Category: วัฒนธรรม

  • “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ

    โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป 

    ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

    โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน

    พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์

    โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/739517&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rkfFiHlw0M3Cnk_A0xKxO

  • “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป

    “ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์ โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/964840/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m2j9G-2xzC3gnC4d24RAc

  • หัวใจข้ามสายน้ำเส้นทางการศึกษาของเด็กหลังขุนเขา ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

    หัวใจข้ามสายน้ำเส้นทางการศึกษาของเด็กหลังขุนเขา ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.45 น.

    หัวใจข้ามสายน้ำเส้นทางการศึกษาของเด็กหลังขุนเขา ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

    เมื่อเรือเล็กออกจากฝั่ง –  เช้าตรู่เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ของเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก หมอกสีขาวบางเบาลอยคลออยู่เหนือผิวน้ำที่สงบนิ่ง ราวกับธรรมชาติกำลังห่มโลกไว้ด้วยผ้าบาง ๆ ความเงียบของเช้าถูกแทรกด้วยเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาวที่กำลังติดเครื่อง เรือลำนั้นไม่ได้บรรทุกเพียงผู้โดยสาร แต่มันกำลังบรรทุก ความห่วงใยของครู  ที่กำลังออกเดินทางไปหาเด็ก ๆ ซึ่งอาศัยอยู่หลังแนวขุนเขาอันไกลโพ้น

    เส้นทางฝุ่นแดงหลังสายน้ำ –  ภารกิจเยี่ยมบ้านนักเรียนเชิงรุกครั้งนี้ นำโดย นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พร้อมด้วย นายรัติน์พงษ์ สันตติภัค ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเงาวิทยาคม และคณะครู  จากสันเขื่อนภูมิพล เรือหางยาวล่องผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง  ปลายทางแรกคือ หมู่บ้านสันป่าปวย  แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุด  รถขับเคลื่อนสี่ล้อต้องไต่ผ่านทางดินแดงที่คดเคี้ยวกลางภูเขา ฝุ่นแดงของฤดูร้อนลอยฟุ้งกลางอากาศ บางเวลา เมฆฝนก่อตัวขึ้นเหนือแนวเขา แล้วโปรยสายฝนลงมาราวกับกำลังเต้นระบำกลางผืนป่า แสงแดดแผดจ้าสะท้อนผืนป่าในบางช่วง สลับกับความชุ่มเย็นของสายฝน ธรรมชาติเหมือนกำลังทดสอบหัวใจของผู้เดินทาง กว่าสองชั่วโมงบนเส้นทางลูกรัง ปลายทางที่เรามาถึงคือ บ้านหินลาดนาไฮ  หมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวปะกาเกอะญอ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าจากสายส่ง มีเพียงแสงไฟเล็ก ๆ จากแผงโซลาร์เซลล์ และวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย  บ้านไม้เรียบง่ายหลายหลัง มุงหลังคาด้วยใบตองตึง ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้

     “ฝากลูกด้วยนะครู” –  เมื่อคณะครูเดินทางมาถึง พ่อแม่ผู้ปกครองต่างออกมาต้อนรับ รอยยิ้มของพวกเขาเรียบง่ายเหมือนวิถีชีวิต จัดสำรับข้าวปลาอาหารต้อนรับ คณะผู้บริหารได้มอบ ถุงยังชีพจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก และโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น สิ่งของเหล่านั้นอาจดูเล็กน้อยสำหรับคนเมือง แต่สำหรับครอบครัวกลางภูเขา มันคือสัญญาณว่า โรงเรียนยังไม่เคยลืมพวกเขา

    แม่ของนักเรียนคนหนึ่ง  พูดกับผู้บริหารและครู “ฝากลูกด้วยนะครู อยากให้เขาเรียนให้จบ จะได้มีงานดี ๆ ทำ ชีวิตจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่”  คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นราวกับคำฝากฝังทั้งชีวิต

    เด็กชายกับเรือหาปลา –  วันที่สองของการเดินทาง คณะครูนั่งเรือออกจากหมู่บ้านสันป่าป๋วย มุ่งหน้าไปยัง หมู่บ้านโสมงหมู่บ้านเล็ก ๆ ของผู้คนที่อพยพมาอยู่เหนือเขื่อน

    ที่นี่ ชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ผู้ชายออกเรือหาปลา ผู้หญิงดูแลบ้านและทำเกษตร เด็ก ๆ เติบโตมากับเรือ และเรียนรู้การหาปลาตั้งแต่ยังเล็ก ในหมู่บ้านแห่งนี้คณะครูได้พบกับเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

    นายเพชรทักษิณ  พูลประเสริฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียนออกเรือหาปลา ทีละตัว ทีละวัน เงินเล็ก ๆ จากการขายปลา ถูกเก็บสะสมอย่างเงียบ ๆ จนกลายเป็นเงินก้อนสำหรับค่าเทอม เขากำลังจะเข้าเรียนต่อประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา ตาก ค่าเทอม 10,300 บาท แม่ของเขาพูดด้วยแววตาภูมิใจ

    “แม่จ่ายแค่สามร้อยบาท ที่เหลือลูกขายปลาเก็บเงินจ่ายค่าเทอมเอง”  คำพูดสั้น ๆ แต่ทำเอา ผอ.จิรกร ฐาวิรัตน์ ผอ.และคณะครู  ถึงกับตื้นตันใจในความวิริยะอุตสาหะของลูกศิษย์คนนี้

    การศึกษาที่ต้องเดินทาง –   ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก แนวคิดสำคัญของการศึกษาที่เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าบ้านของเขาจะอยู่ใกล้เมือง หรือซ่อนตัวอยู่หลังขุนเขาอันห่างไกล สำหรับครูสามเงา การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ แต่มันคือการเดินทาง เพื่อไปบอกเด็ก ๆ ว่า ความฝันของพวกเขามีคนคอยดูแล

    เรื่องราวเล็กๆของหมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพลนี้ สะท้อนความหมายของคำว่า “การศึกษา” ได้อย่างลึกซึ้ง ผืนน้ำกว้างใหญ่ของ เขื่อนภูมิพล เขื่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงพระราชทานกำเนิดไว้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน

    วันนี้ ผืนน้ำเดียวกันนั้น กำลังสะท้อนอีกภารกิจหนึ่งของสังคมไทย ภารกิจของการพา โอกาสทางการศึกษา เดินทางไปถึงเด็กทุกคน แม้บ้านของพวกเขาจะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม  เพราะในเส้นทางของการศึกษา จะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/469392&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TDTfIYeYbD0ZbJgvb_5ec

  • สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

    เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ที่ห้องรับรองท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ชั้น 4 อาคาร 60 พรรษาราชสุดาสมภพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา พร้อมด้วยคณะครู นำนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ 1 สาขาอาหารและโภชนาการ (ระบบทวิวุฒิ) จำนวน 13 คน และเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 นำนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 2 สาขาอาหารและโภชนาการ จำนวน 10 คน เข้าพบ ท่านอธิการบดีและรองอธิการบดี ณ ห้องรับรองท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ ชั้น 4 อาคาร 60 พรรษาราชสุดาสมภพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อกราบลาและเข้ารับโอวาท ในโอกาสในโอกาสก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
    โดยนักศึกษา ปวส. จะเดินทางไปศึกษา ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาผังเมืองเซี่ยงไฮ้ เป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา มีกำหนดเดินทางในวันที่ 17 มีนาคม 2569 ขณะที่นักเรียน ปวช. จะเดินทางไปศึกษาหลักสูตรระยะสั้น ณ โรงเรียนศูนย์กลางอาชีวศึกษาเขตเฟิงไถ แห่งปักกิ่ง มีกำหนดเดินทางในวันที่ 23 มีนาคม 2569
    โอกาสนี้ ท่านอธิการบดีได้ให้โอวาทแก่นักเรียนและนักศึกษา โดยเน้นย้ำให้ตระหนักถึงโอกาสในการไปศึกษาหาความรู้และเปิดโลกทัศน์ในต่างประเทศ พร้อมทั้งขอให้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนสำเร็จ พัฒนาศักยภาพของตนเองทั้งด้านภาษา ความรู้ และทักษะวิชาชีพ ควบคู่กับการเรียนรู้ การปรับตัว การมีวินัย และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าและนำความรู้ที่ได้รับกลับมาพัฒนาตนเองและต่อยอดในสาขาวิชาชีพต่อไป ทั้งนี้ อวยพรให้นักเรียนและนักศึกษาเดินทางไปและกลับโดยสวัสดิภาพ ปลอดภัยจากอุปสรรคใด ๆ ทั้งปวง

    การเดินทางไปศึกษาครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนและนักศึกษาให้มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ในระดับนานาชาติ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นกำลังคนคุณภาพของประเทศในอนาคต
    ชาติภักดิ์/ข่าว

    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — 18 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — 18 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — 18 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI
    สจด. นำนักเรียนและนักศึกษาจิตรลดาวิชาชีพ เข้ารับโอวาทก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน — 18 มีนาคม 2026 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121645/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36JGYCmMNCrF1ihBndlQhf

  • เทศบาลอยุธยา มอบประกาศนียบัตรนักเรียนจบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย | เดลินิวส์

    เทศบาลอยุธยา มอบประกาศนียบัตรนักเรียนจบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา ว่าที่ร้อยตรี ดร.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา ประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรนักเรียนที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ประจำปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯ โดยมีนักเรียนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย รวมที่งสิ้น จำนวน 187 คน แบ่งเป็น 1.โรงเรียนเทศบาลวัดเขียน จำนวน 40 คน 2.โรงเรียนชุมชนป้อมเพชร จำนวน 44 คน 3.โรงเรียนเทศบาลวัดตองปุโบราณคณิสสร จำนวน 11 คน 4.โรงเรียนเทศบาลสรรพสามิตบำรุง จำนวน 29 คน 5.โรงเรียนเทศบาลวัดศาลาปูน จำนวน 14 คน 6.โรงเรียนเทศบาลวัดรัตนชัย จำนวน 13 คน 7.โรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม จำนวน 23 คน 8.โรงเรียนเทศบาลวัดป่าโค จำนวน 13 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5695221/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PpsxU1lpLV0gysLntEftf

  • ประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นักกฎหมายมหาชนชั้นครู นั่งรองนายกฯ เก้าอี้เดิม

    ประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” นักกฎหมายมหาชนชั้นครู นั่งรองนายกฯ เก้าอี้เดิม

    เปิดประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” อดีตประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2558 เจ้าของฉายา “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู” ยังมีชื่อได้นั่งเก้าอี้ รองนายกรัฐมนตรีคุมฝ่ายกฎหมาย ในครม.อนุทิน 2

    วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นที่จับตาไม่น้อย เมื่อรายชื่อคณะรัฐมนตรีอนุทิน 2 หลุดออกมา ทางพรรคสีน้ำเงิน ยังคงไว้วางใจ ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ให้มาทำหน้าที่ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลฝ่ายกฎหมาย และหลักนิติรัฐ ให้กับรัฐบาลเช่นเดิม ซึ่งในแวดวงทางการเมืองย่อมรู้ดีว่า ตำแหน่งดังกล่าวมีความสำคัญต่อรัฐบาลเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องคอยช่วยตรวจตรากฎหมาย ทั้งที่สภาส่งมา และที่ฝ่ายรัฐบาลเองที่ต้องการผลักดัน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดและให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

    ประวัติ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”

    สำหรับ ศ.ดร. บวรศักดิ์ อุวรรณโณ สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ และได้รับทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (Licence en Droit), ปริญญาโท (Maîtrise en Droit Public) และปริญญาเอก (Doctorat d’État en Droit) จากมหาวิทยาลัยปารีส 2 ป็องเตอง-อัสซัส (Université Panthéon-Assas, Paris II) ซึ่งถือเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านนิติศาสตร์ระดับโลก

    ศ.ดร. บวรศักดิ์ ถือเป็นนักกฎหมายและนักวิชาการที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย มีบทบาทสำคัญในแวดวงกฎหมาย การเมือง และการบริหารราชการมายาวนาน ได้รับฉายาและคำยกย่องจากสื่อมวลชนว่าเป็น “นักกฎหมายมหาชนชั้นครู”

    มีแนวคิดที่เน้นหลักการ “นิติรัฐ” (Rule of Law)  โดยเชื่อว่าการปกครองประเทศต้องยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ และกฎหมายจะต้องมีความเป็นธรรมและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และยังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการเมืองและการบริหารราชการเพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชัน และส่งเสริมธรรมาภิบาลในสังคมไทย

    ด้านการทำงาน ในภาครัฐ ศ.ดร.บวรศักดิ์ เริ่มต้นรับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 13, เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร, เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า, เลขาธิการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย, ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 

    ส่วนงานด้านวิชาการ ศ.ดร. บวรศักดิ์ เป็นอาจารย์พิเศษด้านกฎหมายมหาชนที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์พิเศษมาอย่างยาวนาน

    บทบาททางการเมือง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ”

    ขณะที่ บทบาททางการเมือง ศ.ดร.บวรศักดิ์ เคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองในสมัยรัฐบาล พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ และมีส่วนร่วมในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศหลายชุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2558 

    นอกจากนี้ ยังเขียนหนังสือ “นิติวิธี” ที่อธิบายหลักการและวิธีการตีความกฎหมาย, “ทฤษฎีการบริหารราชการแผ่นดิน” ตำราที่ใช้ในการศึกษาวิชากฎหมายปกครอง และยังมีบทความ งานวิจัย อีกจำนวนมากที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ

    ปัจจุบันยังคงดำเนินมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม สร้างสรรค์เด็กและเยาวชน ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ ผ่านเครือข่าย SEED Thailand เครือข่ายเยาวชนรักษ์บ้านเกิด

    ต่อมาในเดือนกันยายน 2568 ศ.ดร.บวรศักดิ์ ได้ถูกทาบทามจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลฝ่ายกฎหมาย ในครม.อนุทิน 1 และล่าสุดการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ศ.ดร.บวรศักดิ์ ก็ยังมีชื่อได้นั่งในตำแหน่งเดิม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2920526&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aWPfvY9Xv964AeNvLDWvg

  • ส่องโปรไฟล์ เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ การศึกษาดี สมัยสาวๆสวยมาก

    ส่องโปรไฟล์ เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ การศึกษาดี สมัยสาวๆสวยมาก

    ส่องโปรไฟล์ เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ การศึกษาดี สมัยสาวๆสวยมาก

    ท่ามกลางดราม่าร้อนระอุของ “สุรชัย สมบัติเจริญ” ที่ออกมาโต้เดือดอดีตภรรยา ล่าสุดชื่อของ “เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ โกมลเสน” ก็ถูกพูดถึงอย่างหนักอีกครั้ง

    สำหรับประวัติของเจี๊ยบ ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เธอเป็นน้องสาวของอดีตนักแสดงผู้ล่วงลับ “ดวงชีวัน โกมลเสน” เคยไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ด้านเลขานุการและการบริหาร และมีแผนเรียนต่อสายแฟชั่นดีไซน์

    ก่อนจะเดินทางกลับไทยในปี 2522 และได้พบกับสุรชัยในช่วงที่ฝ่ายชายยังไม่โด่งดังในวงการ

    เจี๊ยบยังเคยมีผลงานในวงการบันเทิง ใช้ชื่อในวงการว่า “ศกุนตนา โกมลเสน” ทั้งงานภาพยนตร์และนางแบบแฟชั่น โดยผลงานที่เป็นที่รู้จักคือภาพยนตร์เรื่อง แว่วเสียงนางพราย ซึ่งเธอรับบทนางเอกในปี 2525

    ด้วยรูปร่างสูงโปร่งประมาณ 170 ซม. ทำให้เธอเคยเป็นอีกหนึ่งนักแสดงและนางแบบที่ได้รับความสนใจไม่น้อยในยุคนั้น


    ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://entertain.teenee.com/thaistar/318566.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35IeioVB1gIl5b__5aegst

  • สจด. นำนักศึกษาทุน กสศ. ศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. นำนักศึกษาทุน กสศ. ศึกษาเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121613/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3U6fuytSv5TcRLcQvLqnSn

  • ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    วันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการสำคัญหลายด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้เรียนในโรงเรียนเอกชน

    หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การอนุมัติ (ร่าง) ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน โดยเพิ่มเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนอีก 1 ชุด สำหรับนักเรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุด และลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน 

    มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป โดยมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จัดทำรายละเอียดแนวทางการเบิกจ่ายและการดำเนินงานเสนอรัฐมนตรีลงนามต่อไป 

                                  ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี นับจากหลักสูตรเดิมปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง

    หลักสูตรใหม่นี้ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักศาสนาจาก สำนักจุฬาราชมนตรี เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทั้งด้านวิชาการและคุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 เช่นกัน 

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบการจัดทำระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สำหรับครู บุคลากร และนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เพื่อรองรับการบริหารจัดการข้อมูลในยุคดิจิทัล โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย และลดภาระงานเอกสารของครู

                              ศธ.ไฟเขียวเพิ่มชุดนักเรียนเด็กเปราะบาง-ปรับหลักสูตรอิสลามศึกษา

    ในด้านการบริหารสถานศึกษา ที่ประชุมมีมติอนุญาตให้ยกเว้นคุณสมบัติบางประการตามกฎหมายโรงเรียนเอกชน เพื่อให้พระสงฆ์สามารถทำหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนในบางกรณีได้ เพื่อแก้ปัญหาการบริหารงานในพื้นที่และให้การจัดการศึกษาดำเนินต่อเนื่อง

    พร้อมกันนี้ ยังรับทราบความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ให้เป็นระบบเรียลไทม์ โดยเชื่อมโยงกับระบบของ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งมีความพร้อมแล้ว และเตรียมเปิดใช้งานระยะแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลระดับจังหวัดและอำเภอ

    ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพการศึกษาเอกชน ควบคู่กับการลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/654142&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3iIv5Q8Ob0Jg1fWIF1E3Ua

  • ครม.รับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ

    ครม.รับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ

    ครม.รับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ


    17/03/2569 | 67 |

    วันนี้ 17 มีนาคม 2569 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วมตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เสนอ

    รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะดังกล่าว

    โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
     
    ทั้งนี้ กสม. มีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจากสถานการณ์น้ำท่วม ดังนี้

     1. ระยะสั้น
       1.1 ให้กรมชลประทานหารือร่วมกับประชาชนในพื้นที่เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการบริหารจัดการน้ำในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะการลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ
       1.2 ให้กรมชลประทานร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำหนดแนวทางในการสื่อสารข้อมูลกับประชาชนที่เข้าใจง่าย ชัดเจน และทันท่วงที เช่น การแจ้งเตือนระดับน้ำ การคาดการณ์ช่วงเวลากลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ รวมถึงให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (War Room) ร่วมกันเพื่อให้การตัดสินใจและประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ
       1.3 ให้ ปภ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานานตามระยะเวลาที่ประสบภัยจริง รวมถึงกลุ่มที่อาศัยในพื้นที่ที่น้ำล้อมรอบและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
       1.4 ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเร่งช่วยเหลือและเยียวยากลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียง ทั้งในมิติด้านสังคมและศาสนา
        1.5 ให้กรมชลประทานร่วมกับ สทนช. เร่งสำรวจและชดเชยความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง

     2 ระยะกลาง
      2.1 ให้กรมชลประทานร่วมกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทออกแบบให้ถนนหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำมีทางระบายน้ำที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
       2.2  ให้กรมชลประทานร่วมกับ สทนช. พิจารณาเพิ่มพื้นที่รับน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำที่เกี่ยวข้อง และในกรณีที่จำเป็นต้องเวนคืนที่ดินของประชาชนจะต้องจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่อย่างเคร่งครัด
       2.3    ให้จัดสรรงบประมาณที่เพียงพอแก่ อปท. ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อใช้เตรียมความพร้อมและเผชิญเหตุ รวมถึงช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์
       2.4  ให้ สทนช. ร่วมกับกรมชลประทานจัดตั้งคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการลุ่มน้ำยม คณะกรรมการลุ่มน้ำน่าน และคณะกรรมการลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียทั้งในและนอกเขตชลประทาน ผู้แทน อปท. ผู้แทนภาคเกษตร ผู้แทนภาคธุรกิจ ผู้นำท้องที่ และผู้แทนกลุ่มองค์กรผู้ใช้น้ำ โดยให้มีหน้าที่และอำนาจในการวางแผนและตัดสินใจการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กำหนดเกณฑ์การรับและระบายน้ำ กำหนดกลไกการสื่อสาร รวมถึงรวบรวมข้อมูลความเสียหายและกำหนดเกณฑ์การชดเชยเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
     3. ระยะยาว

    ให้กรมชลประทานและ สทนช. เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่เพื่อจัดการปัญหาการบริหารจัดการน้ำภาพรวมของลุ่มน้ำเจ้าพระยา 9 แผนงาน 

     แผน 1 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก 

     แผน 2 คลองระบายน้ำหลากชัยนาท – ป่าสัก – อ่าวไทย 

    แผน 3 คลองระบายน้ำควบคู่กับถนนวงแหวนรอบที่ 3 

    แผน 4 ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก 

    แผน 5 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 

    แผน 6 การบริหารจัตการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ 

    แผน 7 คลองระบายน้ำหลากบางบาล – บางไทร (กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเสนอคณะรัฐมนตรีแล้ว มีมติเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562 อนุมัติให้ดำเนินโครงการ) 

    แผน 8 เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน 

    แผน 9 พื้นที่รับน้ำนอง 

    ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564  ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

    ที่มา : https://www.thaigov.go.th/th/news/162372


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/485983&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Z-v60eSDt2Cf2NRx6InwN