Category: วัฒนธรรม

  • เช็กเลย!  15 สิทธิคนไทยได้ฟรี รัฐจัดให้มีอะไรบ้าง หลายคนอาจยังไม่รู้

    เช็กเลย! 15 สิทธิคนไทยได้ฟรี รัฐจัดให้มีอะไรบ้าง หลายคนอาจยังไม่รู้

    สิทธิคนไทย 15 รายการที่รัฐจัดให้ฟรี! ครอบคลุมทั้งสุขภาพ การเงิน และความรู้ 

    คนไทยที่ถือสัญชาติไทยมีบัตรประชาชนคนไทย บางคนหรือหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเรามีสิทธิอะไรบ้างที่ได้รับบริการฟรี มาดูกันเลยมีอะไรบ้างโดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก 

    หมวดที่ 1: สุขภาพดีถ้วนหน้า (ป้องกัน-รักษา-คัดกรอง) ดูแลโดย: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผ่านสิทธิบัตรทอง/30 บาท รักษาทุกที่

    กลุ่มนี้เน้นการดูแลตั้งแต่ก่อนป่วย ไปจนถึงการรักษาโรคซับซ้อน สามารถตรวจสอบสิทธิและนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมนู “กระเป๋าสุขภาพ”

    การป้องกันและตรวจเช็ก

    1. ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี: สิทธิบัตรทองสามารถตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน และประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจได้ฟรีตามกลุ่มอายุที่หน่วยบริการปฐมภูมิ

    2. เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray): สำหรับกลุ่มเสี่ยงวัณโรค หรือผู้ที่พักอาศัยร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค สามารถขอรับการตรวจคัดกรองเอกซเรย์ปอดได้ฟรี (เช็กสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง)

    3. รับวัคซีนขั้นพื้นฐาน: เด็กไทยทุกคนได้รับวัคซีนพื้นฐานฟรี และผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง (เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง) สามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลได้ฟรี

    1. ทำฟันฟรี (ไม่จำกัดวงเงิน): สิทธิบัตรทองคุ้มครองทันตกรรมพื้นฐาน ได้แก่ ขูดหินปูน, อุดฟัน, ถอนฟัน, ผ่าฟันคุด รวมถึงการทำฟันปลอมฐานพลาสติก (สำหรับผู้ที่สูญเสียฟัน) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามความจำเป็นทางการแพทย์

    2. รักษามะเร็งได้ทุกที่ (Cancer Anywhere): ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทอง หากได้รับการวินิจฉัยแล้ว สามารถเลือกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพแห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว เพื่อลดระยะเวลารอคอย

    3. เจ็บป่วยเล็กน้อย รับยาฟรี (32 อาการ): หากมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดท้อง ปวดหัว ผื่นคัน สามารถยื่นบัตรประชาชนที่ “ร้านยาคุณภาพ” ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อปรึกษาเภสัชกรและรับยาฟรี (ครอบคลุม 16-32 กลุ่มอาการ)

    สุขภาพทางเพศและผู้หญิง

    1. คัดกรองมะเร็งปากมดลูก: หญิงไทยอายุ 30-59 ปี ตรวจคัดกรองด้วยวิธี HPV DNA Test (แม่นยำสูง) ฟรีทุก 5 ปี

    2. คัดกรอง HIV: คนไทยทุกคน ทุกสิทธิการรักษา สามารถขอรับคำปรึกษาและตรวจเลือดหาเชื้อ HIV ได้ฟรี ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลรัฐ เพื่อรู้เร็ว รักษาเร็ว

    3. รับยาเม็ดคุมกำเนิด: หญิงไทยวัยเจริญพันธุ์ (อายุ 15-59 ปี) รับยาคุมกำเนิดแบบเม็ดฟรี ครั้งละไม่เกิน 3 แผง (สูงสุด 13 แผง/ปี) จองสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง

    4. รับถุงยางอนามัย: ชายและหญิงไทย รับถุงยางอนามัยฟรี ครั้งละ 10 ชิ้น/สัปดาห์ เลือกไซซ์ได้ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง แล้วไปรับที่ร้านยาหรือหน่วยบริการที่เข้าร่วม

    หมวดที่ 2: สุขภาพใจ (Mental Health)

    1. ปรึกษาสุขภาพจิต สายด่วน 1323: บริการฟรีจากกรมสุขภาพจิต สำหรับผู้ที่มีความเครียด ซึมเศร้า หรือมีปัญหาทางใจ โทรปรึกษานักจิตวิทยาได้ตลอด 24 ชั่วโมง (หรือนัดหมายผ่าน Facebook: 1323 ปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต)

    หมวดที่ 3: อาหารสมองและการเรียนรู้ (Education)

    1. คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี (ThaiMOOC): แพลตฟอร์มการศึกษาระบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (เว็บไซต์ thaimooc.org)

    2. อ่าน E-Book ฟรี (Hibrary / TK Park): ห้องสมุดออนไลน์ที่ให้คนไทยยืมอ่าน E-Book, นิตยสาร และหนังสือเสียงคุณภาพดีได้ฟรี เพียงดาวน์โหลดแอปฯ Hibrary

    หมวดที่ 4: ความมั่นคงชีวิต (กฎหมายและการเงิน)

    1. ปรึกษากฎหมายฟรี: หากไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือต้องการความรู้ทางกฎหมาย สามารถขอคำปรึกษาได้ฟรีที่:

      • สภาทนายความ: สายด่วน 1167

      • ศูนย์ดำรงธรรม: สายด่วน 1567

      • สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ประจำจังหวัดทั่วประเทศ

    2. ตรวจเครดิตบูโร (เช็กสุขภาพการเงิน):

      • สิทธิพื้นฐาน: ตามกฎหมาย หากคุณถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงิน คุณมีสิทธิขอดูรายงานข้อมูลเครดิตได้ “ฟรี” ภายใน 30 วันนับจากวันที่ถูกปฏิเสธ

      • การตรวจทั่วไป: สามารถตรวจได้ง่ายๆ ผ่านแอปธนาคาร (เช่น เป๋าตัง, KMA, Krungthai NEXT) โดยปกติจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 150 บาท (ยกเว้นบางช่วงที่มีแคมเปญตรวจฟรีตามงานมหกรรมการเงิน) แนะนำให้ตรวจปีละ 1 ครั้ง เพื่อเช็กหนี้สินและป้องกันภัยไซเบอร์

    วิธีใช้สิทธิให้คุ้มค่า

    • แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” คือกุญแจสำคัญ: โหลดติดเครื่องไว้ เข้าเมนู “กระเป๋าสุขภาพ” (Health Wallet) เพื่อเช็กสิทธิ นัดหมาย และรับคูปองบริการต่างๆ

    • พกบัตรประชาชน: คือเอกสารยืนยันตัวตนที่สำคัญที่สุดในการเข้ารับบริการทุกประเภท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874058/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IOsqyTEdqPPo6OYWcXWul

  • จ.สุรินทร์ ให้การต้อนรับคณะกรรมการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2568

    จ.สุรินทร์ ให้การต้อนรับคณะกรรมการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2568

    จ.สุรินทร์ ให้การต้อนรับคณะกรรมการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2568


    17/02/2569 | 11 |

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้เกียรติกล่าวต้อนรับคณะกรรมการประเมินสถานศึกษา เพื่อรับรางวัลพระราชทาน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับประถมศึกษา (ขนาดใหญ่) ระดับกลุ่มจังหวัดที่ 11 ณ ห้องประชุมสระโบราณ โรงเรียนเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

    ทั้งนี้ โรงเรียนเมืองสุรินทร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ได้รับการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานดังกล่าว ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงคุณภาพการจัดการศึกษาและการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีมาตรฐาน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/477270&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y8x4af14lvULLfbJa7wii

  • ส่องชัดๆ “เชียงใหม่โมเดล” ต้นแบบแก้ฝุ่นควันด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

    ส่องชัดๆ “เชียงใหม่โมเดล” ต้นแบบแก้ฝุ่นควันด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

    ส่องชัดๆ “เชียงใหม่โมเดล” ต้นแบบแก้ฝุ่นควันด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

    “เชียงใหม่โมเดล” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ โดยมี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นแกนกลางทางวิชาการและนวัตกรรม โมเดลนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการลดค่าฝุ่นในระยะสั้น แต่ยกระดับการจัดการทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นเหตุของไฟป่า การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ การมีส่วนร่วมของชุมชน ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

    ภาคเหนือของประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากการพึ่งพาระบบข้อมูลดิจิทัลในระดับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จึงปรับบทบาทจากสถาบันการศึกษาและวิจัยสู่การเป็น “Regional Knowledge Hub” ที่ทำงานเชิงยุทธศาสตร์แบบบูรณาการ ภายใต้แนวคิด Digital–Environmental Nexus เพื่อเปลี่ยนการแก้ปัญหาแบบตั้งรับ (Reactive) ไปสู่การบริหารจัดการเชิงรุก (Proactive) อย่างเป็นระบบ

    ยุทธศาสตร์สำคัญของ มช. คือการสร้าง “System of Systems” ที่เชื่อมโยง 3 มิติหลัก ได้แก่ (1) การจัดการไฟป่าเชิงพื้นที่ (2) การตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และ (3) ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยดิจิทัล เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้กำหนดนโยบายมีความแม่นยำ โปร่งใส และปลอดภัยสูงสุด แนวคิดนี้สะท้อนผ่านโครงการ “Air for All” ซึ่งยกระดับการบริหารจัดการอากาศสะอาดให้เป็นวาระเชิงโครงสร้างของภูมิภาค

    ส่องชัดๆ

    ในมิติ Data-Driven Policy มช. ได้พัฒนาระบบ PM2.5 Big Data Platform ที่บูรณาการข้อมูลฝุ่น PM2.5, PM10, จุดความร้อน (Hotspot) และข้อมูลสภาพภูมิอากาศจากหลายหน่วยงานเข้าสู่ฐานข้อมูลเดียว (Integrated Data Lake) พร้อมสร้าง Baseline Database ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อใช้เป็น Benchmark เชิงนโยบาย ระบบ Dashboard และแผนที่ภูมิสารสนเทศ (GIS) ช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นภาพสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ลดความล่าช้าในการรายงาน และเพิ่มความแม่นยำระดับพิกัดผ่านการประมวลผลด้วย AI ส่งผลให้การจัดสรรทรัพยากรเป็นแบบ Targeted Intervention แทนการกระจายงบประมาณแบบหว่าน (Inefficient Allocation) ดังในอดีต

    ในระดับปฏิบัติการภาคสนาม มช. ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงาน P24 เพื่อพัฒนาโมเดลการจัดการไฟป่าเชิงรุกในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย นวัตกรรมสำคัญ ได้แก่ ระบบ “ไฟดี (FireD)” สำหรับบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวลอย่างมีหลักวิทยาศาสตร์ ลดการสะสมของควันในสภาพอากาศปิด

    ระบบ “ไฟดี (FireD)” คือ นวัตกรรมการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล (Biomass Management) และการควบคุมการเผาอย่างมีวิทยาศาสตร์ เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของไฟป่าและปัญหาฝุ่นควัน PM2.5

    พัฒนาโดยทีมวิจัยของ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด “จัดการไฟเพื่อจัดการอากาศ” ระบบนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการดับไฟเมื่อเกิดเหตุเท่านั้น แต่เน้นการวางแผนเชิงรุกเพื่อลดการสะสมของเชื้อเพลิงในป่า ซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของไฟป่าขนาดใหญ่

    แพลตฟอร์ม “Fireman” สำหรับติดตามตำแหน่งเจ้าหน้าที่และสถานการณ์ไฟแบบเรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการสั่งการ รวมถึงการใช้ UAV ร่วมกับ AI เพื่อตรวจจับจุดความร้อนก่อนเกิดการลุกลามเป็นวงกว้าง แนวทางนี้เปลี่ยนกระบวนทัศน์จาก “การดับไฟ” ไปสู่ “การบริหารจัดการอากาศ” ผ่านการควบคุมต้นเหตุ

    ขณะเดียวกัน มช. ยังให้ความสำคัญกับ Community Resilience หรือความยืดหยุ่นของชุมชน โดยติดตั้งระบบห้องปลอดฝุ่นและมุ้งความดันบวกในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกว่า 600 แห่งทั่วภาคเหนือ เพื่อคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง พร้อมพัฒนา CleanAirNET Dust Response Kit ซึ่งเป็นกล่องฟอกอากาศแบบ DIY ที่ชุมชนสามารถประกอบเองได้ในต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูง ตลอดจนแพลตฟอร์ม “Air Quality by CMU” ผ่าน Line OA ที่สื่อสารข้อมูลคุณภาพอากาศที่ผ่านการตรวจสอบแล้วถึงประชาชนโดยตรง กลไกเหล่านี้ช่วยสร้าง Social Trust Architecture ที่ทำให้ข้อมูลภาครัฐและสถาบันการศึกษากลายเป็นเครื่องมือปกป้องสุขภาพสาธารณะ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อมูลคุณภาพอากาศกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ มช. ได้พัฒนา Trust Architecture ด้านดิจิทัลที่ครอบคลุมการคัดกรอง IP และ Ray ID เพื่อระบุแหล่งที่มาของการเข้าถึง การป้องกัน SQL Injection เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบิดเบือนข้อมูล PM2.5 และการตรวจจับ Malformed Data ที่อาจทำให้ระบบล่มในช่วงวิกฤต พร้อมทั้งติดตั้ง Web Application Firewall (WAF), ระบบ Redundancy และ High Availability, Access Logging และ Data Encryption เพื่อคุ้มครอง Baseline Database จากการโจมตีหรือการเข้าถึงโดยมิชอบ แนวทางนี้สะท้อนว่าความปลอดภัยของข้อมูล (Data Integrity) คือหัวใจของความปลอดภัยสาธารณะ

    บทสรุปของโมเดล มช. แสดงให้เห็นว่าการแก้ปัญหาฝุ่นควันไม่สามารถอาศัยเทคโนโลยีใดเทคโนโลยีหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการ Data, Innovation, Community และ Security เข้าเป็นระบบเดียว ผ่านกระบวนการถอดบทเรียน After Action Review (AAR) และการใช้ Baseline Database เพื่อเตรียมความพร้อมเชิงกลยุทธ์ในฤดูกาลถัดไป นวัตกรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงไม่เพียงตอบโจทย์สิ่งแวดล้อม หากแต่ยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐานเรื่อง “อากาศสะอาด” ให้เป็นวาระเชิงโครงสร้างของภูมิภาค และเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีรับใช้สังคมอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) ที่รองรับการกล่าวถึง “เชียงใหม่โมเดล” ว่าเป็นต้นแบบการแก้ปัญหาฝุ่นควันด้วยการบูรณาการข้อมูลและนวัตกรรม

    1. การใช้ระบบข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อจัดการฝุ่น

    • จังหวัดเชียงใหม่ถูกเลือกเป็น พื้นที่นำร่อง (pilot area) สำหรับดำเนินการ “data-driven environmental management” โดยใช้ระบบข้อมูลที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นแบบ เรียลไทม์ และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายได้ทันการณ์ โดยร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน

    2. ผลลัพธ์ตัวเลขหลังใช้ระบบ Big Data

    • ตามรายงานข่าวกลางปี 2025 ที่เชียงใหม่เริ่มใช้แพลตฟอร์มข้อมูลออนไลน์ (Envi Link) ซึ่งเชื่อมข้อมูลกว่า 200 ชุดข้อมูลจากกว่า 30 หน่วยงาน พบว่า
    – มี การลดลงมากกว่า 60% ของจำนวนจุดเผาไหม้ (hotspot burning points)
    – ระดับ PM2.5 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับ ลดจำนวนปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมลพิษอากาศ ด้วย
    ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการข้อมูลสามารถผลักดันการจัดการฝุ่นให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    3. การสร้างฐานข้อมูลและ Dashboard วิเคราะห์

    • แพลตฟอร์ม Envi Link ไม่ได้แค่รวมค่าฝุ่นเท่านั้น แต่ยังรวมข้อมูลจุดความร้อน, พื้นที่ถูกเผา, permit การเผา, และข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ ทำให้ผู้กำหนดนโยบายและหน่วยปฏิบัติการภาคสนามสามารถ
    – ดูแนวโน้มสถานการณ์
    – วิเคราะห์ผลลัพธ์ของมาตรการต่าง ๆ
    – วางแผนเชิงรุกได้ดีขึ้น
    ซึ่งเป็น “ข้อมูลเชิงประจักษ์” ว่าเชียงใหม่กำลังใช้งาน Big Data เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นอย่างมีระบบ

    4. การยอมรับแบบเป็นทางการ

    • สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  ระบุว่าโครงการ AirForAll – ลดการเผาเพื่ออากาศสะอาด เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมงานวิจัยและภาคีความร่วมมือหลายฝ่าย ชี้ว่ามาตรการนี้เป็น “โครงการแก้ปัญหาฝุ่นแบบบูรณาการ” ไม่ใช่แค่โครงการทดลองเล็ก ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/738123&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vjpRzLs0XOYRtpWt0yd9U

  • นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ

    นายกฯ เป็นประธานพิธี พระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ

    นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบ้ติหน้าที่ พร้อมกราบตักขออภัยมารดาผู้วายชนม์ สั่งกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดูแลการศึกษาบุตรจนจบ แล้วรับเข้าราชการทั้ง 2 คน

    วันนี้ (17 ก.พ.2569) เวลา 15.00 น. นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางไปยังวัดยูงทอง อ.บางกลํา จ.สงขลา​ เพื่อประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จากเหตุชายบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน​ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงวัดยูงทอง​ นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รมว.​ศึกษาธิการ​ ​​พาครอบครัวของผู้เสียชีวิต​ นายเจษฎา สินสโมสร ครูโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ​ และบุตร​ 2 คน​ นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร และ ด.ญ.ธัญธร สินสโมสร ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาทั้ง​ 2 คน​ พบกับนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเดินเข้ามายังศาลา​บำเพ็ญกุศล​เพื่อเคารพศพ​

    จากนั้น นายอนุทิน เข้าไปให้กำลังใจมารดาผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า​ ไม่ต้องห่วง ทำใจดีๆ เดี๋ยวหลานดูแลต่อ​ พร้อมกราบไปที่ตักของมารดาผู้เสียชีวิต​ และกล่าวว่า​ “ขอภัยด้วย”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฟังประวัติของผู้วายชนม์ นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับสามีของผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ติดกันอยู่ตลอด​ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี​จะเป็นประธานทอดผ้าไตร​พระราชทาน​และวางดอกไม้จันทน์​

    ทั้งนี้ในส่วนของเงินช่วยเหลือของรัฐบาล ศ.​กิตติคุณ​บวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ ​รองนายก​รัฐมนตรี​ มอบเงินกองทุน​ เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และจากกองทุนช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากระทรวง​ยุติธรรม​ จำนวน 2​ แสนบาท โดยมีนายกรัฐมนตรี​ เป็นสักขีพยาน​ และนายกรัฐมนตรี​เดินเข้าไปหาบุตรทั้ง​ 2 คน​ พร้อมนำมือแตะไหล่ทั้ง ​2 ข้างพูดคุยให้กำลังใจ

    ศ.กิตติคุณ​บวร​ศักดิ์​ ยังมอบนามบัตรให้กับสามีของผู้เสียชีวิต​ พร้อมกับกล่าวว่า​ “เงินเขาโอนเข้าบัญชีไว้ให้แล้วนะ มีเรื่องอะไรของน้อง 2 คนที่จะให้ช่วยก็บอก​มา​ โทรมาได้ ผมก็เป็นคนสงขลาเหมือนกัน”

    ก่อนที่คณะรัฐมน​รีจะเดินทางกลับ​ ได้ให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต​ โดยหลังจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและช่วยเหลือ ให้ลูกทั้ง 2 คนเข้ารับราชการ​ และเข้าถึงการศึกษา​ รวมถึงดูแลค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษา

    อ่านข่าว

    ตร.เร่งตรวจสอบ ผู้ต้องหาทำร้ายแฟนสาวถูกพบเสียชีวิตในห้องขัง สน.มีนบุรี

    กกต.อนุมัติงบเยียวยาน้ำท่วม คาดเงินถึงมือ ปชช. สัปดาห์นี้

    “ยกเลิก” MOU 44 ไทย-กัมพูชา “สัญญาใจ” มัดรัฐบาลภูมิใจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502293&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y3aYkVFmKD2HvWaBH8dji

  • นายกฯ ถกความมั่นคง สั่งยกระดับ “โรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย” ทั่วประเทศ ปี 69 ใครพกปืนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เสี่ยงผิดกฎหมายทันที

    นายกฯ ถกความมั่นคง สั่งยกระดับ “โรงเรียนพื้นที่ปลอดภัย” ทั่วประเทศ ปี 69 ใครพกปืนไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ เสี่ยงผิดกฎหมายทันที

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/129814&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CkQgoUmEfQzs4Uui4-vpi

  • เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท. | TOPNEWS

    เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท. | TOPNEWS

    เขตพื้นที่ฯ ชุมพร สอบแค่คำขู่ ปมทุจริตอยู่ชั้น ป.ป.ท.

    • เผยแพร่ : 17/02/2026 20:06

    วันที่ 17 ก.พ. 2569 ความคืบหน้ากรณีครูสอนดนตรีโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ช่วงวันที่ 7–8 ธันวาคม 2566 โดยอ้างว่ามีการเบิกค่าอาหารในวันที่ไม่มีการจัดการเรียนการสอน หรือวันที่นักเรียนไม่ได้รับประทานอาหารจริง จึงได้ยื่นร้องเรียนต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดชุมพร และหน่วยงานต้นสังกัดด้านการศึกษา เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปัจจุบันเรื่องอยู่ในกระบวนการของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เขต 8

    ภายหลังการร้องเรียน ครูผู้ร้องอ้างว่าถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางวาจาและพฤติกรรม โดยมีการกล่าวถ้อยคำในลักษณะข่มขู่ถึงชีวิต เช่น หากถูกไล่ออก “จะไม่ตายดี” รวมถึงมีการกล่าวอ้างถึงการว่าจ้างบุคคลมาทำร้ายตนเองและครอบครัว และมีถ้อยคำรุนแรงในทำนอง “จะยิงหัวตายคู่” สร้างความหวาดกลัวอย่างหนัก กระทั่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ได้ลงพื้นที่สอบสวนครูผู้ร้องและพิจารณาแนวทางคุ้มครองความปลอดภัย

    11

    638684334_944729327985183_7226649543544485227_n

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ตำรวจ – ปกครอง หารือขับเคลื่อนโรงการ “ตำบลยั่งยืน” กวาดล้างยาเสพติดครบวงจร

    สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี วางพวงมาลาถวายราชสักการะ และเป็นเจ้าภาพพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลุยแก้ขยะป่าตอง พุ่งวันละ 200 ตัน

    สมุทรสงคราม///เปิดงานปิดทองหลวงพ่อใหญ่พร้อมเปิดงานซุ้มขนมไทยวัดบางกล้วย

    สืบบางละมุงรวบไรเดอร์แสบ ซุกสิ่งเสพติดใส่กล่องพัสดุ 17 กล่อง ส่งลูกค้าผ่านขนส่งเอกชน ขยายผลจับผู้ค้ารายใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1490866&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uS2BBFWoUhIP2HCIPias9

  • ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า

    ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า

    ท่านอายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี กล่าวว่า:

    🔻 ดูเหมือนว่าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะกล่าวอยู่เสมอว่า กองทัพของพวกเขาเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนั้น บางครั้งก็อาจถูกตบอย่างรุนแรงจนไม่สามารถลุกขึ้นได้ พวกเขาพูดกันตลอดว่าได้ส่งเรือรบมาทางอิหร่าน เอาล่ะ เรือรบนั้นย่อมเป็นอาวุธที่อันตรายก็จริง แต่อันตรายยิ่งกว่าเรือรบ คืออาวุธที่สามารถทำให้เรือรบนั้นจมลงสู่ก้นทะเลได้

    🔸 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้กล่าวไว้ในการปราศรัยครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ว่า เป็นเวลา 47 ปีแล้วที่สหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำลายสาธารณรัฐอิสลามได้ เขาเหมือนไปบ่นกับประชาชนของตนเองว่า 47 ปีแล้วที่สหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำลายสาธารณรัฐอิสลามได้ นี่เป็นการยอมรับที่ดี ข้าพเจ้าขอกล่าวว่า ต่อไปคุณก็จะไม่สามารถทำเช่นนี้ได้เช่นกัน

    พวกเขากล่าวว่า มาพูดคุยเจรจากันเรื่องพลังงานนิวเคลียร์ของคุณ และให้ผลลัพธ์ของการเจรจาออกมาว่าคุณจะต้องไม่มีพลังงานชนิดนี้ หากจะมีการเจรจากันจริง ๆ ซึ่งแท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ที่สำหรับการเจรจา แต่หากสมมติว่ามีการเจรจา การกำหนดผลลัพธ์ของการเจรจาไว้ล่วงหน้าเป็นการกระทำที่ผิดพลาดและโง่เขลาอย่างยิ่ง คุณบอกว่ามาคุยกันในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพื่อให้บรรลุข้อตกลง แล้วเหตุใดจึงไปกำหนดผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้าว่า จะต้องบรรลุข้อตกลงเช่นนั้นให้ได้ นี่เป็นเรื่องโง่เขลา

    การกระทำที่โง่เขลานี้กำลังถูกดำเนินการโดยประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิกบางคน ประธานาธิบดี และบุคคลอื่น ๆ อีกมากมาย

  • สถานีต่อไป….”บางหว้า-ตลิ่งชัน” เพิ่มโครงข่ายสีเขียว75กม.40บาท | เดลินิวส์

    สถานีต่อไป….”บางหว้า-ตลิ่งชัน” เพิ่มโครงข่ายสีเขียว75กม.40บาท | เดลินิวส์

    จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นการลงทุนโครงการ (Market Sounding)  ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) พ.ศ. 2562 ไปแล้ว สำหรับโครงการศึกษาและวิเคราะห์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 (ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน)  รถไฟฟ้าสายใหม่ล่าสุด

    ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานคึกคัก  บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีทีเอสซี และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีเอ็ม  กลุ่มทุนด้านรถไฟฟ้าจาก 2 ค่ายใหญ่ไม่พลาด 

    สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร (กทม.)  ว่าจ้างที่ปรึกษาประมาณ 30 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษา 1 ปี  ผลการศึกษาเสร็จแล้ว  อยู่ระหว่างเสนอรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และจัดทำรายงาน PPP ตามแผนงานปี 2571 จะเสนอคณะรัฐมนตรี( ครม.) อนุมัติโครงการฯ  หากเห็นชอบปี 2571 -2572 จะคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน เริ่มก่อสร้างปี 2572 เปิดบริการปี 2577

    นายกษิดิ วิชิตอักษรพงศ์ ผู้จัดการโครงการฯ ให้ข้อมูลว่า  กทม. มีแนวคิดดำเนินโครงการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (PPP) จากการศึกษาเบื้องต้น พบว่า การเดินรถแบบ Run-through system (วิ่งตลอดทั้งสายสีลม และสายสุขุมวิท) ผู้รับจ้างรายเดียว ให้บริการเดินรถต่อเนื่องทั้งสายสีลม รวมส่วนต่อขยายที่ 3 และสายสุขุมวิท จะช่วยลดความซับซ้อนการบริหารจัดการ และการดำเนินงานภายหลังสิ้นสุดสัญญา เป็นการเดินรถที่เหมาะสมที่สุด ในรูปแบบ PPP Gross Cost เอกชนลงทุนทั้งหมด  รัฐเป็นเจ้าของรายได้เอกชนได้รับค่าตอบแทน

    แนวคิดนี้ยังไม่ได้คำนึงถึงนโยบายตั๋วร่วม หรือตั๋วราคาเดียวตามนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งจะกระทบต่อรายได้ แต่รัฐก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เอกชนเท่าเดิม  แนวทางการเดินรถตามผลศึกษา ต้องหารือสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่าต้องดำเนินการรูปแบบใดจึงจะเป็นไปตามกฎหมายและเหมาะสมที่สุด เบื้องต้นมี 3 แนวทาง

    1.การร่วมลงทุนโดยรวมส่วนของโครงการฯ เข้ากับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบันเป็นโครงการเดียว

    2.การร่วมลงทุนโครงการฯ แบบไม่ประมูล เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบันได้เอกชนผู้ร่วมลงทุนแล้ว

     3.การแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวปัจจุบัน

    ก่อนหน้านี้คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก(คจร.) ให้โอนรถไฟฟ้าจากกทม. ไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ดูแลแทน รวมถึงเรื่องการซื้อคืนรถไฟฟ้า แต่เรื่องยังไม่ถึงครม.ต้องรอรัฐบาลใหม่พิจารณา โครงการฯ จึงยังอยู่กับ กทม. ต้องศึกษาและทำให้ดีที่สุด หากต้องโอนให้ รฟม.ก็เดินหน้าต่อได้ รฟม. ต้องคัดเลือกเอกชนเป็นผู้ดำเนินการเหมือนกัน แต่ รฟม. อาจขยายเส้นทางให้เชื่อมกับรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง บริเวณท่าอิฐด้วยก็ได้

    ส่วนต่อขยายช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน ระยะทางรวม 7.5 กม. เป็นโครงสร้างทางยกระดับ เริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTSสถานีบางหว้า วิ่งไปทางทิศเหนือ ตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ จากนั้นยกระดับข้ามทางแยกถนนบรมราชชนนี และทางด่วนสายกาญจนาภิเษก สิ้นสุดบริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามทางรถไฟสายสีแดงอ่อนช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน มี 6 สถานี ได้แก่ สถานีบางแวก สถานีบางเชือกหนัง สถานีบางพรม สถานีอินทราวาส สถานีบรมราชชนนี และสถานีตลิ่งชัน          

    วงเงินลงทุนรวม 52,135 ล้านบาท เป็นค่าก่อสร้าง 18,073 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 11,361 ล้านบาท และค่าบำรุงรักษา 22,701 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 31 ปี ก่อสร้าง 5 ปี และระยะเวลาดำเนินการ 26 ปี คาดการณ์ปีแรกของการเปิดบริการมีผู้โดยสาร7.3 หมื่นคนต่อวัน และปี 2602 สิ้นสุดสัมปทาน ผู้โดยสาร 1.41 แสนคนต่อวัน ขณะที่รายได้ปีแรก  2.25 ล้านบาทต่อวัน และปี 2602 รายได้ 5.24 ล้านบาทต่อวัน

    สำหรับประเด็นปัญหาที่ประชาชนเรียกร้องให้ขยับตำแหน่งสถานีตลิ่งชัน ซึ่งอยู่ไกลจากสถานีตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีแดง ที่ปรึกษาฯนำข้อเสนอไปพิจารณาแล้ว พบว่ามีข้อจำกัด ติดอุโมงค์ประปา และแนวตอม่อสะพานใหม่บนถนนราชพฤกษ์ ไม่สามารถขยับสถานีได้

    จึงเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก ทำทางเดินเลื่อนทั้ง 2 ข้างของทางเดินเชื่อมลอยฟ้า(สกายวอล์ก) ติดระบบปรับอากาศ โดยสถานีตลิ่งชันของสายสีเขียว มีระยะทาง 700 เมตร จากจุดสิ้นสุดสีเขียวถึงสถานีตลิ่งชัน สายสีแดงอีก450 เมตร รวมเป็นประมาณ 1.15 กม. ใช้เวลาเดินราวๆ 12 นาที

    โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายสุขุมวิท (คูคต-เคหะฯ) และสายสีลม (สนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า)  มีระยะทางรวม 68.25 กม. จำนวน 60 สถานี อำนวยความสะดวกเชื่อมโยงการเดินทางในกรุงเทพฯ  และ2 จังหวัด ปทุมธานีและสมุทรปราการ เมื่อรวมกับส่วนต่อขยายสายใหม่อีก 6 สถานี  รวมเป็น 66 สถานี  ระยะทาง  75 กม.  รัฐบาลใหม่  ที่มี”พรรคภูมิใจไทย”เป็นแกนนำบริหารประเทศ จะซื้อคืนรถไฟฟ้า มาทำระบบตั๋วร่วม เก็บค่าโดยสารเหมาจ่าย 40 บาทต่อวัน (จากเดิ่มสูงสุดไม่เกิน 65 บาท) ได้หรือไม่..ต้องติดตาม

    ……………………………………………….
    นายสปีด

    ***ห้ามคัดลอกเนื้อหาและภาพในบทความนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

    คลิกอ่านบทความทั้งหมดที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5607907/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BMbU8SUxlpszD2G7I7b87

  • พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน

    พระราชทานเพลิงศพ “ผอ.ศศิพัชร” เหยื่อไอ้คลั่งบุกจับเด็กนักเรียนเป็นตัวประกัน

    นายกฯ กราบตักแม่ ผอ.โรงเรียนพะตงฯ สดุดีวีรกรรมสละชีพช่วยศิษย์ สั่งรับลูก 2 คนเข้าข้าราชการ ให้เรียนฟรีจนจบการศึกษา

    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่จากเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งบุกจับนักเรียนเป็นตัวประกัน โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกฤตการณ์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วมท่ามกลางข้าราชการและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยเนืองแน่น

    ทันทีที่เดินทางถึงนายกรัฐมนตรีได้เข้าปลอบขวัญนายเจษฎา สินสโมสร สามีผู้เสียชีวิต และบุตรทั้ง 2 คน คือ นายสุวิจักขณ์ และเด็กหญิงธัญธร ก่อนจะเข้าไปให้กำลังใจมารดาของ ผอ.ศศิพัชร โดยนายกฯ ได้ก้มลงกราบที่ตักมารดาผู้เสียชีวิตพร้อมกล่าวคำว่า “ขออภัยด้วย” และปลอบโยนว่าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้ทำใจดีๆ รัฐบาลจะดูแลหลานๆ ต่อไป สร้างความซาบซึ้งใจให้กับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก

    ในส่วนของการช่วยเหลือนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินจากกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรมอีก 200,000 บาท โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการดูแลเรื่องค่าเล่าเรียนของบุตรทั้ง 2 คนจนจบการศึกษา และเตรียมรับเข้ารับราชการเมื่อพร้อม เพื่อตอบแทนความเสียสละของผู้วายชนม์

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี นายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เรื่องการเมือง โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่าจะเดินทางไปประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ทันที เพื่อวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำรอยอีก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914789&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2c7iA3fGurvhKUe2QR9XV-

  • นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ ‘ผอ.ศศิพัชร’ มอบเงินเยียวยา 1.2 ล้าน

    นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ ‘ผอ.ศศิพัชร’ มอบเงินเยียวยา 1.2 ล้าน

    นายกฯ เป็น​ประธาน​พิธีพระราชทานเพลิงศพ​ “ผอ.ศศิพัชร” กราบตักขออภัยมารดา​ผู้วายชนม์​ สั่ง​ ศธ.ดูแลการศึกษาบุตรจนจบ พร้อมรับเข้าราชการทั้ง​ 2 คน​

    17 กุมภาพันธ์ 2569 – เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 17 ก.พ. นายอนุทิน​ ชาญ​วีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานกองบิน 56 จ.สงขลา จากนั้นเดินทางไปยัง วัดยูงทอง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา​ เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อํานวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    โดยทันทีที่นายกฯเดินทางมาถึงวัดยูงทอง​ นางนฤมล​ ภิญโญ​สิน​วัฒน์​ รมว.ศึกษาธิการ​ ​ได้​พานายเจษฎา สินสโมสร สามีนางศศิพัชร นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร และด.ญ.ธัญธร สินสโมสร บุตรชายและบุตรสาวของนางศศิพัชร มาพบกับนายกฯ​ ก่อนจะเดินเข้ามายังศาลา​บำเพ็ญกุศล​เพื่อเคารพศพ​ จากนั้นนายกฯได้ให้กำลังใจมารดาผู้เสียชีวิต​ โดยระบุว่า​ ไม่ต้องห่วง​ ทำใจดีๆเดี๋ยวหลานดูแลต่อ​ ก่อนกราบไปที่ตักของมารดาผู้เสียชีวิต​ พร้อมกล่าวว่า​ “ขอภัยด้วย”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการฟังประวัติของผู้วายชนม์ นายกฯได้พูดคุยกับสามีของผู้เสียชีวิต ที่นั่งอยู่ติดกัน​ ก่อนที่นายกฯเป็นประธานทอดผ้าไตร​พระราชทาน​ และวางดอกไม้จันทน์​

    ทั้งนี้ในส่วนของเงินช่วยเหลือของรัฐบาล นายบวร​ศักดิ์​ อุ​วรรณ​โณ​ รองนายก​รัฐมนตรี​ ได้มอบเงินกองทุน​เงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1 ล้านบาท และจากกองทุน ช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากระทรวง​ยุติธรรม​ จำนวน 2​ แสนบาท โดยมีนายกฯเป็นสักขีพยาน​ และนายกฯยังได้เดินเข้าไปหาบุตรทั้ง​ 2 คน​ของผู้เสียชีวิต พร้อมนำมือแตะไหล่ทั้ง​2 ข้างพูดคุยให้กำลังใจ

    จากนั้นนายบวร​ศักดิ์​ ได้มอบนามบัตรให้กับสามีของผู้เสียชีวิต​ พร้อมกับกล่าวว่า​ เงินเขาโอนเข้าบัญชีไว้ให้แล้วนะ มีเรื่องอะไรของน้อง 2 คนที่จะให้ช่วยก็บอก​มา​ โทรมาได้ ตนก็เป็นคนสงขลาเหมือนกัน

    ทั้งนี้ก่อนนายกฯเดินทางออกจากงานได้เปิดเผยว่า​ หลังจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและช่วยเหลือให้ลูกทั้งสองคนของผู้เสียชีวิตได้เข้ารับราชการ​ และเข้าถึงการศึกษา​ รวมถึงดูแลค่าเล่าเรียนจนจบการศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/949215/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13eoe6pBgs5UiItCoQBJBv