Category: วัฒนธรรม

  • อาลัย! ‘อดิศัย โพธารามิก’ อดีตรัฐมนตรีว่าการพาณิชย์-ศึกษา เสียชีวิตอย่างสงบ

    อาลัย! ‘อดิศัย โพธารามิก’ อดีตรัฐมนตรีว่าการพาณิชย์-ศึกษา เสียชีวิตอย่างสงบ

    30 มีนาคม 2569 – นายพิชญ์ โพธารามิก ลูกชายนายอดิศัย โพธารามิก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 คุณพ่อจากไปอย่างสงบ ทุกคำสอน ทุกคำสั่งเสียจะนำไปดำเนินการให้เรียบร้อยครับ พร้อมกับแนบกำหนดการ พีธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค. เวลา 16.00 น. ณ ศาลาพระครูวิหารกิจจานุการ วัดพุทธพรหมยาน (พิชญ์ชาราม) ตำบลปากน้ำ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และสวดพระอภิธรรม เวลา 16.00 น. จนถึงวันที่ 4 เม.ย. โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 5 เม.ย.

    ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก วัดพุทธพรหมยาน พิชญ์ชาราม โพสต์ไว้อาลัยว่า ขอแสดงความไว้อาลัยอย่างยิ่ง ต่อการถึงอสัญกรรมของ คุณโยม ดร.อดิศัย โพธารามิก (ม.ป.ช., ม.ว.ม., ป.ภ.) อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

    ผู้อุบาสกผู้มีจิตมั่นคงในพระพุทธศาสนา เป็นประธานทอดกฐินและอุปถัมภ์วัดพุทธพรหมยาน(พิชญ์ชาราม)ด้วยดียิ่งเสมอมา คณะสงฆ์ แม่ชี อุบาสก-อุบาสิกา วัดพุทธพรหมยาน(พิชญ์ชาราม)

    สำหรับประวัติ นายอดิศัย โพธารามิก เกิดเมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ.2483 ดำรงตำแหน่งทางการเมืองครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519 โดยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (คุณหญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ) ก่อนจะลาออกเมื่อปี พ.ศ. 2520 เพื่อไปประกอบธุรกิจส่วนตัว และ กลับมาทำงานการเมืองอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ.2539 โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ชุดที่ 7 และหลังจากดำรงตำแหน่งครบวาระในปี พ.ศ.2543 แล้ว ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชวน หลีกภัย

    จากนั้นในปี พ.ศ. 2544 ในรัฐบาลสมัยที่ 1 ของทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนสลับไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี พ.ศ.2546

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/971873/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KjUTd6LrNV4fKummoyiob

  • หนุนถวายทุนการศึกษา ‘พระ-เณร’ เป็นกำลังใจให้เรียนบาลี บำรุงพระศาสนา | เดลินิวส์

    หนุนถวายทุนการศึกษา ‘พระ-เณร’ เป็นกำลังใจให้เรียนบาลี บำรุงพระศาสนา | เดลินิวส์

    วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร จัดพิธีถวายกองทุนนิตยภัต ครั้งที่ 147 ปีที่ 13 ประจำเดือนมี.ค. 2569 เพื่ออุปถัมภ์พระภิกษุ สามเณร และแม่ชี ที่เล่าเรียนบาลีสนามหลวง โดยมีการถวายมหาสังฆทานทุนการศึกษารูปละ 500 บาท รวมทั้งสิ้น 18 คณะ จำนวน 882 ทุน มูลค่ารวม 441,000 บาท เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา

    โดยในการถวายทุนครั้งนี้มีพระพรหมวชิโรดม เจ้าคณะภาค 10 และเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามฯ เป๋นประธานฝ่ายสงฆ์ ศาสตราจารย์ ดร.อุทิส ศิริวรรณ และ ศาสตราจารย์ ดร.โชติกา รามบุตร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยดร.สมหมาย วังเกล็ดแก้ว และคณะพระเถรานุเถระร่วมเดินทางมามอบถวายทุนนิตยภัต นำโดย พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ พระธรรมทูตนักเทศน์ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา เจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา, พระครูสมุห์กันตพัฒน์ สุภทฺโท รองเจ้าอาวาสวัดคลองเตยนอก และ พระสมชาย ชวนปญฺโญ วัดนายโรง

    พระพรหมวชิโรดม กล่าวสัมโมทนียกถาว่า ครั้งนี้มีพระภิกษุสามเณรมารับทุนค่อนข้างน้อย เนื่องจากพระเณรกว่า 300 รูป ได้กระจายกำลังออกไปปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระวิทยากรและพี่เลี้ยงในโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ นครพนม ยโสธร มุกดาหาร และอำนาจเจริญ ซึ่งโครงการนี้มีความพิเศษยิ่งเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าไตรแก่พระอุปัชฌาย์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนได้บวชเรียนและสร้างศาสนทายาทสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาพระ

    พรหมวชิโรดม กล่าวต่อไปว่า สำหรับผลการสอบบาลีสนามหลวงรอบแรกของปี 2569 วัดโมลีโลกยารามฯ มีผู้สอบผ่านชั้นประโยค ป.ธ.9 สูงถึง 26 รูป แบ่งเป็นพระภิกษุสามเณร 25 รูป และแม่ชี 1 คน เมื่อรวมทุกชั้นประโยคในรอบแรกสอบผ่านถึง 309 รูป ซึ่งคาดการณ์ว่าเมื่อรวมผลการสอบกับรอบที่สอง จะสามารถทำลายสถิติสูงสุดของปี 2567 ที่เคยสอบผ่านถึง 338 รูปได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามปัจจุบันประชากรพระภิกษุสามเณรลดลงอย่างน่าใจหาย การมอบทุนการศึกษาจึงเป็นเสมือนการให้กำลังใจแก่ศาสนทายาท อย่าได้ดูถูกบุญ อย่าได้กลัวบุญ เพราะคำว่าบุญเป็นชื่อของความสุข

    ด้าน ดร.พระมหาจรรยา กล่าวว่า ได้ร่วมอุปถัมภ์วัดโมลีโลกยารามเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบาดหนักด้วยแรงบันดาลใจที่อยากทำบุญเลี้ยงพระจำนวน 500 รูปอย่างไรก็ตามไม่ได้ยึดติดว่าพระ เณรจะต้องสอบได้หรือไม่ เพียงแค่เห็นท่านจับหนังสือเรียนบาลีก็ถือว่าชื่นใจแล้ว เพราะถือว่าบุคคลเหล่านี้เกิดมาเพื่อบำรุงพระศาสนา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5734037/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0chEHYNHvhxs15jgcYBcqx

  • ตอ.กลางตึงเครียดสูง!! หลังกลุ่มฮูตีประกาศร่วมสู้รบ หวั่นกระทบเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดง : อินโฟเควสท์

    ตอ.กลางตึงเครียดสูง!! หลังกลุ่มฮูตีประกาศร่วมสู้รบ หวั่นกระทบเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ-ทะเลแดง : อินโฟเควสท์

    ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ (ภาพ:Thaigov)

    นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางมีความตึงเครียดสูงขึ้น หลังจากที่อิหร่านประกาศห้ามเรือที่มีความเกี่ยวข้องกับบางประเทศเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ขณะเดียวกันกลุ่มฮูตีในเยเมนประกาศเข้าร่วมการสู้รบ ซึ่งจะส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลแดงด้วย ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่ง ศบก. อยู่ระหว่างติดตามผลกระทบต่อการเดินเรือพาณิชย์ และตรวจสอบสินค้าเป็นการเฉพาะ

    ซึ่งเมื่อค่ำวานนี้ (29 มี.ค.) กองกำลังปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้แถลงเตือนว่าจะมีการโจมตีนอกเหนือเป้าหมายทางการทหารของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศภูมิภาคอ่าว พร้อมเตือนให้บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และนักศึกษา รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณโดยรอบอยู่ห่างจากสถานศึกษาของสหรัฐฯ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการตอบโต้การโจมตีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกรุงเตหะรานโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตาม ตามที่นายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศได้ชี้แจงไปเมื่อ 28 มี.ค. ที่ผ่านมาว่า กระทรวงการต่างประเทศสามารถเจรจาให้เรือพาณิชย์ไทยบางลำเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยนั้น แต่ด้วยสถานการณ์ในช่วงแคบมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงจำเป็นต้องยกระดับการรักษาช่องทางการสื่อสารกับนานาประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น และเร่งเจรจากับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องคนไทยและผลประโยชน์ของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป

    นอกจากนี้ เมื่อ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุม ศบก. ได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย คณะทำงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางช่วยเหลือให้เรือพาณิชย์ของไทยที่ยังตกค้างในช่องแคบฮอร์มุซ สามารถเดินทางออกจากช่องแคบได้อย่างปลอดภัยและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะเร่งดำเนินการต่อไป

    นายปาณิดล ยังระบุถึงกรณีของอิสราเอลว่า ขณะนี้น่านฟ้าของอิสราเอลยังปิดอยู่ และเครื่องบินพิเศษยังมีจำนวนจำกัด เอกอัครราชทุต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงยังคงประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศรอบข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจอร์แดน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนไทยในอิสราเอลสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

    ส่วนโอมานและเยเมนภายหลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามโจมตีกองกำลังบำรุงของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ในระยะห่างจากท่าเรือในโอมาน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต จึงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันได้แจ้งเตือนให้คนไทยในพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังต่อสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย

    นายปาณิดล ย้ำว่าขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุดพร้อมติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากช่องทางทางการและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRET0IQ382VEB15VT7SBNFFS49K6A5ZF&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cUjc9ekuKLBaVwWMD2R1v

  • “ลาล่า” คุยหนุ่มฝรั่งเศส ตอบข่าวลือ “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน? | คมชัดลึก

    “ลาล่า” คุยหนุ่มฝรั่งเศส ตอบข่าวลือ “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน? | คมชัดลึก

    “ลาล่า” สวยวันสวยคืน อัปเดตความรัก หนุ่มฝรั่ง ที่แท้คือนักแสดง ที่ฝรั่งเศส หลายคนเป็นห่วง เป็นมิจฉาชีพมาหลอก สรุป “ใบเตย-ฟิล์ม” เป็นอะไรกัน.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/615166&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hOZkZ3UFVc1phRGPn-3qc

  • เปิด 5 อาการเริ่มต้น “เบาหวานขึ้นตา” ที่หลายคนเป็น แต่ ไม่รู้ตัว – Tnews

    เปิด 5 อาการเริ่มต้น “เบาหวานขึ้นตา” ที่หลายคนเป็น แต่ ไม่รู้ตัว – Tnews

    1️⃣ มองภาพไม่คม เหมือนมีฟิล์มบาง ๆ บังตา ช่วงแรกของเบาหวานขึ้นตา มักทำให้จอประสาทตาบวมเล็กน้อย โดยเฉพาะบริเวณจุดรับภาพ ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด เหมือนมีหมอกบาง ๆ หรือฟิล์ม …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tnews.co.th/social/social-news/647327&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PHIYxB8C19Z6ocF_hL_Ny

  • ฝุ่นภาคเหนือ หนาตา กระทบระบบทางเดินหายใจ

    ฝุ่นภาคเหนือ หนาตา กระทบระบบทางเดินหายใจ

    ฝุ่นภาคเหนือ หนาตา กระทบระบบทางเดินหายใจ

    วันนี้, 11:25น.

              เว็บไซต์ iqair รายงานดัชนีคุณภาพอากาศ ช่วงเวลา 10.00–11.00 น. เมืองหลักคุณภาพอากาศแย่ที่สุด “เชียงใหม่” ก็ยังคงครองอันดับหนึ่งของโลก แบบต่อเนื่อง วัดได้ที่ 247 US AQI⁺ อยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบมีผลกระทบต่อสุขภาพ

              โดยเช้าวันนี้สภาพท้องฟ้า ในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเป็นเมืองในหมอก ถูกหมอกควันจากไฟป่าที่มีการเผาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เช้าวันนี้มีจุดความร้อนมากถึง 787 จุด สร้างสถิติใหม่ พื้นที่อำเภอเชียงดาว ยังครองแชมป์การเผามากถึง 147 จุด รองลงมาอำเภอสะเมิง 100 จุด พร้าว 50 จุด ฮอด 50 จุด จนเป็นควันขาว ลอยมาปกคุมทั่วตัวเมืองเชียงใหม่ ดอยสุเทพที่ปกติมองเห็นด้วยตาเปล่า ก็หายไป ประขาชนก็ต้องทนสู้กับมลพิษทางอากาศอย่างหนัก

              รศ.นพ.อรรถวุฒิ ดีสมโชค หัวหน้าหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤตและภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า จากการศึกษาของหน่วยวิชาโรคระบบการหายใจ เวชบำบัดวิกฤต และภูมิแพ้ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ และคณะ พบว่า ในช่วงที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 ในระดับสูง จะพบการเพิ่มขึ้นของภาวะกำเริบเฉียบพลันในผู้ป่วย โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอดเฉียบพลัน และยังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสมรรถภาพปอดของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังได้

              ฝุ่น PM10 หรือที่เรียกว่า ฝุ่นหยาบ (Coarse Particles) คือ อนุภาคฝุ่นในอากาศที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5–10 ไมครอน โดยพบว่ามีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจาก โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมถึงการติดเชื้อรุนแรงในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 สูง

              ขณะที่ PM2.5 เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งถือว่ามีอันตรายมากกว่า เนื่องจากสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจลึกถึงถุงลมปอดและกระแสเลือดได้ แหล่งกำเนิดส่วนใหญ่มาจาก การเผาไหม้ เช่น การเผาทางการเกษตร การเผาขยะ กระบวนการอุตสาหกรรม ควันไอเสียจากยานพาหนะ รวมถึงควันบุหรี่และควันธูป

              เมื่อฝุ่น PM2.5 เข้าสู่ร่างกาย มักมีก๊าซพิษปนเปื้อน เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ และสารก่อมะเร็งหลายชนิด ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอาการ ไอ จาม แสบจมูก หายใจลำบาก ระคายเคืองตา และคันผิวหนัง

              ในระยะยาว การสัมผัสฝุ่น PM2.5 เป็นเวลานานยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ สมรรถภาพปอดลดลง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เช่น ทารกคลอดก่อนกำหนดและน้ำหนักแรกเกิดต่ำ

              จึงอยากแนะประชาชนสวมหน้ากากที่สามารถกรองฝุ่นได้ เช่น หน้ากาก N95 หลีกเลี่ยงการสร้างฝุ่นเพิ่มเติม เช่น การเผาขยะ หรือกิจกรรมที่ก่อควันในช่วงที่ฝุ่นสูง ควรอยู่ในอาคาร ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดใช้เครื่องฟอกอากาศที่สามารถกรอง PM2.5 ได้

              ทั้งนี้ หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอมาก หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรืออาการระคายเคืองทางเดินหายใจรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

    #ฝุ่นเชียงใหม่ 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160354&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hDgeKebBjX72bFlVV3xtQ

  • ทำไมนายจ้างยังอยากให้ พนักงานเข้าออฟฟิศ แม้ในสภาวะข้าวยาก ‘น้ำมันแพง’

    ทำไมนายจ้างยังอยากให้ พนักงานเข้าออฟฟิศ แม้ในสภาวะข้าวยาก ‘น้ำมันแพง’

    แม้ว่าช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะขอให้หน่วยงานภาครัฐ WFH ในส่วนที่ไม่กระทบต่อประชาชน และปฏิบัติตามมาตรการลดการใช้พลังงาน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ช่วยกันประหยัดการใช้พลังงาน เช่น น้ำมัน และไฟฟ้า

    แต่ดูเหมือนว่ามาตรการที่ขอเพียง ‘ความร่วมมือ’ โดยไม่ได้มีการบังคับใช้จริงจัง ก็ทำให้หลายภาคส่วนไม่ได้ให้ความร่วมมือมากนัก แม้ว่าค่าน้ำมันจะพุ่งทะลุเพดานประวัติศาสตร์ไปแล้ว แถมปั๊มหลายแห่งก็ไม่มีน้ำมันขาย และราคาสินค้า อาหารต่างๆ ก็แพงขึ้นตามลำดับ

    คำถามคือ ทำไมบริษัทจำนวนมากยังอยากให้ ‘พนักงาน’ ขับรถออกไปหาปั๊ม เพื่อเติมน้ำมัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ และในช่วงที่รัฐเองก็ขอความร่วมมือให้ลดการใช้พลังงาน

    นั่นเพราะเหล่าบุคคล 1% ไม่ได้ประสบเจอกับปัญหาหรือไม่? ดั่งผู้นำบางคนที่แสดงวิธีการแก้ปัญหาให้ประชาชนดูว่า ค่าน้ำมันรถแพงใช่ไหม ก็ซื้อรถไฟฟ้าขับสิ ง่ายจะตาย

    Work Tips สัปดาห์นี้ไม่ได้ต้องการหาคำตอบเพื่อ ‘เข้าใจนายจ้าง’ (เพราะก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี) แต่ชวนมองว่า จริงๆ แล้วนายจ้างกำลังติดอยู่ใน ‘กับดักความคิด’ อะไร ที่ทำให้ยังยืนยันจะให้พนักงานเข้าออฟฟิศให้ได้ ทั้งที่การทำงานที่บ้านอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วยซ้ำ

    ย้ำอีกครั้ง บทความนี้ไม่ได้ต้องการอธิบายแทนนายจ้าง แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่าแนวคิดแบบไหนกำลังครอบงำการตัดสินใจเหล่านี้

    • Productivity Paranoia

    หนึ่งในปัญหายอดฮิตคือ ‘ความระแวง’ ว่าหากพนักงานทำงานที่บ้าน จะทำงานไม่เต็มที่ ขี้เกียจ หรือแอบอู้งาน แต่ในความเป็นจริง การทำงานแบบไฮบริดกลับทำให้พนักงานจำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการเข้าออฟฟิศตลอดทั้งสัปดาห์

    อ้างอิง ผลการศึกษาจาก Microsoft Work Trend Index ที่ระบุว่า ผู้นำองค์กรกว่า 85% รู้สึกไม่มั่นใจกับการทำงานแบบไฮบริด ว่าพนักงานจะทำงานได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ 87% ของพนักงานกลับรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ดีขึ้น

    เมื่อบริษัทเริ่มไม่มั่นใจในตัวพนักงาน ความหวาดระแวงของผู้นำก็อาจย้อนกลับมาลดประสิทธิภาพการทำงานจริงๆ ได้ เพราะความไม่เชื่อใจกลายเป็นแรงผลักให้ผู้นำยึดติดกับวิธีเดิมๆ นั่นคือ ‘ต้องเห็นตัว’ ถึงจะเชื่อว่าทำงาน

    • Proximity Bias

    คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่ผู้บริหารหรือหัวหน้างานมักให้ความสำคัญ และไว้วางใจกับพนักงานที่ ‘มองเห็นตัวเป็นๆ’ มากกว่าคนที่ทำงานทางไกล โดยอคตินี้อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

    งานวิจัยจาก MIT Sloan Management Review ระบุว่า เพียงแค่พนักงานปรากฏตัวในออฟฟิศ แม้ว่าผู้บริหารจะไม่เคยพูดคุยด้วยแม้แต่น้อย แต่กลับมีผลต่อการประเมินผลงาน โดยมักจะสรุปไปเองว่าคนที่เข้าออฟฟิศ นั่งอยู่ที่โต๊ะ เป็นคนขยันและทุ่มเทกว่าคนที่ไม่เห็นหน้าค่าตา 

    อีกทั้ง การที่ผู้บริหารสามารถ ‘มองเห็น’ พนักงาน ยังช่วยลดความวิตกกังวล และทำให้รู้สึกว่าพวกเขายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

    อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เตือนว่า หากปล่อยให้ Proximity Bias ครอบงำต่อไปในระยะยาว องค์กรอาจสูญเสียบุคลากรคุณภาพ เพราะคนเก่งจำนวนมากต้องการความยืดหยุ่น และอยากถูกวัดผลจากผลงานจริงไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หรือเวลาการเข้าออฟฟิศ

    • เลิกบริหารด้วยความกลัว แต่เริ่มด้วย Empathy

    งานวิจัยจาก Forbes และ Businessolver ชี้ว่า ความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่เรื่องความใจอ่อน แต่เป็นสิ่งที่วัดผลได้จริง

    ในยุคที่พนักงานต้องแบกรับภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะค่าเดินทางและค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้กลับเท่าเดิม งานวิจัยพบว่า พนักงานกว่า 76% ชี้ว่า หัวหน้างาน คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาทำงานได้ดีขึ้น หากหัวหน้าเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ

    นอกจากนี้ องค์กรควรเลิกวัดผลจาก ‘ชั่วโมงการนั่งโต๊ะ’ และหันไปวัดจาก ผลลัพธ์ของงานแทน องค์กรที่เข้าใจพนักงานจะเปิดโอกาสให้เลือกสถานที่ทำงานที่เหมาะกับลักษณะงาน เช่น การทำงานที่บ้านในวันที่ต้องใช้สมาธิสูง

    ข้อมูลจาก Gartner ยังระบุว่า องค์กรที่มีความยืดหยุ่นสูง (Radical Flexibility) มีพนักงานที่เป็น High Performers มากกว่าองค์กรที่บังคับเข้าออฟฟิศแบบเดิมถึง 40%

    ท้ายที่สุดแล้ว การลดการบังคับเข้าออฟฟิศในช่วงที่รัฐขอความร่วมมือ และในภาวะวิกฤติพลังงาน ไม่ใช่แค่การช่วยโลก แต่ยังเป็นการช่วย กระเป๋าเงิน และสุขภาพใจของพนักงาน เมื่อพนักงานสามารถลดค่าใช้จ่าย ความเครียดที่สะสมอยู่ก็จะลดลง และสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความคิดสร้างสรรค์ และผลลัพธ์ของงาน

    มีวิธีมากมายในการวัดผลลัพธ์ของงาน แต่ถ้าผู้บริหารยังติดอยู่กับความไม่เชื่อใจ หรือความพารานอยด์ของตัวเอง การเข้าออฟฟิศก็อาจเป็นเพียง ‘ภาพลวงตา’ ของการทำงาน

    เพราะในความเป็นจริงแล้ว การเข้าออฟฟิศหลายครั้ง อาจทำให้ประสิทธิภาพลดลง ทั้งจากความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และสิ่งรบกวนรอบตัวขณะที่ต้องทำงานท่ามกลามคนหมู่มาก 

    ผู้บริหารและ HR อาจต้องเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า คุณกำลังบริหารคน หรือกำลัง ‘ควบคุมคน’ กันแน่

    และบางที ทางออกอาจไม่ใช่การพาคนกลับเข้าออฟฟิศ แต่คือการเลิกกลัวและเริ่มเชื่อใจกันและกันให้มากขึ้น

    ที่มา 

    – https://www.nu.edu/center-advancement-virtual-organizations/cavo-virtual-blog/is-productivity-paranoia-and-lack-of-trust-the-real-obstacles-to-hybrid-and-remote-work/

    https://sloanreview.mit.edu/article/hybrid-work-how-leaders-build-in-person-moments-that-matter/

    https://hbr.org/2023/08/survey-remote-work-isnt-going-away-and-executives-know-it?

    .

    Tags: , , , , , , , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/worktips-why-companies-still-push-office-amid-high-fuel-costs/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RZYN19hRXyb9FDbo2YrXo

  • ขอแสดงความยินดีกับ

    ขอแสดงความยินดีกับ

    ขอแสดงความยินดีกับ “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568” ระดับประเทศ จังหวัดราชบุรี


    30/03/2569 | 7 |

    🎉 ขอแสดงความยินดีกับ “ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568” ระดับประเทศ จังหวัดราชบุรี 👏
    ขอร่วมเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับข้าราชการทั้ง 4 ท่าน ที่ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2568 ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดราชบุรี ได้แก่
    นายสิทธิพล พหลทัพ
    ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี
    (ปณิธาน: “ซื่อสัตย์ สุจริต ยึดมั่นคุณธรรม ตอบแทนคุณแผ่นดิน”)
    พันตำรวจโท ณัฏฐ์ ชูแก้ว
    รองผู้กำกับการจราจร สถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี
    (ปณิธาน: “สำนึกในหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องและยุติธรรม มีวินัยและใส่ใจประชาชน”)
    นายณัฐดนัย ครุฑดำ
    จ่าจังหวัดราชบุรี ที่ทำการปกครองจังหวัดราชบุรี
    (ปณิธาน: “จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม และเสียสละ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความเจริญของประเทศชาติ”)
    นายสัจจะ แสงจันทร์
    นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน สำนักงานจังหวัดราชบุรี
    (ปณิธาน: “มุ่งมั่น ตั้งใจ มีวินัย เสียสละ”)
    รางวัลนี้เป็นเครื่องหมายยืนยันถึงความทุ่มเท เสียสละ และการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอให้ทุกท่านยึดมั่นในปณิธานความดี และเป็นแบบอย่างที่น่าภาคภูมิใจของข้าราชการไทยต่อไปครับ 🇹🇭✨
    #ข้าราชการพลเรือนดีเด่น2568 #จังหวัดราชบุรี #วันข้าราชการพลเรือน #ข้าราชการไทย #1เมษายน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ratchaburi.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/489666&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KAN93EasPM8uMi2xMW1rx

  • “โสภณ” นัดถก 14 ญัตติรวด จับตาบิ๊กโปรเจกต์ “โละกฎหมายล้าสมัย-แก้ปมช้างป่า”

    “โสภณ” นัดถก 14 ญัตติรวด จับตาบิ๊กโปรเจกต์ “โละกฎหมายล้าสมัย-แก้ปมช้างป่า”

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/137935&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BXF2fkt-ZdzyiA5q2ger8

  • วธ.นครปฐมจัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

    วธ.นครปฐมจัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

    ภูมิภาค

    วธ.นครปฐมจัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศลฯ

    วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.02 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาอเนกประสงค์ วัดบางช้างเหนือ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม จัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 โดยมี พระราชวชิรสุตาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ ประธานฝ่ายสงฆ์ นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นายสมาวิษฎ์ สุพรรณไพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นายณรงค์วิทย์ พบพาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นางสาวอรพร คัมภีรศาสตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริม ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน ผู้เข้าบรรพชาฯ เข้าร่วมพิธีฯ
    ​ 
    ในพิธีฯ นางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ความเป็นมาในโครงการฯ ความว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม ร่วมกับ คณะสงฆ์และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อให้เด็กและเยาวชน จำนวน 58 คน ได้มีโอกาสศึกษาฝึกฝนหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อหล่อหลอมให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย มีจิตสาธารณะ และกตัญญูต่อบุพการี ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ โดยสามเณรที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการศึกษาอบรมตามหลักสูตรศาสนศึกษาสำหรับบวชระยะสั้นของคณะกรรมการการศึกษาคณะสงฆ์ พ.ศ. 2539 เป็นหลักในการดำเนินการ และศีลจาริณีได้รับการศึกษาธรรมะและปฏิบัติธรรม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พัฒนาตนเองให้เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ
    ​ 
    นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติ และถวายพระพร ชัยมงคล ในพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2569 ความว่า

    ขอพระราชทานกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในนามของข้าราชการและพสกนิกรจังหวัดนครปฐม ที่มาประชุมพร้อมกัน ณ มณฑลพิธีแห่งนี้ ขอพระราชทานพระราชานุญาตถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติและถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายนแห่งใต้ฝ่าละอองพระบาท ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ล้วนมีจิตโสมนัสและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่ใต้ฝ่าละอองพระบาท ทรงมีพระวิริยะอุตสาหะ และพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ ด้วยพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณา เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ ล้วนเป็นที่ประจักษ์อยู่ในดวงใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา

    เนื่องในวาระอันเป็นศุภมงคลสมัยนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี เฉลิมพระเกียรติฯ ภายใต้โครงการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีภาคฤดูร้อน จังหวัดนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

    ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระบารมีแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทุกพระองค์ และผลานิสงส์แห่งปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ที่ได้พร้อมใจกันจัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี เฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ โปรดอภิบาลให้ใต้ฝ่าละอองพระบาท ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ปราศจากโรคาพาธและอุปัทวันตรายทั้งปวง ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญเป็นนิตย์ ขอทุกสิ่งจงสัมฤทธิ์ดังพระราชหฤทัยปรารถนา ทรงเป็น มิ่งขวัญของปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/470858&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aZrFDd12U2QWQkEItG6wI