Category: วัฒนธรรม

  • ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์

    ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ” 10 ปี ทำพ้น สว. ทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง “หมอเกศ – เกศกมล เปลี่ยนสมัย” 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” สมัครเลือก สว. 2567

    เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ หมอเกศ ผู้คัดค้าน เรื่อง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาฯ (ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง) กรณี น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ใช้คำว่า “ศาสตราจารย์” ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร สว.  

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไต่สวนและตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ผู้คัดค้านสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภากลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน ในแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) ผู้คัดค้านระบุในประวัติการศึกษา ว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” สถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี ตั้งอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา 

    เป็นสถาบันที่ให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาโดยได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย และกระทรวงศึกษาธิการรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา มีภารกิจในการเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและมอบปริญญาบัตรแก่นักศึกษาชาวต่างชาติ ยังไม่มีบุคคลใดนำคุณวุฒิทางการศึกษาจากแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้เอฟซีอี (California University Foreign Credential Evaluation) ไปยื่นเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาต่อสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการ การพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ “ศาสตราจารย์” สำหรับกรณีข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มีขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  

     สำหรับกรณีคณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน มีขั้นตอนการดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ทั้งนี้การกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.2564 และระเบียบคณะกรรมการการอุดมศึกษาที่เกี่ยวข้อง สำหรับการขอตำแหน่งทางวิชาการของบุคลากรที่มีสถานภาพเป็นพนักงานในสถาบันอุดมศึกษานั้น เป็นอำนาจของสภาสถาบันอุดมศึกษาในการออกข้อบังคับและดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 

    ผู้คัดค้านไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กำหนด และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีสถาบันอุดมศึกษาใดเคยขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้คัดค้านให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์  

    คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านกระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 62 หรือไม่ เห็นว่า ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานเป็นการระบุถึงงานที่ผู้คัดค้านกำลังทำอยู่หรือเคยทำมาแล้วในอดีต เมื่อผู้คัดค้านระบุว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” ผู้คัดค้านจึงต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือหรือประวัติการทำงาน สอนหนังสือมาก่อน 

    หากผู้คัดค้านไม่เคยทำการสอนหนังสือมาก่อนก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ ในเอกสารข้อมูลแนะนำตัวผู้สมัคร ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครได้ ที่ผู้คัดค้านอ้างว่า ผู้ร้องได้มีการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นศาสตราจารย์ของผู้คัดค้านแล้วโดยผู้คัดค้านทำหนังสือขอหารือไปยังสำนักงานของผู้ร้อง เรื่องการกรอกเอกสารข้อมูลการแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ในส่วนข้อที่ 1 เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้สมัครที่ได้รับคุณวุฒิทางการศึกษาหรือได้รับตำแหน่งทางวิชาการจากต่างประเทศระบุในเอกสารแบบข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร (สว. 3) แต่ผู้คัดค้านก็ยังคงมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลด้วยความถูกต้องไม่แอบอ้างตนเองว่ามีประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อให้ผู้สมัครอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงานของผู้คัดค้าน  

    การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง เพื่อให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้แก่ตนเอง ทำให้การเลือกที่ต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาคกันบนพื้นฐานของการนำเสนอข้อมูลประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่ตรงต่อความเป็นจริงของผู้สมัครแต่ละราย ทำให้เจตนารมณ์ของการเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่กำหนดให้ผู้สมัครเลือกกันเองภายในกลุ่มและเลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่สายเดียวกันของผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามวิธีการที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องการบุคคลที่ซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือการทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคมเพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในวุฒิสภาเสียไป  

    การกระทำของผู้คัดค้าน (น.ส.เกศกมล) จึงเป็นการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 226 และตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 พิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่มีคำพิพากษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2917841&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tbjL_pm2wjNasuHZ0mJ1F

  • รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันแล้ว เตือนปั๊มใดฉวยโอกาสขึ้นราคา – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันแล้ว เตือนปั๊มใดฉวยโอกาสขึ้นราคา – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/113928&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tss7bJEqLdUE7UyPBLfkA

  • ปิดฉาก “หมอเกศ” ศาลฎีกาสั่งฟัน! เพิกถอนสิทธิสมัคร 10 ปี ปมใช้ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” หลอกลวงเลือก สว.

    ปิดฉาก “หมอเกศ” ศาลฎีกาสั่งฟัน! เพิกถอนสิทธิสมัคร 10 ปี ปมใช้ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” หลอกลวงเลือก สว.


    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาฟัน “หมอเกศ” พ้นเก้าอี้ สว. ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งยาว 10 ปี ชี้พฤติการณ์ชัดจงใจหลอกลวงคุณสมบัติ-วุฒิการศึกษา หวังผลจูงใจลงคะแนนในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาปี 67

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษา คดีเลือกตั้งระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” (ผู้คัดค้าน) กรณีถูกร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาในการสมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

    โดยศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานเห็นว่า น.ส.เกศกมล มีพฤติการณ์หลอกลวงหรือจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ จากการนำตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” และข้อมูลวุฒิการศึกษาที่ไม่ได้มาตรฐานตามระเบียบกฎหมายของไทยมาใช้ในการแนะนำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.3) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจลงคะแนนของผู้สมัครรายอื่นในกลุ่มอาชีพเดียวกัน

    การกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (4) ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติเพื่อผลในการเลือกตั้ง

    ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาให้: เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เป็นเวลา 10 ปี พ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ทันทีนับแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย

    สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีตัวอย่างของการตรวจสอบคุณสมบัติ สว. ชุดปัจจุบัน โดยหลังจากนี้ กกต. จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเลื่อนผู้สมัครในบัญชีรายชื่อสำรองขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่แทนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/40790&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S9wVNMRtV3fsjsv8A71HZ

  • “หมอเกศ” ไม่รอด! ศาลเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษา-ตำแหน่งศาสตราจารย์

    “หมอเกศ” ไม่รอด! ศาลเพิกถอนสิทธิ 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษา-ตำแหน่งศาสตราจารย์

    ศาลฎีกาฯ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง “หมอเกศ เกศกมล เปลี่ยนสมัย” 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษา-ตำแหน่งศาสตราจารย์ 

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษา เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ “หมอเกศ เกศกมล เปลี่ยนสมัย” เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีถูกกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์เพื่อชักจูงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ในกระบวนการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567

    คดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ภายหลังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาและการใช้ตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งอาจเข้าข่ายทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรู้ ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ

    กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ปมคุณสมบัติการสมัคร สว.

    ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4) กำหนดห้ามผู้สมัครกระทำการอันเป็นการหลอกลวงหรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติของตนเอง

    กกต.ในฐานะผู้ร้องจึงมีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหมอเกศ พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว

    ศาลรับคำร้องเป็นคดีเลือกตั้ง

    ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับคำร้องไว้พิจารณาเป็นคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้ร้อง กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ในฐานะผู้คัดค้าน

    ศาลได้ดำเนินกระบวนการไต่สวนพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าการใช้ตำแหน่งทางวิชาการดังกล่าวเข้าข่ายการชักจูงให้เกิดความเข้าใจผิดในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาหรือไม่

    ศาลฎีกาฯ พิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

    ล่าสุด วันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้อ่านคำพิพากษา โดยมีคำสั่ง เพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย เป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ในลักษณะที่อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติในการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9876546/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23hjMdMrgP72o6w5euSDXm

  • ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี “หมอเกศ” ปลอมวุฒิการศึกษา

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี “หมอเกศ” ปลอมวุฒิการศึกษา

    การเมือง

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี “หมอเกศ” ปลอมวุฒิการศึกษา

    วันพุธ ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.37 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 4  มีนาคม 2569  ศาลฎีกาแผนคดีเลือกตั้งได้นัดฟังคำพิพากษา กรณี นางสาวเกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาที่อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ เพื่อจูงใจให้มีการเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

    โดย กกต.ได้ยื่นคำร้องตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นางสาวเกศกมล ซึ่งศาลฎีการับคำร้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 โดยที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาไต่สวนพยานหลักฐานจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้คัดค้าน

    ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งหมอเกศ 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก ส.ว.ปี 2567
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/politic/468074&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DNRr_ehc_nk-u9qzvIHDd

  • “หมอเกศ” ถูกตัดสิทธิ 10 ปี ศาลฎีกาชี้ทุจริตใช้วุฒิการศึกษาปลอม ในการคัดเลือก สว.ปี 67

    “หมอเกศ” ถูกตัดสิทธิ 10 ปี ศาลฎีกาชี้ทุจริตใช้วุฒิการศึกษาปลอม ในการคัดเลือก สว.ปี 67

     วันที่ลงข่าว 4 มีนาคม 2569 เวลา 15:36 น.   493

    “หมอเกศ” ถูกตัดสิทธิ 10 ปี ศาลฎีกาชี้ทุจริตใช้วุฒิการศึกษาปลอม ในการคัดเลือก สว.ปี 67

    จากกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ หมอเกศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

    โดย กกต.ในฐานะผู้ร้อง มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ หมอเกศ พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 ก.ค.2568 ให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับคำร้องไว้พิจารณาเป็นคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง กับ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน
    สำหรับความคืบหน้า วันที่ 4 มี.ค.2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง อ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยมีคำพิพากษาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง หมอเกศ เป็นเวลา 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก สว.ปี 2567

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ข่าวอื่น ๆ ใน หมวดการเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/143325&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZSnWp8KNIiLTT2Qpnf3H2

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D581945&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Y4Ywl6-dyDknVXY-ZoUzR

  • จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก

    มิจฉาชีพแฝงจัดกิจกรรมโรงเรียน หลอกสแกนหน้าเด็กเปิดซิม ช่องโหว่การคุ้มครองข้อมูลเด็กในสถานศึกษา สภาผู้บริโภคชี้ กระทรวงศึกษาฯ กำหนดมาตรการคุมเข้มการเก็บข้อมูลเด็ก เรียกร้องหน่วยงานแก้ปัญหาภัยออนไลน์ที่ต้นทางอย่างจริงจัง

    กรณีตำรวจจับกุมขบวนการมิจฉาชีพ 3 ราย แอบอ้างเข้าไปจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ในโรงเรียน แต่กลับลักลอบสแกนใบหน้าและเก็บข้อมูลบัตรประชาชนนักเรียนประถม–มัธยมกว่า 200 คน ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อนำไปลงทะเบียนซิมจำนวนมาก ก่อนส่งต่อให้แก๊งในท่าขี้เหล็กใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนภัยใกล้ตัวในสถานศึกษาอย่างน่ากังวล สภาผู้บริโภคเสนอกระทรวงศึกษาเร่งหามาตรการคุ้มครองข้อมูลเด็ก จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ภัยออนไลน์ที่ต้นทาง

    ศุภโชค ปิยะสันติ์ อนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี ให้ความเห็นว่า ขบวนการมิจฉาชีพแอบอ้างเข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนเพื่อหลอกสแกนใบหน้าเด็กเปิดซิมเพื่อใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนเกิดขึ้นหลายจังหวัด ล่าสุด สภาผู้บริโภคยังได้รับเบาะแสจากผู้ปกครองในจังหวัดยะลา ว่ามีค่ายโทรศัพท์มือถือ ขอจัดกิจกรรม “ซิมเพื่อการศึกษา” ในโรงเรียน อ้างเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน โดยขอบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเด็กหลายครั้ง จนผู้ปกครองกังวลถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แฝงตัวมาในคราบของกิจกรรมให้ความรู้ในโรงเรียน ซึ่งสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในต่างจังหวัด อาจยังขาดแนวทางรับมือที่ชัดเจน

    กำหนดแนวทางชัดก่อน เข้า-ออก พื้นที่โรงเรียน

    ศุภโชค เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารลงมายังทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบป้องกันที่รัดกุม โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การกำหนดหลักเกณฑ์ด้านเอกสารและการติดต่อประสานงาน หน่วยงานเอกชน บริษัท หรือองค์กรใดที่จะเข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน ต้องมีหนังสือแจ้งวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ระบุแหล่งที่มา วันเวลา และรายละเอียดกิจกรรมอย่างครบถ้วน เพื่อให้โรงเรียนตรวจสอบได้ก่อนอนุญาต รวมถึง การจัดทำข้อบังคับหรือประกาศแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการในระดับประเทศ เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบตรงกันว่า การเข้าดำเนินกิจกรรมในโรงเรียนต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง

    นอกจากนี้ นายศุภโชค ได้สะท้อนว่า ในโรงเรียนขนาดเล็กตามต่างจังหวัด มักมีกลุ่มบุคคลเข้าไปในลักษณะของตัวแทนขายหนังสือ ผู้ให้บริการตัดแว่นตา หรือพนักงานเสนอขายบัตรเครดิต ซึ่งอาศัยความคุ้นเคยหรืออัธยาศัยไมตรีของบุคลากรในโรงเรียน เข้าไปนำเสนอบริการในช่วงเวลาพักเที่ยง จึงยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของมาตรการคัดกรองที่ชัดเจน

    อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหา ไม่อาจพึ่งพากระทรวงศึกษาธิการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องจัดการที่ต้นทาง โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการกำกับดูแลและปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพและสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เพราะหากระบบส่วนกลางยังไม่เข้มแข็ง การป้องกันที่ปลายทางในโรงเรียนก็ย่อมทำได้อย่างจำกัด และความเสี่ยงอาจย้อนกลับมาสร้างความเสียหายแก่เด็กและประชาชนในวงกว้างอีกครั้ง

    ขณะที่ ปาริชาต ชัยวงษ์ อนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนครู ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า กรณีบริษัทค่ายโทรศัพท์เข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน พร้อมมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเพื่อเปิดหมายเลขโทรศัพท์นั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของขั้นตอนปฏิบัติของโรงเรียน และการคุ้มครองสิทธิเด็กตามกฎหมาย

    ในด้านมาตรการและข้อกำหนดของโรงเรียน โดยปกติสถานศึกษาจะมีขั้นตอนรับหน่วยงานภายนอกอย่างเป็นระบบ ผู้ประสงค์เข้าจัดกิจกรรมต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า ระบุวัตถุประสงค์ กำหนดการ และกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้โรงเรียนตรวจสอบความเหมาะสม รวมถึงแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดและผู้ปกครองตามลำดับ นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีหน้าที่ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของหน่วยงานผู้จัด และประเมินว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่ละเมิดสิทธิหรือกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียน

    อย่างไรก็ตาม แม้เอกสารจะผ่านการตรวจสอบแล้ว ปัญหาอาจเกิดขึ้นในขั้นตอนปฏิบัติจริง หากผู้จัดกิจกรรมดำเนินการนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ เช่นกรณีนี้ มีการสแกนใบหน้าเด็กหรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุในกำหนดการ ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

    ในประเด็นการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล นางสาวปาริชาตย้ำว่า โรงเรียนไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลชีวภาพอย่างการสแกนใบหน้า ให้แก่เอกชนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า การตลาด หรือการเปิดเบอร์โทรศัพท์ การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเด็กต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความยินยอมที่ถูกต้องจากผู้ปกครอง

    ความเสี่ยงหน้างานและบทบาทครู

    สำหรับครูผู้ควบคุมกิจกรรมในวันจัดงาน มีอำนาจและหน้าที่โดยตรงในการสั่งยุติกิจกรรมทันที หากพบความผิดปกติ หรือมีการร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม เช่น การขอเลขบัตรประชาชน การสแกนใบหน้า หรือให้เด็กลงลายมือชื่อแลกของแจก ซึ่งอาจเข้าข่ายเอาเปรียบหรือสร้างความเสี่ยงต่อสิทธิของนักเรียน

    แต่ทั้งนี้ ในปัจจุบันครูถูกคาดหวังให้ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีเอไอ หรือกิจกรรมอย่างการเล่นเกมคาฮูท (Kahoot) ในห้องเรียน แต่ปัญหาคือเด็กในหลายโรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานจริง เมื่อโรงเรียนขาดแคลนอินเทอร์เน็ต และมีบริษัทเอกชนยื่นข้อเสนอซิมเน็ตฟรีมาให้ ครูและโรงเรียนย่อมมองว่าเป็นโอกาสที่เด็กจะได้เข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีใช้ความใจดี เข้ามาบังหน้าเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก

    ปาริชาต เสนอว่า กระทรวงศึกษาธิการควรสนับสนุนทรัพยากรอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกัน ในระดับนโยบาย ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ควรถูกตั้งคำถามถึงบทบาทในการควบคุม กำกับ และป้องกันปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงติดตามแก้ไขเป็นรายกรณีภายหลังเกิดความเสียหายแล้ว เพราะหากกลไกระดับโครงสร้างยังไม่เข้มแข็ง ภาระในการปกป้องสิทธิเด็กก็จะตกอยู่กับโรงเรียนและครูเพียงลำพัง ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือภัยรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/scammer-scan-children/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qi2stQW5kOSzE0NbLCZaZ

  • ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน? กรมสรรพากร คอนเฟิร์ม ปรับสิทธิ “ลดหย่อนบริจาคการศึกษา” ได้ 1 เท่าเท่านั้น หลังเคยได้ 2 เท่า พร้อมเปิดไทม์ไลน์วิธียื่นภาษีล่าสุด

    เตรียมตัวให้พร้อมก่อนหมดเขต ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน? กรมสรรพากร คอนเฟิร์ม ปรับสิทธิ “ลดหย่อนบริจาคการศึกษา” ได้ 1 เท่าเท่านั้น หลังเคยได้ 2 เท่า พร้อมเปิดไทม์ไลน์ วิธียื่นภาษีล่าสุด 

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    เช็กด่วน! สิทธิลดหย่อน 2 เท่า “หายไปไหน?” สรรพากรแจงชัดไม่ใช่ข่าวปลอม

    จากกระแสข่าวในโลกโซเชียลที่ว่า “บริจาคการศึกษาปี 68 ลดหย่อนได้แค่เท่าเดียว” ล่าสุด กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ยืนยันแล้วว่าเป็น “เรื่องจริง” โดยระบุว่า ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 768 สิทธิการนำเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่านั้น เป็นมาตรการจูงใจชั่วคราวที่มีกำหนดระยะเวลา

    • ช่วงเวลาที่ได้ 2 เท่า: ต้องบริจาคระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น
    • เริ่มปีภาษี 2568: เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว สิทธิประโยชน์จะกลับเข้าสู่หลักเกณฑ์ปกติ คือ ลดหย่อนได้เพียง 1 เท่า ของที่จ่ายจริง

    หมายเหตุ: สำหรับการยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2568 นี้ (ซึ่งเป็นการสรุปรายได้ของปี 2567) ท่านยังคงใช้สิทธิลดหย่อนบริจาคการศึกษา 2 เท่าได้อยู่ เพราะเป็นยอดของปีที่ผ่านมา แต่ในปีหน้า (2569) ยอดบริจาคของปีนี้จะเหลือเพียง 1 เท่าเท่านั้น!
     

    เปิดวิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 มือใหม่ทำตามได้ใน 5 นาที

    ใครที่ยังไม่เคยยื่นเอง หรือกลัวทำผิดจนโดนเรียกตรวจย้อนหลัง ไม่ต้องกังวล! ปัจจุบันระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยฟีเจอร์ My Tax Account ที่ดึงข้อมูลมาให้เกือบครบ

    1. เตรียมคลังเอกสารที่ต้องใช้

    • หนังสือรับรอง 50 ทวิ: หัวใจสำคัญที่ระบุรายได้ทั้งปีและภาษีที่ถูกหักไว้
    • รายการลดหย่อน: ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, กองทุน SSF/RMF/Thai ESG หรือค่าอุปการะพ่อแม่
    • Easy E-Receipt: ใครที่ช้อปปิ้งช่วงต้นปี 2567 อย่าลืมเตรียมข้อมูลส่วนนี้มาลดหย่อนด้วย!

    2. ขั้นตอนการยื่นแบบฉบับรวบรัด

    • Log-in: เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th กรอกเลขบัตรประชาชน
    • เช็กข้อมูลอัตโนมัติ: ตรวจสอบยอดประกันสังคมและเบี้ยประกันที่ระบบดึงมาให้ว่าตรงไหม
    • กรอกรายได้ & ค่าลดหย่อน: เลือกประเภทรายได้ (ส่วนใหญ่คือมาตรา 40(1)) และใส่ยอดลดหย่อนที่เตรียมไว้
    • สรุปยอด: หากจ่ายเกิน ให้เลือก “ขอคืนเงิน” (เงินจะเข้าผ่าน PromptPay) หากขาดให้จ่ายผ่าน QR Code ทันที!

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ขีดเส้นตาย! ยื่นภาษี 2568 ได้ถึงวันไหน? พลาดไปมีหนาว

    อย่าชะล่าใจจนนาทีสุดท้าย เพราะหากยื่นไม่ทันคุณอาจต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย โดยมีกำหนดการดังนี้

    • ยื่นแบบกระดาษ: สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568
    • ยื่นแบบออนไลน์: สิ้นสุดวันที่ 8 เมษายน 2568 (แนะนำวิธีนี้เพราะสะดวกและได้คืนเงินไวกว่า)

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    การยื่นแบบออนไลน์นอกจากจะขยายเวลาให้มากกว่าแล้ว ยังช่วยให้ระบบประมวลผลไว และได้รับเงินคืนภาษีรวดเร็วกว่าการยื่นแบบกระดาษหลายเท่าตัว

    อ้างอิง-ภาพ : กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง , ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1223674&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26MX9mjG-eC9NVk3xwk5ps

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D581926&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FgIw9rcVdyzWXA0BDIcqu