Category: วัฒนธรรม

  • สงครามพ่นพิษ! ธุรกิจไทยชะงัก-หยุดผลิต เม็ดพลาสติกขาด-เหล็กแพง ก่อสร้างระส่ำ – Spring News

    สงครามพ่นพิษ! ธุรกิจไทยชะงัก-หยุดผลิต เม็ดพลาสติกขาด-เหล็กแพง ก่อสร้างระส่ำ – Spring News

    ฟิล์มพลาสติกที่ใช้ทำซองบรรจุสินค้า มีวัตถุดิบตั้งต้นจาก เม็ดพลาสติก ซึ่งเชื่อมโยงกับต้นทุนพลังงานและอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เมื่อราคาน้ำมันและพลังงานผันผวนจากสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐ อิสราเอล …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-business/digital-marketing/862432&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mXOQ6TxA_-HsJ-LLdRHbI

  • ผู้หญิงแต่ละวัยชอบผู้ชายแบบไหน? งานวิจัยเผยคำตอบเรื่องแรงดึงดูด

    ผู้หญิงแต่ละวัยชอบผู้ชายแบบไหน? งานวิจัยเผยคำตอบเรื่องแรงดึงดูด

    Article

         เพราะความชื่นชอบส่วนบุคคลมักเปลี่ยนไปตามช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นรสนิยม ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่ลักษณะของเพศตรงข้าม จึงได้เกิดคำถามข้างต้น

         ทีมนักวิจัยจาก Kroclaw Medical University ได้ทำการศึกษากับผู้หญิงชาวโปแลนด์ 122 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 19 ถึง 70 ปี โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองจัดอันดับภาพผู้ชายที่มีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งมุมใบหน้า รูปแบบหนวดเครา รูปร่าง และระดับมวลกล้ามเนื้อ ผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสาร Adaptive Human Behavior and Physiology และพบว่าผู้หญิงแต่ละวัยมีรูปแบบความดึงดูดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

    ผู้หญิงอายุน้อย – ชอบผู้ชายแข็งแรง มีมัดกล้าม

         สำหรับผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ให้ความสนใจผู้ชายที่มีรูปร่างแข็งแรงและมีกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความน่าดึงดูด เพราะลักษณะทางกายภาพนี้มักถูกตีความว่าเป็นสัญญาณของสุขภาพที่ดี ความแข็งแรง และความพร้อมในการถ่ายทอดพันธุกรรม

         ในมุมหนึ่ง ความแข็งแรงทางร่างกายยังสะท้อนถึงความสามารถในการปกป้องครอบครัว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผู้หญิงวัยหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยมองหาในคู่รักระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงชีวิตที่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวและการมีลูก

    ผู้หญิงอายุมาก – ชอบผู้ชายที่ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า

         ในทางกลับกัน ผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้นกลับมีแนวโน้มรู้สึกดึงดูดใจกับผู้ชายที่มีหนวดเคราและรูปร่างผอมเพรียวมากกว่า โดยนักวิจัยอธิบายว่า หนวดเครามักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ใหญ่ วัยวุฒิ และสถานะบางอย่างในสังคม จึงอาจเป็นลักษณะที่ผู้หญิงวัยนี้ให้ความสำคัญมากขึ้น

         ผลการศึกษาระบุว่า ผู้หญิงอายุมากกว่ามักจัดอันดับให้ผู้ชายที่มีหนวดเคราเต็มใบหน้าว่าน่าดึงดูดมากกว่าผู้ชายที่เกลี้ยงเกลา เพราะหนวดเคราช่วยเสริมภาพลักษณ์ของความเป็นชายและประสบการณ์ชีวิต

         ขณะเดียวกัน รูปร่างที่ผอมเพรียวหรือมีกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยอาจสะท้อนถึงสุขภาพที่ดีและดูเข้าถึงง่าย ในทางตรงกันข้าม ผู้ชายที่มีกล้ามเนื้อใหญ่และแข็งแรงมากอาจถูกมองว่าดูแข็งกร้าวหรือคุกคามมากเกินไปสำหรับผู้หญิงวัยสูงขึ้น

    เมื่ออายุมากขึ้น สิ่งที่มองหาในคู่รักก็เปลี่ยนไป

         นักวิจัยอธิบายว่า ผลลัพธ์นี้สอดคล้องกับแนวคิด “Grandmother Hypothesis” เมื่อผู้หญิงมีอายุมากขึ้น ความสนใจจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการมองหาคู่ที่เหมาะสมต่อการมีลูก ไปสู่การดูแลครอบครัวและลูกหลานมากขึ้น

         เมื่อความกังวลเรื่องการสืบพันธุ์ลดลง ปัจจัยอย่างความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ หรือสถานะทางสังคม จึงอาจกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าความแข็งแรงทางร่างกายเพียงอย่างเดียว

    ลักษณะผู้ชายที่ดึงดูดใจผู้หญิงในแต่ละวัย

    ผู้หญิงอายุน้อยกว่า

    • ผู้ชายใบหน้าสะอาด เกลี้ยงเกลา
    • รูปร่างแข็งแรง มีกล้ามเนื้อชัดเจน

    ผู้หญิงอายุมากกว่า

    • ผู้ชายที่มีหนวดเครา
    • รูปร่างผอมเพรียว หรือมีกล้ามเนื้อเล็กน้อย

         ผลการศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความน่าดึงดูด” ไม่ได้มีสูตรตายตัว แต่เปลี่ยนไปตามช่วงวัยและประสบการณ์ชีวิตของแต่ละคน ทำให้ภาพของผู้ชายในอุดมคติของผู้หญิงแต่ละวัยแตกต่างกันออกไปอย่างน่าสนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gqthailand.com/article/women-attraction-men-age-study&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EUqKRqG3wHX3_nGkf5D98

  • เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    “เนชั่น กรุ๊ป” หนุนโอกาสทางการศึกษา มอบทุนบุตรพนักงานต่อเนื่องปีที่ 37

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    เนชั่น กรุ๊ป จัดพิธีมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงาน ประจำปีการศึกษา 2568 เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวพนักงาน โดยมี คุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คุณณัฐวรา แสงวารินทร์ กรรมการบริหาร และ คุณเอี่ยมศรี บุญหชัยรัตน์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบทุน ณ อาคารเนชั่น

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    โครงการทุนการศึกษาบุตรพนักงานเนชั่น ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2531 ตลอดระยะเวลา 37 ปี ได้มอบทุนการศึกษาให้กับบุตรพนักงานแล้วหลายพันทุน และในปีนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับทุนรวมทั้งสิ้น 112 ทุน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษา ภายในงานมีบุตรหลานพนักงานและผู้ปกครองเข้าร่วมรับทุนอย่างอบอุ่น ท่ามกลางความภาคภูมิใจของครอบครัวพนักงานเครือเนชั่น

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    คุณฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เนชั่น กรุ๊ป เน้นย้ำถึงความสำคัญของผลการศึกษาในฐานะตัวชี้วัดเบื้องต้นว่า “ผลการศึกษาอาจไม่ได้เป็นตัวชี้วัดอนาคตในการทำงานทั้งหมด แต่เป็นเครื่องชี้วัดสำคัญเมื่อเราก้าวสู่โลกการทำงานจริง ว่าเรามีความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และมีระเบียบวินัยมากน้อยเพียงใด”

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    พร้อมกันนี้ ได้ให้แง่คิดในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยว่า “การศึกษาหาความรู้ในวันนี้ง่ายและสะดวกกว่าสมัยก่อนมาก เราไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องสมุด แต่สามารถเรียนรู้ย้อนหลังผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกที่ จึงอยากให้น้อง ๆ ขวนขวายและใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” 

    เนชั่น กรุ๊ป สานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาบุตรพนักงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    นอกจากนี้ คุณฉายยังได้ให้ข้อคิดถึงความสำคัญของระเบียบวินัยในการดำเนินชีวิต โดยอยากให้เยาวชนมองเห็นถึงความตั้งใจขององค์กรที่พร้อมสนับสนุนอนาคตของทุกคน มากกว่าการมองว่าเป็นเพียงสวัสดิการตามระเบียบปฏิบัติ พร้อมย้ำว่า การตอบแทนโอกาสนี้ได้ดีที่สุด คือการตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและรักษาวินัยอย่างสม่ำเสมอ พร้อมฝากถึงผู้ปกครองให้ร่วมกันผลักดันและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ปลูกฝังความมุ่งมั่นและระเบียบวินัยในการเรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนเติบโตอย่างมีศักยภาพ เป็นบุคลากรคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/pr-news/pr-news/739221&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_egOqMzZpVw9-ZI7sdw6S

  • “สมัชชาการศึกษาจังหวัดสงขลา”จัดเวทีสัมมนาทิศทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ | เดลินิวส์

    “สมัชชาการศึกษาจังหวัดสงขลา”จัดเวทีสัมมนาทิศทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุมโรงแรมลากูน่า แกรนด์ โฮเทล แอนด์ สปา สงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา สมัชชาการศึกษาจังหวัดสงขลา ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร คณะกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา จัดโครงการสัมมนาทิศทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อพัฒนาความมั่นคงของประเทศ เรื่อง “การศึกษาสงขลากับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน” โดยมี นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.กมล รอดคล้าย ประธานกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา, นายเอกราช ชวีวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการในตำแหน่งศึกษาธิการภาค 5, นายทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ตลอดจนผู้บริหารคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา บุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมถึงคณะผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้าร่วมกว่า 150 คน

    นางสาวชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา ในฐานะเลขานุการสมัชชาการศึกษาจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ด้านการศึกษา กำหนดวิสัยทัศน์ และวางยุทธศาสตร์ในการใช้การศึกษา เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ สร้างสรรค์นวัตกรรม และแก้ไขปัญหาของพื้นที่และประเทศชาติอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดสงขลาให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของจังหวัดสงขลาและประเทศไทย

    สำหรับวัตถุประสงค์สำคัญของโครงการ ได้แก่ 1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับบทบาทของการศึกษาในการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองสงขลาให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. เพื่อวิเคราะห์และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันและอนาคต อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ ทั้งด้านเทคโนโลยี ทรัพยากรมนุษย์ และคุณภาพชีวิตของประชาชน 3. เพื่อส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ในการใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างนวัตกรรมและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน

    การดำเนินงานของโครงการประกอบด้วยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การระดมความคิดเห็น และการพัฒนาแนวคิดโครงการนวัตกรรมเชิงพื้นที่ โดยคณะผู้จัดงานคาดหวังว่าการสัมมนาครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวคิดนวัตกรรมต้นแบบ และการสร้างกลไกความร่วมมือที่เข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในจังหวัดสงขลาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
    .
    โอกาสนี้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภาคใต้ โดยมีสถาบันอุดมศึกษาสำคัญหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของภูมิภาค พร้อมกันนี้ จังหวัดสงขลายังขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองในหลากหลายมิติ ภายใต้นโยบาย “เสน่ห์สงขลา” ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารของยูเนสโก การพัฒนาเมืองกีฬา (Sports City) การส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการพัฒนาเมืองเก่าซิงกอร่าและพื้นที่ประวัติศาสตร์หัวเขาแดง เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองมรดกโลกในอนาคต

    นอกจากนี้ จังหวัดสงขลายังมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ (MICE City) โดยมีศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นสถานที่รองรับการจัดงานขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของจังหวัดในฐานะศูนย์กลางด้านการศึกษา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5677002/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3doyVEDGz6ewzJ98P2z1v9

  • ตำรวจเตือน กลลวงใหม่มิจฉาชีพ อ้างให้ทุนการศึกษา หลอกโอนเงิน

    ตำรวจเตือน กลลวงใหม่มิจฉาชีพ อ้างให้ทุนการศึกษา หลอกโอนเงิน

    สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเป้าหลอกลวงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษา โดยแอบอ้างให้ทุนการศึกษา เพื่อหลอกให้โอนเงิน

    ล่าสุด “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ที่มุ่งเป้าหลอกลวงกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน และนักศึกษา โดยแอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานหรือ โครงการให้ทุนการศึกษา เพื่อหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า

    ตำรวจเตือน กลลวงใหม่มิจฉาชีพ อ้างให้ทุนการศึกษา หลอกโอนเงิน
     

    กลุ่มมิจฉาชีพ มักติดต่อผ่านโทรศัพท์หรือช่องทางออนไลน์ อ้างว่าผู้เสียหายได้รับสิทธิทุนเรียนต่อ พร้อมใช้คำพูดหว่านล้อม สร้างความน่าเชื่อถือ และให้ความหวังว่าจะได้รับทุนการศึกษา ก่อนจะออกอุบายให้รีบโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียม หรือค่ารักษาสิทธิ และเร่งรัดไม่เปิดโอกาสให้ตรวจสอบข้อมูล

    ตำรวจเตือน กลลวงใหม่มิจฉาชีพ อ้างให้ทุนการศึกษา หลอกโอนเงิน

    เจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชน “เช็กก่อนเชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวง หรือสงสัยว่าอาจตกเป็นเหยื่อ สามารถสอบถามหรือแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1441 ศูนย์ AOC ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1224674&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3j2y52laexfKAsP5ImBI-q

  • เชฟรอน หนุนสมาคมการประมงฯเสริมโอกาสการศึกษา

    เชฟรอน หนุนสมาคมการประมงฯเสริมโอกาสการศึกษา

    เศรษฐกิจ

    เชฟรอน หนุนสมาคมการประมงฯเสริมโอกาสการศึกษา

    วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.15 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เชฟรอน หนุนสมาคมการประมงฯเสริมโอกาสการศึกษา

     เชฟรอนสนับสนุนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เสริมโอกาสทางการศึกษาและความปลอดภัยแก่ครอบครัวชาวประมง

    บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน นำโดย นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้แทนมอบงบประมาณสนับสนุนแก่สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย โดยมี นายพิชัย แซ่ซิ้ม นายกสมาคมการประมงสมุทรปราการ , นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม , ดร.สุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา และ นายพรศักดิ์ แย้มกลิ่น นายกสมาคมประมงระยอง  ร่วมเป็นผู้แทนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยรับมอบ เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมง และสนับสนุนการจัดซื้อชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับลูกเรือประมงในจังหวัดต่างๆ

    บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน ให้การสนับสนุนสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวชาวประมงทั่วประเทศ โดยในปีนี้ ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 900,000 บาท สมทบโครงการทุนการศึกษาสำหรับบุตรชาวประมงผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปีการศึกษา 2569 มอบโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมงตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และ ปวช. รวมถึงแสดงความชมเชยนักเรียนที่เรียนดีและมีความประพฤติดี เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต

    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 200,000 บาท ในการจัดซื้อชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับลูกเรือประมง เพื่อมอบให้กับเรือประมงตามจังหวัดต่างๆ มุ่งเสริมสร้างความพร้อมด้านความปลอดภัยให้กับลูกเรือที่ปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายกลางทะเล โดยการสนับสนุนครั้งนี้นับเป็นปีที่ 15 ของเชฟรอน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนประมงทั่วประเทศ

    ทั้งนี้ ภาคการประมงนับเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของประเทศไทย ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และความมั่นคงทางอาหาร เชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน ได้แก่ บริษัท มิตซุย เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ คัมปะนี ลิมิเต็ด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท พลังโสภณ จำกัด จึงพร้อมร่วมส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็ง ทั้งด้านการศึกษา ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของชุมชนประมงไทย ด้วยความเชื่อมั่นว่า พลังคนและพลังความร่วมมือที่แข็งแกร่ง จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคง 

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/economy/468792&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KS6ggW_-AsVfOmDpQbvqZ

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D583590&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QJZ3mfgB2ZwfHUEGOyVc-

  • คุรุสภาอนุมัติตั๋วครูจบนอก 311 คน พร้อมจ่อใช้ ตั๋วครูใบเดียว ทั่วประเทศ

    คุรุสภาอนุมัติตั๋วครูจบนอก 311 คน พร้อมจ่อใช้ ตั๋วครูใบเดียว ทั่วประเทศ

    วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.47 น.

    เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ครั้งที่ 3/2569 โดยมีคณะกรรมการคุรุสภา และ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุม 

    ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า ที่ประชุมเห็นชอบการรับรองคุณวุฒิ เพื่อการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กรณีสำเร็จการศึกษา จากต่างประเทศ ของผู้ยื่นคำขอรับรองคุณวุฒิฯ ตามประกาศคุรุสภา เรื่อง การรับรองคุณวุฒิ เพื่อการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู กรณีสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ พ.ศ. 2566 จำนวน 311 ราย และที่ประชุมเห็นชอบหลักการในหลักเกณฑ์แนวทางการพัฒนาการทดสอบด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู เห็นชอบ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการคุรุสภา เรื่อง  หลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. 

    บอร์คุรุสภา

    โดยให้นำประสบการณ์ปฏิบัติงานสอนของครูผู้ช่วย มามีส่วนในการพิจารณา ในการรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ ซึ่งเป็นการนำคะแนนประเมินภาคปฏิบัติ จากต้นสังกัดมารวมกับคะแนนสอบ หากได้เกิน 60 % ก็สามารถรับใบอนุญาตฯได้ทันที แต่จะมีการกำหนดระยะเวลา เช่น ถ้าทำงาน 2 ปี ใช้ประกอบการพิจารณาได้ไม่เกิน 20% ทำงาน 3-4 ปี ใช้ได้ 30

    “แนวทางดังกล่าว จะตอบโจทย์การทำงานของครูหลายกลุ่ม โดยเฉพาะครูการศึกษาพิเศษ ซึ่งคะแนนส่วนนี้มีความสำคัญมาก แทนที่จะใช้คะแนนสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ เพียงอย่างเดียว ส่วนจะเหลือใบอนุญาตฯกี่ใบนั้น ยังไม่ได้ข้อสรุป ต้องรอความชัดเจนภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้  เรื่องการทบทวนการสอบใบอนุญาตฯ ทั้งระบบ ว่าจะให้จบตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของกลุ่มแพทย์  ซึ่งจะมีการสอบตามบำดับชั้นปี ตั้งแต่สถาบันการผลิต หากใช้แนวทางนี้ มหาวิทยาลัยและคุรุสภา ต้องทำงานใกล้ชิดสอดคล้องกัน เพื่อให้สามารถผลิตครูได้ตรงตามความต้องการอย่างแท้จริง  การพัฒนาควรจะต้องจบภายในมหาวิทยาลัย ไม่ใช้ออกมาแล้วยังต้องลุ้นว่าจะได้รับใบอนุญาตฯหรือไม่” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    บอร์คุรุสภา

    รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบแนวทางการดำเนินงานการพัฒนาการทดสอบด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู และมอบสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยมีข้อเสนอเพื่อการพัฒนาคุณภาพการผลิตครูเชิงระบบเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วย 9 ประเด็น อาทิ การปรับปรุงคุณภาพการคัดเลือกผู้เรียนที่จะเข้าเรียนในสถาบันผลิตครู, การตรวจสอบความพร้อมและมาตรฐานของสถาบันผลิตครู, การตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรการผลิตครู, การตรวจสอบคุณภาพของอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร  ผู้สอนของสถาบันผลิตครู เป็นต้น 

    บอร์คุรุสภา

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/952022&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S92cHVZM0wGao508fU7wc

  • ธ.ก.ส. จัดประชุมบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับขีดความสามารถ เศรษฐกิจฐานรากสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    ธ.ก.ส. จัดประชุมบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับขีดความสามารถ เศรษฐกิจฐานรากสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    ธ.ก.ส. จัดประชุมบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือเพื่อยกระดับขีดความสามารถ เศรษฐกิจฐานรากสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

    วันนี้, 13:23น.

         คณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายกษาปณ์ เงินรวง กรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยนายพิสุทธิ์ จันทรสุรินทร์ กรรมการ ธ.ก.ส. นางสาวลดาวัลย์ คำภา ผู้ทรงคุณวุฒิ นางสาวไข่มุก จูงใจจารุมาศ รองผู้จัดการ  ธ.ก.ส. และนายเกียรติศักดิ์ พระวร ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. เข้าร่วมการประชุมบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อยกระดับขีดความสามารถเศรษฐกิจฐานรากสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Synergy for Sustainability: Empowering the Local Economy) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความเข้มแข็งและยั่งยืน โดยเริ่มจากการ บูรณาการองค์ความรู้ สร้างพื้นที่กลางในการแลกเปลี่ยนโมเดลความสำเร็จจากภาคีเครือข่าย เพื่อนำไปปรับใช้กับการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ การยกระดับขีดความสามารถเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตร โดยมุ่งเน้นการเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การพัฒนาชุมชนให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้แทนจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  กรมส่งเสริมการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) คณะผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วม เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมรวยเพชร โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/159888&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Wa8LDIvUq0etweuUaBgQ-

  • โอกาสมาแล้ว! เกาหลีรับสมัครชายไทยทำงาน 1,900 คน

    โอกาสมาแล้ว! เกาหลีรับสมัครชายไทยทำงาน 1,900 คน

    โอกาสมาถึงแล้วเปิดสมัครชายไทย 1,900 คน ทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะทำงาน ด้านก่อสร้าง เกษตร ปศุสัตว์ รีบสมัครด่วนผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันนี้ – 13 มี.ค. นี้

    11 มี.ค.2569 – นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยการการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดรับสมัครทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน (Point System) ครั้งที่ 17 สำหรับประเภทกิจการที่เปิดรับสมัครในครั้งนี้ จำนวน 1,900 คน ได้แก่ กิจการก่อสร้าง จำนวน 400 คน และกิจการเกษตร/ปศุสัตว์ จำนวน 1,500 คน เพื่อเสนอให้นายจ้างพิจารณาคัดเลือกไปทำงานในสาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ระบบการจ้างแรงงานต่างชาติ (EPS) โดยผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ toea.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 9 – 13 มีนาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร เพศชาย อายุระหว่าง 18 – 39 ปี (ผู้ที่เกิดระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2529 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2551) ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สายตาไม่บอดสี ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง และไม่เป็นโรคที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน หรือเป็นโรคติดต่อตามที่ทางการเกาหลีกำหนด มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติกระทำผิดทางอาญาหรือเป็นภัยต่อสังคมและความมั่นคง เป็นบุคคลซึ่งไม่ถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ไม่มีประวัติการถูกเนรเทศ หรือเคยถูกปฏิเสธการเข้าสาธารณรัฐเกาหลี หรือเคยกระทำผิดกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี เป็นบุคคลซึ่งไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทุกชนิด ไม่เคยพำนักอาศัยในสาธารณรัฐเกาหลีด้วยวีซ่า E-9 หรือ E-10 หรือวีซ่า E-9 และ E-10 รวมกัน 5 ปี หรือมากกว่า 5 ปีขึ้นไป

    นางสาวอัยรินทร์ กล่าวต่อว่า ผู้สมัครสามารถยื่นใบสมัครผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น และต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบเป็นจำนวนเงิน 930 บาท ผ่านช่องทางการชำระเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ ผู้ผ่านการทดสอบภาษาเกาหลีและทักษะการทำงาน ที่ยื่นใบสมัครไปทํางาน หากได้รับการอนุมัติรายชื่อ เพื่อเสนอนายจ้าง มิได้รับรองว่าจะได้รับการคัดเลือกจากนายจ้างทุกคน กรณีมีนายจ้างคัดเลือกแต่ถูกยกเลิกสัญญาจ้างงาน จากความผิดของนายจ้างจะถูกนำรายชื่อเสนอให้นายจ้างรายใหม่คัดเลือก แต่หากความผิดเกิดจากผู้สมัครจะถูกลบรายชื่อออกจากระบบ หรือกรณีไม่มีนายจ้างคัดเลือกภายใน 1 ปี กรมการจัดหางานจะต่ออายุบัญชีรายชื่อให้ปีที่ 2 โดยไม่ต้องสมัครทดสอบภาษาเกาหลีใหม่ ทั้งนี้ กรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบ ในวันที่ 8 เมษายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ www.facebook.com/epstoea, www.hrdkoreathailand.com, www.doe.go.th/overseas, www.lib.doe.go.th ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/general-news/961040/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UkRfB89l37NeWNjBsDVH5