Category: วัฒนธรรม

  • เปิดเงื่อนไขจริง โครงการทหาร “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้? : เช็กข่าวชัวร์

    เปิดเงื่อนไขจริง โครงการทหาร “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้? : เช็กข่าวชัวร์

    Fact Check เปิดเงื่อนไขจริง โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ต้องทำอะไรบ้างถึงได้วุฒิการศึกษา

    ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีการแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่า “เรียนจบ ป.6 สมัครเป็นทหาร 2 ปี การันตีได้วุฒิเทียบเท่า ม.6” ภายใต้โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” ของกองทัพบก ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเพียงเข้ารับราชการทหารก็สามารถได้วุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลายโดยอัตโนมัติ

    ประเด็นดังกล่าวถูกตั้งคำถามว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข่าวปลอม (Fake News) กองบรรณาธิการ Sanook News จึงตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง

    คำถาม

    จริงหรือไม่ที่ผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 6 หากสมัครเป็นทหารกองประจำการ 2 ปี จะได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยอัตโนมัติ ตามที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์?

    การตรวจสอบ

    จากการตรวจสอบข้อมูลกับเพจทางการของกองทัพภาคที่ 1 พบว่า โครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” เป็นนโยบายของกองทัพบกที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาให้กับทหารกองประจำการ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมสามารถ “ยกระดับวุฒิการศึกษาได้ 1 ระดับภายใน 1 ปี” ไม่ใช่การการันตีว่าจะได้วุฒิ ม.6 โดยอัตโนมัติ

    โครงการดังกล่าวใช้วิธีการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างการศึกษานอกระบบ (กศน./สกร.) กับหลักสูตรการฝึกของทหาร พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เรียนผ่านระบบออนไลน์ 100% ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องเรียนและผ่านเกณฑ์การประเมินตามหลักสูตรที่กำหนด

    นอกจากนี้ การได้รับวุฒิการศึกษาจะขึ้นอยู่กับการเรียนจริง การสอบผ่าน และการประเมินผลตามระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ไม่ใช่ได้จากการเป็นทหารเพียงอย่างเดียว

    สำหรับกำหนดการ โครงการเริ่มนำร่องกับทหารกองประจำการผลัดที่ 1/2569 ที่เข้าประจำการวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยตั้งเป้าหมายให้ผู้เข้าร่วมอย่างน้อยร้อยละ 80 สามารถยกระดับวุฒิได้สำเร็จ ซึ่งเป็น “เป้าหมาย” ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์รายบุคคล

    ดังนั้น ข้อความที่สื่อว่า “เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิ ม.6 แน่นอน” จึงเป็นการสื่อสารที่เกินจริง และอาจทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงของโครงการ

    ข้อเท็จจริง

    ข่าวที่ระบุว่า “จบ ป.6 เป็นทหาร 2 ปี ได้วุฒิเทียบเท่า ม.6 โดยอัตโนมัติ” เป็นข้อมูลบิดเบือน ไม่เป็นความจริง เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดโอกาสทางการศึกษา ผู้เข้าร่วมต้องเรียนและผ่านเกณฑ์ตามระบบ จึงจะได้รับวุฒิการศึกษา ไม่ได้การันตีผลลัพธ์ทุกคน

    อ้างอิง

    1. เพจทางการกองทัพภาคที่ 1
    2. ข้อมูลโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” กองทัพบก
    3. คำชี้แจงกองบรรณาธิการ Sanook News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887398/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a8J1_8rp_izgQWVfdT1Z6

  • นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    นายกฯ ดัน ‘แลนด์บริดจ์’ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานบอร์ดศึกษาใหม่

    รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการ “แลนด์บริดจ์” (Land Bridge) อย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดโครงการใหม่อีกครั้ง เพื่อทบทวนความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกำหนดกรอบเวลาศึกษาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน

    โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ทำหน้าที่พิจารณาในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน โลจิสติกส์ ความมั่นคง และผลกระทบในภาพรวม เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบด้านก่อนเดินหน้าโครงการในระยะถัดไป

    ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า การศึกษาครั้งนี้จะไม่พิจารณาเฉพาะผลตอบแทนทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงบริบทโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าโลก รวมถึงปัจจัยด้านพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ของโครงการในระยะยาว

    ขณะที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการทบทวน “สมมติฐานเดิม” ของโครงการ เนื่องจากสถานการณ์โลกในปัจจุบันมีความผันผวนสูง ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ และแนวโน้มการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

    ทั้งนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นหนึ่งในเมกะโปรเจกต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการขนส่งสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค

    ในเชิงเศรษฐกิจ รัฐบาลประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารสดที่ต้องอาศัยความรวดเร็วในการขนส่ง รวมถึงสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และกระตุ้นการจ้างงานในพื้นที่

    อย่างไรก็ตาม แม้โครงการจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อกังวลในบางประเด็น ทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน และจะมีการสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อสร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/658230&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25amwJFBfXOQbQdiRyC17Q

  • นายกฯ เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาขีดเส้น 90 วัน ปัดข้อครหาเอื้อนายทุน ย้ำยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

    นายกฯ เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ตั้ง ‘เอกนิติ’ นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาขีดเส้น 90 วัน ปัดข้อครหาเอื้อนายทุน ย้ำยึดผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง

    วันนี้ (4 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ระหว่าง วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้มีความขัดแย้งหรือเป็นปัญหาแต่อย่างใด เป็นเพียงการสื่อสารในต่างกรรมต่างวาระเท่านั้น

    เพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรอบด้าน รัฐบาลเตรียมแต่งตั้ง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

    โดยมีเป้าหมายหลักในการพิจารณารายละเอียดทุกมิติ ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าของการลงทุน โลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้า (Cargo) ซึ่งนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การประเมินโครงการนี้จะไม่พิจารณาเพียงแค่ต้นทุนและกำไร แต่ต้องมองภาพรวมถึงความสะดวกสบายและผลสัมฤทธิ์ระดับมหภาค เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยได้กำหนดกรอบเวลาให้เร่งสรุปผลการศึกษาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

    อนุทิน ชี้ให้เห็นว่า ผลการศึกษาโครงการในอดีตถูกจัดทำขึ้นภายใต้สถานการณ์โลกที่แตกต่างจากปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ประเด็นด้านความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกมีความผันผวนสูง ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดผลกระทบจากความขัดแย้งในเวทีโลกให้น้อยที่สุด

    “โครงการแลนด์บริดจ์ไม่ใช่นโยบายที่จะเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยได้ผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา สมัยที่สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น การดำเนินงานในปัจจุบันจึงถือเป็นการสานต่องานอย่างต่อเนื่อง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

    ส่วนกรณีที่ผลสำรวจของนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนในภาคใต้ส่วนใหญ่สนับสนุนโครงการ แต่ยังขาดความเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึกนั้น นายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลที่ต้องเร่งลงพื้นที่สื่อสารให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ส่วนรวมและผลดีที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติ

    และเมื่อสื่อสอบถามถึงกรณีที่อาจมีกลุ่มประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมยื่นหนังสือคัดค้านต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในพื้นที่ อนุทินตอบกลับทันทีว่า ในขณะที่มีผู้คัดค้าน ก็ย่อมมีผู้ที่เห็นด้วย ท้ายที่สุดทุกอย่างจะต้องถูกตัดสินบนพื้นฐานของข้อมูลจากผลการศึกษา ความคุ้มทุน และประโยชน์ใช้สอยที่แท้จริง

    นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชื่อมโยงความสำคัญของโครงการแลนด์บริดจ์เข้ากับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทางอาหาร โดยระบุว่า แม้ประเทศไทยจะไม่มีทรัพยากรน้ำมัน แต่ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญของโลก โครงการนี้จะช่วยพัฒนาระบบการขนส่งอาหารไปยังประเทศปลายทางได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์

    เช่น ปัญหาการปิดช่องแคบฮอร์มุซ หรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางบริเวณช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไทยไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงต้องแสวงหากลไกใหม่ ๆ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากการต้องพึ่งพาผู้อื่น

    ในตอนท้าย เมื่อถูกตั้งคำถามถึงข้อกังวลที่ว่าโครงการแลนด์บริดจ์อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนใหญ่ นายกรัฐมนตรีได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าตลอดระยะเวลา 7-8 ปีของการทำงานการเมือง ตนไม่เคยมีนโยบายเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใด หากสิ่งนั้นไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ

    “เรื่องข้อครหาว่าเอื้อนายทุน ผมได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผมไม่ได้ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง มีแต่ทำให้เขาโกรธหรือขัดใจด้วยซ้ำ จนถึงตอนนี้ผมแทบจะเหลือแค่เพื่อนที่เป็น สส. ด้วยกันแล้ว ส่วนเพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว” อนุทิน กล่าวทิ้งท้าย

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/landbridge-anutin-ekniti-study-90-days/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09Z_g5BAOXcfoY0PuTOf0Q

  • แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    แผนและผลการดำเนินงาน ปี 2569

    ในปี 2569 การไฟฟ้านครหลวงได้มีแผนการดำเนินการกิจกรรมและการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การไฟฟ้านครหลวง (อพ.สธ. – กฟน.) ดังนี้

    –  ให้บริการพิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทย  MEA SPARK แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การไฟฟ้าไทย โดยรวบรวมเรื่องราวการเดินทางของ “แสงแรกแห่งสยามสู่แสงสว่างแห่งความยั่งยืน”  ตั้งอยู่ที่ การไฟฟ้านครหลวงเขตวัดเลียบ ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

      

    –  บำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า อาคาร อพ.สธ. สวนจิตรลดา จำนวน 2 ครั้ง  ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม 2569

    –  บำรุงรักษาเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าบริเวณ เกาะแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 2 ครั้ง  ในเดือน มิถุนายน และ ธันวาคม 2569

    –  ดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมให้เจ้าของอาคารเกิดแรงจูงใจในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและคุณภาพอากาศได้มาตรฐาน”  MEA ENERGY AWARDS 

    –  ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันดูแลผืนป่าและส่งเสริมอาชีพให้คนอยู่ร่วมกับป่า ภายในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และ น่าน จำนวน 5,000 ไร่ และ ร่วมกับฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดทำแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง MEA’s Model รวมเป็นระยะทาง 2,200 เมตร และปลูกป่าชายเลนและพื้นฟูอย่างต่อเนื่องทุกปี

     

    ร่วมกับสถานศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ  โดยเน้นการศึกษารอกตำราในด้านการอนุรักษ์พลังงาน การจัดการพลังงานที่ดี ใช้พลังงานและทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดการนำเข้าพลังงานสิ้นเปลืองแล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต ภายใต้การดำเนินงาน Energy Mind Award Season 2

    –  ดูแลและส่งเสริมการดำเนินงานของ อพ.สธ. – กฟน. เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mea.or.th/sdgs-csr/plant-genetic-conservation/QmxWVVSP/Mx9qsgJDr&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3C0QsJJrW3PpnRzWpxlS1Z

  • วัดบึง ออกแถลงการณ์! ข่าวพระแอบแซ่บสามีชาวบ้าน ยันไม่ใช่พระสังกัด-พ้นวัดไปนานแล้ว

    วัดบึง ออกแถลงการณ์! ข่าวพระแอบแซ่บสามีชาวบ้าน ยันไม่ใช่พระสังกัด-พ้นวัดไปนานแล้ว

    วัดบึง ออกแถลงการณ์! ข่าวพระแอบแซ่บสามีชาวบ้าน ยันไม่ใช่พระสังกัด-พ้นวัดไปนานแล้ว

    วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 09.45 น.

    วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ทนายพัฒน์ เมียหลวง2026” โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “สาวร้องสามีไปเป็นชู้กับพระวัดดัง 23 ปีไม่มีความหมาย อึ้งขออยู่ 3 คนผัวเมีย ตอนนี้เธอพร้อมเดินหน้าลุย เก็บข้าวของออกจากบ้านเรียบร้อย พร้อมด้วยเงิน 6,000 บาท หวังสู้ดาบหน้า เพราะที่บ้านให้ความช่วยเหลือไม่ได้”นั้น

    ล่าสุด  เพจเฟซบุ๊ก “ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา” เผยแพร่แถลงการณ์ของ วัดบึง พระอารามหลวง

    แถลงการณ์ เรื่อง พระภิกษุที่ปรากฏในข่าวไม่เกี่ยวข้องกับวัด

    ตามที่ปรากฎเป็นภาพข่าวตามสื่อออนไลน์ ลงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 กรณีพระภิกษุรูปหนึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสามีของหญิงทั้งผู้เสียหายตามที่เป็นข่าว และมีการกล่าวอ้างชื่อของวัดในข่าวนั้น

    ทางวัด ขอชี้แจ้งให้ทราบว่า พระภิกษุรูปดังกล่าว เป็นเพียงพระอาคันตุกะที่มาขอรับการศึกษาเล่าเรียนช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มิได้เป็นพระภิกษุที่สังกัดวัดแต่ประการใด และได้ออกจากวัดไปตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2568 จนถึงปัจจุบัน การกระทำและพฤติกรรมของพระภิกษุรูปดังกล่าว จึงไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับวัดทั้งสิ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/962199&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13E_Y-B4bIyB1k7zCMvp8v

  • ซื้อเวลาแลนด์บริดจ์ ‘อนุทิน’ตั้ง‘เอกนิติ’ปธ.ศึกษาใน90วันอ้างเคยหาเสียงปี62

    ซื้อเวลาแลนด์บริดจ์ ‘อนุทิน’ตั้ง‘เอกนิติ’ปธ.ศึกษาใน90วันอ้างเคยหาเสียงปี62

    “อนุทิน” ตั้ง “เอกนิติ” ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ทุกมิติใน 90 วัน ชี้เคยใช้หาเสียงตั้งแต่ปี 2562 แต่ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยนไป ลั่นต้องยืนบนลําแข้งตัวเอง เลิกกินน้ำใต้ศอกใคร “พิพัฒน์” ยัน 8 พ.ค.ลงพื้นที่ชุมพร-ระนองตามเดิม “สิริพงศ์” คาดปีนี้คลอด พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ได้ “เพื่อไทย” ชงทำเป็นเฟส 2 ดันรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยเสียบแทน “สว.นรเศรษฐ์” บอกโครงการดีจริงพิพัฒน์ต้องกล้ามาตอบกระทู้ “กลุ่มกรีนพีซ” โผล่มารวบรวมชื่อค้าน

    เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย (จังหวัดชุมพร) และอันดามัน (จังหวัดระนอง) หรือโครงการแลนด์บริดจ์

    โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตอบสั้นๆ ก่อนประชุมพรรคภูมิใจไทยถึงความคืบหน้าโครงการว่า “เดี๋ยวประชุมพรรคก่อน” และเมื่อถามอีกว่ามีประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยื่นคัดค้าน รัฐบาลจะทําอย่างไร นายกฯ ตอบว่า เดี๋ยวจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อศึกษาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

    ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า จะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษาและเร่งสรุปผลการศึกษากลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาอยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงานและความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หายุทธศาสตร์อะไรต่างๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้  และถ้าจะมีผลกระทบก็ให้มีน้อยที่สุด

    เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติเพื่อให้ศึกษารูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ดูทุกรูปแบบทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเรื่องการคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูทั้งเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ และให้นายเอกนิติเป็นคนเลือกหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาร่วมศึกษา

    เมื่อถามว่า ภายใน 90 วันจะไฟนอลแล้วหรือไม่ จะไม่มีการศึกษาอะไรเพิ่มเติมจากนี้หรือ นายอนุทินตอบว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทยหรือแฟนๆ พรรคต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 อยู่ในแผนการหาเสียงปี 2562 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็น รมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้วก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาและตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน

    เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพลระบุว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์เท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวมของประเทศ

    ถามว่า มีประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดจะยื่นหนังสือคัดค้านกับ สส.ในพื้นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทินตอบว่า “ครับ ก็มีคนเห็นด้วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีประโยชน์ใช้สอยทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่เคยพูด เราไม่มีน้ำมันแต่เรามีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า”

    เซ็งกินน้ำใต้ศอกตลอด

    นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นที่เราพูดกันตอนปี 2562 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่าเราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจอะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ำใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง

    ถามอีกว่า มีข้อห่วงใยเรื่องการดําเนินการว่าอาจไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า เอาแค่ตรงนี้ก่อนดีกว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ไม่เคยเห็นเอื้อใครสักที เข้ามา 7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาๆ ทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทําให้เขาโกรธ เพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อเอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว

    ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ยืนยันที่จะลงพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกมิติในโครงการแลนด์บริดจ์ ตามกำหนดเดิมวันที่ 8 พ.ค.นี้ และยืนยันว่าแม้จะมีประชาชนเตรียมยื่นหนังสือคัดค้านก็ไม่เป็นไร รับฟังทุกคน

    ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรฯ ก็ระบุว่าจะเตรียมนำคณะลงพื้นที่กับนายพิพัฒน์

    ส่วนนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึงข้อสังเกตที่ฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลเร่งรีบดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า  เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่าจะเก็บค่าผ่านทางสินค้าในพื้นที่ช่องแคบ และสถานการณ์ความไม่สงบที่ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ รัฐบาลจึงต้องนำเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมาเพื่อดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุน

    “สถานการณ์โลกมีการพูดถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าที่เป็นทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเรื่องนี้รัฐบาลจึงเห็นสมควรหยิบยกมาพูด เพราะการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ต้องใช้เวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) และอีกหลายขั้นตอนที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปีจะแล้วเสร็จ” นายสิริพงศ์ระบุ

    ถามถึงกรณีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ระบุว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มทุนทางเศรษฐกิจและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์กล่าวว่า มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานตัวเลขด้านความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นทางการเงินหรือทางเศรษฐศาสตร์ออกมา และหน่วยงานราชการก็ไม่ได้ทำลำพัง เพราะมีบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำของโลกเข้ามาพูดคุย ส่วนจะคุ้มทุนหรือไม่นั้น มีภาคธุรกิจ บริษัทเอกชนเข้ามาลงทุนด้วย ดังนั้นจะสามารถประเมินได้ ไม่ใช่รัฐบาลออกมาบอกว่าดีอย่างเดียว เพราะบริษัทเอกชนสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ ตัวเลขสามารถตอบได้เพราะเป็นวิทยาศาสตร์

     “โครงการขนาดใหญ่มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ ออกมาตรการเพื่อให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการของโครงการนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) เพื่อกำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ และกฎระเบียบต่างๆ ในการดำเนินการโครงการนี้” นายสิริพงศ์ระบุ

    คาดปีนี้คลอด พ.ร.บ.SEC

    เมื่อถามว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องเงินลงทุนที่สูงเกินสำหรับการสร้างท่าเรือ 2 ท่า นายสิริพงศ์กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้เป็นการประมาณการ ว่าในโครงการทำทั้งท่าเรือ ระบบล้อ ระบบราง และระบบท่อ อยู่ที่ประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณ เพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ซึ่งตัวเลขต่างๆ จะนำมาใช้พิจารณาเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะเป็น PPP ในลักษณะใด

    เมื่อถามว่า ไทม์ไลน์ในปี 2573 จะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้เลยหรือไม่ นายสิริพงศ์ระบุว่า อันดับแรกต้องผลักดัน พ.ร.บ.SEC ให้เกิดขึ้นก่อน จากนั้นจะเป็นกระบวนการต่างๆ ซึ่งจากไทม์ไลน์ที่หน่วยงานให้มาคาดว่าภายในปีนี้ พ.ร.บ.SEC ก็เดินหน้าได้

    ถามว่า ทุกอย่างจะครอบคลุมทั้งการศึกษาและการลงทุนใช่หรือไม่ นายสิริพงษ์กล่าวว่า เรื่องเงินลงทุนเป็นการลงทุนในลักษณะ PPP โดยเงื่อนไขก็มีการปรับเปลี่ยนมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งแต่ก่อนมีการถามว่าเป็นการเช่าโครงการ 99 ปีหรือไม่ แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่าจะเช่า 50 ปี ซึ่งรัฐบาลฟังเสียงของประชาชนที่ทักท้วงและท้วงติง ดังนั้น พ.ร.บ.SEC ฉบับนี้มาจากการฟังจากประชาชนด้วย

    ด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล ที่ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วย แต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์เท่าไหร่ ว่านี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงข้อมูลมากยิ่งขึ้น

     “นายกฯ ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” น.ส.รัชดาระบุ

    น.ส.รัชดากล่าวอีกว่า มีนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกันคือ  โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย และอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งภาครัฐให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

     “นายกฯ เน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ”น.ส.รัชดากล่าว

    เด็ก พท.ชงทำรถไฟแทน

    นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า มีงานวิชาการหลายชิ้นประเมินว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่า เพราะขนถ่ายสินค้าขึ้นลงเรือ 2 ครั้ง โดยใช้ขบวนรถไฟจำนวนมาก หากไทยจะทำโครงการเชื่อมมหาสมุทร 2 ฝั่ง ควรทำเป็นระบบคลองลอย เหมือนคลองปานามาหรือต้องขุดคลองจริงๆ จึงเสนอให้ทำแลนด์บริดจ์เป็นเฟสที่ 2 เพื่อดูความเสี่ยงและโอกาส ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ แล้วใช้การขนส่งทางรถไฟความเร็วสูงจีน-ไทยแทน ด้วยการขยายและยกระดับท่าเรือระนองให้ได้มาตรฐานสากล แล้วใช้รถไฟจีน-ลาว-ไทยขนส่งสินค้าไป-กลับจากเวียงจันทน์ไปยังท่าเรือระนอง สินค้าสามารถขนถ่ายที่ท่าเรือระนอง แล้วขนส่งต่อไปยังคุนหมิงได้โดยตรง ซึ่งเร็วกว่าการขนส่งทางทะเลมาก รัฐบาลมณฑลยูนนานเคยเสนอให้ลงทุนในโครงการก่อสร้างอันนี้มาก่อนแล้ว ก็เคยพูดคุยโดยตรงกับรองผู้ว่าฯมณฑลยูนนานในเรื่องนี้

     “รัฐบาลไทยเองควรรีบสร้างทางรถไฟ จีน-ลาว-ไทย ให้เสร็จและเปิดเดินรถโดยเร็ว เพราะช้าและเสียโอกาสไปมากแล้ว ช่วงเวียงจันทน์ข้ามมาอุดรฯ และโคราช อาจให้จีนทำก็ได้ โดยให้จีนซื้อสินค้าเกษตรของเราเป็นการต่างตอบแทน”นายสุชาติกล่าว

    ขณะที่นายนรเศรษฐ์กล่าวถึงการยื่นญัตติขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการแลนด์บริดจ์ต่อที่ประชุม สว.ในวันที่ 5 พ.ค.ว่า เป็นเรื่องที่ สว.หลายคนสนใจ เพราะสิ่งที่รัฐบาลให้เหตุผลเรื่องความเสี่ยงจากภาวะสงคราม ทำให้ช่องแคบการเดินเรือต่างๆ ถูกปิด หรือจำนวนเรือช่องแคบมะละกามีเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองนั้น เป็นเหตุผลที่อ่อนเกินไป ไม่หนักแน่น และโครงการแลนด์บริดจ์ถ้าไม่มีการวางสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจให้ดี ประเทศไทยจะไปอยู่บนยุทธศาสตร์ความขัดแย้ง มีโอกาสถูกปิดเส้นทางได้ เหตุผลการเร่งผลักดันโครงการคืออะไร ทำไมต้องเร่งรีบผลักดัน ตอนแรกบอกเพื่อขยายตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ล่าสุดบอกเป็นความเสี่ยงเรื่องช่องแคบทางทะเล

    จี้ พิพัฒน์ มาตอบคำถาม

    นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ข้อมูลจากรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในโครงการแลนด์บริดจ์มีความไม่สมบูรณ์ ไม่มีข้อมูลคำนวณความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจนำมาจากไหน อ้างว่าจะมีเรือมาใช้เส้นทางแลนด์บริดจ์มากมายไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ขัดแย้งกับรายงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ระบุว่า มีรายละเอียดที่เป็นความเสี่ยง ต้องขนของขึ้นลงในการขนส่งหลายครั้ง ทำให้มีต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้เรือไม่มาใช้บริการ ช่องโหว่ที่มากมายอาจไม่ใช่แค่จุดเสี่ยง แต่เป็นจุดสลบของโครงการ ก็ต้องถามว่าทำไมต้องเร่งผลักดัน เพราะยังมีปัญหาเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

    “รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ให้เสร็จในปีนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะหากตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาได้ จะช่วยยกเลิกกระบวนการกฎหมายต่างๆ ได้ ทำให้การตรวจสอบต่างๆ อ่อนแอลง” นายนรเศรษฐ์กล่าวและว่า ในวันที่ 11 พ.ค.ได้ยื่นกระทู้ถามนายพิพัฒน์ ให้มาตอบคำถามต่อที่ประชุม สว.ถึงการเร่งรีบผลักดันโครงการ ถ้านายพิพัฒน์มั่นใจว่าเป็นโครงการที่ดี คุ้มค่าการลงทุน ขอให้กล้ามั่นใจมาตอบต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย

    วันเดียวกัน โครงการมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อมร่วมกับกลุ่มกรีนพีซ เปิดให้ลงชื่อ “หยุด Landbridge” https://stop-sec.com/ ต้องการ 50,000 รายชื่อ ภายใน 30 มิ.ย. 2569 โดยล่าสุดลงแล้ว 22,558 ชื่อ บุคคล 22,441 คน และองค์กร 117 องค์กร

    ทั้งนี้ ยังมีการระบุถึงผลกระทบของโครงการดังนี้ 1.มีเป้าหมายให้ภาคใต้กลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรม 2.สร้างอำนาจพิเศษโดยการจัดตั้งให้มีคณะกรรมการและเลขาธิการ SEC เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ 3.เปลี่ยนผังเมือง จากผังเมืองแบบการเกษตรกรรมที่สอดคล้องกับระบบนิเวศ วิถีชีวิตชุมชน จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นผังเมืองเพื่อการทำอุตสาหกรรม 4.เอื้อนายทุนกฎหมายใดที่มีอยู่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน คณะกรรมการและเลขาธิการ SEC จะเสนอต่อ ครม.ให้แก้ไขกฎหมายได้ทุกฉบับ และ 5.กระทบฐานทรัพยากรธรรมชาติ จะถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนแหล่งอุตสาหกรรมอย่างมหาศาล.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/990374/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TXt0S_GaYX1FeZ2mcFvQS

  • ลืมอกไก่ไปได้เลย! นักวิจัยพบ “ดอกไม้” ที่คนชอบมองข้าม คือแหล่งโปรตีนพืชชั้นยอด

    ลืมอกไก่ไปได้เลย! นักวิจัยพบ “ดอกไม้” ที่คนชอบมองข้าม คือแหล่งโปรตีนพืชชั้นยอด

    ลืมอกไก่ไปได้เลย! นักวิจัยพบ “ดอกดาวเรืองหม้อ” แหล่งโปรตีนพืชชั้นยอด ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อ

    เทรนด์การกินโปรตีนให้ถึงเป้าหมายหรือ “Protein-maxxing” กำลังมาแรงไปทั่วโลก ล่าสุดนักวิจัยค้นพบแหล่งโปรตีนจากพืชชนิดใหม่ที่หลายคนอาจมองข้ามไป นั่นคือ “ดอกดาวเรืองหม้อ” หรือ Calendula ซึ่งนอกจากจะสวยงามแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยโปรตีนและสารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันอย่างน่าทึ่ง

    โปรตีนทางเลือกใหม่จากดอกไม้ในสวน

    ผลการศึกษาล่าสุดระบุว่า ดอกดาวเรืองหม้อ (Calendula officinalis) ที่มักถูกทิ้งหลังใช้งานเป็นไม้ประดับ และกลายเป็นขยะทางการเกษตรกว่า 40% หลังหมดความสวยงาม สามารถนำมาสกัดเป็นโปรตีนคุณภาพสูงได้

    โดยทีมนักวิจัยได้นำดอกไม้แห้งมาบดละเอียดและผ่านกระบวนการสกัดจนพบว่า โปรตีนจากดอกไม้ชนิดนี้มีความทนทานต่อความร้อนได้สูงถึง 105 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าโปรตีนจากถั่วลันเตาหรือถั่วลูกไก่ที่นิยมในปัจจุบัน

    นอกจากความทนทานแล้ว โปรตีนสกัดจากดาวเรืองหม้อยังมีกรดกลูตามิกและกรดแอสพาร์ติก ซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติ “อูมามิ” ให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยประสานส่วนผสม (Emulsifier) ทำให้นักวิจัยคาดการณ์ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นโปรตีนจากดอกไม้ชนิดนี้ในขนมอบและน้ำสลัดสุขภาพ

    iStockphoto

    ประโยชน์ที่มากกว่าแค่โปรตีน

    ดอกดาวเรืองหม้อไม่ได้มีดีแค่โปรตีน แต่ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์และฟลาโวนอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและปกป้องเซลล์ในร่างกาย นอกจากนี้ ร่างกายยังสามารถเปลี่ยนสารเหล่านี้เป็นวิตามินเอและซี ที่มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวให้ดูอ่อนเยาว์

    จากการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างพบว่า สารสกัดจากดาวเรืองหม้อช่วยให้แผลผ่าตัดหายเร็วขึ้น ลดอาการบวมแดง และยังมีประสิทธิภาพในการรักษาแผลกดทับในผู้ป่วยเบาหวาน รวมถึงช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบและโรคผิวหนังต่างๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแทบไม่มีผลข้างเคียงที่รุนแรง

    สรุปทิศทางอาหารอนาคต

    การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนขยะในสวนให้กลายเป็นวัตถุดิบเลอค่าที่ตอบโจทย์ทั้งสายสุขภาพและสายรักษ์โลก แม้ว่าการวิจัยในมนุษย์จะยังอยู่ในวงจำกัด แต่นักวิจัยเชื่อว่าโปรตีนจากดอกดาวเรืองหม้อจะเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและดูแลสุขภาพแบบครบวงจรในอนาคตอันใกล้

    แหล่งอ้างอิง

    1. New York Post

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9887138/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZMl39ZrkItYwmcWyDJky4

  • อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน “แลนด์บริดจ์” ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน

    อนุทินจัดทัพใหญ่ดัน “แลนด์บริดจ์” ตั้งเอกนิติ ปธ.ศึกษาฯ ขีดเส้น 90 วัน

    วันนี้ (4 พ.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงถึงความคืบหน้าครั้งสำคัญในการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดทัพการทำงานใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป

    โดยได้ลงนามแต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อพิจารณาโครงสร้างในทุกมิติอย่างละเอียด ทั้งในด้านรูปแบบการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ และมิติทางสังคม โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้เร่งสรุปผลการศึกษาให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 90 วัน

    นายอนุทิน ได้ชี้แจงเหตุผลเบื้องหลังการปรับปรุงแนวทางการศึกษาโครงการในครั้งนี้ว่า เนื่องจากผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ที่เคยมีมาในอดีตนั้น จัดทำขึ้นภายใต้บริบทโลกในรูปแบบเก่า ซึ่งมีความแตกต่างจากสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” ที่มีความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่อย ๆ

    ประเทศไทยจำเป็นต้องมียุทธศาสตร์ที่เป็นของตนเอง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ในการขนส่ง และเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสากลเพียงเส้นทางเดียว ซึ่งอาจทำให้ประเทศไทยต้องอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “กินน้ำใต้ศอก” หรือต้องยอมรับเงื่อนไขที่เสียเปรียบจากการปิดช่องแคบสำคัญของโลก เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ

    หรือความพยายามในการเรียกเก็บค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ โครงการแลนด์บริดจ์จึงไม่ใช่แค่โครงการก่อสร้างท่าเรือและรถไฟ แต่คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถยืนบนลำแข้งของตนเองได้อย่างมั่นคงในอนาคต

    ในมิติของความคุ้มค่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากมองเพียงตัวเลขการขนส่งตู้สินค้าหรือคาร์โกเพียงอย่างเดียว ผลตอบแทนอาจจะดูเหมือนอยู่ในระดับหนึ่ง แต่หากมองภาพรวมถึงเรื่องความสะดวก ความรวดเร็ว และความมั่นคง โดยเฉพาะการชูจุดขายเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” (Food Security) จะพบว่า ประเทศไทยมีความได้เปรียบมหาศาล

    โครงการนี้จะช่วยให้สินค้าเกษตรและเสบียงอาหารจากประเทศไทย สามารถกระจายไปยังปลายทางทั่วโลกได้รวดเร็วกว่าเส้นทางเดิมอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันเรื่องอาหารกลายเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลกไปแล้ว

    ส่วนข้อกังวลเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มทุนใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ตนทำงานการเมืองมา ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จนทุกวันนี้แทบจะไม่มีเพื่อนฝูงนอกวงการเหลืออยู่แล้ว เพราะตนไม่เคยตามใจกลุ่มทุนหรือบุคคลใด หากสิ่งนั้นขัดต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลและประชาชน

    นอกจากนี้นายกฯ ยังได้อ้างถึงข้อมูลจาก นิด้าโพลที่สะท้อนว่า ประชาชนในภาคใต้เห็นด้วย และพร้อมสนับสนุนโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยอมรับว่า ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังขาดความเข้าใจในรายละเอียดเชิงลึก ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่จะต้องเร่งสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องภายในกรอบเวลา 90 วันนี้

    อ่านข่าว :

    “นิด้าโพล” สำรวจคนใต้ เคยได้ยิน “โครงการแลนด์บริดจ์” 54.43% เห็นด้วย 34.21%

    โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงคัดค้านและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริงทางวิชาการและผลประโยชน์ของคนทั้งประเทศเป็นหลัก

    นายกฯ ทิ้งท้ายว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 และรัฐบาลชุดปัจจุบันเห็นพ้องว่า นี่คือโอกาสทองที่ประเทศไทยจะยกระดับตนเองขึ้นเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง โดยไม่ยอมให้ปัจจัยความขัดแย้งของโลกมาปิดกั้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

    อ่านข่าว :

    สิริพงศ์ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เล็งดึงเอกชนร่วมลงทุน 9 แสนล้าน

    “กลุ่มรักษ์ระนอง” ค้าน “แลนด์บริดจ์” ชี้กระทบชุมชน-กลุ่มเปราะบาง-สิ่งแวดล้อม

    SEC Watch ส่ง จม.ถึง สส.ภูมิใจไทยภาคใต้ ถามกรณีที่ดิน-ทรัพยากร “แลนด์บริดจ์”

    ภาคประชาชนกังวล “โครงการแลนด์บริดจ์” ทุจริตเชิงนโยบาย-ทำลายวิถีชีวิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/505472&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AmfDmhdpK0RmnZs7Baaer

  • “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน

    “สิริพงศ์” ยัน “แลนด์บริดจ์” คุ้มค่าทั้งด้านตัวเงิน-เศรษฐกิจ เดินหน้าลงทุนผ่าน

    นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวถึง กรณีที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตุเร่งผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล ว่า สำหรับโครงการแลนด์บริดจ์หรือโครงการคลองไทย ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยมาเป็นนระยะเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งการนำกลับมาพิจารณาในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเมื่อดูสถานการณ์โลกโดยรวม ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรือในหลายประเทศที่มีความพยายามที่จะเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบต่างๆ ประกอบกับ การคาดการณ์ว่าช่องแคบมะละกา จะเต็มความจุในอีก 10 ปี ข้างหน้า

    ซึ่งส่วนตัวคิดว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วจะหยิบเรื่องนี้มาพูด แต่หากสถานการณ์โลกเป็นแบบนี้แล้วไม่นำเรื่องนี้มาพิจารณามองว่า เป็นเรื่องแปลกมากกว่า ว่า เราจะไปเอื้อให้ใครหรือไม่

    อย่างไรก็ตาม โครงการแลนด์บริดจ์มีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้นรัฐบาลต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนและทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด เนื่องจากตัวเลขที่มีในตอนนี้จะสร้างเศรษฐกิจ รายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพใหม่ๆให้คนไทยได้จำนวนมาก

    สำหรับคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ในเรื่องของการคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ สำนักงานขนส่งทางราง (สนข.) ได้มีการศึกษาทั้งอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ 11% และ อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ( EIRR ) 8% ซึ่งการทำข้อมูลตรงนี้ สนข. ได้จ้างที่ปรึกษาเอกชนเป็นบริษัทระดับโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาร่วมศึกษา

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ใช่แค่รัฐบาลจะไปเชิญชวนต่างชาติมาลงทุนได้ แต่จะต้องประกอบด้วยภาคเอกชนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเดินเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยได้เดินสายโรดโชว์และบริษทให้ความสนใจกว่า 400 บริษัท ดังนั้นคิดว่า ด้านเศรษฐกิจมีความคุ้มค่าและเป็นที่น่าสนใจต่อการลงทุนของภาคเอกชน

    ส่วนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้สำหรับโครงการใหญ่ๆ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบนิเวศน์หรือสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ การหามาตรการทำให้ความเจริญที่จะเข้ามาสามารถอยู่กับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิต โดยที่ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

    ส่วนการตั้งข้อสังเกตุว่า เงินทุนนับล้านล้านบาทสูงเกินที่จะมาดำเนินโครงการนี้นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวว่า งบประมาณโครงการนี้ยังเป็นการประมาณว่า การทำท่าเรือและระบบล้อ ราง ท่อ อยู่ที่ประมาณ 9 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งจะไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล แต่จะเป็นโครงการร่วมทุน PPP หลังจากนี้จะประเมินว่าจะใช้ PPP รูปแบบใด

    ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ไทม์ไลน์การดำเนินโครงการจะเป็นไปตามที่ สนข. กำหนดอย่างเร็วการวางโครงสร้างพื้นฐานใน 2573 แต่อันดับแรกจะต้องมีการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ซึ่งคาดว่า ภายในปีนี้จะสามารถเดินหน้าร่างพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ได้ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมาดูเรื่องความพร้อม สภาพพื้นที่ ข้อกฎหมาย ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการเชิญชวนนักลงทุน

    อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากติดตามโครงการนี้ตั้งแต่ต้น จะเห็นว่าเงื่อนไขต่างๆได้ปรับเปลี่ยนมาตลอด เช่น เมื่อก่อนมีคำถามว่า จะให้เช่าพื้นที่ 99 ปี แต่ตอนนี้มีธงแล้วว่า จะเป็นการเช่าพื้นที่ 50 ปี เป็นต้น ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลฟังเสียงประชาชน และฟังข้อท้วงติงจากประชาชนเช่นกัน ดังนั้นร่าง พ.ร.บ. SEC ดังกล่าวหลักๆ มาจากการฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนด้วย ซึ่งในเร็วๆนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคมจะลงพื้นที่ เพื่อไปรับฟังความคิดเห็นและพูดคุยในพื้นที่ด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/iq03/12811192&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nL1SJ9ZSdDFeL0cLfvSqW

  • “อนุทิน”ตั้ง”เอกนิติ”หน.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วันจบ

    “อนุทิน”ตั้ง”เอกนิติ”หน.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ขีดเส้น 90 วันจบ

    (4พ.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม สส. และการประชุมคณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมตามปกติประจำสัปดาห์ เพื่อให้สมาชิกพรรคได้รับทราบ เข้าใจ และสนับสนุนแนวทางที่พรรคจะนำเสนอในสภาฯ รวมถึงวาระต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ขณะนี้ในคณะรัฐมนตรีมีความเข้าใจตรงกันแล้ว และไม่มีปัญหาในประเด็นดังกล่าว พร้อมเตรียมเสนอให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ รมว.คลัง ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการ เพื่อเร่งสรุปผลภายใน 90 วัน ให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งการศึกษาที่เคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้อยู่บนสมมติฐานของสถานการณ์โลกในอดีต แต่ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และลดผลกระทบจากความผันผวนของสถานการณ์โลก

    “การศึกษาต้องดูทุกมิติ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุน รูปแบบโลจิสติกส์ รวมถึงสิ่งที่จะเชื่อมโยงกับโครงการแลนด์บริดจ์ หากมองเฉพาะการขนส่งสินค้าอย่างเดียวอาจไม่คุ้มทุน แต่จะดูเพียงตัวเลขผลตอบแทนก็ไม่ได้ ต้องดูประโยชน์ในภาพรวมด้วย” นายอนุทิน กล่าว

    นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การพิจารณาความคุ้มค่าจะต้องครอบคลุมถึงโอกาสในการสร้างประโยชน์เชิงระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน และศักยภาพในการดึงดูดพันธมิตรการลงทุน โดยย้ำว่าข้อสรุปสุดท้ายยังต้องรอผลการศึกษาอย่างรอบด้าน ส่วนจุดแข็งของประเทศไทยแม้จะไม่มีทรัพยากรพลังงานอย่างน้ำมัน แต่ไทยมีศักยภาพด้านอาหาร จึงควรให้ความสำคัญกับ“ความมั่นคงทางอาหาร”และใช้เป็นจุดขายในเวทีโลก โดยโครงการแลนด์บริดจ์จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับระบบขนส่ง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารสด ให้สามารถส่งถึงปลายทางได้รวดเร็วขึ้น

    นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตยังไม่ปรากฏประเด็นเรื่องการปิดช่องแคบหรือการเก็บค่าผ่านทางในเส้นทางเดินเรือสำคัญ แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณความเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นที่ประเทศไทยต้องมีทางเลือกด้านโลจิสติกส์ เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการเอื้อประโยชน์ไม่เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลา 7 – 8 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยดำเนินนโยบายเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มใด พร้อมย้ำว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันมาตั้งแต่ปี 2562 และมีความต่อเนื่อง

    สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในภาคใต้ที่ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ แต่ยังมีความกังวลในรายละเอียดนั้น นายอนุทิน ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจว่าประโยชน์ของโครงการจะเกิดขึ้นกับประเทศในภาพรวมอย่างไร โดยย้ำว่า “นโยบายของรัฐบาลต้องก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/politics/NuTOxg1Il&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw08MTHjbWmIYxLjg3MXfe5x