Category: วัฒนธรรม

  • “สหมงคลฟิล์มฯ” บวงสรวงเปิดกล้อง “ผ่าจ้าน” โปรเจกต์หลอนระทึกแห่งปี “ท็อป-เจนิส-น้ำตาล” พร้อม …

    “สหมงคลฟิล์มฯ” บวงสรวงเปิดกล้อง “ผ่าจ้าน” โปรเจกต์หลอนระทึกแห่งปี “ท็อป-เจนิส-น้ำตาล” พร้อม …

    “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “สตูดิโอ คำม่วน” ถือฤกษ์ดีจัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์สยองเหนือคาดเรื่อง “ผ่าจ้าน” ผลงานกำกับโดยสองผู้กำกับรุ่นใหม่ “นัทสอ-สรวิชญ์ เมืองแก้ว” และ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/variety/entertainment/126202&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f6JfEg8QxW6zFjjI5S4zS

  • “ซาบีดา” ขอคนไทยสามัคคี อยากให้เป็นการเมืองสร้างสรรค์ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    “ซาบีดา” ขอคนไทยสามัคคี อยากให้เป็นการเมืองสร้างสรรค์ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bhumjaithai.com/news/112973&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l-nZ3L6FkPj6twJ11Lej7

  • 39 ปี มจร.แพร่! พลิกโฉมการศึกษาพุทธศาสตร์สู่สากล สืบสานปณิธานหลวงปู่มหาโพธิวงศาจารย์ | TOPNEWS

    39 ปี มจร.แพร่! พลิกโฉมการศึกษาพุทธศาสตร์สู่สากล สืบสานปณิธานหลวงปู่มหาโพธิวงศาจารย์ | TOPNEWS

    พระราชเขมากร เจ้าคณะจังหวัดแพร่ และเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์ โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ในงานทำบุญฉลองครบรอบสถาปนา 39 ปี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ซึ่งภายในงานได้มีพิธีทำบุญอุทิศถวายแด่บูรพาจารย์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ งานสัมมนาวิชาการ และรับมอบโล่เกียรติคุณผู้สนับสนุนการศึกษา ณ หอประชุมนวมินทราชูทิศโกศัยนคร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่

    โดยจัดให้มีการจัดนิทรรศการทางวิชาการ การเจริญพระพุทธมนต์ การมอบโล่และประกาศเกียรติคุณศิษย์เก่าดีเด่นและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อมหาวิทยาลัยการบรรยายพิเศษ การประชุมพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน และการทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อตั้งกองทุนการศึกษาและภัตตาหารเพล ทั้งนี้ เพื่อทำบุญอุทิศแด่บูรพาจารย์และผู้ที่มีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาของสาขาวิชาต่าง ๆและโรงเรียนวิถีพุทธ เพื่อสร้างสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ นิสิต ศิษย์เก่า กับคณะสงฆ์ ส่วนราชการและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชนยิ่ง ๆ ขึ้นไป

    มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่ ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2530 ณ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร โดยความดำริของพระเดชพระคุณหลวงปู่พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสารมหาเถร) คณะสงฆ์ ภาค 6 ส่วนราชการและประชาชนในสมัยนั้น ได้จัดการเรียนการสอนแก่พระภิกษุสามเณรมาอย่างต่อเนื่องจนได้ย้ายมาที่ทำการเลขที่ 111 หมู่ที่ 5 ตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่แห่งนี้ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2547

    ขณะนี้มีเนื้อที่ จำนวน 37 ไร่เศษ การศึกษาได้พัฒนาการมาโดยลำดับ ปีการศึกษาปัจจุบันได้เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษาและสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ คณะสังคมศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์และสาขานิติศาสตร์ ในระดับปริญญาโท สาขาวิชาพระพุทธศาสนาและสาขาวิชารัฐศาสตร์ และในระดับปริญญาเอก คือ สาขาวิชาพระพุทธศาสนา และหลักสูตรประกาศนียบัตร 2 หลักสูตร คือ พระพุทธศาสนาและประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1472497&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y9EVgX8dcVl6r_cirolSK

  • เปิดประวัติ “หมอณัฏฐ์” หรือ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์ผู้ดูแลการฝากครรภ์ “นุ่น รมิดา”

    เปิดประวัติ “หมอณัฏฐ์” หรือ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์ผู้ดูแลการฝากครรภ์ “นุ่น รมิดา”

    “หมอณัฏฐ์” หรือ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ เป็นแพทย์เฉพาะทางด้าน เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (Maternal-Fetal Medicine: MFM) ซึ่งเป็นอนุสาขาหนึ่งของ สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มีความเชี่ยวชาญในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการประเมินสุขภาพและพัฒนาการของทารกในครรภ์ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง

    บทบาทสำคัญของแพทย์เฉพาะทาง MFM คือการวินิจฉัย วางแผน และดูแลการตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคประจำตัวของมารดา ความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือภาวะครรภ์เสี่ยงสูงต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยสูงสุดของทั้งมารดาและทารก

    นพ.ณัฏฐ์ ปฏิบัติงานด้านการดูแลครรภ์อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การฝากครรภ์ การตรวจอัลตราซาวด์เชิงลึก การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการวางแผนการดูแลร่วมกับทีมแพทย์สหสาขาในกรณีที่มีความซับซ้อนทางการแพทย์ 

    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นพ.ณัฏฐ์ ได้รับความสนใจจากสังคมจากการมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยครรภ์ที่เป็นข่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของแพทย์เฉพาะทาง MFM ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ทางการแพทย์ที่มีความละเอียดอ่อนสูง และต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดันเพื่อรักษาชีวิตและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ

    ด้วยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ จึงเป็นหนึ่งในแพทย์เฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ป่วย และเป็นที่จับตามองของสังคมในประเด็นด้านการดูแลครรภ์เสี่ยงสูงในปัจจุบัน

    การศึกษาและ คุณวุฒิ

    • ปริญญาตรี แพทย์ศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล
    • วุฒิบัตรสาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9871046/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DrwYdQ8bQbl46x12qA-4K

  • ‘นิด้าโพล’ ยกสอง ‘พรรคประชาชน’ อันดับ 1 เลือก ‘ณัฐพงษ์’ นั่งนายกฯ

    ‘นิด้าโพล’ ยกสอง ‘พรรคประชาชน’ อันดับ 1 เลือก ‘ณัฐพงษ์’ นั่งนายกฯ

    ‘นิด้าโพล’ ยกสองเลือกตั้ง 69 คนไทยเลือก ‘พรรคประชาชน’ อันดับ 1 เลือก ‘ณัฐพงษ์’ นั่งนายกฯ อนุทิน – อภิสิทธิ์ คะแนนเป็นรอง ‘ยศชนัน’ อันดับ 4

    เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแส การเลือกตั้ง ปี 2569

    โดยการสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1 ร้อยละ 29.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

    อันดับ 2 ร้อยละ 22.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

    อันดับ 3 ร้อยละ 12.52 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)
     

    อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)

    อันดับ 5 ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

    อันดับ 6 ร้อยละ 3.76 ระบุว่าเป็น พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

    อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)

    ร้อยละ 5.80 ระบุอื่นๆ ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่)

    ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก (พรรครักชาติ) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (พรรคประชาธิปัตย์) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช (พรรคไทยก้าวใหม่)

    น.ส.ตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายภราดร ปริศนานันทกุล (พรรคภูมิใจไทย) นายพงศา ชูแนม (พรรคกรีน) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.28 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    'นิด้าโพล' ยกสอง 'พรรคประชาชน' อันดับ 1 เลือก 'ณัฐพงษ์' นั่งนายกฯ

    พรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า

    อันดับ 1 ร้อยละ 33.56 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน

    อันดับ 2 ร้อยละ 22.76 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

    อันดับ 3 ร้อยละ 16.92 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

    อันดับ 4 ร้อยละ 12.76 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

    อันดับ 5 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.92 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

    อันดับ 7 ร้อยละ 1.84 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.08 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

    ร้อยละ 3.28 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรครักชาติ พรรคปวงชนไทย พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า

    อันดับ 1 ร้อยละ 34.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน

    อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

    อันดับ 3 ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

    อันดับ 4 ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

    อันดับ 5 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ

    อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.12 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

    ร้อยละ 3.20 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรครักชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.52 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.68 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.80 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.84 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.88 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.96 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.04 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.16 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.80 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.96 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.36 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.72 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.72 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.72 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.56 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่นๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 37.64 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.52 สมรส และร้อยละ 1.84 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.32 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 17.92 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 35.60 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 10.48 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 30.64 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.04 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 9.76 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.80 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.68 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.48 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.40 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.20 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.68 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.60 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.72 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 15.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.96 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 10.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.88 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.40 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.16 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.32 ไม่ระบุรายได้

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1218954&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3P0e12X33tzCQOClb0DYK_

  • เจาะโพลนิด้ายก2เดือด อนุทินจี้ติดเท้ง อภิสิทธิ์คัมแบ็กแรงแซงเพื่อไทย

    เจาะโพลนิด้ายก2เดือด อนุทินจี้ติดเท้ง อภิสิทธิ์คัมแบ็กแรงแซงเพื่อไทย

    วันศุกร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.38 น.

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ยกสอง กระแสเลือกตั้ง 69” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-27 มกราคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสการเลือกตั้ง ปี 2569 การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

    อันดับ 1 ร้อยละ 29.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

    อันดับ 2 ร้อยละ 22.24 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

    อันดับ 3 ร้อยละ 12.52 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)

    อันดับ 4 ร้อยละ 12.12 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)

    อันดับ 5 ร้อยละ 9.36 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

    อันดับ 6 ร้อยละ 3.76 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)

    อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ)

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.68 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย)

    อันดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน)

    ร้อยละ 5.80 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่) นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (พรรคเพื่อไทย) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคไทยก้าวใหม่) ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก (พรรครักชาติ) พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคประชาธิปัตย์) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง) หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ (พรรคประชาธิปัตย์) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช (พรรคไทยก้าวใหม่) นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง (พรรคประชาชาติ) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (พรรคภูมิใจไทย) นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล (พรรคปวงชนไทย) นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี (พรรครวมไทยสร้างชาติ) นายภราดร ปริศนานันทกุล (พรรคภูมิใจไทย) นายพงศา ชูแนม (พรรคกรีน) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.28 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 33.56 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 22.76 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.92 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.76 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็นพรรคเศรษฐกิจ อันดับ 6 ร้อยละ 2.92 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.84 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 8 ร้อยละ 1.40 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม อันดับ 9 ร้อยละ 1.08 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.28 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรครักชาติ พรรคปวงชนไทย พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.04 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 22.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.20 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 13.20 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 6 ร้อยละ 2.60 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 8 ร้อยละ 1.20 ระบุว่าเป็น พรรคกล้าธรรม อันดับ 9 ร้อยละ 1.12 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 3.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยก้าวใหม่ พรรคไทรวมพลัง พรรครักชาติ พรรคโอกาสใหม่ พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคกรีน พรรคใหม่ ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote) และร้อยละ 0.08 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.52 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.68 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.80 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.84 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.88 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.96 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.04 เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง ร้อยละ 12.16 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.80 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.96 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.36 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.72 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.72 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.72 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.56 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 37.64 สถานภาพโสด ร้อยละ 60.52 สมรส และร้อยละ 1.84 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.32 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 17.92 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 35.60 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 10.48 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 30.64 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 5.04 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 9.76 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 17.80 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.68 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.48 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.40 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.20 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 6.68 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.60 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.72 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 15.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 33.96 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 10.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.88 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.20 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.32 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.40 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.16 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.32 ไม่ระบุรายได้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/944010&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ImquSTJ5zoWDn1vBdJjCC

  • เผยแพร่แล้ว!  ผลสำรวจ SDG Policy Survey นำเสนอความต้องการของประชาชนต่อ “นโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในการเลือกตั้ง 2569 | SDG Move

    เผยแพร่แล้ว!  ผลสำรวจ SDG Policy Survey นำเสนอความต้องการของประชาชนต่อ “นโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ในการเลือกตั้ง 2569 | SDG Move

    ร้อยละ 32.9 ของผู้ตอบเเบบสำรวจ เลือก “คนและสังคม” เป็นนโยบายยั่งยืนที่อยากให้พรรคการเมืองเร่งผลักดันในรัฐบาลหน้า

    ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา SDG Move ได้จัดทำแบบสำรวจเรื่อง “ความต้องการของประชาชนต่อนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน เลือกตั้ง 69” ระหว่างวันที่ 9 – 22 มกราคม 2569 โดยเปิดให้ประชาชนจากทั่วประเทศร่วมตอบแบบสำรวจในรูปแบบสาธารณะ ทั้งนี้ ได้นำความคิดเห็นและการรับรู้จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 207 คน มาสังเคราะห์และประมวลผล

    ผลการสำรวจถูกจัดหมวดหมู่เป็น 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประชาชนต้องการผลักดันหรือเร่งขับเคลื่อน ประเด็นด้านสังคม ด้านการเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และข้อเสนอเชิงนโยบาย ซึ่งสะท้อนความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นพรรคการเมืองนำประเด็นเหล่านี้ไปขับเคลื่อนเป็นนโยบาย โดยเชื่อมโยงกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

    SDG Policy Survey ฉบับนี้ จึงได้นำผลการสำรวจดังกล่าวมานำเสนอ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพรวมของประเด็นนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประชาชนให้ความสำคัญสำหรับการเลือกตั้งปี 2569


    01 – เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประชาชนต้องการ ‘ผลักดัน’ หรือ ‘เร่งขับเคลื่อน’ มากที่สุด

    ผลการสำรวจสะท้อนว่าผู้ตอบแบบสำรวจให้ความสำคัญกับประเด็นด้าน “คนและสังคม” มากที่สุด โดยจัดให้เป็นมิติของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ควรได้รับการผลักดันหรือเร่งขับเคลื่อนเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 68 คน เห็นว่าพรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับประเด็นความยากจน ความหิวโหยและโภชนาการ สุขภาพ การศึกษา และความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 32.9 ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 

    รองลงมา คือ ด้านเศรษฐกิจ ครอบคลุมประเด็นพลังงาน เศรษฐกิจ แรงงาน อุตสาหกรรม บริการ โครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการพัฒนาเมืองและชุมชน โดยมีผู้เลือกมิตินี้จำนวน 65 คน หรือร้อยละ 31.4

    ขณะที่ ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกอบด้วยประเด็นทรัพยากรน้ำ ของเสียและมลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทะเล และป่าไม้ มีผู้เลือกจำนวน 42 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 20.3

    ส่วน ด้านสันติภาพและความสงบสุข เช่น อาชญากรรม การบังคับใช้กฎหมาย กองทัพ ประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล และสิทธิมนุษยชน มีผู้เลือกจำนวน 23 คน หรือร้อยละ 11.1

    ท้ายที่สุดคือ ด้านความร่วมมือ ซึ่งครอบคลุมประเด็นความร่วมมือข้ามภาคส่วน ความร่วมมือระหว่างประเทศ การเงินเพื่อการพัฒนา และกลไกนโยบายการพัฒนา มีผู้ตอบแบบสำรวจเลือกมิตินี้เพียง 9 คน คิดเป็นร้อยละ 4.3 สะท้อนว่า ประชาชนมองว่านโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนและสังคมเป็นอันดับแรก 


    02 – นโยบาย ‘ด้านสังคม’ ที่ประชาชนอยากเห็นพรรคการเมืองเสนอเพื่อผลักดันมากที่สุด

    ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจต้องการให้พรรคการเมืองเสนอและผลักดัน นโยบายด้านสังคม โดยให้ความสำคัญกับ นโยบายการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา มากที่สุด มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 133 คน คิดเป็นร้อยละ 64.3 ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด

    รองลงมา คือ การลดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 37 คน หรือร้อยละ 17.9 ขณะที่ การเข้าถึงอาหารที่ปลอดภัย มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 20 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 9.7

    ส่วน ประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 4.3 และท้ายที่สุดคือ การรับมือและการจัดการกับโรคติดต่อ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 8 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.9 สะท้อนว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับการสร้างความเท่าเทียมด้านโอกาส โดยเฉพาะการเข้าถึงการศึกษา ถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน

    ด้านข้อเสนอเเนะเชิงนโยบาย จากการสังเคราะห์ข้อมูล พบว่าผู้ตอบเเบบสำรวจเสนอนโยบายด้านสังคมเเละผู้คน ที่น่าสนใจ 13 นโยาย ได้เเก่ 1) แก้ความเหลื่อมล้ำและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ 2) โครงข่ายสวัสดิการลดความเสี่ยงของแรงงานจากผลกระทบโลกรวน 3) ส่งเสริมเด็กทุกคนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ 4) แก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการในเด็ก 5) ส่งเสริมกฎหมายที่เป็นธรรม/ไม่เลือกปฏิบัติ 6) ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของผู้คนมีความปลอดภัย 7) ใช้เทคโนโลยีสร้างความโปร่งใสงบประมาณภาครัฐ 8) อินเทอร์เน็ตฟรีสำหรับเด็กยากจน 9) ดูแลผู้สูงอายุให้ตายดี 10) ลดอุบัติเหตุและการตายบนท้องถนน 11) ยกระดับสวัสดิการแม่และเด็ก 12) เคารพสิทธิชาติพันธุ์ และ 13) สิทธิรักษาพยาบาลที่เข้าถึงง่ายและจ่ายได้


    03 – นโยบาย ‘ด้านสิ่งเเวดล้อม’ ที่ประชาชนอยากเห็นพรรคการเมืองเสนอเพื่อผลักดันมากที่สุด

    ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจต้องการให้พรรคการเมืองเสนอและผลักดัน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับ นโยบายการรับมือและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) มากที่สุด มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 71 คน คิดเป็นร้อยละ 34.3 ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด

    รองลงมา คือ การจัดการสารเคมีและของเสียที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 47 คน หรือร้อยละ 22.7 ขณะที่ การสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมแก่ภาคเกษตร มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 36 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.4

    ส่วน ประเด็นการลดผลกระทบจากภัยพิบัติ มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 13.5 ถัดมาคือ การคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 13 คน หรือร้อยละ 6.3 และท้ายที่สุดคือ การอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งและทะเล มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 12 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 5.8

    สะท้อนว่า ประชาชนมองว่าการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่เร่งด่วนที่สุด และควรถูกยกระดับเป็นนโยบายหลักในการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ซึ่งเป็นไปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับภัยพิบัติในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะน้ำท่วมรุนเเรงที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศจึงได้รับความสนใจเเละคาดหวังที่จะเห็นรูปธรรมของการตั้งรับปรับตัวมากขึ้น 

    ด้านข้อเสนอเเนะเชิงนโยบาย จากการสังเคราะห์ข้อมูล พบว่าผู้ตอบเเบบสำรวจเสนอนโยบายด้านสิ่งเเวดล้อม ที่น่าสนใจ 10 นโยาย ได้เเก่ 1) กฎหมายจัดการและรับมือโลกรวน 2) ฟื้นคืนและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ 3) มาตรการภาษีเพื่อจูงใจให้ลดการปล่อยคาร์บอน 4) เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด 5) จัดสรรที่พักแก่ชุมชนชายฝั่งที่เผชิญน้ำทะเลเพิ่มสูง 6) ทำให้เกิดเมืองยืดหยุ่นและสามารถรับมือภัยพิบัติ 7) เตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ด้านการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน 8) รับรองสิทธิชุมชนในการจัดการระบบนิเวศ 9) แก้ฝุ่น PM2.5 และ 10) จัดการขยะพลาสติกในทะเลให้เป็นศูนย์


    04 – นโยบาย ‘ด้านเศรษฐกิจ’ ที่ประชาชนอยากเห็นพรรคการเมืองเสนอเพื่อผลักดันมากที่สุด

    ผลการสำรวจพบว่า ผู้ตอบแบบสำรวจต้องการให้พรรคการเมืองเสนอและผลักดัน นโยบายด้านเศรษฐกิจโดยให้ความสำคัญกับ นโยบายการควบคุมค่าครองชีพให้สอดคล้องกับรายได้ มากที่สุด ซึ่งมีผู้ตอบแบบสำรวจ จำนวน 86 คน คิดเป็นร้อยละ 41.5 ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด

    รองลงมา คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 79 คน หรือร้อยละ 38.2 ขณะที่ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเศรษฐกิจ มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 26 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.6

    ส่วน ประเด็นการจ้างงานที่เป็นธรรม มีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 4.3 และท้ายที่สุดคือ ความเป็นธรรมในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งมีผู้ตอบแบบสำรวจจำนวน 7 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 3.4สะท้อนว่า ประชาชนมองว่าปัญหาปากท้อง โดยเฉพาะค่าครองชีพ เป็นโจทย์เร่งด่วนที่นโยบายเศรษฐกิจจำเป็นต้องตอบสนอง ควบคู่กับการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ด้านข้อเสนอเเนะเชิงนโยบาย จากการสังเคราะห์ข้อมูล พบว่าผู้ตอบเเบบสำรวจเสนอนโยบายด้านเศรษฐกิจ ที่น่าสนใจ 12 นโยาย ได้เเก่ 1) ส่งเสริมการผลิตอาหารที่ยั่งยืนและปลอดภัย 2) ใช้เทคโนโลยียกระดับการเกษตร 3) ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวที่กินได้ 4) รัฐส่งเสริมการสร้างรายได้ 5) แก้หนี้เกษตรและผลักดัน Young Smart Farmers 6) ควบคุมเจ้าของธุรกิจให้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม 7) จัดตั้งกองทุน Up-Skill/Re-Skill ถ้วนหน้า 8) ประกันราคาสินค้าเกษตร 9) ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรวดเร็วและปลอดภัย 10) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 11) ยกระดับราคาผลผลิตภาคเกษตร และ 12) สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์


    05 – บทสรุปส่งท้าย

    เเม้ผลการสำรวจจะไม่สามารถชี้ชัดความต้องการนโยบายพัฒนาที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งประเทศได้ทั้งหมด เเต่กลุ่มตัวอย่างที่ร่วมตอบเเบบสำรวจได้สะท้อนข้อค้นพบสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ เช่น ผู้ตอบเเบบสำรวจส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่า “สังคมเเละเศรษฐกิจ” หรือ ปากท้องเเละความเป็นอยู่ที่ดีนั้นยังคงเป็นสองเรื่องหลักที่คาดหวังจะได้รับการจัดการเเละยกระดับให้ดียิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ยังพบว่านโยบายที่ผู้ตอบเเบบสำรวจเสนอโดยส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศเเละภัยพิบัติ ดังเห็นได้ว่ามิติสังคมมีข้อเสนอเชิงนโยบายให้สร้างโครงข่ายรองรับการลดความเสี่ยงเเก่เเรงงานต่อผลกระทบจากโลกรวน เเละนโยบายที่ส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานที่ปลอดภัย ขณะที่มิติสิ่งเเวดล้อม มีข้อเสนอเชิงนโยบายทั้งต่อการปรับเเก้กฎหมายเเละกระบวนการในการจัดการกับการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการบรรเทาผู้เปราะบางที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของน้ำทะเล ส่วนมิติเศรษฐกิจ มีข้อเสนอนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวที่กินได้เเละการควบคุมกลุ่มธุรกิจให้รับผิดชอบต่อสิ่งเเวดล้อม ซึ่งเป็นการลดทอนปัจจัยสนับสนุนการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศตั้งเเต่ต้นน้ำอีกด้วย 

    ในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง จึงอาจจำเป็นต้องมองภาพกว้างเเละเชื่อมโยงความสัมพันธ์เเละผลกระทบของเเต่ละมิติให้มากขึ้น เพราะในยุคสมัยปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้านเเละมีความซับซ้อนซ้อนทับกันในเชิงประเด็น การดำเนินนโยบายเชิงเดี่ยวจึงอาจไม่เพียงพอเเก่การตั้งรับปรับตัวอีกต่อไป 


    บทความฉบับนี้นำเสนอผลที่ได้จากความเห็นของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้น

    แบบสำรวจเรื่อง “ความต้องการของประชาชนต่อนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน เลือกตั้ง 69” ระหว่างวันที่ 9 – 22 มกราคม 2569 โดยเปิดให้ประชาชนร่วมตอบแบบสำรวจในรูปแบบสาธารณะ ทั้งนี้ ได้นำความคิดเห็นและการรับรู้จากผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 207 คน มาสังเคราะห์และประมวลผล โดยมีข้อมูลพื้นฐานดังนี้

    เพศของผู้ตอบแบบสำรวจ

    เพศ ร้อยละ จำนวน
    ชาย (Male)  30% 62
    หญิง (Female) 63.3% 131
    Non-binary / ความหลากหลายทางเพศอื่น ๆ (Other Gender Identities/Orientations) 5.3% 11
    ไม่ประสงค์จะตอบ (Prefer not to say) 1.4% 3

    ช่วงอายุของผู้ตอบแบบสำรวจ

    ช่วงอายุ ร้อยละ จำนวน
    น้อยกว่า  20 ปี 37.7% 78
    21 – 30 ปี 33.8% 70
    31 – 40 ปี 17.9% 37
    41 – 50 ปี 5.8% 12
    51 – 60 ปี 3.4% 7
    มากกว่า  60 ปี 1.4% 3

    ภาคที่ผู้ตอบแบบสำรวจอาศัยอยู่ 

    ภาค ร้อยละ จำนวน
    กรุงเทพมหานคร 36.2% 75
    ภาคเหนือ 6.8% 14
    ภาคกลาง 24.2% 50
    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7.2% 15
    ภาคตะวันออก 3.9% 8
    ภาคตะวันตก 2.4% 5
    ภาคใต้ 19.3% 40

    แพรวพรรณ ศิริเลิศ และ อติรุจ ดือเระ  – เรื่อง
    วิจย์ณี เสนแดง – ภาพประกอบ

    จำนวนครั้งที่เข้าชม: 126

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sdgmove.com/2026/01/30/sdg-policy-survey-thailand-election-69/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z5aLNUjbpHI8a7oP1zP9u

  • เกษตรแฟร์ 2569 เช็กตารางฉาย “หนังกลางแปลง” ชมฟรี 9 คืน 9 เรื่อง – ไทยรัฐออนไลน์

    เกษตรแฟร์ 2569 เช็กตารางฉาย “หนังกลางแปลง” ชมฟรี 9 คืน 9 เรื่อง – ไทยรัฐออนไลน์

    บรรยากาศดูหนังกลางแปลงกลับมาอีกครั้งในงานเกษตรแฟร์ 2569 กับ “สหมงคลฟิล์มกลางแปลง ครั้งที่ 4″ ขนทัพภาพยนตร์ดังของไทยและต่างประเทศ มาให้ชมฟรีตลอด 9 คืน ระหว่างวันที่ 30 …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2910894&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yGDkizV5udtGFz_nZQ2EG

  • 7 ประจัญบาน

    7 ประจัญบาน

    บริษัท 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ จำกัด. ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่อง 7. นักแสดงนำ: อารักษ์ อมรศุภศิริ, ณัฐพล ไรยวงค์, วรากร ศวัสกร, ชาคริต บุญสิงห์ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/novel/THE_SEVEN_LEGENDS&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lLp7LftYGAbpoUeZYNSGb

  • MI GROUP – แม่เรียงฟิล์ม จัดรอบปฐมทัศน์ “กิ่งแก้ว” เปิดความหลอนจากตำนานคุกบางขวาง

    MI GROUP – แม่เรียงฟิล์ม จัดรอบปฐมทัศน์ “กิ่งแก้ว” เปิดความหลอนจากตำนานคุกบางขวาง

    M STUDIO – MI GROUP – แม่เรียงฟิล์ม จัดรอบปฐมทัศน์. เปิดตัวด้วยการเดินพรมแดงของเหล่านักแสดงและผูกำกับภาพยนตร์นำโดย อินทิรา เจริญปุระ, นภัทร อินทร์ใจเอื้อ …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievsrbe4y63qgt8fdf3965848akzvefs&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ooQ6y0pX5FppCF-4b7UKt