

    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มอบทุนปริญญาตรี 100% ให้ทีมนักเตะทั้ง 2 โรงเรียน “หมอนทองวิทยา” และ “อบจ.ชัยนาท” เชื่อศักยภาพไม่มีวันจำกัด หากมีพื้นที่ให้ได้ค้นพบและพัฒนา

    วันที่ 8 พ.ย. 68 มีรายงานว่า มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ประกาศมอบทุนการศึกษาเพื่อสนับสนุนนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นในสนามแข่งขัน ภายหลังการแข่งขันฟุตบอล 7 คน ระหว่าง ทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา และโรงเรียน อบจ.ชัยนาท ในศึกแชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025

    โดยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ศักยภาพเหล่านี้ได้เติบโตต่อ DPU ขอมอบทุนปริญญาตรี 100% สำหรับนักกีฬาทุกคนจากทั้งสองทีมที่ลงแข่งฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียน คัพ 2025 ที่มีความประสงค์เข้าศึกษาต่อในปีการศึกษาหน้า เพราะเรามีความเชื่อเดียวกันว่า – ศักยภาพไม่มีวันจำกัด หากมีพื้นที่ให้ได้ค้นพบและพัฒนา

    ภาพจาก Thairath sport

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2894303&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uBMxJ9P4Jysgif5b_ZgMB

  • โรคหัวใจ-สโตรก อาจถามหา! หากมี “นิสัยการนอน” แบบนี้ หมอเตือนให้เปลี่ยนด่วน

    โรคหัวใจ-สโตรก อาจถามหา! หากมี “นิสัยการนอน” แบบนี้ หมอเตือนให้เปลี่ยนด่วน

    งานวิจัยชิ้นใหม่เผยว่า พฤติกรรมการนอนตอนกลางคืนแบบหนึ่ง อาจทำให้ความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวพุ่งสูงถึง 56% และเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ถึง 28%

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำว่า การปิดไฟเมื่อเข้านอนเป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้หลับได้ลึกขึ้น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open ชี้ว่า การปิดไฟนอนยังมีประโยชน์สำคัญอีกประการหนึ่ง นั่นคือการลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

    ระดับแสงสว่างขณะนอนหลับ กับความเสี่ยงโรคหัวใจ

    ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส ออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ผู้ที่นอนหลับในสภาวะที่มีแสงสว่างจ้าที่สุด ซึ่งเทียบเท่ากับการเปิดไฟเพดานทิ้งไว้ทั้งคืน มีความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวสูงขึ้น 56%, โรคหลอดเลือดหัวใจสูงขึ้น 32% และโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้น 28% เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนในความมืด

    ในการศึกษานี้ ผู้เข้าร่วมเกือบ 89,000 คน ได้สวมอุปกรณ์ติดตามความเข้มของแสงตั้งแต่เวลา 00:30 น. ถึง 06:00 น. เป็นเวลาหลายปี ข้อมูลนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถประเมินความเชื่อมโยงระยะยาวระหว่างการสัมผัสแสงขณะนอนหลับและความเสี่ยงโรคหัวใจ ผลการวิจัยชี้ว่าแสงสว่างยามค่ำคืนสามารถ “รบกวน” นาฬิกาชีวภาพของร่างกายได้

    แสงสว่างเป็นปัจจัยสำคัญที่ควบคุมจังหวะชีวิต (Circadian rhythm) ซึ่งช่วยให้ร่างกายแยกแยะกลางวันและกลางคืนได้ เมื่อเราสัมผัสแสงสว่างในตอนกลางคืน สมองจะถูกยับยั้งการผลิตเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับและควบคุมการทำงานหลายอย่างของระบบหัวใจและหลอดเลือด

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การหยุดชะงักนี้อาจทำให้ความดันโลหิตผิดปกติ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือด เพิ่มการอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

    Andrea Piacquadio

    ดร.ฮูลิโอ เฟอร์นันเดซ-เมนโดซา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและรักษาการนอนหลับ จาก Penn State Health สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “ร่างกายอาจตอบสนองต่อแสงสว่างยามค่ำคืนในฐานะปัจจัยกระตุ้นความเครียด ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ ฮอร์โมนความเครียด ระดับน้ำตาลในเลือด และอินซูลินอาจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น”

    ผลการศึกษานี้ยังชี้ว่า ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่า ในขณะที่คนอายุน้อยกลับเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เช่น ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (Atrial fibrillation) ผู้ที่นอนในที่สว่างจ้ายังมีโอกาสเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันสูงขึ้น 47% โดยความเชื่อมโยงเหล่านี้ยังคงอยู่ แม้จะคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือการทำงานกะดึกแล้วก็ตาม

    นอกจากนี้ งานวิจัยยังค้นพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจว่า การสัมผัสแสงสว่างจ้าในตอนกลางวัน โดยเฉพาะในตอนเช้าหลังตื่นนอน กลับเป็นประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด

    Pixabay

    ทำอย่างไรเพื่อลดผลกระทบของแสงสว่างขณะนอนหลับ?

    ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การลดการสัมผัสแสงสว่างยามค่ำคืนควรเริ่มต้นจากพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้:

    • หรี่ไฟหรือปิดไฟบางดวงในบ้านล่วงหน้า 3-4 ชั่วโมงก่อนนอน
    • จำกัดการใช้โทรศัพท์ โทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ก่อนเข้านอน
    • ใช้โคมไฟแสงสีส้ม (Warm light) หรือไฟสลัว แทนไฟเพดานที่สว่างจ้า
    • หลีกเลี่ยงนาฬิกาปลุกที่มีแสงสว่างจ้า หรือการตั้งเตียงนอนใกล้หน้าต่าง
    • อาจใช้ผ้าม่านทึบแสง หรือผ้าปิดตาสำหรับนอน เพื่อให้ห้องมืดสนิท

    การนอนหลับไม่ได้เป็นเพียงการพักผ่อน แต่ยังเป็น “ช่วงเวลาบำรุงรักษา” ที่สำคัญของระบบหัวใจและหลอดเลือด การนอนหลับในความมืดสนิทไม่เพียงช่วยให้คุณหลับง่ายขึ้น แต่ยังสามารถปกป้องหัวใจของคุณจากอันตรายที่มองไม่เห็นได้อีกด้วย

    1. JAMA Network Open

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9855342/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VEu1HE85vuCDmZqDGslNx

  • “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดย ได้ยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนมอบทุนการศึกษาให้กับทายาทผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อนักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุนอุดหนุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้า ปีงบประมาณ 2568 รวมจำนวน 9 ทุน

                                       “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า กระทรวงได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านบุคลากรและระบบบริหารงานของครูมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องความปลอดภัยในอาชีพ ภาระงานด้านเอกสาร และงานบริหารการเงินบัญชีของโรงเรียน โดยบอร์ด ก.ค.ศ. ก็ได้พิจารณานำอัตราครูเกินเกณฑ์ของ สพฐ. มาเป็นอัตราบุคลากรทางการศึกษา (38ค.) รอบแรกจำนวน 600 อัตรา และรอบที่สอง จำนวน 1,706 อัตรา เพื่อให้ สพฐ. จัดสรรอัตรากำลังเหล่านี้ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อลดภาระและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของครู

    นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงระบบวิทยฐานะของครู โดยเปิดทางเลือกใหม่ในการประเมินผลงานที่นอกจากงานวิจัย ยังสามารถใช้ผลงานนวัตกรรมเชิงการเรียนการสอน เครื่องมือการศึกษา หรือรางวัลระดับชาติที่ได้รับการยอมรับ เพื่อให้ครูและสถานศึกษาสามารถยื่นขอวิทยฐานะได้หลากหลายและเหมาะสมกับความถนัด

                                  “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    “ในเรื่องของการศึกษาเอกชนได้ผลักดันในหลาย ๆ เรื่องมีความก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารกลางวัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางบอร์ด กช.ได้เห็นชอบแนวทางการอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียนเอกชน งบประมาณทั้งสิ้น 6,244 ล้านบาทเศษ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายนักเรียนโรงเรียนเอกชน จำนวน 1,406,329 คน ใน 3,213 โรงเรียน 

    แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกคือนักเรียนโรงเรียนเอกชนที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในระดับก่อนประถมศึกษา – ระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคน และกลุ่มที่ 2 นักเรียนโรงเรียนเอกชนการกุศลระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 เพื่อสร้างความเท่าเทียมด้านภาวะโภชนาการแก่เด็กไทย เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม.ต่อไป รวมทั้งการปรับปรุงพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชนฉบับใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากขึ้น ก็อยู่ระหว่างเสนอ ครม.เช่นกัน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

                        “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้มอบเลขาธิการ กช. รับข้อเสนอในวันนี้ ทั้งเรื่องของหลักสูตรอิสลามศึกษา การขยายเพดานค่ารักษาพยาบาล (จากเดิมเบิกได้ 150,000 บาท) ตลอดจนการอุดหนุนอาหารเช้า หรือ กลางวันแก่นักเรียนตาดีกา ที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง เพื่อรับเรื่องไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎ ระเบียบและขั้นตอนของทางราชการต่อไป 

                                “นฤมล”ลุยยะลาฟังปัญหาครู ดันงบอาหารกลางวัน เพิ่มอัตราธุรการ ลดภาระครู

    รวมทั้งประเด็นค่าน้ำค่าไฟของโรงเรียน ทั้งสังกัดอาชีวศึกษาและ สพฐ. ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบจัดสรรงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย 
    พร้อมกล่าวย้ำถึงความตั้งใจในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ว่า ต้องการรับฟังปัญหาอย่างตรงไปตรงมา และร่วมวางแผนปรับโครงสร้างอัตรากำลัง และวิธีการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงให้สอดคล้องกับสภาพจริงในพื้นที่ด้วยตัวเอง
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/643538&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F-ZNOMDRi3UG22-NgV9IP

  • เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คนแชมป์กีฬา 7 สี

    เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คนแชมป์กีฬา 7 สี

    เปิดเงินรางวัลฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7 สี ทีมชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษาเท่าไหร่?

    เรียกได้ว่าสร้างปรากฏการณ์สนามแตก สำหรับฟุตบอลแชมป์กีฬา 7 สี ปี 2025 หรือ ฟุตบอลรายการขาสั้นชื่อดังบอล 7 สี ที่ประชาชนแฟนบอลให้ความสนใจ แห่เข้าชมรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างโรงเรียนหมอนทองวิทยา จากจังหวัดฉะเชิงเทรา กับ โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท จนล้นสนามศุภชลาศัย ทั้งนี้ทีมผู้จัดเปิดเผยรายละเอียดรางวัลทุนการศึกษา ตั้งแต่ทีมที่คว้าแชมป์ชนะเลิศ, รองชนะเลิศฯ  ตลอดจนผู้ฝึกสอนและนักกีฬายอดเยี่ยม ดังนี้ 

    • ทีมชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 200,000 บาท
    • ทีมรองชนะเลิศ ได้รับทุนการศึกษา 70,000 บาท
    • ทีมอันดับสาม ได้รับทุนการศึกษา 40,000 บาท
    • ทีมอันดับสี่ ได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท
    • ผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม ได้รับทุนการศึกษา  10,000 บาท
    • ดาวซัลโว หรือ ผู้ทำประตูสูงสุด ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท
    • นักฟุตบอลยอดเยี่ยม ได้รับทุนการศึกษา 10,000 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/sport/news/261056/amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xfjP_8IGEZ9d-Hiie1lI2

  • โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จัดโครงการส่งเสริมบทบาทและพันธกิจด้านการศึกษา ครบรอบ 30 ปี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

    โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จัดโครงการส่งเสริมบทบาทและพันธกิจด้านการศึกษา ครบรอบ 30 ปี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์

    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. แพทย์หญิงรจนา ขอนทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารโรงพยาบาลฯ และนายแพทย์ชวพล อิทธิพานิชพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ร่วมต้อนรับ นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ประธานในพิธีเปิดโครงการส่งเสริมบทบาทและพันธกิจด้านการศึกษา ครบรอบ 30 ปี เนื่องในโอกาส ครบรอบ 30 ปี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ รวมถึงมอบโล่ประกาศเกียรติคุณที่ระลึก 30 ปี ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ แด่ อดีตผู้อำนวยการศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก จำนวน 6 ราย และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณที่ระลึก 30 ปี มอบแด่ศิษย์เก่าศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท จำนวน 17 ราย โดยมี นายแพทย์สุริยะ คูหะรัตน์ สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 3 พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เรืออากาศเอกหญิงวณิชา ชื่นกองแก้ว รองอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก, ศ.ดร.นพ.ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก, นายแพทย์ชิษณุพงศ์ ตั้งอดุลย์รัตน์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริม สนับสนุนการผลิต พัฒนาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์, นางสาวศรุตา ช่อไสว รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ หน่วยงานราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ปกครอง ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมพระมหาชนก ชั้น 9 ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ จังหวัดนครสวรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr.moph.go.th/online/index/news/330093&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00V7rNFZRi233zlD1irEVE

  • กิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียงมอบทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลน

    กิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียงมอบทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลน

    กิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง มอบทุนการศึกษาแก่เด็กเรียนดีแต่ขาดแคลน สร้างพลังใจ–ต่อยอด อนาคตเยาวชนแม่ฮ่องสอนต่อไป

    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมี นางพิทยา พานทอง นายกกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา และหน่วยงานภาคีเครือข่าย เข้าร่วมและร่วมมอบทุนการศึกษาในบรรยากาศที่อบอุ่น ณ โรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษา ตำบลบ้านกาศ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    โดยโครงการมอบทุนของกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียงดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 คณะกรรมการมีมตินำรายได้จากการจำหน่าย สลากกาชาดการกุศล มาสนับสนุนเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อบรรเทาภาระของครอบครัว และเสริมแรงใจให้นักเรียนที่มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนได้เดินหน้าต่ออย่างมั่นคง สำหรับปีงบประมาณ 2569 ได้พิจารณาจากรายชื่อนักเรียนที่โรงเรียนเสนอ รวม 50 คน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 โดยมีคุณสมบัติ เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.25 ขึ้นไป ความประพฤติดี และมีฐานะยากจน แบ่งเป็นทุนจากกิ่งกาชาดอำเภอแม่สะเรียง 30 ทุน และทุนสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายภาคเอกชน 20 ทุน รวมทั้งสิ้น 50 ทุน ๆ ละ 1,500 บาท เป็นเงินรวม 75,000 บาท

    ในโอกาสนี้ นายวรศักดิ์ พานทอง ได้กล่าวให้กำลังใจนักเรียนว่า“นักเรียนของโรงเรียนแม่สะเรียงบริพัตรศึกษามาจากหลากหลายพื้นที่และพื้นฐานชีวิตต่างกัน แม้จะเผชิญข้อจำกัด แต่เมื่อเรามีเป้าหมายร่วมกันคือ ‘การศึกษา’ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเกื้อกูลและให้กำลังใจกันและกัน เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและทำหน้าที่ของความเป็นนักเรียนให้ดีที่สุด ทุนวันนี้อาจไม่ครอบคลุมน้องๆทุกคน แต่เป็น ‘ก้าวแรกที่สำคัญ’ ที่ทุกภาคส่วนตั้งใจมอบด้วยหัวใจเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานเรา”

    พร้อมกันนี้ นายอำเภอแม่สะเรียงได้ขอบคุณคณะกรรมการและสมาชิกกิ่งกาชาด หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม ที่ร่วมแรงร่วมใจเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เติบโตเป็น “คนดี คนเก่ง และมีคุณภาพ” ของชุมชนและประเทศชาติ ตอกย้ำพลังความร่วมมือว่า “เมื่อสังคมช่วยกัน คนเล็กรุ่นใหม่ก็จะยืนได้อย่างภาคภูมิในวันข้างหน้า”

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3816139/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08duEC1Gw68_oWhO4Uv7FP