ไทยกับการเดินทางครั้งใหม่ OECDจุดเปลี่ยนประเทศไทย
ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ทำไมเราต้องแคร์? OECD คือ อะไร ทำไมคนรุ่นใหม่ต้องสนใจ เคยสงสัยไหมว่า ทำไมชีวิตคนรุ่นเรามันเหมือนเล่นเกมโหมด Hard ตลอดเวลา? ค่าครองชีพพุ่ง การแข่งขันสูง แต่สวัสดิการและคุณภาพชีวิตกลับดูเหมือนจะโตไม่ทัน… คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ “มาตรฐาน” ของประเทศเรา และตอนนี้ไทยกำลังจะกระโดดเข้าสู่ OECD ซึ่งอาจเป็น “Cheat Code” สำคัญที่จะเปลี่ยนอนาคตพวกเราไปตลอดกาล!
OECD คืออะไร?
OECD (Organisation for Economic Co-operation and Development) คือ “องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา” หรือที่หลายคนเรียกว่า “คลับประเทศที่พัฒนาแล้ว” สมาชิกส่วนใหญ่เป็นประเทศตัวท็อปอย่าง ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อเมริกา และประเทศในยุโรป
การจะเข้ากลุ่มนี้ได้ ไม่ใช่แค่มีเงิน แต่ต้องมี “ระบบการจัดการ” ที่โปร่งใส ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพระดับโลกด้วย!
ส่องความคืบหน้า: ไทยไปถึงไหนแล้ว?
ปี 2024-2026 คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ เมษายน 2024 ไทยยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงอย่างเป็นทางการ ธันวาคม 2025 นายกรัฐมนตรีส่ง Initial Memorandum (บันทึกเบื้องต้น) เพื่อประเมินความพร้อมและปรับปรุงกฎหมายไทยให้เท่าสากล เป้าหมายใหญ่ รัฐบาลตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกเต็มตัวภายในปี 2030
วิเคราะห์ SWOTไทยในสมรภูมิ OECD
ไทยมีจุดแข็งที่อยู่บนทำเลทอง เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน มีโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลค่อนข้างพร้อม มีความเป็นกลางทางการเมือง จึงมีโอกาส ที่จะดึงดูดเงินลงทุนคุณภาพสูงจากต่างชาติ และใช้โอกาสนี้ยกระดับมาตรฐานทางการศึกษาและสิ่งแวดล้อม จุดที่ยังเป็นปัญหา ของไทยคือ ปัญหาคอร์รัปชันที่ยังฝังรากลึกในระบบ ทุนผูกขาดในหลายอุตสาหกรรม คุณภาพการศึกษาที่มีคะแนน PISA ลดลง เป็นรัฐที่ยังมีกฎระเบียบที่ล้าหลัง ( ด้วยเหตุนี้ไทยจึงต้องปรับปรุงกฎหมายครั้งใหญ่เพื่อการนี้ ) ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยทำให้ขาดแคลนแรงงานคนรุ่นใหม่ และปัญหาที่ทุกคนอาจเผชิญอยู่ หนี้ครัวเรือนประเทศไทยยังสูงมาก
ทำไม Gen Y – Gen Z ต้องสนใจ? (นี่แหละเรื่องของเรา!)
หลายคนอาจคิดว่า “มันไกลตัว” แต่จริงๆ แล้ว OECD คือเรื่องของ “อนาคตที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่”
Work-Life Balance และสวัสดิการ OECD เน้นเรื่องความเหลื่อมล้ำและความยุติธรรมทางสังคม การเข้าเป็นสมาชิกจะบีบให้รัฐบาลต้องปรับปรุงสวัสดิการ ระบบภาษีที่เท่าเทียม และการคุ้มครองแรงงานให้ดีขึ้น
โอกาสงานระดับโลก เมื่อมาตรฐานธุรกิจไทยเท่าสากล บริษัทข้ามชาติจะหลั่งไหลเข้ามา งานที่ใช้ทักษะสูง (High-skilled jobs) จะเพิ่มขึ้น ไม่ต้องทนทำงาน Routine เงินเดือนน้อยอีกต่อไป
การศึกษาที่ไม่ใช่แค่ท่องจำ OECD คือผู้จัดทำ PISA การเข้าร่วมจะเร่งให้ไทยต้องปฏิรูปการศึกษา เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Gen Z เรียกร้องมาตลอด
โลกสีเขียวที่ไม่ใช่แค่คำพูด: นโยบายสิ่งแวดล้อมของ OECD เข้มงวดมาก ไทยจะต้องเอาจริงเรื่อง Net Zero และอากาศสะอาด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพเราโดยตรง
“ถ้าเราอยากเห็นประเทศไทยที่เป็นเหมือนประเทศที่เราไปเที่ยวแล้วประทับใจ การเข้า OECD คือการเซตระบบหลังบ้านให้ไทยกลายเป็นแบบนั้น”
บทสรุปของการเดินทางครั้งใหม่ของไทย
การเข้า OECD ไม่ใช่แค่เรื่องของนักการเมืองหรือเจ้าสัว แต่มันคือการ “Upgrade OS” ของประเทศไทย ถ้าเราทำสำเร็จ เราจะไม่ได้เป็นแค่ ‘ประเทศกำลังพัฒนา’ ที่วนเวียนอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง แต่จะเป็นประเทศที่คนรุ่นใหม่มองเห็นอนาคต มีความหวัง และอยากสร้างชีวิตที่นี่
มันอาจจะเหนื่อยในช่วงปรับตัว แต่เชื่อเถอะว่า… ผลลัพธ์คุ้มค่ากับอนาคตพวกเราแน่นอน!
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/new-journey-oecd-turning-point-thailand&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wRwLNDXlptLPqprmcUwpJ















วันที่ 13 มี.ค. 2569 ที่ห้องลิลลี่ โรงแรมนิภาการ์เด้น อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรและเกียรติบัตรให้กับนักเรียนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างยิ่งใหญ่ โดยมี นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับผู้สำเร็จการศึกษาจำนวน 1,432 คน โดยมี นายสราวุธ สมบูรณ์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดอาชีวศึกษาในพื้นที่หลายจังหวัดของภาคใต้ตอนบน รวมถึงผู้ปกครองเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง



ดร.บัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ กล่าวว่า ในนามของคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนนักศึกษาทุกคนที่สำเร็จการศึกษาทั้งระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) โดยเชื่อมั่นว่าความรู้และทักษะที่ได้รับจากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี จะสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในสัมมาอาชีพ สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ และที่สำคัญสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ต่อไป




ด้าน นายสราวุธ สมบูรณ์ กล่าวรายงานว่า ปัจจุบันวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี เปิดการเรียนการสอน 3 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และหลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล.บ.) โดยจัดการศึกษา 5 ประเภทวิชา ได้แก่ ประเภทวิชาอุตสาหกรรม ประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และประเภทวิชาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ สำหรับปีการศึกษา 2568 มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. จำนวน 744 คน และระดับ ปวส. จำนวน 688 คน รวมทั้งสิ้น 1,432 คน โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่นของผู้สำเร็จการศึกษาและผู้ปกครองที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่น


