Category: วัฒนธรรม

  • ‘อนุทิน’ จีบ ‘เอกนิติ’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทย

    ‘อนุทิน’ จีบ ‘เอกนิติ’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคภูมิใจไทย

    วันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณีกรมราชทัณฑ์ออกระเบียบพักโทษนอกเรือนจำ เป็นไปเพื่อสกัดกั้นไม่ให้ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกมาช่วยพรรคเพื่อไทยหาเสียงหรือไม่

    อนุทินระบุว่า ไม่เชื่อว่าใครจะคิดเช่นนั้น เพราะรัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงานให้การใช้อำนาจเป็นไปตามกลไก ไม่ใช่ตามคำสั่งของผู้มีอำนาจหรือผู้บังคับบัญชา แบบที่พรรคภูมิใจไทยเคยโดนมา พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ควรกระทำคือเข้ามาทำให้กลไกการใช้กฎหมายเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ใช่เพื่อการแก้แค้น

    ขณะที่ประเด็นการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษทักษิณ อนุทินเปิดเผยว่า ลงนามและส่งเรื่องไปเรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ค้างมาตั้งแต่สมัย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

    ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์​ นายกฯ ยังระบุต่อสื่อมวลชนว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยจะมีแคนดิเดตนายกฯ อีก 1 ท่าน คือ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เป็นไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์ทางการเมือง เพราะพรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อ

    สำหรับเอกนิติจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์และนโยบายด้านเศรษฐศาสตร์จาก University of Illinois at Urbana-Champaign และปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์มหภาคและการเงินระหว่างประเทศจาก Claremont Graduate University ประเทศสหรัฐอเมริกา 

    ทั้งนี้ก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และเคยเป็นอัครราชทูต ฝ่ายเศรษฐกิจการคลัง ประจำสหราชอาณาจักรและยุโรป โดยตำแหน่งล่าสุดคืออธิบดีกรมธนารักษ์ เมื่อปี 2567 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานะของเอกนิติยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแต่อย่างใด

    Tags: , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-anutin-ekniti-candidate/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21EGqMMLZ8UPhlcBq1S4-M

  • CEO ‘ลามิน่า’ ร่วมประมูลศิลปะการกุศล – แนวหน้า

    CEO ‘ลามิน่า’ ร่วมประมูลศิลปะการกุศล – แนวหน้า

    บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ และอาคารลามิน่า นำโดย นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมประมูลศิลปะการกุศลในงาน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/928923&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CVAobClAJJdNiG4sGEQyM

  • DLTS ประสานความร่วมมือ DBS ประกาศ หนุนศักยภาพนักเรียนสู่รั้วมหาวิทยาลัย

    DLTS ประสานความร่วมมือ DBS ประกาศ หนุนศักยภาพนักเรียนสู่รั้วมหาวิทยาลัย

    DLTS ประสานความร่วมมือ DBS ประกาศความพร้อมหนุนศักยภาพนักเรียนสู่รั้วมหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ DLTS ภายใต้ Denla Group ย้ำความมุ่งมั่นในการ “เสริมสร้างความเป็นเลิศ วางเส้นทางการศึกษาต่อ” ด้วยการขยายความร่วมมือกับ Denla British School (DBS) เพื่อเชื่อมโยงหลักสูตร IB สู่ UK Curriculum อย่างราบรื่น พร้อมเปิดตัว “DLTS Awards” ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีศักยภาพสูงเพื่อเข้าศึกษาต่อที่ DBS ตอกย้ำวิสัยทัศน์นี้ ด้วยการจัดงาน “Discovering Future Pathways” ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจาก DLTS, DBS, และโรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) มาร่วมแนะแนวและสร้างแรงบันดาลใจในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก

    s__144220198

    ขยายแผนการศึกษาต่อจาก DLTS สู่มหาวิทยาลัยชั้นนำดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และผู้อำนวยการบริหาร โรงเรียนนานาชาติ DLTS เปิดเผยว่า นักเรียนทุกคนมี ศักยภาพพิเศษเฉพาะตัว (Unique Potential) หน้าที่ของเราคือ การมอบเครื่องมือและประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อช่วยให้นักเรียนของเรา ‘ค้นพบ’ และ ‘พัฒนา’ สิ่งนั้น รับการแข่งขันสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในยุคใหม่ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ แต่เป็นเรื่องของ ‘ความโดดเด่นที่มีความหมาย’ (Meaningful Uniqueness) ซึ่งเราเน้นสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่าน Project-Based Learning และการพัฒนา Growth Mindset พร้อมส่งเสริม Soft Skills และแฟ้มผลงานที่โดดเด่น (Strong Portfolio) ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยชั้นนำมองหา

    s__144220193_0

    โรงเรียนนานาชาติ DLTS ได้ผนึกกำลังกับทีมแนะแนวที่ปรึกษาด้านการศึกษาต่อ (Career Counselling Team) ที่เชี่ยวชาญและมีประวัติความสำเร็จในการส่งนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก เพื่อช่วยนักเรียนกำหนดเส้นทางอาชีพและเส้นทางการศึกษาต่ออย่างเหมาะสมที่สุด ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการพัฒนานักเรียนอย่างรอบด้าน ให้มีความพร้อมและสามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ประกอบด้วย 1.เน้นการค้นพบศักยภาพ การให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัว เพื่อค้นหาความถนัดและความสนใจเฉพาะของนักเรียน 2.การเตรียมความพร้อมด้านวิชาการ: การวางแผนหลักสูตรเพื่อรองรับการยื่นสมัครมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก 3.สร้างความสำเร็จที่จับต้องได้: ทีมแนะแนวมีประวัติความสำเร็จในการส่งนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัย Ivy League และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอื่นๆ

    s__144220194_0

    “DLTS Awards”: โอกาสสู่การศึกษาต่อ ณ โรงเรียนนานาชาติ DBS ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า เปิดเผยถึงความร่วมมือกับ DBS ว่า เรามีความยินดีที่จะประกาศเปิดตัว “DLTS Awards” ทุนการศึกษาเพื่อยกย่องและส่งเสริมนักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมและมีศักยภาพสูง ให้ได้เข้าศึกษาต่อ ณ โรงเรียนนานาชาติ DBS โครงการนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนเส้นทางการศึกษาที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียน โดยมอบโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ระดับนานาชาติที่จะช่วยขยายขีดจำกัดทางวิชาการและศักยภาพส่วนบุคคล

    “เราเชื่อมั่นว่ารากฐานที่แข็งแกร่งในช่วงชั้นเรียนต้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดอนาคตของนักเรียน การร่วมมือกับทีมแนะแนวผู้เชี่ยวชาญจาก DBS และ MUIDS เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของเราในการเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาต่อที่ดีที่สุดและการเปิดตัว DLTS Awards ก็เป็นบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของเราในการยกย่องความสามารถพิเศษ และปูทางสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล” ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า

    s__144220196_0

    DLTS จัดงาน “Discovering Future Pathways” เสริมความร่วมมือกับ DBS และ MUIDS สร้างแรงบันดาลใจDLTS ได้จัดงาน “Discovering Future Pathways” เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ปกครอง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ มิสเตอร์จอนนี่ ลิดเดลล์ (Jonathan Liddell) ครูใหญ่โรงเรียนนานาชาติ DBS ,รศ. ดร.สิงหนาท น้อมเนียน โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) พร้อมด้วย ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า และ ผศ. ดร. ต่อยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า ร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัยในยุคใหม่

    ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า กล่าวเสริมว่า การเปิดเวทีในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ปกครองในการรับฟัง แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ในการเตรียมบุตรหลานให้มีทักษะและทัศนคติที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในอนาคต โดยเฉพาะการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในช่วงวัยสำคัญ (Grade 4-7) เพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพ”

    สำหรับความร่วมมือของ DLTS และ MUIDS กับการเตรียมความพร้อมสู่รั้วมหาวิทยาลัยในยุคใหม่ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพลังให้กับนักเรียนและผู้ปกครองในยุคแห่งการแข่งขันสูง นี่คือมุมมองและแนวคิดหลักที่ทั้ง DLTS และ MUIDS จะนำเสนอในงาน Discovering Future Pathways ที่มาร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาในระดับมัธยมปลาย รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก้าวสู่ระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยและต่างประเทศ

    s__144220197_0

    “โรงเรียนนานาชาติ DLTS เรามุ่งเน้นการวางรากฐานที่แข็งแกร่งและการค้นพบศักยภาพในช่วงวัยที่สำคัญ (Grade4-7) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระดับมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยอย่างมีประสิทธิภาพและความสำเร็จ ในมุมมองของผมนักเรียนทุกคนมีศักยภาพพิเศษเฉพาะตัว (Unique Potential) หน้าที่ของเราคือการมอบเครื่องมือและประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อช่วยให้พวกเขา “ค้นพบ” และ “พัฒนา” สิ่งนั้น พร้อมต้องมีความเข้าใจในตนเองรู้ว่าตัวเองเก่งอะไร สนใจอะไร และต้องการไปทางไหนก่อนเข้าสู่ระบบการสอบที่เข้มข้น”

    ในด้านการเตรียมความพร้อมเราเน้นการสร้างทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ผ่านการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) และการพัฒนา Growth Mindset ที่กล้าเผชิญความท้าทาย ไม่ใช่แค่การท่องจำเนื้อหา รวมถึงมีความยืดหยุ่นและการจัดการแก้ไขปัญหาโดยมีทักษะที่ใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ผลการเรียน พร้อมยังมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และปรับตัว

    นอกจากนี้ความได้เปรียบในการแข่งขันความหลากหลายของหลักสูตร (Broad Curriculum) และการเสริมด้วยกิจกรรมนอกหลักสูตรที่ช่วยพัฒนา Soft Skills เช่น ภาวะผู้นำ การสื่อสาร ซึ่งเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยชั้นนำมองหาแฟ้มผลงานที่โดดเด่น (Strong Portfolio) มีกิจกรรมและผลงานที่สนับสนุนความสนใจ ทำให้ใบสมัครมหาวิทยาลัยแตกต่างและน่าสนใจ พร้อมกันนี้ DLTS ยังผนึกความร่วมมือกับ DBS ที่มีเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกอีกด้วย

    ภายในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษอีกหนึ่งท่าน มาร่วมแนะแนวและสร้างแรงบันดาลใจในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่รั้วมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก รศ. ดร.สิงหนาท น้อมเนียน ผู้อำนวยการ โรงเรียนสาธิตนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIDS) กล่าวเพิ่มเติมว่า MUIDS ในฐานะสถาบันที่มุ่งเน้นการสร้างเยาวชนสู่ระดับอุดมศึกษา MUIDS เล็งเห็นความสำคัญของการวางรากฐานการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่น และสามารถเชื่อมต่อกับหลักสูตรในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกได้ โดยในวันนี้มีความยินดีที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความรู้ให้กับ นักเรียนโรงเรียนนานาชาติ DLTS และ DBS ในเวที ‘Discovering Future Pathways’ นับเป็นโอกาสสำคัญที่เราได้มีส่วนร่วมนำเสนอมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการศึกษาในระดับมัธยมปลาย รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก้าวสู่ระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยและต่างประเทศ
    ดร.เต็มยศ ปาลเดชพงศ์ กรรมการบริหารกลุ่มโรงเรียนเด่นหล้า กล่าวเสริมต่อว่า โรงเรียนนานาชาติ DLTS และพันธมิตรร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแผนงานของ DLTS ในการบ่มเพาะนักเรียนให้มี ความเป็นเลิศในทุกด้าน (Excellence in all aspects) พร้อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย การเปิดเวทีในครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ปกครองในการรับฟังแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best Practices) ในการเตรียมบุตรหลานให้มีทักษะและทัศนคติที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จในอนาคต

    “การแข่งขันสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของคะแนนสอบที่สูงที่สุด แต่เป็นเรื่องของ ‘ความโดดเด่นที่มีความหมาย’ (Meaningful Uniqueness) นักเรียนต้องรู้ว่าตัวเองคือใคร มีความหลงใหลในเรื่องใด และสามารถนำความรู้ไปสร้างผลกระทบต่อโลกได้อย่างไร การเตรียมพร้อมในวันนี้จึงเป็นการลงทุนใน ชุดทักษะ ที่จะอยู่กับพวกเขาตลอดไป ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกเรียนต่อที่ไหนก็ตาม” 

    พร้อมเน้นย้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากผู้ปกครอง DLTS มีความมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเชื่อมั่นจากผู้ปกครอง ผ่านการสื่อสารที่เปิดเผยและการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ DLTS เตรียมเปิดรับสมัครนักเรียนสำหรับปีการศึกษา 2569 และมอบทุนการศึกษาสำหรับนักเรียน Grade 2 ถึง Grade 7 ที่มีผลการเรียนดีและมีความสามารถพิเศษ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/945204/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1b04ew_wlYB0Yzh9HLdYJx

  • “นฤมล” จับมือ 3 ภาคส่วนสาน connext ed ฝากปรับปรุงบ้านพักครู พัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษ

    “นฤมล” จับมือ 3 ภาคส่วนสาน connext ed ฝากปรับปรุงบ้านพักครู พัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษ

    “รมว.นฤมล” ร่วมผนึกความร่วมมือ 3 ส่วน รวมพลังสานอนาคต “คอนเน็กซ์อีดี” ฝากสนับสนุนพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษ-ปรับปรุงบ้านพักครู เพื่อขวัญและกำลังใจครูผู้สร้างเด็กทั่วไทย

    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เวลา 9.00 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ร่วมงาน CONNEXT ED EDUCATION FORUM 2025: Thailand’s Education Future อนาคตการศึกษาไทย อนาคตประเทศไทย รวมพลังความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ระยะที่ 4 มุ่งสู่อนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน จัดโดย มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ตลอดจนคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยซีอีโอ คณะผู้บริหารจากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง และพันธมิตร เข้าร่วม ณ ห้องประชุมแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 อาคารทรู ดิจิทัล พาร์ค (ฝั่ง West)

    ในโอกาสนี้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ ได้กล่าววิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและมูลนิธิฯ ตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีที่มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED เดินทางมาถึง 9 ปี ซึ่งแน่นอนว่าเกิดความยั่งยืนยาวได้ด้วยวิสัยทัศน์ขององคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ซึ่งในอดีตดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. รวมทั้งวิสัยทัศน์ของอดีต รมว.ศธ. และสรรพกำลังของทุกภาคส่วน ที่เป็นพลังร่วมกันขับเคลื่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวดิฉันเอง เมื่อได้รับตำแหน่งก็ได้ขอคำแนะนำจากท่านองคมนตรี พร้อมนำมาขับเคลื่อนจนมีความก้าวหน้าในขณะนี้ เรื่องหนึ่งคือ วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ที่จะนำมาบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จะมีการจัดประชุมชี้แจงถึงความสำคัญของการเรียนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ทั้งในรูปแบบออนไซต์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และออนไลน์ไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะหลายคนยังมีความสงสัยว่าทำไมยังต้องเรียนประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้ง ๆ ที่ในโลกยุคปัจจุบันก้าวไปสู่โลกดิจิทัลและ AI แล้ว

    “การประชุมชี้แจงฯ ในครั้งนี้ ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันของผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครู บุคลากร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้รู้ถึงความสำคัญของการสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนของเราได้รู้ถึงที่มาที่ไป และประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ ประเทศ แต่เชื่อว่ายังไงก็มีความแตกต่างกัน และแม้หลายคนบอกว่าล้าหลัง หรือจะนำลูกหลานไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนสองภาษา ก็จะต้องบอกว่า อย่างไรก็ต้องไปเรียนประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีความตั้งใจที่จะบริหารการศึกษาให้ปลอดจากการเมือง ไม่นำการเมืองเข้ามาแทรกในการศึกษาเด็ดขาด ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ศธ. ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เช่นกัน” นางนฤมล กล่าว

    นางนฤมล กล่าวถึงโครงการอนาคตการศึกษาไทย อนาคตประเทศไทย รวมพลังความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ระยะที่ 4 มุ่งสู่อนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การสร้างอนาคตการศึกษาร่วมกับเครือข่าย ของมูลนิธิฯ นั้น ถือเป็นอีกเวทีที่รวมภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และโรงเรียนต่าง ๆ มาบูรณาการทำงานเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญด้านการศึกษา ที่ปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัด ศธ. ถึง 29,005 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน) กว่า 20,000 แห่ง กระจายอยู่ในชุมชนและตำบลทั่วประเทศ ที่ยังมีความขาดแคลนในหลาย ๆ ด้าน เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ดิฉันต้องการที่จะพัฒนาและบริหารจัดการใน 2 เรื่อง คือ เรื่องแรกการปรับวิธีการจัดสรรงบประมาณที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น จากเดิมที่เน้นไปที่จำนวนนักเรียน (เงินอุดหนุนรายหัว) ทำให้โรงเรียนเล็กมีเงินพัฒนาโรงเรียนน้อยกว่าโรงเรียนที่มีเด็กมากกว่า ทำให้เกิดความห่างมากขึ้น ซึ่งขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดเวทีสมัชชาการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนดเป็นแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแบบใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ต่อไป

    ส่วนเรื่องที่สอง คือการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีความละเอียดอ่อน จึงได้มอบให้ สพฐ. โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องลงไปทำงานคลุกคลีอยู่กับพื้นที่ เพื่อหาวิธีการจัดการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ที่ไม่ใช่แบบ one size fits all เหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

    “สิ่งหนึ่งที่ทาง ศธ. ต้องการให้มูลนิธิฯ สนับสนุนเพิ่มเติมคือ เรื่องของการศึกษาพิเศษ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มมีเด็กพิเศษมากขึ้น และกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายให้เด็กเหล่านี้ ได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถเข้าไปเรียนรวมในโรงเรียนทั่วไปได้ ที่จะต่อยอดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรอบด้านต่อไป รวมทั้งการปรับปรุงบ้านพักครู เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของครู ให้ครูมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย ซึ่งปัจจุบัน สพฐ. มีบ้านพักครูอยู่ในความดูแลกว่า 41,000 หลัง โดยพบว่ามีสภาพทรุดโทรมกว่า 14,900 หลัง และในจำนวนนี้กว่า 13,000 หลัง ยังมีครูอาศัยอยู่จริง จึงกำหนดให้เป็น เฟสแรกในการเร่งปรับปรุงภายในปีนี้ และจะบรรจุในแผนพัฒนาเพื่อปรับปรุงให้ครบ 40,000 หลัง ภายในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งล่าสุดเราได้ลงนามความร่วมมือ โครงการจัดสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และการเคหะแห่งชาติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากทางมูลนิธิฯ จะร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ในโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายอยู่แล้ว ทาง ศธ.ก็จะยินดีอย่างยิ่ง” นางนฤมล กล่าว

    นางนฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความยินดีกับการทำงานด้านการศึกษาตลอด 9 ปีที่ผ่านมาของมูลนิธิฯ ซึ่งทาง ศธ. ก็มีความยินดีที่จะร่วมทำงานกับมูลนิธิฯ ต่อเนื่องร่วมกันอีกยาวนาน และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันในทุกมิติ ทั้งระบบพัฒนา School Management System (SMS) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการบริหารจัดการครอบคลุมทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทุกแห่ง รวมทั้งการพัฒนาผู้บริหารและครู ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ CONNEXT ED ทั้ง 5 ด้าน อย่างเต็มที่

    จากนั้น นางนฤมล ได้มอบรางวัลให้แก่นักเรียนโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีต้นแบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2896512&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22-QOr2VHrolk2zybae2Om

  • ทำไม Volvo EX90 ถึงเป็นที่สุดของรถ SUV ไฟฟ้ายุคใหม่?

    ทำไม Volvo EX90 ถึงเป็นที่สุดของรถ SUV ไฟฟ้ายุคใหม่?

    บนท้องถนนในปัจจุบัน เราเห็นรถไฟฟ้าแล่นผ่านให้เห็นกันจนชินตา เพราะรถไฟฟ้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่การจะเลือกรถไฟฟ้าปัจจัยหลักอาจไม่ใช่เพียงเท่านั้น แต่คือ “ตอบโจทย์ชีวิตของเราหรือเปล่า?”

    รถ SUV ไฟฟ้าคันหนึ่ง จึงต้องทำได้มากกว่าพาเราไปให้ถึงจุดหมาย ด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ ความปลอดภัยในอีกระดับของยุค และสะท้อนตัวตนเราอย่างสมบูรณ์แบบอย่าง “Volvo EX90”

    Volvo EX90 ไม่ใช่เพียงก้าวแรกของรถไฟฟ้าพรีเมียมจากแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัย แต่คือการรีเซ็ตแนวคิดของ “รถครอบครัว” อย่าง SUV ให้มีพลังขับเคลื่อนแบบรถสปอร์ต ความหรูแบบเรียบง่ายสแกนดิเนเวียน และความฉลาดแบบสมาร์ตดีไวซ์บนสี่ล้อ

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 1

    Volvo EX90 กลายเป็น “คำตอบใหม่” ของคนที่มองหา SUV ที่คิดไปข้างหน้า พร้อมวิ่งไปได้ไกลกว่า และสะท้อนตัวตนได้หลากหลายรูปแบบ

    • สะท้อนตัวตนที่โดดเด่นของตัวคุณ

    สะท้อนตัวตนของผู้ขับขี่ที่ต้องการความพรีเมียมที่เรียบง่าย และความประณีตในรายละเอียด ลายไม้แท้แบบ back-lit décor ไฟหน้าที่ปรับแสงตามสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ และดีไซน์ที่ลื่นไหลไร้รอยต่อซึ่งสะท้อนความมั่นใจที่สมบูรณ์แบบ

    • ครอบครัวที่เชื่อว่า ‘ความรัก’ คือการใส่ใจในรายละเอียด

    ทั้งเบาะเสริมเด็กแบบบูสเตอร์ที่ติดตั้งมาให้ในรุ่น 7 ที่นั่ง ระบบฟอกอากาศ PM 2.5 ที่กรองได้ถึง 95% ช่องเสียบ USB-C ทุกแถว และระบบแยกควบคุมอุณหภูมิ 4 โซน สร้าง “ความสบายใจ” ที่ขับเคลื่อนได้ ดูแลสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างทั่วถึง

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 2

    • ความสปอร์ตที่มอบความสนุกทุกการขับขี่

    ขับได้เต็มประสิทธิภาพกับกำลังสูงสุด 517 แรงม้า แรงบิด 910 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 4.9 วินาที พร้อมดีไซน์บ่งบอกถึง DNA ตั้งแต่ซุ้มล้อใหญ่ 21 นิ้ว กับล้อหลังที่กว้างพิเศษ ไปจนถึงแนวเส้นสายตัวถังแบบ aerodynamic และหลังคาพาโนรามิกที่ดูลื่นไหลเหมือนกำลังเคลื่อนไหวแม้ตอนจอด

    รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ออกแบบเพื่อความสวย ความฉลาด และชีวิตจริง

    Volvo EX90 ถือเป็นคำตอบของสมการชีวิตคุณภาพ ทั้งความสวยงาม สมรรถนะ และความสะดวกสบาย พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับรถ SUV ไฟฟ้าอย่างแท้จริง

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 3

    Volvo EX90 ในการชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งได้ไกลถึง 745 กม.* ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion 111 กิโลวัตต์ชั่วโมง และชาร์จเร็ว DC 250kW จาก 10%-80% ใน 30 นาที หรือชาร์จที่บ้านด้วย wall-box 11kW ได้ในคืนเดียว

    *(อ้างอิงผลการทดสอบที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมเพื่อใช้ยื่นขอ ECO Sticker ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม)

    เบื้องหลังความเรียบง่ายของ Volvo EX90 คือชิปประมวลผลระดับ “supercomputer on wheels” ที่มาพร้อมซอฟต์แวร์อัจฉริยะซึ่งสามารถเรียนรู้ พัฒนา และอัปเดตความสามารถใหม่ๆ ได้ผ่านระบบ Over-the-Air (OTA) ทั้งระบบนำทาง ฟีเจอร์ช่วยขับขี่ หรือการอัปเกรดประสิทธิภาพมอเตอร์

    นอกจากนี้ Volvo EX90 ยังถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันทั้งภายนอกและภายใน

    • ตัวถังแบบ Flush ช่วยลดแรงต้านลมและเสียงรบกวน
    • ซุ้มล้อและล้อหลังกว้างเพื่อความมั่นคงที่ความเร็วสูง
    • หลังพาโนรามิกขนาดใหญ่เคลือบสารสะท้อนอินฟราเรด ช่วยลดอุณหภูมิภายใน
    • ไฟหน้า Thor’s Hammer รุ่นใหม่ ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ปรับแสงอัตโนมัติตามทิศทาง

    ความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับ “สิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2024”

    อีกไฮไลต์ที่ทำให้ Volvo EX90 เป็นที่สุดของรถยนต์ SUV ไฟฟ้า คือ ระบบ Driver Understanding System กล้องอินฟราเรด 2 ตัว พวงมาลัยแบบ capacitive ที่คอยตรวจจับดวงตา การกระพริบ ความเคลื่อนไหวศีรษะ และพฤติกรรมผู้ขับ

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 4

    หากคุณเหนื่อยล้า เคลิ้มหลับ หรือแม้แต่หมดสติ ระบบดังกล่าวจะทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อจอดรถ เทคโนโลยีนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งใน “สิ่งประดิษฐ์แห่งปี 2024” โดย TIME Magazine

    Volvo EX90 มาพร้อมระบบเตือนรถสวนขณะถอย และการหักหลบเมื่อมีอุบัติเหตุใกล้เกิดขึ้น และระบบถุงลมนิรภัยครบทุกจุด พร้อมระบบลดการบาดเจ็บจากแรงสะบัดช่วงคอและการวิ่งตกถนน

    ดังนั้น การจะยกให้ Volvo EX90 เป็นสุดยอดรถ SUV ไฟฟ้าแห่งความปลอดภัยก็ไม่เกินจริงเสียเท่าไร

    ความสะดวกสบายที่เริ่มต้นจากการ “เข้าใจมนุษย์”

    ความหรูหราของ Volvo EX90 ไม่ได้มาจากความใหญ่โตหรือวัสดุราคาแพง แต่มาจากการออกแบบที่ “คิดให้แล้ว” ว่ามนุษย์ต้องการอะไรระหว่างทาง ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ “เลานจ์ส่วนตัว” มากกว่ารถ

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 5

    ภายในห้องโดยสารของ Volvo EX90 ได้แรงบันดาลใจจากห้องนั่งเล่นแบบสแกนดิเนเวียน โดยที่แผงแดชบอร์ดทำจากไม้แท้ที่สว่างเรืองแสงแบบ back-lit เบาะนั่งที่รองรับหลักสรีรศาสตร์ทุกตำแหน่ง มาพร้อมระบบนวดไฟฟ้าที่พนักพิงที่นั่งโดยสารแถวแรก หัวนวดถึง 10 จุด โปรแกรมนวด 5 รูปแบบ ปรับระดับความเร็วและแรงได้ถึง 3 ระดับตามการใช้งาน พร้อมระบบระบายอากาศ และหลังคาพาโนรามิกที่ช่วยเปิดมุมมองให้รู้สึกโล่งในทุกที่นั่ง

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 6

    มาพร้อมสุนทรียะแห่งเสียงด้วย เครื่องเสียง Bowers & Wilkins แบบ 3 มิติ พร้อมระบบ Dolby Atmos ลำโพง 25 ตัว 1,610 วัตต์ มีลำโพงฝังในพนักพิงศีรษะ ทวีตเตอร์บนคอนโซลแบบขอบเพชร และปุ่มควบคุม media แบบพิมพ์ 3 มิติ แสงลอดนวล

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 7

    สุดท้าย Volvo EX90 ยังเต็มไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใน ทั้งหน้าจอ 14.5 นิ้ว UI เรียบ ใช้งานง่าย แม้ใส่ถุงมือ ติดตั้งระบบ Google Built-in ใช้ Maps, Assistant, Play Store รวมถึงมี Volvo Cars App ที่จะสั่งเปิดแอร์ ปลดล็อก ดูสถานะรถ จากมือถือได้

    Volvo EX90 กับ 3 รุ่นตามไลฟ์สไตล์และความต้องการ

    Volvo EX90 วางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมด 3 รุ่นหลัก ซึ่งออกแบบมาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้

    • EX90 Plus Twin Motor (7 ที่นั่ง)

    มอบช่วงล่างแบบ Double Wishbone พร้อมเครื่องเสียงจาก Bose ให้ความเพลิดเพลิน สบายและปลอดภัยในทุกการเดินทาง เบาะนั่งที่รองรับหลักสรีรศาสตร์ทุกตำแหน่ง มาพร้อมระบบนวดไฟฟ้าที่ที่นั่งคู่หน้า เพิ่มความผ่อนคลายขณะจอดพัก

    • EX90 Ultra Twin Performance (6 ที่นั่ง)

    ภายในแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่ให้ความรู้สึกโปร่งหรู มีระดับ พลังแรงถึง 517 แรงม้า พร้อมช่วงล่างถุงลมที่ให้การขับขี่นุ่มแน่นอย่างเหนือชั้น เสริมด้วยเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จาก Bowers & Wilkins พร้อม Dolby Atmos

    • EX90 Ultra Twin Performance (7 ที่นั่ง)

    สมรรถนะ 517 แรงม้า แรงบิด 910 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.9 วินาที เพิ่มความยืดหยุ่นของเบาะแถว 3 สำหรับครอบครัวใหญ่หรือการใช้งานแบบ multi-purpose ทั้งหมดโดยไม่ลดทอนความพรีเมียมของภายในและช่วงล่างระดับสูง

    Volvo EX90 คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตยุคใหม่

    Volvo EX90 ไม่ได้เป็นแค่รถไฟฟ้าอีกคันหนึ่งในตลาด แต่มันคือนิยามใหม่ของ SUV แห่งอนาคตที่หลอมรวมความปลอดภัยระดับโลก สมรรถนะที่ทรงพลัง ความหรูหราแบบสแกนดิเนเวียน และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม

    ทำไม **Volvo EX90** ถึงเป็นที่สุดของรถ **SUV** ไฟฟ้ายุคใหม่? รถไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตที่ตอบโจทย์ทุกมิติชีวิต [ADVERTORIAL] 8

    การเลือก Volvo EX90 จึงไม่ใช่แค่การซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ แต่มันคือการเลือกเทคโนโลยีที่เติบโตไปพร้อมกับคุณ เลือกความคิดที่ก้าวไกลพอจะห่วงใยผู้อื่น และเลือกพื้นที่หนึ่งบนท้องถนน ที่ทำให้ทุกคนในรถรู้สึก “ปลอดภัย”

    เพราะบางครั้ง การเลือกรถไม่ได้เป็นแค่เรื่องของสมรรถนะหรือดีไซน์ แต่มันคือการเลือกวิถีชีวิตแบบใหม่ ที่เรียบกว่า ฉลาดกว่า และยั่งยืนกว่า และในวันนี้ Volvo EX90 ก็เป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/life/volvo-ex90/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XkEFkEqmPNwgKgu6G1Frm

  • การขออนุญาตไปต่างประเทศ ด้วยทุนส่วนตัวและทุนที่ไม่ผูกพันกับงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    การขออนุญาตไปต่างประเทศ ด้วยทุนส่วนตัวและทุนที่ไม่ผูกพันกับงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

    การขออนุญาตไปต่างประเทศ ด้วยทุนส่วนตัวและทุนที่ไม่ผูกพันกับงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา


    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสาร

    หนังสือนำส่ง
    เอกสารประกอบการขออนุญาตไปต่างประเทศ

    ที่มา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93075&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RwyhPTpHgR6YTnq7F17c4

  • “นฤมล” ร่วมเวทีผนึกความร่วมมือ 3 ภาครัฐ-เอกชน พร้อมผลักดันการศึกษาไทยพัฒนายั่งยืนในโลกดิจิทัล | TOPNEWS

    “นฤมล” ร่วมเวทีผนึกความร่วมมือ 3 ภาครัฐ-เอกชน พร้อมผลักดันการศึกษาไทยพัฒนายั่งยืนในโลกดิจิทัล | TOPNEWS

    ในโอกาสนี้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ ได้กล่าววิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและมูลนิธิฯ ตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีที่มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา CONNEXT ED เดินทางมาถึง 9 ปี ซึ่งแน่นอนว่าเกิดความยั่งยืนยาวได้ด้วยวิสัยทัศน์ขององคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ซึ่งในอดีตดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. รวมทั้งวิสัยทัศน์ของอดีต รมว.ศธ. และสรรพกำลังของทุกภาคส่วน ที่เป็นพลังร่วมกันขับเคลื่อนมาจนถึงทุกวันนี้ ส่วนตัวดิฉันเอง เมื่อได้รับตำแหน่งก็ได้ขอคำแนะนำจากท่านองคมนตรี พร้อมนำมาขับเคลื่อนจนมีความก้าวหน้าในขณะนี้ เรื่องหนึ่งคือ วิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ที่จะนำมาบรรจุไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอน โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จะมีการจัดประชุมชี้แจงถึงความสำคัญของการเรียนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเรือน ทั้งในรูปแบบออนไซต์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ และออนไลน์ไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะหลายคนยังมีความสงสัยว่าทำไมยังต้องเรียนประวัติศาสตร์ของชาติ ทั้ง ๆ ที่ในโลกยุคปัจจุบันก้าวไปสู่โลกดิจิทัลและ AI แล้ว

    “การประชุมชี้แจงฯ ในครั้งนี้ ต้องการสร้างความเข้าใจร่วมกันของผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนครู บุคลากร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้รู้ถึงความสำคัญของการสร้างการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนของเราได้รู้ถึงที่มาที่ไป และประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ ประเทศ แต่เชื่อว่ายังไงก็มีความแตกต่างกัน และแม้หลายคนบอกว่าล้าหลัง หรือจะนำลูกหลานไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนสองภาษา ก็จะต้องบอกว่า อย่างไรก็ต้องไปเรียนประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น ๆ เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีความตั้งใจที่จะบริหารการศึกษาให้ปลอดจากการเมือง ไม่นำการเมืองเข้ามาแทรกในการศึกษาเด็ดขาด ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล ศธ. ก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เช่นกัน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวถึงโครงการอนาคตการศึกษาไทย อนาคตประเทศไทย รวมพลังความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ระยะที่ 4 มุ่งสู่อนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า การสร้างอนาคตการศึกษาร่วมกับเครือข่าย ของมูลนิธิฯ นั้น ถือเป็นอีกเวทีที่รวมภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และโรงเรียนต่าง ๆ มาบูรณาการทำงานเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญด้านการศึกษา ที่ปัจจุบันมีโรงเรียนในสังกัด ศธ. ถึง 29,005 โรงเรียน ในจำนวนนี้มีโรงเรียนขนาดเล็ก (มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน) กว่า 20,000 แห่ง กระจายอยู่ในชุมชนและตำบลทั่วประเทศ ที่ยังมีความขาดแคลนในหลาย ๆ ด้าน เป็นเป้าหมายหนึ่งที่ดิฉันต้องการที่จะพัฒนาและบริหารจัดการใน 2 เรื่อง คือ เรื่องแรกการปรับวิธีการจัดสรรงบประมาณที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากขึ้น จากเดิมที่เน้นไปที่จำนวนนักเรียน (เงินอุดหนุนรายหัว) ทำให้โรงเรียนเล็กมีเงินพัฒนาโรงเรียนน้อยกว่าโรงเรียนที่มีเด็กมากกว่า ทำให้เกิดความห่างมากขึ้น ซึ่งขณะนี้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดเวทีสมัชชาการศึกษาร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนดเป็นแนวทางการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวแบบใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี และหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงบประมาณ ต่อไป

    ส่วนเรื่องที่สอง คือการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้รับการพัฒนาตามศักยภาพ ซึ่งเรื่องนี้ถือว่ามีความละเอียดอ่อน จึงได้มอบให้ สพฐ. โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะต้องลงไปทำงานคลุกคลีอยู่ในกับพื้นที่ เพื่อหาวิธีการจัดการให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ที่ไม่ใช่แบบ one size fix all เหมือนที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

    “สิ่งหนึ่งที่ทาง ศธ. ต้องการให้มูลนิธิฯ สนับสนุนเพิ่มเติมคือ เรื่องของการศึกษาพิเศษ ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มมีเด็กพิเศษมากขึ้น และกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายให้เด็กเหล่านี้ ได้รับการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพื่อให้สามารถเข้าไปเรียนรวมในโรงเรียนทั่วไปได้ ที่จะต่อยอดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างรอบด้านต่อไป รวมทั้งการปรับปรุงบ้านพักครู เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของครู ให้ครูมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและปลอดภัย ซึ่งปัจจุบัน สพฐ. มีบ้านพักครูอยู่ในความดูแลกว่า 41,000 หลัง โดยพบว่ามีสภาพทรุดโทรมกว่า 14,900 หลัง และในจำนวนนี้กว่า 13,000 หลัง ยังมีครูอาศัยอยู่จริง จึงกำหนดให้เป็น เฟสแรกในการเร่งปรับปรุงภายในปีนี้ และจะบรรจุในแผนพัฒนาเพื่อปรับปรุงให้ครบ 40,000 หลัง ภายในปีงบประมาณ 2570 ซึ่งล่าสุดเราได้ลงนามความร่วมมือ โครงการจัดสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และการเคหะแห่งชาติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากทางมูลนิธิฯ จะร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ในโรงเรียนที่อยู่ในเครือข่ายอยู่แล้ว ทาง ศธ.ก็จะยินดีอย่างยิ่ง” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความยินดีกับการทำงานด้านการศึกษาตลอด 9 ปีที่ผ่านมาของมูลนิธิฯ ซึ่งทาง ศธ. ก็มีความยินดีที่จะร่วมทำงานกับมูลนิธิฯ ต่อเนื่องร่วมกันอีกยาวนาน และพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานร่วมกันในทุกมิติ ทั้งระบบพัฒนา School Management System (SMS) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการบริหารจัดการครอบคลุมทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทุกแห่ง รวมทั้งการพัฒนาผู้บริหารและครู ที่สอดคล้องกับกับยุทธศาสตร์ของ CONNEXT ED ทั้ง 5 ด้าน อย่างเต็มที่

    จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้มอบรางวัลให้แก่นักเรียนโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีต้นแบบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1395676&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2whQDhMPx6gbulxe32iq8u

  • ไม่เกินคาด! กมธ.ศึกษายกเลิก MOU43-44 จ่อขยายเวลาเพิ่ม 30 วัน

    ไม่เกินคาด! กมธ.ศึกษายกเลิก MOU43-44 จ่อขยายเวลาเพิ่ม 30 วัน

    ‘กมธ.ศึกษา ยกเลิก MOU43-44’ จ่อ ขยายเวลาเพิ่ม 30 วัน เหตุพิจารณาไม่ทัน ‘สฤษฏ์พงษ์’ เผยที่ประชุมยังเห็นต่าง หนุน ‘รัฐบาล’ จัดเวทีดีเบต ให้ความรู้ประชาชน ย้ำอำนาจยกเลิกอยู่ที่ ครม.

    19 พ.ย. 2568 – นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU 2543 และ 2544 ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการศึกษา ว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนทำรายงาน มีเวลาศึกษาจนถึงวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ซึ่งคิดว่าไม่ทันจึงต้องขอขยายเวลาศึกษาออกไปอีก 30 วัน เพื่อให้มีเวลาในการรวบรวมเอกสาร และข้อมูล ของแต่ละฝ่ายให้ได้เต็มที่ ซึ่งทางกรรมาธิการได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อไปรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบข้อมูลให้สมบูรณ์โดยมี นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธาน

    ส่วนขณะนี้ เหตุการณ์ชายแดนเริ่มปะทุอีกครั้ง ทาง กมธ.ได้ประเมินสถานการณ์ไว้หรือไม่ นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เราประเมินทุกสถานการณ์ แต่การจะยกเลิกหรือไม่ยกเลิก MOU เป็นอำนาจของรัฐบาล แต่บทบาทของกมธ.ก็ทำเต็มที่เพื่อเสนอให้รัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะฟังหรือไม่ฟังข้อมูลจากกรรมาธิการ ก็เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี

    ในที่ประชุมขณะนี้ ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันทั้งในส่วนข้าราชการ อดีตข้าราชการ และภาคประชาชน แต่ในความเห็นที่แตกต่างกันก็พยายามทำความเข้าใจว่าไม่ใช่ใครเป็นฝ่ายที่ถูกหรือฝ่ายที่ผิด แต่อาจมีฐานข้อมูลความเชื่อและการตีความที่แตกต่างกัน

    เมื่อถามว่าในที่ประชุมมีการพูดคุยหรือไม่ว่าถ้าหากยกเลิก MOU43-44 จะทำให้เราเสียเปรียบหรือได้เปรียบมากกว่ากัน นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายที่เห็นควรไม่ให้ยกเลิกก็ให้เหตุผลว่าหากเรายกเลิกเราก็จะเสียสิทธิ์และเสียเปรียบ ส่วนฝ่ายที่บอกว่ายกเลิกได้ทันทีก็เพราะว่าเขาผิดอนุสัญญาและเป็นโอกาสในจังหวะที่ประเทศไทยควรยกเลิก แต่ยังมีอีกหลายประเด็นทั้งเรื่องที่ต้องพิจารณา เช่น การตีความตามเส้นแนวเขตว่าจะใช้แนวเขตตามขอบหน้าผาหรือแนวสันปันน้ำ ซึ่งวันนี้จะมีการคุยกันในเรื่องเขตรอยต่อไทยกัมพูชาที่เป็นสันเขาและล้ำเข้ามาในดินแดนของประเทศไทย ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

    เมื่อถามว่ารัฐบาลเตรียมจัดดีเบตรับฟังความเห็นเรื่อง MOU43-44 ทาง กมธ.จะมีส่วนร่วมอย่างไรนั้น นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยเพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม โดยเฉพาะพี่น้องชายแดน 7 จังหวัด โดยนำวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญให้ข้อมูลทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแก่ประชาชนตามแนวชายแดน

    ส่วนจะทำให้เราเสียเปรียบกัมพูชาหรือไม่ในการดีเบตครั้งนี้ นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ที่ข้อกฎหมายอยู่แล้ว สิ่งที่ประเทศไทยเราจะได้ก็คือประชาชนได้มีความรู้เพิ่มขึ้น และเห็นด้วยในการทำประชามติแบบประเทศประชาธิปไตย เราอย่าไปคิดว่าตอนเซ็น MOU ทำไมไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และพอคราวนี้ตัดสินใจให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตนคิดว่ารัฐบาลหรือ ครม. จะตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือไม่เพียงแต่ต้องการให้ประชาชนมามีส่วนร่วม และการที่กัมพูชาทำพฤติกรรมแบบนี้เราก็ต้องเก็บข้อมูลเพราะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ เราก็ต้องไปเก็บข้อมูลว่าละเมิดอย่างไร สิ่งเหล่านี้พอถึงเวลาจะย้อนกลับและเป็นคนประโยชน์ต่อประเทศไทย

    สิ่งสำคัญที่สุด ที่ตนอยากทำความเข้าใจกับประชาชนคือ ให้ประชาชนยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ สิ่งที่เห็นต่างกันในข้อเท็จจริงเราอย่านำประเด็นที่เห็นต่างกันทำเพื่อชัยชนะ ประเด็นที่เห็นต่างและทำให้กัมพูชาเอาประเด็นที่เห็นว่ามีประโยชน์ไปอ้างได้ในเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/898542/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0-zk2S1ifAisVxMea-4nrQ

  • น้ำท่วมชัยนาท ยังอ่วม 11 โรงเรียนปิดไม่มีกำหนด ปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์

    น้ำท่วมชัยนาท ยังอ่วม 11 โรงเรียนปิดไม่มีกำหนด ปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์

    น้ำท่วมชัยนาท ยังกระทบเป็นวงกว้าง 11 โรงเรียนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ประกาศปิดต่อเนื่อง ปรับรูปแบบการเรียนการเป็นออนไลน์ ลดปัญหาการเดินทางของนักเรียน-บุคลากร

    วันที่ 19 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม้จะเริ่มมีปริมาณลดลงแต่ชาวบ้านในหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบ ส่งผลทำให้บ้าน วัด โรงเรียน รวมไปถึงหน่วยงานราชการหลายแห่งยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในครั้งนี้ แม้ว่าสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแต่น้ำเอ่อเข้าท่วมแล้ว ต้องรอให้น้ำลดมากกว่านี้ถึงจะสามารถระบายได้

    สำหรับปัจจุบัน สถานการณ์น้ำที่ สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,788 ลบ.ม./วินาที ที่สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.45 เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.29 เมตร/รทก. ต่ำกว่าตลิ่ง 5 ซม. และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 2,688 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำลดจากเมื่อวาน 5 ซม. นอกจากนี้ทางกรมชลประทานยังได้ทำการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ในอัตรารวมกันอยู่ที่ 640 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำ

    นอกจากนี้ สถานการณ์น้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ ยังคงมีระดับสูงไม่ต่ำกว่า 2 เมตรในบางจุด ชาวบ้านใช้ชีวิตกันอยู่ด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เรือพายเข้าออกหมู่บ้าน 

    ขณะที่ทางด้านสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท เผยตัวเลข ปัจจุบัน ในพื้นที่ จ.ชัยนาท มีโรงเรียนในพื้นที่ประสบอุทกภัยปิดทำการเรียนการสอนแล้ว จำนวน 11 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนวัดอินทราราม โรงเรียนโพธิ์ประสิทธิ์ โรงเรียนวัดสมอ โรงเรียนวัดยางศรีเจริญ โรงเรียนวัดมะปราง โรงเรียนวัดศรีมงคล โรงเรียนวัดหาดอาษา โรงเรียนวัดบ้านหนอง โรงเรียนบางไก่เถื่อน โรงเรียนชุมชนวัดโคกเข็ม และโรงเรียนวัดโพธิ์มงคล ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย นักเรียนไม่สามารถเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ โดยทางโรงเรียนได้มีการปรับรูปแบบการเรียนมาเป็นในรูปแบบออนไลน์ และ On hand ให้กับนักเรียน

    ขณะที่ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท (กอ.ปภ.ชัยนาท) ได้เปิดเผยว่าปัจจุบัน ในพื้นที่ จ.ชัยนาท มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.วัดสิงห์ อ.มโนรมย์ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรคบุรี และ อ.สรรพยา มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้วจำนวน 26 ตำบล 1 เขตเทศบาล 88 หมู่บ้าน 11 ชุมชน 6,235 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแล้ว 17,947 คน พื้นที่ทางการเกษตรกว่า 600 ไร่ ซึ่งทางองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ยังคงให้ความช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/central/2896435&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0bRLGaOU0jmmotqE_zuMD1

  • นักวิจัยไขปริศนา…นกและสัตว์ทะเลกินพลาสติกเท่าไรถึงอันตรายแก่ชีวิต?

    นักวิจัยไขปริศนา…นกและสัตว์ทะเลกินพลาสติกเท่าไรถึงอันตรายแก่ชีวิต?

    นับเป็นอีกหนึ่งผลการศึกษาที่น่าสนใจในประเด็นสิ่งแวดล้อม เมื่อนักวิจัยจากหลายประเทศทำการวิเคราะห์ซากสัตว์ทะเลกว่า 10,412 ตัวจากทั่วโลก เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างการกลืนพลาสติกกับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต พบว่าสัตว์ทะเลหลายชนิดสามารถตายได้แม้กลืนพลาสติกเพียงเล็กน้อย

    งานวิจัยล่าสุดนี้เผยแพร่ใน Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS) โดยทีมวิจัยรวบรวมข้อมูลจากนกทะเล เต่าทะเล และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น โลมา วาฬ และแมวน้ำ เพื่อสร้างโมเดลทางสถิติที่ช่วยทำนายความเสี่ยงการตายจากพลาสติก โดยใช้เทคนิค Weibull Accelerated Failure Time model ซึ่งเน้นวัดความเสี่ยงจากการตายเฉียบพลัน หลังการอุดตันหรือบาดเจ็บในทางเดินอาหาร

    ผลการศึกษาพบว่าแม้สัตว์จะกลืนพลาสติกเพียงเล็กน้อยก็สามารถเกิดอันตรายรุนแรงได้ เช่น

    • นกทะเล มีโอกาสตายสูงถึง 90% เมื่อกลืนพลาสติกเพียง 6 ชิ้นขนาดเล็กกว่าถั่ว
    • เต่าทะเล อาจเสียชีวิตเมื่อมีพลาสติกในทางเดินอาหารประมาณ 405 ชิ้น
    • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล เช่น โลมาและแมวน้ำ มีโอกาสตายสูงเมื่อกลืนพลาสติกประมาณ 29 ชิ้น

    sustainability-researchers-solve-mystery-plastic-marine-animal-death-SPACEBAR-Photo01.jpg

    นักวิจัยยังพบว่า “ชนิดของพลาสติก” ส่งผลต่อความรุนแรงของอันตรายแตกต่างกัน

    • นกทะเล อันตรายมากจาก พลาสติกยางและพลาสติกแข็ง
    • เต่าทะเล เสี่ยงจาก พลาสติกเนื้อนิ่มและถุงพลาสติก
    • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล ได้รับอันตรายจาก พลาสติกเนื้อนิ่มและเศษอุปกรณ์ประมง

    ข้อมูลจากการชันสูตรซากสัตว์เผยว่า 47% ของเต่าทะเล, 35% ของนกทะเล และ 12% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทะเล มีพลาสติกในทางเดินอาหารเมื่อเสียชีวิต และส่วนใหญ่เป็นสัตว์ที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์หรือถูกคุกคามตาม IUCN ซึ่งชี้ชัดว่ามลพิษพลาสติกเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของสายพันธุ์หลายชนิด

    “ขีดจำกัดของพลาสติกที่เป็นอันตรายต่อนกทะเลและสัตว์ทะเลนั้นเล็กกว่าที่เราคาดไว้มาก เราจำเป็นต้องลดการผลิตพลาสติก ปรับปรุงระบบจัดการขยะ รีไซเคิล และทำให้มหาสมุทรสะอาดขึ้น”

    — เอริน เมอร์ฟีย์ นักวิจัยด้านพลาสติกในทะเลจากองค์กร Ocean Conservancy กล่าว

    นักวิจัยชี้ว่าการศึกษานี้เน้นผลกระทบระยะสั้นจากการอุดตันในทางเดินอาหารเท่านั้น ยังไม่ได้รวมถึงผลระยะยาวจากสารเคมีในพลาสติก หรือความเสี่ยงจากการพันรัด ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเลสูงกว่าที่รายงานหลายเท่า

    sustainability-researchers-solve-mystery-plastic-marine-animal-death-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ทั้งนี้ จากข้อมูล OECD ที่เปิดเผยในปี 2019 พบว่าในแต่ละปีมีพลาสติกกว่า 6 ล้านตันเล็ดลอดเข้าสู่แม่น้ำ ทะเลสาบ และมหาสมุทร การวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าปัญหาเศษพลาสติกขนาดใหญ่ยังคงเป็นภัยร้ายแรงต่อสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ แม้ว่าความสนใจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาจะขยายไปยัง “ไมโครพลาสติก” และ “นาโนพลาสติก” ที่พบกระจายทั้งในทะเลลึกและร่างกายมนุษย์

    งานวิจัยนี้ตอกย้ำความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเพื่อลดพลาสติกในมหาสมุทร ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG 12 และ SDG 14 ทั้งในเรื่องการลดการผลิตพลาสติก การปรับปรุงระบบจัดการขยะ การรีไซเคิล และการทำความสะอาดมหาสมุทร เพื่อปกป้องชีวิตสัตว์ทะเลและรักษาสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว

    ท้ายที่สุด หากมองในมุมเสียดสี เหมือนกับว่ามหาสมุทรกำลังกลายเป็น “บุฟเฟ่ต์พลาสติก” ขนาดยักษ์สำหรับสัตว์ทะเล โดยที่ “มนุษย์” เป็นพ่อครัวผู้สร้างอาหารพิษ โดยไม่รู้ว่าเหล่านก เต่า และวาฬที่กินเข้าไป…จะรอดชีวิตได้กี่เปอร์เซ็นต์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/sustainability-researchers-solve-mystery-plastic-marine-animal-death&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35onknHRSIFYpSj3v5kYzi