Category: วัฒนธรรม

  • รัฐบาลฮ่องกงเปิดตัวระบบท่าเรือมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับการติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์

    รัฐบาลฮ่องกงเปิดตัวระบบท่าเรือมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับการติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์

    สำนักขนส่งและโลจิสติกส์ได้เปิดตัวระบบบริหารจัดการท่าเรือ (Port Community System: PCS) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นโดยรัฐบาลฮ่องกง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ระบบดังกล่าวมีฟังก์ชั่นการใช้งานแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จสำหรับการยื่นคำร้องด้านการค้ากับหน่วยงานต่างๆหลายหน่วยงานในที่เดียว พร้อมรองรับการติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์ และเชื่อมโยงเครือข่ายการขนส่งทางทะเล ทางบก และทางอากาศเข้าด้วยกัน

    นอกจากนี้ PCS ยังให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เสริมมูลค่า เช่น ฟังก์ชั่น “ข้อมูลเดียว ยื่นหลายคำร้อง” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่บริษัทโลจิสติกส์และการค้าภายในประเทศ

    ในพิธีเปิดตัว รัฐบาลฮ่องกงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจสามฝ่ายร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (LSCM) และบริษัทสตาร์ทอัพด้านโลจิสติกส์ในท้องถิ่น FUNDel เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง PCS กับแพลตฟอร์มของภาคอุตสาหกรรม

    ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการศึกษาการใช้ข้อมูลด้านการเคลื่อนย้ายสินค้าที่เชื่อถือได้จากระบบ PCS เพื่อสนับสนุนการประเมินคำขอสินเชื่อทางการค้าของสถาบันการเงินที่ยื่นโดยธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในภาคโลจิสติกส์อีกด้วย

    ความคิดเห็นของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองฮ่องกง

    การเปิดตัวระบบ Port Community System (PCS) ของรัฐบาลฮ่องกง ถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่ช่วยยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของฮ่องกงให้มีความทันสมัย โปร่งใส และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย ทีใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า การค้าระหว่างประเทศ หรือเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่และตลาดโลก

    ประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับ คือการลดขั้นตอนเอกสารและเวลาในการดำเนินพิธีการศุลกากร มีความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจและความแม่นยำในการติดตามสินค้ามากขึ้น ระบบติดตามสินค้าระบบเรียลไทม์นี้จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ตลอดเส้นทาง ทั้งทางเรือ ทางบก และทางอากาศ ทำให้วางแผนการขนส่งและการกระจายสินค้าได้แม่นยำขึ้น ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค PCS ช่วยให้ข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐเชื่อมต่อกันได้ดี ส่งผลให้การขนส่งระหว่างไทย–ฮ่องกง–จีนตอนใต้มีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านข้อมูลสำหรับการขอสินเชื่อการค้า นอกจากนั้นการที่รัฐบาลฮ่องกงร่วมมือกับสถาบันวิจัยและสตาร์ทอัพเพื่อใช้ข้อมูล PCS ในการประเมินสินเชื่อ จะช่วยให้ SMEs ไทยที่ใช้ฮ่องกงเป็นฐานโลจิสติกส์มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

    สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ใช้ฮ่องกงเป็นจุดผ่านสินค้า ควรทำความเข้าใจวิธีใช้งานระบบ PCS เพื่อใช้ประโยชน์จากการยื่นเอกสารแบบจุดเดียวและการติดตามสินค้าแบบเรียลไทม์ ทำการประสานงานกับคู่ค้าหรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในฮ่องกงสอบถามผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (freight forwarders / carriers) ว่าได้เชื่อมต่อระบบ PCS แล้วหรือไม่ เพื่อให้ข้อมูลการขนส่งของท่านสามารถไหลผ่านระบบได้อย่างครบถ้วน

    ข้อมูลการเคลื่อนย้ายสินค้าที่แม่นยำจาก PCSช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถวางแผนสต็อกสินค้าได้ดีขึ้น อันจะช่วยลดต้นทุนการรอสินค้าและปรับรอบการผลิตให้สอดคล้องกับการ ด้วยระบบดิจิทัลที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ฮ่องกงยังคงเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่เหมาะสำหรับผู้ส่งออกไทยที่ต้องการเข้าตลาดจีน และผู้ประกอบการไทยที่ต้องการกระจายสินค้าไปยังหลายๆประเทศโดยใช้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ievyscif3e2r7p77xuga1yxb&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1W5xC022yzr7umXue9ILOW

  • ดร.สามารถ ถามดังๆ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสนามบินครบทั้ง 77 จังหวัดจริงหรือ

    ดร.สามารถ ถามดังๆ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสนามบินครบทั้ง 77 จังหวัดจริงหรือ

    29 มกราคม 2569 – ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊กว่า มีสนามบินร้าง แต่รัฐจะสร้างเพิ่ม… ทำไม?

    ในวันที่บางสนามบินแทบไม่มีเครื่องบินขึ้น-ลง แต่หลายจังหวัดยังเรียกร้องให้รัฐ “สร้างสนามบินใหม่”

    คำถามจึงไม่ใช่ “จังหวัดไหนอยากมีสนามบิน” แต่คือ “ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสนามบินครบทั้ง 77 จังหวัดจริงหรือ?”

    1. วันนี้เรามีสนามบินมากแค่ไหน?
    ประเทศไทยมีสนามบิน 39 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศ แบ่งเป็น กรมท่าอากาศยาน (ทย.) ดูแล 29 สนามบิน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ดูแล 6 สนามบิน กองทัพเรือ 1 สนามบิน และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด (มหาชน) 3 สนามบิน
    แต่ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับคือสนามบินของ ทย. หลายแห่งไม่มีเที่ยวบิน หรือมีน้อยมาก ขณะที่ยังมีการศึกษาเพื่อสร้างสนามบินใหม่เพิ่มอีกหลายจังหวัด

    2. จังหวัดแบบไหน “ควรมีสนามบิน” จริงๆ
    ก่อนตัดสินใจสร้างสนามบิน ควรถามให้ครบว่า

    (1) มีความต้องการเดินทาง หรือ ดีมานด์จริงหรือไม่?
    ไม่ใช่แค่คนในจังหวัด แต่รวมถึงจังหวัดข้างเคียง นักท่องเที่ยว และการเดินทางเชิงธุรกิจ

    (2) จังหวัดรอบข้างมีสนามบินอยู่แล้วหรือยัง?
    ถ้าขับรถ 1-2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินที่ใช้งานดีอยู่แล้ว การสร้างสนามบินใหม่อาจเป็นการซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

    (3) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทั้งปีหรือไม่?

    ไม่ใช่แค่มีสถานที่เที่ยว แต่ต้องมีเหตุผลให้คนบินไปซ้ำๆ ไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล

    (4) มีสายการบินพร้อมจะบินจริงหรือไม่?
    สนามบินจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีเครื่องบิน หากไม่มีสายการบินใดเห็นโอกาสเชิงธุรกิจ สนามบินก็เป็นเพียงอาคารว่างเปล่า

    (5) คุ้มค่าระยะยาวไหม?
    เพราะภาระไม่ได้จบแค่วันเปิดสนามบิน แต่ต้องลากยาวไปอีกหลายปีทั้งค่าบำรุงรักษา และค่าบุคลากร

    3. ก่อนสร้างสนามบินใหม่ ต้องแก้ “คอขวดดอนเมือง” ให้ได้ก่อน

    สนามบินดอนเมืองคือ หัวใจของโลว์คอสต์ เที่ยวบินภายในประเทศเกือบทั้งหมด “เริ่มต้นที่นี่” ปัญหาของดอนเมืองคือ เพิ่มเที่ยวบินไม่ได้ เพราะสนามบินรองรับเต็มศักยภาพแล้ว ถ้าต้นทางติด ปลายทางจะโล่งแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย หากไม่แก้ปัญหาดอนเมือง สนามบินใหม่ในต่างจังหวัดอาจเจอสถานการณ์ “มีสนามบิน แต่ไม่มีเครื่องบินไปลง”

    และสุดท้าย… ก็อาจกลายเป็น สนามบินร้าง อีกแห่งของประเทศ

    4. คนในจังหวัดได้อะไรจากสนามบิน?
    ถ้าสนามบินดีจริง คนในจังหวัดต้องเดินทางสะดวกขึ้น มีเที่ยวบินสม่ำเสมอ ราคาจับต้องได้ นักท่องเที่ยวมาแล้วเงินต้องถึงมือคนท้องถิ่น และเกิดการจ้างงาน เกิดรายได้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

    แต่ถ้ามีสนามบินแล้วมีเที่ยวบินน้อย ราคาตั๋วแพง คนในจังหวัดไม่ค่อยได้ใช้ ยังต้องไปขึ้นเครื่องที่จังหวัดอื่น แบบนี้ต้องถามตรงๆ ว่า สนามบินสร้างเพื่อใคร?

    5. ไม่มีสนามบิน… ก็ไม่ได้แปลว่าล้าหลัง
    ถ้าจังหวัดใกล้เคียงมีสนามบินที่ใช้งานดีอยู่แล้ว การ “ใช้ร่วมกัน” อาจคุ้มค่ากว่า

    ข้อดีของการไม่มีสนามบินในจังหวัด

    (1) ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น เสียง การเวนคืน ผลกระทบต่อชุมชนรอบสนามบิน

    (2) เอางบไปพัฒนาสิ่งที่จำเป็นกว่า สนามบินหนึ่งแห่งใช้งบประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท งบนี้สามารถสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ระบบขนส่งสาธารณะ ถนน เหล่านี้ช่วยชีวิตคนได้มากกว่าสนามบินที่ไม่มีเที่ยวบิน

    6. บทสรุป
    การมีสนามบินไม่ใช่เครื่องวัดความเจริญ และการไม่มีสนามบิน ไม่ได้แปลว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ก่อนจะสร้างสนามบินใหม่อีกแห่ง

    บางที… ประเทศไทยอาจต้องหยุดถามตัวเองว่า “เราจำเป็นต้องมีสนามบินครบทั้ง 77 จังหวัดจริงหรือ?”

    คุณมีความเห็นอย่างไรครับ?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/938781/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YiBWigSD9Toj77bGcI60Z

  • อ่านหนังสือทุกวัน อาจช่วยยืดอายุสมองและชีวิตให้ยืนยาวขึ้น

    อ่านหนังสือทุกวัน อาจช่วยยืดอายุสมองและชีวิตให้ยืนยาวขึ้น

    ในระดับกลไก การอ่านหนังสือจะทำให้เครือข่ายสมองหลายส่วนทำงานพร้อมกัน ทั้งพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภาษา ความจำ ความสนใจ และจินตนาการ การทำงานพร้อมกันในระดับนี้ช่วยเพิ่ม “cognitive reserve” หรือสำรองความสามารถด้านความคิดของสมอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระบบประสาทปรับตัวได้เมื่อเผชิญกับการเสื่อมต่าง ๆ ตามวัย Cognitive reserve นี้เปรียบเสมือนการสร้างแหล่งเชื่อมต่อที่ลึกกว่าและแน่นกว่าในสมอง ทำให้การเปลี่ยนแปลงของอายุไม่ทำให้สมองเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว

    นอกจากผลต่อระบบคิด ความจำ และจินตนาการแล้ว การอ่านยังช่วยฝึก “working memory” ซึ่งเป็นความสามารถในการเก็บข้อมูลในใจขณะประมวลผลสิ่งใหม่ ๆ งานวิจัยในผู้ใหญ่ที่ได้รับมอบหมายให้เลือกอ่านนิยายหรือทำปริศนาคำศัพท์เป็นเวลาแปดสัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่อ่านมีพัฒนาการทั้งในความจำระยะสั้นและระยะยาวมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้อ่าน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้การอ่านจะเป็นกิจกรรมที่เรียบง่าย แต่เป็นการบริหารระบบประสาทหลายส่วนอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

    อ่านหนังสือทุกวัน อาจช่วยยืดอายุสมองและชีวิตให้ยืนยาวขึ้น

    การอ่านไม่ใช่แค่รู้มากขึ้น แต่คือการรู้สึกให้ลึกขึ้น

    ผลประโยชน์ทางอารมณ์ของการอ่านก็เด่นชัดไม่แพ้กัน การอ่านนิยายสายสัมพันธ์ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าใจอารมณ์และสถานการณ์ของผู้อื่น ทำให้ผู้อ่านมีมุมมองที่ซับซ้อนกว่าและละเอียดอ่อนกว่าในความสัมพันธ์ทางสังคม งานวิจัยพบว่าการอ่านเรื่องราวของตัวละครสามารถเสริมสร้างทักษะ empathic หรือการเข้าอกเข้าใจผู้อื่น และทำให้ผู้อ่านสามารถมองโลกด้วยมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของการมีสุขภาวะทางจิตที่ดีในระยะยาว

    นอกจากนี้แม้จะมีคำถามว่า “รูปแบบการอ่านแบบไหนให้ผลดีที่สุด?” งานวิจัยระบุว่าประโยชน์หลักมาจากการเปิดโอกาสให้สมองได้ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือแบบดั้งเดิมหรือการฟัง audiobook สมองก็ยังคงสร้าง “แบบจำลองทางจิต” ของตัวละครและสถานการณ์ สิ่งนี้เห็นได้ว่าการอ่านไม่จำกัดอยู่เฉพาะการมองตัวหนังสือบนหน้ากระดาษ แต่เป็นการเดินทางภายในจินตนาการที่ช่วยกระตุ้นและบำรุงระบบประสาทได้เช่นกัน

    สุดท้าย การสร้างนิสัยการอ่านอย่างสม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องใช้เวลามาก เพียงจัดเวลาให้ได้วันละ 10–30 นาทีเท่านั้นก็สามารถสร้างประโยชน์ที่ยั่งยืนได้ แม้จะเริ่มตอนอายุมากแล้วก็ตาม เพราะสมองของมนุษย์ยังคงมีศักยภาพที่จะปรับตัวและเติบโตไปได้ตามประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ใช่เพียงแค่แหล่งความรู้ แต่เป็นการฝึกฝนสุขภาพทั้งทางอารมณ์และระบบประสาท ซึ่งจะคงอยู่และสนับสนุนชีวิตที่ยาวนานและมีคุณภาพมากขึ้นในระยะยาว 

    ที่มา : nationalgeographic 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/lifestyle/inspiration/861777&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27xDGorie3OUUb-U9gDbfd

  • ฟูจิฟิล์มฯ วางเกมธุรกิจรับเศรษฐกิจผันผวน ดันดิจิทัลและเอไอลดต้นทุนองค์กร

    ฟูจิฟิล์มฯ วางเกมธุรกิจรับเศรษฐกิจผันผวน ดันดิจิทัลและเอไอลดต้นทุนองค์กร

    ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า บริษัทมุ่งขยายบทบาทจากธุรกิจเครื่องพิมพ์และระบบงานเอกสารไปสู่การให้บริการด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลแบบครบวงจร …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1218682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mDSvoW71Jhb54XBY5YCRw

  • ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    ภูมิภาค

    ผู้ว่าฯประจวบฯ มอบคอมพิวเตอร์-งบสนับสนุนโรงเรียน ยกระดับการศึกษา

    วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.27 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 ที่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยา ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีส่งมอบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแก่สถานศึกษาในพื้นที่จังหวัด เป็นครั้งที่ 3 เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนที่ขาดแคลนและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน

    ภายในพิธีมีผู้บริหารการศึกษา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน คณะครู และนักเรียนเข้าร่วม อาทิ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รองศึกษาธิการจังหวัด และผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่

    ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมในพื้นที่สะท้อนการเห็นความสำคัญของการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนให้ก้าวทันโลกดิจิทัล การสนับสนุนครั้งนี้ช่วยให้โรงเรียนและนักเรียนเข้าถึงอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาทักษะสำหรับอนาคต

    ทั้งนี้ โรงแรมบลูเวฟ หัวหิน สนับสนุนคอมพิวเตอร์จำนวน 10 เครื่อง ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบเงินสนับสนุนปรับปรุงโรงอาหารของโรงเรียนประชาบูรณะวิทยา เพื่อยกระดับสุขาภิบาลและโภชนาการนักเรียน รวมมูลค่าประมาณ 200,000 บาท

    โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด “Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ” โดยเฉพาะด้านการศึกษา ภายใต้นโยบาย “10 ห้องเรียนเสริมการศึกษา” ที่มุ่งระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนตามแนวคิด CSR เพื่อเพิ่มความพร้อมด้านเทคโนโลยีแก่โรงเรียน

    ก่อนหน้านี้ จังหวัดได้ส่งมอบคอมพิวเตอร์และเงินสนับสนุนแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 1–2 ต.ค. 68 จำนวน 2 โรงเรียน และวันที่ 16 ธ.ค. 68 อีก 2 โรงเรียน ในพื้นที่อำเภอบางสะพานน้อย สามร้อยยอด และทับสะแก

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/464127&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Q7Wip7OpTQrhM77teQExl

  • โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7จัดอบรมให้กับโรงเรียนเครือข่าย ณ โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา จ.อุทัยธานี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    โครงการพี่ชวนน้องเรียน CDTI ปีที่ 7จัดอบรมให้กับโรงเรียนเครือข่าย ณ โรงเรียนพระสุธรรมยานเถระวิทยา จ.อุทัยธานี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/120041/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39whltCYQDpR-i0DK4ok26

  • สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง – BBC News ไทย

    สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง – BBC News ไทย

    สัมพันธ์อังกฤษ-จีน “ดีและแข็งแรง” เคียร์ สตาร์เมอร์ เผยหลังพบสี จิ้นผิง

    เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและจีนนั้นอยู่ในสถานะที่ “ดีและแข็งแรง” หลังจากได้มี “การพูดคุยกับ สี จิ้นผิง ผู้นำของจีนในกรุงปักกิ่ง”

    สรุป

    • เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและจีนนั้นอยู่ในสถานะที่ “ดีและแข็งแรง” หลังจากได้มี “การพูดคุยกับ สี จิ้นผิง ผู้นำของจีนในกรุงปักกิ่ง”
    • นายกฯ สหราชอาณาจักรบอกว่า ได้มีความคืบหน้าในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาษีเหล้า และวีซ่าฟรีสำหรับชาวอังกฤษในการเดินทางไปจีน
    • ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บอกว่า เกิดจุดเปลี่ยนหลายครั้งในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร แต่การมีความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้ “ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
    • สตาร์เมอร์ มีกำหนดการที่จะไปเยือนพระราชวังต้องห้าม และไปเป็นพยานการเซ็นข้อตกลงกับ หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน
    • เป็นที่คาดหมายกันว่าผู้นำของทั้งสองประเทศ จะเซ็น “สนธิสัญญาความมั่นคงชายแดน” เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรือเล็กที่ถูกใช้ในการข้ามจากยุโรปภาคพื้นไปยังเกาะอังกฤษ

    รายงานสด

    1. สหราชอาณาจักร-จีน ลงนามข้อตกลงอะไรบ้าง

      จากการเปิดเผยของทำเนียบรัฐบาลอังกฤษ ข้อตกลงต่าง ๆ ที่ทั้งสองชาติลงนามร่วมกันในวันนี้ มีดังนี้

      • ความร่วมมือด้านองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และการเข้าเมืองผิดกฎหมาย
      • ความร่วมมือทวิภาคีเพื่อเป็นพันธมิตรด้านการบริการต่าง ๆ
      • ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงการบริการทางการค้าทั้งสองชาติ
      • ความร่วมมือด้านระบบตรวจสอบและรับรอง (Field of Conformity Assessment)
      • การส่งออกจากสหราชอาณาจักรไปยังจีน
      • เสริมสร้างความเข้มแข็งในการทำงานของคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรและจีน
      • ความร่วมมือด้านบริการดูแลพยาบาลที่บ้านและอุตสาหกรรมการกีฬา
      • ความร่วมมือในการศึกษาและฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวะ
      • ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร การกักกันสัตว์และพืช
      • ความร่วมมือด้านสุขภาพ

      อย่างไรก็ดี บีบีซียังไม่ทราบรายละเอียดของความร่วมมือต่าง ๆ เหล่านี้

      .

      ที่มาของภาพ, Reuters

    2. จีนและสหราชอาณาจักรกำลังร่วมมือกัน

      นอกจากข้อตกลงฟรีวีซ่า 30 วันแล้ว สหราชอาณาจักรยังประกาศว่ากำลัง “มุ่งมั่นศึกษา” เพื่อให้เกิดข้อตกลงด้านการค้าระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร

      หากการเจรจานี้ลุล่วงก็จะเป็นการสถาปนากฎเกณฑ์ซึ่งจะใช้บังคับกับบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรที่ต้องการประกอบธุรกิจในจีนอย่างชัดเจน สร้างความสะดวกแก่บริษัทห้างร้านสัญชาติสหราชอาณาจักรในการดำเนินการทางธุรกิจในจีนและบริษัทจีนในสหราชอาณาจักร

      ปัจจุบันสหราชอาณาจักรเป็นผู้ส่งออกบริการที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก รัฐบาลสหราชอาณาจักรคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะช่วยให้มูลค่าการส่งออกภาคบริการจากบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรไปยังจีนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1.3 หมื่นล้านปอนด์ต่อปี

    3. สตาร์เมอร์เผยสหราชอาณาจักรมองหา “ความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับจีนมากขึ้น”,

      เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ บอกกับสี จิ้นผิง ว่าเขาต้องการความสัมพันธ์ที่ “ละเอียดอ่อนมากขึ้น” กับจีน ระหว่างการพบกับประธานาธิบดีที่มหาศาลาประชาชน ในช่วงเช้าวันแรกตามกำหนดการเยือนจีน

      เขากล่าวกับผู้นำจีนว่า เป็นช่วงเวลาที่ “ยาวนานเกินไป” นับตั้งแต่นายกฯ สหราชอาณาจักรเดินทางมาเยือนจีนครั้งล่าสุด

      สตาร์เมอร์เน้นย้ำถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีน เขาบอกว่า “การที่ผมมาอยู่ที่นี่ในวันนี้เป็นสิ่งที่อยู่ในความคิดของชาวสหราชอาณาจักร”

      “ผมให้สัญญาไว้เมื่อ 18 เดือนที่แล้ว เมื่อผมได้รับเลือกเข้าสู่รัฐบาลว่าผมจะทำให้สหราชอาณาจักรก้าวสู่โลกภายนอกอีกครั้ง”

      “เพราะพวกเราต่างก็รู้ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศกระทบกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศบ้านเกิดของเรา ตั้งแต่ราคาสินค้าบนชั้นวางของซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยของเรา”

    4. เปรียบเทียบเศรษฐกิจระหว่างสหราชอาณาจักรกับจีน

      ปีเตอร์ ฮอสกินส์ ผู้สื่อข่าวธุรกิจบีบีซีประจำสิงคโปร์ อธิบายว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรและจีนแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

      เริ่มต้นด้วยขนาดใกล้เคียงกัน ปีที่แล้ว ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหราชอาณาจักรอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าของจีนที่ประมาณ 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

      นอกจากนี้ อัตราการเติบโตของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกันมาก สหราชอาณาจักรขยายตัวประมาณ 1.5% ในปี 2025 ในขณะที่ทางการจีนกล่าวว่าเศรษฐกิจของจีนเติบโต 5% แต่เพื่อความเป็นธรรม ช่องว่างแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วอย่างสหราชอาณาจักรกับจีนซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในช่วงพัฒนา

      ความแตกต่างเหล่านี้ยังคงมีอยู่ต่อไป ตั้งแต่ฐานการผลิตขนาดใหญ่ของจีนไปจนถึงการครองตลาดแร่หายากของโลก

      นอกจากนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งคือ จีนดำเนินระบบเศรษฐกิจแบบตลาดสังคมนิยม ซึ่งเป็นระบบลูกผสมระหว่างการวางแผนจากส่วนกลางของรัฐเข้ากับกลไกตลาด ในขณะที่สหราชอาณาจักรเป็นระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีมากกว่า

    5. การเยือนของสตาร์เมอร์มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของปักกิ่งในเวทีโลก,

      ลอรา บิกเกอร์ ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน รายงานว่า จีนเชื่อว่าสหราชอาณาจักรใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากเกินไป และเพียงแค่ทำตามรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องนโยบายต่างประเทศ

      ดังนั้น การเยือนจีนครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวกับภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ ผ่านการเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม และพบกับสี จิ้นผิง

      สหราชอาณาจักรไม่ใช่หนึ่งในคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ของจีนเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังคงมองว่ากรุงลอนดอนเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ และจะกระตือรือร้นที่จะทำข้อตกลง

      จีนกำลังใช้สถานะของตนเองในฐานะโรงงานของโลกเพื่อดึงประเทศตะวันตกให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น จีนต้องการให้ถูกมองว่าเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะใช้มาตรการภาษีทางการค้า

      สำหรับทางการจีน การค้าเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสถานะและอิทธิพลในระดับโลก ในขณะที่จีนกำลังวางแผนระยะยาวในการแข่งขันอำนาจกับสหรัฐฯ

      ประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี

      ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

    6. “สตาร์เมอร์” พบประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน

      เมื่อเวลาราว 10.00 น. ตามเวลาไทย เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้พบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ตามการรายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของจีน CCTV

      โดยการพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองคนคือเมื่อเดือน พ.ย. 2024 ในระหว่างที่ทั้งคู่เดินทางไปเข้าร่วมการประชุม G20 ที่ประเทศบราซิล

      ก่อนหน้านี้ นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า การมาเยือนของสตาร์เมอร์คือการสร้างโอกาส “ในการเพิ่มความเชื่อมั่นร่วมกันทางการเมืองกับสหราชอาณาจักร [และ] กระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติ”

      “การเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความไว้วางใจร่วมกัน พัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี และพัฒนาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน คือสิ่งที่อยู่ในความสนใจของสองประเทศและประเทศอื่น ๆ ในโลก” นายกัวกล่าวเสริม

      กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน

      ที่มาของภาพ, EPA

      คำบรรยายภาพ, กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า การมาเยือนของสตาร์เมอร์คือการสร้างโอกาส “ในการเพิ่มความเชื่อมั่นร่วมกันทางการเมืองกับสหราชอาณาจักร [และ] กระชับความร่วมมือในทางปฏิบัติ”
    7. ตารางการเดินทางของผู้นำอังกฤษในวันนี้มีอะไรบ้าง

      นี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้วางแผนไว้สำหรับวันนี้

      • อันดับแรกคือการประชุมทวิภาคีกับ จ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน
      • ลำดับถัดมา (ซึ่งอาจสำคัญที่สุด) คือการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
      • หลังจากนั้นจะเป็นงานเลี้ยงรับรองทางวัฒนธรรมสั้น ๆ ก่อนที่จะไปเยี่ยมชมพระราชวังต้องห้าม จากนั้นจะเป็นพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและหารือกับนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน
      • วันนี้จะปิดท้ายด้วยพิธีที่คาดว่าทั้งสตาร์เมอร์และหลี่จะร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในข้อตกลงหลายฉบับ ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารค่ำ
    8. ยินดีต้อนรับสู่การรายงานสด นายกฯ อังกฤษเดินทางเยือนจีน

      บีบีซีไทยขอนำท่านเข้าสู่การรายงานสด ภารกิจนายกฯ อังกฤษเยือนจีน

      คริส เมสัน บรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซีเดินทางไปพร้อมกับเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร รายงานว่า หลังจากที่สตาร์เมอร์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้วเมื่อเวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 16.15 น. เวลาไทย)

      การเดินทางเยือนครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนประเทศจีนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่ปี 2018 โดยมีผู้นำทางธุรกิจและวัฒนธรรมของอังกฤษประมาณ 60 คน โดยมีความหวังว่าจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน

      คำบรรยายวิดีโอ, เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เดินทางถึงสนามบินในกรุงปักกิ่งแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/live/cwywdew7229t&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Y7glDO8fucGXI14TDRZR8

  • ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้ว

    ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้ว

    ดาวน์โหลดไฟล์เอกสารผลงาน

    ติดต่อเจ้าของผลงานได้ที่
    dech.1342@gmail.com 

    ชุดไทยจิตรลดา โทนสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมแพรทิพย์ งานละเอียดปราณีต แพทเทิร์นเข้ารูป สวยหรู ทันสมัย #ภาพถ่ายจากสินค้าจริง

    ฿1,790

    https://s.shopee.co.th/8ANnSpUT4P?share_channel_code=6


    ชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน ชุดการเรียนรู้ที่ 4 งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์ : เดช ทองแก้วชุดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านชุดการเรียนรู้ที่4งานตรวจวัดวิเคราะห์สภาพกระบอกสูบและชุดลูกสูบเครื่องยนต์:เดชทองแก้ว

    ≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ความน่าจะเป็น ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 : อาฤทธิ์ศรา สิทธิวงค์

    เปิดอ่าน 2,220 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ ชั้น ม.4 ผลงานครูนัยเนตร อภัยนอก

    เปิดอ่าน 31,262 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ชุดที่ 1 เรื่อง ไดโอด ผลงานครูฐิติชญา ธนวิทยไพศาล

    เปิดอ่าน 6,715 ครั้ง

    นวัตกรรม Best Pracitce ด้านความปลอดภัย ชื่อผลงาน NUPP MODEL (Noo-Plod-Pai ) หนูปลอดภัยโมเดล : โรงเรียนบ้านโคกล่าม

    เปิดอ่าน 4,654 ครั้ง

    บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเว็บ วิชา  การวิเคราะห์และออกแบบระบบ ผลงานครูยุพรัช  แป้นห้วย

    เปิดอ่าน 12,675 ครั้ง

    แบบฝึกปฏิบัติ การสร้าง e-Book ชั้นม.1-3 ผลงานครูณัฐรินีย์ เสมสันต์

    เปิดอ่าน 13,454 ครั้ง

    นวัตกรรมสร้างสรรค์คนดี ประจำปี ๒๕๖๘ เก่งดี มีคุณธรรม ด้วยนวัตกรรม KRUMO model : จุฑามาศ ศรีบุญเรือง

    เปิดอ่าน 1,456 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการอ่านและการเขียนคำที่ประสมสระมีตัวสะกดเปลี่ยนรูปและลดรูป ผลงานครูสายเพ็ญ  กิตติรัตน์

    เปิดอ่าน 24,060 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง มหัศจรรย์พืชรอบตัวเรา ผลงานครูรุ้งราวรรณ พงษ์เกษม

    เปิดอ่าน 11,286 ครั้ง

    ชุดเกม

    เปิดอ่าน 5,597 ครั้ง

    เอกสารประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การอ่านจับใจความพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 5 ผลงานครูสุธีรา ใจอาด

    เปิดอ่าน 12,132 ครั้ง

    หนังสือส่งเสริมการอ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชุดนิทานร้อยกรอง ป.2 ผลงานครูไพรทูลย์ เผ่าน้อย

    เปิดอ่าน 18,635 ครั้ง

    รายงานการประเมินโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร : ศรชัย เทียมสานุจิตต์

    เปิดอ่าน 1,932 ครั้ง

    แบบฝึกทักษะการบวก จำนวนไม่เกินสองหลักแบบมีทด ผลงานครูอนัญญา  จันทรัตน์

    เปิดอ่าน 51,769 ครั้ง

    งานวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาความคล่องแคล่วว่องไว โดยใช้โปรแกรมแบบฝึกแบบผสมผสาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดท้ายหาด (พลอยเจียเส็ง) : กุลภากร  ฮวดรักษา

    เปิดอ่าน 2,170 ครั้ง

    ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ชั้น ม.3 ผลงานครูสุกัลญา  ธนามิตต์

    เปิดอ่าน 10,792 ครั้ง

    :: เรื่องปักหมุด ::

    Advertisement

    ≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡

    ≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93175&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_mNEZscfaywVq_i1lKSKh

  • “ผลกระทบจากจีน”? หรือว่าเป็น”โอกาสจากจีน” กันแน่ มุมมองอีกด้านเรื่องการค้าการลงทุน

    “ผลกระทบจากจีน”? หรือว่าเป็น”โอกาสจากจีน” กันแน่ มุมมองอีกด้านเรื่องการค้าการลงทุน

    เมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลที่เผยแพร่โดยสำนักงานศุลกากรของจีนแสดงให้เห็นว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ดุลการค้าของจีนแตะระดับ 1.08 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเกินกว่าระดับหนึ่งล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก นี่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของการค้าต่างประเทศของจีน อย่างไรก็ตาม บางคนฉวยโอกาสนี้สร้างกระแสความตื่นตระหนกเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “คลื่นลูกที่สองของผลกระทบจากจีน” โดยกล่าวหาว่าจีน “ดำเนินกลยุทธ์เพื่อทำให้ประเทศเพื่อนบ้านยากจนลง” ถ้าสังเกตดีๆก็จะพบว่ามีวาทกรรม “ผลกระทบจากจีน” ในรูปแบบต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ โดยมีถ้อยคำใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทั้งหมดล้วนแฝงด้วยกลอุบายเก่าๆ ของ “ทฤษฎีภัยคุกคามจากจีน” เป็นระยะๆ

    นี่คือ “การระบายกำลังการผลิตส่วนเกิน” หรือการค้าที่ได้ประโยชน์ร่วมกันกันแน่? จากมุมมองทางเศรษฐศาสตร์ สิ่งที่เรียกว่า “กำลังการผลิตส่วนเกิน” นั้นเป็นข้อเสนอที่เป็นเท็จ ในโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ เข้าร่วมการค้าระหว่างประเทศโดยอาศัยความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของตนเอง ทำให้เกิดการจัดสรรทรัพยากรโลกอย่างเหมาะสม ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าอย่างมากในความร่วมมือทางเศรษฐกิจของมนุษย์ การผลิตของประเทศหนึ่งๆ คำนึงถึงทั้งความต้องการของตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ การส่งออกของจีนเป็นการค้าปกติที่อิงตามความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของประเทศ

    ในระดับโลก เกณฑ์ในการพิจารณาว่าสินค้าใดเป็นการทุ่มตลาดหรือไม่ คือ ราคาส่งออกของสินค้าต่ำกว่ามูลค่าปกติ และทำให้เกิดความเสียหายหรือมีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศผู้นำเข้า และต้องมีความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างกัน จีนมีระบบอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ที่สุดในโลก ระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ บุคลากรที่มีทักษะสูงจำนวนมาก และการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการวิจัยและพัฒนา ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าจีนเกิดจากขนาดเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ด้วยความต้องการของตลาดและสินค้าที่มีต้นทุนต่ำ ทุกฝ่ายจึงได้รับประโยชน์

    นี่คือ “การเบียดเบียนพื้นที่การพัฒนา” หรือ “การเสริมสร้างศักยภาพผ่านความร่วมมือ” กันแน่? เมื่อพิจารณาโครงสร้างสินค้าส่งออกของจีน สินค้ากึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของการส่งออกโดยรวม นอกจากนี้ บริษัทจีนยังส่งเสริมการผลิตในประเทศอย่างแข็งขัน บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีน เช่น Great Wall Motors และ SAIC Motor ได้จัดตั้งโรงงานในประเทศไทยและอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนของมูลค่าสินค้าหรือบริการที่ผลิตภายในประเทศไทย  (Local Content) ของโรงงาน BYD สูงถึง 54% ” การถ่ายทอดเทคโนโลยี” ของจีนได้ยกระดับอุตสาหกรรมในท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มบริษัท Midea ได้สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศที่เชื่อมต่อ 5G แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย และเทคโนโลยีการตรวจสอบคุณภาพ 5G+AI ของบริษัทได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานได้อย่างมีประสิทธิผล

    จีนส่งเสริมการเปิดประเทศในระดับสูงอย่างแข็งขัน โดยเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ เช่น งานมหกรรมนำเข้านานาชาติจีน (CIIE) และงานมหกรรมบริการนานาชาติจีน (CIFTIS) เป็นประจำทุกปี ซึ่งหลายประเทศเพื่อนบ้านได้รับประโยชน์ ในช่วงสิบเดือนแรกของปี 2025 การค้าสินค้าเกษตรและอาหารระหว่างจีนและอาเซียนมีมูลค่าถึง 51.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ การนำเข้าผลไม้และผักสดและแห้งจากอาเซียนของจีนมีมูลค่าเกิน 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นมากกว่าสองในสามของการนำเข้าทั่วโลกของจีน จีนเป็นประเทศผู้นำเข้าบริการรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีความต้องการสูง จีนเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม มาเป็นเวลานานแล้ว

    การค้าและการลงทุนของจีนทำให้แก่เยาวชนในท้องถิ่นมีโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายและมีอนาคตสดใสมากขึ้น จีนยึดมั่นในหลักการ ” การจัดการเรียนการสอนตามความต้องการของการพัฒนาของอุตสาหกรรม นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการไปด้วยกัน” ซึ่งส่งผลให้แรงงานในท้องถิ่นพัฒนาขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น ศูนย์ปฏิบัติการเทคโนโลยีและนวัตกรรมลูปันประเทศไทย (Luban Workshop)ใช้แนวทาง “การศึกษาในระบบ + การฝึกอบรมวิชาชีพ” หลักสูตรทั้งหกหลักสูตรได้รับการตรวจสอบและอนุมัติโดยคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของไทย และถูกรวมเข้ากับระบบการศึกษาของประเทศ นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาสามารถได้รับวุฒิการศึกษาที่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานด้านการศึกษา

    เป็นที่ประจักษ์ว่าความร่วมมือของจีนกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นการร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันและได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย การตีความดุลการค้าเกินดุลด้านเดียว การจงใจสร้างความสับสนระหว่างความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการใส่ร้ายป้ายสีการค้าปกติและความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน ล้วนเป็นการปฏิเสธตลาดโลกและกฎของเศรษฐกิจตลาด เป็นการพยายามตัดขาดห่วงโซ่คุณค่าระดับโลกอย่างไม่เป็นธรรม ขัดขวางการยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศกำลังพัฒนา และท้ายที่สุดก็เผยให้เห็นถึงความคิดแบบ “ชาติตนต้องมาก่อน”

    โดยทั่วไปแล้วประชาคมระหว่างประเทศมองอนาคตการพัฒนาของจีนในแง่ดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และหน่วยงานอื่นๆ ต่างปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2026 แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีนได้วางกรอบอนาคตที่สดใสสำหรับทุกประเทศในการร่วมกันพัฒนาและแบ่งปันอนาคตร่วมกัน จีนจะยังคงส่งเสริมความร่วมมือในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่มีคุณภาพสูง สร้างเครือข่ายการเชื่อมโยงระดับภูมิภาคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และการค้า และส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบสามารถมีบทบาทเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาคได้ดียิ่งขึ้น จีนที่ยึดมั่นในความเปิดกว้าง มุ่งมั่นในนวัตกรรม และแสวงหาการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง คือแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังที่สุดสำหรับความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในเอเชีย 

    ข้อเขียนจาก “กงหรง” ผู้สังเกตการณ์ด้านกิจการระหว่างประเทศ

    Photo – ผู้เข้าชมถ่ายรูปที่ศาลาแสดงสินค้าของจีนในงานมหกรรมนำเข้านานาชาติครั้งที่ 8 (CIIE) ที่เซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2025 (ภาพโดย Hector RETAMAL / AFP)
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/39814&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24NGHNlPZT5jLOU7_JuK5c

  • รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569 – สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

    รับสมัครนักศึกษา ปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2 /2569

    กรณีสอบสัมภาษณ์ กรณีทุนส่งเสริมการศึกษา และกรณีมีประสบการณ์การทำงาน

    • ประกาศรายชื่อ 15 พฤษภาคม 2569
    • สอบสัมภาษณ์ 18 – 29 พฤษภาคม 2569
    • ประกาศผล 16 มิถุนายน 2569

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีสอบสัมภาษณ์)
    คุณสมบัติผู้สมัครเข้าศึกษาต่อ
    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือเป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในปีสุดท้ายของหลักสูตรปริญญาตรีทุกสาขาจากสถาบันการศึกษาของรัฐ/เอกชน (จะต้องสำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาค)
    หมายเหตุ : หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต จะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์หรือเทียบเท่า

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีทุนส่งเสริมการศึกษา)
    เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรือกำลังศึกษาในภาคสุดท้ายของหลักสูตรปริญญาตรี (จะต้องสำเร็จการศึกษาก่อนวันเปิดภาค) และจะต้องมีผลการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ดังนี้
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 ไม่ต่ำกว่า 3.00
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 ไม่ต่ำกว่า 2.75
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 ไม่ต่ำกว่า 2.50
    โดยสถาบันให้การสนับสนุนผู้ผ่านการคัดเลือกกรณีทุนส่งเสริมการศึกษา ให้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม
    การศึกษา (ค่าหน่วยกิต) แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 3 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตกึ่งหนึ่งให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตร
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 1 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตรและสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาจนกว่าจะสำเร็จการศึกษา
    • ทุนส่งเสริมการศึกษาประเภทที่ 2 เป็นทุนยกเว้นค่าหน่วยกิตให้ผู้รับทุนตลอดหลักสูตร

    คุณสมบัติของผู้สมัคร (กรณีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีประสบการณ์การทำงาน)

    1. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาของรัฐบาลหรือเอกชนและได้การรับรองวุฒิการศึกษาจากสำนักงานปสัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
    2. มีประสบการณ์ทำงาน 1 ปี นับถึงวันเปิดภาค (ยกเว้นคณะนิติศาสตร์จะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 1 ปี นับถึงวันสมัครและคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จะต้องมีประสบการณ์ทำงาน 3 ปี นับถึงวันสมัคร
    3. ผู้สมัครจะต้องได้รับอนุมัติจากหน่วยงานให้มาศึกษาเต็มเวลา

    เอกสารประกาศรับสมัคร

    >>> ประกาศสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เรื่อง รับสมัครเข้าศึกษาระดับปริญญาโท ภาคปกติ ครั้งที่ 2/2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/admmission-master-degree-2-2569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gIUwPQQ9JZoAhWLVbFh5A