Category: วัฒนธรรม

  • เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    พื้นที่เขตพัฒาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้ประมาณการความต้องการบุคลากรในพื้นที่ ช่วงปี 2562 – 2566 ไว้จำนวน 475,688 อัตรา

    ตามความต้องการในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมที่อยู่ในแผนส่งเสริมซึ่งมีทั้งจำนวนบุคลากรและระดับการศึกษาแตกต่างกันไป เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ มีความต้องการทั้งหมด 37,526 ตำแหน่ง แบ่งเป็นอาชีวศึกษา 21,885 ตำแหน่งปริญญาตรี

    14,277ตำแหน่งปริญญาโท – เอก1,364ตำแหน่ง หากประเมินตามทิศทางขับเคลื่อนของโลกแล้วจะพบว่า  ไทยต้องเติมเต็มทั้งจำนวนและขีดความสามารถบุคลากรในพื้นที่เขตเศรษฐกิจต่างๆอีกมาก ซึ่งบทบาทสำคัญจะต้องไปอยู่ที่ “สถาบันการศึกษา

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติ ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้

    1. เห็นชอบการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษอื่นให้เป็นพื้นที่จัดตั้งสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอีก 4 พื้นที่ ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง-ตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้

    เพื่อเป็นเขตพื้นที่จัดการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งสอดคล้องกับมติ ครม. (20 ก.ย. 2565) ที่เห็นชอบการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4 พื้นที่ข้างต้น (เดิมมี 1 พื้นที่ คือ อีอีซี)

    2. เห็นชอบทบทวนมติ ครม. (17 ต.ค. 2560) เรื่อง ขอความเห็นชอบหลักเกณฑ์ รูปแบบ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการจัดการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และข้อกฎหมายปัจจุบัน เช่น สถาบันอุดมศึกษาฯ ต้องได้รับการรับรองในสาขาวิชาจากการจัดอันดับของ QS(Quacquarelli Symonds : เป็นการจัดอันดับมหาวิทยาลัย)หรือ THE (การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกของ Times Higher Education)หรือหน่วยงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ (คพอต.) ประกาศกำหนดในอันดับที่สูงหรืออย่างน้อยต้องดีกว่าอันดับของสาขาวิชานั้น ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาในไทย

    นอกจากนี้ ให้มีการจัดทำแผนการรับนักศึกษาโดยกำหนดสัดส่วนของนักศึกษาไทยและต่างชาติให้เหมาะสม สถาบันอุดมศึกษาฯ ต้องยื่นคำขออนุญาตจัดการศึกษา พร้อมหลักฐานต่อคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาฯ ตามแบบที่กำหนด

    3. รับทราบแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาฯ ตามข้อเสนอโครงการขับเคลื่อนอุดมศึกษาสู่การเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับภูมิภาค เพื่อ 1.ส่งเสริมนโยบาย “การจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาฯ” ภายใต้รูปแบบการจับคู่ความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาของไทยและ/หรือภาคเอกชนของไทยในฐานะหุ้นส่วนทางการศึกษา 2.ยกระดับระบบอุดมศึกษาของประเทศให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ และเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับภูมิภาคและจุดหมายปลายทางด้านการศึกษา

    รายงานข่าวแจ้งว่า ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. 2564 โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    ตามระเบียบฯ แบ่งเป็น 2 ส่วนสําคัญ ได้แก่

    1. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 4ภาค (เริ่มดําเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2564 ) ประกอบด้วย ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor : NEC) – Creative LANNA ,ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor : NeEC) – Bio economy ,ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก(Central – Western Economic Corridor : CWEC) และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้(Southern Economic Corridor : SEC)

    2. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน 10 แห่ง ได้แก่ ตาก เชียงราย กาญจนบุรี หนองคาย นครพนม มุกดาหาร สระแก้ว ตราด สงขลาและนราธิวาส ฃ

    นอกจากนี้ ยังมี เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 โดยอีอีซี ที่ได้มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษาและสมรรถนะของบุุคลากรในอาชีพให้ได้มาตรฐานในระดับสากล โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ได้แก่มหาวิทยาลัยอมตะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน(National Taiwan University) เปิดหลักสูตรสาขาวิศวกรรมIntelligent Manufacturing System โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์ที่จะเข้ามาช่วยระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมยานยนต์

    โปรแกรม CMU-Thailand เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon)และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)เพื่อเปิดสอนหลักสูตรสารสนเทศและวิทยาการคอมพิวเตอร์

    สถาบันการจัดการธุรกิจบริการและการโรงแรมด้วยความร่วมมือด้านวิชาการกับเลส์ โรชส์ Asian Institute of Hospitality Management, In Academic Association with Les Roches (AIHM)ก่อตั้งโดย ไมเนอร์ โฮเทลส์ โดยความร่วมมือด้านวิชาการสถาบัน เลส์ โรชส์ ซึ่งเป็นผู้นำด้านการศึกษาสาขาการบริการระดับโลกAIHM เปิดสอนหลักสูตร Bachelor of Business Administration in Global Hospitality Management

    สำหรับ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปี 2025 ของTimes Higher Education (THE) ระบุ ให้มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก 3 อันดับแรก ได้แก่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด(อันดับ 1),สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT)(อันดับ 2) และมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด(อันดับ 3)โดยเกณฑ์การจัดอันดับจะพิจารณาจาก 5 ด้านหลัก ได้แก่ การสอน, สภาพแวดล้อมการวิจัย, คุณภาพงานวิจัย, รายได้จากอุตสาหกรรม และความเป็นนานาชาติ

    ด้านมหาวิทยาลัยไทยในอันดับโลก (THE) ปี 2025 ได้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย:อันดับ 601–800 ,มหาวิทยาลัยมหิดล:อันดับ 601–800.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี:อันดับ 801–1000.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:อันดับ 1001–1200.มหาวิทยาลัยขอนแก่น:อันดับ 1001–1200 . มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ:อันดับ 1201–1500.มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง:อันดับ 1201–1500

    การยกระดับและปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ มีรากฐานมาจากการศึกษาและคุณภาพของบุคลากร แม้ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโตไม่เต็มศักยภาพและจำนวนประชากรลดลงอย่างมาก ดังนั้นการเติมคุณภาพให้คนคือทางออกเพื่อทำให้เศรษฐกิจและประเทศไทยยังพัฒนาเท่าทันโลกได้ต่อไป

    เปิดทาง‘เขตเศรษฐกิจพิเศษ 4 ภูมิภาค’ ดึงมหาวิทยาลัยดังระดับโลกจัดตั้งในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1208694&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gIg8wfdkUsCdsgkl2Qb3R

  • โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา” – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา” – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา”

    โครงการ “ปันไออุ่นชาวนิด้า…สู่ชาวชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา”

    ลมหนาวมาแล้ววว! ขอเชิญชวนชาวนิด้า นักศึกษา ศิษย์เก่า และผู้สนใจทุกท่าน ร่วมแบ่งปันเสื้อผ้า เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม และอุปกรณ์กันหนาวต่าง ๆ เพื่อส่งมอบให้กับผู้ประสบภัยหนาว ณ ชุมชนสีคิ้ว จ.นครราชสีมา

    โดยสามารถร่วมแบ่งปันได้ที่

    • ส่วนสื่อสารองค์การ ชั้น 3 อาคารนิด้าสัมพันธ์
    • จุดตั้งกล่องรับบริจาค บริเวณอาคารต่าง ๆ โดยรอบสถาบัน

    หรือจัดส่งมาตามที่อยู่
    สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
    148 ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. 10240 (ส่วนสื่อสารองค์การ ชั้น 3 อาคารนิด้าสัมพันธ์ )

    เปิดรับบริจาคตั้งแต่บัดนี้ – 9 ธ.ค.68

    สอบถามรายละเอียดได้ที่
    ส่วนสื่อสารองค์การ (นิด้า) โทร. 0 2727 3449 , 3347

    #สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ #นิด้า #NIDA #NIDAThailand #WISDOMforSustainableDevelopment #สร้างปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน #สร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในอนาคต #สร้างคุณประโยชน์ให้ชุมชนและสังคม #นิด้าเพื่อชุมชนและสังคม #นิด้าสีคิ้ว #นิด้าโคราช #nidasikhio #สู้ภัยหนาว #บริจาคเสื้อกันหนาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/nida-warmth-sharing-sikhio-community/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BL4XSMGSGI8l6ZVi_UcVi

  • ก้าวสู่ปีที่ 9 มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี รวมพลัง 3 ภาคส่วน ยกระดับการศึกษา

    ก้าวสู่ปีที่ 9 มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี รวมพลัง 3 ภาคส่วน ยกระดับการศึกษา

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2896614&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_FEPU3gKlupmodXSelSAq

  • “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการสุดแกร่งเข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการสุดแกร่งเข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ประวัติไม่ธรรมดา “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการสุดแกร่ง จนได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”

    ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” พบว่า 1 ใน 5 บุคคลที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือ “แม่ทัพกุ้ง” พลโทบุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”)

    พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2

    จากเหตุการณ์ “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ชื่อของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ถูกพูดถึงอย่างมากในขณะนั้น ในฐานะผู้บัญชาการที่มีความเข้มแข็ง

    • ประวัติของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง หรือ แม่ทัพกุ้ง เกิดวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2508 ที่จังหวัดหนองคาย เวลานั้นเป็นอำเภอบึงกาฬ โดยคุณพ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน จากนั้นมาเรียนหนังสือที่ จ.อุดรธานี 
    • แม่ทัพกุ้ง เคยเล่าว่า แรงบันดาลใจที่อยากเป็นทหาร–ตำรวจ ส่วนหนึ่งมาจากคุณพ่อเป็นตำรวจ ตอนนั้นอยู่ในช่วงของการปราบปรามคอมมิวนิสต์ เป็นตำรวจภูธรที่ทำหน้าที่คล้ายกับทหาร ไม่ค่อยได้อยู่กับครอบครัว อีกหนึ่งในแรงบันดาลใจของการเป็นทหาร คือหนังไทยเรื่อง เตือนใจ ได้เห็นชีวิตนักเรียนเตรียมทหารแล้วปลุกไฟฝันให้ลุกโชน
    • การศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนชุมชนบ้านดุง ระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนบ้านดุงวิทยา รุ่นที่ 10 จากนั้นเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 ต่อมาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 37 และศึกษาในระดับสูงที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 77 เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นนายทหารฝ่ายเสนาธิการในอนาคต
    • หลังสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยฯ แม่ทัพกุ้งได้เข้ารับราชการในเหล่าทหารราบ โดยปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยขึ้นตรงของกองทัพภาคที่ 2 มาอย่างต่อเนื่อง สั่งสมประสบการณ์จากหน่วยรบชายแดนและหน่วยกำลังรบหลักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านการปฏิบัติงานและดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บังคับหมวดกองร้อย จนก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับหน่วยระดับกองพันและกรมทหาร 
    • ‘บิ๊กกุ้ง’ ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ลำดับที่ 44 ต่อจาก พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เริ่มดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 กระทั่งเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2568
    • ชีวิตรักของแม่ทัพกุ้ง ได้สมรสกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุพางค์พรรณ พาดกลาง อดีตประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการด้านกิจการนักศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ โดยมีธิดาด้วยกัน 2 คน
    • ปัจจุบัน แม่ทัพกุ้ง ดำรงตำแหน่ง นายทหารราชองครักษ์พิเศษ / ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งล่าสุดเพิ่งได้รับตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษสถาบันพระปกเกล้า และ ผอ.หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข (สสสส.) อีกด้วย

    แล้วใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ https://www.thairath.co.th/campaign/vote

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2897125&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jy2aMGeApXhSZRd1Wp4Jn

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานในการประชุมสามัญคณะกรรมการศิริราชมูลนิธิ ครั้งที่ 176 ประจำปี 2568

    – พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

    – องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ประจำปีการศึกษา 2566 เป็นวันที่สอง

    – พระราชวงศ์ และองคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    – องคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ประจำปี 2568 และรับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดน่าน

    – องคมนตรี ตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงาน ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง จังหวัดเชียงใหม่

    – องคมนตรี ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์

    – ประชาชน ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    – สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/452002&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2lYHjRe582uniwWGvVmTES

  • ‘อัษฎางค์’ อัด ‘ไอติม’ ตัวตลกทางการเมือง!

    ‘อัษฎางค์’ อัด ‘ไอติม’ ตัวตลกทางการเมือง!

    22 พฤศจิกายน 2568 – นายอัษฎางค์ ยมนาค อินฟลูเอนเซอร์การเมือง  โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ตัวตลกทางการเมือง”

    น่าผิดหวังกับ ไอติม คนรุ่นใหม่ หน้าตาดี การศึกษาดี(มาก) แต่การพูดและความคิดแต่ละเรื่อง ตลกมาก ไม่เหมือนคนมีการศึกษาที่ดี น้องไม่รู้จริงๆ หรือว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคืออะไร

    การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ความต้องการ “ล้มรัฐบาล”

    คุณตั้งใจจะใช้เสียงข้างมากในสภาล้มรัฐบาล แต่คุณห้ามเขา ไปไหน ด้วยคำพูดที่ดูเหมือนคุณไม่รู้ว่า การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ความต้องการ “ล้มรัฐบาล”

    “คุณพริษฐ์เปรียบรัฐบาลเป็น “ผู้รับเหมาทิ้งงาน” แต่ลืมดูตัวเองรึเปล่าว่าฝ่ายค้านทำตัวเหมือน ”เจ้าของบ้านที่ถือจอบเสียมมาทุบเสาบ้านตัวเอง“

    ในเมื่อผู้รับเหมา (รัฐบาล) รู้ว่าทำไปพวกคุณก็จ้องจะทุบทำลาย ไม่ได้จะมาช่วยกันตรวจงาน การที่ผู้รับเหมาตัดสินใจ ‘คืนกุญแจบ้านให้เจ้าของตัวจริง (ประชาชน)’ ผ่านการยุบสภา เพื่อให้เขาเลือกผู้รับเหมาใหม่ มันคือความรับผิดชอบสูงสุดตามระบอบประชาธิปไตย

    อย่ามาตลกครับ เป้าหมายสูงสุดของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ ”การล้มรัฐบาล“

    เหมือนนักมวยที่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจัดเวทีไว้แล้ว

    รัฐบาลก็แค่บอกว่า

    “ไม่ขึ้นชกบนเวทีที่คุณจัด ผมไปให้ประชาชนตัดสินดีกว่า”

    ฝ่ายค้านอยากให้เกิดฉาก

    • รัฐบาลถูกถล่ม 3 วัน 3 คืน
    • ประชาชนเสพแต่ภาพลบ
    • แล้วรัฐบาล “แพ้มติ” ต่อหน้ากล้อง

    นี่คือเวทีโฆษณาหาเสียงชั้นดี

    อนุทินเลยตัดไฟ “คุณจะสร้างเวที ผมปิดเวทีให้จบก่อน”

    มันเป็นการรู้ทัน ไม่ใช่ “หนีงาน”

    ในเมื่อรัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าเป็นเสียงข้างน้อย สู้ไปในสภาก็แพ้มือพวกคุณอยู่ดี การชิง ‘ยุบสภา’ ก็เท่ากับตอบสนองความต้องการของฝ่ายค้านที่อยากให้รัฐบาลชุดนี้พ้นไปไงครับ คุณได้สิ่งที่คุณต้องการแล้ว (รัฐบาลไป) จะร้องแรกแหกกระเชอทำไม?

    นอกเสียจากว่า… จุดประสงค์จริงๆ ของพวกคุณ ไม่ใช่การล้มรัฐบาลเพื่อประโยชน์ประเทศ แต่คือการอยากใช้เวทีสภาเพื่อ “พ่นน้ำลาย” สร้างคอนเทนต์ตีกินทางการเมืองฟรีๆ พอรัฐบาลรู้ทันเกม ตัดบทไม่ให้เล่นละคร คุณเลยดิ้นพล่านเหมือนเด็กโดนขัดใจแบบนี้”

    “การยุบสภาคือการเดินเข้าหาประชาชน ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินอนาคตประเทศ นี่คือความกล้าหาญที่สุดของนักการเมือง

    อยากล้มรัฐบาล พอรัฐบาลยุบสภาให้ กลับร้องเหมือนเด็กโดนแย่งของเล่น ตกลงอยากเปลี่ยนรัฐบาล หรือแค่อยากด่าเอามัน?”

    “รัฐบาลเสียงข้างน้อยยอมถอยเพื่อให้ประชาชนตัดสิน ดีกว่าทนอยู่ให้ฝ่ายค้านรุมกินโต๊ะในสภาปาหี่ที่ล็อกผลโหวตไว้แล้ว”

    “ผู้รับเหมาไม่ได้ทิ้งงาน แต่คืนงานให้เจ้าของตัวจริงตัดสินใจ ดีกว่าปล่อยให้พวกจ้องทำลายมารื้อบ้านเล่น

    สรุปให้อีกที

    ฝ่ายค้านกำลังพยายามสร้างภาพว่า “รัฐบาลหนีการตรวจสอบ” ทั้งที่ตามโครงสร้างของ ม.151 จุดประสงค์จริงคือ “โค่นรัฐบาล” ไม่ใช่ตรวจสอบธรรมดา

    รัฐบาลเสียงข้างน้อยแพ้แน่นอนอยู่แล้ว ฉะนั้นการยุบสภาคือการคืนอำนาจให้ประชาชน “ไม่ใช่การทิ้งงาน”

    แต่ในความจริง การยุบสภาคือการปิดเวทีที่ฝ่ายค้านตั้งใจสร้างเพื่อถล่มรัฐบาลเพื่อสร้างคะแนนเสียงก่อนเลือกตั้ง

    อ่อนหัด ไปหัดมาใหม่

    ผมเชียร์ให้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเลยครับ ผมอยากเห็นนายกอนุทินยุบสภาวันที่ 12 ธันวา การแก้รัฐธรรมนูญของพวกคุณทั้งหมดจะได้ยุติไปพร้อมกัน ขอท้าให้กล้าๆ กันหน่อย อย่าอ่อยครับ คราวนี้ผมสนับสนุนพรรคประชาชนเต็มที่ จัดไปเลย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/900448/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MzNC1VP0lmBJNw0z6phpx

  • UOB เผย เวียดนามขึ้นแท่นผู้นำอาเซียนด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค : อินโฟเควสท์

    UOB เผย เวียดนามขึ้นแท่นผู้นำอาเซียนด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภค : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวเวียดนามนิวส์รายงานในวันศุกร์ (21 พ.ย.) โดยอ้างอิงผลการศึกษาของธนาคารยูโอบี (UOB) ของสิงคโปร์ว่า เวียดนามยังคงเป็นผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนในด้านมุมมองเชิงบวกของผู้บริโภค โดยได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสและความเชื่อมั่นในสถานะการเงินส่วนบุคคล

    รายงานระบุว่า เวียดนามมีคะแนนสูงสุดในดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาเซียน (ASEAN Consumer Sentiment Index) ของ UOB ที่ 67 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 54 อย่างเห็นได้ชัด

    ผลการศึกษาชี้ว่า ผู้บริโภคชาวเวียดนามแสดงความมั่นใจอย่างมากในเสถียรภาพทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ อันจะเห็นได้จากมุมมองเชิงบวกที่ยังคงอยู่ แม้สถานการณ์โลกในปัจจุบันจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนก็ตาม

    พอล คิม หัวหน้าฝ่ายบริการทางการเงินส่วนบุคคลของ UOB เวียดนาม กล่าวว่า “แม้จะมีปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลก แต่เวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการกำหนดทิศทางนโยบายที่มีประสิทธิภาพ แรงผลักดันนี้ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และทำให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินมากขึ้น”

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/547921&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2naCC2dOjAaCIE3-aYISmG

  • การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ในระยะเวลา ๑ ปี – OBEC

    การประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ในระยะเวลา ๑ ปี – OBEC

    ดร.กัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ เป็นประธานคณะกรรมการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาพัฒนาการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ในระยะเวลา ๑ ปี เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถรอบด้าน ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ และโรงเรียนบ้านดงกระทิง (มิตรภาพอนุสรณ์) อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ 

    วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ดร.กัญจนา สัตตรัตนำพร ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑  เป็นประธานคณะกรรมการประเมินสัมฤทธิผลการปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อพัฒนาการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ ในระยะเวลา ๑ ปี เพื่อให้ได้ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีศักยภาพ มีภาวะผู้นำ มีความสามารถรอบด้าน ณ โรงเรียนอนุบาลบุรีรัมย์  อำเภอเมืองบุรีรัมย์ คณะกรรมการ ประกอบด้วย นางสาวอรุณี นิลสระคู ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ส.ต.อ.ยรรยง ศิลาชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนเสนศิริอนุสรณ์ นางสาวเกศิรินทร์ ก่อแก้ว ปฏิบัติหน้ที่ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา และโรงเรียนบ้านดงกระทิง (มิตรภาพอนุสรณ์) อำเภอบ้านด่าน คณะกรรมการประกอบด้วย นายทองใบ สะอาดรัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลบ้านด่าน และนายชวลิต ชุมพลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสำโรงสันติภาพ โดยมี ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมให้กำลังใจผู้รับการประเมินฯ (ชลาลัย สุวรรณทา : ภาพ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/21737&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kassUKulIdxxOcoIzDO_U

  • เปิดประวัติ วีนา ปวีนา ตำนานนางงามนักสู้ คว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

    เปิดประวัติ วีนา ปวีนา ตำนานนางงามนักสู้ คว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

    สวมสะพายไทยแลนด์ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ได้เป็นอย่างดี สำหรับ วีนา ปวีนา ซิงห์ และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025 แต่เส้นทางจักรวาลสำหรับวีนาไม่เคยง่ายเลย ต้องรอคอยมายาวนานถึง 8 ปีกว่าจะคว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 มาได้ ไทยรัฐบันเทิงจะพาไปย้อนประวัติเส้นทางนางงามของเธอกัน

    วีนา ปวีนา เกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2539 ที่ จ.เชียงใหม่ เธอเกิดมาในครอบครัวเชื้อสายอินเดียที่นับถือศาสนาซิกข์ มารดาเกิดและโตที่อินเดียจึงค่อนข้างเคร่งศาสนามากกว่าครอบครัวฝั่งบิดาที่อาศัยอยู่จังหวัดยะลา ต่อมาเธอย้ายไปอยู่ที่จังหวัดยะลาร่วมกับป้า ด้านการศึกษา วีนาสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสตรียะลา และระดับปริญญาตรีที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาวิชาภาษารัสเซีย

    สำหรับเส้นทางสายนางงาม วีนาเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 เมื่อปี 2561 เป็นครั้งแรก และคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 จากนั้นในปี 2563 วีนากลับมาบนเวทีนางงามอีกครั้งด้วยการเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 1

    หลังจากนั้นอีก 3 ปี วีนากลับมาบนเส้นทางนางงามอีกครั้งในปี 2566 กับการได้รับแต่งตั้งเป็นมิสยูนิเวิร์สภูเก็ต 2023 เป็นตัวแทนภูเก็ตเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ก่อนจะคว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 2 และสละตำแหน่งในภายหลัง

    แม้จะต้องผิดหวังมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่วีนาก็ยังสู้ไม่ถอย เธอกลับมาสู่เส้นทางนางงามอีกครั้งในปี 2568 ด้วยการเป็นตัวแทน อ.เสาไห้ จ.สระบุรี เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สสระบุรี 2025 และคว้าตำแหน่งชนะเลิศ ก่อนจะเป็นตัวแทนจังหวัดสระบุรีเข้าร่วมประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 และสามารถคว้ามงกุฎมาได้สำเร็จสมดังใจ หลังรอคอยวันนี้มานานกว่า 8 ปี เรียกว่าเป็นตำนานนางงามนักสู้ของไทยอีกคน

    และในวันนี้ วีนา ปวีนา ทำหน้าที่ตัวแทนสายสะพายไทยแลนด์ เข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2025 ครั้งที่ 74 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเจอดราม่าในช่วงเก็บตัว โดยเฉพาะเรื่องชุด แต่ทุกอย่างก็ถูกปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น และกวาดใจแฟนๆ นางงามในผลงานสุดปังทั้งรอบชุดประจำชาติ รวมถึงรอบพรีลิมฯ ที่ทำได้ดีทั้งการเดินชุดว่ายน้ำและชุดราตรี สวยสะพรึงสะใจแฟนๆ ไทยแลนด์ เสียงเชียร์ดังสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว ก่อนจะคว้ารองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025 ไปครอง

    ซึ่งวีนาย้ำเสมอว่าเธอเลือกที่จะประกวดเวทีนี้เวทีเดียวเท่านั้น และเมื่อไทยรัฐบันเทิงมีโอกาสได้สัมภาษณ์วีนา เธอเผยถึงเรื่องที่เธอตั้งใจมาประกวดเฉพาะเวทีมิสยูนิเวิร์สเพียงเวทีเดียวไว้ว่า “การที่เรามาครั้งแรกแล้วมีคนสัมภาษณ์ถามวีนาว่า ถ้าไม่ได้จะกลับมาอีกมั้ย แล้ววีนาตอบว่า “จะกลับมาจนกว่าจะมง” ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้มานั่ง… เป็นเด็กใสๆ เลย ไม่เคยเข้าวงการหรือเรียนเรื่องการตอบคำถาม เราก็ตอบมาจากใจจริงๆ ว่าเราจะมาจนกว่าเราจะมง เพราะว่านี่คือสิ่งที่เรารัก 

    มันคือเหตุผลว่าทำไมวีนาประกวดแค่มิสยูนิเวิร์ส ไม่ได้ประกวดเวทีอื่น เพราะว่าเรารู้ว่าใจเราเนี่ยจริงๆ เรารักคอนเซปต์ รักสิ่งที่เราได้รับจากเวทีมิสยูนิเวิร์ส เราไม่ได้มาประกวดเพราะเราอยากจะได้เงินรางวัล แน่นอนว่ามันเป็นส่วนนึงที่เราอยากได้ แต่เราไม่ได้อยากจะมาประกวดเพราะอยากได้มงกุฎอะไรก็ได้ ไม่ได้อยากจะมาประกวดเพราะอยากเป็นคนมีชื่อเสียง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องได้มาอยู่แล้วถ้าเราประกวด 

    สิ่งที่วีนายึดถือมั่นกับตัวเองเลยคือเราจะต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง แล้วเรารู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการ แล้วสิ่งๆ นั้นแหละมันเป็นสิ่งที่ทำให้ชาวนาวีเขาเชื่อมั่นว่า ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์ที่จะต้องทดสอบเรามากแค่ไหน เราจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าที่เรายึดถืออยู่ เพราะมันคือสิ่งที่เรารัก และคือความจริงใจต่อตัวเองของเรา”

    เราถามย้ำว่าคงไม่ได้เห็นวีนาในเวทีอื่นแน่นอนใช่ไหม วีนาตอบชัดเจนว่า “แน่นอนค่ะ จะไม่ได้เห็นวีนาในเวทีการประกวดนางงามแล้ว ยกเว้นว่าวีนาจะไปประกวดร้องเพลง (หัวเราะ) แต่ว่าการประกวดนางงามก็ให้มิสยูนิเวิร์ส 2025 เป็นปีสุดท้าย และหวังว่าจะเป็นชัยชนะด้วยค่ะ”

    คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2896752&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03PkbSBloAlLjx1OEjcj1W

  • ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    ”อรรถพล” สั่ง กฟผ.เดินหน้าปรับปรุงสายส่ง รับลงทุน ”ดาต้าเซ็นเตอร์”

    รัฐมนตรีฯพลังงาน เดินหน้าเต็มสปีดดึงนักลงทุนตั้ง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในประเทศไทย สั่งกฟผ.เร่งปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าไว้รองรับ งบประมาณ 3 พันล้านบาท

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าได้เร่งให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับผู้ประกอบการกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ที่คาดว่าจะมีการลงทุนตามมาจำนวนมาก หนึ่งในนโยบาย “Quick Big Win” ของรัฐบาล 

    โดยการปรับปรุงระบบสายส่งไฟฟ้าของกฟผ. ตั้งงบประมาณราว 3,000 ล้านบาท  เพื่ออำนวยความสะดวกในพื้นที่นอกอีอีซี ผ่านโครงการ TIPE และในอนาคตจะมีการอนุมัติแผนเพิ่มเติม

    นอกเหนือจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านสายส่งแล้ว รัฐบาลยังเร่งผลักดันโครงการ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) หรือการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการเข้ามาลงทุนของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/860797&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Jms3AkGkimDtM5FmJ_0uf