Category: วัฒนธรรม

  • รู้จัก “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี พรรคประชาชน  โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ

    รู้จัก “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี พรรคประชาชน โหวต “อนุทิน” เป็นนายกฯ

    ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 19 มี.ค.2569 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี มีบุคคลได้รับการเสนอชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน

    ผลการลงมติปรากฏว่า นายอนุทิน ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเสียงข้างมาก ชนะ นายณัฐพงษ์ ด้วยคะแนน 293 เสียง ต่อ 119 เสียง ขณะที่มีผู้งดออกเสียง 86 เสียง ทั้งนี้พบว่ามี สส.ของพรรคประชาชน 1 คน ลงมติสนับสนุนนายอนุทิน นั้นคือ นายสุริยา วงศ์อารีย์ สส.อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน

    รู้จัก “สุริยา วงศ์อารีย์” สส.อุดรธานี สมัยแรก

    นายสุริยา วงศ์อารีย์ ปัจจุบันเป็น สส.อุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 สังกัดพรรคประชาชน ด้านการศึกษา นายสุริยา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

    ก่อนเข้าสู่การเมือง เคยทำงานเป็นวิศวกรที่ บริษัท ซูมิโตโม รับเบอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จากนั้นจึงเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยเคยลงสมัคร สส.อุดรธานี ในนาม พรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งปี 2566 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ก่อนจะกลับมาลงสมัครอีกครั้งในปี 2569 ในนามพรรคประชาชน และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยแรก

    และในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี วันที่ 19 มี.ค.2569 นายสุริยา โหวตหนุนนายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขว้าง อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าเฟซบุ๊กของ นายสุริยา มีการปิดไปแล้ว

    ต่อมา นายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการโหวตสวนมติพรรคของนายสุริยาในครั้งนี้ พร้อมตั้งคำถามไปถึง “คนซื้อ” เพราะการโหวตสวนคงไม่ได้เป็นการตัดสินใจของนายสุริยาเอง โดยไม่มีผลประโยชน์อื่น

    หัวหน้าพรรคประชาชน ยังตั้งคำถามว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังว่ากระทำไปเพื่อสิ่งใด ต้องการเห็นระบบการเมืองแบบนี้จริงหรือ อีกทั้งรัฐบาลก็มีเสถียรภาพในด้านจำนวนเสียงมาก จึงเชื่อว่าเป็นมุ่งทำลายความเชื่อมั่นของพรรคประชาชน แต่ยืนยันว่าพรรคไม่ได้เสียสมาธิ และพร้อมดำเนินมาตรการทางวินัย ซึ่งเป็นเรื่องภายในพรรคก่อน เมื่อมีข้อสรุปที่แน่ชัดแล้วจะแถลงอีกครั้ง

    หัวหน้าพรรคประชาชน ยอมรับว่าก่อนหน้านี้รับทราบข้อมูลมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริง จึงไม่ต้องการกล่าวหา แต่ขณะนี้ชัดเจนแล้วจากกระโหวตสวนมติพรรค พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้กระทบสมาธิของตนเองและเพื่อนร่วมพรรค โดยจะเดินหน้าทำงานต่อไปได้

    รพ.รามาธิบดี แจ้งปรับรูปแบบการให้บริการ จากผลกระทบเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง เริ่ม 23 มี.ค.นี้

    “ณัฐพงษ์” ตั้งคำถามถึงคนซื้อ “งูเห่าส้ม” ทำเพื่ออะไร ยันพรรค ปชน.ไม่เสียสมาธิ

    ศึกตะวันออกกลางลามเทคโนโลยี กระทบห่วงโซ่ผลิต “เซมิคอนดักเตอร์”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503560&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2agVynKjX5kbb2DMiL_rLO

  • ‘ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก’ ละลายเร็ว เมืองชายฝั่งจม ‘กรุงเทพฯ-ปริมณฑล’ เจอน้ำท่วม กระทบกว่า 7 ล้านคน

    ‘ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก’ ละลายเร็ว เมืองชายฝั่งจม ‘กรุงเทพฯ-ปริมณฑล’ เจอน้ำท่วม กระทบกว่า 7 ล้านคน

    ธารน้ำแข็งทเวตส์” ในแอนตาร์กติกาตะวันตก มีขนาดมหึมาครอบคลุมพื้นที่กว่า 192,000 ตร.กม. ถูกเรียกในชื่อ “ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลก” (Doomsday Glacier) เนื่องจากเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ช่วยพยุงแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกไม่ให้ไหลลงสู่มหาสมุทร แต่ในตอนนี้ธารน้ำแข็งแห่งนี้กำลังละลายอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้เมืองชายฝั่งหลายแห่งจมบาดาลอย่างรวดเร็ว

    ปัจจุบันธารน้ำแข็งทเวตส์กำลังสูญเสียมวลน้ำแข็งเร็วกว่าช่วงทศวรรษ 1990 ถึง 5 เท่า เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างหิมะที่ตกสะสมกับปริมาณน้ำแข็งที่ไหลลงสู่ทะเลอามุนด์เซน ในแต่ละปีธารน้ำแข็งแห่งนี้สูญเสียน้ำแข็งไปประมาณ 50,000-80,000 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นจำนวนมหาศาลแม้แต่ในมาตรฐานของแอนตาร์กติกาเอง

    แบบจำลองจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระ ระบุว่า ภายในปี 2067 ธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกอาจสูญเสียมวลน้ำแข็งได้ถึง 180-200 กิกะตันต่อปี อัตราการสูญเสียดังกล่าวจะเทียบเท่ากับปริมาณการละลายของน้ำแข็งทั้งทวีปแอนตาร์กติกาในปัจจุบัน การเร่งตัวนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

    กลไกสำคัญที่ทำให้ทเวตส์เปราะบาง มาจากภูมิประเทศใต้ธารน้ำแข็งซึ่งเป็นหลุมลึกลาดเอียงลงไปในแผ่นดิน ลักษณะเช่นนี้ทำให้น้ำอุ่นจากมหาสมุทรสามารถไหลลอดใต้แผ่นน้ำแข็ง และกัดเซาะจากด้านล่างได้ง่ายขึ้น กระแสน้ำอุ่นเหล่านี้จะทำให้จุดยึดเกาะกับพื้นดินถอยร่นกลับไป และลดแรงต้านที่จะพยุงน้ำแข็งส่วนที่เหลือไว้

    นักวิจัยพบว่า บริเวณร่องลึกใต้ดินเหล่านี้เป็นจุดอ่อนสำคัญที่อาจนำไปสู่ภาวะความไม่เสถียรของแผ่นน้ำแข็งทางทะเล เมื่อกระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้น การถดถอยของธารน้ำแข็งจะกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่หยุดยั้งได้ยาก ความเร็วในการไหลของน้ำแข็งสู่มหาสมุทรจะเพิ่มขึ้นตามความลึกของจุดที่น้ำแข็งสัมผัสกับน้ำ

    จากการเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดด้วยเทคโนโลยีเรดาร์ และเซนเซอร์ใต้ทะเล นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่าธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกละลายเร็วกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก แม้ข้อมูลบางส่วนจะบ่งชี้ว่าหน้าผาน้ำแข็งอาจมีความเสถียรกว่าที่คิด แต่กระแสน้ำขึ้นน้ำลงที่พัดพาน้ำอุ่นเข้าใต้แผ่นน้ำแข็งกำลังสร้างรอยแตกร้าว และทำให้มันบางลงอย่างต่อเนื่อง

    ผลกระทบระดับน้ำทะเลที่จะเกิดขึ้น

    การละลายของธารน้ำแข็งทเวตส์ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลกไปแล้วประมาณ 4% ในปัจจุบัน แม้ดูเหมือนจะเป็นตัวเลขที่น้อย แต่ระดับน้ำทะเลโลกได้สูงขึ้นมาแล้วราว 23 เซนติเมตร นับตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ทำให้น้ำท่วมชายฝั่ง และเกิดพายุซัดฝั่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

    หากธารน้ำแข็งทเวตส์เกิดการล่มสลายโดยสมบูรณ์ ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มสูงขึ้นทันทีประมาณ 65 เซนติเมตร ระดับนี้เพียงพอที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าแนวชายฝั่งของโลกไปอย่างสิ้นเชิง และทำลายระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แม้กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานหลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษ แต่ผลกระทบจะเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนในรุ่นอายุของเรา

    จากการวิเคราะห์ของ The New York Times ระบุว่า หากธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกละลายหายไปในวันนี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้คนตามแนวชายฝั่งหลายสิบล้านคน ซึ่งรวมถึงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลที่จะมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 7 ล้านคน

    เช่นเดียวกับเซี่ยงไฮ้ที่เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความเสี่ยงสูงสุด เนื่องจากมีประชากรกว่า 600,000 คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่แล้ว หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเพียง 60 เซนติเมตร จะทำให้มีประชากรในเซี่ยงไฮ้อีกถึง 4.7 ล้านคนที่ต้องเผชิญกับน้ำท่วมเพิ่มขึ้น อีกทั้งสภาพภูมิประเทศที่เป็นดินตะกอนปากแม่น้ำยังทำให้เมืองเผชิญกับการทรุดตัวของแผ่นดินควบคู่ไปด้วย

    ขณะที่ เมืองกัลกัตตา ของอินเดีย, นครโฮจิมินห์ และกรุงโตเกียว จะมีผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้นนับล้านคน หากธารน้ำแข็งวันสิ้นโลกละลายหายไปในวันนี้ ส่วนกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ จะมีประชากรย้ายมาอยู่อาศัยถึง 50 ล้านคนในปี 2050 เนื่องจากน้ำทะเลซัดชายฝั่ง เกษตรกรรมถูกน้ำเค็มรุกรานจนทำกินไม่ได้

    แม้สหรัฐจะเป็นประเทศร่ำรวย แต่ก็ต้องเจอกับค่าใช้จ่ายในการป้องกันเมืองชายฝั่งพุ่งสูงจนน่าตกใจ เช่น โครงการสร้างแนวกั้นน้ำสำหรับปกป้องนิวยอร์กอาจต้องใช้เงินถึง 52,000 ล้านดอลลาร์ หรือการสร้างแนวกันคลื่นขนาดยักษ์ที่ท่าเรืออาจต้องใช้เงินสูงถึง 119,000 ล้านดอลลาร์

    นอกจากนี้ สหรัฐยังมีบทเรียนจากพายุเฮอริเคนคาทรีนา ที่แสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันน้ำท่วมก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป ต้องใช้เงินกว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ในการฟื้นฟูภัยพิบัติครั้งนั้น และความสูญเสียอาจเกิดขึ้นบ่อย และรุนแรงกว่าเดิม หากระดับน้ำทะเลยังคงพุ่งสูงขึ้น ถึงจะมีความเสี่ยงสูง แต่ผู้คนยังคงย้ายไปอยู่ในเมืองที่อยู่ในพื้นที่อย่างไมอามีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก

    ธารน้ำแข็งทเวตส์ทำหน้าที่เป็นตัวอุดแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกทั้งหมดไว้ หากธารน้ำแข็งนี้ละลายหมด อาจดึงเอาแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกทั้งหมดลงมาด้วย ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นได้อีกหลายเมตรทั่วโลก

    เมื่อน้ำแข็งบนบกไหลลงสู่ทะเลมากขึ้น ความร้อนในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ปริมาตรของน้ำทะเลขยายตัวตามไปด้วย เสริมให้ระดับน้ำสูงขึ้นไปอีก ปรากฏการณ์นี้จะทำงานร่วมกับการละลายของน้ำแข็งจากกรีนแลนด์ ทำให้สถานการณ์ระดับน้ำทะเลรุนแรงขึ้นกว่าที่การละลายจากทเวตส์เพียงอย่างเดียวจะทำได้

    ดังนั้น การพังทลายของทเวตส์จึงไม่ใช่เพียงแค่การสูญเสียน้ำแข็งหนึ่งก้อน แต่มันคือการเริ่มต้นของจุดจบสำหรับระบบน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาตะวันตก นักวิทยาศาสตร์เปรียบเปรยทเวตส์ว่าเป็นเหมือนระบบเตือนภัยของดาวเคราะห์ (Planetary warning system) ที่กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

    มีการเสนอแนวคิดทางวิศวกรรมภูมิอากาศ เช่น การสร้างม่านใต้น้ำ หรือแนวกั้นขนาดยักษ์ใต้ทะเลเพื่อกั้นไม่ให้น้ำอุ่นเข้าถึงตัวธารน้ำแข็ง แม้แนวคิดนี้จะมีการศึกษาวิจัย แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนในเรื่องความเป็นไปได้จริง และผลกระทบข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบนิเวศทางทะเล

    นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ยืนยันว่าการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด เพื่อชะลออุณหภูมิของมหาสมุทรไม่ให้เพิ่มสูงขึ้นจนถึงจุดที่รักษาธารน้ำแข็งไว้ไม่ได้ โดยทุกการกระทำตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเมืองชายฝั่งในอีก 50 หรือ 100 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

    ที่มา: Creative Learning GuildPhysThe New York Times

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1225804&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vme9QTHIWH8T-btXxpNDL

  • ‘เด่นคุณ-ปอนด์’อวยพรแนวหน้าก้าวสู่ปี 47 ชวนคนไทยร่วมบริจาคเพื่อการศึกษา

    ‘เด่นคุณ-ปอนด์’อวยพรแนวหน้าก้าวสู่ปี 47 ชวนคนไทยร่วมบริจาคเพื่อการศึกษา

    วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.08 น.

    Tag :

    เนื่องในโอกาสบริษัทหนังสือพิมพ์แนวหน้าก้าวเข้าสู่ปีที่ 47  งานนี้2 นักแสดงหนุ่มจากภาพยนต์เรื่อง ‘พี่นาค5’ นำทีมโดย เด่นคุณ งามเนตร และ ปอนด์ คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ ได้ร่วมส่งคำอวยพรแสดงความยินดีพร้อมชื่นชมสื่อที่อยู่คู่คนไทยมายาวนานและเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานครชื่อบัญชี‘มูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร’ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ เลขที่บัญชี 029-442708-0

    โดย ‘เด่นคุณ’กล่าวอวยพรให้หนังสือพิมพ์แนวหน้าเจริญเติบโตและอยู่คู่คนไทยต่อไป พร้อมทำหน้าที่สื่อสารข่าวสารให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยว่า “แนวหน้า’เป็นชื่อสื่อที่ได้ยินมาตั้งแต่จำความได้ จึงเชื่อว่าการที่สำนักข่าวสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงของเนื้อหาและคุณภาพของสื่อที่นำเสนอ

    ด้าน ‘ปอนด์’ ก็ร่วมอวยพรให้แนวหน้าประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไป พร้อมผลิตคอนเทนต์ข่าวสารดี ๆ ให้ประชาชนได้รับชมอย่างต่อเนื่อง และยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญ เนื่องในโอกาสครบรอบ 47 ปี ด้วยการร่วมบริจาคสมทบทุนให้กับมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนและนักศึกษาไทย ทั้งนี้ทั้งสองนักแสดงยังร่วมแสดงความยินดี และขอบคุณแนวหน้าที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางสำคัญในการนำเสนอข่าวสารให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/953695&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ozrY62F6eZqZ7qEzd5irH

  • กทม.เร่งสร้าง ‘เมืองเท่าเทียม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ สู่อนาคตเมืองยั่งยืน

    กทม.เร่งสร้าง ‘เมืองเท่าเทียม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ สู่อนาคตเมืองยั่งยืน

    เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ล่าสุด กรุงเทพมหานคร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “5 ด้าน 5 ดี” โดยมุ่งเน้น “การเข้าถึงที่ใช้ได้จริง” มากกว่าการขยายตัวเลขเชิงปริมาณ สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งด้านการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) และการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11)

     นายต่อศักดิ์ โชติมงคล

    นายต่อศักดิ์ โชติมงคล

    ในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ซึ่งมี นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 มิติ ได้แก่ เรียนดี สุขภาพดี เดินทางดี เศรษฐกิจดี และบริหารจัดการดี ภายใต้แนวคิด “เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    เรียนดี: เปิดโอกาสการศึกษาที่เท่าเทียม

    
กรุงเทพมหานครเร่งขยายโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยเพิ่มจำนวนโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมเป็น 169 แห่ง พร้อมเสริมบุคลากรเฉพาะทางกว่า 1,000 คน และพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้ระบบการศึกษารองรับความหลากหลายของผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ ลดช่องว่างการเข้าถึงตั้งแต่ระดับฐานราก

    สุขภาพดี: เข้าถึงสิทธิและบริการอย่างทั่วถึง

    
การให้บริการเชิงรุกผ่านศูนย์แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และการลงพื้นที่ชุมชน ช่วยให้คนพิการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้สะดวกมากขึ้น ทั้งการออกบัตรประจำตัว การรับรองความพิการ และการสนับสนุนกายอุปกรณ์ ควบคู่กับการฟื้นฟูสุขภาพและพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรม เช่น Smart Gym และการผลักดันนักกีฬาคนพิการสู่เวทีแข่งขัน

    เดินทางดี: โครงสร้างพื้นฐานเพื่อทุกคน

    
การพัฒนาเมืองตามหลัก Universal Design ถูกยกระดับเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย ทั้งการปรับปรุงอาคาร ทางข้าม และระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระบบขนส่งที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์อย่างครอบคลุม ลดอุปสรรคเชิงกายภาพที่เป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำในเมือง

    เศรษฐกิจดี: สร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    
กรุงเทพมหานครมุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนพิการ ผ่านการจ้างงานในหน่วยงานรัฐ การพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ที่สอดรับกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เช่น งานออกแบบเว็บไซต์ และสายงานบริการ รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้แสดงศักยภาพด้านศิลปะและวัฒนธรรมในเทศกาลต่าง ๆ เพื่อสร้างการยอมรับและลดอคติในสังคม

    บริหารจัดการดี: ระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง

    
การจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ การพัฒนาสื่อที่เข้าถึงได้ เช่น ล่ามภาษามือและคำบรรยายแทนเสียง รวมถึงการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบาย สะท้อนความพยายามยกระดับการบริหารเมืองให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม

    bangkok-equality-disability-quality-of-life-sustainable-city-SPACEBAR-Photo02.jpg

    อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้อยู่ที่การเปลี่ยนกรอบคิดจาก “การวัดผลด้วยตัวเลข” ไปสู่ “การวัดผลด้วยคุณภาพชีวิต” โดยเป้าหมายคือให้คนพิการสามารถใช้บริการของเมืองได้จริง มีศักดิ์ศรี และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมือง การทำงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิด “City Lab” หรือห้องทดลองเมือง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดสอบนโยบายและนวัตกรรมด้านการเข้าถึง ผ่านการใช้งานจริงร่วมกับคนพิการ ก่อนนำผลลัพธ์ไปขยายผลในระดับเมือง แนวทางนี้สะท้อนการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม และการเรียนรู้จากผู้ใช้งานจริง

    ท่ามกลางความท้าทายของเมืองขนาดใหญ่ การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการจึงไม่ใช่เพียงนโยบายเฉพาะกลุ่ม หากแต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเป็น “เมืองยั่งยืน” เพราะเมื่อเมืองสามารถออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เมืองนั้นย่อมเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับทุกคนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/bangkok-equality-disability-quality-of-life-sustainable-city&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z7PTd8t_5RzBBeHCqzff5

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 89 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 89 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121822/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DrSaINI5VrIo4ytW8aPSG

  • ชอบผู้หญิงน่ารักๆ’โมเน่ต์-แพรว-มารีน’เด็กแสบคนไหน? ชนะใจ’แจนรี่’ – แนวหน้า

    ชอบผู้หญิงน่ารักๆ’โมเน่ต์-แพรว-มารีน’เด็กแสบคนไหน? ชนะใจ’แจนรี่’ – แนวหน้า

    … อย่างรวดเร็ว งานนี้ “อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม (Independent Film)” สังกัด iAM ก็ไม่รอช้าทำภาพกราฟิกให้เป็นของขวัญให้แฟนๆ เอาไปใช้ตั้งเป็นวอลเปเปอร์เพื่อขอบคุณทุกแรงซัพพอร์ตเรียบร้อย.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/953672&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0c8tJbj-1kFkTK2Xm12YhG

  • แรงบันดาลใจจาก ‘แมลงปีกแข็ง’ สู่ ‘ฟิล์มชีวภาพจากธรรมชาติ’ สกัดจากเปลือกปูและพืช ย่อยสลายได้ …

    แรงบันดาลใจจาก ‘แมลงปีกแข็ง’ สู่ ‘ฟิล์มชีวภาพจากธรรมชาติ’ สกัดจากเปลือกปูและพืช ย่อยสลายได้ …

    ในวงการวิทยาศาสตร์ บางครั้งความผิดพลาดในแล็บก็มีค่ามากกว่าผลลัพธ์ที่ตั้งใจไว้เสียอีก และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมวิจัยจาก Georgia Tech ที่ในที่สุดนำไปสู่การพัฒนาฟิล์มบรรจุภัณฑ์ชีวภาพที่อาจเปลี่ยน …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://techsauce.co/sustainable-focus/biodegradable-plant-based-packaging-chitin-cellulose&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25E_1cmRLYpITNbc1yJ_NS

  • “กู้วิกฤต พลิกชีวิต เด็กอีสาน” ดันสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ลดความเหลื่อมล้ำ

    “กู้วิกฤต พลิกชีวิต เด็กอีสาน” ดันสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า ลดความเหลื่อมล้ำ

    Locals

    สำนักเครือข่ายและการมีส่วนร่วม
    สาธารณะไทยพีบีเอส (Thai PBS)

    ©2026 All rights reserved | Locals Thai PBS.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/locals/contents/rcd68nyirxhvc8r7pdkvj1jf-&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Sh3QeL6BjEHA4wx2oM1Aw

  • คาสิโอ หนุนการศึกษาไทย จัดประกวดแผนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ  ด้วยการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก   

    คาสิโอ หนุนการศึกษาไทย จัดประกวดแผนการเรียนรู้แบบสืบเสาะ ด้วยการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก  

    นายชินโกะ ยามากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ สิงคโปร์ จํากัด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของคาสิโอ เปิดเผยว่า คาสิโอได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านการศึกษาของหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ยุโรป ตะวันออกกลาง และสหรัฐอเมริกา โดยได้สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์อย่างเหมาะสมในฐานะเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้  

    สำหรับประเทศไทย คาสิโอ ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และโรงเรียน   ต่าง ๆ  เพื่อขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา โดยโครงการได้ขยายครอบคลุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 61 เขตทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 98% ของประเทศไทย และการประกวดเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาในชีวิตจริงด้วยเครื่องคํานวณวิทยาศาสตร์ ปีการศึกษา 2568  อยู่ภายใต้โครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ที่จัดขึ้นในครั้งนี้

    ด้าน นายซึเนโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า การประกวดเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะฯ ได้จัดขึ้นสำหรับคุณครูรายวิชาคณิตศาสตร์และรายวิชาฟิสิกส์  เพื่อได้แสดงศักยภาพและทักษะการออกแบบกิจกรรมและสื่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ โดยใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ CASIO ClassWiZ เป็นเครื่องมือ มีโรงเรียนในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าร่วมการประกวดทั้งสิ้น 77 ทีมทั่วประเทศ  ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 16 ทีม แบ่งเป็น วิชาคณิตศาสตร์ 8 ทีม และวิชาฟิสิกส์จำนวน 8 ทีม จำนวน 15 โรงเรียน 14 พื้นที่การศึกษา  ทั้ง 16 ทีมนำเสนอผลงานผ่านรูปแบบโปสเตอร์ และได้รับการคัดเลือกเหลือ 6 ทีมเพื่อมานำเสนอผลงานรูปแบบวาจารอบสุดท้าย

    ดร.วิษณุ ทรัพย์สมบัติ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้กล่าวว่า การจัดกิจกรรมการประกวดเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะควบคู่กับสถานการณ์ปัญหาในชีวิตจริงด้วยเครื่องคํานวณวิทยาศาสตร์ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมที่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนคุณภาพ  การเรียนรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง สพฐ. สสวท. และ       คาสิโอ ภายใต้โครงการโรงเรียนนําร่อง DSP ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนา ห้องเรียนต้นแบบในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นกระบวนการคิด การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยี เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของผู้เรียน

    ทั้งนี้ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของผู้เรียน โดยมุ่งส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง อันเป็นทักษะสําคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและนโยบายของ สพฐ. ที่มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการเรียนรู้ให้มีความทันสมัย ส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ดร.สุพัตรา ผาดิวิสันติ์ รองผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  เปิดเผยว่า การประกวดครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ครูผู้สอนพัฒนาทักษะการออกแบบจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ(Inquiry-based Learning) ที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัญหาในชีวิตจริง และนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีอย่างเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ClassWiZ มาใช้สนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์

    สิ่งสำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือการมุ่งเน้นการพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้เชิงรุกหรือ Active Learning ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกคิด วิเคราะห์ ทดลอง และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และนับเป็นปีแรกที่ครูผู้สอนวิชาฟิสิกส์เข้าร่วมการประกวดร่วมกับครูคณิตศาสตร์ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม

    สำหรับโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายวิชาคณิตศาสตร์ ได้แก่ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัด หนองคาย จากแผนการเรียนรู้เรื่อง เอสเอ็มอี มิชชัน บ๊อกซ์ (SME MISSION BOX) ภารกิจบริหารความเสี่ยงและตรวจสอบคุณภาพสินค้าหลักความน่าจะเป็น   โรงเรียนราชดำริ กรุงเทพ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง เสนอแผนการเรียนรู้เรื่อง ไขความลับการสร้างสะพานด้วย พาราโบลาและรางวัลโปสเตอร์ยอดเยี่ยมจากการโหวตของคณะกรรมการและผู้เข้าแข่งขันทั้ง 16 ทีมและโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการเขลางค์นคร จังหวัด ลำปาง เสนอแผนการเรียนรู้ เรื่อง วิกฤตพลังงานในซองอาหาร เมื่ออัตราการทานชนะการเบิร์น  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง

    ด้านโรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายวิชาฟิสิกส์ ได้แก่ โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคมจากจังหวัด ปทุมธานี เสนอแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ภารกิจพิชิตกำแพงล่องหน  โรงเรียนตากพิทยาคม จังหวัดตากได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง เสนอแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการสลายและครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสี และรางวัลโปสเตอร์ยอดเยี่ยม และโรงเรียนจะโหนงพิทยาคม  จังหวัดสงขลา ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่สอง เสนอแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง ฟิสิกส์นิวเคลียร์ ที่นำใช้กับผลไม้ทำให้ยืดอายุผลิตภัณฑ์ทางเกษตรให้เน่าเสียช้าลง

    นางสาวหทัยรัตน์ นาราษฎร์ ครูคณิตศาสตร์ โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัดหนองคาย           ผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายวิชาคณิตศาสตร์ เปิดเผยว่า นอกจากการแข่งขันและได้รับรางวัลแล้ว ที่สำคัญ     คือการได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการผู้ทรงวุฒิและเป็นแรงกระตุ้นให้สามารถเปลี่ยนแปลงห้องเรียนคณิตศาสตร์ให้สนุกเข้ากับชีวิตประจำวัน และนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อเรียนรู้ และในชีวิต    จริงได้

    ส่วน นางสาววิจิตตา อำไพจิตต์  ครูฟิสิกส์ โรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม จังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลชนะเลิศในรายวิชาฟิสิกส์ กล่าวว่า เครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์มาช่วยสำหรับการออกแบบการเรียนการสอน โดยเฉพาะมุมประกอบในการเคลื่อนที่ให้นักเรียนกำหนดค่าได้เอง โดยเครื่องคิดเลขสามารถช่วยคิดคำนวณได้ถูกต้องแม่นยำ โดยมองว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนทำให้เพิ่มประสิทธิภาพได้ถูกต้องและแม่นยำ เสริมทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนได้

    สำหรับคณะกรรมการตัดสิน การประกวดฯ ครั้งนี้  มาจากผู้ทรงคุณวุฒิของหน่วยงานและสถาบันการศึกษาของไทย ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.)  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

    ดร. รัชนิกร ชลไชยะ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หนึ่งในกรรมการ ด้านคณิตศาสตร์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า การจัดการประกวดครั้งนี้ถือว่า เป็นโอกาสที่ดีของครูและของประเทศ   ที่มีการออกแบบแผนการเรียนการสอน ที่ทำให้ทราบว่า เครื่องคำนวณสามารถนำมาใช้สำหรับการเรียนการสอนได้จริง เครื่องคำนวณใช้ในการสืบเสาะข้อเท็จจริงได้ โดยเทคโนโลยีสามารถขับเคลื่อนความคิดได้ ในทิศทางในบริบทของสังคม ครูที่เข้ามาแข่งขันถือว่าเป็นกลุ่มที่กระตุ้นให้ประเทศสามารถจัดทำแผนการเรียนคณิตศาสตร์ไปได้ให้เร็วขึ้น

    อาจารย์อุรชา นุชเหลือบ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หนึ่งในกรรมการด้านฟิสิกส์ กล่าวว่า  นับว่าเป็นปีแรกที่มีวิชาฟิสิกส์เข้าร่วมแข่งขัน ทำให้คุณครูได้มานำเสนอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน มีคณะกรรมการช่วยเสนอแนะมุมมองที่กว้างขึ้น และเป็นการแสดงความสามารถของคุณครูแต่ละท่าน   นอกจากนั้นยังสะท้อนให้เห็นว่ายุคปัจจุบันการสอนแบบเดิม  ไม่เพียงพอ การมีเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนจะทำให้ก้าวหน้าและทันยุคมากขึ้น

    นายชินโกะ ยามากะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ สิงคโปร์ จํากัด สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของคาสิโอ   กล่าวทิ้งทายว่า “คาสิโอขอขอบคุณผู้ร่วมการแข่งขัน คณะกรรมการ และผู้สนับสนุนทุกหน่วยงานที่ทุ่มเท ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นต่อการสร้างอนาคตของนักเรียน และขอให้การแข่งขันครั้งนี้เป็นโอกาสอันมีค่าในการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการเติบโตไปด้วยกัน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/135902&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PoJfbuyAuoYIA_2Aw5CCe

  • ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเยือนเมียนมา กระชับความสัมพันธ์ พร้อมย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคง

    ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเยือนเมียนมา กระชับความสัมพันธ์ พร้อมย้ำความร่วมมือด้านความมั่นคง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/135806&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Brm_llbH4b8JvlTUIwaS3