Category: วัฒนธรรม

  • องคมนตรีเป็นประธานมอบทุนการศึกษาพระราชทาน จ.น่าน | TOPNEWS

    องคมนตรีเป็นประธานมอบทุนการศึกษาพระราชทาน จ.น่าน | TOPNEWS

    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาพระราชทาน โครงการกองทุนการศึกษา ประจำปี 2568 ให้แก่นักเรียนผู้ได้รับทุนพระราชทาน รุ่นที่ 7 ในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 3 คน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ให้การต้อนรับ

    ภายหลังพิธีมอบทุน องคมนตรีได้ รับฟังการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนบ้านนายาง อำเภอนาหมื่น, โรงเรียนประกิตเวชศักดิ์ อำเภอนาน้อย, โรงเรียนบ้านหลวง อำเภอบ้านหลวง, โรงเรียนทุ่งช้าง อำเภอทุ่งช้าง และโรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก อำเภอสองแคว

    โครงการกองทุนการศึกษา เป็นโครงการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด จากพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมทั้งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษา เพื่อ “สร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง”

    การดำเนินงานโครงการอยู่ภายใต้ ยุทธศาสตร์ 3 เสาหลัก ได้แก่ ให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพ, ให้เด็กจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ, ปลูกฝังวินัย คุณธรรม และจริยธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1398770&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sJd1dSVhQOkLN2EngJiUP

  • “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ของไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในการบริหารองค์กรบนเวทีสากล หลังได้รับเชิญเข้าร่วมงาน “2025 Southeast Asia Best Managed Companies Regional Awards Ceremony” ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อรับประกาศเกียรติคุณจาก Deloitte Private ในฐานะหนึ่งในองค์กรที่ได้รับรางวัล Thailand’s Best Managed Companies 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมก้าวสู่ระดับสูงสุด “Gold Standard” ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กรไทยที่มีศักยภาพโดดเด่นอย่างต่อเนื่องในด้านการจัดการธุรกิจสมัยใหม่

                                           “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    โครงการ Thailand’s Best Managed Companies เป็นมาตรฐานระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฟ้นหาองค์กรเอกชนที่โดดเด่นใน 4 มิติหลัก ได้แก่

    1.กลยุทธ์ (Strategy)

    2.ความสามารถและนวัตกรรม (Capabilities & Innovation)

    3.วัฒนธรรมและความมุ่งมั่น (Culture & Commitment)

    4.ธรรมาภิบาลและการเงิน (Governance & Financials)

    การก้าวขึ้นสู่ระดับ Gold Standard สะท้อนว่าองค์กรสามารถรักษามาตรฐานการบริหารที่เป็นเลิศ ได้อย่างต่อเนื่องหลายปี ซึ่งมีเพียงไม่กี่องค์กรไทยที่สามารถไปถึงจุดนี้ได้

    นายตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จขององค์กร แต่คือพลังสำคัญที่ผลักดันให้อักษรเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมเพื่อการศึกษา ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ควบคู่กับหลักธรรมาภิบาล และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน 

                                    “อักษร เอ็ดดูเคชั่น”คว้ารางวัลบริหารจัดการยอดเยี่ยมผู้นำสื่อการศึกษา

    พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพนักงาน ครูผู้สอน และพันธมิตรเครือข่ายที่เชื่อมั่นในเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยได้ก้าวทันโลกอนาคต

    รางวัลระดับภูมิภาคนี้ยังตอกย้ำบทบาทของ อักษร เอ็ดดูเคชั่น ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ ทั้งด้านสื่อการสอน เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และโครงการยกระดับสมรรถนะครู ที่บริษัทผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูไทยมีเครื่องมือที่ทันสมัยและเด็กไทยเข้าถึงคุณภาพการเรียนรู้ที่เทียบเท่ามาตรฐานสากล 

    โดยองค์กรยังคงมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศทางการศึกษา (Education Ecosystem) ที่ตอบสนองความต้องการของโรงเรียนในยุคดิจิทัล และสนับสนุนโอกาสทางการเรียนรู้ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/644610&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vVAydYLHOK8bJuRa_Vgbe

  • สพม.เชียงใหม่ ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครูผู้ช่วย ปี 2568 – OBEC

    สพม.เชียงใหม่ ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ฯ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการครูผู้ช่วย ปี 2568 – OBEC

    วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ. 2568 การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นางนพมาศ ทองวิทยาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ประธานคณะกรรมการคัดเลือก ทำการประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพด้วยวิธีการสัมภาษณ์

    ในการนี้ นางธัญสุตา อุดมศิลปะทรัพย์ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ร่วมเป็นกรรมการ และ นางพัชรินทร์ กันวะนา ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการการสัมภาษณ์และประเมินความเหมาะสมจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 4

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณสมบัติเหมาะสม เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูผู้ช่วยต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/22483&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cOuK2IlOiGcbxjMl1YyB_

  • สพม.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่แสดงความห่วงใยนักเรียนประสบอุทกภัย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน – OBEC

    สพม.แม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่แสดงความห่วงใยนักเรียนประสบอุทกภัย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน – OBEC

    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. นายศุภวิชญ์ ดิษเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายสุรพล จริยา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน และผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจ ร่วมลงพื้นที่ ณ โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าเยี่ยมและให้กำลังใจนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่

    ในการนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ได้มอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นให้แก่นักเรียนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พร้อมทั้งรับฟังข้อมูลสถานการณ์จากผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้รับผิดชอบ เพื่อประเมินแนวทางการให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม

    นายศุภวิชญ์ ดิษเจริญ กล่าวว่า “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอน ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของนักเรียนเป็นลำดับแรก การลงพื้นที่ในครั้งนี้ไม่เพียงเพื่อมอบความช่วยเหลือในด้านวัตถุ แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยจากทุกภาคส่วนในระบบการศึกษา เพื่อให้นักเรียนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและเรียนหนังสือได้ตามปกติ”

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแม่ฮ่องสอนยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/22469&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jkbWmVVtzfFpidaGROZhS

  • เจาะสาเหตุ ทำไมออสเตรเลียสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย – BBC News ไทย

    เจาะสาเหตุ ทำไมออสเตรเลียสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย – BBC News ไทย

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การออกคำสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ของออสเตรเลียถือเป็นครั้งแรกของโลก
      • Author, บีบีซี นิวส์ และบีบีซี โกลบอล
      • Role,

    ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. นี้ บริษัทโซเชียลมีเดียจะต้องดำเนิน “ขั้นตอนที่เหมาะสม” เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ในออสเตรเลียจะไม่สามารถสร้างบัญชีผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มของตนได้ และบัญชีที่มีอยู่เดิมจะถูกปิดใช้งานหรือลบออกไปจากระบบ

    รัฐบาลกล่าวว่า การสั่งห้ามนี้เป็นนโยบายแรกของโลกที่ได้รับความนิยมจากผู้ปกครองจำนวนมาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลด “แรงกดดันและความเสี่ยง” ที่เด็ก ๆ อาจเผชิญบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมาจาก “การออกแบบฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้พวกเขาใช้เวลากับหน้าจอมากขึ้น ในขณะเดียวกันมีการนำเสนอเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกเขา”

    ผลการศึกษาที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลเมื่อต้นปีนี้พบว่า มีเด็กราว 96% ในกลุ่มเด็กที่มีอายุ 10-15 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย และยังพบอีกว่า 7 ใน 10 คนในจำนวนนั้นเคยได้รับเนื้อหาและพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ซึ่งมีตั้งแต่การเหยียดเพศ ไปจนถึงวิดีโอต่อสู้ และเนื้อหาที่ส่งเสริมความผิดปกติทางการกินและการฆ่าตัวตาย

    นอกจากนี้ยังพบว่า 1 ใน 7 คน จากจำนวนดังกล่าว รายงานว่า พวกเขาเคยเจอกับพฤติกรรมล่อลวงจากผู้ใหญ่หรือเด็กโต และมากกว่าครึ่งบอกว่าพวกเขาตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์

    เกร็ก แอตต์เวลส์ ผู้อำนวยการกลุ่มรณรงค์ 36 เดือน (36 months) ของออสเตรเลีย ซึ่งได้ล็อบบี้ให้ขยายอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้โซเชียลมีเดียจาก 13 ปี เป็น 16 ปี กล่าวกับบีบีซีว่า นี่ไม่ใช่การห้าม แต่เป็น “กันชนที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ได้รู้จักตัวเองก่อนที่โลกจะเป็นผู้กระทำ” นี่หมายถึงการเลื่อนเวลาออกไป 36 เดือน เมื่อพวกเขากลายเป็นพลเมืองดิจิทัลของระบบนิเวศโซเชียลมีเดีย

    แพลตฟอร์มใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ?

    รัฐบาลออสเตรเลียระบุชื่อ 9 แพลตฟอร์มที่จะถูกแบน ได้แก่ เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram), สแนปแชท (Snapchat), เธรดส์ (Threads), ติ๊กตอก (TikTok), เอ็กซ์ (X), ยูทิวบ์ (YouTube), เรดดิท (Reddit) และแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งคิก (Kick)

    แต่ถึงกระนั้น มีแรงกดดันให้รัฐบาลออสเตรเลียขยายการแบนให้ครอบคลุมถึงเกมออนไลน์ด้วย แพลตฟอร์มเกมอย่างโรบล็อกซ์ (Roblox) และดิสคอร์ด (Discord) จึงเริ่มการตรวจสอบอายุในบางฟีเจอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกแบน

    รัฐบาลออสเตรเลียยังกล่าวว่า จะยังคงตรวจสอบรายชื่อแพลตฟอร์มที่ได้รับผลกระทบต่อไป และจะพิจารณาจากหลักเกณฑ์ 3 ประการ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ที่มีนัยสำคัญของแพลตฟอร์มนี้คือการเปิดใช้งานการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมออนไลน์ระหว่างผู้ใช้ 2 คนหรือมากกว่า, อนุญาตให้ผู้ใช้โต้ตอบกับผู้ใช้บางคนหรือทั้งหมด และอนุญาตให้ผู้ใช้โพสต์เนื้อหาได้หรือไม่

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ทว่าการแบนนี้ไม่ได้รวมถึงยูทิวบ์คิดส์ (YouTube Kids), กูเกิล คลาสรูม (Google Classroom) และวอตส์แอป (WhatsApp) เนื่องจากไม่เป็นไปตามเกณฑ์ดังกล่าว เด็ก ๆ จะยังคงสามารถดูเนื้อหาส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มยูทิวบ์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งาน

    การบังคับใช้คำสั่งแบนจะเป็นอย่างไร ?

    เด็กและผู้ปกครองจะไม่ถูกลงโทษหากละเมิดคำสั่งแบน แต่บริษัทโซเชียลมีเดียจะเป็นผู้รับผิดชอบในการบังคับใช้คำสั่งนี้ และอาจถูกปรับสูงสุด 49.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,588 ล้านบาท) หากละเมิดกฎร้ายแรงหรือซ้ำซาก

    รัฐบาลกล่าวว่า บริษัทโซเชียลมีเดียต้องดำเนิน “ขั้นตอนที่สมเหตุสมผล” เพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ เข้ามาใช้แพลตฟอร์มของตน และใช้เทคโนโลยียืนยันอายุ โดยไม่ได้เจาะจงว่าเป็นเทคโนโลยีใด

    ทั้งนี้มีความเป็นไปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การยืนยันด้วยบัตรประจำตัวประชาชน การจดจำใบหน้าหรือเสียง และการอนุมานอายุ รวมถึงใช้ข้อมูลออนไลน์นอกเหนือจากวันเกิด เช่น พฤติกรรมหรือการโต้ตอบทางออนไลน์เพื่อประเมินอายุของบุคคล

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ผลการศึกษาของรัฐบาลออสเตรเลียเมื่อเร็ว ๆ นี้พบว่า ในกลุ่มเด็กที่มีอายุ 10-15 ปี ราว 96% ใช้โซเชียลมีเดีย และ 7 ใน 10 คน เคยพบกับเนื้อหาและพฤติกรรมที่เป็นอันตราย

    รัฐบาลออสเตรเลียกำลังกระตุ้นให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ใช้วิธีการที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังระบุว่าแพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่สามารถพึ่งพาการแจ้งอายุตัวเองของผู้ใช้ หรือให้ผู้ปกครองรับรองบุตรหลานของตนได้เท่านั้น

    เมตา (Meta) ซึ่งเป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, เธรดส์ ประกาศว่าจะเริ่มต้นปิดบัญชีวัยรุ่นตั้งแต่วันที่ 4 ธ.ค. เป็นต้นไป บริษัทระบุว่าผู้ที่ถูกตัดสิทธิโดยไม่ได้ตั้งใจสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือแสดงวิดีโอเซลฟีเพื่อยืนยันอายุได้

    แพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบยังไม่ได้ระบุว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งห้ามนี้อย่างไร

    จะได้ผลจริงหรือไม่ ?

    เนื่องจากยังไม่มีแนวทางชัดเจนว่าบริษัทต่าง ๆ จะใช้วิธีการใดยืนยันอายุผู้ใช้งาน จึงยากที่จะระบุว่าการแบนโซเชียลมีเดียจะมีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่มีความกังวลว่าเทคโนโลยีในการประกันอายุอาจปิดกั้นผู้ใช้บางรายอย่างผิดพลาด ในขณะที่ไม่สามารถตรวจจับผู้ใช้ที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ได้จริง

    รายงานของรัฐบาลออสเตรเลียพบว่า เทคโนโลยีการประเมินใบหน้าเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือน้อยที่สุดสำหรับกลุ่มประชากรเป้าหมายที่ต้องการ

    นอกจากนี้ยังมีคำถามว่าค่าปรับจากการละเมิดข้อห้ามดังกล่าวนั้นสูงเพียงพอหรือไม่ ดังที่ สตีเฟน ซีเลอร์ อดีตผู้บริหารเฟซบุ๊ก บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า “เมตาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 52 นาทีในการสร้างรายได้ 50 ล้านดอลลาร์”

    นักวิจารณ์โต้แย้งว่าการแบนนี้ไม่อาจลดอันตรายทางออนไลน์สำหรับเด็กได้อย่างแท้จริง เว็บไซต์หาคู่และแพลตฟอร์มเกมไม่ได้รวมอยู่ในรายการ เช่นเดียวกับแชทบอทปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ที่เพิ่งตกเป็นข่าวพาดหัวจากการถูกกล่าวหาว่าส่งเสริมให้เด็กฆ่าตัวตาย และการสนทนา “เชิงชู้สาว” กับผู้เยาว์

    หลายคนชี้ให้เห็นว่า วัยรุ่นที่พึ่งพาโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างชุมชนออนไลน์จะถูกแยกออกจากสังคม และมองว่าการให้ความรู้แก่เด็ก ๆ เกี่ยวกับวิธีใช้โซเชียลมีเดียน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า

    แอนนิกา เวลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของออสเตรเลีย ยอมรับว่า การสั่งห้ามใช้โซเชียลมีเดียอาจไม่ได้ “สมบูรณ์แบบ”

    “มันจะดูไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยสักหน่อยในระหว่างนี้” เธอกล่าวเมื่อต้นเดือน พ.ย. แต่มองว่า “การปฏิรูปครั้งใหญ่มักจะเป็นแบบนี้เสมอ”

    มีข้อกังวลเกี่ยวกับการปกป้องข้อมูลหรือไม่ ?

    นักวิจารณ์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากที่จำเป็น และการจัดการข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากแพลตฟอร์มต่าง ๆ พยายามตรวจสอบอายุของผู้ใช้

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียและอีกหลายประเทศทั่วโลกประสบกับการละเมิดข้อมูลซึ่งตกเป็นข่าวคึกโครม หลายครั้งมีการขโมย ขาย หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน

    แต่รัฐบาลกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มี “มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด” โดยกำหนดว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกจากการตรวจสอบอายุ และต้องทำลายทิ้งทันทีที่ดำเนินการเสร็จสิ้น พร้อมกำหนด “บทลงโทษร้ายแรง” สำหรับการละเมิดดังกล่าว

    รัฐบาลยังระบุด้วยว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ ต้องเสนอทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการใช้บัตรประจำตัวประชาชนเพื่อยืนยันอายุ

    บริษัทโซเชียลมีเดียมีปฏิกิริยาอย่างไร ?

    บริษัทโซเชียลมีเดียต่างตกตะลึงกับการประกาศห้ามดังกล่าวในเดือน พ.ย. โดยโต้แย้งว่าการดำเนินการทำได้ยาก หลีกเลี่ยงได้ง่าย และใช้เวลานานสำหรับผู้ใช้ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานอีกด้วย

    พวกเขายังชี้ด้วยว่า มาตรการนี้จะผลักดันให้เด็ก ๆ ตกไปอยู่ในมุมมืดของอินเทอร์เน็ต และกีดกันเยาวชนจากการติดต่อทางสังคม

    สแนป (Snap) ซึ่งเป็นเจ้าของสแปนแชท และยูทิวบ์ก็ปฏิเสธว่า พวกเขาไม่ได้เป็นบริษัทโซเชียลมีเดียเช่นกัน

    มีรายงานว่า กูเกิลซึ่งเป็นบริษัทแม่ของยูทิวบ์กำลังพิจารณาที่จะยื่นคำร้องทางกฎหมายต่อนโยบายดังกล่าวเพื่อไม่ให้รวมแพลตฟอร์มนี้ไว้ในคำสั่งแบน ซึ่งบีบีซีส่งคำถามไปเพื่อขอความเห็นเรื่องนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ จากกูเกิล

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ยูทิวบ์ปฏิเสธความเป็นบริษัทโซเชียลมีเดีย แม้มีชื่ออยู่ในคำสั่งห้ามของรัฐบาลออสเตรเลียก็ตาม

    แม้ว่าจะมีประกาศไปแล้วว่าคำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่เมตาโต้แย้งว่าคำสั่งห้ามนี้จะทำให้วัยรุ่นได้รับ “การคุ้มครองที่ไม่สอดคล้องกันในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่พวกเขาใช้งาน”

    ในการพิจารณาของรัฐสภาเมื่อเดือน ต.ค. ติ๊กตอกและสแนปกล่าวว่า พวกเขายังคงคัดค้านการห้ามดังกล่าว แต่จะดำเนินการต่อไป

    ส่วน คิกซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติออสเตรเลียเพียงแห่งเดียวที่รวมอยู่ในคำสั่งห้ามนี้ บอกว่า จะออก “มาตรการต่าง ๆ” และจะยังคงทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่าง “สร้างสรรค์” ต่อไป

    “ผมได้พูดคุยกับหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ และได้ถามพวกเขาว่ากังวลเรื่องอะไร” แอตต์เวลล์กล่าวกับบีบีซีและว่า “พวกเขาบอกว่า นี่เป็นความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายไปทั่วโลกสำหรับเรา พวกเขากังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียที่อาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของโลก และพวกเขาต้องการจำกัดเรื่องนี้ไว้ในออสเตรเลีย”

    ประเทศอื่นมีข้อห้ามที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ ?

    ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกของโลกที่ห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย ท่ามกลางการจับตามองอย่างใกล้ชิดของมิตรประเทศ ที่ผ่านมา มีการทดลองวิธีการต่าง ๆ ในประเทศอื่น ๆ เพื่อจำกัดเวลาการอยู่หน้าหน้าจอและโซเชียลมีเดียสำหรับเด็ก และป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ เข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย แต่ยังไม่มีที่ไหนห้ามแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

    ในสหราชอาณาจักร กฎความปลอดภัยใหม่ที่ประกาศใช้ในเดือน ก.ค. ทำให้บริษัทออนไลน์ต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก หรืออาจถึงขั้นจำคุกผู้บริหาร หากไม่ดำเนินมาตรการเพื่อปกป้องเยาวชนจากการเห็นเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและเป็นอันตราย

    ส่วนประเทศอื่น ๆ ในยุโรป อนุญาตให้ใช้โซเชียลมีเดียสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดได้เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเท่านั้น ในเดือน ก.ย. มีการหารือในรัฐสภาฝรั่งเศสแนะนำให้ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงห้าม “เคอร์ฟิว” โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุ 15-18 ปี

    ขณะที่เดนมาร์กประกาศแผนห้ามโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ส่วนนอร์เวย์กำลังพิจารณาข้อเสนอเรื่องที่คล้ายคลึงกัน รัฐบาลสเปนเสนอร่างกฎหมายสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีต่อรัฐสภา เพื่อกำหนดให้ผู้ปกครองตามกฎหมายต้องอนุญาตการเข้าถึง

    ขณะเดียวกัน ความพยายามในรัฐยูทาห์ของสหรัฐฯ ในการห้ามไม่ให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้โซเชียลมีเดียหากปราศจากความยินยอมจากผู้ปกครอง ได้ถูกตีตกไปโดยผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางเมื่อปีที่แล้ว

    เด็ก ๆ มีความพยายามจะหลีกเลี่ยงคำสั่งแบนหรือไม่ ?

    วัยรุ่นที่บีบีซีมีโอกาสพูดคุยด้วยบอกว่า พวกเขากำลังเปิดบัญชีใหม่โดยการใช้อายุปลอมก่อนที่คำสั่งห้ามจะมีผลบังคับใช้ แม้ว่ารัฐบาลเตือนให้บริษัทโซเชียลมีเดียตรวจจับและลบบัญชีดังกล่าวออกก็ตาม

    บนโลกออนไลน์ วัยรุ่นยังแนะนำแอปฯ ทางเลือก หรือแลกเปลี่ยนคำแนะนำที่หวังว่าจะช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงคำสั่งแบนนี้ได้

    วัยรุ่นบางคน รวมถึงอินฟลูเอนเซอร์ ได้เปลี่ยนไปใช้บัญชีร่วมกับผู้ปกครอง

    ขณะที่นักวิจารณ์คาดการณ์ว่าจะมีการใช้งานวีพีเอ็น (VPN) เพิ่มมากขึ้น เพื่อหลบเลี่ยงจากการปิดกั้นของประเทศ ให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ดังเช่นที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักรภายหลังมีการบังคับใช้กฎควบคุมอายุ

    ทว่าแอตเวลล์กล่าวว่า “ใช่ เด็ก ๆ มักจะหาทางหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ได้ ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายไม่ควรมีอยู่ เรายังคงมีกฎระเบียบที่บังคับใช้เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/crklkk3z46go.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2blbZJ-YNLUhiS6VWgMBRG

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67658/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YKhK713CIHJpiD_xfboV6

  • เฟดออกรายงานชี้จำนวนผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ ลดฮวบ เสี่ยงฉุดแรงงานหดตัว : อินโฟเควสท์

    เฟดออกรายงานชี้จำนวนผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ ลดฮวบ เสี่ยงฉุดแรงงานหดตัว : อินโฟเควสท์

    ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก เปิดเผยผลการศึกษาฉบับใหม่ที่ระบุว่า การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของจำนวนผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ อาจทำให้กำลังแรงงานในตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ขยายตัวช้าลง หรืออาจหดตัวในช่วงหลายปีข้างหน้า

    รายงานของเฟดสาขาซานฟรานซิสโกประเมินว่า มีผู้อพยพเข้ามายังสหรัฐ ราว 515,000 คนในปีนี้ ลดลงอย่างมากจากประมาณ 2 ล้านคนในปี 2567 โดยการลดลงส่วนใหญ่เกิดจากผู้อพยพผิดกฎหมายที่มีจำนวนลดลง และอัตราการย้ายออกนอกประเทศที่สูงขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ รายงานของเฟดยังประมาณการว่า มีการเนรเทศผู้คนจากพื้นที่ชั้นในของสหรัฐฯ ประมาณ 285,000 คนในปีนี้

    นักวิจัยของเฟดระบุในรายงานว่า การลดลงจำนวนผู้อพยพในปี 2568 ทำให้เกิดความกังวลว่า ประชากรวัยทำงานของสหรัฐฯ อาจปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะฉุดรั้งการการเติบโตของแรงงาน หรืออาจจะถึงขั้นติดลบในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงอาจทำให้จำนวนแรงงานลดลงเท่านั้น แต่ยังอาจฉุดอุปสงค์ในระบบเศรษฐกิจ อันเนื่องมาจากจำนวนผู้บริโภคที่ลดน้อยลง

    นอกจากนี้ รายงานของเฟดสาขาซานฟรานซิสโกยังระบุว่า หากไม่มีแรงหนุนจากผู้อพยพ ประชากรวัยทำงานของสหรัฐฯ น่าจะเริ่มลดลงมาตั้งแต่ปี 2555 และคาดว่าจำนวนชาวอเมริกันที่อายุครบ 16 ปีจะลดลงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2583 ขณะที่จำนวนประชากรที่เข้าสู่วัย 65 ปีจะพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ทั้งนี้ มาตรการกวาดล้างผู้อพยพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการเนรเทศที่เข้มงวดยิ่งขึ้นนั้น ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์ประเมินผลกระทบต่อแรงงานได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลการบังคับใช้กฎหมายไม่ชัดเจน และรายงานเศรษฐกิจบางส่วนล่าช้าจากภาวะชัตดาวน์หน่วยงานของรัฐบาล

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/547487&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QTPCbUhxFEjNAt4ndjM31

  • จัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืน QS 2026 เช็ก ม.ไหนในไทย-ต่างประเทศ ผงาดติดท็อป

    จัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืน QS 2026 เช็ก ม.ไหนในไทย-ต่างประเทศ ผงาดติดท็อป

    จัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืน QS 2026 เช็ก ม.ไหนในไทย-ต่างประเทศ ผงาดติดท็อป

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 ของไทย (อันดับ 165 ของโลก) ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืน QS 2026 มหาวิทยาลัยลุนด์ (Lund University) จากสวีเดน คว้าอันดับ 1 ของโลก แซงหน้ามหาวิทยาลัยโทรอนโตซึ่งเป็นแชมป์เก่า

    • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 ของไทย (อันดับ 165 ของโลก) ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยยั่งยืน QS 2026
    • มหาวิทยาลัยลุนด์ (Lund University) จากสวีเดน คว้าอันดับ 1 ของโลก แซงหน้ามหาวิทยาลัยโทรอนโตซึ่งเป็นแชมป์เก่า
    • การจัดอันดับวัดความยั่งยืนของสถาบันอุดมศึกษาจาก 3 มิติหลัก คือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact), ผลกระทบทางสังคม (Social Impact) และธรรมาภิบาล (Governance)

    QS World University Rankings: Sustainability 2026 ประกาศผลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 โดยปีนี้ถือเป็นครั้งที่ 4 ของการจัดอันดับที่มุ่งวัด “ความยั่งยืน” ของสถาบันอุดมศึกษาทั่วโลก ปีนี้มีสถาบันเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เกือบ 2,000 สถาบัน จากกว่า 108 ประเทศและภูมิภาค สะท้อนว่ามหาวิทยาลัยทั่วโลกให้ความสำคัญต่อบทบาทเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

    ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact), ผลกระทบทางสังคม (Social Impact) และ ธรรมาภิบาล (Governance) บวกกับการประเมินใน 5 ตัวชี้วัดย่อย (lenses) คือ ค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ, ทุนการศึกษา, สัดส่วนนักศึกษาหลากหลายเชื้อชาติ/ความหลากหลายของนักศึกษา, การทดสอบภาษาอังกฤษ และการทดสอบด้านวิชาการ

    การจัดอันดับ QS World University Rankings: Sustainability ไม่ใช่เพียงการประกาศเจตนารมณ์เท่านั้น แต่การจัดอันดับนี้ยังมองหาหลักฐานเชิงประจักษ์จากผลลัพธ์ภายนอก ว่าสถาบันการศึกษาใดบ้างที่กำลังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการดำรงอยู่ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น เช่น ผลงานของศิษย์เก่าที่มีบทบาทในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ, ผลกระทบของงานวิจัยที่สอดคล้องกับ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)

    รายงาน QS World University Rankings: Sustainability 2026 ฉบับล่าสุดเผยให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า มหาวิทยาลัยไทยกำลังขยับอันดับมากขึ้น โดย 10 มหาวิทยาลัยไทยสามารถไต่อันดับได้อย่างน่าประทับใจ

    ผลงานไทย – จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ประเทศ

    ในปี 2026 รายชื่อ TOP 10 มหาวิทยาลัยไทยด้านความยั่งยืน ได้แก่

    • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อับดับ 1 ของไทย อันดับ 165 ของโลก คะแนนรวม 85.5
    • มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อับดับ 2 ของไทย อันดับ 302 ของโลก คะแนนรวม 77.5
    • มหาวิทยาลัยมหิดล อับดับ 3 ของไทย อันดับ 310 ของโลก คะแนนรวม 77.0
    • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อับดับ 4 ของไทย อันดับ 430 ของโลก คะแนนรวม 71.6
    • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อับดับ 5 ของไทย อันดับ 467 ของโลก คะแนนรวม 70.3
    • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อับดับ 6 ของไทย อันดับ 475 ของโลก คะแนนรวม 70.0
    • มหาวิทยาลัยขอนแก่น อับดับ 7 ของไทย อันดับ 476 ของโลก คะแนนรวม 69.9
    • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) อับดับ 8 ของไทย อันดับ 490 ของโลก คะแนนรวม 69.2
    • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อับดับ 9 ของไทย อันดับ 701 ของโลก คะแนนรวม 61.6
    • มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อับดับ 10 ของไทย อันดับ 737 ของโลก คะแนนรวม 60.6

    เวทีโลก: ลุนด์ ครองอันดับ 1 – UCL พุ่งจากที่ 5 ขึ้นที่ 3

    ในมิติระดับนานาชาติ Lund University จากสวีเดน ขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง University of Toronto ที่ครั้งนี้อยู่ในอันดับ 2 ขณะที่ University College London (UCL) พลิกจากอันดับ 5 ขึ้นสู่อันดับ 3 อย่างก้าวกระโดด

    รายงานยังพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ใน TOP 10 ของโลก เช่น London School of Economics (LSE) กระโดดจากอันดับ 39 ขึ้นมาอยู่อันดับ 6 แถมคว้า ที่ 1 ของโลกในหมวด Environmental Impact และ Governance, University of New South Wales (UNSW) ไต่อันดับขึ้นสู่ที่ 7, McGill University จากแคนาดา ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9

    ในขณะเดียวกัน อันดับของผู้นำเก่าอย่าง ETH Zurich และ University of California, Berkeley ลดลงมาอยู่ที่ 11 ร่วมกัน

    สหรัฐอเมริกา มีจำนวนสถาบันที่ถูกจัดอันดับมากที่สุดในโลกถึง 240 แห่ง ตามด้วย จีน 163, สหราชอาณาจักร 109 และอินเดีย 103

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นคือ สหราชอาณาจักรมีมหาวิทยาลัยติด TOP 100 มากถึง 30 แห่ง มากกว่าสหรัฐฯ ถึงเกือบ 2 เท่า

    อีกประเทศที่สร้างความประหลาดใจคือ นิวซีแลนด์ ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยสูงสุดถึง 5 ด้าน (lenses) แสดงให้เห็นการขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนที่มีคุณภาพ แม้จำนวนสถาบันจะไม่มากเท่าประเทศใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/environment/1208517&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p6Nv1h0sDmlePVcjt7Z65

  • เลขเด็ด ส่องเลขทะเบียน “รถขวัญใจเยาวชน” รถบรรทุกคันใหม่ “ทีมหมอนทอง” | คมชัดลึก

    เลขเด็ด ส่องเลขทะเบียน “รถขวัญใจเยาวชน” รถบรรทุกคันใหม่ “ทีมหมอนทอง” | คมชัดลึก

    เลขเด็ด เลขเด็ดงวดนี้ หวยลาว หวยฮานอย ส่องเลขทะเบียนรถ “รถขวัญใจเยาวชน” รถบรรทุกคันใหม่ “โรงเรียนหมอนทองวิทยา” ที่มีการติดสติกเกอร์ และตราของโรงเรียน พร้อมฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/lotto/610139&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cgUH3zrOLfZTY9F60hW2U

  • CREDIT ธนาคารไทยเครดิต ปั้นโครงการ “ไทยเครดิต สานฝันให้ 10 สถาบันสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ” มุ่งพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    CREDIT ธนาคารไทยเครดิต ปั้นโครงการ “ไทยเครดิต สานฝันให้ 10 สถาบันสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ” มุ่งพัฒนาศักยภาพและสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มบริหารธุรกิจไมโครไฟแนนซ์และสาขาสินเชื่อ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ ไทยเครดิต สานฝันให้ 10 สถาบันสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการศึกษาและเสริมสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับเยาวชน สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยในอนาคต

    โครงการนี้ต่อยอดวิสัยทัศน์และแนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) มุ่งเน้น “การพัฒนาเยาวชนไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนในสถาบันที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยธนาคารได้สนับสนุนอุปกรณ์และสิ่งของที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาเยาวชนอย่างรอบด้าน อาทิ อุปกรณ์การเรียนการสอน สื่อการเรียนรู้ โต๊ะ เก้าอี้ และครุภัณฑ์ทางการศึกษา รวมถึงอุปกรณ์กีฬาเพื่อส่งเสริมสุขภาพ การปรับปรุงอาคารเรียน สนามเด็กเล่น อุปกรณ์ทาสีรั้วโรงเรียน นอกจากนี้ยังสนับสนุนนมผงสำหรับเด็กอ่อน ของอุปโภคบริโภค และกิจกรรมเสริมพัฒนาการ เพื่อให้เยาวชนในแต่ละพื้นที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมและสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง

    ธนาคารไทยเครดิตจัดโครงการดังกล่าวครอบคลุมทุกภูมิภาค ได้แก่

    ภาคเหนือ

    • โรงเรียนบ้านดอยสะโง๊ะ จังหวัดเชียงราย
    • โรงเรียนแม่สานสามัคคี จังหวัดสุโขทัย 

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    • ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโพธิ์ไทร จังหวัดกาฬสินธุ์
    • โรงเรียนกีฬาเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

    ภาคตะวันออก

    • โรงเรียนวัดผักกาด จังหวัดจันทบุรี

    ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

    • โรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้น จังหวัดลพบุรี
    • มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ชุมชนคลองเตย) จังหวัดกรุงเทพมหานคร
    • คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร

    ภาคตะวันตก

    • โรงเรียนอนุบาลหัวหิน (บ้านหนองขอน) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ภาคใต้

    • โรงเรียนวัดภูมิบรรพต จังหวัดกระบี่

    โครงการ “ไทยเครดิต สานฝันให้ 10 สถาบันสนับสนุนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ” มุ่งมั่นเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา เสริมศักยภาพการเรียนรู้ และส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ธนาคารเชื่อว่า การพัฒนาเยาวชน คือการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนาคตของประเทศ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับเยาวชนได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียม สอดคล้องกับปรัชญา “Everyone Matters – ทุกคนคือคนสำคัญ”

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/20/596031/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39KOXtoZS3IuVusyfyuyKF