Category: วัฒนธรรม

  • ตามคาด! ปชน.เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “เท้ง-ไหม-ต้น” แย้มสู้ศึกเลือกตั้ง 3 คำ ไม่เทา-เท่าเทียมกัน-เท่าทันโลก

    ตามคาด! ปชน.เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “เท้ง-ไหม-ต้น” แย้มสู้ศึกเลือกตั้ง 3 คำ ไม่เทา-เท่าเทียมกัน-เท่าทันโลก

    ตามคาด! ปชน. เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ “เท้ง-ไหม-ต้น” ขณะ “เท้ง” ขอฉายภาพประเทศไทยสไตล์ “พ่อหนุ่มวิศวะคอม” แย้มสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า 3 คำ ไม่เทา-เท่าเทียมกัน-เท่าทันโลก จะเป็นกลยุทธ์หลัก ปชน. ยก GDP ไทยเทียบอาเซียนและโลก อัดรัฐราชการแข็งมาก จัดงบแบบเดิมทุกปี

    วันที่ 23 พ.ย. 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรประชาชน ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และ 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

    โดยนายณัฐพงษ์สรุปภาพรวมงานรีชาร์จประเทศไทยว่า พวกเราทุกคนมีเหตุผลเดียวกันที่จะสร้างการเมืองที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ

    “ถ้าผมได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจะทำอย่างไร สไตล์วิศวคอมพิวเตอร์ ทีมงานบรีฟมาว่าดึงตัวตนออกมาให้มากที่สุด ถ้าจะให้ผมพูดสรุปเป็นคำ 3 คำ ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า คือ 1.ไม่เทา 2.เท่าเทียมกัน และ 3.เท่าทันโลก” นายณัฐพงษ์ กล่าว

    นายณัฐพงษ์ ถามคำถามว่าอยากให้ประเทศไทยในฝันเป็นอย่างไร ก่อนจะกล่าวว่า ทุกท่านทราบหรือไม่ว่าปัญหาหน่วยเล็กที่สุด ประเทศไทยมีปัญหาครอบครัวแหว่งกลาง หลานอยู่กับตายาย พ่อแม่ต้องไปทำงาน ไม่ว่าคุณอยากมีความฝันเป็นอะไร เราต้องการส่งต่ออนาคตให้ลูกหลาน แต่ลองดูประเทศไทยในปัจจุบัน ดูแลคนไทยอย่างไรบ้างตั้งแต่เกิดจนถึงเสียชีวิต เราบอกว่าสาธารณสุขไทยเราดี แต่เรามีอัตราการตายของมารดา 34 ต่อ 100,000 คน มากกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศ เรามีปัญหาเด็กแคระแกรน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งองค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ พอมาถึงวัยเรียน เด็กไทยหลุดจากระบบการศึกษา 1 ล้านคน หรือ 10% ส่วนวัยทำงาน ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนน 18,000 คนต่อปี และคนส่วนมากในนั้นเป็นคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

    “ทำไมถึงเป็นรถจักรยานยนต์ คนอาจจะคิดว่ารถติด แต่พื้นที่ต่างจังหวัดหลายพื้นที่รถไม่ได้ติด แต่เขาไม่มีพื้นที่ไปผ่อนรถเก๋ง อันตรายกว่ารถยนต์ ถ้าหน้าที่ของรัฐคือทำให้ทุกคนมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน” นายณัฐพงษ์ กล่าว

    นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การตายบนท้องถนนและการเกณฑ์ทหาร ทำให้ประเทศไทยขาดแรงงานไปเยอะ ประเทศไทยคนไม่ว่าจะรวยหรือจน คนอยากมีบุตร

    นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากเปรียบเทียบว่าประเทศเราเหมือนแพลตฟอร์มๆหนึ่ง พร้อมยกกราฟ GDP ประเทศไทยเทียบกับอาเซียนและโลก และระบุว่า 20 ปีที่ผ่านมา GDP อาเซียนโตขึ้น แต่ประเทศไทยเริ่มห่างขึ้น ซึ่งเมื่อเทียบกับโลก พบว่า ประเทศไทยฟื้นตัวหลังจากโควิดช้ากว่าโลก การจัดงบที่ผ่านมาเป็นแบบเดิม รัฐราชการแข็งมาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่รู้ว่าจะไปอยู่ตรงไหนบนเวทีโลก

    นายณัฐพงษ์ ได้เปรียบเทียบประเทศไทย เป็นสมาร์ทโฟน โดยเริ่มต้นตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ต่อมาที่อำนาจรัฐ โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม กฎระเบียบทางสังคม แรงงาน ธุรกิจ โดยสิ่งที่ไทยยังทำได้ไม่ดีพอ คือ เรื่องน้ำประปา ขยะ ฟ้าสะอาด ระบบการเมือง ระบบราชการ ระบบยุติธรรม ความมั่นคง การศึกษาษา การรักษา

    “ระบบปฏิบัติการบ้านเราตอนนี้มีแต่บั๊ค ไม่อัพเดตสักที” นายณัฐพงษ์ กล่าว

    นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเราเปรียบเทียบรัฐหนึ่งรัฐ เป็นแพลตฟอร์มหนึ่ง แพลตฟอร์มที่ดี คือแพลตฟอร์มที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ทำให้คนอยากย้ายเข้า แต่ประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่ดีเพียงพอในหลายจุด

    นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงการทำอย่างไรเพื่อให้ประเทศไทยที่ดีขึ้น ว่า เรื่องความมั่นคงทั้งภายในและต่างประเทศแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.ในประเทศ เสนอตั้งวอร์รูม และหน่วยเฉพาะกิจยึดทรัพย์ธุรกิจสีเทาในประเทศ หากเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงานได้ด้วยใช้เทคโนโลยี จะสามารถยึดทรัพย์ และตรวจสอบได้ 2.ในภูมิภาค เสนอให้มีการตั้งศูนย์ข่าวกรองแม่น้ำโขง การพูดด้านหน้า และด้านหลัง รวมถึงศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์อาเซียน และ 3.ระดับโลก จะต้องมีการทำการทูตสง่างาม ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นตัวตั้ง และผลประโยชน์อาเซียนตามมา ไม่ยึดข้าง แต่ยึดหลักการ เอาวาระของโลกเป็นตัวตั้ง

    นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจใหม่สี่เครื่องยนต์ที่จะเพิ่มทักษะ และหาโอกาสตอบโจทย์สังคมสูงวัย ส่วนเรื่องเกษตรกร หากมีเทคโนโลยีที่สามารถควบคุมได้ ชาวนาทุกคนสามารถทำนาเปียกสลับแห้งได้ ทั้งการลดต้นทุน และลดก๊าซเรือนกระจก พ.ร.บ. แข่งขันการค้า สู้ทุนเทาครองเมือง

    ส่วนเรื่องระบบราชการใหม่ ต้องแก้ปัญหาเก่า ปฏิรูปงบประมาณ เสริมสมรรถนะใหม่ รับมืออนาคต และสร้างความเชื่อมั่น คือ โปร่งใส ประสิทธิภาพ ประชาชน

    สุดท้ายคือการลงทุนคุณภาพชีวิตใหม่ สร้างสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนถึงเชิงตะกอน แก้ไขปัญหาภายในเมืองทั้งขยะ ประปา ขนส่ง เรื่องที่ดินและสิ่งแวดล้อม โดยจากข้อมูลเรื่องที่ดิน จะพบว่า 100 คนที่เป็นเจ้าสัวในประเทศถือครองที่ดิน 1 ใน 6 ของประเทศ และถ้าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเกษตรกร ได้ หากไม่ปฏิรูปเรื่องที่ดิน

    นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงหน้าตาของรัฐบาลที่จะทำให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จได้ 3 ข้อ ว่า รัฐบาลต้องเอาจริง มีเจตจำนงทางการเมือง กิโยตินนกฎหมาย กระจายอำนาจ ขจัดทุนเทาจัดการองค์กรอิสระที่ยังไม่ได้มาตรฐานสากลปฏิรูปที่ดินทำลายทุนผูกขาด ทำกองทัพให้ทันสมัย, รัฐบาลที่มีความสามารถเหมาะสมไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง และรัฐบาลที่สามารถวางบทบาทไทยในเวทีโลก

    ส่วนคณะทำงาน ด้านฝ่ายบริหาร จะมีการเริ่มทยอยเปิดตัวมากยิ่งขึ้น และกระแสข่าวที่มีการนำข้อมูลจากแขกรับเชิญในงานของเรามาเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีนั้น ขอยืนยันว่าเป็นเฟกนิวส์ ขอให้รอให้มีการเปิดอย่างเป็นทางการก่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/452070&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23weZwg6T49yAbCWXvEu0o

  • จับตา 25 พ.ย.นี้ ครม.เคาะ ‘สายสีแดง-สายสีม่วง’ รับแพ็คเกจ ‘รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน’

    จับตา 25 พ.ย.นี้ ครม.เคาะ ‘สายสีแดง-สายสีม่วง’ รับแพ็คเกจ ‘รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน’

    นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินมาตรการ ค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวัน สำหรับรถไฟฟ้าสีแดง ช่วงบางซื่อ – รังสิต และ บางซื่อ – ตลิ่งชัน และรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – คลองบางไผ่ นั้น

    สำหรับนโยบายลดค่าครองชีพ โดยกระทรวงอยู่ระหว่างดำเนินการแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เบื้องต้นจะนำร่องให้บริการรถไฟฟ้า 2 สาย ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง

    ส่วนสาเหตุที่เริ่มดำเนินการใน 2 เส้นทางแรกก่อนนั้น เนื่องจากจากมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พ.ย.นี้ เบื้องต้นจึงจะเสนอดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 ถึง 30 พ.ย. 2569

    สำหรับแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ตามขั้นตอนคาดว่าจะเสนอต่อทที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้

    นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทรวงมีเป้าหมายต่อยอดแพ็คเกจลดค่าครองชีพส่วนของรถไฟฟ้าในรัฐบาลนี้ ให้ครอบคลุมทุกสีทุกสายในราคาเดียวกัน คือ 40 บาทตลอดวัน 

    ขณะเดียวกันในปัจจุบันได้มอบหมายให้การไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งดำเนินการศึกษาแนวทางศูนย์การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อให้รถไฟฟ้าทุกสายอยู่ภายใต้การบริหารจัดการองค์กรเดียว และสามารถจัดทำค่าโดยสารแบบเหมาจ่ายรายวันได้

    “ส่วนการชดเชยรายได้ในช่วงแรกสำหรับรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง เพื่อจัดทำค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันนั้น ไม่ต้องจัดหาเงินชดเชย เนื่องจากเป็นโครงการของรัฐอยู่แล้ว แต่จะสูญเสียรายได้ลดลง หากผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยเพิ่มรายได้” นายพิพัฒน์ กล่าว 

    นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กรณีการผลักดันโครงการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย เพื่อรองรับแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันนั้น จำเป็นต้องซื้อคืนโครงการรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐ และจัดทำ Single Ownership ให้ทุกโครงการรถไฟฟ้าอยู่ภายใต้การกำกับของ รฟม. 
     

    อย่างไรก็ดีการดำเนินการดังกล่าวจะนำไปสู่การกำหนดระบบค่าโดยสารร่วม (Common Fare) หรือตั๋วร่วม โดยไม่เสียค่าแรกเข้า 

    “กระทรวงฯ ได้มอบหมายให้ รฟม. ศึกษาข้อมูล และหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อให้ชัดเจนทั้งเรื่องเงินชดเชย เรื่องแนวทางการซื้อคืนสัมปทานจะนำเงินมาจากส่วนใด” นายพิพัฒน์ กล่าว 

    สำหรับการรับสิทธิในโครงการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ผู้โดยสารจะต้องแตะจ่ายด้วยบัตรโดยสารระบบ EMV Contactless / MRT EMV / Mangmoom EMV โดยสามารถเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองสายได้อย่างไร้รอยต่อ 

    ทั้งนี้ผู้โดยสารที่ใช้บริการสามารถเดินทางเข้าออกกี่ครั้งก็เหมาจ่ายในราคาเดียว 40 บาท ช่วยให้ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางหลายเที่ยวต่อวันสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน และคุ้มค่ามากขึ้น โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2568 – 30 พ.ย.2569 ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แบ่งเป็น

    • บุคคลทั่วไป เดินทางไม่จำกัดเที่ยวในวันเดียวเพียง 40 บาทต่อวันวัน
    • นักเรียน–นักศึกษา จ่ายเพียง 30 บาทต่อวัน
    • ผู้สูงอายุ ครึ่งราคาต่อผู้พิการ และเด็ก ฟรี
    • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้วงเงินในบัตร 750 บาทต่อเดือนได้ตามสิทธิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/644718&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UgxCL6LqNOaYQg1pUXeNp

  • ประวัติ 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน หวังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569

    ประวัติ 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน หวังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569

    ประวัติ 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน หวังคว้าชัยเลือกตั้ง 2569

    ประวัติ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร  ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น” 

    • พรรคประชาชนประกาศรายชื่อ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร และ ศิริกัญญา ตันสกุล
    • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และมีประสบการณ์ผลักดันการเปิดเผยข้อมูลงบประมาณภาครัฐ
    • ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ เป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา จบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเคยเป็นอาจารย์ที่ประเทศญี่ปุ่น
    • ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย มีบทบาทเด่นในสภาด้านการอภิปรายนโยบายเศรษฐกิจและงบประมาณ และเคยถูกวางตัวเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    ประวัติ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร  ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น” 

    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรประชาชน ประกอบด้วย

    1. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
    2. ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย
    3. วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

    ประวัติ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’

    ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” จบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประวัติการทำงานก่อนเข้าสู่การเมือง เคยเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัทเอกชนที่ให้บริการด้านโซลูชันคลาวด์ ต่อมาปี 2562 ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กรุงเทพฯ เขตบางแค ในนามพรรคอนาคตใหม่ เป็นกรรมาธิการงบประมาณตั้งแต่ปี 2562-2566 ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณด้วย

    นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม ‘ก้าว Geek’ มีส่วนสำคัญในการผลักดันหลักการ Open Data, Open Government รวมทั้งการ Digitize งบประมาณแผ่นดินให้เป็นรูปแบบของ Machine-readable ทำให้กระบวนการตรวจสอบและจัดทำงบประมาณแผ่นดินนั้นสะดวกมากยิ่งขึ้นทั้งต่อหน่วยงานรัฐและประชาชนทั่วไป และล่าสุดได้รับความไว้วางใจให้เป็น หัวหน้าพรรคประชาชน 

    ประวัติ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร 

    ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น” 

    การศึกษา

    • ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
    • ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

    เริ่มทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

    หลังเรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust วีระยุทธทำงานเป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ สอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ มีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

    ประวัติ ศิริกัญญา ตันสกุล

    ศิริกัญญา ตันสกุล ซึ่งเป็นคนที่มีบทบาทอย่างมากในการทำงานหน้าที่ในสภาฯ ทั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การนำเสนอกฎหมาย  ตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ ซึ่งหลังเลือกตั้งที่ผ่านมา (2566) ช่วงที่พรรคก้าวไกล ยังเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล นางสาวศิริกัญญา ก็ถูกวางให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ ตัวเต็ง ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”  เธอคือ เป็นปาร์ตี้ลิสต์ หรือ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 ในการเลือกตั้ง 2566

    ประวัติการศึกษา ศิริกัญญา ตันสกุล

    • ปริญญาโท สาขา Economics, Market and Organization, Toulouse School of Economics
    • ปริญญาโท สาขา เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • ปริญญาตรี สาขา เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
    • มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
    • มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนชลกันยานุกูล

    ประวัติการทำงาน

    • สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (2562-66)
    • ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย, พรรคอนาคตใหม่ (2561-62)
    • Senior Consultant, บริษัท ดิแอดไวเซอร์ จำกัด (2560-61)
    • ผู้จัดการฝ่ายวิจัย, สถาบันอนาคตไทยศึกษา (2555-2559)
    • นักวิจัย, สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย-TDRI (2554-2555)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/politics/860828&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k2s0U_wzF0rc9tcQ8_qcI

  • พรรคประชาชน เปิดตัวนโยบายด้านคุณภาพชีวิต พร้อมพลิกมิติใหม่การทำเมกะโปรเจกต์สู่การแก้ปัญหาสังคมให้ประเทศ-สร้างอุตสาหกรรม-สร้างงานใหม่ให้คนไทย

    พรรคประชาชน เปิดตัวนโยบายด้านคุณภาพชีวิต พร้อมพลิกมิติใหม่การทำเมกะโปรเจกต์สู่การแก้ปัญหาสังคมให้ประเทศ-สร้างอุตสาหกรรม-สร้างงานใหม่ให้คนไทย

    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมรีชาร์จประชาชน ซึ่งภายในงานมีการเปิดตัวนโยบายด้านต่าง ๆ ของพรรคประชาชน โดยในช่วงบ่ายเป็นการเปิดนโยบายด้านคุณภาพชีวิต “คุณภาพชีวิตดีที่คนไทยคู่ควร” โดย นายเดชรัต สุขกำเนิด ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร, นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายแพทย์ บวรศม ลีระพันธ์ แขกรับเชิญจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

    นายเดชรัต ระบุว่า ที่ผ่านมาเวลาพูดเรื่องเมกะโปรเจกต์ คนมักนึกถึงโครงการด้านคมนาคม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง แต่พรรคประชาชนต้องการเสนอโครงการที่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่คนไทยสมควรได้รับนานแล้ว คนไทยเจอปัญหาด้านสวัสดิการในทุกช่วงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เรื่องพัฒนาการการศึกษา เด็กโตและเยาวชนก็มีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและการตกหล่น วัยทำงานก็จะมีปัญหาเรื่องค่าครองชีพ ส่วนวัยสูงอายุก็มีปัญหาเรื่องสวัสดิการเช่นบำนาญหรือส่วนที่เป็นการดูแลผู้ป่วยในระยะยาว

    ขณะนี้ประเทศไทยมีจำนวนการเกิดน้อยกว่าจำนวนการตาย จำนวนประชากรกำลังลดลงเรื่อย ๆ 7 ใน 10 ของเด็กที่เกิดในประเทศไทยอยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อยจนถึงปานกลาง เมื่อดูตัวชี้วัดด้านโภชนาการก็จะพบว่าอัตราเด็กที่มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ภาวะเตี้ยแคระแกร็น ภาวะผอมแห้งอยู่ในกลุ่มที่ยากจนมากกว่า เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้น้อยกว่ามีโอกาสได้อยู่กับพ่อแม่น้อยลง สิ่งที่เป็นปัญหาตามมาคือสัดส่วนเด็กที่มีทักษะพื้นฐาน เช่น การคำนวณ การอ่านน้อยกว่าก็มักจะอยู่ในกลุ่มที่มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันการช่วยเหลือของรัฐอย่างเงินอุดหนุนเด็กเล็กแบบถ้วนหน้า 600 บาทต่อคนต่อเดือนสำหรับเด็ก 0-6 ปีก็ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มที่จนที่สุด 40% ได้รับเงินอุดหนุนอยู่แค่ประมาณ 65% ยังไม่นับว่ามีกลุ่มที่รวยที่สุด 10% ของประเทศได้รับเงินอุดหนุนในกลุ่มนี้ด้วย

    สำหรับเด็กโตก็กำลังเจอปัญหาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่คือค่าหนังสือ อุปกรณ์ และค่าเดินทาง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงการศึกษาที่สูงขึ้น นำมาสู่การตกหล่นทางการศึกษา 40% ของเด็กในครอบครัวที่ยากจนไม่สามารถสำเร็จการศึกษาถึงชั้นมัธยม 6 ได้ คุณภาพของโรงเรียนก็มีปัญหาความเหลื่อมล้ำเช่นกัน มีบางโรงเรียนที่มีความสามารถในคะแนนสอบ PISA สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้ว แต่เด็กส่วนใหญ่ของประเทศไทยเรียนอยู่ในโรงเรียนกลุ่มที่คะแนนการสอบอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศกำลังพัฒนาและค่าเฉลี่ยของโลก และกำลังเกิดการส่งต่อความเหลื่อมล้ำข้ามรุ่น เด็กที่เกิดในครอบครัวที่ค่อนข้างยากจนเหลื่อมล้ำอยู่แล้วไปเข้าโรงเรียนที่มีความจำกัดเรื่องทรัพยากร มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาและโอกาสทางการศึกษาที่ด้อยกว่า สุดท้ายก็จะเกิดเป็นวงจรของความเหลื่อมล้ำที่ต่อเนื่อง

    วัยแรงงานก็เผชิญปัญหาการมีที่อยู่อาศัย ขณะที่ค่าแรงของประเทศไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยในระยะเวลา 12 ปีประมาณ 2% ต่อปี แต่ราคาบ้านและคอนโดกลับเพิ่มขึ้นในอัตรา 3-5% หมายความว่าคนที่อยู่ในวัยทำงานมีโอกาสที่จะมีบ้านเป็นของตัวเองยากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันวัยผู้สูงอายุก็กำลังเผชิญปัญหาคุณภาพชีวิต โดยเมื่อเปรียบเทียบบำนาญของประเทศไทยกับบำนาญของโลก ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 41 แม้จะทั่วถึงแต่ก็ไม่เพียงพอ และไม่มีกลไกที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนขึ้นในระยะยาว

    นายเดชรัต กล่าวต่อไปว่าสำหรับเกษตรกร ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเกษตรกรไทยเหนื่อยมากทั้งเรื่องภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง การเข้ามาของสินค้าต่างชาติ ที่ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ มีราคาข้าวที่ต่ำที่สุดในรอบ 18 ปี ราคาลำไยที่ต่ำที่สุดในรอบ 17 ปี สิ่งที่เกษตรกรไทยต้องเผชิญคือความสามารถในการแข่งขันที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ภาระหนี้สินและต้นทุนการผลิตก็เพิ่มมากขึ้น สุดท้ายจึงยังมองไม่เห็นอนาคตว่าภาคเกษตรของไทยจะดีขึ้นได้อย่างไร

    คุณภาพชีวิตของคนไทยมีความเหลื่อมล้ำ มีคนตกหล่น อยู่ภายใต้ความเปราะบาง ไม่มีระบบการดูแลที่เป็นตัวช่วย และกำลังเดินหน้าต่อไปแบบไม่ทันโลกมากขึ้นทุกที เหตุผลมีตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอในหลายเรื่อง การดำเนินการแบบแยกส่วน การขาดกำลังคนที่จะแก้ไขเรื่องต่าง ๆ จนไม่สามารถรับผิดชอบต่อเป้าหมายได้และทำให้เกิดการตกหล่น

    นายเดชรัต กล่าวว่า สิ่งที่พรรคประชาชนต้องการเปลี่ยนในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย คือการเสริมอำนาจประชาชนให้มีสิทธิสวัสดิการและมีทางเลือกให้มากที่สุด มีตัวช่วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลหรือให้คำแนะนำ โดยเติมและพัฒนาคนที่จะมาช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลง มีระบบการสนับสนุนคืองบประมาณที่มุ่งเป้าหมาย ซึ่งอาจจะทำได้ต้องมีการแก้ไขกฎระเบียบที่ซับซ้อนและสับสนอยู่ในปัจจุบัน ให้สามารถตอบโจทย์ที่ประชาชนจะมีอำนาจในการใช้สิทธิ์ของตัวเอง จูงใจให้คนที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้รับค่าตอบแทน และเชื่อมโยงการให้บริการทั้งหมดที่ขณะนี้แยกส่วนกัน ภาครัฐต้องทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงผ่านแพลตฟอร์มติดตามพัฒนาการต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด โดยชุดนโยบายพรรคประชาชนต้องการนำเสนอในการเลือกตั้งรอบนี้ประกอบด้วย 

    1) เงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าให้กับแม่และเด็กตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึง 6 ปี, กล่องของขวัญแรกเกิดที่ครอบครัวเลือกได้ตามความเหมาะสม, เพิ่มศูนย์ดูแลเด็กเล็ก, พัฒนาคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพิ่มทักษะและค่าตอบแทนของผู้ดูแลเดิมให้ดีขึ้น และเพิ่มแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมต่างๆ สำหรับครอบครัว ผ่านการร่วมลงทุนกับท้องถิ่น

    2) โรงเรียนเรียนฟรี สนับสนุนโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนที่ฟรี 100% ให้ได้ 80% ของโรงเรียนทั้งหมด โดยได้รับเงินอุดหนุนจากการศึกษาเพิ่มเติม ทั้งค่าอาหารและค่าเล่าเรียน เพื่อให้โรงเรียนไม่ต้องเรียกเก็บเงินค่าบำรุงจากผู้ปกครอง การกำหนดขั้นต่ำให้โรงเรียนเก็บเงินได้ไม่เกินอัตราที่กำหนด จะต้องมีสัดส่วนนักเรียนที่เรียนฟรีไม่ต่ำกว่า 25% ในโรงเรียนของรัฐ การมีคูปองเปิดโลกเพื่อการเรียนรู้และการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

    3) การดูแลผู้ป่วยระยะยาว ให้สิทธิ์ที่จะมีผู้ช่วย 8-16 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยมีค่าอุปกรณ์ให้ 1,500-2,000 บาทต่อเดือน โดยเลือกส่งคนมาดูแลที่บ้านก็ได้ หรือจะนำไปฝากที่ศูนย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือศูนย์ของเอกชนแล้วจ่ายสมทบเพิ่มก็ได้ พัฒนาผู้ดูแลจากอาสาสมัครให้เป็นมืออาชีพที่มีมาตรฐานและมีความมั่นคง มีค่าตอบแทนระหว่าง 15,000-20,000 บาทต่อเดือน จัดตั้งระบบธนาคารอุปกรณ์ เชื่อมโยงข้อมูลสถานะสุขภาพและการเข้ารับบริการ และพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง

    4) การลดการเผาและต้นทุนในภาคเกษตร เปลี่ยนการสนับสนุนแบบให้เปล่าเป็นการสนับสนุนแบบมีเป้าหมาย หากไม่ใช้วิธีการเผาจะได้รับการสนับสนุน 250 บาทต่อไร่ โดยเลือกได้ว่าจะใช้เครื่องจักรทดแทนในการเผา การใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลาย หรือการนำเศษวัสดุต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์หรือจำหน่าย การวิเคราะห์ค่าความอุดมสมบูรณ์ของดินและใช้ปุ๋ยที่ตรงกับความอุดมสมบูรณ์ของดินและความต้องการของพืช ได้รับการสนับสนุน 500 บาทต่อไร่ การพักดินเพื่อปลูกพืชอื่นที่ได้ผลดีกว่าจะได้รับเงินสมทบเพิ่มเติม เป็นต้น

    5) การแก้ไขปัญหาตลาดสินค้าเกษตร สำหรับพืชหลักเช่นปาล์มมันสำปะหลังอ้อยและข้าว ปรับโครงสร้างราคาสินค้าใหม่ให้เป็นธรรม สำหรับผักและผลไม้ที่ปริมาณไม่แน่นอน ให้มีกองทุนดูดซับผลผลิตส่วนเกิน มีคูปองให้เกษตรกรคงรักษาคุณภาพของผลผลิต ให้เกษตรกรที่ได้รับคูปองเลือกรับบริการในพื้นที่ของตนเอง มีคูปองการแปรรูปสำหรับเกษตรกรที่ต้องการทดลองการแปรรูปที่มีมาตรฐาน GMP และมีการทดสอบตลาด จัดตั้งศูนย์สนับสนุนการบริหารสัญญาเกษตรกรที่มีการซื้อขายบนแพลตฟอร์มและการทำเกษตรแบบพันธะสัญญา สนับสนุนให้เกิดการเปิดตลาดท้องถิ่นสำหรับสถานที่ที่ต้องการอาหาร เช่นโรงพยาบาลหรือโรงเรียน

    ขณะที่นายพูนศักดิ์ ได้นำเสนอนโยบายด้านที่ดินและสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่าที่ดินคือหนึ่งในเรื่องที่เป็นกับดักของประเทศไทย มีการทับซ้อนและซ้ำซ้อนของหน่วยงานและภารกิจ ที่นำไปสู่การทุจริตและการขาดเป้าหมายที่ยั่งยืนในการปฏิบัติ ปัจจุบันมีหน่วยงานทั้งหมด 9 หน่วยงานที่ทำเรื่องที่ดินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการออกโฉนดโดยกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย, ที่ดิน ส.ป.ก. สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ที่ดินนิคมสหกรณ์ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ที่ดินนิคมสร้างตนเอง ที่อยู่ในสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ที่ดินราชพัสดุ ภายใต้กระทรวงการคลัง, ที่ดินสาธารณะประโยชน์ โดยกระทรวงมหาดไทยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ป่าอนุรักษ์ โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯ, ป่าสงวน โดยกรมป่าไม้ และป่าชุมชน

    ปัจจุบันประเทศไทยมีหน่วยงานที่เป็นผู้ให้อนุญาตเกี่ยวกับที่ดินมากเกินไป สิ่งที่พรรคประชาชนจะทำคือการรวมทั้งหมดให้หน่วยงานเดียวเป็นผู้รับผิดชอบ ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ ลดภาระงาน และลดงบประมาณให้เกิดผลสำเร็จมุ่งเป้าไปที่เดียว ทำวันแม็พให้จบภายในรัฐบาลของพรรคประชาชนหลังจากที่ล่าช้ามากว่า 10 ปีแล้ว เพื่อเป็นเครื่องมือในการคืนสิทธิ์ให้กับประชาชน ผ่านการพิสูจน์สิทธิ์ที่ที่ผ่านมามีการอาศัยภาพถ่ายทางอากาศเพียงอย่างเดียว ขยายเกณฑ์การพิสูจน์สิทธิ์ ให้รวมเอาการพิสูจน์สภาพแวดล้อมมาเป็นตัวชี้วัดได้ด้วย

    นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อไปว่าสำหรับที่ดินของรัฐ ที่ดินสาธารณะที่ไม่มีการออกหนังสือสำคัญที่หลวง ต้องจัดการให้จบ ให้เกิดความชัดเจน ส่วนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ต้องจำหน่ายออกจากสารบบ ออกหนังสือรับรองสิทธิ์ให้ชุมชน ขณะเดียวกันที่ดินป่าที่มีสองหน่วยงานดูแลอยู่คือกรมอุทยานแห่งชาติฯ และกรมป่าไม้ ต้องมีการจัดรวมป่าทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน ให้หน่วยงานเดียวเป็นคนดูแลและนำเอากลไกด้านเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจจับเพื่อลดภาระงาน ทำโซนนิ่งสามประเภท ประเภทที่ให้สิทธิแก่ชุมชนในบริเวณนั้น ประเภทที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และพื้นที่เศรษฐกิจ ขยายและพัฒนาสิทธิ์ของชุมชนในการจัดการป่าชุมชนให้มากยิ่งขึ้น ปรับโครงสร้างให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนกำกับดูแลมากยิ่งขึ้น

    สำหรับนโยบายด้านการจัดการปัญหาฝุ่น pm 2.5 ปัจจุบันสภาได้ผ่านกฏหมายอากาศสะอาดไปแล้ว สิ่งที่พรรคประชาชนจะเน้นต่อไปคือการเฝ้าระวังการแจ้งเตือน ให้ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนอย่างตรงไปตรงมาและทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น รวมถึงการควบคุมที่แหล่งกำเนิด เช่น loading permit หรือใบอนุญาตในการปล่อยมลพิษสู่อากาศและน้ำให้ไม่เกินเกณฑ์ที่มีการคำนวณไว้ หากมีการปล่อยเกินเกณฑ์จะต้องถูกปรับจ่ายค่าธรรมเนียม และหากมีความรุนแรงมากก็จะถูกปิดโรงงาน เป็นต้น ผู้ที่ได้รับผลกระทบและกลุ่มเสี่ยงต้องได้รับการดูแลสุขภาพ สำหรับมลพิษข้ามแดนและการเผาในพื้นที่เกษตร สินค้าที่จะนำเข้ามาในประเทศจะต้องได้รับการตรวจสอบว่ามาจากแหล่งที่มีการเผาหรือไม่ สำหรับพื้นที่ในเขตเมืองจะต้องมีการเปลี่ยนรถเมล์จากระบบสันดาปให้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมด

    นายพูนศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนนโยบายด้านการบริหารจัดการขยะ ปัจจุบัน 99.7% ของหลุมฝังกลบขยะภายในประเทศเป็นหลุมเทกองที่ทำให้เกิดมลพิษ หรือกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ พื้นที่ปนเปื้อนของประเทศไทยในปัจจุบันมีขนาดเกินกว่าครึ่งของจังหวัดสมุทรสงครามไปแล้ว พรรคประชาชนจึงเสนอนโยบายปฏิรูปขยะแห่งชาติ โดยวางไว้สามแนวทางใหญ่ คือ 1) การปรับปรุงกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันการจัดการขยะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของทั้งหมด 6 กระทรวง นำมารวมอยู่ภายใต้หน่วยงานเดียว 2) ปิดและฟื้นฟูบ่อขยะที่ไม่ได้มาตรฐาน นำกองทุนสิ่งแวดล้อมเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขและพื้นฟูพื้นที่ ใช้ AI ควบคุมการขออนุญาต การติดตามรถขนขยะว่านำไปสู่ปลายทางในการกำจัดอย่างถูกต้องหรือไม่ 

    และ 3) การขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิต เพิ่มอัตราการรีไซเคิลเป็นระยะ เริ่มจากการบังคับอาคารขนาดใหญ่ให้มีจุดแยกขยะและ drop-off ก่อนที่จะขยายต่อไปเป็นจนถึงครัวเรือนทั่วไป ให้บรรลุอัตราการรีไซเคิลขยะให้ถึง 35% บังคับให้ผู้ผลิตมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ของตนเอง เริ่มจากซากรถยนต์ แบตเตอรี่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ บรรจุภัณฑ์ น้ำมันเครื่อง และขยะก่อสร้าง ก่อนที่จะขยายสู่ระยะต่อไปคือ เฟอร์นิเจอร์ เศษผ้า ยาเสื่อมสภาพ สารทำความเย็น และยางรถยนต์

    ทางด้านนายแพทย์ บวรศม ได้นำเสนอนโยบายด้านสาธารณสุขต่อพรรคประชาชน โดยระบุว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมามีการนำเสนอนโยบายด้านสาธารณสุขโดยพรรคการเมืองหลายแนวทาง แต่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างหรือระบบ คนจำนวนมากในสังคมยังเจอกับภาวะที่ต้องรอหมอทั้งวันเพื่อเจอหมอ 2-3 นาที รอคิวยา รอจ่ายเงิน ระบบสาธารณสุขของไทยยังคงทิ้งคนไว้ข้างหลังอีกเยอะ หรือหากไม่พบประสบการณ์นี้ก็ต้องไปดิ้นรนหาเงินเพิ่มเพื่อไปโรงพยาบาลเอกชนหรือซื้อยาเอง หมอและพยาบาลก็เจอภาระที่ทำให้เหนื่อยมากขึ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมาก็ทำแต่นโยบายระยะสั้นสั่งการลงไป ซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาใด สิทธิประโยชน์ในด้านสุขภาพและสิทธิประโยชน์ที่คาบเกี่ยวกับสุขภาพก็ไม่เท่ากัน ต่อให้การเข้าถึงบริการสุขภาพจะมีเท่ากัน แต่ตราบใดที่คุณภาพยังไม่เท่ากัน ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยก็จะยังทิ้งใครหลายคนไว้ข้างหลังต่อไป

    นายแพทย์ บวรศม กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยเจอปัญหาที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ คนแก่ที่ต้องดูแลมีมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่คนหนุ่มสาวก็ลดจำนวนลง รวมถึงคนที่จะเป็นหมอและพยาบาลด้วย โรคเยอะขึ้น การรักษาแพงขึ้น ทรัพยากรน้อยลง ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยยังมีการจัดการที่แยกส่วนกันเยอะมาก ไม่มีการประสานกันเลยระหว่าง 4 หน่วยงาน ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ แล้วยังมีบทบาทที่คาบเกี่ยวทับซ้อนกัน เช่น กระทรวงสาธารณสุขควรเป็นผู้กำหนดนโยบายและทิศทางการควบคุมโรค การรักษาโรค การกระจายทรัพยากร 

    แต่กระทรวงสาธารณสุขเองก็เป็นคนที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลและผู้ให้บริการหลักในส่วนของโรงพยาบาลรัฐ แต่นโยบายกระทรวงสาธารณสุขที่ผ่านมาจะสั่งการเฉพาะโรงพยาบาลในสังกัด ไม่นึกถึงโรงพยาบาลอื่นๆ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ภาระงานจะไม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่มากขึ้น และคนจำนวนมากไม่สามารถรับกับระบบบริการภาครัฐได้ จนต้องแสวงหาเอาตัวรอดกันเอง

    นายแพทย์ บวรศม กล่าวต่อไปว่า ความเป็นธรรมและความยั่งยืนเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ต้องเสียสละความเป็นธรรมเพื่อข้ออ้างในการหาทรัพยากรเพิ่มมาทำให้เกิดความยั่งยืน เมื่อไหร่ที่มีเงินไม่พอจะมีคนไข้ที่หมอเข้าไม่ถึง รอนานหรือช้ากว่าจะมาถึงหมอ คนไข้กลุ่มนี้จะเป็นโรคที่หนักและรุนแรงขึ้น เมื่อมีทรัพยากรไม่พอคนที่จะเดือดร้อนก็คือคนที่เปราะบางในสังคมเสมอ ยิ่งไม่ยั่งยืนก็จะมีการตัดทรัพยากร และสุดท้ายก็จะนำไปสู่การสร้างความไม่เป็นธรรม  เมื่อไหร่ที่เจ็บป่วยมากขึ้นและเข้าไม่ถึงหมอตั้งแต่ต้น ก็ยิ่งทำให้คนป่วยเป็นโรครุนแรงมากขึ้น และสุดท้ายก็ต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นอยู่ดี

    นโยบายเพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ยั่งยืนและเป็นธรรม ขั้นตอนแรกต้องกำหนดชุดสิทธิประโยชน์ระดับชาติที่เท่าเทียมกันทั้งหมด ทั้งเรื่องประกันสุขภาพและประกันสังคม ซึ่งจะทำไม่ได้เลยถ้าไม่ทำการปฏิรูปโครงสร้างของสถาบันที่เกี่ยวข้อง ต่อมาต้องทำโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข สิ่งที่หมอทะเลาะกันอยู่ตอนนี้คือเถียงว่าเงินที่ลงไปในระบบสุขภาพเพียงพอหรือไม่ แต่ปัญหาคือประเทศไทยตอนนี้ไม่มีทางรู้เลย เพราะไม่มีระบบการวัดคุณภาพของบริการสุขภาพไทย 

    และสุดท้ายคือการลงทุนเพิ่มในระบบสุขภาพ ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้ายังมีแนวคิดว่าเรื่องสุขภาพเป็นภาระค่าใช้จ่ายของรัฐที่ต้องจำกัดให้น้อยที่สุด สุขภาพคนเป็นเรื่องการลงทุนของรัฐเพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี การหาทรัพยากรให้เพียงพอไม่ใช่แค่เรื่องของการประหยัดเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของการทำระบบเทคโนโลยีสุขภาพใหม่ ๆ ระบบสุขภาพดิจิทัล หรือกระทั่งเรื่องที่ไม่ใช่เทคโนโลยีแต่สำคัญสำหรับคนไทยมากคือการดูแลระยะยาวในรูปแบบต่าง ๆ

    นายแพทย์ บวรศม กล่าวต่อไปว่า ถ้าหมอไม่รอดคนไข้ก็ไม่รอด ถ้าไม่ปรับระบบหรือคิดเพียงแค่นโยบายระยะสั้นจากสิทธิประโยชน์ทั่วไป แต่เราจะรอดไปด้วยกันถ้าเราปรับระบบให้ ดีให้เห็นทั้งความเป็นธรรมและความยั่งยืน ทั้งหมอและคนไข้จะรอดไปด้วยกัน นโยบายที่ดีจะต้องตอบสนองทั้งสองเรื่อง

    ในส่วนของนายธนาธร ได้เป็นผู้นำเสนอโครงการระยะยาวของพรรคประชาชนที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ โดยระบุว่าเวลาพูดถึงเมกะโปรเจกต์ คนมักนึกถึงสะพาน ตึก อะไรที่เป็นโครงสร้างใหญ่ แต่สำหรับพรรคประชาชน ประเทศไทยควรจะต้องกลับมาลงทุนกับคุณภาพชีวิตของคน

    การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา แม้โดยภาพรวมยังเติบโตอยู่ แต่หากดูเป็นทศวรรษ ในทศวรรษ 2530 ประเทศไทยเติบโตโดยเฉลี่ย 7.3% ต่อปี, ทศวรรษ 2540 ประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 5.3% ต่อปี, ทศวรรษ 2550 ประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 3.2% ต่อปี และทศวรรษ 2560 ประเทศไทยเติบโตเฉลี่ย 2.0% ต่อปี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังแข่งขันกับโลกไม่ได้ สะท้อนปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน สภาวะแบบนี้แก้ยากกว่ายามที่มีวิกฤตเศรษฐกิจเฉพาะหน้าเสียอีก

    นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ปัญหาต่อมาคือสังคมสูงวัย หากนำเอาประชากรวัยทำงานเป็นตัวหาร นำเด็กและผู้สูงอายุเป็นตัวตั้ง ปี 2553 มีคนทำงาน 2.03 คนต่อการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ 1 คน, ปี 2563 ลดลงเหลือ 1.86 คน, ปี 2573 ลดลงเหลือ 1.48 คน และหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ในปี 2583 จะเหลือเพียง 1.26 คน นั่นหมายความว่าในอนาคตภาระจะตกอยู่ที่คนรุ่นต่อไป ที่จะต้องแบกรับการดูแลเด็กหรือผู้สูงอายุหนักขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของคนไทยทุกคนต้องเพิ่มขึ้น 38% หรือต้องสร้างผลผลิตให้ได้มากขึ้น 38% ซึ่งไม่ได้ทำให้คนไทยรวยขึ้น แต่รวยเท่าเดิมเพื่อมารองรับกับสังคมสูงวัยในอนาคต

    ขณะเดียวกันดอกเบี้ยต่อประมาณการรายได้รัฐ ในปี 2562 รัฐนำรายได้ 7.1% ไปใช้ในการจ่ายดอกเบี้ย ในปี 2572 ต้องใช้รายได้ 13.6% ไปจ่ายดอกเบี้ย หมายความว่าการลงทุนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาไม่ก่อให้เกิดการเติบโตของรายได้ ทำให้เงินที่ประเทศไทยกู้มาเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นของรายได้ มันสะท้อนว่าประเทศไทยลงทุนอย่างไม่มีประสิทธิภาพ และการตรวจสอบที่ผ่านมาก็บ่งชี้แบบนั้น เช่น ตึกของรัฐที่สร้างขึ้นมาแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ แล้วถ้ายังใช้ต่อไปแบบมีประสิทธิภาพดอกเบี้ยก็จะขยับเพิ่มขึ้นไปอีก หมายความว่ารัฐบาลต่อไปจะต้องแบกภาระที่หนักมาก เงินเหลือไปพัฒนาน้อยลงเพราะต้องเอาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น

    นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ในอีกมุมหนึ่ง นั่นหมายความว่าต่อไปนี้เงินทุกบาทต้องลงทุนและใช้อย่างชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และสร้างผลการเติบโตในอนาคตให้กับประเทศได้จริง ไม่เช่นนั้นจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ประชาชนทุกวันนี้ไม่ชอบการจ่ายภาษี เพราะรู้สึกว่าจ่ายภาษีไปแล้วชีวิตไม่มีอะไรดีขึ้นเลย จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต่อไปที่จะต้องทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐเกิดการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน แก้ปัญหาสังคมได้ สร้างงานที่มีคุณภาพ สร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างเทคโนโลยีของคนไทย และทำให้ประเทศไทยพร้อมรับมือสำหรับความท้าทายแห่งอนาคต

    พรรคประชาชนจึงเสนอการลงทุนครั้งใหญ่ 630,000 ล้านบาทภายในเวลา 8 ปี เป็นการจัดการน้ำเสีย 60,000 ล้านบาท, น้ำประปาดื่มได้ 75,000 ล้านบาท, ขนส่งสาธารณะ 37,000 ล้านบาท, การจัดการขยะ 183,000 ล้านบาท, พัฒนาคุณภาพโรงเรียน 50,000 ล้านบาท, พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล 30,000 ล้านบาท และสร้างโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 192,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วได้ ตัวเลขอาจจะดูเยอะแต่หากนำไปหารด้วย 8 ปี ออกมาได้ปีหนึ่งไม่ถึง 80,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปได้ที่จะลงทุนและทำให้กลับมาสะท้อนเป็นคุณภาพชีวิตของคนไทย สร้างอุตสาหกรรมใหม่ และสร้างงานใหม่ได้

    นายธนาธร ยกตัวอย่างว่า เช่น เรื่องสมาร์ทกริด โดยภาพใหญ่ประเทศไทยมีเป้าหมายลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2050 แผนของพรรคประชาชนคือในปี 2045 ให้มีการเลิกการใช้พลังงานจากถ่านหิน ในปี 2040 ให้มีโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ 100% ในปี 2035 ต้องทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดพลังงานให้ได้ แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมพลังงานในประเทศไทยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีส่วนผลิต และส่วนที่เป็นเจ้าของสายส่งแรงสูง และมีผู้ผลิตเอกชนที่ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเป็นเจ้าของสายส่งแรงต่ำ และเป็นคนเก็บเงินกับประชาชน เป็นโมเดลที่มีผู้ซื้อรายเดียว

    การปฏิรูประบบพลังงานให้พร้อมรับมือกับอนาคต มีความเป็นธรรม และลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้ ต้องดึงส่วนที่เป็นสายส่งเข้ามาอยู่ที่เดียวกัน  จัดการฝ่ายผลิตให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และดึงส่วนที่เป็นการดูแลผู้บริโภคมารวมที่เดียวกัน จะเกิดการจัดหมวดหมู่อุตสาหกรรมใหม่ และทำให้เกิดตลาดพลังงานขึ้น ต่อไปใครผลิตและซื้อพลังงานไปเคาะราคากันที่ตลาดหุ้น ประชาชนเลือกได้เหมือนเลือกค่ายมือถือ ทำให้เกิดการแข่งขันโดยรัฐเป็นคนจัดการโครงข่ายการตลาดให้เป็นธรรม ก็จะทำให้ไม่มีการผูกขาดและอาศัยช่องว่างของการเป็นผู้ซื้อรายเดียวมากำหนดราคาไฟฟ้าที่ไม่เป็นธรรมและส่งผ่านให้ประชาชนได้อีก นอกจากนี้ในอนาคตบ้านใครที่มีโซลาร์เซลล์จะสามารถขายกลับมาให้สายส่งได้

    นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า การพัฒนากริดของประเทศไทยให้ซื้อขายไฟได้ ในหลายช่วงต่อของกริด จำเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์มากมายเพื่อรองรับสำหรับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ไม่ช้าก็เร็วต้องมีการลงทุนในส่วนนี้ นโยบายของพรรคประชาชนคือการลงทุนโดยสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้สร้างสินค้าเหล่านี้แล้วผลิตในประเทศไทยเองได้ สร้างงานที่เมืองไทยและสร้างเทคโนโลยีที่เมืองไทย เช่น การเปลี่ยนให้เป็นสมาร์ทมิเตอร์ทั่วประเทศ การทำให้โครงข่ายไฟฟ้าเป็นระบบแบตเตอรี่ BESS โดยใช้เม็ดเงินลงทุนของภาครัฐส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมในประเทศไทย

    อีกตัวอย่างคือการจัดการขยะในประเทศไทยซึ่งปัจจุบันเป็นแบบเทกอง ถ้าจะทำให้บ่อขยะทั่วประเทศได้มาตรฐานต้องจัดวิธีการทำงานใหม่ ถ้าจะจัดการขยะได้เหมือนต่างประเทศจำเป็นจะต้องสร้างคลัสเตอร์ขยะทั้งหมด 89 คลัสเตอร์ ปัจจุบันโรงขยะที่ได้มาตรฐานที่สุดของประเทศไทยใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศทั้งหมด แต่พรรคประชาชนไม่ต้องการเช่นนั้น ประเทศไทยต้องยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้สามารถผลิตโรงขยะแบบนี้เองได้ โดยเม็ดเงินลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาให้สังคมอย่างเดียว แต่จะสร้างงานให้คนไทยมีงานทำด้วย

    นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ระบบขนส่งสาธารณะก็เช่นกัน จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อรายจ่ายของครัวเรือนโดยเฉลี่ยทั้งประเทศ ประชาชนคนไทยเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 20% ของค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทั้งหมด แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วค่าใช้จ่ายในการเดินทางอยู่ที่ 13% การลงทุนในระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ คือสิ่งที่ส่งผลดีต่อประชาชนและถูกกว่าการตัดถนนเป็นอย่างมาก พรรคประชาชนมีโอกาสได้ทำแล้วที่ จ.ลำพูน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2569 เป็นต้นไป อบจ. ลำพูนจะมีรถเมล์ไฟฟ้าวิ่งเชื่อมโยงเขตอุตสาหกรรม เขตเมืองเก่า และย่านพาณิชย์ใหม่เข้าหากัน โดยในชั่วโมงปกติจะมีรถ 30 นาทีต่อคัน ชั่วโมงเร่งด่วน 20 นาทีต่อคัน นอกจากนี้จะมีเส้นทางวิ่งระหว่างสนามบินเชียงใหม่มาถึงตัวเมืองลำพูนด้วย

    ซึ่งถ้าประเทศไทยทำระบบขนส่งสาธารณะได้แบบนี้ทั่วประเทศ จะไม่เพียงเกิดทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น แต่จะเกิดอุตสาหกรรมรถเมล์และความต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเต็มไปหมด ตั้งแต่อุตสาหกรรมสถานีชาร์จ ผู้ให้บริการรถเมล์ ผู้ให้บริการข้อมูล ผู้ซ่อมบำรุง ซัพพลายเออร์ที่ส่งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ chassis ระบบตัวถัง ไปจนถึงแก้ว เหล็ก พลาสติก อลูมิเนียมที่ต้นน้ำ เป็นอุตสาหกรรมที่เมืองไทย มีบริษัทไทยที่เป็นผู้ผลิตรถเมล์ไฟฟ้า ที่เป็นเจ้าของแบรนด์และเทคโนโลยี แข่งขันกับโลกได้ในประเทศไทยด้วย

    อย่างไรก็ตาม ถ้าประเทศไทยไม่กล้าคิดอย่างทะเยอทะยาน เป้าหมายเหล่านี้จะไม่มีวันไปถึง หลายคนคิดแต่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตนอยากขอให้โอกาสพรรคประชาชนดู นี่เป็นเวลาของการกล้าทะเยอทะยาน ว่าต่อไปเราจะไม่คืนน้ำเสียสู่ธรรมชาติอีก ในอนาคตน้ำประปาต้องดื่มได้ ผู้คนต้องมีทางเลือกในการเดินทางเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ต้องไม่มีจัดการขยะอย่างปัจจุบันอีก โรงเรียนและโรงพยาบาลต้องพร้อมรับมือสำหรับอนาคต ดูแลผู้คนได้อย่างยั่งยืนและเป็นธรรม เครือข่ายไฟฟ้าของไทยต้องพร้อมรับมือภาวะโลกร้อนและทำให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม.นี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปหากพรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้ามาบริหารจัดการงบประมาณ งบประมาณจะไม่ถูกใช้อย่างสะเปะสะปะไม่มีเป้าหมาย ทำให้เกิดความคงเส้นคงวา และทำให้เป็นจริง เหตุผลที่ต้องใช้ 8 ปีเพราะเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ 4 ปีไม่จบแต่ 8 ปีเป็นไปได้ ขอให้ทุกคนร่วมเดินทางไปกับพวกเรา ให้กำลังใจ กล้าคิดอย่างทะเยอทะยานไปด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/259295&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yebfev089TnoR7q7rINR_

  • เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ”

    เปิด 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ”

    วันนี้ (23 พ.ย.2568) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการบริหารประเทศในหัวข้อ “ความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ การบริหารประเทศแบบใหม่ สร้างประเทศไทยที่ไม่แพ้ใครในเวทีโลก ให้ไทยทันโลก” โดยกล่าวถึงเหตุผลที่ทำร่วมกันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่าทุกคนสามารถช่วยกันสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ หากได้เป็นนายกรัฐมนตรีได้มองที่จะดำเนินนโยบายของประเทศในสไตล์วิศวกรรม แล้ววันนี้ในช่วงท้ายจะเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีก 2 คน ในช่วงท้าย

    สรุปแนวนโยบายของพรรคประชาชนที่เป็นเข็มทิศในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า ความดีต่อจากนี้คือ “สร้างประเทศไทยที่ไม่มีสีเทา – เท่ากัน – ทันโลก” พร้อมกันนี้ได้ส่งกำลังใจไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งล่าสุด สส.พรรคประชาชนได้ลงพื้นที่แล้ว นำโดย สส.ภคมน หนุนอนันต์ ตั้งศูนย์ครัวกลางประชาชน

    โดยช่วงแรกกล่าวถึงประเทศไทยในฝันของประชาชนเป็นอย่างไร ที่ทุกคนล้วนต่างฝันใหญ่ เพื่อส่งอนาคตที่ดีให้กับลูกหลาน ชี้ว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกสำคัญที่จะแก้ไขให้กับคุณภาพชีวิตให้กับลูกหลาน

    สำหรับนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ของพรรคประชาชน 1.นโยบายด้านความมั่นคง-ต่างประเทศใหม่ โดยเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาทุนเทาในประเทศ ตั้งศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์อาเซียน และตั้งศูนย์ข่าวกรองแม่น้ำโขง

    2. นโยบายเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มทักษะและผลิตภาพ สร้างโอกาสให้กับกลุ่มสูงวัย การผลักดันร่างกฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม สร้างระบบอุตสาหกรรมอนาคต

    3. นโยบายรายการใหม่ ซึ่งจะต้องแก้ไขปัญหาเก่าไม่ให้มีการคอรัปชัน ปฏิรูประบบงบประมาณ กิโยตินกฎหมาย เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงระบบ AI สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ให้ระบบการเมืองการบริหารราชการแผ่นดินมีความโปร่งใส

    4. นโยบายคุณภาพชีวิตใหม่ ตั้งแต่คน – เมือง – ที่ดินสิ่งแวดล้อม – ดิจิทัล

    พร้อมกล่าวถึงหน้าตาของรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศให้ประสบความสำเร็จได้จะต้องประกอบไปด้วย

    1. เอาจริงมีเจตจำนงทางการเมือง

    2. รัฐบาลที่มีคนมีความรู้ความสามารถเหมาะสม เหมาะกับตำแหน่งงาน ไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง

    3. รัฐบาล วางบทบาทในเวทีโลกได้

    โดยกล่าวทิ้งท้ายในการนำเสนอข้อมูล คณะทำงานฝ่ายบริหารในอนาคตพรรคประชาชนจะเปิดตัวเรื่อยๆ หลังจากปี่กลองเลือกตั้งดังขึ้น โดยวันนี้มีบุคคลที่สามารถเปิดตัวได้ คนแรกเป็นนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 1 เป็นตัวเองอยู่แล้วเพราะเป็นหัวหน้าพรรค

    แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค เป็นนักนโยบายสาธารณะ และเป็นคนที่หัวหน้าพรรค เกรงกลัวเกรงใจ เป็นคนที่คอยส่งมอบความรู้และยกระดับการทำงานของผู้ร่วม เป็นคนที่ให้ความรู้คนในพรรคระบบงบประมาณ

    และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งทำงานกับพรรคตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เสนอชุดนโยบายที่มีความคม ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชนฝ่ายยุทธศาสตร์ อ.ต้น – นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร โดยนายณัฐพงษ์ประกาศให้คำมั่นสัญญากับทุกคน ว่าจะทำให้ไทยไม่เทา กำจัดทุจริตคอรัปชันให้หมดจากประเทศนี้

    “เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่พูดเรื่องทุนเทาปัญหาคอรัปชันโยงใยตั้งแต่ระดับล่างขึ้นบนสุดท้ายจะแก้เรื่องนี้ ได้หนีไม่พ้นว่าคนที่อยู่สูงสุดของประเทศ ต้องเอาจริงกับเรื่องนี้ คำว่าเอาจริงกับเรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะการจัดการกับคนที่ไม่ได้อยู่กับพรรคเอง แต่วันหนึ่งถ้าคนกลุ่มของตัวเองคนที่อยู่ในพรรคการเมืองของตัวเอง รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของตัวเอง ขึ้นมาทำผิดกฎหมายทุจริตคอรัปชันคุณก็ต้องกล้าจัดการ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามหากคุณไม่กล้าจัดการ คุณไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทั้งโครงสร้างได้”

    วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

    วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

    วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

    ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร”

    สำหรับ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น”

    การศึกษา
    • ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

    หลังเรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust นายวีระยุทธทำงานเป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์

    สอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ มีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

    งานการเมือง
    วีระยุทธทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจให้กับพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เคยเปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือน พ.ค.2566 หลังการเลือกตั้ง พ.ศ.2566 วีระยุทธดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และทำงานในคณะกรรมาธิการหลายชุด
    • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2568
    • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2567
    • อนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางรับมือผลกระทบของสงครามการค้า (2568)
    • รองประธาน คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า (2568)

    อ่านข่าว :

    ภูมิใจไทยเปิดตัว 3 บ้านใหญ่ “วราวุธ” ยันศิลปอาชายังอยู่ชาติไทยพัฒนา

    “นิกร” เปิด 4 เหตุผลร่วมงาน ภท. ยัน ชทพ.ไม่ล่มสลาย ดัน “กัญจนา” นั่งหัวหน้า

    มาตามนัด “วราวุธ-สนธยา” เข้าพรรคภูมิใจไทย ยังอุบย้ายซบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358783&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_kBlNJrERQgFbh62_5Jye

  • ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ไม่พลิกโผ นั่งแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน

    ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ไม่พลิกโผ นั่งแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน

    เปิดประวัติ อาจารย์ต้น “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ถูกเสนอชื่อนั่งแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชนอีกราย มี DNA อนาคตใหม่ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจ

    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า พรรคประชาชนได้เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ครบทั้ง 3 คน คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า และย้ำว่าเพื่อไม่ให้ประชาชนได้นายกฯ แบบกล่องสุ่ม จะฉายภาพชัดทันทีว่าหากเบอร์ 1 พลาดเก้าอี้ เบอร์ 2 และ เบอร์ 3 จะมาทำหน้าที่ต่อ ไม่มีลุ้นว่าหลังเลือกตั้งจะได้ใครเป็นนายกฯ ของพรรค

    ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร”

    สำหรับ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือที่นักข่าวรู้จักกันในนาม อาจารย์ต้น ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ ชีวิตส่วนตัวสมรสแล้ว และมีบุตร 1 คน

    ส่วนด้านการศึกษา จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และยังจบปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ โดยได้ทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust ในการศึกษาต่อปริญญาเอก

    ต่อมาหลังเรียนจบปริญญาเอก นายวีระยุทธ ได้ไปทำงาน เป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ มีความเชี่ยวชาญด้านการสอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

    ส่วนประสบการณ์ทางการเมือง นายวีระยุทธ เข้าสู่การเมืองครั้งแรกด้วยการเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจให้กับพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เคยเปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566

    หลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 นายวีระยุทธดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และทำงานในคณะกรรมาธิการหลายชุด ประกอบด้วย กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2568, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2567, อนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางรับมือผลกระทบของสงครามการค้า (2568) และรองประธาน คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า (2568)

    เมื่อเข้าสู่ช่วงใกล้เลือกตั้ง กระแสข่าวเกี่ยวกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน มักมีชื่อนายวีระยุทธ ติดอยู่ในโผเสมอ กระทั่งในงานรีชาร์จประชาชน วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จึงได้เปิดตัวแคนดิเดตของพรรคทั้ง 3 คน และมีชื่อนายวีระยุทธ เป็นอันดับ 3 รองจากนางสาวศิริกัญญา ที่ถูกเสนอชื่อนั่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นอันดับ 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2897424&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1IC7USfOOwNwAhHIJspF0H

  • ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน

    ประวัติ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน

    เปิดประวัติ “อาจารย์ต้น” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ดีกรี ดร.เคมบริดจ์

    จากกรณีพรรคประชาชน ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรค ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และ 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

    ทำให้ชื่อของ “อาจารย์ต้น” หรือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ได้รับความสนใจจากประชาชนในฐานะหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่น่าจับตามองในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

    FB / วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร – Veerayooth Kanchoochat
    นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

    โดยนายวีระยุทธ ปัจจุบันอายุ 46 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาชน และอยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น”

    ด้านการศึกษาจบ

    นายวีระยุทธ จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

    ประสบการณ์การทำงาน

    นายวีระยุทธ เคยทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นหลังเรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust วีระยุทธทำงานเป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์

    สอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ มีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

    ประสบการณ์ทางงานการเมือง

    นายวีระยุทธ ทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจให้กับพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เคยเปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566

    หลังการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 วีระยุทธดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และทำงานในคณะกรรมาธิการหลายชุด

    • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2568

    • กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายปี 2567

    • อนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางรับมือผลกระทบของสงครามการค้า (2568)

    • รองประธาน คณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า (2568)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587/262113&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oBMfeXSETOz9BXV1YxoZm

  • “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ”  ไม่พลิกโผนั่ง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน

    “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ” ไม่พลิกโผนั่ง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน

    “ณัฐพงษ์” ประกาศ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ไม่พลิกโผมีชื่อ “ศิริกัญญา-วีระยุทธ” ยืนยันตรงไปตรงมา เรียกร้องช่วยส่งต่อพลังให้พรรคได้รับเลือกตั้งครึ่งหนึ่งของสภาฯ ให้ไปจัดตั้งรัฐบาล

    เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำการพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุปัญหาของประเทศไทยทั้ง ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ โดยระบุว่า เด็กไทย 13% แคระแกร็น และมากขึ้นทุกปี เด็กไทย 1 ล้านคนหลุดจากระบบการศึกษา ประชาชนมีอัตราการเสียชีวิตบนท้องถนน 18,000 ต่อปี โดยในจำนวนนี้ 74% มาจากการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ และ 86% ของคนไทยวันเกษียณยังต้องทำงาน

    เสนอตั้งหน่วยฉก.ยึดทรัพย์ทุนเทา

    นายณัฐพงษ์ เปรียบประเทศไทยคือสมาร์ทโฟน แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่มีปัญหาที่ตัวระบบ ต้องสร้างแพลตฟอร์มที่ดีให้คนอยากย้ายเข้าประเทศ ไม่ใช่อยากย้ายออก ยืนยัน นโยบาย “ ไทยไม่เทา – ไทยเท่ากัน และไทยทันโลก” โดยเสนอให้ตั้งหน่วยเฉพาะกิจยึดทรัพย์ เอาระบบเอไอเข้าไปจับ ยึดทรัพย์ก่อนแล้วเรียกมาคุยกัน

    หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ในระดับภูมิภาคเสนอให้ตั้งศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์ ข่าวกรองแม่น้ำโขง ต้องทำการทูตสง่างาม ยึดผลประโยชน์ชาติ ไม่เลือกข้าง แต่ยึดหลักการ เอาวาระของโลกเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่ต้องไปหงอ ทำตัวเล็กๆกับประเทศมหาอำนาจ

    ปฏิรูประบบราชการ

    ส่วนในเรื่องของเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มทักษะ มองวาระสูงวัยให้เป็นโอกาสในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์คนสูงวัย ใช้องค์ความรู้พัฒนาการเกษตรให้พลิกฟื้น ใช้นโยบาย Fair and Fight ใช้พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า สู้ทุนเทาครองเมือง

    ขณะที่การพัฒนาระบบราชการใหม่ ต้องรีบกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาโดยยึดความโปร่งใส ประสิทธิภาพ สร้างความมีส่วนร่วมกับประชาชน ไม่ทนคอร์รัปชัน ปฏิรูปงบประมาณ กิโยตินกฎหมายและกระจายอำนาจ

    รัฐบาลต้องเอาจริง

    เช่นเดียวกับการลงทุนคุณภาพชีวิตใหม่ ขอเน้นเรื่องที่ดินและสิ่งแวดล้อม ต้องปฏิรูปที่ดิน เพราะมีที่ดินที่มีโฉนดประมาณ 100 ล้านไร่ มีผู้ถือครองประมาณ 20 ล้านคน โดย 100 คนใน 20 ล้านคน ถือครองที่ดินไปแล้วครึ่งหนึ่งของประเทศ รัฐบาลที่จะสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริง มีเจตจำนงทางการเมือง เป็นคนที่มีความรู้ ความสามารถเหมาะกับตำแหน่งงาน ไม่ได้มาจากการโควตาทางการเมือง และควรวางบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกให้เหมาะสม

    เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

    จากนี้พรรคประชาชนจะทยอยเปิดตัวคณะทำงานออกมาเรื่อยๆ อย่าเชื่อข้อมูลที่คาดเดาว่าใครจะมาเป็นว่าที่รัฐมนตรีของพรรค ขอยืนยันว่าเป็นเฟกนิวส์ พร้อมเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนทั้ง 3 คน ประกอบด้วย

    1. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

    2. ศิริกัญญา ตันสกุล

    3. รศ.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร

    ขอเลือกตั้ง ปชน.เกินครึ่ง

    นายณัฐพงษ์เชื่อว่าแคนดิเดตของพรรคทุกคนมีศักยภาพ โดยเฉพาะ น.ส.ศิริกัญญา และรศ.วีระยุทธ รู้เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ มีความรู้ความสามารถ สาเหตุที่ต้องประกาศลำดับให้ชัดเจน เพราะต้องการตรงไปตรงมากับประชาชน หากเกิดเหตุการณืไม่คาดฝันจะได้รู้ว่าใครจะรับช่วงต่อไป  ทั้งนี้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า เงื่อนไขการเมืองอื่นๆเริ่มคลายล็อกไปบ้างแล้ว จำเป็นต้องได้ใบอนุญาตที่1 ถ้าเราได้ 20 ล้านเสียง ถ้าได้ครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะมีใครปฏิเสธพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลได้อีกหรือ จึงขอให้ช่วยส่งต่อพลัง เพื่อจะได้รู้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ

    พร้อมกำจัดคอรัปชันให้ไทยไม่เทา

    พร้อมยืนยันด้วยว่า คนเป็นผู้นำรัฐบาลต้องกล้าจัดการ หากพบว่าคนในรัฐบาลหรือรัฐมนตรีไม่สุจริต ดังนั้นพรรคประชาชนขอยืนยันว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะทำทุกวิถีทางทำให้ไทยไม่เทา กำจัดธุรกิจคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2897421&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-TgMJMKJQmwqdq4nlHSso

  • “60 ปี โรงเรียนธนาคารออมสิน” ปรับงานเป็นทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา 20 ธันวาคมนี้ | TOPNEWS

    “60 ปี โรงเรียนธนาคารออมสิน” ปรับงานเป็นทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา 20 ธันวาคมนี้ | TOPNEWS

    วันที่ 23 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนธนาคารออมสิน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จัดแถลงข่าวเตรียมงานครบรอบ 60 ปี เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2568 เวลา 10.30 น. โดยมี นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานรัฐ เอกชน ศิษย์เก่า และคณะกรรมการสถานศึกษาร่วมรับฟังรายละเอียดการจัดงานอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาโรงเรียนและสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน

    เดิมทีงานครบรอบ 60 ปีมีชื่อว่า “60 ปี คืนสู่เหย้า เรารวมใจ ชาวออมสิน” แต่เพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์และเจตนารมณ์ของโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาได้มีมติปรับรูปแบบเป็น “ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา” โดยมุ่งเน้นการระดมทุนเพื่อปรับปรุงอาคารโรงอาหาร 101 รอพิเศษ ซึ่งต้องใช้งบประมาณกว่า 600,000 บาท พร้อมจัดตั้งทุนการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน ดร.นันทรัตน์ เกื้อหนุน ผู้อำนวยการโรงเรียน ชี้ว่าหัวใจของงานยังคงเป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขและความภาคภูมิใจของชาวบางสะพาน

    งานทอดผ้าป่าจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 ณ โรงเรียนธนาคารออมสิน ต.ร่อนทอง อ.สะพาน เริ่มเวลา 08.30 น. กำหนดพิธีประกอบด้วยการแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิธีทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา และพิธีเปิดป้ายโรงอาหารใหม่ ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนพัฒนาพื้นที่เรียนรู้ได้ที่ธนาคารออมสิน สาขาบางสะพาน เลขบัญชี 051-5703-04-67-8 ชื่อบัญชี โรงเรียนธนาคารออมสิน.

     
    พิสิษฐ์  รื่นเกษม  ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1400921&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bWB_E6fEpNKIWF8AcFMIM

  • พรรคประชาชนเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ” สู้ศึกเลือกตั้ง

    พรรคประชาชนเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ” สู้ศึกเลือกตั้ง

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 พ.ย. 68)

    นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรคฯ ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และ 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์

    สำหรับนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฯ ปัจจุบันอายุ 46 ปี อยู่ในทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ รู้จักกันในชื่อ “อาจารย์ต้น” โดยจบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโทและเอกด้านเศรษฐศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

    โดยหลังเรียนจบปริญญาเอกด้วยทุนการศึกษาจาก Cambridge Trust วีระยุทธทำงานเป็นอาจารย์ที่ National Graduate Institute for Policy Studies หรือ GRIPS มหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านนโยบายสาธารณะ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 11 ปี จนได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ สอนและทำวิจัยด้านนโยบายอุตสาหกรรม กับดักรายได้ปานกลาง ซัพพลายเชนการผลิตข้ามชาติ มีประสบการณ์ทำงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศ เช่น Overseas Development Institute (ODI) แห่งกรุงลอนดอน รวมถึง IMF, UNCTAD, United Nations ESCAP เขียนหนังสือภาษาไทยเรื่อง “เศรษฐกิจสามสี: เศรษฐกิจแห่งอนาคต”

    ส่วนงานการเมืองเคยทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจให้กับพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เคยเปิดตัวเป็น 1 ใน 7 สมาชิกทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเดือน พ.ค.66 และหลังการเลือกตั้งปี 66 ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และทำงานในคณะกรรมาธิการหลายชุด, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2568, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567, อนุกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางรับมือผลกระทบของสงครามการค้า (2568), รองประธานคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า (2568)

    โดย รฐฦ/ธนวัฏ เสือแย้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRAM0IQ31URASNHSJ6M5E8NC4I4WEUST&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oG3dGA8VwR4cyp6OTFWoV