Category: วัฒนธรรม

  • นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน เพิ่มผู้เชี่ยวชาญคนนอกร่วมเป็นกรรมการ : อินโฟเควสท์

    นายกฯ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน เพิ่มผู้เชี่ยวชาญคนนอกร่วมเป็นกรรมการ : อินโฟเควสท์

    เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

    พร้อมด้วยคณะกรรมการที่มาจากคนนอก ประกอบด้วย นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และพลังงานระดับประเทศ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงาน มีชื่อเสียงจากการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)(2548-2555) และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) น.ส.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

    คตร. จะทำหน้าที่ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิง และเสนอผลการศึกษา ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รวมถึงศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการคำนวณราคา และกำหนดราคา สำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและราคาที่ขายให้กับผู้ค่าน้ำมันมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วยเช่นกัน

    พร้อมทั้ง ในการปฎิบัติหน้าที่ของ คตร. มีอำนาจในการเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใด ให้ข้อเท็จจริง หรือส่งเอกสารใดใด เพื่อประกอบการพิจารณาได้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/582020&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jzfoWvu508SyDd6-xeofV

  • ‘ยศชนัน’ ย้ำ ‘การศึกษา’ คือเรื่องของทุกคนและทุกโครงสร้างในประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของครูหรือโรงเรียน

    ‘ยศชนัน’ ย้ำ ‘การศึกษา’ คือเรื่องของทุกคนและทุกโครงสร้างในประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของครูหรือโรงเรียน

    ‘ยศชนัน’ แลกเปลี่ยนการพัฒนาการศึกษาในยุคพลวัต กับ นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ย้ำ ‘การศึกษา’ คือเรื่องของทุกคนและทุกโครงสร้างในประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของครูหรือโรงเรียน

    ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การพัฒนาการศึกษาในยุคพลวัตเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างยั่งยืน” แก่นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568-2569 ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ว่า

    “การศึกษา” คือเรื่องของ “ทุกคน” และ “ทุกโครงสร้าง” ในประเทศ ไม่ใช่แค่เรื่องของครูหรือโรงเรียน

    ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับ นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 68 ในหัวข้อการพัฒนาการศึกษาในยุคพลวัต เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เป็นการพูดคุยที่ทำให้ได้มุมมองที่หลากหลาย มี 5 ประเด็นสำคัญที่ตั้งใจสื่อสารในวันนี้ครับ

    1. การศึกษา = เศรษฐกิจ + สังคม + คมนาคม

    ปัญหาการศึกษาไม่ได้อยู่แค่ที่ครูหรือหลักสูตร แต่คือ “โครงสร้างความเหลื่อมล้ำ” ตัวอย่างเช่น หากการคมนาคมเข้าถึง มีระบบเชื่อมต่อที่ดี ความเหลื่อมล้ำในการเดินทางจะลดลง การเข้าถึงโรงเรียนและทรัพยากรการเรียนรู้จะดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาโดยตรง นักเรียนจะมีคุณภาพมากขึ้นทันที การพัฒนาการศึกษาจึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไปพร้อมกันครับ

    2. สร้าง Safety Net เพื่อตัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น

    รัฐต้องมีระบบรองรับเมื่อครอบครัวเผชิญวิกฤต ไม่ว่าจะด้านสุขภาพหรือเศรษฐกิจ ต้องมีเครื่องมือให้กลับมาตั้งหลักได้ เช่น ระบบ Upskill / Reskill เพื่อไม่ให้ความยากจนเป็นอุปสรรคจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนอีกรุ่น

    3. New Growth Engine: เพิ่มมูลค่าจากฐานเดิม

    ประเทศไทยต้องก้าวข้ามการส่งออกวัตถุดิบไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตรหรืออุตสาหกรรมใหม่ เช่น AI, Wellness หรือ Medical Hub เพื่อยกระดับเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ในระยะยาว

    4. ปฏิรูปโครงสร้างผ่าน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ

    การปฏิรูปต้องเชื่อม “การศึกษา” กับ “ตลาดแรงงาน” ให้ใกล้กันมากขึ้น หลักสูตรต้องตอบโจทย์การทำงานจริง ขณะเดียวกันต้องลดภาระที่ไม่จำเป็นของครู ด้วยระบบดิจิทัล เพื่อให้ครูกลับไปโฟกัสกับการสอนอย่างเต็มที่

    5. ผู้นำต้องตัดสินใจบนอนาคต

    ในช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีและบริบทโลก ผู้นำต้องมองระยะยาว กล้าตัดสินใจในสิ่งที่อาจยังไม่เป็นที่เข้าใจในปัจจุบัน แต่จำเป็นต่ออนาคตของประเทศ พร้อมสื่อสารให้สังคมเห็นทิศทางร่วมกัน

    ขอบคุณนักเรียน วปอ.68 ทุกท่านสำหรับการแลกเปลี่ยนในวันนี้ครับ ผมมั่นว่าการพัฒนาการศึกษาจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และต้องเดินไปพร้อมกันครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/H7iMsfrCX&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gR_t02bi9OS75vlwKCjr5

  • รัฐมนตรีห้องแถว

    รัฐมนตรีห้องแถว

    ถล่มทลาย!

    ภาษาชาวโซเชียลเขาเรียกว่า “คาบ้าน”

    ๙๙ เปอร์เซ็นต์เข้าไปปกป้อง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” กันโดยมิได้นัดหมาย

    ใบปริญญาจะสำคัญกว่าผลงานได้อย่างไร

    เหตุการณ์ไปเร็วมากยิ่งกว่าความเร็วแสง Northrop University อยู่ดีๆ ก็กลายเป็นมหาวิทยาลัยห้องแถว

    ตีคุณวุฒิ “ศุภจี” เท่า “หมอเกศ-พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย” อดีต สว.

    “ศุภจี” กลายเป็นของปลอม

    ส่วนใหญ่เครือข่ายส้ม เขาจะมองแบบนั้น

    ชาวโซเชียลเขาเลยรวมพลังไปขุดคุ้ยความจริงมาว่า Northrop University ใช่ “มหาลัยห้องแถว” หรือไม่?

    ​ในทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่

    เดิมทีเป็น สถาบันเทคโนโลยีชื่อดังในเมืองอิงเกิลวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการบินและวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

    เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเฉพาะทางสูงและมีที่มาที่ไปชัดเจน :ก่อตั้งโดยเจ้าของธุรกิจจริง :ก่อตั้งในปี ๒๔๘๕  โดย Jack Northrop ผู้ก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องบิน Northrop Corporation (ปัจจุบันคือ Northrop Grumman ยักษ์ใหญ่ด้านอาวุธและเทคโนโลยีอวกาศ)

    ​จุดประสงค์หลัก: เพื่อผลิตวิศวกรและนักบริหารป้อนอุตสาหกรรมการบินและเทคโนโลยีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และยุคสงครามเย็น

    ​การรับรอง (Accreditation): ในช่วงที่คุณศุภจีเรียน น่าจะช่วงปี ๒๕๒๙-๒๕๓๒ มหาวิทยาลัยนี้ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก WASC (Western Association of Schools and Colleges) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับภูมิภาคที่น่าเชื่อถือของสหรัฐฯ

    ดังนั้นในขณะนั้นมันคือสถาบันการศึกษาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

    ทำไมถึงดูเหมือนมีปัญหาในภายหลัง?

    ​ภาพลักษณ์ของ Northrop University มาเสียในช่วงปลายยุค 80s ก่อนปิดตัวในปี ๒๕๓๔

    ​ปัญหาภายใน: มหาวิทยาลัยประสบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการ การทำบัญชี และความพยายามรับนักศึกษาต่างชาติเข้ามามากเกินไปเพื่อพยุงฐานะการเงิน จนถูกตรวจสอบเรื่องมาตรฐานการรับรอง

    ​การปิดตัว: เนื่องจากปัญหาการเงินและจำนวนนักศึกษาที่ลดลง มหาวิทยาลัยจึงประกาศยุติการสอนในระดับปริญญาในปี ๒๕๓๔ ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่คุณศุภจีสำเร็จการศึกษามาแล้ว

    หลังจากปิดตัวในปี ๒๕๓๖ สินทรัพย์และหลักสูตรต่างๆ ถูกจัดการดังนี้

    สถาบันเทคโนโลยีการบิน Northrop Rice (NRAIT): แผนกซ่อมบำรุงอากาศยานได้แยกตัวออกมา และต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Spartan College of Aeronautics and Technology

    การขอใบทรานสคริปต์ (Transcript): เนื่องจากมหาวิทยาลัยปิดตัวลงแล้ว ศิษย์เก่ามักจะต้องติดต่อขอเอกสารผ่าน California Bureau for Private Postsecondary Education (BPPE) หรือบริการเก็บรักษาเอกสารการเรียนของวิทยาลัยที่ปิดตัวในแคลิฟอร์เนีย

    สถานะปัจจุบัน: ในปี ๒๕๖๙ พื้นที่วิทยาเขตเดิมในอิงเกิลวูดไม่มีสภาพเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว แต่ชื่อ Northrop Rice ยังคงดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการฝึกอบรมด้านการซ่อมบำรุงการบินและหลักสูตรออนไลน์ โดยมีฐานการดำเนินงานอยู่ที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส

    ทำไม IBM ถึงไม่ “เอะใจ” หรือปฏิเสธวุฒินี้?

    ​เหตุผลที่ IBM และบริษัทชั้นนำอื่นๆ ในยุคนั้น  ยอมรับ มีหลายปัจจัย

    ​ความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม: สำหรับบริษัทเทคโนโลยีอย่าง IBM ในยุค 80s มหาวิทยาลัยที่เน้นด้านเทคโนโลยีและการจัดการจากแหล่งอุตสาหกรรมอย่าง Northrop ไม่ใช่เรื่องแปลก และถือว่ามีเครือข่ายศิษย์เก่าในวงการวิศวกรรมการบินสูงมาก

    ​วุฒิปริญญาตรีที่แข็งแกร่ง: คุณศุภจีจบปริญญาตรีจาก คณะบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันอันดับต้นๆ ของไทยที่เป็นเครื่องการันตีพื้นฐานความรู้ได้ดีเยี่ยมอยู่แล้ว

    ​IBM เน้น “ศักยภาพ” และ “ผลงาน”: คุณศุภจีเริ่มงานที่ IBM ในตำแหน่งพนักงานขาย (Sales) ซึ่งในสายงานนี้ “ยอดขายและทักษะการแก้ปัญหา” สำคัญกว่าชื่อมหาวิทยาลัยปริญญาโทมาก

    เมื่อเธอพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำผลงานทะลุเป้าและมีภาวะผู้นำที่โดดเด่น เส้นทางอาชีพจึงก้าวหน้าด้วย “Performance” มากกว่า “Credential” ครับ

    ​สรุปคือ: ในวันที่เธอสมัครงาน วุฒินี้เป็นวุฒิจากสถาบันที่ได้รับการรับรองจริง ไม่ใช่ปริญญาปลอมหรือมหาวิทยาลัยที่ไม่มีตัวตน เพียงแต่สถาบันนี้ “ปิดตัวลง” ในเวลาต่อมา จนทำให้คนรุ่นหลังที่ไม่ทันยุคนั้นเกิดความสงสัย

    คุณศุภจีได้รับการยอมรับว่าเป็น “หญิงเหล็ก” ที่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้องค์กร (Turnaround Agent) ทั้งในภาคเอกชนและภาครัฐ

    ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง

    ฟอร์เรสต์ เบิร์ด (ScD) นักบิน นักประดิษฐ์ และวิศวกรชีวการแพทย์

    ทิม บรัมเมอร์ ผู้ชนะรางวัลแอบบอตต์ และผู้ร่วมก่อตั้ง Lightning Cycle Dynamics ขณะยังเป็นนักศึกษาที่นอร์ธรอป

    ร็อบบีแอนโต บูดิมาน (MBA) นักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย

    บ็อบ ซิตรอน (วิศวกรรมการบินและอวกาศ, ๒๕๐๒) ผู้ประกอบการและวิศวกรการบินและอวกาศ

    คริส ไดรก์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Lightning Cycle Dynamics ขณะยังเป็นนักศึกษาที่นอร์ธรอป

    คิตาว เอจิกู หัวหน้าวิศวกรระบบยานอวกาศและดาวเทียมของนาซา

    ชู ฟง-ชิ นักการเมืองชาวไต้หวันผู้ดำรงตำแหน่งในสภานิติบัญญัติ

    ดอน กุยชาร์ด ผู้ร่วมก่อตั้ง Lightning Cycle Dynamics ขณะยังเป็นนักศึกษาที่นอร์ธรอป

    เอ็ด ฮอร์สต์แมน (BS วิศวกรรมการบิน) สถาปนิกเรือและนักออกแบบเรือใบหลายลำตัว

    เรย์ จาร์ดีน (วิศวกรรมการบินและอวกาศ, ๒๕๐๖ นักปีนผาผู้เป็นคนแรกที่ปีนผาด้านตะวันตกของเอลคาปิตันในหุบเขาโยเซมิตีโดยไม่ใช้เชือก

    หลิน หลิงซาน (ปริญญาโท) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐจีน

    แอนโทนี เอส. มาเนรา (ปริญญาตรีวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปี ๒๕๐๖) ประธานบรรษัทกระจายเสียงแห่งแคนาดา

    แคโรลีน แอล. มาซลูมี ภัณฑารักษ์ นักเย็บผ้า นักเขียน นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และวิศวกรการบินและอวกาศ

    ฟรานซิส เอ็ม. แมกแดเนียล จูเนียร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งรัฐเซาท์ดาโคตา

    เอมิล นอตติ (ปริญญาตรีวิศวกรรมการบินและไฟฟ้า) ประธานคนแรกของสหพันธ์ชนพื้นเมืองอะแลสกา

    กอร์ดอน โนเวล นักสืบเอกชนและผู้เชี่ยวชาญด้านอิเล็กทรอนิกส์

    นาวีด กามาร์ (ปริญญาโทการจัดการ ปี ๒๕๑๗) สมาชิกสภาแห่งชาติปากีสถาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของปากีสถาน

    แจ็ก เรียล (กิตติมศักดิ์ ปี ๒๕๒๘) ผู้บุกเบิกด้านการบินและอวกาศ

    ฌอน สตีล (นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต) กรรมการพรรครีพับลิกันแห่งชาติจากรัฐแคลิฟอร์เนีย และอดีตประธานพรรครีพับลิกันแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย

    เรย์ สวอนสัน จิตรกรแห่งอเมริกาตะวันตก

    จิม เธล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการจัดการวิศวกรรมการบิน มหาวิทยาลัย ERAU และผู้ประกอบการ

    เจอรัลด์ วีเกิร์ต วิศวกรยานยนต์และผู้ก่อตั้ง Vector Motors

    มูฮัมหมัด เมียน ซูมโร อดีตนายกรัฐมนตรีของปากีสถาน

    และศุภจี สุธรรมพันธุ์ ปริญญาโทบริหารธุรกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย

    เป็นไงครับรัฐมนตรีที่จบจากมหาวิทยาลัยห้องแถว มีรุ่นพี่เปิดห้องแถวขายก๋วยเตี๋ยวเพียบ

    ข้อมูลในปัจจุบันหาง่ายครับ มี AI สายพันธุ์ต่างๆ ให้ถามเพียบ

    แค่ถามก็ได้คำตอบ

    มีคนบางพวกไม่ถาม แถมใส่ชุดข้อมูลผิดๆ มาเผยแพร่ในโซเชียล เพื่อให้คนที่ไม่เคยถามอะไรเลยเอาไปเสพต่อ

    ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่คนพวกนี้ตีราคา IBM จ้างคนจบมหาวิทยาลัยห้องแถวไปเป็นผู้บริหาร ว่าเป็นแค่บริษัทปลายแถว

    จบนะ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/973329/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3W-OykHX9mAPeBCJM01x8y

  • นายกฯ เซ็นตั้ง คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ

    นายกฯ เซ็นตั้ง คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ

    นายกฯ เซ็นตั้ง คตร. ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ‘เอกนิติ’ นั่งประธาน ดึงนักวิชาการร่วมแก้ปัญหาน้ำมัน

    วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.46 น.

    “นายกฯ” เซ็นตั้งกรรมการ“คตร.”ดูโครงสร้างราคาน้ำมัน มอบ”เอกนิติ” เป็นประธาน ดึงนักวิชาการร่วมแก้ปัญหาน้ำมัน สั่งเร่งศึกษา ค่าการกลั่น-ค่าการตลาด-ค่าขนส่ง เชื้อเพลิง ก่อนกำหนดราคาน้ำมันให้เหมาะสมเพื่อเสนอ ครม.ภายใน 15 วัน 

    วันที่ 1 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) ให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน และมีรมว.พลังงาน ,รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรมว.พลังงาน, นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตที่ปรึกษารมว.พลังงาน,  นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทบางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), นางสาวอารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) นอกจากนี้ ยังมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานร่วมเป็นกรรมการด้วย

    สำหรับอำนาจหน้าที่นั้น  คตร.จะมีอำนาจในการศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา และศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรง ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้บังคับ พร้อมทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ คตร. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใดได้ให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/956247&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1An3XHyIrgt1Bok07Fw6x5

  • ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘คตร.’ ให้ ‘เอกนิติ’ นั่งประธาน ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘คตร.’ ให้ ‘เอกนิติ’ นั่งประธาน ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    ‘อนุทิน’ ตั้ง ‘คตร.’ ให้ ‘เอกนิติ’ นั่งประธาน ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    นายกฯ ลงนามตั้ง คตร. ดึง เอกนิติ เป็นประธาน รื้อโครงสร้างค่าการกลั่นและค่าการตลาด หวังลดภาระประชาชนจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมขีดเส้นรายงานผลต่อครม.ภายใน 15 วัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (1 เม.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2569

    'อนุทิน' ตั้ง 'คตร.' ให้ 'เอกนิติ' นั่งประธาน ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน 'อนุทิน' ตั้ง 'คตร.' ให้ 'เอกนิติ' นั่งประธาน ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมัน

    โดยที่สถานการณ์ราคานำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูงมากอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน และที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและต้นทุนการประกอบธุรกิจ อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาขาขายปลีก

    สมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิงให้สะท้อนราคา จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อลดภาระประชาชน

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

    ข้อ 1. คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป

    ข้อ 2. ให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ประกอบด้วย

    1.    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมกรรมการ

    2.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการ

    3.    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ

    4.     นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นกรรมการ

    5.    ดร. พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการด้านพลังงาน เป็นกรรมการ

    6.    ดร. อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บางจาก เป็นกรรมการ

    7.    ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านพลังงานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เป็นกรรมการ

    8.    ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ

    9.    ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ

    10.    ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ

    11.     ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

    12.     อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

    ข้อ 3 ให้ คตร. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

    1.    ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

    2.    ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

    3.     ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
    ให้ คตร. เสนอผลการศึกษาตาม ข้อ1 และ 2 ต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ

    4.    ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ คตร. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใด ให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้

    สั่ง ณ วันที่ 31  มีนาคม พ.ศ. 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/740285&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09UoPeXc2_5smvO6zfcx1Q

  • ผู้บริโภค 4 จังหวัด ยื่น อบจ. เร่ง ขนส่งสาธารณะ สู้วิกฤตน้ำมันแพง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ผู้บริโภค 4 จังหวัด ยื่น อบจ. เร่ง ขนส่งสาธารณะ สู้วิกฤตน้ำมันแพง – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ผู้บริโภค 4 จังหวัด ยื่น อบจ. เร่ง ขนส่งสาธารณะ สู้วิกฤตน้ำมันแพง

    องค์กรผู้บริโภคใน 4 จังหวัด สุรินทร์ น่าน เชียงใหม่ อยุธยา ยื่นหนังสือถึง อบจ. เสนอมาตรการลดค่าครองชีพช่วงวิกฤตน้ำมัน พร้อมเร่งพัฒนา ขนส่งสาธารณะ

    องค์กรผู้บริโภค 4 จังหวัด ประกอบด้วย ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชนอำเภอเมืองสุรินทร์ ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดน่าน ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกันยื่นหนังสือถึงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในพื้นที่ เสนอแนวทางเชิงนโยบายพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน

    ใจความในหนังสือระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวผันผวน และกระทบต่อประเทศไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้า โดยเฉพาะภาคการคมนาคมขนส่งที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลัก ทำให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น บางพื้นที่มีการลดเที่ยววิ่งหรือคุณภาพบริการ ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย นักเรียน และกลุ่มเปราะบาง ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น และเข้าถึงบริการได้ยากขึ้น

    นอกจากนี้ แนวโน้มการลดลงของคุณภาพและความครอบคลุมของระบบขนส่งสาธารณะ ยังอาจผลักให้ประชาชนหันไปใช้รถยนต์ส่วนบุคคลมากขึ้น นำไปสู่ปัญหาการจราจรติดขัดและมลพิษทางอากาศ ซึ่งกระทบต่อคุณภาพชีวิตในภาพรวม

    ทั้ง 4 หน่วยงานเห็นว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะในพื้นที่ ควรมีบทบาทเชิงรุกในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน และเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดภาระค่าครองชีพ พร้อมทั้งส่งเสริมความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน

    สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

    มาตรการสนับสนุน ขนส่งสาธารณะ ระยะสั้น (บรรเทาผลกระทบทันที)

    1. จัดบริการขนส่งสาธารณะฟรีหรืออัตราค่าโดยสารพิเศษในเส้นทางจำเป็น โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดหาบริการหรือสนับสนุนบริการรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) ในเส้นทางสำคัญ เช่น เส้นทางเชื่อมชุมชนกับศูนย์ราชการ โรงพยาบาล สถานศึกษา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต
    2. จัดบริการรถรับ–ส่งเพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณะที่จำเป็นสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะ ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง

    มาตรการระยะกลาง (วางระบบและกลไกในพื้นที่)

    1. จัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะระดับจังหวัดโดยการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรผู้บริโภคในพื้นที่ วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการเดินทาง กำหนดเส้นทางที่จำเป็น และออกแบบรูปแบบบริการขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และรองรับการพัฒนาไปสู่ระบบรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) ในอนาคต
    2. พัฒนากลไกทางการเงินเพื่อสนับสนุนบริการขนส่งสาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีกองทุนขนส่งสาธารณะระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนการจัดบริการขนส่งสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ รวมทั้งการอุดหนุนค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาระค่าโดยสารของประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

    มาตรการระยะยาว (สร้างระบบที่ยั่งยืน)

    1. ส่งเสริมให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีบทบาทในการจัดหรือร่วมจัดบริการขนส่งสาธารณะด้วยรถเมล์ไฟฟ้า (EV Bus) เป็นระบบหลักของจังหวัดเพื่อให้เกิดระบบขนส่งสาธารณะที่มีความครอบคลุม มีคุณภาพ เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
    2. พัฒนาระบบกำกับดูแลและติดตามคุณภาพบริการโดยยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการจัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็น ข้อร้องเรียน และการประเมินคุณภาพบริการของประชาชน เพื่อนำมาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ

    หน่วยงานผู้บริโภคทั้ง 4 จังหวัดเรียกร้องให้ อบจ. พิจารณานำข้อเสนอไปดำเนินการตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงาน และยกระดับการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมในระยะยาว

    ทั้งนี้ องค์กรผู้บริโภคในอีก 8 จังหวัด ที่กำลังขับเคลื่อนงานการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ ลำปาง ขอนแก่น กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต สงขลา และปัตตานี เตรียมเข้ายื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อนายก อบจ. และผู้นำท้องถิ่น เพื่อให้เกิดมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคในช่วงวิกฤตน้ำมัน พร้อมผลักดันระบบขนส่งสาธารณะเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางของประชาชน และลดการพึ่งพาน้ำมัน


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    2 รัฐในออสเตรเลีย จัด “ขนส่งสาธารณะฟรี” ทางรอดน้ำมันแพง

    คนไทยกระอัก! รายได้ขึ้นไม่ทันของแพง

    พิษราคาน้ำมันแพง! เตรียมลดต้นทุนเลิกจ้างพนักงานในอนาคต 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/010469_urban-transport_news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mRa73WPAwfxCUzqYeD4JQ

  • มติสภา ส่ง กมธ.ที่ดินฯ-ครม. แก้ปัญหาช้างกับคน-เสนอสร้างแนวกั้นช้าง-คุมกำเนิด

    มติสภา ส่ง กมธ.ที่ดินฯ-ครม. แก้ปัญหาช้างกับคน-เสนอสร้างแนวกั้นช้าง-คุมกำเนิด

    มติสภา ส่ง กมธ.ที่ดินฯ-ครม. แก้ปัญหาช้างกับคน-เสนอสร้างแนวกั้นช้าง-คุมกำเนิด

    01 เมษายน 2569, 15:27น.

              การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างช้างและคนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนว่า วิกฤตช้างป่า ไม่ใช่เรื่องสัตว์ป่า แต่เป็นเรื่องคุณภาพชีวิตของประชาชน สัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ ที่ผ่านมามีการศึกษาและมีการทำโครงการอยู่แล้ว ซึ่งหน่วยงานรัฐสามารถดำเนินการได้ ซึ่งการขยายตัวของมนุษย์และภาวะเศรษฐกิจ พื้นที่เกษตร โครงการพัฒนาพื้นที่ ตัดถนนเพิ่มมากขึ้น ทำให้พื้นที่อยู่ของสัตว์ป่าเล็กลง ขณะเดียวกันไม่มีความสมดุลในการอยู่อาศัย ช้างป่าต้องออกหากินในพื้นที่การเกษตรของประชาชน ขณะเดียวกันยังมีประเด็นที่เป็นผลกระทบต่อสังคม ที่ประชาชนต้องย้ายที่อยู่อาศัย

              ดังนั้น การแก้ไข แนวกั้นช้างต้องเร่งทำ และทำเพิ่มเติม รวมถึงการผลักดันช้างมีงานวิจัยที่รองรับเพื่อลดค่าใช้จ่าย นอกจากนั้นต้องมีการเยียวยา และที่สำคัญคือการคุมกำเนิดช้าง ทั้งนี้ต้องพิจารณาปริมาณป่า และปริมาณช้างที่เหมาะสมที่จะอยู่ในพื้นที่ได้ ส่วนข้อเสนอแนะนั้น ผมมองว่าต้องปฏิรูปการใช้ที่ดิน มีส่วนกันชนอย่างเป็นทางการระหว่างช้างกับคน การชดเชย เยียวยา เชิงรุกในพื้นที่ที่เดือดร้อน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการ และการสร้างระบบป่านิเวศน์ขึ้นใหม่เพื่อให้ช้างมีพื้นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาสามารถเริ่มต้นได้ทันที และเปิดพื้นที่ให้เกิดการมีส่วนร่วม

              หลังสมาชิกอภิปรายเสร็จสิ้น นายเลิศศักดิ์ พัฒชัยกุล รองประธานสภาฯคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่าจากที่รับฟังการอภิปรายมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น จึงมีมติส่งให้ กมธ.ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อพิจารณาศึกษา และส่งเรื่องให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการ

    #แก้ปัญหาคนรุกที่ป่า

    #ช้างป่า

    แฟ้มภาพ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160419&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QXw6oRF5aNVY3hHSYskYz

  • “ดร.เชน”โชว์วิสัยทัศน์ ยกระดับไทยผ่าน 4 กลยุทธ์ | เดลินิวส์

    “ดร.เชน”โชว์วิสัยทัศน์ ยกระดับไทยผ่าน 4 กลยุทธ์ | เดลินิวส์

    ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหัวข้อ “การพัฒนาการศึกษาในยุคพลวัตเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างยั่งยืน” แก่นักศึกษาหลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 ประจำปีการศึกษา 2568-2569 โดยเน้นย้ำถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศผ่านกลไกการศึกษาและนวัตกรรม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

    นายยศชนัน กล่าวว่า ในโลกยุคพลวัตที่นโยบายและสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรายวัน มิติของการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การที่เด็กเดินเข้าโรงเรียน หรือการพัฒนาหลักสูตรเท่านั้น แต่ต้องมองลึกลงไปถึงสภาพแวดล้อมและแรงจูงใจในการเรียนรู้ ต้องมองเรื่องความเหลื่อมล้ำในครอบครัวและสังคมด้วย

    นายยศชนัน กล่าวอีกว่า กระทรวง อว.ในวันนี้ ไม่ได้มีบทบาทแค่เรื่องมหาวิทยาลัยหรือการวิจัย แต่เป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและทำให้สังคมน่าอยู่ โดยมองว่า การศึกษาเป็นทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสังคมที่แยกกันไม่ได้ 

    นอกจากนี้ นายยศชนัน ได้เสนอแนวคิดเรื่องฟูกรองรับทางสังคม สำหรับครอบครัวที่เผชิญกับภาวะวิกฤติ ไม่ว่าปัญหาสุขภาพหรือเศรษฐกิจ เพื่อไม่ให้ล้มลงทั้งตระกูล รัฐต้องมี Buffer (ตัวลดแรงกันกระแทก) และระบบการ Upskill (พัฒนาทักษะ) เพื่อให้ผู้ประสบปัญหากลับมายืนได้ใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการทำลายความยากจนข้ามรุ่น เป็นการยกระดับประเทศสู่เศรษฐกิจรายได้สูง

    การยกระดับประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง ต้องเน้นการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ควบคู่กับการอัปเกรดเครื่องยนต์เดิม ผ่านกลยุทธ์หลักที่สำคัญคือ

    1.ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพื่อสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น หุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และการเป็น AI Hub ของภูมิภาค 



    2.เปลี่ยนเกษตรกรรมแบบเดิมสู่เกษตรล้ำ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพิ่มมูลค่า เช่น การทำวิจัยเชิงลึกเพื่อยกระดับสมุนไพรไทยอย่างกระชายหรือหอมแดง ให้มีมูลค่าเท่ากับโสมเกาหลี

    3.การมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ด้วยเทคโนโลยีใหม่ เช่น การผลิตปูนซีเมนต์ Low Carbon หรือการใช้จุลินทรีย์ช่วยซ่อมแซมรอยร้าวของวัสดุก่อสร้าง

    4 ยกระดับภาคบริการสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพระดับโลก ผ่านการทำ Clinical Trial Hub และนวัตกรรมการรักษาโรคเฉพาะทาง 

    นายยศชนัน กล่าวย้ำว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจะเกิดขึ้นได้ ประเทศต้องมีความมั่นคงทั้งทางกายภาพและไซเบอร์ รวมถึงหลักนิติธรรมที่เข้มแข็ง โดยได้นำเสนอ Framework เรื่อง Digital Government เพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

    การลดคอร์รัปชัน บางทีไม่ต้องรอแก้กฎหมาย 2-3 ปีด้วยซ้ำ แต่ใช้ระบบดิจิทัลเชื่อมข้อมูลข้ามกระทรวงให้จบในระบบ เมื่อข้อมูลโปร่งใส การตรวจสอบจะเกิดขึ้นทันที นี่คือสิ่งที่ต้องทำก่อนเพื่อสร้างความมั่นใจให้อากาศที่สวิงอยู่กลับมานิ่งพอที่ใครๆ ก็อยากมาลงทุน

    รมว.การอุดมศึกษาฯ กล่าวถึงสาระสำคัญของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปฏิรูป ที่จะเข้ามาเป็นรากฐานใหม่ของประเทศ ว่า มีหัวใจสำคัญคือ การเชื่อมโยงระบบการศึกษาสู่ตลาดงาน มุ่งเน้นการผลิตคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม New Growth Engine, ยกระดับทุนมนุษย์ทุกมิติ ไม่ได้ดูแลแค่เด็กนักเรียน แต่รวมถึงการ Upskill แรงงานและพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ

    มีการจัดตั้งบอร์ดบริหารที่จะรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งฝั่งการศึกษา และตลาดแรงงานมาดูแลหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามพลวัตโลก และดูแลสวัสดิภาพครูไปพร้อมกัน

    “การศึกษาลูกหลานเราไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงศึกษาฯ หรือกระทรวง อว. แต่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคน ในการศึกษา ใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยลดภาระงานเอกสารของครู และจัดการงบประมาณให้ทั่วถึงและโปร่งใส เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กอย่างเต็มที่ สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ตรงแยกแห่งความหวัง ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โลกร้อน และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีพร้อมกัน เราจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างในทุกมิติ โดยเริ่มจากการศึกษาเป็นอันดับแรก” 

    “ผู้นำต้องคาดเดาให้ได้ว่าในอนาคต ประเทศต้องไปยืนรออยู่ที่ไหนก่อน แม้จะโดนด่า ไม่เป็นอะไรเลย ต้องอธิบายให้ประชาชนรับรู้ว่าอะไร เพราะในวันที่เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง 6G หรือ Digital Twin ของทรัพยากรน้ำมาถึง หากเราเตรียมตัวไว้พร้อม เราจะเป็นที่หนึ่งในเวทีโลก” นายยศชนัน กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5741348/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1x1X0LPk4goVVR8rdBKH8g

  • มิตซูบิชิ  มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.

    มิตซูบิชิ มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.

    มิตซูบิชิ มอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอเบิล มอเตอร์สปากเกร็ด จำกัด เดินหน้าเสริมศักยภาพทักษะเชิงช่างในสายอาชีพอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้แก่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ.

    โดยภายในพิธีมี การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)ระหว่างบริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. โดยเป็นการบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ ผ่านการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างยนต์ สาขาวิชา ยานยนต์ไฟฟ้า และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงาน ในสถานประกอบการ ส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อสอดรับกับวัตถุประสงค์ในการประสานความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษา เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามนโยบายของรัฐบาล และความต้องการของสถานประกอบการอย่างยั่งยืน

    นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้าบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยเชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคธุรกิจเพียงฝ่ายเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในการร่วมกันผลิตบุคลากรให้มีความพร้อมรับมือกับโลกเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับความพร้อมของนักศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการจ้างงานในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม การสนับสนุนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้แก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการเดินหน้าสนับสนุน เพื่อวางรากฐานทางการศึกษาให้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับปณิธานด้านโครงการเพื่อสังคม ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย’”

    พลตรีนรงฤทธิ์ สุวรรณภักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร/ เจ้าของโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. กล่าวว่า “เราขอขอบคุณ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด สำหรับการสนับสนุนที่มีคุณค่า

    การได้รับมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาสอดรับกับเจตนารมณ์ของเราในการมุ่งผลิตบุคลากรในระดับช่างฝีมือ ช่างเทคนิค และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้พัฒนาทักษะอันเป็นประสบการณ์ภาคปฏิบัติที่สำคัญ ควบคู่ไปกับองค์ความรู้ทางทฤษฎีนอกจากนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ ผู้จำหน่าย เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความตั้งใจในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพ รวมถึงสนับสนุนพันธกิจด้านการศึกษาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไปอันนำไปสู่การยกระดับองค์ความรู้ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในอนาคต”

    นางสาวชัญญาภัค ธนะคุณธนิน ประธานบริหาร บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด กล่าวว่า“การดำเนินธุรกิจของเรามีความมุ่งมั่นและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน การได้ร่วมมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

    ประเทศไทย และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในการสนับสนุนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ จึงเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจอย่างยิ่ง การร่วมส่งมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังในครั้งนี้ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงและเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาในสายอาชีพอย่างยั่งยืน พร้อมช่วยเพิ่มโอกาสการทำงานในอนาคต”

    สำหรับพิธีมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ให้แก่ โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. ในครั้งนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ ช่างกล ขส.ทบ. พร้อมด้วย การบริจาคเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ประกอบด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรหัส 4N16 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นขุมพลังขับเคลื่อนของ นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน เครื่องยนต์ 4N15ชุดเกียร์ธรรมดา รุ่น R6M5A และชุดเฟืองท้าย ควบคู่ไปกับ การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ

    ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และช่างเทคนิคจาก บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัดเพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับการสอนที่มีคุณภาพสูงสุดและนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปากเกร็ด จำกัด ได้ทำการจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นใหม่ ภายในพิธีมอบเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอสเอชอีวี มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต และ นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของมิตซูบิชิ ภายในงานอีกด้วย

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/motoring/101851/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31dpA5zXDE1bF3x2G8XeYG

  • นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง นายเอกนิติ นิตติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. โดยมี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ รวมถึงยังให้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นหนึ่งในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

    นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    โดยทำหน้าที่ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิง และเสนอผลการศึกษา ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา รวมถึงศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม ในการคำนวณราคา และกำหนดราคา สำหรับราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและราคาที่ขายให้กับผู้ค่าน้ำมันมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาด้วยเช่นกัน  และในการปฎิบัติหน้าที่ของ คตร. มีอำนาจในการเข้าไปในสถานที่ใดๆ หรือสั่งให้บุคคลใด ให้ข้อเท็จจริง หรือส่งเอกสารใดใด เพื่อประกอบการพิจารณาได้  ทั้งนี้ ลงนาม วันที่ 31 มีนาคม 2569

    นายกฯ แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธาน คตร. กำหนดราคาน้ำมัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/615297&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw35owUOsOwGRDOwSKh0cmLx