Category: วัฒนธรรม

  • “นฤมล” หารือทวิภาคี ขอบคุณ OECD สนับสนุนไทย เห็นพ้องยกระดับการศึกษาไทย

    “นฤมล” หารือทวิภาคี ขอบคุณ OECD สนับสนุนไทย เห็นพ้องยกระดับการศึกษาไทย

    “นฤมล” รมว.ศึกษาธิการ นำคณะ ร่วมหารือทวิภาคีกับผู้อำนวยการ OECD ฝ่ายการศึกษาและทักษะ ขอบคุณสนับสนุนงานด้านการศึกษา เห็นพ้องเดินหน้าความร่วมมือยกระดับระบบการศึกษาไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

    เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมหารือทวิภาคีกับ Mr.Andreas Schneider ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าในความร่วมมือด้านการศึกษาและแนวทางสนับสนุนประเทศไทยในช่วงการขอเข้าเป็นสมาชิก OECD

    ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวขอบคุณ OECD ที่ได้ให้การสนับสนุนประเทศไทยในการดำเนินงานด้านการศึกษาอย่างดี ทำให้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการผลักดันตนเองให้เข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งการดำเนินงานของไทยยังจำเป็นต้องเรียนรู้จาก OECD และประเทศสมาชิกอื่นๆ เพื่อให้สามารถพัฒนาได้ตามมาตรฐานนานาชาติต่อไป โดย OECD ชื่นชมการเตรียมความพร้อมของไทยทั้งในกระบวนการ Education Technical Review และการพัฒนาภาคการศึกษา ซึ่งอยู่ “บนเส้นทางที่ถูกต้อง” ไทยเป็นพันธมิตรที่มีความเข้มแข็ง พร้อมเปิดโอกาสให้ไทยส่งข้อมูลสำหรับจัดทำรายงาน OECD Digital Education Outlook รวมถึงทำงานร่วมกันในการพัฒนาแบบประเมิน AI Literacy ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ

    ทางด้าน รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาหลักสูตร AI แห่งชาติ จาก “การเรียนรู้เกี่ยวกับ AI” สู่ “การเรียนรู้ด้วย AI” รวมถึงการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของ OECD เช่น PISA และการทำงานร่วมกับโครงการวิจัยนานาชาติในด้านนวัตกรรมการศึกษา

    ขณะที่ นายปานเทพ ลาภเกษร ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือพหุภาคี สำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการดำเนินงานระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและ OECD ที่ต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 อาทิ การจัดทำ Education Policy Review ทั้งนี้ เสนอแนะให้มีการเน้นการพัฒนาระบบประเมินคุณภาพการศึกษา และการยกระดับระบบทดสอบแห่งชาติ

    อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเดินหน้าความร่วมมือ ทั้งด้านหลักสูตร นวัตกรรมการศึกษา ระบบข้อมูล และการประเมินคุณภาพ เพื่อยกระดับระบบการศึกษาของไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานสากลและสนับสนุนการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD อย่างมีประสิทธิภาพ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2898174&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04pcmsxNw452NxSJejDBAr

  • คุยกับท่านทูตไทย ณ เฮลซิงกิ  ทำไม ‘ฟินแลนด์’ ถึงเป็นยักษ์ใหญ่นวัตกรรมโลก  และทำไม ‘ไทย’ อาจเป็นหัวแถวนวัตกรรมเอเชีย

    คุยกับท่านทูตไทย ณ เฮลซิงกิ ทำไม ‘ฟินแลนด์’ ถึงเป็นยักษ์ใหญ่นวัตกรรมโลก และทำไม ‘ไทย’ อาจเป็นหัวแถวนวัตกรรมเอเชีย

    การเดินหน้าสู่ Thailand 4.0 คือยุทธศาสตร์สำคัญที่มุ่งยกระดับเศรษฐกิจไทยจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการค้นหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเติมเต็มเป้าหมายนี้ ประเทศไทยได้เลือก ฟินแลนด์ เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญผ่านความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

    Techsauce ได้รับเกียรติพูดคุยกับ นายวรวุฒิ พงษ์ประภาพันธ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ผู้เปรียบเสมือน ‘Bridge Builder’ ในการเชื่อมโอกาสระดับโลกให้กับสตาร์ทอัพไทย พร้อมเผยที่มาของความร่วมมือครั้งนี้

    ทำไม ‘ฟินแลนด์’ ถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ Thailand 4.0?

    โจทย์ใหญ่ของประเทศไทยตามนโยบาย Thailand 4.0 คือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจ จากเดิมที่พึ่งพาอุตสาหกรรมหนักและการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ท่านทูตฯ อธิบายว่า ฟินแลนด์ เป็นจิ๊กซอว์ที่ตอบโจทย์นี้ของประเทศไทยได้อย่างลงตัว เนื่องจาก

    • การเป็นผู้นำตัวจริงด้าน ICT และนวัตกรรม โดยฟินแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นผู้นำด้าน ICT และนวัตกรรมในระดับโลก โดยติดอันดับที่ 6 ของโลก และ อันดับ 4 ของสหภาพยุโรป (EU)
    • มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยฟินแลนด์มีการพัฒนานวัตกรรมอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะกลุ่ม AI, Health Tech และ Sustainable Technology

    Slush สปริงบอร์ดสู่เวทีโลก

    หนึ่งในกุญแจความสำเร็จของฟินแลนด์คือ “Slush” ซึ่งถูกยกให้เป็นงาน Tech Event ชั้นนำของโลก ที่มี Startups เข้าร่วมกว่า 20,000 ราย จากกว่า 100 ประเทศ และที่สำคัญคือมีนักลงทุนจากทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมมากถึง 3,500 ราย 

    ท่านทูตฯ มองเห็นโอกาสว่า การเข้าร่วมงาน Slush จะเป็น Springboard ให้กับผู้ประกอบการไทยในการก้าวสู่เวทีระดับโลก เป็นโอกาสในการนำเสนอศักยภาพ ซึ่งหากผลงานเข้าตานักลงทุนต่างชาติ ก็จะเป็นการยกระดับการยอมรับให้กับอุตสาหกรรม Startups ของไทยทั้งระบบ 

    ถอดรหัสเอกลักษณ์ที่ทำให้ Ecosystem ด้านนวัตกรรมของฟินแลนด์แข็งแกร่ง

    อะไรคือสิ่งที่ทำให้ฟินแลนด์กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านนวัตกรรมระดับโลก ? โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยกำลังให้ความสนใจอย่าง Deep Tech และ Green Tech ท่านทูตฯ สรุปปัจจัยสำคัญความสำเร็จของฟินแลนด์ไว้ดังนี้

    1. บุคลากรคุณภาพสูง: ประชากรมีการศึกษาและความรู้ความเข้าใจสูง มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี ซึ่งเอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ซับซ้อน
    2. การมุ่งเน้นในสาขาถนัด: สตาร์ทอัพฟินแลนด์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูง เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็น Gaming (เช่น บริษัท Rovio ที่สร้างเกม Angry Bird), AI, 5G Network, Sustainable Energy (Green Tech) และ Digitalization
    3. การลงทุนใน R&D: บริษัทและภาคเอกชนในฟินแลนด์ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างต่อเนื่อง เป็นกลไกสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางเทคโนโลยี
    4. โครงข่ายความร่วมมือแข็งแรง: มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี และมีเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา

    ทำไม ‘ไทย’ ถึงมีโอกาสเป็นหัวแถวด้านนวัตกรรมแห่งเอเชีย

    แม้ฟินแลนด์จะเป็นประเทศเล็กที่มีประชากรไม่ถึง 6 ล้านคน และมูลค่าการค้าระหว่างไทย-ฟินแลนด์ มีเพียงประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ซึ่งน้อยกว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับบริเวณชายแดนบางแห่งของไทยและลาวเสียอีก) ทำให้ฟินแลนด์ไม่ใช่เป้าหมายหลักด้านการส่งออกสินค้า

    แต่ในมุมของ ‘นวัตกรรม’ สถานทูตฯ เล็งเห็นว่าไทยต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งนี้ เพื่อสร้างสะพานเชื่อมต่อด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับสตาร์ทอัพไทย ท่านทูตฯ ได้เน้นย้ำถึงสถานะของไทยในเวทีนี้ไว้อย่างน่าภาคภูมิใจว่า

    ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในเอเชียที่เข้าร่วมงาน Slush อย่างจริงจัง มีงาน Side Event ที่มีผู้ลงทะเบียนเต็มทุกที่นั่งก่อนสองสัปดาห์ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยยืนหนึ่งเป็นแนวหน้าในภูมิภาคเอเชีย ในการบุกเบิกโอกาสด้านนวัตกรรม

    สถานทูตฯ ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานสำคัญ เช่น depa, NIA และ Techsauce เพื่อนำสตาร์ทอัพไทยเข้าสู่ประสบการณ์ระดับโลกนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการระดมทุนและขยายตลาด

    คำแนะนำสู่ความสำเร็จ “เข้าใจพฤติกรรมตลาด สำคัญกว่าตัวเทคโนโลยี”

    สำหรับสตาร์ทอัพไทยทั้ง 10 ทีมที่เตรียมร่วมงาน Slush 2025 ท่านทูตฯ  เน้นย้ำว่า ปัจจัยที่กำหนดความสำเร็จไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือ การเข้าใจตลาด

    “สาเหตุที่สตาร์ทอัพไม่ประสบความสำเร็จคือผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด แม้เทคโนโลยีจะสูงแค่ไหนก็ตาม บางสตาร์ทอัพทำเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ไม่ได้ศึกษาพฤติกรรมของคนยุโรป การศึกษา พฤติกรรมผู้บริโภค จุดแข็ง จุดอ่อน ของตลาดต่างประเทศจึงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์”

    นี่คือสิ่งที่สตาร์ทอัพไทยต้องทำเพื่อสร้าง Product-Market Fit ที่แท้จริง และยกระดับตัวเองสู่มาตรฐานโลก โดยรัฐบาลพร้อมทำหน้าที่เป็น ‘พี่เลี้ยง’ ในการสนับสนุนการเติบโตและพัฒนาไปด้วยกัน

    ฝากถึงคนรุ่นใหม่ให้กล้าก้าวข้ามความต่างของตลาด

    ท่านทูตฯ ย้ำว่าคนไทยมีศักยภาพด้าน IT สูงมาก แต่ยังขาดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดยุโรป จึงอยากให้ผู้ประกอบการไทยและคนรุ่นใหม่ตั้งใจศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างจากไทยและเอเชีย และใช้โอกาสจากการเข้าร่วมอีเวนต์ระดับโลกอย่าง Slush ในการสร้างเครือข่ายและนำฟีดแบ็กจาก VC มาพัฒนาต่อยอดเพื่อความสำเร็จในระดับสากล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/tech-and-biz/thai-finland-innovation-partnership&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SqRVVvR7EosZ3rbjyUa5A

  • HSBC เผย การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    HSBC เผย การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในเอเชียแปซิฟิก เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – เอชเอสบีซี เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ “การปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค: มุมมองจากผู้บริหารจัดการทางการเงิน ปี 2025” (Redefining Treasury in Asia Pacific: Voices of Treasury 2025) ซึ่งวิเคราะห์การบริหารจัดการทางการเงินขององค์กรทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่กำลังก้าวสู่การบริหารจัดการทางการเงินที่เน้นดิจิทัลเป็นหลัก ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และพร้อมใช้งานตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า “การบริหารจัดการทางการเงินแบบเรียลไทม์” (Real-Time Treasury) เพื่อรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนและท้าทายมากขึ้นในปัจจุบัน

    เอชเอสบีซีได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทางการเงินและด้านการเงินมากกว่า 460 คน ใน 8 ตลาดหลักในภูมิภาคเ อเชียแปซิฟิก เพื่อศึกษาการปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงิน ผลการศึกษาพบว่า แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญเพียง 8% ที่มองว่า AI มีประโยชน์อย่างยิ่งในปัจจุบัน แต่กว่า 52% หรือมากกว่า 1 ใน 2 เชื่อว่า AI จะมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการทางการเงินภายในสามปีข้างหน้า
    โดยมองว่า AI จะมีศักยภาพในการช่วยเพิ่มเพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ การตรวจจับการฉ้อโกง และ
    การวิเคราะห์ความผิดปกติของข้อมูล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในการบริหารจัดการทางการเงิน

    นายมาโนจ์ ดูการ์ ผู้อำนวยการสายงานจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ประจำภูมิภาคเอเชีย ธนาคารเอชเอสบีซี กล่าวว่า “ผู้บริหารจัดการทางการเงินได้กลายเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ขององค์กร โดยมีบทบาทในการสนับสนุนการตัดสินใจที่สำคัญเพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโต ซึ่งประโยชน์ของการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ คล่องตัว และได้รับการสนับสนุนด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมและรวดเร็ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินในอนาคต”

    การบริหารจัดการทางการเงินแบบเรียลไทม์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และความแม่นยำในการบริหารจัดการทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่การเปลี่ยนผ่านนี้ยังคงมีอุปสรรค โดยจากการศึกษาพบว่า เกือบครึ่ง (49%) ของผู้บริหารจัดการทางการเงินระบุว่า “ยังคงขาดบุคลากรที่มีทักษะในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้” ในขณะที่ประมาณ 2 ใน 5 (38%) ระบุว่า “การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาระบบยังเป็นข้อจำกัด”

    เตรียมรับมือความผันผวน

    การปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารจัดการทางการเงินเป็นการดำเนินการสำคัญที่ต้องใช้การลงทุนด้านเวลาและทรัพยากรหลายปี ในขณะเดียวกัน องค์กรต่าง ๆ กำลังรับมือกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาด ปัญหาด้านห่วงโซ่อุปทาน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลง

    นายนิธิ วชิรโกวิทย์ ผู้อำนวยการบริหารอาวุโส ฝ่ายจัดการด้านการเงินและบริหารสภาพคล่อง ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นศูนย์กลางของโอกาสทางธุรกิจ ทั้งธุรกิจจากนานาชาติที่เข้ามาลงทุน และธุรกิจเอเชียที่ขยายสู่ตลาดโลกมากขึ้น ดังนั้น การบริหารจัดการทางการเงินที่แม่นยำและคล่องตัวจึงมีความสำคัญมากขึ้น ในการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของธุรกิจและการรับมือกับความผันผวนของตลาด”

    ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการทางการเงินและด้านการเงินที่ร่วมตอบแบบสอบถามต่างเห็นตรงกันว่า
    “การบริหารจัดการทางการเงินท่ามกลางความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยจัดเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งใน 7 จาก 8 ตลาดที่เราสำรวจ

    อย่างไรก็ตาม “การขยายสู่ตลาดและกลุ่มธุรกิจใหม่” ถูกจัดเป็นสิ่งที่สำคัญน้อยที่สุด ใน 7 จาก 8 ตลาดที่สำรวจ
    ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการค้าและผลต่อการวางแผนธุรกิจระยะยาวอย่างชัดเจน

    เมื่อสอบถามถึงความเสี่ยงหลักที่ผู้บริหารจัดการทางการเงินคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
    ภูมิรัฐศาสตร์ปัจจุบัน พบว่า ผู้บริหารจัดการทางการเงินส่วนใหญ่ (60%) ระบุว่า “ความผันผวนของตลาดการเงิน” เป็นความกังวลอันดับหนึ่ง และ “การชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย” (59%) เป็นลำดับถัดมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารจัดการทางการเงินกำลังเตรียมรับมือกับความผันผวนดังกล่าว

    “ธุรกิจต่าง ๆ ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถวางแผนรับมือกับวิกฤตด้านสาธารณสุขได้ รวมถึงสามารถวางแผนรับมือกับภาษีนำเข้าได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าอัตราภาษีนำเข้าจะสูงก็ตาม” แต่สิ่งที่ธุรกิจไม่สามารถดำเนินการได้
    คือการวางแผนธุรกิจระยะยาวท่ามกลางความไม่แน่นอนและมีความผันผวนสูงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้”
    นายนิธิ กล่าวเสริม

    มุ่งสู่อนาคตของเงินดิจิทัล

    แม้ว่าการวิจัยรายงานฉบับนี้จะเสร็จสิ้นก่อนที่กฎหมาย GENIUS Act จะมีผลบังคับใช้ในสหรัฐอเมริกา และก่อนที่เอชเอสบีซีจะให้บริการธุรกรรมเงินฝากในรูปแบบโทเคน (Tokenised Deposit Service) ข้ามพรมแดนครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิทัล เช่น เงินฝากในรูปแบบโทเคน (Tokenised deposits) และสเตเบิลคอยน์ (stablecoins) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของการบริหารจัดการทางการเงินในอนาคต ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่เป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง

    ผู้บริหารจัดการทางการเงินยังเห็นตรงกันว่า ระยะเวลาการชำระเงินที่สั้นลง คือปัจจัยสำคัญที่สุดที่ต้องได้รับการแก้ไขในกระบวนการชำระเงินข้ามพรมแดน ปัจจุบัน เอชเอสบีซีให้บริการธุรกรรมเงินฝากในรูปแบบโทเคนในฮ่องกง สิงคโปร์ ลักเซมเบิร์กและสหราชอาณาจักร ซึ่งรองรับการชำระเงินแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเขตเวลาและเวลาตัดรอบการทำธุรกรรม

    “การให้บริการธุรกรรมเงินฝากในรูปแบบโทเคนถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับธุรกรรมทางการเงินของอนาคต การเปิดให้บริการนี้ในตลาดต่าง ๆ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอชเอสบีซีในการเชื่อมต่อนวัตกรรมทาง
    โซลูชันการชำระเงินกับเครือข่ายอันแข็งแกร่งที่ครอบคลุมทั่วโลก เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลง
    ของลูกค้า” นายดูการ์ กล่าวสรุป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/11/26/597654/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ztzw8QZZLWntQtKEaqrmx

  • การจัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568

    การจัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93090&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rkMPCT7imC3zJeKVJrt1N

  • สพฐ. ผนึก สจว. ยกเครื่อง “หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง” เน้นลุยพื้นที่จริง-ถิ่นทุรกันดาร – OBEC

    สพฐ. ผนึก สจว. ยกเครื่อง “หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง” เน้นลุยพื้นที่จริง-ถิ่นทุรกันดาร – OBEC

    สพฐ. ผนึก สจว. ยกเครื่อง “หลักสูตรจิตวิทยาความมั่นคง” เน้นลุยพื้นที่จริง-ถิ่นทุรกันดาร

    ชูโมเดล “การศึกษาเพื่อความมั่นคง” พร้อมนำงานวิจัยขยายผลสู่โรงเรียนในพื้นที่

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. นำทีมผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วยนายวิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการ กพฐ. นางอาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และนายจักรพงษ์ วงค์อ้าย ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ จับมือผู้บริหารสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง (สจว.) ปรับโฉมหลักสูตรพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา มุ่งเน้นประสบการณ์จริงในพื้นที่ห่างไกลและชายแดน หวังสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เข้าใจบริบท “การศึกษาเพื่อความมั่นคง”

    พร้อมติดตามผลการนำงานวิจัยไปพัฒนาโรงเรียนอย่างเป็นรูปธรรม ณ ห้องประชุม ศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน อาคาร สพฐ. 1 ชั้น 3 กระทรวงศึกษาธิการ

    .

    เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะผู้บริหารจากสถาบันจิตวิทยาความมั่นคง (สจว.) สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ว่า “สพฐ. ได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรการอบรมจิตวิทยาความมั่นคงสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้สอดรับกับบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมในปัจจุบัน โดยหลักสำคัญของการปรับปรุงหลักสูตรครั้งนี้ คือการปรับรูปแบบการเรียนรู้เน้นแบบเชิงรุกมากยิ่งขึ้น

    เป็นการเรียนรู้เชิงพื้นที่ (Area-based Learning) อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในโรงเรียนถิ่นทุรกันดาร โรงเรียน

    ตามแนวชายแดน และโรงเรียนในโครงการพระราชดำริตามภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม

    ได้ประสบการณ์ในสภาวะการณ์ที่เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในปัจจุบัน เกิดประสบการณ์ตรง ซึ่งถือเป็นการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง อย่างแท้จริง โดยคาดหวังว่าการลงพื้นที่นี้จะช่วยสะท้อนมุมมองและแนวคิดใหม่ ๆ ให้ผู้บริหารสามารถนำกลับมาพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาบริบทของโรงเรียนตนเองให้เข้มแข็งขึ้น” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

    .

    นอกจากการปรับรูปแบบการศึกษาดูงานเชิงพื้นที่แล้ว จุดเด่นที่น่าสนใจของหลักสูตรนี้คือกระบวนการ ติดตามและประเมินผลที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยผู้เข้ารับการอบรมจะต้องไม่เพียงแค่ผ่านการอบรมตามระยะเวลา

    ที่กำหนดเท่านั้น แต่ต้องนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยที่ได้ดำเนินการระหว่างการอบรม ไปขยายผลและประยุกต์ใช้จริงในโรงเรียนของตนเอง รวมถึงสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงอีกประการหนึ่ง

    .

    ความร่วมมือระหว่าง สพฐ. และ สจว. ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้บริหารสถานศึกษามีศักยภาพในการวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา และสามารถใช้องค์ความรู้ทางจิตวิทยาความมั่นคงมาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสถานศึกษา สร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน และยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติต่อไป

    .

    ข่าว : ศูนย์บริหารงานการพัฒนาศักยภาพบุคคลเพื่อความเป็นเลิศ สพฐ.

    ภาพ/กราฟิก : สุชัญญา ชมเทศ

    ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    .

    #สพฐ#กระทรวงศึกษาธิการ#เรียนดีมีคุณธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23196&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0JO1HWmUttwdalBdc2vjtF

  • สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ร่วมประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่ 7/2568 ผ่านระบบ Video Conference – OBEC

    สพป.ศรีสะเกษ เขต 1 ร่วมประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่ 7/2568 ผ่านระบบ Video Conference – OBEC

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมไพลิน อาคารศรีสัตตพัฒน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ดร.พีระพรรณ ทองศูนย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 พร้อมด้วย นายชาณุวัติ ศรเพชร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย ศึกษานิเทศก์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 7/2568 ผ่านระบบ Video Conference (Zoom) เพื่อรับทราบนโยบาย และข้อราชการสำคัญจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำไปสู่การขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป////// ปาริชาติ อาจสำแดง ภาพ / ข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/23081&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0RKuKPZ01P3OeyuynFjMwB

  • “นฤมล-OECD”กระชับความร่วมมือการศึกษา ขยับไทยเข้าเกณฑ์สมาชิกเต็มรูปแบบ

    “นฤมล-OECD”กระชับความร่วมมือการศึกษา ขยับไทยเข้าเกณฑ์สมาชิกเต็มรูปแบบ

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือทวิภาคีกับ Mr. Andreas Schneider ผู้อำนวยการด้านการศึกษาและทักษะ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่า ไทยและ OECD ได้แลกเปลี่ยนความก้าวหน้าด้านความร่วมมือทางการศึกษาอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญต่อเส้นทาง “ขอเป็นสมาชิก OECD” ของประเทศไทย

                       “นฤมล-OECD”กระชับความร่วมมือการศึกษา ขยับไทยเข้าเกณฑ์สมาชิกเต็มรูปแบบ

    รมว.ศธ. กล่าวแสดงความขอบคุณต่อ OECD ที่ให้การสนับสนุนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านคุณภาพการศึกษา มาตรฐานหลักสูตร และการประเมินสมรรถนะเด็กไทย ทำให้ไทยมีความพร้อมเพิ่มขึ้นในขั้นตอนต่าง ๆ ของการเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD
    พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยยังต้อง “เรียนรู้และเทียบมาตรฐานสากล” จากทั้ง OECD และประเทศสมาชิก เพื่อสร้างระบบการศึกษาที่เชื่อถือได้ในระดับนานาชาติ

    ทางฝั่ง OECD ให้ความเห็นชัดเจนว่า ไทยมีพัฒนาการที่โดดเด่น ทั้งในโครงการ Education Technical Review และการปฏิรูปภาคการศึกษา โดยระบุว่า “ไทยกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง” สะท้อนการมองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะพันธมิตรที่เข้มแข็งในด้านการศึกษา

    OECD ยังเปิดโอกาสให้ไทยส่งข้อมูลร่วมจัดทำรายงาน OECD Digital Education Outlook และเชิญชวนให้ร่วมพัฒนาเครื่องมือวัด AI Literacy ซึ่งกำลังเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก

    รศ.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สสวท. รายงานความคืบหน้าของการพัฒนาหลักสูตร AI แห่งชาติ ซึ่งขยับจากการสอน “ความรู้เกี่ยวกับ AI” ไปสู่ “การใช้ AI เป็นเครื่องมือเรียนรู้” ในทุกกลุ่มสาระ
    ไทยยังคงเข้าร่วมโครงการสำคัญของ OECD เช่น PISA และอยู่ระหว่างพัฒนาความร่วมมือกับโครงการวิจัยนานาชาติ เพื่อยกระดับนวัตกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนไทย 

                        “นฤมล-OECD”กระชับความร่วมมือการศึกษา ขยับไทยเข้าเกณฑ์สมาชิกเต็มรูปแบบ

    ด้านนาย ปานเทพ ลาภเกษร ผู้อำนวยการกลุ่มความร่วมมือพหุภาคี สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ไทยมีความร่วมมือกับ OECD อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยเฉพาะการจัดทำ Education Policy Review ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาไทย 
    พร้อมเสนอให้ไทยเร่งยกระดับระบบประเมินคุณภาพการศึกษา และพัฒนาระบบทดสอบระดับชาติให้มีความเข้มแข็งและเทียบเท่ามาตรฐานสากลมากขึ้น

    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะผลักดันความร่วมมือใน 4 แกนหลัก ได้แก่ 

    หลักสูตรและทักษะแห่งอนาคต

    นวัตกรรมการศึกษาและเครื่องมือดิจิทัล

    ระบบข้อมูลการศึกษาที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

    ระบบประเมินคุณภาพที่เทียบเคียงสากล

    เป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับระบบการศึกษาของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD และสนับสนุนการเข้าสู่ความเป็น “ประเทศสมาชิก OECD” ได้อย่างมีประสิทธิผล
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/645044&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UpRG98ctd7KCldl-17qVM

  • ม.น.ข. มอบทุนการศึกษา

    ม.น.ข. มอบทุนการศึกษา

    การศึกษา

    ม.น.ข. มอบทุนการศึกษา

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ม.น.ข. มอบทุนการศึกษา

    อ.สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์จัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 748 ทุนจากทั่วประเทศโดยมี พลโทหญิงสุขุมาล เวศวงศ์ษาทิพย์ ลัดดาวัลย์จงวิศาล ประภาพร มโนมัยวิบูลย์ พัชนี เธียรธวัช และคณะกรรมการม.น.ข. เข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ณ ห้องประชุมคณะเวชศาสตร์เขตร้อน
    มหาวิทยาลัยมหิดล

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/455819&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27xC4I-oUAl_jCq_CF96J7

  • รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการฟินแลนด์บรรยายพิเศษที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

    รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการฟินแลนด์บรรยายพิเศษที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ

    คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฟินแลนด์ประจำประเทศไทยจัดการบรรยายพิเศษหัวข้อ “The School of The Future and Its Success Factors” (โรงเรียนแห่งอนาคตและปัจจัยสู่ความสำเร็จ) เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา ชั้น 3 อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ ตลอดจนแนวทางความร่วมมือในการยกระดับระบบการศึกษาไทยสู่อนาคต โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และ รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมต้อนรับ

    การบรรยายพิเศษในครั้งนี้เริ่มจาก ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวต้อนรับ จากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษหัวข้อ “The School of The Future and Its Success Factors” (โรงเรียนแห่งอนาคตและปัจจัยสู่ความสำเร็จ) โดย Mr. Anders Adlercreutz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐฟินแลนด์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและพัฒนาระบบการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก

    ในงาน มีการเสวนาในหัวข้อ “The Future of Schooling: Shared Pathways to Success” (อนาคตของการศึกษาในโรงเรียน : เส้นทางสู่ความสำเร็จร่วมกัน) โดย Mr. Anders Adlercreutz รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐฟินแลนด์ รศ.ดร.ยศวีร์ สายฟ้า คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ และ ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา กรุงเทพมหานคร ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ด้านต่างประเทศ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากนานาชาติในเรื่องอนาคตของโรงเรียน เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการสร้างอนาคตทางการศึกษาสำหรับนักเรียน

    ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า หัวข้อการบรรยายพิเศษครั้งนี้มีความสำคัญและทันต่อสถานการณ์อย่างยิ่ง ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สังคมมีความคาดหวังที่หลากหลาย เยาวชนของเรากำลังก้าวสู่โลกอนาคตที่ซับซ้อน ประสบการณ์ของประเทศฟินแลนด์จึงเป็นบทเรียนอันมีคุณค่า เป็นโอกาสในการเรียนรู้จากหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านการปฏิรูปการศึกษาและนวัตกรรมเพื่ออนาคต แนวคิดสำคัญจากการบรรยายครั้งนี้ยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและเป้าหมายด้านการศึกษาของประเทศไทย ได้แก่ ความเสมอภาคและสวัสดิภาพของผู้เรียน เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ที่ดีที่สุด การยกระดับวิชาชีพของครู ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบโรงเรียนที่เข้มแข็งและยั่งยืน การรู้เท่าทันสื่อและเครื่องมือดิจิทัลในชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนก้าวทันโลกดิจิทัลด้วยทักษะคิดวิเคราะห์และความรับผิดชอบ และนโยบายการศึกษา หลักการเหล่านี้ยังสอดคล้องกับพันธกิจของจุฬาฯ ในการสร้างสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง รวมทั้งสะท้อนคุณค่าแห่งมิตรภาพและความร่วมมือในด้านการศึกษาอันยาวนานระหว่างฟินแลนด์และประเทศไทย

    ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม รองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กำกับดูแลภารกิจวิรัชกิจและกิจการพิเศษ เปิดเผยว่า การศึกษาของฟินแลนด์ถูกมองว่ามีคุณภาพการศึกษาและมีคุณภาพของคนที่สูงมาก Mr. Anders Adlercreutz ได้เล่าถึงอดีตและปัจจุบันทางด้านการศึกษาในโรงเรียนของฟินแลนด์ เช่น การที่นักเรียนใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนมีส่วนรบกวนการเรียนรู้อย่างไร การบรรยายครั้งนี้ คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ในฐานะผู้นำทางการศึกษาที่ผลิตครู อาจารย์ในอนาคตได้รับฟังบทเรียนจากประเทศฟินแลนด์ทำให้ได้เรียนรู้ว่าห้องเรียนของเรามีความแตกต่างในมุมใด เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าสิ่งใดที่ทำแล้วเกิดประโยชน์
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐฟินแลนด์กล่าวย้ำถึง Human Skill เช่น Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจคนอื่น ซึ่งประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก สิ่งที่เรียนรู้จากการจัดการศึกษาของประเทศฟินแลนด์คือการที่ครูสามารถใช้ความรู้ความสามารถในการจัดการชั้นเรียนได้เอง ดังนั้นหากจัดการสิ่งเหล่านี้ได้เราอาจเห็นการศึกษาไทยในอนาคตที่ครูมีโอกาสเติบโต เรียนรู้กับเด็ก และท้าทายตัวเองในการเป็นครูที่ดีกว่าเดิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/273601/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BUUeKthoEOL-NW4gv8T2L

  • สพฐ. ร่วมแสดงความยินดี 10 ปี “อีจัน” ย้ำพลังความร่วมมือเพื่อสังคม เดินหน้าการศึกษาเด็กพิการอย่างเท่าเทียม – OBEC

    สพฐ. ร่วมแสดงความยินดี 10 ปี “อีจัน” ย้ำพลังความร่วมมือเพื่อสังคม เดินหน้าการศึกษาเด็กพิการอย่างเท่าเทียม – OBEC

    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เข้าร่วมงานแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 10 ปี เพจอีจัน ภายใต้ชื่องาน “Ejan 10th Anniversary : BIG WIN TOGETHER พลังแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ที่เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ณ ห้อง NT AUDITORIUM บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

    .

    งานดังกล่าวจัดโดยมูลนิธิ “เพจอีจัน” ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส อาทิ ผู้ยากไร้ เด็กกำพร้า เด็กพิการ และผู้ประสบภัยพิบัติ ผ่านโครงการเพื่อสังคมมากกว่า 70 โครงการทั่วประเทศ หนึ่งในผลงานความร่วมมือที่สำคัญ คือ “หน่วยบริการการศึกษาพิเศษหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์” ต้นแบบแห่งแรกของการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการทั้ง 9 ประเภท ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเพจอีจัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และภาคประชาสังคม ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อเด็กพิเศษให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

    .

    ข่าว : บวรศักดิ์ สาลีฉันท์

    ภาพ : เวทย์ มุสิสวัสดิ์

    ศูนย์สารนิเทศการศึกษาขั้นพื้นฐาน

    .

    #สพฐ#กระทรวงศึกษาธิการ#เรียนดีมีคุณธรรม#อีจัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/22963&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YLTXI8fplKnSabcNsScF3