Category: วัฒนธรรม

  • อธิบดี สกร. รุดแจง รมช.ศธ. 3 ประเด็นเร่งด่วน เตรียมโละหลักสูตรปี 51 ดันมาตรฐานหนังสือเรียน-เล็งขอใช้พื้นที่ราชการ

    อธิบดี สกร. รุดแจง รมช.ศธ. 3 ประเด็นเร่งด่วน เตรียมโละหลักสูตรปี 51 ดันมาตรฐานหนังสือเรียน-เล็งขอใช้พื้นที่ราชการ

    วันนี้ (4 พฤษภาคม) ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นำคณะผู้บริหารเข้าพบ อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานก่อนถึงกำหนดวันนัดหมายอย่างเป็นทางการ โดยการหารือในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการเรียนรู้ของประเทศให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    ประเด็นแรก ด้านหลักสูตรการเรียนการสอน สกร. ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ยังไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรการเรียนปี 2551 ได้ในทันที เนื่องจากยังมีข้อจำกัดด้านระเบียบการถ่ายโอนและการจำหน่ายรายชื่อผู้เรียน ประกอบกับลักษณะของการศึกษานอกระบบที่เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ปัจจุบันยังมีผู้เรียนกว่าร้อยละ 60 ที่ยังศึกษาค้างอยู่ในหลักสูตรเดิมและสามารถกลับมาเรียนต่อให้จบได้ตลอดเวลา

    อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สกร. อยู่ระหว่างการจัดทำรายชื่อเพื่อถ่ายโอนผู้เรียนให้ครบถ้วนทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนผ่านไปใช้หลักสูตรใหม่ ปี 2567 ซึ่งปัจจุบันได้นำร่องไปแล้ว 10 จังหวัด และขยายเพิ่มอีก 12 จังหวัด รวมเป็น 22 จังหวัด ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป จะยุติการรับผู้เรียนใหม่ในหลักสูตรปี 2551 และเปลี่ยนมาใช้หลักสูตรปี 2567 อย่างเต็มรูปแบบ

    ประเด็นที่สอง ด้านคุณภาพหนังสือเรียน สกร. ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่มีคณะกรรมการตรวจรับด้านคุณภาพหนังสือในลักษณะเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการกำกับดูแลใหม่ทั้งหมด โดยจะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด

    ได้แก่ คณะกรรมการตรวจรับหนังสือเรียน (ดูแลด้านคุณภาพกระดาษ หน้าปก การออกแบบ และราคา) และคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาที่มีอยู่เดิม

    นอกจากนี้ ยังได้รับมอบนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมอีก 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่กำหนดเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพหนังสือและราคา ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้ผลิตหนังสือเรียนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

    ประเด็นที่สาม ด้านสถานที่และอุปกรณ์การเรียน สกร. ระบุว่าด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและหลักการทำงานเดิมที่เน้นการบูรณาการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทำให้หลายพื้นที่ยังไม่มีอาคารเรียนเป็นของตนเอง ต้องอาศัยสถานที่จากหน่วยงานภายนอก เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เทศบาล วัด โรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ยุบรวม หรืออาศัยการเช่าพื้นที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีการเช่าพื้นที่สูงถึง 45 เขต จากทั้งหมด 50 เขต

    สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา สกร. จะเร่งสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อประสานขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ หรือหน่วยงานราชการที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว รวมทั้งได้ทำหนังสือส่งไปยัง สพฐ. เพื่อขอใช้พื้นที่โรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบรวม จำนวน 153 แห่ง ทั้งนี้ การขยายพื้นที่เพิ่มเติมในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุมัติให้ใช้โรงเรียนที่ถูกยุบเลิกจากทาง สพฐ. ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม

    ในตอนท้าย กรมส่งเสริมการเรียนรู้ยืนยันว่าจะเดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทั้ง 3 ประเด็นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นระยะ เพื่อยกระดับการจัดการเรียนรู้ของประเทศให้มีคุณภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม และตอบโจทย์วิสัยทัศน์การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/dlr-urgent-agenda-education-reform/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1s2ORDVYUF7xt79MZbtdbM

  • ชื่นชม! น้องตุ๊กตา จากเด็กวัดศิษย์ก้นกุฏิ ‘หลวงพ่อพงษ์’ สู่ว่าที่ครู ‘เกียรตินิยมอันดับ 1’ | เดลินิวส์

    ชื่นชม! น้องตุ๊กตา จากเด็กวัดศิษย์ก้นกุฏิ ‘หลวงพ่อพงษ์’ สู่ว่าที่ครู ‘เกียรตินิยมอันดับ 1’ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเรื่องราวสุดประทับใจในโลกโซเชียล เมื่อ “น้องตุ๊กตา” หรือ น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ เด็กวัดใหม่สี่หมื่น ราชบุรี ที่สู้ชีวิต ตัดสินใจออกจากบ้านในชุมชนที่ห่างไกลใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มาขออาศัยใบบุญจากหลวงพ่อพงษ์ พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เพื่อเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จนสามารถเรียนจบปริญญาตรี พร้อมคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครอง

    พระครูโสภณจันทรังสี หรือ หลวงพ่อพงษ์ เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เล่าว่า น้องตุ๊กตา เข้ามาอยู่ในความดูแลของวัดตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนเนกขัมวิทยา ระหว่างที่อยู่วัด น้องตุ๊กตาเป็นเด็กที่มีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน และช่วยเหลืองานของวัดทุกอย่าง ทั้งกวาดลานวัด ทำความสะอาด และช่วยงานในโรงครัว แม้เวลาเรียนจะเป็นเด็กที่ชอบนั่งหลังห้องและอาจจะเรียนรู้ช้ากว่าเพื่อนไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยสร้างความหนักใจหรือความเดือดร้อนให้เลย จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมีโครงการทุน “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดรับสมัคร หลวงพ่อและทางอาจารย์ที่ปรึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จึงผลักดันให้น้องตุ๊กตาไปสอบชิงทุน แม้ในตอนแรกน้องจะปฏิเสธไม่อยากเป็นครู เพราะเห็นหลวงพ่อเหนื่อยกับการดูแลเด็กวัดจำนวนมาก จึงกลัวว่าจะสอนและรับมือกับเด็กไม่ได้ แต่หลวงพ่อได้สอนเตือนสติว่า “เมื่อเราได้รับโอกาส เราต้องรู้จักให้ การเป็นครูคือการให้ความรู้กับเด็กรุ่นต่อไป” คำสอนนี้ประกอบกับฐานะทางบ้านที่ยากจน ทำให้น้องตุ๊กตาตัดสินใจคว้าโอกาสนั้นไว้ และสามารถสอบชิงทุนของโรงเรียนนาขุนแสน อ.สวนผึ้ง ได้สำเร็จ

    พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น เล่าต่อว่า ด้วยความพยายามอย่างหนัก น้องตุ๊กตาสามารถสอบเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และรักษาผลการเรียนได้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด จนกระทั่งเรียนจบ ซึ่งในตอนแรกหลวงพ่อ ทราบเพียงว่าน้องเรียนจบแล้ว จนกระทั่งได้มาดูเอกสารย้อนหลังจึงพบว่าน้องสามารถคว้า “เกียรตินิยมอันดับ 1” มาครองได้สำเร็จ สร้างความปิติและภูมิใจให้กับหลวงพ่อเป็นอย่างมาก และพร้อมที่จะสนับสนุนหากน้องต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท

    หลวงพ่อพงษ์ กล่าวว่า อาตมาก็ขออนุโมทนาบุญกับญาติโยมทุกท่าน ปัจจัยที่ญาติโยมบริจาคมาทุกบาททุกสตางค์เนี่ย เราใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อเยาวชนทั้งหลาย เด็กๆ ทุกคน เพื่อสานฝันของพวกเขาทั้งหลาย ให้ไปถึงจุดหมายที่เขาต้องการ หรือจุดสูงสุดที่เขาสามารถไปได้ เพราะงั้นเด็กทุกคนที่ประสบความสำเร็จได้ก็เพราะปัจจัยของญาติโยมทุกคน ไม่ใช่ของอาตมา อาตมาเป็นเพียงทางผ่านให้ เพราะงั้นญาติโยมก็ภูมิใจว่าเราได้สร้างอนาคตของประเทศชาติ สร้างเยาวชนให้เป็นคนดีในสังคม สังคมเราจะได้มีคนดี ก็ขออนุโมทนาบุญไว้ ณ โอกาสนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

    หลวงพ่อ กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจว่า อยากให้น้องตุ๊กตามีอนาคตที่ดี และนำความรู้ความสามารถกลับมาเป็นครูเพื่อสร้างเยาวชนที่มีคุณภาพ ส่งต่อโอกาสและความรู้ให้กับเด็กรุ่นต่อไปเหมือนลูกโซ่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด นอกจากนี้ ทางวัดยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กยากไร้คนอื่นๆ อีกหลายชีวิต โดยอาศัยปัจจัยจากการบริจาคของญาติโยมเพื่อส่งเสียให้เด็กๆ ได้รับการศึกษา

    นายธนกฤต สาขะจันทร์ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ระบุว่า น้องตุ๊กตา คือนักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 3 ตลอดระยะเวลาที่ศึกษา น้องตุ๊กตาเป็นเด็กที่ขยัน มีความรับผิดชอบสูง และมีจิตอาสาช่วยเหลืองานของมหาวิทยาลัยและโครงการอยู่เสมอ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ ทำให้น้องตุ๊กตาสามารถสำเร็จการศึกษาด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เกรดเฉลี่ยสูงถึง 3.66 โดยผ่านในเกณฑ์ที่จะได้ในเรื่องของเกียรตินิยมอันดับ 1 ถือว่าเกณฑ์ก็เข้มพอสมควร ในเรื่องของผลการเรียน แล้วก็ในเรื่องของความรับผิดชอบ ซึ่งน้องตุ๊กตาถือว่าเป็น 1 คนที่มีความมุ่งมั่น แล้วก็มีความตั้งใจ น้องตุ๊กตามีกำหนดการเตรียมบรรจุเข้ารับราชการครู ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2569 ที่โรงเรียนนาขุนแสน อ.สวนผึ้ง ราชบุรี

    น้องตุ๊กตา เปิดใจว่า ตนเป็นเด็กกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง สัญชาติไทย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยตัดสินใจเข้ามาขออาศัยอยู่ที่วัดใหม่สี่หมื่นในช่วงชั้น ม.3 เนื่องจากทราบข่าวว่าหลวงพ่อพงษ์ มีเมตตาช่วยเหลือเด็กๆ ในตอนนั้น ตนรู้จากคนแถวบ้าน เขาก็พูดกันว่าเหมือนหลวงพ่ออุปการะเด็กไว้ แล้วก็ตอนนั้นก็เหมือนตนจะไปเรียนที่เนกขัมวิทยา ก็เลยได้มีการคุยกับผู้ปกครอง แล้วพ่อแม่ก็พาไปหาหลวงพ่อ พาไปเจอหลวงพ่อ ตนสัมผัสได้ว่าหลวงพ่อดูแลเด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และเปรียบเสมือนพ่อคนที่สองของตน แม้ในช่วงแรกจะไม่อยากเป็นครูเพราะกลัวเหนื่อยกับการรับมือเด็กๆ แต่ด้วยการผลักดันจากหลวงพ่อและครูที่โรงเรียน ทำให้เปิดใจและสอบติดโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ได้สำเร็จ เคล็ดลับการเรียนจนได้เกียรตินิยม คือความมุ่งมั่นตั้งใจ เมื่อได้รับมอบหมายงานก็จะลงมือทำทันที และหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ปัจจุบันตนรู้สึกภูมิใจและตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นครู และตั้งใจจะนำความรู้กลับไปพัฒนาเด็กๆ ในชุมชนบ้านเกิดให้ดีที่สุด

    น้องตุ๊กตา เล่าว่า มีอยู่ภาพๆ หนึ่งที่ปรากฏอยู่ในโซเชียลที่เป็นข่าวตอนนั้น หลวงพ่อถือไม้เรียวจะตี บรรยากาศตอนนั้น เป็นช่วงการทำความสะอาด ซึ่งวันนั้นตนน่าจะแอบนอน แล้วไม่ได้ตื่นไปช่วยน้องๆ หลวงพ่อก็เลยเหมือนเป็นการสั่งสอนว่าทำแบบนี้มันไม่ถูก แต่มันไม่ใช่ครั้งเดียว มันหลายๆ ครั้ง ไม่งั้นหลวงพ่อก็คงไม่ตี เพราะว่าน่าจะแบบตอนนั้นหนูก็ดื้อ หลวงพ่อก็เลยต้องจัดการสักหน่อย

    น้องตุ๊กตา กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอบคุณหลวงพ่อที่อุปการะเลี้ยงดูหนูมาตั้งแต่เด็ก ให้ที่พักพิง ให้การศึกษา ให้คำสั่งสอนที่มีคุณค่า จนหนูมีความมีโอกาสได้เรียนหนังสือ แล้วก็เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ แล้วหนูก็จะไม่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่หลวงพ่อสอนมา ก็จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ที่สุด แล้วก็ขอบคุณ “ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ.” กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้ได้มีโอกาสเรียนต่อ แล้วก็ทำให้หนูได้เรียนครูตามที่ตั้งใจหวัง แล้วก็ขอบคุณอาจารย์ อาจารย์ในสาขา แล้วก็อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ธนกฤต สระขจร ที่ได้ให้ความรู้ คำแนะนำ แล้วก็คอยเอาใจใส่พวกหนูมาตลอด ตลอดเวลาเลยทั้ง 4 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียน การทำงาน หรือการใช้ชีวิต อาจารย์ก็จะคอยแบบแนะนำหรือคอยเตือนตลอด แล้วก็เป็นกำลังใจสำคัญในการเรียนด้วย แล้วก็สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอบคุณผู้ใหญ่ใจบุญที่อุปการะหนูทุกคนค่ะ แล้วก็หนูสัญญาว่าหนูจะนำความรู้ที่ได้ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วก็เป็นเด็กดีของสังคม

    ความสำเร็จของ น.ส.ศันสนีย์ ตาบู้ ไม่ได้มาจากความโชคดี แต่มาจากความพยายาม ความกตัญญู และการสนับสนุนที่ดีจากวัด สถาบันการศึกษา และกองทุน กสศ. ที่ร่วมกันสานฝันให้เด็กหญิงชายขอบคนหนึ่ง ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “ครู” ผู้ที่จะไปสร้างอนาคตของชาติต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5834118/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27sG-NORn5gbS1nFdoumUj

  • อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยันไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที

    อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ยันไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที

    อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้นำคณะเข้ารายงาน รมช.ศึกษาธิการ ยืนยันยังไม่สามารถยกเลิกหลักสูตรเก่าได้ทันที เหตุติดข้อจำกัดด้านระเบียบการถ่ายโอนและจำหน่ายรายชื่อผู้เรียน

    วันที่ 4 พ.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงต่อ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนถึงวันนัดหมาย โดยเน้นการดำเนินงานใน 3 ประเด็นสำคัญ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและขับเคลื่อนการพัฒนาระบบการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    โดยในประเด็นด้านหลักสูตรการเรียน สกร. ชี้แจงว่า หลักสูตรการเรียนปี 2551 ยังไม่สามารถยกเลิกได้ในทันที เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านระเบียบการถ่ายโอนและการจำหน่ายรายชื่อผู้เรียน อีกทั้งลักษณะของการเรียนรู้เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทำให้ยังมีผู้เรียนมากกว่า 60% ที่ยังศึกษาในหลักสูตรปี 2551 และยังไม่จบการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถกลับเข้ามาเรียนต่อเพื่อให้จบได้ทุกเวลา ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายชื่อเพื่อถ่ายโอนและจำหน่ายให้ครบถ้วนทั่วประเทศ เพื่อเตรียมเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตรปี 2567 ซึ่งเป็นหลักสูตรล่าสุด โดยมีการนำร่องแล้ว 10 จังหวัด และได้ขยายเพิ่มอีก 12 จังหวัด รวมเป็น 22 จังหวัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนใช้ทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2570 เป็นต้นไป จะไม่มีการรับผู้เรียนใหม่ในหลักสูตรปี 2551 และเปลี่ยนเป็นหลักสูตรปี 2567 อย่างเต็มรูปแบบ

    ในประเด็นด้านคุณภาพหนังสือเรียน สกร. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาไม่มีคณะกรรมการตรวจรับด้านคุณภาพหนังสือในลักษณะเดียวกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงได้ปรับระบบการกำกับดูแลใหม่ โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการตรวจรับหนังสือเรียนที่ดูแลด้านคุณภาพกระดาษ หน้าปก การออกแบบ และราคา และคณะกรรมการตรวจสอบคุณภาพเนื้อหาซึ่งมีอยู่เดิม พร้อมทั้งรับนโยบายจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติมอีก 1 ชุด เพื่อกำหนดเกณฑ์มาตรฐานด้านคุณภาพหนังสือและราคา เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ผู้ผลิตหนังสือเรียนดำเนินการได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกัน

    ในประเด็นด้านสถานที่และอุปกรณ์การเรียน สกร. ระบุว่า จากข้อจำกัดด้านงบประมาณ และหลักการเดิม ของ สกร. ที่ใช้การบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ทำให้บางพื้นที่ยังไม่มีอาคารเป็นของตนเอง จำเป็นต้องใช้สถานที่จากหน่วยงานภายนอก เช่น อบจ. เทศบาล วัด รร.สพฐ.ที่ยุบเลิกหรือยุบรวม หรือสถานที่เช่า โดยในกรุงเทพมหานครมีการเช่าพื้นที่ถึง 45 เขต จากทั้งหมด 50 เขต ส่วนที่เหลือใช้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย โดยแนวทางแก้ไขจะดำเนินการสำรวจพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อประสานขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ หรือหน่วยงานราชการที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงที่ผ่านมาได้มีหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขอใช้พื้นที่โรงเรียนขนาดเล็กที่มีการยุบรวมแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 153 แห่ง ทั้งนี้ การขยายเพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาให้ใช้ รร.ที่ถูกยุบเลิก ยุบรวมของ สพฐ. และงบประมาณในอนาคต

    ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้จะเดินหน้าขับเคลื่อนทั้ง 3 ประเด็นอย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ของประเทศมีคุณภาพ เข้าถึงได้ และตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2930559&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26Plf9qDrbQVEAlEItYWhJ

  • นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้โหวตเตอร์ภูมิใจไทยยังรู้เป็นเรื่องเก่า พูดมาตั้งแต่ปี 62

    นายกฯ ตั้ง ‘เอกนิติ’ ศึกษาแลนด์บริดจ์ ชี้โหวตเตอร์ภูมิใจไทยยังรู้เป็นเรื่องเก่า พูดมาตั้งแต่ปี 62

    นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” ปธ.คกก.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ยันเคยใช้หาเสียงตั้งแต่ปี 62 ชี้ภูมิรัฐศาสตร์โลกเปลี่ยน ต้องสร้างความสอดคล้องบริบทโลก จะได้ไม่กินน้ำใต้ศอกใคร ย้ำดูความคุ้มค่า

    4 พฤษภาคม 2569 – เมื่อเวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมพรรคถึงโครงการแลนด์บริดจ์ ได้มีการเคลียร์กันหมดแล้วหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีความเห็นไม่ตรงกันระหว่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน

    ผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาสมัยก่อนนั้นก็อยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะสามารถทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หรือมีให้น้อยที่สุด หากเกิดความขัดแย้ง หากเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วประเทศไทยเราต้องมาได้รับผลกระทบด้วย ก็ต้องหาจุด หายุทธศาสตร์อะไรต่าง ๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้ และถ้าจะมีผลกระทบให้มีน้อยที่สุด

    เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติเพื่อให้ไปศึกษา จะเป็นรูปแบบการลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูทุกรูปแบบ ดูทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งเรื่องการคุ้มค่าของการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูทั้งเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ ถ้าจะไปเอาเฉพาะเรื่องของคาร์โก้ เรื่องคอนเทนเนอร์ เรื่องของการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน แต่ว่าจะไปดูทุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูในเรื่องความสะดวกมันอาจจะไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาที่จะทําให้ภาพรวมทั้งหลายเกิดความคุ้มค่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายเอกนิติจะไปศึกษา ตนให้ท่านเป็นคนเลือกหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะมาร่วมศึกษากับท่าน

    เมื่อถามว่า ภายใน 90 วัน จะไฟนอลแล้วหรือไม่ จะไม่มีการศึกษาอะไรเพิ่มเติมจากนี้ นายกฯ ตอบว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย ซึ่งจริงๆเรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทยหรือสําหรับแฟนๆพรรคภูมิใจไทยต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ปี 2562 อยู่ในแผนการหาเสียงปี 2562 และสมัย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้วท่านก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาและตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน

    เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพลระบุว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์เท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวม ของประเทศ

    เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัด จะยื่นหนังสือคัดค้านกับสส.ในพื้นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายกฯ กล่าวว่า “ครับ ก็มีคนเห็นด้วยครับ ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะมีประโยชน์ใช้สอยทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่ผมเคยพูด เราไม่มีน้ํามันแต่เรามีอาหาร ทุกๆวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่าเส้นทางเดิมหรือเปล่า“ นายกฯกล่าว

    นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนนั้นที่เราพูดกันตอนปี2562 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่าเราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ําใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/990319/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2x6gzfCM9qgbcC1ZXWhBLF

  • ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘เอกนิติ’คุมทีมศึกษา‘แลนด์บริดจ์’ ขีดเส้น90วัน

    ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘เอกนิติ’คุมทีมศึกษา‘แลนด์บริดจ์’ ขีดเส้น90วัน

    “อนุทิน” เผย ตั้ง “เอกนิติ” ปธ.คกก.ศึกษา “แลนด์บริดจ์” ขีดเส้น90วัน ชี้ ฉบับเก่าไม่สอดคล้องสถานการณ์โลก ยัน เป็นนโยบายหาเสียงตั้งแต่ปี62 ปัดเอื้อประโยชน์ใคร

    ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ หลังเกิดกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม และนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เห็นไม่ตรงกันว่า ไม่มีอะไร พูดกันคนละที ไม่มีปัญหา เรื่องแลนด์บริดจ์ ตนจะตั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมการในการศึกษา และเร่งสรุปผลการศึกษา ให้กลับมาภายใน 90 วัน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของโลกในปัจจุบัน ซึ่งผลการศึกษาฉบับเก่าที่เคยทํามาสมัยก่อนนั้น ก็อยู่บนสถานการณ์ของโลกอีกบทหนึ่ง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ความมั่นคงทางพลังงาน ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์ เราจะสามารถทําให้ประเทศไทยไม่ต้องมีผลกระทบใดๆ หรือมีให้น้อยที่สุด หากเกิดความขัดแย้ง หากเกิดสถานการณ์อะไรต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องของคนอื่น แล้วประเทศไทยเราต้องมาได้รับผลกระทบด้วย ก็ต้องหาจุดหายุทธศาสตร์อะไรต่างๆ ที่ทําให้ยืนอยู่บนลําแข้งของตัวเองได้ และถ้าจะมีผลกระทบให้มีน้อยที่สุด 

    เมื่อถามว่า การตั้งนายเอกนิติ เพื่อให้ไปศึกษา จะเป็นรูปแบบการลงทุนร่วม

    ภาครัฐและเอกชน (PPP) ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องดูทุกรูปแบบ ดูทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มค่าการลงทุน เรื่องรูปแบบของโลจิสติกส์ ดูเรื่องของสิ่งที่จะมาผูกกับแลนด์บริดจ์ ถ้าจะไปเอาเฉพาะเรื่องของคาร์โก้ เรื่องคอนเทนเนอร์ เรื่องของการขนส่ง อาจจะไม่คุ้มทุน จะไปดูทุนอย่างเดียวก็ไม่ได้ ต้องดูในเรื่องความสะดวกมันอาจจะไม่คุ้มทุนตรงนี้ แต่มีเรื่องอื่นเข้ามาที่จะทําให้ภาพรวมทั้งหลายเกิดความคุ้มค่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่นายเอกนิติ จะไปศึกษา ตนให้นายเอกนิติเป็นคนเลือกหน่วยงานต่างๆ ที่จะมาร่วมศึกษากับท่าน

    เมื่อถามว่า ภายใน 90 วัน จะเป็นฉบับไฟนอลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวดูผลการศึกษาก่อน ขอให้ใจเย็นๆ แลนด์บริดจ์ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้ มันเป็นนโยบาย จริงๆ เรื่องนี้สําหรับพรรคภูมิใจไทย หรือสําหรับแฟนๆพรรคภูมิใจไทย ต้องถือว่าเป็นเรื่องเก่าด้วยซ้ำ เราพูดมาตั้งแต่ ปี62 อยู่ในแผนการหาเสียง ปี62 และสมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม ในรัฐบาลที่แล้ว ก็ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา และตั้งใจที่จะทําให้ได้เกิดขึ้น ก็เป็นงานที่ต่อเนื่องกัน 

    เมื่อถามว่า ล่าสุดผลการสํารวจของนิด้าโพล ระบุว่าประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องสื่อสารให้เห็นคุณประโยชน์ รัฐบาลจะทําอะไรต้องเกิดคุณประโยชน์กับประชาชน ต่อส่วนรวม ของประเทศ

    เมื่อถามว่า ประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัด จะยื่นหนังสือคัดค้านกับสส.ในพื้นที่ว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการแลนด์บริดจ์ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็มีคนเห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่ข้อมูล อยู่ที่ผลการศึกษา อยู่ที่การคุ้มทุน อยู่ที่จะหาพาร์ตเนอร์ มาเป็นลักษณะการลงทุนแบบไหน อยู่ที่รูปแบบ ประโยชน์ใช้สอยของโครงการแลนด์บริดจ์ จะทําอย่างไรให้ได้มากที่สุด อย่างที่ตนเคยพูด เราไม่มีน้ํามัน แต่เรามีอาหาร ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ต้องเริ่มที่จะหันไปขายความมั่นคงทางอาหารให้กับทั่วโลก เพราะฉะนั้นโครงการแบบนี้จะทําให้ระบบการขนส่ง ถ้าอาหารของเราเป็นอาหารสด เป็นผลไม้ เป็นพืชผลทางการเกษตร ถ้ามีโครงการแลนด์บริดจ์ สิ่งเหล่านี้จะทําให้ไปถึงที่หมายปลายทางได้เร็วกว่า เส้นทางเดิมหรือไม่

    นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนที่เราพูดกันตอนปี62 ไม่เคยมีใครมาขู่ว่าช่องแคบฮอร์มุซ จะปิด ช่องแคบมะละกาจะมีการเก็บค่าผ่านทาง ไม่เคยมีใครมาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในเมื่อสิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันนี้ เราก็ต้องมาดูว่า เราจะมีกลไกอันไหน มีทรัพยากรอันไหนที่จะทําให้เราไม่ต้องไปพึ่งพาคนที่ไม่พอใจ อะไรก็จะมาขู่ ไม่พอใจอะไรก็จะมาขึ้นนู่นขึ้นนั่น ประเทศไทยเราก็จะกินน้ําใต้ศอกอยู่ตลอด เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบของเราบ้าง 

    เมื่อถามว่า มีข้อห่วงใยในเรื่องของการดําเนินการว่าอาจจะไปเอื้อประโยชน์ให้คนในหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมว่าเอาแค่ตรงนี้ก่อนดีกว่า เรื่องเอื้อพูดจนเบื่อแล้ว ไม่เคยเคยเห็นเอื้อใครสักที เข้ามา7-8 ปีก็ไม่เคยเอื้อใคร มีแต่คนเกลียดเอาเกลียดเอาทุกวัน มีแต่ขัดใจเขา ทําให้เขาโกรธ เพราะไม่ไปตามใจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าประเทศไม่ได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นเรื่องเอื้อ เอาพวกเอาพ้อง เอาเพื่อนฝูง เราพิสูจน์ให้เห็นแล้ว จนตอนนี้จะเหลือแต่ สส.แล้ว เพื่อนข้างนอกไม่เหลือแล้ว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1232362&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ANoJm8cUY2EagGFSlI3ZN

  • นายกฯตั้ง “เอกนิติ” ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ลั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร

    นายกฯตั้ง “เอกนิติ” ปธ.ศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ ขีดกรอบ 90 วัน ลั่นไม่เอื้อประโยชน์ใคร

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/145432&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36pLKL2eDKpkcdF_6aOyMB

  • สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    การศึกษา

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

    วันจันทร์ ที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.17 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    สพป. สุโขทัย เขต 2  นิเทศติดตาม นศ.ฝึกประสบการณ์

     นายชัชวาลย์  อ่ำเทศ   รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) สุโขทัย เขต 2 พร้อมด้วย นางจินดา  จิระพงษ์สุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมเป็นเกียรติและร่วมนำเสนอข้อมูลในการนิเทศนักศึกษาฝึกปฏิบัติวิชาชีพการบริหารการศึกษา หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชกาารบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ซึ่งมี อาจารย์ ดร.ประชุม  ปิ่นสกุล เป็นผู้ดำเนินการนิเทศและสรุปผลการปฏิบัติงานเพื่อติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานในการฝึกประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางการศึกษาระหว่างการฝึกปฏิบัติการวิชาชีพทางการบริหารการศึกษาของนักศึกษา ณ ห้องประชุมศรีสัชนาลัย สพป.สุโขทัย เขต 2

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/474825&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0l5M34CVzfqq9B71APsyW5

  • อว.แจงหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ม.เนชั่น ผ่านเกณฑ์ แต่ “การรับรองวิชาชีพ“ เป็นอำนาจสภาวิชาชีพ | เดลินิวส์

    อว.แจงหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ม.เนชั่น ผ่านเกณฑ์ แต่ “การรับรองวิชาชีพ“ เป็นอำนาจสภาวิชาชีพ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยกรณีหลักสูตรทันตแพทย์ของมหาวิทยาลัยเนชั่นที่ถูกเพิกถอนการรับรองจากสภาวิชาชีพ ว่า หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรใหม่ พ.ศ.2562 โดย ม.เนชั่นได้เริ่มรับนักศึกษารุ่นแรกในปี 2563 ซึ่งในส่วนของกระทรวง อว.ได้ดำเนินการพิจารณาตามกรอบกฎหมายและมาตรฐานหลักสูตรที่กำหนด ซึ่งหลักสูตรดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวง อว. แต่ในส่วนการรับรองในระดับ “วิชาชีพ” เป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่อยู่ในอำนาจของสภาวิชาชีพโดยเฉพาะ ซึ่งต้องเป็นผู้พิจารณาว่าหลักสูตรดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ โดยรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 43 กำหนดให้สภาวิชาชีพไม่เข้ามาก้าวก่ายการจัดการศึกษา ส่งผลให้มาตรฐานหลักสูตรของกระทรวง อว. และมาตรฐานของสภาวิชาชีพเป็นคนละส่วนกัน

    ปลัดกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา กระทรวง อว. ตระหนักถึงช่องว่างดังกล่าว โดยเฉพาะในหลักสูตรสายวิชาชีพ จึงได้ส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยนำหลักสูตรไปผ่านการรับรองจากสภาวิชาชีพก่อนยื่นขอรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากกระทรวง อว. เพื่อป้องกันปัญหาในภายหลัง อย่างไรก็ดี มีบางกรณีที่มหาวิทยาลัยอ้างข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ทำให้กระทรวง อว. ต้องพิจารณารับรองตามเกณฑ์ของตนก่อน แม้หลักสูตรนั้นอาจยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพก็ตาม โดยกระทรวง อว.ได้กำชับให้มหาวิทยาลัยต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่นักศึกษาล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้เรียน

    “สำหรับกรณีมหาวิทยาลัยเนชั่น ในช่วงปี 2563 มหาวิทยาลัยได้แจ้งว่าหลักสูตรดังกล่าวได้รับการรับรองจากทั้งกระทรวง อว.และสภาวิชาชีพแล้ว จึงไม่มีข้อกังวลในขณะนั้น กระทั่งต่อมาสภาวิชาชีพมีคำสั่งเพิกถอนการรับรองย้อนหลังถึงปี 2563 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้องเร่งหาทางแก้ไขร่วมกัน อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้หลักสูตรจะไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ แต่นักศึกษายังสามารถเข้าสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นรายบุคคลกับสภาวิชาชีพได้“ ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

    ปลัดกระทรวง อว.กล่าวด้วยว่า กระทรวง อว.จะเร่งประสานงานกับสภาวิชาชีพ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน รวมถึงป้องกันไม่ให้เกิดกรณีลักษณะเดียวกันในสาขาวิชาชีพอื่น นอกจากนี้ จะตรวจสอบข้อเท็จจริงกับมหาวิทยาลัยเนชั่นเพิ่มเติม ว่าได้มีการแจ้งนักศึกษาอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้นหรือไม่ว่าหลักสูตรยังไม่ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและคุ้มครองสิทธิของผู้เรียนอย่างสูงสุดต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5833861/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw251-MpM_smPvl_FRjbCWtb

  • โฆษกรัฐบาล รายงานการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกของรัฐบาล ทั้งการศึกษาถึงพูดคุยสันติสุข

    โฆษกรัฐบาล รายงานการขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนใต้ 1 เดือนแรกของรัฐบาล ทั้งการศึกษาถึงพูดคุยสันติสุข

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 1 เดือนหลังจากรัฐบาลเข้าบริหารประเทศ รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เร่งเดินหน้าดูแลและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างจริงจัง ครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และกระบวนการสันติภาพ โดยยึดประชาชนเป็นหัวใจสำคัญ มุ่งสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสงบสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่

    ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายความมั่นคง ทำงานโดยยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด

    ในด้านการพัฒนา นายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านรายได้ โอกาสทางเศรษฐกิจ การศึกษา และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจ โดยมุ่งลดความเปราะบางในระดับชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างรัฐกับประชาชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความสงบในระยะยาว

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้กำหนดทิศทางการทำงานที่ชัดเจนใน 5 เรื่องสำคัญ ได้แก่

    1)การพัฒนาระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ 2)การเพิ่มศักยภาพอาสาสมัคร 3)การยกระดับความร่วมมือไทย–มาเลเซีย 4)การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย และ 5)การแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

    สำหรับการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพ ได้มีการแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยคนใหม่จากฝ่ายพลเรือน คือ นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนาน เพื่อสานต่อการพูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์และครอบคลุม โดยเปิดโอกาสให้ทุกความคิดเห็นมีส่วนร่วมในการหาทางออก

    “รัฐบาลตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเห็นพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตที่ปลอดภัย มีโอกาส และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การรับฟังเสียงของประชาชนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสงบสุขและความไว้วางใจให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/293310&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LO1fSdFXRlqOjV5nCDgRg

  • ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน!  ปรับแผนลงทุน PPP  เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ยันแลนด์บริดจ์คุ้มทุน! ปรับแผนลงทุน PPP เล็งให้เอกชนเช่า 50 ปี ไม่ใช่ 99 ปี – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/115086&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11dtiO9GZJJmudxRfORNiV