Category: วัฒนธรรม

  • ไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น หลัง‘สงกรานต์’เข้าสู่ฤดู

    ไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น หลัง‘สงกรานต์’เข้าสู่ฤดู

    “อธิบดีกรมวิทย์” ยันไทยยังไม่พบโควิดจักจั่น แม้ WHO เตือนเป็นสายพันธุ์ต้องจับตา “หมอยง” เผยหลังสงกรานต์เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลระบาดอีกครั้ง “นพ.เจษฎ์” เตือนกลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.2569 ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ BA.3.2 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่พัฒนามาจากสายพันธุ์ BA.3 และเป็นสายพันธุ์ที่ต้องจับตามอง โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2568 ข้อมูลทางวิชาการระบุว่า สายพันธุ์ BA.3.2 มีการกลายพันธุ์รวมมากกว่า 50 ตำแหน่ง โดยเฉพาะบริเวณโปรตีนหนามประมาณ 39 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อการเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ นอกจากนี้ยังพบการขาดหายของสารพันธุกรรมบริเวณยีน ORF7a, ORF7b และ ORF8

    ดร.นพ.สราวุฒิกล่าวอีกว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังทั่วโลกของ WHO ระหว่างวันที่ 1 ก.พ. ถึง 1 มี.ค. พบว่าสายพันธุ์ BA.3.2 มีสัดส่วนประมาณ 5-8% ของสายพันธุ์ที่รายงานทั่วโลก ยังคงอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นๆ  และยังไม่ถือเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในปัจจุบัน โดยมีการตรวจพบในหลายประเทศ เช่น แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และบางประเทศในยุโรป ส่วนในด้านความรุนแรง ข้อมูลจากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์โอมิครอนอื่น โดยพฤติกรรมการเพิ่มจำนวนของไวรัสและการแพร่กระจายระหว่างเซลล์อยู่ในระดับใกล้เคียงสายพันธุ์ที่หมุนเวียนอยู่ในปัจจุบัน

     “จากข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคโควิด-19 ด้วยการถอดรหัสพันธุกรรมและการติดตามฐานข้อมูลสากล GISAID นั้น ประเทศไทยยังไม่พบการรายงานสายพันธุ์ BA.3.2 แต่กรมวิทยาศาสตร์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

    ดร.นพ.สราวุฒิย้ำว่า แม้สายพันธุ์ดังกล่าวจะมีความสามารถในการหลบหลีกภูมิคุ้มกันบางส่วน แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น แต่ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเหมาะสม เช่น การล้างมือบ่อยๆ การฉีดวัคซีน การหลีกเลี่ยงสถานที่แออัด สวมหน้ากากในพื้นที่เสี่ยงดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ขอให้รีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา

    ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า โควิด-19 ยังไม่หมดไป และมีแนวโน้มจะอยู่กับมนุษย์ต่อไปในระยะยาว ซึ่งล่าสุด สายพันธุ์ BA.3 ซึ่งเคยถูกพบตั้งแต่ปี 2024 แต่ไม่แพร่ระบาดมาก ได้กลับมามีบทบาทอีกครั้งหลังเกิดการกลายพันธุ์เป็น BA.3.2 ที่สามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเริ่มเข้ามาแทนที่สายพันธุ์ย่อยจาก BA.2

    ศ.นพ.ยงอธิบายว่า พฤติกรรมของ BA.3.2 คล้ายจักจั่นที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน ก่อนจะโผล่ขึ้นมาในช่วงสั้นๆ เพื่อแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว จึงมีการตั้งชื่อเล่นว่า Cicada หรือจักจั่น เพื่อสะท้อนลักษณะดังกล่าว ซึ่งไวรัสไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับแมลงจักจั่นแต่อย่างใด เป็นเพียงการเปรียบเทียบเชิงพฤติกรรมเท่านั้น ในด้านความรุนแรงของโรค สายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้ทำให้เกิดอาการรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยแนวโน้มของไวรัสที่กลายพันธุ์โดยทั่วไป มักจะลดความรุนแรงลง แต่เพิ่มความสามารถในการแพร่กระจายแทน

     “สถานการณ์ในไทยคาดว่าการระบาดของโควิด-19 จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลอีกครั้งหลังเทศกาลสงกรานต์ โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีอุบัติการณ์สูงเป็นประจำทุกปี ประชาชนจึงควรเตรียมความพร้อม ดูแลสุขภาพ และเฝ้าระวังการระบาดที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว” ศ.นพ.ยงระบุ

    ส่วน นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา  โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องนี้ว่า โควิดสายพันธุ์ Cicada เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่มีการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นหลายตำแหน่ง ซึ่งจุดที่ทำให้กังวลคืออาจแพร่ได้เร็วขึ้นและหลบภูมิได้ดีขึ้น แม้ยังไม่มีข้อมูลชัดว่าทำให้ป่วยหนักขึ้น แต่ถ้าการติดเพิ่มเร็ว จะทำให้จำนวนผู้ป่วยรวมพุ่งและกระทบระบบสาธารณสุขได้เหมือนในอดีต

    นพ.เจษฎ์ระบุว่า สถานการณ์การระบาดมีรายงานพบสายพันธุ์นี้แล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และบางประเทศในยุโรปและเอเชีย โดยบางพื้นที่เริ่มมีสัดส่วนผู้ติดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ยังไม่ใช่สายพันธุ์หลักทั่วโลก ส่วนในไทยยังไม่พบการระบาดเป็นวงกว้าง และยังอยู่ในขั้นเฝ้าระวังจากหน่วยงานสาธารณสุข ดังนั้นยังไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลใกล้ชิด

     “ใครบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะแม้สายพันธุ์นี้อาจไม่ได้รุนแรงขึ้นมาก แต่ถ้าติดในกลุ่มนี้ โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ หรืออาการทรุดเร็ว ยังสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้การป้องกันและการรับมือ ตอนนี้ควรทำยังไง ในด้านการแพทย์ ปัจจุบันยังใช้วัคซีนเดิมในการลดความรุนแรงของโรคได้ และมีระบบเฝ้าระวังสายพันธุ์เพื่อติดตามการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแนวทางรักษาที่ปรับตามสายพันธุ์ เช่น ยาต้านไวรัสที่ยังคงใช้ได้ในกลุ่มเสี่ยง”.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/971569/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PqP0fPkpDjYnw3ks1eBrH

  • อิหร่านขู่โจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกัน-อิสราเอลในภูมิภาค

    อิหร่านขู่โจมตีมหาวิทยาลัยอเมริกัน-อิสราเอลในภูมิภาค

    วันนี้ (30 มี.ค.2569) กองทัพอิสราเอล เปิดเผยว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เครื่องบินรบได้ทิ้งระเบิดกว่า 120 ลูก ในกรุงเตหะรานของอิหร่าน โดยมีเป้าหมายเป็นสถานที่สำหรับการวิจัย พัฒนา และผลิตอาวุธ

    ขณะที่สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน รายงานว่า เกิดเหตุไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะราน เมืองคาราจ และ จ.อัลบอร์ซ ทางตะวันตกของกรุงเตหะราน หลังมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า แต่ไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้โจมตี ล่าสุดมีรายงานว่าส่วนใหญ่ไฟฟ้าเริ่มกลับมาใช้งานได้ โดยทางการยืนยันว่าระบบไฟฟ้าทั้งใน จ.อัลบอร์ซ และกรุงเตหะราน ยังเสถียร

    นอกจากนี้ มีรายงานการโจมตีทางอากาศใส่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะราน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีในเมืองอิสฟาฮาน ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วในรอบสัปดาห์นี้ โดยอิสราเอลอ้างว่าสถานศึกษาหลายแห่งของอิหร่านถูกใช้สำหรับการวิจัยและพัฒนาด้านนิวเคลียร์

    ด้านสถาบันการศึกษาที่ถูกโจมตีออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่โหดร้าย ขณะที่ทางการอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีมหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคเพื่อเป็นการตอบโต้ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังสหรัฐฯ ว่าต้องออกมาประณามการโจมตีสถาบันการศึกษาของอิหร่านภายในเวลา 12.00 ของวันอังคาร ตามเวลาท้องถิ่นของอิหร่าน เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบโต้

    ล่าสุดมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งกรุงเบรุตในเลบานอน ได้เปลี่ยนการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์แล้ว เช่นเดียวกับสถานทูตสหรัฐฯ ในอิรัก ที่ออกคำเตือนถึงมหาวิทยาลัยอเมริกันในกรุงแบกแดด เมืองสุไลมานิยาห์ และเมืองโดฮุกว่าอาจตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีได้

    อ่านข่าว :

    ทร.ยืนยัน วางตู้คอนเทนเนอร์เพื่อป้องกันตนเอง

    สถานทูตไทยในเทลอาวีฟ แจ้งเตือนคนไทย อิสราเอลปิดน่านฟ้า ถึง 16 เม.ย.69

    “พลังงาน” ชี้ไม่เป็นความจริง ข่าว “ดีเซล” ปรับขึ้น 60 บ./ลิตร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503985&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BjZP3wVRFG6C33kVt_ffS

  • สพม.ตาก ตื่นตัวรับมือภัยคุกคาม จัดอบรมเข้ม ‘หนี ซ่อน สู้’ ยกระดับความปลอดภัยในที่ทำงาน

    สพม.ตาก ตื่นตัวรับมือภัยคุกคาม จัดอบรมเข้ม ‘หนี ซ่อน สู้’ ยกระดับความปลอดภัยในที่ทำงาน

    สพม.ตาก ตื่นตัวรับมือภัยคุกคาม จัดอบรมเข้ม ‘หนี ซ่อน สู้’ ยกระดับความปลอดภัยในที่ทำงาน

    วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (สพม.ตาก) เดินหน้าเสริมสร้างมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างความปลอดภัยและฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ หลักสูตร “หนี ซ่อน สู้ เพื่อความปลอดภัยในสำนักงาน” โดยบูรณาการความร่วมมือกับสถานีตำรวจภูธรเมืองตาก เพื่อเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะการเอาตัวรอดจากเหตุฉุกเฉินให้แก่บุคลากรในสังกัดทุกคน โดยได้รับเกียรติจาก นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี นางจิรโรจน์ จิระเจริญวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมออมทรัพย์สามัญ ชั้น 2 สพม.ตาก

    การอบรมในครั้งนี้ เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยได้รับความอนุเคราะห์ทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สถานีตำรวจภูธรเมืองตาก นำโดย พ.ต.ท. อภิชาติ ปัดภัย สวป.ชส.สภ.เมืองตาก และ พ.ต.ท. รังสรรค์ อ่อนดี สว. (สอบสวน) สภ.เมืองตาก พร้อมด้วยคณะ มาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และนำฝึกซ้อมสถานการณ์จำลองในหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่  การปฏิบัติตามแนวทางสากล “หนี ซ่อน สู้ (Run Hide Fight)” เมื่อเกิดเหตุเผชิญหน้า , การใช้งานแอปพลิเคชัน Police Care และแนวทางการแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ , การรู้เท่าทันและรับมือกับ ภัยไซเบอร์ใกล้ตัว , เทคนิคการสื่อสารและการเจรจาเชิงบวกเพื่อลดความรุนแรงในสถานการณ์ตึงเครียด

    นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการ สพม.ตาก กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันสถานการณ์ความปลอดภัยในสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับหน่วยงานทางการศึกษาที่มีบุคลากรจำนวนมาก การอบรมในครั้งนี้ถือเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยให้บุคลากรทุกคนสามารถประเมินสถานการณ์ ตัดสินใจ และเอาชีวิตรอดได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในการทำงานและการดำรงชีวิตประจำวัน

    ทั้งนี้ สพม.ตาก มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย และส่งเสริมการทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจและสวัสดิภาพที่ดีให้แก่บุคลากรและผู้มาติดต่อราชการทุกท่าน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/954997&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mVSLCXMgWEhbc9C1EW-_S

  • ‘ผู้กำกับเม’ ว่างเว้นภารกิจสวมบท ‘พ่อค้าหมู’ ลูกค้าแทบไม่เชื่อเป็นตร.จริง ลั่น! ทำงานไม่เคยซื้อตำแหน่ง | เดลินิวส์

    ‘ผู้กำกับเม’ ว่างเว้นภารกิจสวมบท ‘พ่อค้าหมู’ ลูกค้าแทบไม่เชื่อเป็นตร.จริง ลั่น! ทำงานไม่เคยซื้อตำแหน่ง | เดลินิวส์

    ในโลกที่ผู้คนต่างไขว่คว้าหาอำนาจและยศถาบรรดาศักดิ์ ยังมีนายตำรวจระดับผู้กำกับคนหนึ่ง ที่เลือกทางเดินอย่างสมถะและแตกต่าง ณ ตลาดพี่ญาคนรุม จ.ปทุมธานี ในบ่ายวันหยุดที่แสนธรรมดา เราจะพบชายร่างสูงใหญ่ในชุดเอี๊ยมสีเข้ม กำลังสาละวนกับการบริการลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว ทั้งหยิบจับหมูสดและดูแลหน้าแผงด้วยรอยยิ้ม ภาพที่เห็นนั้นขัดกับบทบาท “นายตำรวจ” ผู้เพิ่งคลี่คลายคดีดังระดับประเทศมาสดๆ ร้อนๆ อย่างสิ้นเชิง

    ชายคนนี้คือ พ.ต.อ.เทวกฤต มณีรัตน์ หรือ “ผู้กำกับเม” ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.นนทบุรี อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 42 และนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 58 ผู้มีอายุราชการยาวนานกว่า 20 ปี แม้จะเคยเป็นนายเวรตำรวจชั้นผู้ใหญ่และร่วมไขคดีผู้สื่อข่าวช่องดังเสียชีวิตจากไซยาไนด์ เมื่อปี 68 แต่เมื่อเสียงระฆังวันหยุดดังขึ้น เขาก็พร้อมสลัด “หัวโขน” นายตำรวจทิ้งทันที เพื่อสวมบทบาท “สามีผู้ซื่อสัตย์” และ “พ่อค้าหมูสู้ชีวิต” เคียงข้างภรรยาคู่ใจที่ร้าน “ไอกี้ หมูถูกดีจัง”

    “ค่าจ้างผมเหรอ? ก็แค่อาหารเช้าหนึ่งมื้อ” ผู้กำกับเมกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะอารมณ์ดี “เงินเดือนตำรวจผมมีไว้เลี้ยงชีพอยู่แล้ว ส่วนรายได้ตรงนี้ยกให้ภรรยาดูแลทั้งหมด เรามาช่วยเพราะอยากแบ่งเบาภาระเขา ถ้าถามผมว่า เหนื่อยไหม? อาบน้ำแล้วนอนหลับ ตื่นมาก็หายเหนื่อยแล้ว”

    แม้หน้าที่ตำรวจกับพ่อค้าจะเป็นคนละเส้นทาง แต่ผู้กำกับเมกลับหลอมรวมทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันได้อย่างดี โดยนำความเข้าใจในความเดือดร้อนของชาวบ้านที่พบเจอจากงานสอบสวน มาประยุกต์ใช้ในการค้าขาย ท่ามกลางวิกฤติราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ก็ยังคงยืนหยัด “ตรึงราคา” สินค้าเพื่อช่วยลดภาระปากท้องให้ประชาชน

    สโลแกนประจำร้านที่ว่า “ของถูกอย่างมีเหตุผล” จึงไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่คือคำมั่นสัญญาที่กลั่นมาจากใจและความซื่อสัตย์ จนลูกค้าหลายคนแทบไม่เชื่อว่าพ่อค้าที่คุยด้วยอย่างเป็นกันเองคนนี้ คือนายตำรวจระดับผู้กำกับ

    สิ่งที่ผู้กำกับเมภาคภูมิใจที่สุดเหนือยศถาบรรดาศักดิ์ คือความซื่อสัตย์ในอาชีพ โดยยึดถืออุดมคติตำรวจอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปรานีกับประชาชน การรักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต และความมุ่งมั่นในการทำงานด้วยปัญญา

    “ผมกล้าการันตีด้วยเกียรติว่า ทุกวันนี้ที่เป็นผู้กำกับได้ ไม่เคยซื้อตำแหน่งเลยแม้แต่บาทเดียว” ตำแหน่งที่ได้รับมา คือผลลัพธ์ของหยาดเหงื่อจากการทำงานและความเมตตาจากผู้บังคับบัญชาที่เห็นคุณค่าในตัวงานอย่างแท้จริง..

    นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
    เรื่องและภาพโดย : สาโรจน์ สว่างศรี จ.นนทบุรี
    [[คลิก]] อ่านเรื่องราว “นิยายชีวิต” ได้ที่นี่..

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5729957/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05W0Y9o1kQARcPrL852h_B

  • มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

    มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง สั่งเรียนออนไลน์ทั้งหมด หลังอิหร่านขู่โจมตี

    มหาวิทยาลัยของสหรัฐฯ หลายแห่งตัดสินใจเปลี่ยนไปปฏิบัติงานผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด หลังเตหะรานขู่โจมตีเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีสถานศึกษาในอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้

    เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศว่าจะ มุ่งเป้าโจมตีมหาวิทยาลัยในเครือข่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีศูนย์การศึกษาระดับอุดมศึกษาของอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้

    ล่าสุด อธิการบดีมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งเบรุต ในเลบานอน ระบุในแถลงการณ์ว่า เนื่องจากคำขู่ของ IRGC ทางมหาวิทยาลัยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบการเรียนการสอนและการทำงานแบบทางไกลอย่างเต็มรูปแบบในวันพรุ่งนี้และวันอังคาร “เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด”

    ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเลบานอนอเมริกันในเบรุตประกาศผ่านเว็บไซต์ว่า จะเปลี่ยนไปใช้ “การดำเนินงานออนไลน์เต็มรูปแบบ” ในวันจันทร์และอังคารนี้เช่นกัน โดยระบุว่าเป็น “มาตรการป้องกันไว้ก่อน เนื่องจากมีการข่มขู่ในวงกว้างต่อสถาบันการศึกษาในภูมิภาค”

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งในภูมิภาคได้เปลี่ยนไปใช้การเรียนการสอนออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่สงครามในอิหร่านปะทุขึ้นเมื่อกว่าหนึ่งเดือนก่อน

    กระทรวงศึกษาธิการของกาตาร์ได้ประกาศตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่สงครามเริ่มต้นขึ้นว่า โรงเรียนอนุบาล โรงเรียน ศูนย์การศึกษา และมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศจะ เปลี่ยนไปใช้การเรียนรู้ทางไกล จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

    มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในกาตาร์, มหาวิทยาลัยเท็กซัส เอแอนด์เอ็ม ในกาตาร์ และวิทยาลัยศิลปะแห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย คอมมอนเวลธ์ ในกาตาร์ ต่างประกาศว่าการเรียนการสอนจะดำเนินผ่านระบบออนไลน์จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

    นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งคูเวต, มหาวิทยาลัยอเมริกันในดูไบ และมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งราสอัลไคมาห์ ก็ได้ประกาศเปลี่ยนไปใช้การเรียนออนไลน์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

    ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

    ที่มา : cnn

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2923392&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H5OHhE558yxZ9Vu7Gv_x7

  • ‘3 แหล่งแรร์เอิร์ธ’ สมบัติล้ำค่าใต้พิภพ ที่ยังขาดการสำรวจ

    ‘3 แหล่งแรร์เอิร์ธ’ สมบัติล้ำค่าใต้พิภพ ที่ยังขาดการสำรวจ

    หากมองรอบตัวเรา อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เราใช้กันทุกวันนี้ล้วนมีธาตุหายากหรือRare Earth Elements เป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป รถยนต์ไฟฟ้า นวัตกรรม LED แบตเตอรี่ และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอีกมากมาย

    ธาตุหายาก หรือ แรร์เอิร์ธ  เริ่มเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในฐานะเป็นแหล่งพลังงานยุคใหม่ศักยภาพสูงที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเทคโนโลยีและโลกแห่งอนาคต หลายประเทศมหาอำนาจจึงมุ่งสำรวจ สะสม และใช้ประโยชน์จากธาตุหายากเพื่อสร้างความเจริญและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับประเทศตน

    สำหรับประเทศไทย หากวัดปริมาณธาตุหายากจากความสนใจและการพยายามเข้ามาของชาติมหาอำนาจในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว ก็อาจคาดเดาได้ว่าไทยน่าจะมีธาตุหายากในปริมาณมากทีเดียว เมื่อต่างชาติสนใจทรัพยากรใต้ผืนแผ่นดินไทย ทุกภาคส่วนในประเทศรวมถึงประชาชนคนไทยเองก็ควรตระหนักถึงความสำคัญของธาตุหายากเพื่อร่วมกันบริหารทรัพย์ในดินของชาติเพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและอนาคต

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อลงกต ฝั้นกา จากหน่วยปฏิบัติการวิจัยแร่และศิลาวิทยาประยุกต์ ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราแล้วบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ เราก็ควรหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร   อยากชวนสำรวจความพร้อมของไทยเกี่ยวกับธาตุหายาก อาทิ เรามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณและศักยภาพของทรัพยากรเหล่านี้อย่างเพียงพอหรือไม่ มีความพร้อมเพียงใดในการปกป้องและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ มีทิศทางเชิงนโยบายในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไปหรือไม่ ฯลฯ

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อลงกต ฝั้นกา

    คุณสมบัติแร่ธาตุหายาก  ประกอบด้วยธาตุทั้งสิ้น 17 ธาตุ ได้แก่ ธาตุในกลุ่มแลนทาไนด์ 15 ธาตุ (ตั้งแต่ La ถึง Lu) รวมกับธาตุสแกนเดียม (Sc) และอิตเทรียม (Y) ซึ่งอยู่ในตารางธาตุที่นักเรียนสายวิทยาศาสตร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี  แต่สิ่งที่ทำให้ธาตุเหล่านี้ถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เพราะความหายากตามชื่อ แต่เป็นเพราะบทบาทสำคัญของธาตุเหล่านี้ต่อเทคโนโลยีพลังงานและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ ธาตุหายากเป็นหนึ่งในแร่ธาตุสำคัญ หรือ Critical Minerals ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างจับตามอง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน หรือยุโรป ล้วนกำหนดให้ธาตุหายากเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

    นอกจากธาตุหายากแล้ว แร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ที่หลายประเทศให้ความสนใจ ยังรวมถึงลิเทียม (Li) ที่ใช้ทำแบตเตอรี่ นิกเกิล (Ni) โคบอลต์ (Co) ดีบุก (Sn) ทังสเตน (W) และทองแดง (Cu) ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

    ในไทยมี 3 รูปแบบแหล่งธาตุหายากใต้ผืนแผ่นดิน  จากข้อมูลการสำรวจและผลการวิจัยบ่งชี้ชัดเจนว่าประเทศไทยมีการสะสมตัวของแหล่งธาตุหายากทั้งสิ้น 3 รูปแบบที่มีลักษณะและศักยภาพแตกต่างกันไป

    รูปแบบที่หนึ่ง แหล่งธาตุหายากปฐมภูมิ เป็นธาตุหายากที่พบในหินต้นกำเนิดประเภทหินอัคนี โดยเฉพาะหินแกรนิตที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ภาคเหนือลงมาจนถึงภาคใต้ ต่อเนื่องไปยังมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งหินแกรนิตที่ใช้สร้างบ้านและอาคารนั้น มีกระบวนการเกิดที่สัมพันธ์กับธาตุหายาก และแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ อย่างชัดเจน เช่น ดีบุก ทังสเตน ลิเทียม

    “จากงานวิจัยของทีมภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ พบว่าธาตุหายากบางตัวในหินแกรนิตของไทยมีค่าสูงกว่าองค์ประกอบของเปลือกโลกปกติประมาณ 3-5 เท่าในบางบริเวณ ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพที่น่าสนใจ” ผศ.ดร.อลงกต กล่าว
    รูปแบบที่สอง แหล่งธาตุหายากแบบลานแร่และแร่หนัก เป็นแหล่งที่ธาตุหายากสะสมตัวอยู่ในแร่หนัก เช่น โมนาไซต์ (Monazite) ซีโนไทม์ (Xenotime) และแอลลาไนต์ (Allanite) ซึ่งมีความถ่วงจำเพาะมาก จึงสะสมตัวได้ดีร่วมกับแร่ดีบุก โดยแหล่งดีบุกทั่วประเทศไทยจะพบแร่ที่มีธาตุหายากร่วมอยู่ด้วยทั้งหมด เพราะเกิดมาจากหินแกรนิตเดียวกัน

    ทั้งนี้ ในประเทศมาเลเซียซึ่งเคยเป็นคู่แข่งในการส่งออกดีบุกกับไทย มีการรายงานปริมาณแร่หนักที่มีธาตุหายากในระดับโลก ขณะที่ไทยแม้จะมีแหล่งดีบุกในปริมาณใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่มีการสำรวจและรายงานปริมาณธาตุหายากที่ชัดเจน

    “ที่น่าสนใจคือ นอกจากโมนาไซต์และซีโนไทม์ที่เป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ในไทยยังพบแร่แอลลาไนต์ซึ่งมีธาตุหายากในปริมาณมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งประเทศอื่นไม่ค่อยพบแร่ชนิดนี้มากนัก”

    แร่หายาก

    รูปแบบที่สาม แหล่งธาตุหายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน เป็นรูปแบบที่ธาตุหายากสะสมตัวในชั้นดินที่ผุพังจากหินแกรนิตหรือหินอัคนีชนิดอื่น โดยอยู่ในรูปแบบของไอออนหรือแร่ทุติยภูมิที่ถูกดูดซับไว้ในดิน โดยรูปแบบดังกล่าวเป็นที่สนใจเป็นพิเศษเพราะกระบวนการทางธรรมชาติได้ช่วยแยกและสะสมธาตุหายากไว้ให้แล้ว      ทำให้การสกัดเอามาใช้ประโยชน์ทำได้ง่ายกว่ารูปแบบอื่น ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก ส่วนใหญ่ผลิตจากแหล่งประเภทนี้

    “ธาตุหายากที่หลุดออกจากต้นกำเนิดแล้วมาถูกดูดซับไว้ในดิน กระบวนการผลิตจะง่ายกว่าการที่ต้องไปสกัดจากเม็ดแร่”
    ผศ.ดร.อลงกต กล่าวว่าข้อมูลการสำรวจรูปแบบการสะสมตัวของธาตุหายาก รวมถึงทรัพยากรลิเทียม นิกเกิล โคบอลต์ ทองแดง และการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ทางภาควิชาธรณีวิทยาได้ศึกษามานั้นถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ปัจจุบันประเทศจีนครองตำแหน่งผู้ผลิตธาตุหายากรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตจากแหล่งธาตุ      หายากแบบไอออนที่ดูดซับโดยดิน ซึ่งสกัดได้ง่ายและมีปริมาณมาก นอกจากนี้ยังมีการขยายการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่วนประเทศอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินเดีย ผลิตจากแหล่งแบบลานแร่และแร่หนัก ขณะที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และรัสเซีย มีแหล่งแบบปฐมภูมิจากหินชนิดต่าง ๆ เช่น หิน       คาร์บอเนไทต์และหินอัคนีชนิดอัลคาไลน์

    ”  ประเทศไทยมีธาตุหายากครอบคลุมทั้ง 3 รูปแบบในหลายพื้นที่และมีองค์ประกอบธาตุหายากอยู่มาก เพียงแต่ยังขาดการศึกษาและสำรวจอย่างจริงจัง เรามีมากแต่ไม่รู้ว่ามีในปริมาณเท่าไร เหมือนต่างชาติเข้ามาเคาะประตูบ้านเราบอกว่าในบ้านคุณมีสมบัติอยู่ ทำให้เราหันกลับมาดูว่าเรามีสมบัติซ่อนไว้ในบ้านเท่าไร” ผศ.ดร.อลงกต กล่าวเปรียบเทียบ

    นักวิชาการด้านธรณีวิทยากล่าวอีกว่ากระดุมเม็ดแรกที่เราต้องทำคือสำรวจให้ชัดเจนว่าไทยมีธาตุหายากปริมาณเท่าไร เพื่อจะได้วางแผนบริหารจัดการ และเจรจาต่อรองได้อย่างมีข้อมูล ไม่ใช่การขายทิ้งไปในราคาที่ต่ำ เพราะในอนาคตธาตุหายากอาจมีมูลค่าสูงขึ้นหลายสิบเท่าหรือหลายร้อยเท่าก็ได้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรธาตุหายาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ในรูปแบบองค์ความรู้ การอนุรักษ์ การเก็บไว้เป็นทุนสำรองของชาติ หรือการพัฒนานวัตกรรม ขณะที่  การกำกับดูแลแร่ธาตุหายากในไทยอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และกรมทรัพยากรธรณี โดยมีกลไกและข้อบังคับตามพระราชบัญญัติแร่ ซึ่งพิจารณาในหลายมิติ ทั้งมิติทรัพยากร สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ชุมชน และสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ภาคเอกชนหรือหน่วยงานใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ส่วนใหญ่มาจากงานวิจัยทางวิชาการ

    “ถ้าเราเก็บแร่หายากไว้ใช้ในอนาคตตอนที่ราคาขึ้นหรือตอนที่มีความพร้อมในทุกด้านก็อาจจะอีกนาน แต่ถ้าหากมีเทคโนโลยีการผลิตที่ดีขึ้นก็สามารถผลิตได้เร็วขึ้นได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางการจัดการด้วย สิ่งสำคัญคือต้องมีการวางแผนบริหารจัดการในหลายมิติ รวมถึงการพิจารณาว่าควรจะใช้เมื่อไร ใช้อย่างไร เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและประโยชน์สูงสุด และส่งผลกระทบต่อผู้คน สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ที่สำคัญคือคำนึงถึงคนรุ่นหลัง เพราะการตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่ออนาคตของประเทศไทยในระยะยาว”

    ผศ.ดร.อลงกต กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีวัสดุทดแทนธาตุหายากที่สามารถใช้ได้เทียบเท่า แต่ในอนาคตอาจมีการพัฒนาวัสดุใหม่ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงหรือดีกว่า เช่นเดียวกับที่เราพยายามเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินมาเป็นพลังงานทดแทนอื่นๆ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/971391/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UTTUolFfsxruvUqdErp58

  • ยกย่องครูโรงเรียนดัง จ.ภูเก็ต เขียนพินัยกรรม มอบทรัพย์สินเป็นทุนให้ศิษย์ยากไร้

    ยกย่องครูโรงเรียนดัง จ.ภูเก็ต เขียนพินัยกรรม มอบทรัพย์สินเป็นทุนให้ศิษย์ยากไร้

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2923193&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0axWP96e2jWzeDbU8XCVL2

  • โพล ชี้ คะแนนนิยมไตรมาสแรก คนสนับสนุนพรรคประชาชน และ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ

    โพล ชี้ คะแนนนิยมไตรมาสแรก คนสนับสนุนพรรคประชาชน และ “เท้ง ณัฐพงษ์” เป็นนายกฯ

    นิด้าโพล เผย คะแนนนิยมทางการเมืองไตรมาสแรก คนสนับสนุนให้ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมยกให้พรรคประชาชน เป็นพรรคที่จะสนับสนุนในวันนี้

    วันที่ 29 มีนาคม 2569 สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 1/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 มีนาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคะแนนนิยมทางการเมือง การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ

    30.60 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 29.40 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน

    ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ 10.92 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4 ร้อยละ 8.20 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 5 ร้อยละ 8.08 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.64 ระบุว่าเป็น พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ) อันดับ 7 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 8 ร้อยละ 1.56 ระบุว่าเป็น นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม

    (พรรคไทยภักดิ์) อันดับ 9 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) อันดับ 10

    ร้อยละ 1.16 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 4.20 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

    (พรรคเสรีรวมไทย) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) นางศุภจี สุธรรมพันธ์ นางสาวตรีนุช เทียนทอง (พรรคพลังประชารัฐ) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคทางเลือกใหม่)

    นายจตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่) นายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

    (พรรคไทยก้าวใหม่) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน) นายรังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน)

    นายวสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทยรวมพลัง) ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (พรรคประชาชน) นางสาวรักชนก ศรีนอก

    (พรรคประชาชน) นายกุลิศ สมบัติศิริ นายจาตุรนต์ ฉายแสง (พรรคเพื่อไทย) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายพริษฐ์

    วัชรสินธุ (พรรคประชาชน) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ) นายวิกรม กรมดิษฐ์ นายศุภณัฐ

    มื่นชัยนันท์ (พรรคประชาชน) และพลเอกบุญสิน พาดกลาง และร้อยละ 0.20 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 35.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 26.60 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 12.04 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 4.60 ระบุว่ายังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมได้ อันดับ 6 ร้อยละ 2.44 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 7 ร้อยละ 1.76 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ

    อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็น พรรคไทยภักดิ์ อันดับ 9 ร้อยละ 1.24 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 2.32

    ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคไทยก้าวใหม่

    พรรคโอกาสใหม่ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และร้อยละ 0.28 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2923312&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rt7vEAbimImH9JK6jFr_D

  • วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568 | TOPNEWS

    วิทยาลัยการอาชีพบางปะกง จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปีการศึกษา 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 29 มีนาคม 2569 ว่าที่พันตรี ดร.วัชรพล ลักษณลม้าย ผู้อำนวยการ (เชี่ยวชาญ) วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ผู้อำนวยการสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) และปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ของวิทยาลัยการอาชีพบางปะกง

    ในการนี้ นางปนัดดา กิตติวงศ์ธรรม กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน โดยมีคณะครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความปลาบปลื้มยินดี เสียงปรบมือแสดงความชื่นชมดังกึกก้องทั่วหอประชุม สะท้อนถึงความสำเร็จของผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้ทุ่มเทความมานะพยายามตลอดระยะเวลาการศึกษา อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการก้าวสู่เส้นทางวิชาชีพและการศึกษาต่อในอนาคต สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานทุกคนอย่างยิ่ง

    ภาพ/ข่าว อาษา / ปรีญาภรณ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ฉะเชิงเทรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1531631&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HrWUCktSL4XOsmFMyTlvw

  • อาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 กว่า 799 คน รองเลขาฯ สอศ.เป็นประธาน | TOPNEWS

    อาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 กว่า 799 คน รองเลขาฯ สอศ.เป็นประธาน | TOPNEWS

    วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา นำโดย ดร.สุพจน์ ทองเหลือง (วิทยฐานะเชี่ยวชาญ) ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2569 ณ วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

    โดยได้รับเกียรติจาก นายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธี และมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 พร้อมทั้งได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารวิทยาลัยในสังกัดสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษา

    ทั้งนี้ ภายในพิธีมีการมอบโล่เกียรติบัตรและมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษาตามลำดับ ดังนี้

    1. ศิษย์เก่าดีเด่น จำนวน 1 ท่าน

    2. รางวัลสถานประกอบการดีเด่น ด้านการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 5 แห่ง

    3. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษาผู้สร้างคุณประโยชน์และชื่อเสียงแก่สถานศึกษา จำนวน 3 คน

    4. เกียรติบัตรคณะกรรมการองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 25 คน

    5. เกียรติบัตรนักเรียนระดับ ปวช.3 ที่มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านอาชีวศึกษา (V-NET) ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับดีเยี่ยม จำนวน 10 คน

    6. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษา กิจกรรมเด่นด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ของสถานศึกษา จำนวน 13 คน

    7. เกียรติบัตรนักเรียน นักศึกษาที่มีผลการเรียนระดับดีเยี่ยม จำนวน 95 คน

    8. ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 799 คน

    ทั้งนี้ วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา ขอขอบคุณท่านประธานในพิธีเป็นอย่างสูง และขอขอบคุณวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา ที่ให้ความอนุเคราะห์สถานที่ในการจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1531608&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H-0EjJ46OFIqd_dzYjp4a