Category: วัฒนธรรม

  • แถลงการณ์ของนายซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน บนแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้ต่อคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

    แถลงการณ์ของนายซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน บนแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้ต่อคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

    แถลงการณ์ของนายซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน บนแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้ต่อคำขู่ล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

    กองกำลังติดอาวุธผู้กล้าหาญของเราอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด พร้อมเหนี่ยวไก และพร้อมที่จะตอบโต้การรุกรานใด ๆ ต่อแผ่นดิน น่านฟ้า และน่านน้ำอธิปไตยของประเทศอันเป็นที่รักของเราอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

    บทเรียนอันทรงคุณค่าที่ได้รับจากสงคราม 12 วัน ได้เสริมศักยภาพให้เราในวันนี้สามารถตอบสนองได้ด้วยพลัง ความรวดเร็ว และความรุนแรงที่มากยิ่งขึ้น

    ขณะเดียวกัน อิหร่านยินดีเสมอที่จะเข้าร่วมข้อตกลงนิวเคลียร์ที่เป็นธรรม ยุติธรรม และตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ข้อตกลงที่เกิดขึ้นจากจุดยืนที่เท่าเทียม ปราศจากการบีบบังคับ การข่มขู่ หรือการคุกคาม และรับประกันสิทธิของอิหร่านในการเข้าถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ พร้อมทั้งยืนยันการไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

    อาวุธดังกล่าวไม่มีที่ยืนในกรอบการคำนวณด้านความมั่นคงของเรา และเราไม่เคยมีความตั้งใจที่จะครอบครองมันเลย

  • เตรียมพบกับ TCDC แห่งใหม่ 10 จังหวัด  พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาทักษะและต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่น

    เตรียมพบกับ TCDC แห่งใหม่ 10 จังหวัด พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาทักษะและต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่น

    พบกับ 10 พื้นที่ใหม่ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อจัดตั้ง New TCDC เพิ่มแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างในท้องถิ่น 

    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ประกาศผลการคัดเลือกพื้นที่ตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบแห่งใหม่ (New TCDC) ในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น ดังนี้ 1) ชุมพร เทศบาลเมืองชุมพร 2) นครศรีธรรมราช เทศบาลนครศรีธรรมราช 3) ยะลา เทศกาลเมืองยะลา 4) ร้อยเอ็ด องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด 5) สกลนคร เทศบาลเมืองสกลนคร 6) กระบี่ เทศบาลเมืองกระบี่ 7) ราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี 8) ลำปาง เทศบาลเมืองลำปาง 9) สุโขทัย เทศบาลเมืองสุโขทัย และ 10) หนองคาย เทศบาลเมืองหนองคาย  

    งนี้ ทาง CEA จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือการจัดการประกวดแบบและขอจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดตั้ง New TCDC โดยจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะ คือระยะแรก ปีงบประมาณ 2569 – 2570 จะดำเนินการใน 5 จังหวัด คือ ชุมพร นครศรีธรรมราช ยะลา ร้อยเอ็ด และสกลนคร ระยะที่สอง ปีงบประมาณ 2570 – 2571 ดำเนินการอีก 5 จังหวัด คือ กระบี่ ราชบุรี ลำปาง สุโขทัย และหนองคาย  

    เมื่อรวม TCDC ทุกรูปแบบที่จัดตั้งในภูมิภาคทั้งหมดจะประกอบด้วย 1) 4 TCDC ศูนย์ภูมิภาค คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา 2) 73 จุดบริการ miniTCDC ที่เป็นความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา  49 แห่งใน 39 จังหวัด 3) 20 New TCDC ที่รวม New TCDC ใน 10 จังหวัดที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569 คือ เชียงราย นครราชสีมา ปัตตานี พิษณุโลก แพร่ ภูเก็ต ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี  

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.cea.or.th, www.tcdc.or.th และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/CreativeEconomyAgency และ www.facebook.com/tcdc.thailand
     

    Posted in news on ม.ค. 28, 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cea.or.th/news-updates/new-tcdc-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dfv3rM2VoFW4sqyWCywpr

  • กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ ‘การเกิดมะเร็ง’ แก่นักศึกษาแพทย์

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ ‘การเกิดมะเร็ง’ แก่นักศึกษาแพทย์

    ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง

    ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังอาคารวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง “การเกิดโรคมะเร็ง หรือ Oncogenesis (อองโคจีเนซิส)” พระราชทานแก่นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563) ชั้นปีที่ 3 รุ่นที่ 4 ภาคการศึกษาที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2568 ของคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน จำนวน 46 คน

    โดยมีรักษาการรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน , ดร.ฐากูร พานิช , นายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ , รองศาสตราจารย์ ดร.เภสัชกรหญิงจุฑามณี สุทธิสีสังข์ , ดร.วัชระ ฉัตรวิริยะ และรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีรภัทร อึ้งตระกูล รักษาการคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เฝ้ารับเสด็จและเข้าร่วมรับฟังการบรรยาย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

    รพ.จุฬาภรณ์ จัด ‘มหกรรมส่งเสริมสุขภาพ’ สร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

    สุดว้าว! ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดห้องผ่าตัดพาเด็กท่องอวกาศ

    “โรคมะเร็ง”นับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรไทย และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเกิดโรค โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของยีนที่ควบคุมการเจริญและการแบ่งตัวของเซลล์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์ สำหรับการบรรยายในวันที่สองนี้ ทรงเน้นหัวข้อ ยีนก่อมะเร็งกับการควบคุมการเจริญของเซลล์ และยีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในกระบวนการเกิดโรคมะเร็ง เมื่อยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของเซลล์เกิดการกลายพันธุ์และเปลี่ยนสภาพเป็นยีนก่อมะเร็ง จะทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่สามารถควบคุมได้ จนนำไปสู่การเกิดมะเร็งในที่สุด

    นอกจากนี้ ยังทรงยกตัวอย่างการเกิดยีนก่อมะเร็งจากไวรัส การกลายพันธุ์ของยีน การย้ายตำแหน่งของโครโมโซม รวมถึงการเพิ่มจำนวนของยีน ซึ่งพบได้ในมะเร็งหลายชนิด และล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ยีนปกติเปลี่ยนเป็นยีนก่อมะเร็ง ในส่วนของยีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง p53 ซึ่งพบการกลายพันธุ์ได้บ่อยในมะเร็งของมนุษย์ ทรงอธิบายถึงบทบาทสำคัญในการป้องกันการเกิดเซลล์ผิดปกติ และทรงยกตัวอย่างการกลายพันธุ์ของยีนนี้ในโรคมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งลำไส้ ความรู้ความเข้าใจในกลไกระดับยีนและระดับเซลล์ดังกล่าว จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งแบบมุ่งเป้า รวมถึงการพัฒนายาและแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นโรงเรียนแพทย์ลำดับที่ 23 ของไทย ได้รับการรับรองตามเกณฑ์มาตรฐานสากลของ World Federation for Medical Education โดยสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาแพทยศาสตร์และแพทยสภา จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่ทันสมัยทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก เพื่อมุ่งผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพและการบริการทางการแพทย์ ที่มีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบรรยายพิเศษ 'การเกิดมะเร็ง' แก่นักศึกษาแพทย์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/well-being/1218631&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320QdjKWjTYfIFNs65A47a

  • เกรียงไกร สิริรักษ์ รองประธานวุฒิสภาและประธานคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุม APA ได้พบหารือกับ ฮามีดเรซา ฮาญีบอบออี รองประธานสภาที่ปรึกษาอิสลามแห่งอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สมาชิกรัฐสภาเอเชีย ครั้งที่ 16 โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศและความท้าทายในระดับนานาชาติ

    เกรียงไกร สิริรักษ์ รองประธานวุฒิสภาและประธานคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุม APA ได้พบหารือกับ ฮามีดเรซา ฮาญีบอบออี รองประธานสภาที่ปรึกษาอิสลามแห่งอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สมาชิกรัฐสภาเอเชีย ครั้งที่ 16 โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศและความท้าทายในระดับนานาชาติ

    เกรียงไกร สิริรักษ์ รองประธานวุฒิสภาและประธานคณะผู้แทนรัฐสภาไทยในการประชุม APA ได้พบหารือกับ ฮามีดเรซา ฮาญีบอบออี รองประธานสภาที่ปรึกษาอิสลามแห่งอิหร่าน นอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สมาชิกรัฐสภาเอเชีย ครั้งที่ 16 โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างสองประเทศและความท้าทายในระดับนานาชาติ

    ฮาญีบอบออี กล่าวถึงความสัมพันธ์กว่า 70 ปีของอิหร่านและไทย รวมถึงบทบาททางประวัติศาสตร์ของบุคคลสำคัญอย่าง “เชคอะหมัด กุมมี” ในการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างสองชาติ พร้อมระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังแสวงหาอำนาจนำรูปแบบใหม่ของโลก โดยมองตนเองเป็นบรรทัดฐานของกติกาทั้งหมด การแทรกแซงทรัพยากรของชนชาติอื่น การกดดันยุโรป เวเนซุเอลา และการสังหารประชาชนในฉนวนกาซา สะท้อนถึงความไร้ความรับผิดชอบทางการเมือง การละเมิดบรรทัดฐานอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ ได้นำไปสู่ลักษณะของลัทธิฟาสซิสต์ที่กำลังคุกคามโลก

    เขาย้ำว่า อิหร่านมีศักยภาพในการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกโดยอาศัยการสนับสนุนของประชาชน พร้อมระบุว่าพลังของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเกิดจากสามองค์ประกอบหลัก ได้แก่ “การมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของประชาชน” “อารยธรรมที่มีอายุหลายพันปี” และ “อิสลามที่แท้จริงตามแนวทางของท่านนบีมูฮัมหมัด” ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ศัตรูต้องล่าถอยในสงคราม 12 วัน และยอมรับความพ่ายแพ้ในเหตุวุ่นวายก่อการร้ายครั้งล่าสุดซึ่งมีทรัมป์อยู่เบื้องหลังโดยตรง เขาแสดงความคาดหวังว่า ในการประชุมสมัชชาใหญ่วันถัดไป ประเทศในเอเชีย 44 ประเทศจะยืนหยัดแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งต่อความผิดปกติในเวทีระหว่างประเทศและแนวทางแบบฝ่ายเดียว

    ด้านรองประธานวุฒิสภาไทย กล่าวถึงความสัมพันธ์อันเป็นมิตรและยาวนานระหว่างสองประเทศ พร้อมระบุว่า ไทยติดตามสถานการณ์ในอิหร่านอย่างใกล้ชิดด้วยความห่วงใย และเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพอธิปไตยของรัฐต่าง ๆ ไทยเน้นย้ำการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจา และการเคารพกฎบัตรสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

    เขากล่าวถึงรากฐานภายในของความเคลื่อนไหวล่าสุดในอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ และไทยเข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงและปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นผลจากการแทรกแซงของประเทศที่สาม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปัญหาจากการแทรกแซงภายนอกในพื้นที่ภาคใต้ของไทย เขากล่าวว่า ไทยรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอิหร่าน แต่เชื่อว่าอิหร่านเป็นประเทศเอกราช และมีเพียงประชาชนชาวอิหร่านเท่านั้นที่ควรกำหนดรูปแบบการปกครองของตนเอง

    ในตอนท้าย เขาได้กล่าวถึงศักยภาพของไทยในการผลิตอาหารฮาลาลและการเตรียมเสนอแนวคิดดังกล่าวในการประชุมวันถัดไป พร้อมย้ำว่า อัตลักษณ์ของอิหร่านตั้งอยู่บนพื้นฐานของประชาชน อารยธรรม และ อิสลาม ซึ่งรากฐานเหล่านี้ทำให้อิหร่านสามารถยืนหยัดต่อแรงกดดันต่าง ๆ ได้ และแสดงความหวังว่าสันติภาพและเสถียรภาพอย่างสมบูรณ์จะกลับคืนสู่อิหร่านในเร็ววัน

  • อิหร่านไม่เคยแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์

    อิหร่านไม่เคยแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์

    โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงการประเมินของอิหร่านต่อเอกสาร ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศของสหรัฐอเมริกา ปี 2026 และแนวทางของเอกสารดังกล่าวต่อกรุงเตหะรานว่า เอกสารนี้ไม่ควรถูกพิจารณาแยกออกจากแนวคิดและนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อทั้งภูมิภาคและสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความคิดเดียวกันที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ซึ่งมุ่งสร้าง “ความหวาดกลัวต่ออิหร่าน” และพยายามนำเสนออิหร่านในฐานะปัญหาของภูมิภาค โดยปราศจากพื้นฐานความเป็นจริงใด ๆ นอกเหนือจากจินตนาการและความหลงผิดที่ถูกปลูกฝังอยู่ในความคิดของพวกเขาตลอดเวลา และพยายามยัดเยียดมุมมองดังกล่าวให้แก่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ทั้งที่ภูมิภาครับรู้ดีว่าภัยคุกคามที่แท้จริงคือระบอบไซออนิสต์ ซึ่งเหตุการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องยืนยันข้อเท็จจริงนี้

    บากาอีชี้ว่า เอกสารดังกล่าวเต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเอง พร้อมกล่าวว่า พวกเขาอาจอ้างความภาคภูมิใจว่าได้ขัดขวางไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งที่สิ่งดังกล่าวไม่เคยมีอยู่จริง และสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ทั้งตามรายงานของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และตามหลักนิยมด้านการป้องกันประเทศของตน ไม่เคยแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์แต่อย่างใด ด้วยเหตุนี้ การทิ้งระเบิดโจมตีสถานที่ตั้งทางนิวเคลียร์ของอิหร่านจึงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างสิ้นเชิงและเป็นอาชญากรรม ซึ่งผู้กระทำต้องถูกนำมารับผิดชอบ

    เกี่ยวกับภาพรวมของเอกสารที่กล่าวถึงภูมิภาค ยังเห็นได้ชัดว่าประเด็นหลักคือการรับประกันความมั่นคงของระบอบไซออนิสต์ โดยแลกกับการสร้างความแตกแยกระหว่างประเทศในภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากแนวโน้มที่เป็นอยู่ เป้าหมายดังกล่าวจะไม่บรรลุผล

  • ชงรื้อระบบเรียน 4 ปีจบ นักวิชาการ ชี้การศึกษาไทยไม่ทันโลก-ปริญญาสำคัญลดลง

    ชงรื้อระบบเรียน 4 ปีจบ นักวิชาการ ชี้การศึกษาไทยไม่ทันโลก-ปริญญาสำคัญลดลง

    ในยุคที่โลกหมุนเร็วกว่าหลักสูตรการศึกษา ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาสะท้อนภาพวิกฤตของระบบการศึกษาไทยที่ยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิมที่สืบทอดมานานกว่า 100-200 ปี พร้อมเสนอแนวทาง “ปรับใหญ่” ทั้งในเชิงโครงสร้างและวิธีคิดเพื่อความอยู่รอดของทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต

    า ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ใบปริญญาด้อยค่า – วิกฤตเกษียณก่อนวัยในอายุ 45

    ผศ.ดร.อดิศร ระบุชัดเจนว่าในปัจจุบัน “ใบปริญญาเริ่มมีค่าน้อยกว่าความสามารถ ทักษะ และการปรับตัว” โลกของการทำงานเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีงานวิจัยชี้ว่าคนรุ่นใหม่จะต้องเปลี่ยนอาชีพอย่างน้อย 3-4 ครั้งในชีวิต ขณะที่ภาคธุรกิจและองค์กรขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร เริ่มมีระบบที่ผลักให้คนทำงานต้องเกษียณหรือออกจากงานตั้งแต่อายุ 45-50 ปี หากระบบการศึกษาไม่สามารถเตรียมคนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต สังคมไทยจะเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการจัดการกับประชากรที่หลุดออกจากระบบแรงงานก่อนวัยอันควร

    ติดกับดัก “ระบบเพื่อคนจัดการ” แต่ไม่ใช่ “เพื่อผู้เรียน”

    หนึ่งในปัญหาโครงสร้างที่สำคัญคือ ระบบการศึกษาถูกออกแบบมาเพื่อความสะดวกของ “ผู้จัด” มากกว่า “ผู้เรียน” คณบดีฯ มธ. ชี้ให้เห็นว่า การยึดติดกับโมเดลที่ต้องเรียนจบปริญญาตรีใน 4 ปี คือฐานคิดที่ผิดพลาดในปัจจุบัน

    • ความล่าช้าของหลักสูตร: กระบวนการพัฒนาและอนุมัติหลักสูตรใช้เวลาร่วม 2 ปี เมื่อรวมกับเวลาเรียนอีก 4 ปี เท่ากับต้องใช้เวลาถึง 6 ปี กว่าจะผลิตบัณฑิตออกมา ซึ่งถึงเวลานั้นโลกก็เปลี่ยนไปเรียบร้อยแล้ว
    • ขาดความยืดหยุ่น: บางอาชีพอาจใช้เวลาฝึกฝนเพียง 6 เดือน ขณะที่บางอาชีพอาจต้องการมากกว่า 4 ปี แต่ระบบปัจจุบันกลับพยายามยัดทุกอย่างลงในโมเดลเดียวกันเพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ

    ข้อเสนอ 4 เสาหลักสู่การปรับระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อให้การปรับตัวเกิดขึ้นได้จริง ผศ.ดร.อดิศร ได้เสนอประเด็นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ดังนี้:

    1. การกระจายอำนาจ (Decentralization): รัฐต้องให้อำนาจแก่พื้นที่และท้องถิ่นในการจัดการศึกษาด้วยตนเอง ทั้งในแง่งบประมาณและการออกแบบหลักสูตรที่เฉพาะเจาะจงกับความต้องการของพื้นที่

    2. การบูรณาการข้ามกระทรวง: การพัฒนาคนไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการหรือ อว. เท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย สาธารณสุข และ พม. เพื่อสร้าง “ระบบนิเวศการเรียนรู้” (Ecosystem) ที่ครอบคลุมทั้งสุขภาวะทางจิตและการพัฒนาศักยภาพรอบด้าน

    า ผศ.ดร.อดิศร จันทรสุข คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    3. ยกระดับสายอาชีวะเทียบเท่าวิชาชีพชั้นสูง: เสนอให้ดูแบบอย่างจากประเทศฟินแลนด์ ที่ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่สายอาชีวะทัดเทียมกับแพทย์หรือวิศวกร เพื่อลบภาพจำการเป็นแรงงานไร้ทักษะ และสนับสนุนให้คนค้นพบตนเองได้เร็วขึ้น

    4. ปฏิรูปการรับครู: ต้องเปลี่ยนจากระบบที่คนอยากเป็นครูเพียงเพราะต้องการสวัสดิการหรือความมั่นคง (เช่น การกู้เงินสหกรณ์) ไปสู่การคัดกรองคนที่มี “Passion” ในการสอนอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้นทาง

    นโยบายต้อง “ทำจริง” ไม่ใช่แค่ “ขายฝัน”

    ผศ.ดร.อดิศร ทิ้งท้ายถึงรัฐบาลว่า นโยบายการศึกษาที่ผ่านมามักมีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่าง “นโยบาย” กับ “การปฏิบัติจริง” หลายครั้งเป็นการหยิบนโยบายจากต่างประเทศมาใช้โดยที่คนหน้างานไม่เข้าใจ รัฐบาลจึงควรหยุดชูนโยบายที่สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องหันมาทำความเข้าใจความซับซ้อนของระบบ สร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อ และสามารถตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ได้จริง เพื่อไม่ให้มหาวิทยาลัยเป็นเพียงโรงงานผลิตบัณฑิตที่โลกไม่ต้องการอีกต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/649900&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y983lyjNKNGzqOI326BVP

  • “ตรีนุช” สั่งเร่งปฏิรูปประกันสังคม ศึกษาออกนอกระบบราชการ เพิ่มคล่องตัว-โปร่งใส

    “ตรีนุช” สั่งเร่งปฏิรูปประกันสังคม ศึกษาออกนอกระบบราชการ เพิ่มคล่องตัว-โปร่งใส

    “ตรีนุช” สั่งเร่งปฏิรูปประกันสังคม ศึกษาออกนอกระบบราชการ เพิ่มคล่องตัว-โปร่งใส

    ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 26 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เรียกประชุมด่วนปลัดกระทรวงแรงงาน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ เพิ่มความคล่องตัว โปร่งใส สร้างความมั่นคงให้แก่ผู้ประกันตน โดยให้มีการศึกษาแนวทางรายละเอียดการออกนอกระบบราชการของสำนักงานประกันสังคม ว่าจะมีผลดี ผลเสียอย่างไรในการยกระดับการบริหารจัดการกองทุนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตน

    ทั้งนี้ นางสาวตรีนุช  กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมก็เหมือนบ้าน อายุ 35 ปีแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาที่ต้องซ่อม ต้องปรับโครงสร้างใหม่ สอดคล้องกับบริบท สังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การปฏิรูปสำนักงานประกันสังคมครั้งนี้ ก็เพื่อทำให้ระบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตอบโจทย์โลกสมัยใหม่มากขึ้น ในอีกด้านหนึ่งก็เป็นการทำให้องค์กรแข็งแรงขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนมากขึ้นด้วย

    อย่างไรก็ตาม ในการประชุม นางสาวตรีนุช ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร โดยมีประเด็นหลัก คือ 1.การบริหารจัดการที่คล่องตัว ปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็นองค์กรในกำกับของรัฐ (Public Organization) จะช่วยให้การตัดสินใจด้านการลงทุนและการบริหารทรัพยากรบุคคลทำได้รวดเร็วขึ้น ไม่ติดขัดระเบียบราชการที่ซับซ้อน สามารถนำความรู้ และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 2. ให้เป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสและธรรมาภิบาล โดยเร่งวางระบบตรวจสอบ (Audit) ที่เข้มข้นขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกันตนว่าเงินสมทบทุกบาทจะถูกนำไปบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน 3.การยกระดับสิทธิประโยชน์ เมื่อองค์กรมีความคล่องตัว จะสามารถออกแบบสิทธิประโยชน์และบริการรูปแบบใหม่ๆ ให้เท่าทันต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

    “สำนักงานประกันสังคมถือเป็นหัวใจสำคัญของพี่น้องแรงงาน การปฏิรูปให้ออกนอกระบบราชการไม่ใช่การแปรรูปเป็นเอกชน ซึ่งก็มีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือ กบข. ที่ออกนอกระบบแต่ก็ยังอยู่ในกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เพียงแต่คล่องตัวขึ้น ทำให้องค์กรบริหารงานได้อย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว”

    รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงาน จัดตั้ง “คณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม” เพื่อจัดทำแผนโรดแม็พ (Roadmap) และทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนักวิชาการ อย่างรอบด้านเพื่อวางแนวทางในการดำเนินการในอนาคตต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/125325&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_MT7zOKpzKgTNR3918VWI

  • “หมอยง” ชี้ความเสี่ยงโรค “ไวรัสนิปาห์” ในประเทศไทย แนะวิธีการป้องกัน

    “หมอยง” ชี้ความเสี่ยงโรค “ไวรัสนิปาห์” ในประเทศไทย แนะวิธีการป้องกัน

    “หมอยง” เผยความเสี่ยงโรค “ไวรัสนิปาห์” ในประเทศไทย พร้อมแนะวิธีการป้องกัน-การเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข

    วันที่ 26 มกราคม 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความเรื่อง “ความเสี่ยงและการป้องกันในประเทศไทย” โดยระบุว่า

    “ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ไวรัสนิปาห์เป็นโรคที่รู้จักมานานแล้วเกือบ 30 ปี องค์ความรู้ มีการศึกษากันมากมาโดยตลอด และการวินิจฉัยก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน ลักษณะอาการของโรค จะมีไข้สูง และถ้าเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิม เกิดในมาเลเซียส่วนใหญ่จะมีอาการสมองอักเสบ แต่ในระยะหลังนี้ที่เกิดในเอเชียใต้จากบางประเทศและอินเดีย ส่วนใหญ่จะมีอาการทางปอด ปอดอักเสบมากกว่าและไม่มีตัวกลาง เป็นการนำเชื้อโดยตรงจากค้างคาวเข้าสู่คน ไม่เหมือนในมาเลเซียที่มีหมูเป็นตัวกลางจากค้างคาว

    การแพร่ระบาดโรคนี้มีอำนาจการกระจายโรคค่อนข้างต่ำ อยู่ระหว่าง 0.2 ถึง 0.8 หมายความว่าผู้ป่วย 1 คน จะแพร่กระจายโรคไปยังผู้อื่นได้ 0.2 ถึง 0.8 คน ไม่เหมือนไข้หวัดใหญ่หรือโควิด จะอยู่ที่ 1.5 ถึง 2 ดังนั้นถ้าอำนาจการกระจายโรคน้อยกว่า 1 จะไม่เกิดการระบาดใหญ่อย่างแน่นอน จะเกิดการระบาดเฉพาะวงเล็ก เช่นในครอบครัว แพทย์พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วยเท่านั้น

    การระบาดของโรคนี้ จะพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงเอเชียใต้ เพราะมีตัวกลางเป็นค้างคาวกินผลไม้ ที่พบเชื้อได้ สายพันธุ์ที่พบที่เคยระบาดที่มาเลเซีย และสายพันธุ์ที่พบในเอเชียใต้ มีความแตกต่าง จึงทำให้มีลักษณะแตกต่างกัน ที่ระบาดที่อินเดียขณะนี้เป็นสายพันธุ์ของเอเชียใต้ ส่วนใหญ่จะติดต่อโดยตรงจากค้างคาว โดยการสัมผัส หรือรับประทาน น้ำตาลจากอินทผาลัมที่ไม่ได้ต้ม ที่จริงก็คงคล้ายกับน้ำตาลสดที่เราได้จากต้นตาล หรือต้นมะพร้าว ก็เป็นข้อเตือนใจสำหรับคนไทย ที่จะรับประทานน้ำตาลสด ควรผ่านการต้มเสียก่อน ลักษณะสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน

    มาตรการในการป้องกันที่สำคัญในประเทศไทย ป้องกันการติดเชื้อจากค้างคาว หลีกเลี่ยงการบริโภค ผลไม้ดิบ/ผลไม้ที่มีรอยกัดแทะ ล้างและปอกเปลือกผลไม้ก่อนรับประทาน ไม่ดื่มน้ำหวาน/น้ำผลไม้ดิบ ที่อาจปนเปื้อนค้างคาว ควบคุมแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของค้างคาวไม่ให้ใกล้ชุมชนมากเกินไป (โดยไม่ทำลายระบบนิเวศ)

    การเฝ้าระวังในคน (Surveillance) เฝ้าระวังผู้ป่วย ไข้เฉียบพลันร่วมกับอาการทางระบบประสาทหรือทางเดินหายใจรุนแรง เน้นผู้ที่ มีประวัติสัมผัสสัตว์ป่า เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยง (เอเชียใต้) และระบบรายงานโรคที่รวดเร็ว (Event-based surveillance)

    ป้องกันการแพร่เชื้อคน-สู่-คน แยกผู้ป่วยต้องสงสัยทันที มาตรการ Infection Prevention and Control (IPC) ในโรงพยาบาล Standard + Contact + Droplet precautions บุคลากรทางการแพทย์ใช้ PPE อย่างเหมาะสม

    การเตรียมความพร้อมของระบบสาธารณสุข ห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจยืนยันได้ (BSL ตามความเหมาะสม) แนวทางสอบสวนโรคและควบคุมการระบาดที่ชัดเจน การฝึกซ้อมแผนรับมือโรคอุบัติใหม่ (Public health emergency preparedness)

    การสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชน ให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ลดความตื่นตระหนก แต่เน้นพฤติกรรมป้องกันที่ถูกต้อง ทำงานร่วมกับชุมชน (community engagement) โดยให้ความรู้ที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว”.

    ขอบคุณเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2910078&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CvlfLm_l5Gq95WBvtSIBG

  • ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

    Tag :

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ 

    25 มกราคม 2569  ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค กล่าวในการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบุคลากรตาดีกา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมนำเสนอนโยบาย ตอนหนึ่งว่า พรรคประชาชาติ ยืนยันว่าการพัฒนาประเทศที่ดีที่สุด ก็คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะดูอนาคตต้องดูที่การศึกษา การลงทุนกับมนุษย์ ต้องลงทุนกับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ปี จะได้ผลตอบแทนกลับมามากที่สุดถึง 10 เท่า วัยเด็กเป็นช่วงที่สำคัญที่ต้องเรียนรู้เรื่องชีวิต ไม่ใช่แค่วิชาชีพอย่างเดียว 

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยลงมากจนน่าตกใจ จนมีการคาดการณ์ว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรเหลือแค่ 30 ล้านคน จากตอนนี้ 66 ล้านคน อย่างไรก็ตามใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังเยอะอยู่ แต่ก็น่ากังวลว่าแม้อัตราการเกิดเยอะ แต่การดรอปเอาต์ หรือไม่ได้เรียนหนังสือก็สูงเช่นกันถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องให้คุณค่ากับอนาคต และการสร้างคน

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่ตนเป็นเลขาธิการศอ.บต. ได้เสนอให้อุดหนุนโรงเรียนตาดีกา ละ 2 หมื่นบาท เพื่อนำไปพัฒนาตาดีกา ซึ่งน่าปลื้่มใจว่ามีผู้ปกครองมาช่วยสนับสนุนเพิ่ม บางตาดีกา มีเงินสนับสนุนหลายแสน ได้เอาเงินตรงนี้มาจากครูต่างประเทศ มาสอนภาษา สอนวิชาการอื่นๆ พัฒนาเยาวชนของเราจนได้ผลดีมาก

    “งบประมาณอุดหนุนตาดีกา เราใช้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งได้ผลดีมาก มีการประเมินโครงการก็ได้เป็นอันดับ 1 โครงการอื่นในภาคใต้ใช้เงินเป็นพันล้าน แต่ประชาชนไม่รู้จัก ไม่ได้ประโยชน์ นี่คือโครงการที่ทำให้ประชาชนรู้จักศอ.บต. ซึ่งต้องบอกว่าก่อนจะผลักดันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทัศนคติด้านความมั่นคงก่อนหน้านี้เป็นลบ ผมต้องไปเจรจาของบประมาณ โชคดีที่ตอนนั้นรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ มีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่ง”พ.ต.อ.ทวี กล่าว

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า มาวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าคุณค่าของตาดีกายิ่งใหญ่มาก ครูเสียสละในการดูแลลูกหลาน พ่อแม่ก็ต้องการให้สั่งสอนศีลธรรม จริยธรรม และศาสนา เด็กห่างไกลจากยาเสพติดได้ก็เพราะครู เพราะครอบครัว ครูทำงานหนักแต่ไม่ได้รับการดูแล ตนหารือกับสถาบันปอเนาะ ก็เสนอให้เพิ่มค่าตอบแทน ตาดีกาก็ควรได้เช่นกัน เราอยากเพิ่มค่าตอบแทนให้เป็น 5-5.5 พันบาท และไม่ใช่แค่ในจังหวัดชายแดนใต้ แต่ต้องเป็นเงินสนับสนุนทั่วประเทศ และในอนาคตก็ต้องเพิ่มสวัสดิการเหมือนราชการด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/942932&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p4PUDgkAQolqKUnEoeZQE

  • พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปาง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ

    พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปาง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ

    พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปางลุยหาเสียง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ ลดความเหลื่อมล้ำ ชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

    วันที่ 25 มกราคม 2569 นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย นายศักย์ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรค นายไตรรัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายนริศ แสงบุญเรือง ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 1 ลงพื้นที่ จ.ลำปาง พบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชน และรับฟังปัญหา พร้อมนำเสนอแนวนโยบายของพรรค ที่ตลาดกาดทุ่งเกวียน โดยแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบายพรรค

    จากนั้นแห่เข้าสู่ตัวเมืองกราบสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดลำปางเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนร่วมกิจกรรม นั่งรถม้ารอบเมืองลำปาง สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมสื่อสารแนวคิดการพัฒนาประเทศที่เคารพรากเหง้า และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน โดยในช่วงเย็นคณะผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร และทีมงาน ได้ร่วมกันเดินกาดกองต้า พบปะทักทายพ่อแม่พี่น้องอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ชูนโยบายสำคัญของพรรคด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนตัวเล็ก และการลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้คนลำปางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี

    นายก้องเกียรติ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า การลงพื้นที่ลำปางครั้งนี้ ทำให้เห็นพลัง ความตั้งใจ และความหวังของประชาชนที่อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรม พรรคไทยก้าวใหม่เชื่อมั่นว่า หากเริ่มต้นจากการลงทุนในคน สร้างการศึกษาที่เข้าถึงได้จริง และสร้างเศรษฐกิจที่คนธรรมดาอยู่ได้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวลำปาง และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อก้าวใหม่ของประเทศไทย ที่เดินไปพร้อมกับประชาชนทุกคน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2909971&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37XIYzdVX8_MnN9XmyHWf3