Category: วัฒนธรรม

  • “ดร.ปิติ”จับตา3ชาติมุสลิมอาเซียน ต่อการโจมตีอิหร่านช่วงรอมฎอน

    “ดร.ปิติ”จับตา3ชาติมุสลิมอาเซียน ต่อการโจมตีอิหร่านช่วงรอมฎอน

    ร้อนระอุรับรอมฎอน! เมื่อวิกฤตตะวันออกกลางสั่นคลอนอาเซียน

    รองศาสตราจารย์ ดร. ปิติ ศรีแสงนาม เปิดบทวิเคราะห์สุดคมชัด! เมื่อการโจมตีอิหร่านในเดือนศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นชนวนเหตุที่ “มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-บรูไน” ต้องขยับตัวครั้งใหญ่ภายใต้แรงกดดันทั้งด้านศาสนา การเมือง และเศรษฐกิจที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

    เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร. ปิติ ศรีแสงนามศูนย์อาเซียนศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

    การโจมตีอิหร่าน ในเดือนรอมฎอน คือความโหดร้าย

    ในบริบทของวิกฤตการณ์ที่ลุกลามบานปลายนี้ กลุ่มประเทศมุสลิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน มีจุดยืนที่เชื่อมโยงกันด้วยปัจจัยทางศาสนา การเมืองภายในประเทศ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ท่าทีของทั้งสามประเทศจึงมีความโดดเด่นและมีน้ำหนักในเวทีระหว่างประเทศ ดังนี้

    .

    1. มาเลเซีย (แข็งกร้าวและแสดงจุดยืนชัดเจนที่สุด)

    .

    มาเลเซียมีแนวโน้มที่จะแสดงท่าทีต่อต้านปฏิบัติการของสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรงที่สุดในกลุ่มอาเซียนการประณามอย่างรุนแรง: รัฐบาลจะออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีที่ละเมิดอธิปไตยของอิหร่านอย่างชัดเจน โดยมองว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและบ่อนทำลายสันติภาพของโลกมุสลิม

    .

    แรงกดดันทางการเมืองภายใน: ด้วยกระแสชาตินิยมและจุดยืนที่สนับสนุนปาเลสไตน์และโลกมุสลิมอย่างเข้มข้น รัฐบาลมาเลเซียจะถูกเรียกร้องจากมวลชนในประเทศให้ลดระดับความสัมพันธ์หรือตอบโต้ทางการทูตต่อมหาอำนาจชาติตะวันตก

    .

    บทบาทในเวทีโลก: มาเลเซียจะผลักดันให้องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) และสหประชาชาติ (UN) มีมติฉุกเฉินเพื่อยุติการใช้กำลังทหารโดยทันที

    .

    2. อินโดนีเซีย (ยึดหลักการทูตอิสระและแข็งขัน – Bebas Aktif)

    .

    ในฐานะประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลกและมีน้ำหนักทางการทูตสูงสุดในภูมิภาค อินโดนีเซียจะพยายามรักษาสมดุลระหว่างการประณามความรุนแรงและการป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจ

    .

    การปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ: ท่าทีหลักจะเน้นย้ำถึงการต่อต้านการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและการแทรกแซงกิจการภายในของรัฐอื่น โดยจะเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นขั้นสูงสุด (Utmost Restraint) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามโลกครั้งใหม่

    .

    ความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงาน: รัฐบาลจะให้ความสำคัญสูงสุดกับผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบโลกและเส้นทางการเดินเรือ โดยเฉพาะหากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียโดยตรง

    .

    การนำใน OIC และอาเซียน: อินโดนีเซียจะใช้สถานะของตนในการเป็นสะพานเชื่อมเพื่อหาทางออกทางการทูต และพยายามผลักดันให้เกิดฉันทามติในการบรรเทาความตึงเครียด

    .

    3. บรูไนดารุสซาลาม (สงวนท่าทีแต่มั่นคงในหลักการศาสนา)

    .

    บรูไนจะยังคงใช้แนวทางการทูตที่เงียบสงบ (Quiet Diplomacy) ตามแบบฉบับของตน แต่จะแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับโลกมุสลิม

    .

    แถลงการณ์เชิงหลักการ: จะออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อความสูญเสีย และเรียกร้องให้ประชาคมโลกเคารพในอธิปไตยและหลักการไม่แทรกแซง

    .

    ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันใน OIC: บรูไนจะสนับสนุนมติของ OIC อย่างเต็มที่ แต่หลีกเลี่ยงการใช้โวหารที่เผ็ดร้อนหรือการเผชิญหน้าโดยตรงกับสหรัฐฯ เนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดของประเทศและการพึ่งพาระบบเศรษฐกิจโลก

    .

    บทสรุปเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค

    .

    ปฏิกิริยาของทั้งสามประเทศนี้จะสร้างความท้าทายอย่างยิ่งต่อการรวมตัวของอาเซียน และหลักการ ASEAN Centrality เนื่องจากสมาชิกประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ หรือฟิลิปปินส์ มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและพึ่งพาร่มความมั่นคงจากสหรัฐฯ แตกต่างออกไป เมื่อพิจารณาร่วมกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และ สงครามกลางเมืองเมียนมา การรักษาดุลยภาพและป้องกันการแตกแยกทางจุดยืนภายในอาเซียนจึงเป็นโจทย์ที่ยากลำบากที่สุดในเวลานี้

    #ปิติศรีแสงนาม #อิหร่าน #รอมฎอน #อาเซียน #มาเลเซียอินโดนีเซียบรูไน #มุสลิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/international/132146&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1quIDCZ6KfSUHDGqTwGTp3

  • นิด้าโพลชี้ ‘กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ประชาชน’ ไม่ควรร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    นิด้าโพลชี้ ‘กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ประชาชน’ ไม่ควรร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    วันนี้ (1 มีนาคม) ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ‘สี่พรรค ร่วมรัฐบาล ?’ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษาอาชีพ และรายได้ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

    พบว่า เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย



    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 40.84 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/nida-poll-parties-bhumjaithai-pheu-thai/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ttKPDM4OZca-22xT0_D7Y

  • มทร.ธัญบุรี เชิญนักวิจัยนานาชาติ ร่วมประชุมวิชาการโดรนโลก ยกขีดความสามารถโดรนด้วยปัญญาประดิษฐ์

    มทร.ธัญบุรี เชิญนักวิจัยนานาชาติ ร่วมประชุมวิชาการโดรนโลก ยกขีดความสามารถโดรนด้วยปัญญาประดิษฐ์

    การศึกษา

    มทร.ธัญบุรี เชิญนักวิจัยนานาชาติ ร่วมประชุมวิชาการโดรนโลก ยกขีดความสามารถโดรนด้วยปัญญาประดิษฐ์

    วันอาทิตย์ ที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ในงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิดการผสานพลังโดรนและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมและความยั่งยืน จัดโดย สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยมหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการพัฒนาโดรนด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) เพื่อปฏิบัติภารกิจอัตโนมัติ เป็นนวัตกรรมที่ครอบคลุมงานวิศวกรรมทุกมิติ ทั้งการสำรวจโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการภัยพิบัติ และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องการความแม่นยำสูง ซึ่งอากาศยานไร้คนขับจะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระดับอุตสาหกรรม โดยเป้าหมายหลักคือการสร้างบุคลากรที่มีทักษะการใช้งานโดรนขั้นสูง เพื่อรองรับกลุ่มอาชีพใหม่ ทั้งวิศวกรวิเคราะห์ระบบและนักบริหารจัดการข้อมูลที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ นอกจากแนวคิดการพัฒนาโดรนด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งแล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์จุดบอดที่อาจฉุดรั้งนวัตกรรมไทย ทั้งในเรื่องข้อกำหนดทางกฎหมายที่ซับซ้อนและการขาดพื้นที่ทดลองนวัตกรรมที่ยืดหยุ่น โดยมหาวิทยาลัยได้เดินหน้าสร้างทางออกผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานใหม่ที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็นเพียงผู้ซื้อ มาเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ตอบโจทย์โลกอนาคตได้อย่างแท้จริง และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศด้วยฝีมือคนไทยเอง

    ด้าน รศ.ดร.อำนวย เรืองวารี ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคประชาชนไม่คุ้นเคยกับโดรน AI รู้จักการบังคับโดรนขนาดเล็กแบบง่ายๆ  ดังนั้น งานประชุมวิชาการในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอความก้าวหน้าของการทำงานร่วมกันระหว่างโดรนและเอไอเพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งการเกษตรอัจฉริยะ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูง มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและการเปลี่ยนองค์ความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นการเพิ่มพูนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

    อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโดรนด้วยการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะส่งผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ เพราะจะมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับการทำงานนั้นๆ เช่น โดรน AI เพื่องานเกษตร โดรน AI เพื่องานทางท้องทะเล เป็นต้น การทำงานจะถูกป้อนตามคำสั่งด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทำให้ได้งานตรงตามเป้าหมาย ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ลดการใช้แรงงานคน และอื่นๆ  นอกจากการพัฒนาโดรนแล้ว ผู้ใช้งานต้องมีการเพิ่มพูนทักษะเดิม ที่มีอยู่ให้เชี่ยวชาญ ทันสมัย หรือมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ การพัฒนาความรู้ผู้ใช้งานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ มทร.ธัญบุรี ได้ร่วมทำงานกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ในการขยายการอบรมผู้ใช้โดรนให้ได้รับใบอนุญาต (License) รวมถึงการจัดอบรมบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอนการใช้โดรนที่ถูกต้องอีกด้วย

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/467758&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZCIJNEH5jSE2-9zmTeikY

  • แถลงการณ์ประธานาธิบดี กรณีการเป็นชะฮีดของผู้นำการปฏิวัติ

    แถลงการณ์ประธานาธิบดี กรณีการเป็นชะฮีดของผู้นำการปฏิวัติ

    แถลงการณ์ประธานาธิบดี กรณีการเป็นชะฮีดของผู้นำการปฏิวัติ

    🔹 ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณาปรานี ผู้ทรงเมตตาเสมอ

    🔹“และบรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่าพวกเขาจะถูกนำกลับไปสู่จุดจบเช่นใด”

    🔹 ด้วยความเสียใจและสะเทือนใจอย่างยิ่ง ขอแจ้งให้ทราบว่า จากการโจมตีอันโหดเหี้ยมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ แบบอย่างแห่งศรัทธา ญิฮาด และการยืนหยัด คือผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม อายาตุลลอฮ์ อัลอุซมา อิมามคาเมเนอี ได้บรรลุถึงเกียรติอันยิ่งใหญ่แห่งการเป็นชะฮีด ท่านคือผู้สืบทอดที่คู่ควรของท่านอิมามโคมัยนี ผู้ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 37 ปีแห่งภาวะผู้นำอันชาญฉลาด ได้ทำหน้าที่ชี้นำและถือธงของแนวร่วมอิสลามอย่างแท้จริง และด้วยความกล้าหาญเป็นแบบอย่างและศรัทธาอันมั่นคง ได้จารึกบทใหม่แห่งการปกครองในประวัติศาสตร์อิสลาม และจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอันทรงเกียรติและสร้างประวัติศาสตร์ของท่าน ได้ทำหน้าที่นำพาประชาชาติอิสลามยืนหยัดต่อสู้กับความอธรรม ทรราช และจอมอหังการ ชะฮีดผู้ทรงเกียรติ อายาตุลลอฮ์ อัลอุซมา อิมามคาเมเนอี แบบอย่างแห่งการเสียสละและการยืนหยัดในยุคปัจจุบัน “อิมามแห่งคำสัญญาที่เป็นจริง อิมามแห่งความหวังและพลังอำนาจ” อยู่ในความทรงจำของบรรดาเสรีชน ผู้ถูกกดขี่ และนักต่อสู้ทั่วโลก และจะคงอยู่เคียงข้างนามของ “โคมัยนีผู้ยิ่งใหญ่” ในหัวใจของประชาชาติต่าง ๆ ตลอดไป ความรอบรู้และเชี่ยวชาญในศาสตร์สมัยใหม่ ปัญญาและวิสัยทัศน์ยาวไกล ศรัทธาอันบริสุทธิ์ ความจริงใจในการกระทำ เจตจำนงอันแข็งแกร่ง ความเชื่อมั่นลึกซึ้งต่อคำพูด การกระทำ และเป้าหมายของตน ความกล้าหาญที่หาผู้เสมอเหมือนได้ยาก ความรู้ศาสนาอันกว้างขวาง จิตใจอ่อนโยนบริสุทธิ์ ตลอดจนความหวังและความไว้วางใจต่อพระผู้เป็นเจ้า ล้วนเป็นคุณลักษณะเด่นของบุคคลผู้ยิ่งใหญ่นี้ ซึ่งยากจะพบในผู้นำทางการเมืองทั่วไป

    🔹 คณะรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ขอแสดงความเสียใจต่อท่านอิมามมะฮ์ดี (ขอให้วิญญาณของเราพลีเพื่อท่าน) ต่อประชาชนผู้ทรงเกียรติของอิหร่าน ประชาชาติอิสลาม และเสรีชนทั่วโลก พร้อมทั้งประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน และหยุดราชการ 7 วัน

    🔹 อาชญากรรมครั้งใหญ่นี้จะไม่ปราศจากการตอบโต้ และจะเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์โลกอิสลามและชีอะห์ เลือดบริสุทธิ์ของท่านจะหลั่งไหลดุจสายน้ำเชี่ยวกราก และจะถอนรากถอนโคนความอธรรมและอาชญากรรมของอเมริกา–ไซออนิสต์ ครั้งนี้เช่นกัน ด้วยพลังและความมั่นคง พร้อมแรงสนับสนุนจากประชาชาติอิสลามและเสรีชนทั่วโลก เราจะทำให้ผู้ก่อการและผู้บงการอาชญากรรมครั้งนี้ต้องสำนึกเสียใจ

    🔹 อิหร่านอันเป็นที่รักของเรา ด้วยความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า ด้วยความเป็นหนึ่งเดียว จะผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปอย่างสง่างาม เพราะแท้จริงแล้ว พระผู้เป็นเจ้าทรงคือผู้เฝ้าระวังศัตรูผู้อธรรมของเรา และทรงเป็นผู้ช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาและผู้ถูกกดขี่

  • คณะครู นักเรียน 3 โรงเรียนในสังกัด สพม.เชียงใหม่ เข้ารับพระราชทานรางวัล

    คณะครู นักเรียน 3 โรงเรียนในสังกัด สพม.เชียงใหม่ เข้ารับพระราชทานรางวัล

    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม โรงเรียนสันติสุข และโรงเรียนแม่แจ่ม ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เข้ารับพระราชทานรางวัลจากการแข่งขันทักษะวิชาการ ภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุรกันดาร ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

    การเข้ารับพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ นับเป็นเกียรติยศอันสูงสุดแก่คณะครู นักเรียน และสถานศึกษา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยกระดับทักษะทางวิชาการ ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนในพื้นที่ทุรกันดารให้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือของผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ตามแนวทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของทั้ง 3 โรงเรียน ที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3891395/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31jt-uaH_lvxHNJpG7-OrI

  • ผบ.ทบ. เยือนลาว พบผู้นำกองทัพ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตยระหว่างกัน

    ผบ.ทบ. เยือนลาว พบผู้นำกองทัพ หารือความมั่นคงทุกมิติ ย้ำความร่วมมือบนพื้นฐานความไว้วางใจ เคารพอธิปไตยระหว่างกัน

    ​ลาว, วันที่ 228 ก.พ. – พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พลเอก ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 27–28 กุมภาพันธ์ 2569 ตามคำเชิญของกองทัพประชาชนลาว เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น และยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ

    ​โดยคณะผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลตรี วันทอง บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว (เทียบเท่า ผบ.ทบ.) ย้ำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ ที่มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิด ผ่านการเยือน การประชุม และการตรวจพื้นที่ชายแดนร่วมกัน สะท้อนถึงความไว้วางใจที่มีต่อกัน

    ​สำหรับกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ฝ่ายลาวได้ขอให้ใช้ความอดทนอดกลั้นและแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่ภูมิภาค พร้อมยืนยันไม่เข้าข้างฝ่ายใด และต้องการเห็นความสงบเรียบร้อยและเศรษฐกิจชายแดน พร้อมขอให้ไทยผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันข้ามแดนไปยังลาว

     ผู้บัญชาการทหารบกยืนยันพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านความมั่นคง การศึกษา การฝึกผสม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และการลาดตระเวนร่วมชายแดน พร้อมเร่งเสนอข้อหารือด้านการค้าชายแดนและการผ่อนปรนมาตรการส่งน้ำมันกับรัฐบาล และทบทวนการปฏิบัติในส่วนที่กองทัพบกรับผิดชอบ  

    ​ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องยกระดับกลไกประสานงาน แต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก เพิ่มการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และร่วมมือปราบปรามยาเสพติด การลักลอบค้า รวมถึงแก้ปัญหาโดรนล้ำแดน โดยเน้นการประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

    ​ท้ายที่สุด ผู้บัญชาการทหารบกย้ำความพร้อมสนับสนุนทุกประเด็นที่หารือ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างสองกองทัพให้มั่นคงและยั่งยืน พร้อมขอบคุณฝ่ายลาวสำหรับความร่วมมือจริงใจและต่อเนื่อง

    ​จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบกได้เข้าเยี่ยมคำนับและหารือข้อราชการกับ พลโท สายใจ กมมะสิด หัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ (เทียบเท่า ผบ.ทสส.) และรองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งระบุว่าการติดต่อประสานงานโดยตรงในช่วงสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความสำคัญต่อการป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และช่วยรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดน

    ​ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำหลักเขตแดนในพื้นที่ชายแดน การพัฒนาช่องทางสื่อสารเร่งด่วนระหว่างผู้บังคับหน่วยชายแดน การบริหารจัดการปัญหาการลักลอบข้ามแดน และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงปัญหาโดรนและเครือข่ายออนไลน์ พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือระดับพื้นที่คือกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

    ​อมาคณะได้เข้าเยี่ยมคำนับ พลเอก คำเลียง อุทะไกสอน รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ซึ่งกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมต่อความตั้งใจของฝ่ายไทยในการสานต่อความร่วมมือทางทหาร ทั้งสองฝ่ายได้หารือภาพรวมความร่วมมือด้านยุทธศาสตร์ ทั้งการพัฒนากำลังพล การขยายโอกาสการศึกษาหลักสูตรโรงเรียนเสนาธิการทหารบก การฝึกผสมและการฝึกร่วมหน่วยขนาดเล็ก ความร่วมมือด้านการแพทย์ทหาร และการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตประชาชนตามแนวชายแดน

    ​รัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ สปป.ลาว ย้ำว่า กองทัพทั้งสองประเทศยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน ความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความโปร่งใส และการเคารพซึ่งกันและกัน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงของทั้งสองประเทศ และเป็นแบบอย่างความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน

    ​โอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประจำปี 2569 ให้แก่ พลตรี สมพอน มิดตะพอน เจ้าแขวงพงสาลี ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อปี 2547 เป็นศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ และยังคงรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นอย่างใกล้ชิด การมอบรางวัลครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านการศึกษาทางทหารไทย–ลาว ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

    ​จากนั้นคณะได้เดินทางไปวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม เพื่อสดุดีวีรกรรมของทหารและผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ อันเป็นการแสดงความเคารพต่อความกล้าหาญ ความเสียสละ และคุณูปการที่มีต่อความมั่นคงของประเทศ ก่อนเข้าหารือกับ นาง ครองขนิษฐ รักษ์เจริญ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ในประเด็นสำคัญด้านความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการเมือง การทูต และความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดช่องว่างการประสานงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ตลอดจนยกระดับกลไกความร่วมมือไทย–ลาว ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/280953&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3R9PHKZ0FrbHAjkTLlk90W

  • สัญญาณชัดโพลชี้ไม่อยากให้ ‘กธ.-ปชป.-ปชน.’ ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    สัญญาณชัดโพลชี้ไม่อยากให้ ‘กธ.-ปชป.-ปชน.’ ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    1 มี.ค. 2569 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคกล้าธรรมในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล
    กับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 64.35 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 34.05 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 58.24 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 40.84 ระบุว่า
    ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.92 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคประชาชนในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 71.14 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 28.55 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 54.73 ระบุว่า ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย รองลงมา ร้อยละ 44.81 ระบุว่า ไม่ควรเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย และร้อยละ 0.46 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/955763/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01AX7wjFgImdvm9dvcawD8

  • ลุยดึง ‘อินฟลูเอนเซอร์’ ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ลุยดึง ‘อินฟลูเอนเซอร์’ ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ดร.พิเชษฐ์ กล่าวว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินจะเข้มแข็งได้ ต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ และประชาชนที่มีความรอบรู้ เข้าใจบทบาทของตนเองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะในกรณีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทุกนาทีที่ไม่ได้รับการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างถูกต้อง โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การที่ประชาชนทั่วไป รวมถึงผู้มีอิทธิพลทางความคิดในสังคม ได้รับการฝึกทักษะ CPR และการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วย

    ลุยดึง 'อินฟลูเอนเซอร์' ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ในสังคมที่ข้อมูลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่ถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล การเรียกใช้สายด่วน 1669 หรือสิทธิการเข้าถึงบริการ อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในนาทีวิกฤต ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมการแพทย์ฉุกเฉิน ผ่านการสื่อสารที่ถูกต้องและมีความรับผิดชอบ เลขาธิการ สพฉ. กล่าว

    ภายใต้บันทึกความร่วมมือ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาเนื้อหาด้านการแพทย์ฉุกเฉินที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย พร้อมสนับสนุนการอบรมทักษะการสื่อสารแก่บุคลากร และสร้างเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม

    ลุยดึง 'อินฟลูเอนเซอร์' ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ด้านนายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ นายกสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย กล่าวว่า บทบาทของอินฟลูเอนเซอร์ในปัจจุบันมีอิทธิพลต่อการรับรู้และพฤติกรรมของประชาชนในวงกว้าง การได้รับองค์ความรู้และทักษะกู้ชีพขั้นพื้นฐานจาก สพฉ. จะช่วยให้เครือข่ายครีเอเตอร์สามารถสื่อสารข้อมูลด้านการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งเป็นแบบอย่างในการสร้างสังคมแห่งความรับผิดชอบและจิตอาสา

    เราไม่ได้เป็นเพียงผู้สร้างคอนเทนต์ แต่เป็นผู้ส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจ การมีทักษะช่วยชีวิตและการเข้าใจระบบการแพทย์ฉุกเฉิน จะทำให้การสื่อสารของเรามีน้ำหนักและคุณค่าเพิ่มขึ้นต่อสังคม” นายกสมาคมฯ กล่าว

    ลุยดึง 'อินฟลูเอนเซอร์' ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านสาธารณสุขกับภาคการสื่อสารยุคใหม่ เพื่อขยายพลังการรับรู้ สร้างความตระหนัก และเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตให้กับประชาชนทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่การสร้าง “วัฒนธรรมการแพทย์ฉุกเฉิน” ที่เข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย

    ลุยดึง 'อินฟลูเอนเซอร์' ทั่วไทย สร้างพลังคอนเทนต์เพื่อชีวิต เพื่อสังคมที่ดีขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/health/health/862263&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mFstJbJb_T7VI9sVQYwJJ

  • ผลสำรวจนิด้าโพลค้าน3พรรคประชาชน-กล้าธรรม-ปชป.ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    ผลสำรวจนิด้าโพลค้าน3พรรคประชาชน-กล้าธรรม-ปชป.ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “สี่พรรค ร่วมรัฐบาล?” ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประเด็นการจับมือทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย

    พรรคที่ประชาชน “ไม่สนับสนุน” ให้ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย:

    พรรคประชาชน: มีผู้ไม่เห็นด้วยสูงที่สุดถึงร้อยละ 71.14 (เห็นด้วยร้อยละ 28.55)

    พรรคกล้าธรรม: มีผู้ไม่เห็นด้วยร้อยละ 64.35 (เห็นด้วยร้อยละ 34.05)

    พรรคประชาธิปัตย์: มีผู้ไม่เห็นด้วยร้อยละ 58.24 (เห็นด้วยร้อยละ 40.84)

    พรรคที่ประชาชน “สนับสนุน” ให้ร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย:

    พรรคเพื่อไทย: เป็นพรรคเดียวในการสำรวจที่เสียงส่วนใหญ่ร้อยละ 54.73 ระบุว่า “ควรเข้าร่วม” ขณะที่ร้อยละ 44.81 ระบุว่าไม่ควรเข้าร่วม

    ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ร้อยละ 33.28) รองลงมาคือภาคกลาง และภาคเหนือ ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ และมีระดับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่าเป็นสัดส่วนหลักในการตอบแบบสอบถามครั้งนี้

    ผลสำรวจนิด้าโพลค้าน3พรรคประชาชน-กล้าธรรม-ปชป.ร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/738699&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f-DEvj7-X7afX3e2xLaLT

  • ศธ.เชิดชูผู้บำเพ็ญประโยชน์ มอบ 53 รางวัลโรงเรียนเสริมพลังความดี | เดลินิวส์

    ศธ.เชิดชูผู้บำเพ็ญประโยชน์ มอบ 53 รางวัลโรงเรียนเสริมพลังความดี | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 ก.พ.​ นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายวรัท พฤกษาทวีกุล รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมและเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลเกียรติบัตร พร้อมทั้งเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ สำนักงานใหญ่ สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทยฯ กรุงเทพมหานคร

    ผู้ตรวจราชการศธ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ได้มอบรางวัลและเกียรติบัตร จำนวน 53 รางวัล ให้แก่กลุ่มสมาชิกและโรงเรียนที่มีผลงานดีเยี่ยมในด้านต่างๆ ประกอบด้วย กลุ่มสมาชิกและโรงเรียนที่ชนะการแข่งขันหน่วยจัดการดีเด่นในโครงการเสริมพลังการทำความดีและการนำตนเอง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โรงเรียนต้นแบบผู้บำเพ็ญประโยชน์ดีเด่น​ผู้รับรางวัล Asia Pacific Region Appreciation Award 2025 ผู้รับรางวัล Asia Pacific Leadership Awards

    สำหรับการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในครั้งนี้ มีสมาชิกจากทั่วประเทศเข้าร่วมประมาณ 150 คน โดยจัดขึ้นเพื่อรายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา และเชิดชูเกียรติสมาชิกผู้มีผลงานดีเยี่ยม ทั้งนี้ กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่สำคัญตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมุ่งเน้นจัดประสบการณ์ที่หลากหลาย เพื่อส่งเสริมให้เยาวสตรีไทยเติบโตเป็นพลเมืองดีที่เข้มแข็งของชาติและของโลกต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5645411/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aYW7aMi3BpAYRRCwBxhif