Category: วัฒนธรรม

  • มอบทุนการศึกษา

    มอบทุนการศึกษา

    มอบทุนการศึกษา

    วันจันทร์ ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.59 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

     อาจารย์สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์ ประธานมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล  โดยมี รศ.ดร.พรชัย จูลเมตต์ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ในโอกาสนี้  สมบัติ วัฒนไทย   วิสูตร  กาญจนปัญญาพงศ์ และจัตรตุพล ชมภูพงษ์  คณะกรรมการมูลนิธิฯ  พร้อมด้วยคณาจารย์ร่วมพิธีด้วย ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้ม เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่นักศึกษาต่อไป ณ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/gallery/468523&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27g8Zf6NO1lgQdE2YzBvCQ

  • มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ปลุกพลังการเรียนรู้สู่ปีที่ 10 ส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้”

    มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ปลุกพลังการเรียนรู้สู่ปีที่ 10 ส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้”

    เติมเต็มความสุข รอยยิ้ม และให้กำลังใจน้อง ๆ ในอำเภอหาดใหญ่หลังผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “โลกกว้างแห่งโอกาส” ก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง ล่าสุดลงพื้นที่เยียวยาหัวใจน้อง ๆ ณ โรงเรียนวัด ควนลังมิตรภาพที่ 11 อ.หาดใหญ่ ได้ส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ห้องที่ 82 เพื่อเป็นสื่อกลางสร้างความสุขและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้น้อง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมา

    ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ มุ่งมั่นสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ปัจจุบันได้ส่งมอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ไปแล้ว 81 โรงเรียน ใน 66 จังหวัด สำหรับปี 2569 นี้ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เตรียมปักหมุดอีก 6 จังหวัด ได้แก่ สงขลา, ประจวบคีรีขันธ์, ชัยนาท, ขอนแก่น, นครราชสีมา และเชียงราย โดยตั้งเป้าจะขยายพื้นที่การเรียนรู้แห่งความสุขและรอยยิ้มให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

    ความสำเร็จในครั้งนี้ได้รับแรงสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากพันธมิตรที่เล็งเห็นความสำคัญของเยาวชน ได้แก่ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO), ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันนำสื่อดิจิทัลคุณภาพ ทั้ง ภาพยนตร์ การ์ตูน และสารคดีสร้างสรรค์มาเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งจินตนาการ ช่วยให้น้อง ๆ เข้าถึงนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ทันสมัยและ มีประสิทธิภาพ

    โดยล่าสุด มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ได้จัดทำและส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ห้องที่ 82 มอบให้กับ โรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 จ.สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ ต้องการความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์การเรียนและสื่อการเรียนการสอน โดยมี พิทยุตม์ วงศ์แสงขำ ผู้บริหาร มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ส่งมอบ “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ผ่าน ชฎาพร เสนเผือก รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 และ อรพินท์ นวลบุญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 เป็นผู้รับมอบ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และกำลังใจของนักเรียนและคณะครู

    อรพินท์ นวลบุญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดควนลังมิตรภาพที่ 11 กล่าวว่าโรงเรียนของเราได้รับความเสียหายอย่างมากจากน้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา อุปกรณ์การเรียนและสื่อการสอนชำรุดเสียหาย การที่ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ เข้ามามอบห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมอบอุปกรณ์ แต่เป็นการช่วยเยียวยาจิตใจเด็ก ๆ ให้เขากลับมามีสมาธิ มีความสุข และรักการเรียนรู้อีกครั้ง ทางโรงเรียนจะใช้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้นอกห้องเรียนเพื่อจุดประกายความคิดให้เด็ก ๆ ทุกคน การได้รับห้องหนังเพื่อการเรียนรู้ในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเติมเต็มสื่อการเรียนการสอนที่โรงเรียนขาดแคลน แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเด็ก ๆ หลังผ่านเหตุการณ์ยากลำบาก

    “ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้” ไม่ใช่เพียงการมอบอุปกรณ์หรือพื้นที่รับชมภาพยนตร์ แต่คือการสร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ที่ช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิด และส่งต่อกำลังใจให้เด็ก ๆ ได้เติบโตท่ามกลางโลกแห่งการเรียนรู้ที่กว้างขึ้น มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ยังเดินหน้าสานต่อภารกิจในการสร้างสรรค์โอกาสทางการศึกษา พร้อมส่งมอบรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ เพื่อเป็นก้าวแรกที่มั่นคงให้เยาวชนไทยเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมอย่างมีคุณภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/67864&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TZ4l-oxMAoI8YICB-AUL1

  • เช็กดวงประจำวันที่ 9 มี.ค. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “มีน” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    เช็กดวงประจำวันที่ 9 มี.ค. 69 ราศีที่ดาวศรีสถิต “มีน” ราศีที่ดาวกาลีสถิต “กุมภ์” | เดลินิวส์

    สุริยคติกาล วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2569 ค.ศ. 2026 จันทรคติกาล ตรงกับวันจันทร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 4 ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1387 อาทิตย์อุทัย เวลา 06.30 น. เที่ยงจริง เวลา 12.29 น. อาทิตย์ตก เวลา 18.28 น. จันทร์ขึ้น เวลา 23.03 น.   

    วันนี้ เวลา 00.00-14.18 น. ดาวจันทร์เสวยวิสาขานักษัตรฤกษ์ที่ 16 ประกอบด้วยเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ เพชฌฆาต แปลว่า ผู้ฆ่า ทำการเพื่อให้สิ่งที่เข้ามาพ่ายแพ้ เวลา 14.19-24.00 น. ดาวจันทร์เสวยอนุราชนักษัตรฤกษ์ที่ 17 ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ ราชา แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน เวลา 00.00-06.30 น.-ทำการมงคลได้ตามฤกษ์บนหมวดเพชฌฆาตฤกษ์ เวลา 06.31-19.18 น.-ห้ามทำการมงคล เวลา 19.19-24.00 น.-ทำการมงคลได้สารพัดตามฤกษ์บนหมวดราชาฤกษ์ ทิศที่เป็นมงคล-หรดี(ตะวันตกเฉียงใต้) ทิศอัปมงคล-อีสาน (ตะวันออกเฉียงเหนือ) สีประจำวัน-ขาว สีสิริมงคล-ดำ ม่วงแก่ เทา สีอัปมงคล-แดง แดงส้ม ราศีที่ดาวศรีสถิต-มีน ราศีที่ดาวกาลีสถิต-กุมภ์

    เกิดวันนี้ เด็กชาย อารมณ์สุนทรีย์ ใจดี มีปฏิภาณในความรู้ต่าง ๆ รอบตัว มีเสน่ห์ ชอบแต่งตัว ปราดเปรียวแคล่วคล่องว่องไว มีชื่อเสียง มีญาติพึ่งพาอาศัยไม่ได้ แต่เป็นที่พึ่งของญาติ คบคนใกล้ชิดเสมือนญาติ ชอบคบเพื่อนที่มีฐานะดี เด็กหญิง ชอบการสมาคม พูดเก่ง มีคารมคมคาย จิตใจสูง หยิ่งในตนเอง มีความเฉลียวฉลาด ไหวพริบปฏิภาณดี ชอบการศึกษาหาความรู้ เป็นที่รักของคนที่ได้พบเห็น มีผู้ให้ความเมตตาเกื้อหนุน มีความเจริญรุ่งเรือง หลักฐานมั่นคง ครอบครัวมีความสุข

    เกิดวันอาทิตย์ คนรักมีโอกาสได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การบริหารจัดการทางการเงินที่ดีทำให้มีเงินทองไหลมาเทมา มีเอกสารทางการเงินควรตรวจดูให้เรียบร้อย การค้ำประกันบุคคลหรือทรัพย์สินควรหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธเสียเลยจะดีกว่า ความรักควรเอาใจเขามาใส่ใจเราและยับยั้งชั่งใจให้ดี ควรนำคนรักไปเปิดเผยในสังคม คนมีครอบครัวแล้วก็สามารถครองรักกันได้ด้วยดี

    เกิดวันจันทร์ จะได้ลาภโดยมีผู้นำมาให้ทางทิศตะวันออก จะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี การมีแผนงานที่ดีและได้รับการสนับสนุนและร่วมมือจากเพื่อนร่วมงานทำให้การงานดีขึ้น ควรมอบหมายงานให้กับบริวารควรชัดเจน ทุ่มเทให้เวลากับการทำงานมากขึ้น มีโอกาสควรศึกษาอบรมหาความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย

    เกิดวันอังคาร จะได้สิ่งของมีค่าจากเพศตรงข้าม มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีโอกาสได้ทำงานสำคัญและมีความรับผิดชอบสูง ควรรับฟังคำแนะนำของคนรอบข้างไว้บ้าง ควรรอบคอบในการคบหาสมาคมกับคนใกล้ชิด จะโชคดีจากผลงานเก่า ๆ สิ่งของเก่า ๆ จะได้รับเงินส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่อยู่ในมือของคนอื่นและค้างชำระมานาน จะได้รับของฝากของขวัญจากคนรัก คนโสดจะได้พบรัก คนไม่โสดก็มีโชคเรื่องความรักเช่นกัน

    เกิดวันพุธ คนรักมีความใกล้ชิดสนิทสนมและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น รู้เขารู้เราไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดในภายหลัง ผู้ใหญ่เพื่อนร่วมงานจะให้การสนับสนุนด้วยดี ปัญหาทางการเงินที่เป็นอยู่สามารถแก้ไขได้ จะได้ประโยชน์จากผลงานเก่า ๆ ของเก่า ๆ พอมีเงินให้เหลือเก็บบ้าง ทรัพย์สินที่คิดว่าสูญเสียไปแล้วก็จะได้คืน

    เกิดวันพฤหัสบดี ความรักมีความสัมพันธ์แบบเพื่อนฝูงที่สนิทคอยช่วยเหลือและเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน จะได้พบกับคนเก่าคนแก่ที่จากไปนานแล้ว จะมีลาภและมีรายได้เข้ามาหลายทาง ทำให้มีกำลังทางการเงินสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น มีการปรับปรุงซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ควรระวังเรื่องไฟและไฟฟ้า ของร้อน เงินทองถูกใช้ไปเพื่อการศึกษาและการรักษาพยาบาล

    เกิดวันศุกร์ เพื่อนฝูงให้เกียรติยกย่องให้เป็นผู้นำ จะได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ใหญ่และเพื่อนร่วมงาน  จะมีผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ มีเงินเหลือก็ควรเก็บออมไว้ใช้ในยามจำเป็นบ้าง การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์ ผู้ใหญ่และมิตรสหายให้คุณ สิ่งของมีค่าที่ตกหล่นสูญหาย ติดตามค้นหาจะได้คืน ควรรับฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างบ้าง

    เกิดวันเสาร์ มีโอกาสได้เดินทางเพราะตำแหน่งหน้าที่การงาน มีเรื่องที่ต้องขบคิดและหาทางแก้ไข ควรระวังการคบเพื่อนเพราะอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย จะได้รับมอบหมายให้วิ่งเต้นติดต่อเจรจาประสานงานสำคัญ มีผู้ใหญ่คอยให้การช่วยเหลือ มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นหลายคน แต่ละคนล้วนต่างอายุและเป็นคนมีเกียรติในสังคม ได้อยู่ท่ามกลางคนมีความรู้ ควรรอบคอบและควบคุมอารมณ์ให้ได้.

    อ่านดวงย้อนหลังทั้งหมดได้ที่ >>คลิก<<

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5667120/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dfKyVrGYdhCPFsZ6Bcrdf

  • อุบลฯ มอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569

    อุบลฯ มอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569

    ภูมิภาค

    อุบลฯ มอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประจำปี 2569

    วันจันทร์ ที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.52 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 9 มี.ค.69  เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมอุบลชาติ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ โดยมีนางฐิติวราดา เทพเสนา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี
                     
    มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นจากความริเริ่มของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งในช่วงที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีความทุรกันดารและประชาชนบางส่วนยังมีฐานะยากจน จึงได้หาแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนและประชาชนให้ดีขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการกีฬา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
                      
    มูลนิธิฯ จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2528 โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 3,000,000 บาท จากการระดมทุนของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่เรียนดี มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านการกีฬา ศิลปวัฒนธรรม และการกุศลสาธารณะ
                      
    คณะกรรมการมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรรมการรวม 44 คน โดยเริ่มมอบทุนการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2530 เป็นต้นมา ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่องทุกปี
                     
    สำหรับปี 2569 มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษาในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 33 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 106,000 บาท โดยจังหวัดอุบลราชธานีได้คัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับทุนการศึกษาตามสัดส่วนที่ได้รับจัดสรร ดังนี้ 1. ทุนการศึกษารายปี จำนวน 21 ทุน รวม 62,000 บาท ระดับประถมศึกษา จำนวน 7 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวม 14,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 6 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวม 15,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 5 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวม 18,000 บาท ระดับอุดมศึกษา จำนวน 3 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวม 15,000 บาท 2. ทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง (ระดับช่วงชั้น) จำนวน 12 ทุน รวม 44,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 4 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวม 12,000 บาท ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. จำนวน 4 ทุน ทุนละ 3,000 บาท รวม 12,000 บาท ระดับอุดมศึกษา/ปวส. จำนวน 4 ทุน ทุนละ 5,000 บาท รวม 20,000 บาท
                    
    การมอบทุนการศึกษาดังกล่าว ถือเป็นการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่มีความตั้งใจเรียน มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อให้สามารถศึกษาต่อและพัฒนาศักยภาพของตนเอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468511&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZVv8XphFNMPHvz9KkwZh

  • งานวิจัยชี้ ‘ภาวะโลกร้อน’ เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015

    งานวิจัยชี้ ‘ภาวะโลกร้อน’ เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015

    งานวิจัยชี้ 'ภาวะโลกร้อน' เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015

    ผลการศึกษาใหม่เผยภาวะโลกร้อนเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2015 เตือนหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป โลกอาจทะลุเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศา ก่อนปี 2030

    • งานวิจัยจากสถาบันพ็อทซ์ดัมของเยอรมนีระบุว่า ภาวะโลกร้อนได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิตินับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา
    • อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในช่วง 10 ปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษในช่วงปี 1970-2015
    • หากอัตราการร้อนขึ้นยังคงดำเนินต่อไปในระดับนี้ โลกอาจมีอุณหภูมิสูงเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียสของข้อตกลงปารีสก่อนปี 2030

    ผลการศึกษาใหม่เผยภาวะโลกร้อนเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นับตั้งแต่ปี 2015 เตือนหากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป โลกอาจทะลุเป้าหมายจำกัดอุณหภูมิ 1.5 องศา ก่อนปี 2030

    ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศพ็อทซ์ดัม (Potsdam Institute for Climate Impact Research : PIK) ของเยอรมนี ระบุว่า ภาวะโลกร้อนทั่วโลกได้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา

    การศึกษาพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.35 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ ขึ้นอยู่กับชุดข้อมูล เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 0.2 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษในช่วงปี 1970 ถึงปี 2015 พร้อมเสริมว่า อัตราการเพิ่มขึ้นล่าสุดนี้สูงกว่าทศวรรษใด ๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอุณหภูมิด้วยเครื่องมือในปี 1880

    การศึกษานี้อาศัยข้อมูลสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา (NASA) และสถาบัน Berkeley Earth องค์กรวิจัยไม่แสวงหาผลกำไรในรัฐแคลิฟอร์เนีย

    แกรนต์ ฟอสเตอร์ ผู้ร่วมวิจัย ระบุว่า ทีมนักวิจัยได้กรองปัจจัยธรรมชาติที่อาจบดบังแนวโน้มอุณหภูมิที่แท้จริงออกไป เช่น ปรากฏการณ์เอลนีโญ การปะทุของภูเขาไฟ และความแปรผันในกิจกรรมของดวงอาทิตย์ ด้วยวิธีการนี้ ‘สัญญาณรบกวน’ ในข้อมูลจึงลดลง และทำให้เห็นแนวโน้มของภาวะโลกร้อนระยะยาวได้ชัดเจนขึ้น

    นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า หากอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วง 10 ปีที่ผ่านมายังคงดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ อุณหภูมิของโลกอาจพุ่งเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียสของข้อตกลงปารีส ปี 2015 ก่อนปี 2030

    นักวิทยาศาสตร์ ระบุว่า ระยะเวลา 11 ปีล่าสุดเป็นช่วงเวลาที่อากาศร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา โดยปี 2024 เป็นปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์อันดับ 1 และปี 2023 ตามมาเป็นอันดับที่ 2

    ผลการศึกษาของ PIK ระบุว่า แม้จะปรับข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อลดผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญและช่วงที่กิจกรรมของดวงอาทิตย์อยู่ในระดับสูงสุดแล้ว ปี 2023 และปี 2024 ซึ่งมีอุณหภูมิอบอุ่นเป็นพิเศษ ก็ยังคงเป็น 2 ปีที่อากาศร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลอยู่ดี

    งานวิจัยชี้ 'ภาวะโลกร้อน' เร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2015

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2024 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Communications Earth & Environment โต้แย้งว่า ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่แสดงหลักฐานทางสถิติที่ชัดเจนว่าภาวะโลกร้อนเร่งตัวขึ้นเกินกว่าที่เพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970

    โรแบร์ วูตาร์ด รองประธานคณะทำงานด้านพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน IPCC กล่าวว่า นอกเหนือจากความผันผวนตามธรรมชาติแล้ว เรายังควรศึกษาผลกระทบจากการลดลงของการปล่อย ‘ละอองลอย’ (Aerosol) ซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ มีแนวโน้มที่จะทำให้โลกเย็นลงและชดเชยภาวะโลกร้อนได้บางส่วน โดยการสะท้อนรังสีจากดวงอาทิตย์บางส่วนและเปลี่ยนแปลงการก่อตัวของเมฆ

    ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้นเป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างถาวรมากน้อยเพียงใด เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะความแปรปรวนตามธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แนวโน้มของอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/862378&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HfqXKAgrFdB2FgrvK5KRl

  • กรมอนามัย พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข ด้านการให้คำปรึกษาพันธุศาสตร์กลุ่มอาการโครโมโซมสำคัญผิดปกติ ลดความเสี่ยงทารกพิการแต่กำเนิด – อนามัยมีเดีย

    กรมอนามัย พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข ด้านการให้คำปรึกษาพันธุศาสตร์กลุ่มอาการโครโมโซมสำคัญผิดปกติ ลดความเสี่ยงทารกพิการแต่กำเนิด – อนามัยมีเดีย

           #ANAMAINEWS กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุขด้านการให้คำปรึกษา ทางพันธุศาสตร์กลุ่มอาการโครโมโซมสำคัญผิดปกติ (Major Autosomal Aneuploidy) วันที่ 5 – 6 มีนาคม 2569เพื่อเสริมองค์ความรู้และทักษะให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ สามารถให้คำปรึกษาหญิงตั้งครรภ์ก่อนและหลังการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ และครอบครัวได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สนับสนุนการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงการเกิดทารกที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม

           แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่มีจำนวนการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่เด็กเกิดใหม่ลดลง อัตราการเสียชีวิตมากกว่าการเกิดต่อเนื่อง ส่งผลให้โครงสร้างประชากรหดตัว การพัฒนาให้ทุกการเกิดมีคุณภาพ การเกิดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ การดูแลสุขภาพแม่และเด็กตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ และหลังคลอด ต้องอาศัยระบบบริการที่มีคุณภาพ รวมถึงบุคลากรที่มีองค์ความรู้และทักษะที่เหมาะสม โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์กลุ่มอาการโครโมโซมสำคัญผิดปกติ ได้รับความรู้การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด รวมถึงก่อนและหลังการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว ได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบรู้

              แพทย์หญิงนงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยดูแลและส่งเสริมสุขภาพประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพแม่และเด็กให้มีคุณภาพ “กลุ่มอาการโครโมโซมสำคัญผิดปกติ” เช่น ดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดซินโดรม และพาทัวซินโดรม เป็นภาวะที่ทารกมีจำนวนโครโมโซมเกิน ซึ่งอาจทำให้เกิดความพิการแต่กำเนิด พัฒนาการล่าช้า และส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายระบบ ครอบครัว ต้องดูแลระยะยาวทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และค่าใช้จ่ายในการรักษา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสามารถ ตรวจคัดกรองและวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การตรวจเลือดคัดกรอง การตรวจ NIPT หรือการเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งการวินิจฉัยและตรวจพบเร็ว จะช่วยให้ครอบครัวได้รับข้อมูลและคำปรึกษาทางพันธุศาสตร์อย่างครบถ้วน สามารถวางแผนการดูแลรักษาและเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงดูเด็ก ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้เด็กได้รับการดูแลพัฒนาการอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

             แพทย์หญิงทิพา ไกรลาศ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กล่าวว่า กรมอนามัยร่วมกับวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี จัดการประชุมฯ ครั้งนี้ ขึ้น เพิ่มพูนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทั่วประเทศ ทั้งจากศูนย์อนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการให้บริการจริงในพื้นที่ มีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา อาทิ รศ.นพ.ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารก คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดร.ทองเพิ่ม มั่นคงดี นักเทคนิคการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากสถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ดร.ขวัญเรือน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา และ พว.ขิ่ม สกุลนุ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมและพัฒนาการเด็ก เพื่อเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพแม่และเด็กให้มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงการเกิดทารก ที่มีความผิดปกติทางโครโมโซม ให้เด็กไทยเกิดมาอย่างสมบูรณ์ แข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย เป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

    ***

    กรมอนามัย / 9 มีนาคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/090369/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SUuo-H5QDhsbesSHck6LF

  • เปิดประวัติ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

    เปิดประวัติ มุจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน

    มุจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งให้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาในฐานะประมุขคนใหม่ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

    ผู้ที่ได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งสูงสุดนี้นอกจากมุจตาบา ได้แก่ อาลีเรซา อาราฟี หนึ่งในสามสมาชิกของสภารักษาการที่บริหารประเทศ โมห์เซน อาราคี ผู้มีแนวคิดแข็งกร้าว และแม้แต่ ฮัสซัน โคมัยนี หลานชายของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามในปี 1979

    แต่ในที่สุดสภาได้ลงมติเลือก มุจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี โดยเป็นการสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือดแบบที่บิดาของเขาปฏิเสธโดยหลักการในปี 2024

    อย่างไรก็ดี การเลือกมุจตาบายังอาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงได้ สาธารณรัฐอิสลามก่อตั้งขึ้นในปี 1979 หลังจากการโค่นล้มระบอบกษัตริย์ และอุดมการณ์ของสาธารณรัฐนั้นตั้งอยู่บนหลักการที่ว่า ผู้นำสูงสุดควรได้รับการเลือกจากสถานะทางศาสนาและความเป็นผู้นำที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ผ่านการสืบทอดทางสายเลือด

    ในระหว่างการดำรงตำแหน่ง อาลี คาเมเนอี พูดถึงผู้นำในอนาคตของสาธารณรัฐอิสลามในภาพรวมเท่านั้น

    สมาชิกคนหนึ่งของสภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่าน ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนาที่คัดเลือกผู้นำสูงสุด กล่าวเมื่อ 2 ปีก่อนว่า อาลี คาเมเนอี คัดค้านความคิดที่ว่าบุตรชายของเขาจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้นำในอนาคต แต่เขาไม่เคยออกมากล่าวถึงการคาดการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ

    มุจตาบา คาเมเนอี เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1969 ในเมืองศักดิ์สิทธิ์มาชาดทางตะวันออกของอิหร่าน เป็นลูกชายคนที่ 2 ในบรรดาลูกๆ 6 คนของผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ มุจตาบาได้รับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนศาสนาอะลาวีในกรุงเตหะราน

    ตามรายงานของสื่ออิหร่าน เมื่ออายุ 17 ปี มุจตาบาเข้ารับราชการทหารเป็นช่วงสั้นๆ หลายครั้งระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก ซึ่งเป็นสงครามนองเลือดนาน 8 ปีที่ทำให้ระบอบการปกครองของอิหร่านยิ่งระแวงสหรัฐฯ และชาติตะวันตกที่ให้การสนับสนุนอิรักมากขึ้น

    ในปี 1999 มุจตาบาเดินทางไปยังเมืองกอม เมืองศักดิ์สิทธิ์ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของศาสนศาสตร์ชีอะห์ เพื่อศึกษาศาสนศาสตร์ต่อ เป็นที่น่าสังเกตว่าเขาไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายของนักบวชจนกระทั่งถึงเวลานั้น และไม่ชัดเจนว่าทำไมเขาจึงตัดสินใจเข้าเรียนในโรงเรียนสอนศาสนาเมื่ออายุ 30 ปี เพราะโดยปกติแล้วมักจะเข้าเรียนในวัยที่อายุน้อยกว่า

    มุจตาบาได้รับตำแหน่งฮุจญัต อัล-อิสลาม ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มอบให้แก่ผู้นำทางศาสนาระดับกลาง ต่ำกว่าตำแหน่งอยาตอลเลาะห์ที่บิดาของเขาและผู้นำการปฏิวัติ รูฮอลลาห์ โคมัยนี ดำรงอยู่

    ในระบบการศึกษาศาสนาอิสลาม การดำรงตำแหน่ง “อยาตอลเลาะห์” และการสอนในชั้นเรียนขั้นสูงถือเป็นเครื่องบ่งชี้ระดับความรู้และความสามารถทางวิชาการของบุคคล และถือเป็นหนึ่งในข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการคัดเลือกผู้นำในอนาคต

    แต่ก็มีตัวอย่างมาก่อนแล้วคือ อาลี คาเมเนอี ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น “อยาตอลเลาะห์” อย่างรวดเร็วหลังจากที่เขากลายเป็นผู้นำสูงสุดคนที่สองในปี 1989

    บุคคลที่ทรงอิทธิพลอย่างเงียบเชียบที่สุดคนหนึ่งในอิหร่าน 

    เนื่องจากความระมัดระวังของเขาในพิธีการอย่างเป็นทางการและในสื่อ ทำให้อิทธิพลที่แท้จริงของ มุจตาบา คาเมเนอี  เป็นหัวข้อของการคาดเดาอย่างเข้มข้นมานานหลายปีในหมู่ประชาชนชาวอิหร่าน รวมถึงในแวดวงการทูตด้วย

    เขาเป็นบุตรเพียงคนเดียวของอดีตผู้นำสูงสุดที่ดำรงตำแหน่งสาธารณะ แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการก็ตาม

    มุจตาบา ซึ่งมีเคราสีขาวปนดำและสวมผ้าโพกศีรษะสีดำของ “เซย์ยิด” ผู้สืบเชื้อสายจากศาสดามูฮัมหมัด ถูกบางคนมองว่ากำลังบงการอยู่เบื้องหลังอำนาจในอิหร่าน และเป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลอย่างเงียบเชียบที่สุดคนหนึ่งในอิหร่าน 

    เอกสารทางการทูตของสหรัฐฯ ซึ่งเผยแพร่โดยวิกิลีกส์ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 ระบุว่า มุจตาบาเป็น “ผู้มีอำนาจเบื้องหลังเครื่องแต่งกายทางการทูต” และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคล “ที่มีความสามารถและทรงอิทธิพล” ภายในระบอบการปกครองของอิหร่าน

    มุจตาบาถูกมองว่าใกล้ชิดกับกลุ่มอนุรักษนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากความสัมพันธ์ของเขากับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกองกำลังทางอุดมการณ์ของกองทัพสาธารณรัฐอิสลาม

    ความสัมพันธ์นั้นย้อนกลับไปถึงช่วงที่เขาประจำการอยู่ในหน่วยรบในช่วงปลายสงครามระหว่างอิรักและอิหร่าน ซึ่งกินเวลาระหว่างปี 1980-1988

    ทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร มุจตาบา คาเมเนอี เมื่อปี 2019 ในช่วงวาระแรกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า มุจตาบาเป็นตัวแทนของผู้นำสูงสุด “แม้ว่าจะไม่เคยได้รับการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาล นอกเหนือจากการทำงานในสำนักงานของบิดาก็ตาม”

    กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า อาลี คาเมเนอี ได้ “มอบหมายความรับผิดชอบในการเป็นผู้นำบางส่วน” ให้แก่บุตรชายของเขา “ซึ่งทำงานอย่างใกล้ชิด” กับกองกำลังรักษาความปลอดภัยของอิหร่าน “เพื่อผลักดันความทะเยอทะยานในการสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาคและเป้าหมายในการกดขี่ภายในประเทศของบิดา”

    ฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาว่ามุจตาบามีบทบาทในการปราบปรามอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งใหม่ของประธานาธิบดีหัวอนุรักษนิยมสุดโต่ง มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ในปี 2009 ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการเคลื่อนไหวประท้วงครั้งใหญ่

    จากการสืบสวนของสำนักข่าว Bloomberg ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อและรายงานจากหน่วยข่าวกรองตะวันตกพบว่า มุจตาบา คาเมเนอี มีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    จากการสืบสวนพบว่า เงินจากการขายน้ำมันถูกนำไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรูในอังกฤษ โรงแรมในยุโรป และอสังหาริมทรัพย์ในดูไบ ผ่านบริษัทบังหน้าในเขตปลอดภาษี

    ข้อกล่าวหาเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง

    ชื่อของมุจตาบาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างครั้งแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2005 ซึ่งส่งผลให้ มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด นักการเมืองสายแข็งที่ได้รับความนิยมได้รับชัยชนะ

    ในจดหมายเปิดผนึกถึงคาเมเนอี เมห์ดี คาร์รูบี ผู้สมัครสายปฏิรูป กล่าวหามุจตาบาว่า แทรกแซงการเลือกตั้งผ่านกลุ่มกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และกองกำลังบาซิช ซึ่งแจกจ่ายเงินให้กับกลุ่มศาสนาเพื่อช่วยให้อาห์มาดิเนจาดชนะการเลือกตั้ง

    4 ปีต่อมา มุจตาบาเผชิญกับข้อกล่าวหาเดียวกันอีกครั้ง การได้รับเลือกตั้งใหม่ของอาห์มาดิเนจาดจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศที่รู้จักกันในชื่อขบวนการสีเขียว ผู้ประท้วงบางส่วนตะโกนคำขวัญต่อต้านความคิดที่ว่ามุจตาบาจะสืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านต่อจากบิดาของเขา

    มุสตาฟา ทาจซาเดห์ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น อธิบายผลการเลือกตั้งว่าเป็น “รัฐประหารทางการเลือกตั้ง” เขาถูกจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นเพราะ “ความประสงค์โดยตรงของ มุจตาบา คาเมเนอี”

    มิร์-ฮอสเซน มูซาวี และเมห์ดี คารูบี ผู้สมัครสายปฏิรูป 2 คน ถูกกักบริเวณในบ้านพักหลังการเลือกตั้งปี 2009 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 มุจตาบาได้พบและขอร้องให้มูซาวียุติการประท้วง

    บางคนเชื่อว่า มุจตาบาซึ่งสูญเสียพ่อ แม่ และภรรยาไปจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากชาติตะวันตก

    แต่เขายังเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการรักษาความอยู่รอดของสาธารณรัฐอิสลาม และโน้มน้าวให้ประชาชนเชื่อว่าเขาคือบุคคลที่เหมาะสมที่จะนำพาประเทศออกจากความล่มสลายทางการเมืองและเศรษฐกิจ

    ประวัติการเป็นผู้นำของเขายังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นรูปธรรม และความรู้สึกที่ว่าสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านกำลังกลายเป็นระบบสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือด อาจยิ่งทำให้ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มมากขึ้น

    หลังได้รับตำแหน่ง มุจตาบาตกเป็นเป้าหมายทันที รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จะเป็น “เป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับการกำจัด”

    การขึ้นสู่อำนาจของมุจตาบาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า กลุ่มหัวรุนแรงในสถาบันการปกครองของอิหร่านยังคงมีอำนาจอยู่ และอาจบ่งชี้ว่า รัฐบาลไม่มีความปรารถนาที่จะตกลงหรือเจรจาในระยะสั้น

    Photo by – / KHAMENEI.IR / AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/who-is-mojtaba-khamenei-iran-new-supreme-leader&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dkL1XlX8bIcjfrCU4YsNn

  • จับแม่เล้าหลอกเด็กหญิงวัยแค่ 14-15 ปี ไปขายบริการทางเพศฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน | เดลินิวส์

    จับแม่เล้าหลอกเด็กหญิงวัยแค่ 14-15 ปี ไปขายบริการทางเพศฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 8 มี.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.(หญิง)ชาดา เสสะเวช พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.ดส. ชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกันจับกุม น.ส.อิง (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ตามหมายหมายจับที่ 4391/2568 ลงวันที่ 28 ก.ค. 68 และหมายจับหมายจับศาลอาญา ที่ 5166/2568 ลงวันที่ 5 ก.ย. 68

    ในข้อหา 1.ร่วมกันตั้งแต่สามคนข้นไปเป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกังขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก ถ้าการกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี ผู้นั้นกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ 2.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไป ซึ่งบุคคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณีแม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม และไม่ว่าการกระทำต่างๆ อันประกอบเป็นความผิดนั้นจะได้กระทำภายในราชอาณาจักรหรือนอกราชอาณาจักร โดยเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี 3.ร่วมกันเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี และ4.ร่วมกันโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร” จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

    สืบเนื่องจากตำรวจ กก.ดส. ได้ทำการสืบสวนขยายผลคดีค้ามนุษย์ จากการตรวจสอบ น.ส.อิง เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาขบวนการค้ามนุษย์โดยหลอกเด็กไทยอายุ 13 ปี และ อายุ 15 ปี ไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ทราบว่าไปค้าประเวณี ปัจจุบันมีเหยื่อ 2 รายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ กก.4 บก.ปคม. จนกระทั่งออกหมายจับดังกล่าว เจ้าหน้าที่ กก.ดส. ชุดปฏิบัติการที่ 3 ได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า น.ส.อิง เดินทางไปประเทศพม่า ก่อนได้มาปรากฎตัวบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าจับกุม

    จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเป็นเพียงล่ามภาษาจีนทำงานตามร้านนวด ร้านอาหาร ได้เงินเดือนรวมโอทีประมาณ 60,000 บาท ต่อเดือน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5668933/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SPCO0R7OvUL6jpVkWIV8N

  • จีนวางหมุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 มุ่งแก้ความยากลำบากของประชาชน : อินโฟเควสท์

    จีนวางหมุดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 มุ่งแก้ความยากลำบากของประชาชน : อินโฟเควสท์

    เจิ้งเป้ย รองหัวหน้าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) แถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ (7 มี.ค.) ว่า เป้าหมายการพัฒนาหลักของจีนช่วงปี 2569-2573 มากกว่าหนึ่งในสาม จะมุ่งเน้นแก้ปัญหาและความยากลำบากเร่งด่วนที่ประชาชนมีความกังวลมากที่สุด

    ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (พ.ศ. 2569-2573) กำหนดเป้าหมายเพิ่มจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ยของประชากรวัยทำงาน อายุขัยเฉลี่ย และจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ต่อประชากร 1,000 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาและสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

    เจิ้งกล่าวเสริมว่า จีนจะพยายามเพิ่มสัดส่วนเตียงพยาบาลในสถานดูแลผู้สูงอายุและจัดสรรให้มีบริการดูแลคุณภาพสูงสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุที่มีภาวะทุพพลภาพด้านการใช้ชีวิตประจำวันและผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม

    หลิวเต๋อชุน เจ้าหน้าที่คณะกรรมการฯ ที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาสังคม กล่าวว่า ร่างแผนพัฒนาฯ ยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงบริการดูแลเด็ก และเพิ่มอัตราการเข้าสถานรับเลี้ยงเด็กของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี นอกจากนี้ จีนจะขยายความคุ้มครองของประกันการคลอดบุตรและบังคับใช้การลาเพื่อเลี้ยงดูบุตรอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อส่งเสริมให้เกิดสังคมที่เอื้อต่อการมีบุตรมากขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE80IQBMFTTVLQSP771UPHVOK4WK0A8&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rmy5G0LLKTUfSZt3Dk1j5

  • สื่ออิหร่านเผยคลิปใหม่ โยงโรงเรียนประถมถูกถล่มช่วงสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพ : อินโฟเควสท์

    สื่ออิหร่านเผยคลิปใหม่ โยงโรงเรียนประถมถูกถล่มช่วงสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพ : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างอิงสำนักข่าว CNN ว่า คลิปวิดีโอที่เพิ่งมีการเผยแพร่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยมุ่งเป้าไปที่อาคารหลังหนึ่งในฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน โดยเป้าหมายดังกล่าวอยู่ติดกับโรงเรียนประถมหญิงที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านระบุว่ามีนักเรียนเสียชีวิตมากกว่า 160 คนจากการถูกโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา

    CNN รายงานในวันอาทิตย์ (8 มี.ค.) ว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดย Mehr News สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน เป็นภาพแรกที่เผยให้เห็นขีปนาวุธที่โจมตีพื้นที่ดังกล่าว และเป็นหลักฐานใหม่ที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวโทษว่าการโจมตีโรงเรียนประถมดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่านเอง

    CNN รายงานว่า ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากสถานที่ก่อสร้างใกล้เคียง สามารถเห็นอาวุธที่มีลักษณะสอดคล้องกับขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินโทมาฮอว์ก (TLAM) ของสหรัฐฯ ก่อนที่จะพุ่งชนเป้าหมายภายในฐานทัพของ IRGC พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า อิสราเอลไม่ได้ใช้ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

    แซม แลร์ นักวิจัยจากศูนย์เจมส์ มาร์ติน เพื่อการศึกษาการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์ (James Martin Center for Nonproliferation Studies) กล่าวกับ CNN ว่า อาวุธในวิดีโอมีลักษณะตรงกับขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

    แลร์อธิบายว่า “ประการแรก มันมีรูปลักษณ์ตรงกับขีปนาวุธโทมาฮอว์ก คือรูปทรงกางเขนที่มีปีกติดตั้งอยู่ตรงกลางและมีหางอยู่ตรงปลาย ประการที่สอง วิดีโอถูกถ่ายจากระยะประมาณ 250 เมตรจากจุดที่คาดว่าจะตกกระทบ ซึ่งหมายความว่าอาวุธต้องมีขนาดใหญ่ จึงสามารถตัดความเป็นไปได้ของอาวุธชนิดอื่นในคลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกัน เช่น GBU-69B”

    “วิดีโอที่มีการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์แล้วแสดงให้เห็นว่า ขีปนาวุธลูกหนึ่งพุ่งชนอาคารหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใจกลางฐานทัพ” แลร์กล่าว พร้อมกับเสริมว่า แม้ว่าวิดีโอไม่ได้เผยให้เห็นตอนที่ขีปนาวุธพุ่งชนโรงเรียน แต่ “น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีครั้งเดียวกัน และน่าจะมีขีปนาวุธลูกอื่น ๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันถูกยิงมาพร้อมกันด้วย”

    ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธคนอื่น ๆ ที่ CNN ได้ปรึกษา ต่างก็เห็นพ้องกับการประเมินดังกล่าว

    ทั้งนี้ อามีร์ ซาอีด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (6 มี.ค.) ว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. มีพลเรือนอิหร่านเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1,332 คน ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายพันคน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE80IQCLH87CG1NBPH0DY2HPH8Q8R1J&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SReQE8C5mt5ew5s5l3JWv