Category: วัฒนธรรม

  • ‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

    ‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

    ‘หัวใจข้ามสายน้ำ’ เส้นทางการศึกษาของ ‘เด็กหลังขุนเขา’ ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล

    วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    เมื่อเรือเล็กออกจากฝั่ง

    เช้าตรู่เหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ของเขื่อนภูมิพล จ.ตาก หมอกสีขาวบางเบาลอยคลออยู่เหนือผิวน้ำที่สงบนิ่ง ราวกับธรรมชาติกำลังห่มโลกไว้ด้วยผ้าบางๆ ความเงียบของเช้าถูกแทรกด้วยเสียงเครื่องยนต์ของเรือหางยาวที่กำลังติดเครื่อง เรือลำนั้นไม่ได้บรรทุกเพียงผู้โดยสาร แต่มันกำลังบรรทุก ความห่วงใยของครู  ที่กำลังออกเดินทางไปหาเด็กๆ ซึ่งอาศัยอยู่หลังแนวขุนเขาอันไกลโพ้น

    เส้นทางฝุ่นแดงหลังสายน้ำ

    ภารกิจเยี่ยมบ้านนักเรียนเชิงรุกครั้งนี้ นำโดย นายจิรกร ฐาวิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก พร้อมด้วย นายรัติน์พงษ์ สันตติภัค ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเงาวิทยาคม และคณะครู จากสันเขื่อนภูมิพล เรือหางยาวล่องผ่านผืนน้ำกว้างใหญ่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง ปลายทางแรกคือ หมู่บ้านสันป่าปวย แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุด รถขับเคลื่อนสี่ล้อต้องไต่ผ่านทางดินแดงที่คดเคี้ยวกลางภูเขา ฝุ่นแดงของฤดูร้อนลอยฟุ้งกลางอากาศ บางเวลา เมฆฝนก่อตัวขึ้นเหนือแนวเขา แล้วโปรยสายฝนลงมาราวกับกำลังเต้นระบำกลางผืนป่า แสงแดดแผดจ้าสะท้อนผืนป่าในบางช่วง สลับกับความชุ่มเย็นของสายฝน ธรรมชาติเหมือนกำลังทดสอบหัวใจของผู้เดินทาง กว่าสองชั่วโมงบนเส้นทางลูกรัง ปลายทางที่เรามาถึงคือ บ้านหินลาดนาไฮ หมู่บ้านเล็กๆ ของชาวปะกาเกอะญอ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางหุบเขา ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าจากสายส่ง มีเพียงแสงไฟเล็กๆจากแผงโซลาร์เซลล์ และวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย บ้านไม้เรียบง่ายหลายหลัง มุงหลังคาด้วยใบตองตึง ตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้

    “ฝากลูกด้วยนะครู”

    เมื่อคณะครูเดินทางมาถึง พ่อแม่ผู้ปกครองต่างออกมาต้อนรับ รอยยิ้มของพวกเขาเรียบง่ายเหมือนวิถีชีวิต จัดสำรับข้าวปลาอาหารต้อนรับ คณะผู้บริหารได้มอบถุงยังชีพจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก และโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็น สิ่งของเหล่านั้นอาจดูเล็กน้อยสำหรับคนเมือง แต่สำหรับครอบครัวกลางภูเขา มันคือสัญญาณว่าโรงเรียนยังไม่เคยลืมพวกเขา

    แม่ของนักเรียนคนหนึ่ง พูดกับผู้บริหารและครู “ฝากลูกด้วยนะครู อยากให้เขาเรียนให้จบ จะได้มีงานดีๆทำ ชีวิตจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อแม่” ซึ่งคำพูดนั้นเรียบง่าย แต่หนักแน่นราวกับคำฝากฝังทั้งชีวิต

    เด็กชายกับเรือหาปลา

    วันที่สองของการเดินทาง คณะครูนั่งเรือออกจากหมู่บ้านสันป่าป๋วย มุ่งหน้าไปยัง หมู่บ้านโสมงหมู่บ้านเล็กๆของผู้คนที่อพยพมาอยู่เหนือเขื่อน

    ที่นี่..ชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ผู้ชายออกเรือหาปลา ผู้หญิงดูแลบ้านและทำเกษตร เด็กๆเติบโตมากับเรือ และเรียนรู้การหาปลาตั้งแต่ยังเล็ก ในหมู่บ้านแห่งนี้คณะครูได้พบกับเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

    นายเพชรทักษิณ พูลประเสริฐ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้ใช้เวลาว่างจากการเรียนออกเรือหาปลา ทีละตัว ทีละวัน เงินเล็กๆจากการขายปลา ถูกเก็บสะสมอย่างเงียบๆ จนกลายเป็นเงินก้อนสำหรับค่าเทอม เขากำลังจะเข้าเรียนต่อประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ตาก ค่าเทอม 10,300 บาท แม่ของเขาพูดด้วยแววตาภูมิใจ

    “แม่จ่ายแค่สามร้อยบาท ที่เหลือลูกขายปลาเก็บเงินจ่ายค่าเทอมเอง”

    คำพูดสั้นๆ แต่ทำเอา ผอ.จิรกร ฐาวิรัตน์ ผอ.และคณะครู ถึงกับตื้นตันใจในความวิริยะอุตสาหะของลูกศิษย์คนนี้

    การศึกษาที่ต้องเดินทาง

    ภารกิจครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก แนวคิดสำคัญของการศึกษาที่เชื่อมั่นว่า เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าบ้านของเขาจะอยู่ใกล้เมือง หรือซ่อนตัวอยู่หลังขุนเขาอันห่างไกล สำหรับครูสามเงา การเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติหน้าที่ แต่มันคือการเดินทาง เพื่อไปบอกเด็กๆว่า ความฝันของพวกเขามีคนคอยดูแล

    เรื่องราวเล็กๆของหมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพลนี้ สะท้อนความหมายของคำว่า “การศึกษา” ได้อย่างลึกซึ้ง ผืนน้ำกว้างใหญ่ของ เขื่อนภูมิพล เขื่อนที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงพระราชทานกำเนิดไว้เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน

    วันนี้ ผืนน้ำเดียวกันนั้น กำลังสะท้อนอีกภารกิจหนึ่งของสังคมไทย ภารกิจของการพาโอกาสทางการศึกษา เดินทางไปถึงเด็กทุกคน แม้บ้านของพวกเขาจะอยู่ไกลเพียงใดก็ตาม เพราะในเส้นทางของการศึกษา จะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ก้าวข้ามแนวคิดเก่า ปส. เสริมพลังครูไทย เข้าใจนิวเคลียร์อย่างถูกต้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/956899&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1XevfUCBqfR88zqbKSC4I7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่

    วันที่นำเข้าข้อมูล 4 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 เม.ย. 2569

    | 43 view

    เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้จัดงานสัมมนาเรื่องกฎหมายท้องถิ่น ณ โรงแรม Mercure Chengdu Chunxi Taikoo Li โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนจากกรมความมั่นคงสาธารณะมณฑลเสฉวน สำนักงาน Guoli Notary Public Office และสำนักงานกฎหมาย Sichuan TOTA Law Firm ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วยชาวไทยในมณฑลเสฉวนเข้าร่วมทั้งภายในสถานที่และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูเป็นประธานในพิธี

    ในการนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ และสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศที่ว่า “การทูตเพื่อประชาชน ทุกแห่งหนเราดูแล” ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกมาโดยตลอด

    การสัมมนาในครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นที่สำคัญหลายด้าน โดยผู้แทนจากกรมความมั่นคงสาธารณะมณฑลเสฉวนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและการทำงานของชาวต่างชาติในประเทศจีน โดยเน้นย้ำว่า ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะทำงานในจีนต้องมีใบอนุญาตทำงานและใบอนุญาตพำนักประเภททำงานอย่างถูกต้อง นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการฝึกงานต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาและประสงค์จะทำงานต่อ จำเป็นต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าและใบอนุญาตพำนักให้ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายการทำงานโดยผิดกฎหมายและมีบทลงโทษ

    ด้าน Guoli Notary Public Office ได้บรรยายเกี่ยวกับกระบวนการด้านเอกสารทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอธิบายความแตกต่างระหว่างการรับรองเอกสาร (Notarization) และการรับรองกงสุล (Consular Authentication) รวมถึงขั้นตอนการรับรองเอกสารแบบสองชั้น (Double Authentication) ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการใช้เอกสารข้ามประเทศ ตลอดจนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสมรสระหว่างไทย–จีน

    ขณะที่ Sichuan TOTA Law Firm ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายในชีวิตประจำวันของชาวต่างชาติ อาทิ การเช่าที่พักอาศัยซึ่งควรตรวจสอบกรรมสิทธิ์และเงื่อนไขในสัญญาอย่างรอบคอบ การโอนเงินหรือแลกเปลี่ยนเงินตราข้ามประเทศที่ควรดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพและการใช้สิทธิรักษาพยาบาลในประเทศจีน

    ภายหลังการบรรยาย ได้มีการเปิดช่วงถาม–ตอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสอบถามข้อสงสัยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

    ในช่วงปิดงาน กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวขอบคุณวิทยากรจากทุกหน่วยงานที่ร่วมถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนผู้เข้าร่วมทุกท่านที่ให้ความสนใจ โดยย้ำว่าสถานกงสุลใหญ่ฯ มุ่งมั่นในการดูแลคุ้มครองและให้บริการแก่คนไทยในเขตกงสุลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนไทยมีความเข้มแข็ง สามารถดำเนินชีวิตในต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศเจ้าบ้าน

    ทั้งนี้ งานสัมมนาดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของจีน รวมถึงชุมชนไทยในพื้นที่ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยในต่างแดนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/chengdu-170326%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18mnK-cA1QY7kXpMt3VlyU

  • ทำไมมันฝรั่งทอดต้องเป็น “ทรงโค้ง”? นักวิทย์ช่วยไขความลับ ดีไซน์นี้คิดมาดีแล้ว

    ทำไมมันฝรั่งทอดต้องเป็น “ทรงโค้ง”? นักวิทย์ช่วยไขความลับ ดีไซน์นี้คิดมาดีแล้ว

    ไขปริศนา! ทำไมมันฝรั่งทอดถึงต้อง “ทรงโค้ง” นักวิทยาศาสตร์เผยช่วยรับแรงกระแทก แถมกระตุ้นความอยากอาหาร

    เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยเวลาเปิดมันฝรั่งทอดแบบกระป๋องว่า ทำไมแผ่นมันฝรั่งถึงต้องถูกออกแบบมาให้เป็นทรงโค้งมนสม่ำเสมอกันทุกชิ้น ล่าสุด China Food Newspaper ได้เผยแพร่รายงานพิเศษเกี่ยวกับ “ปริศนามันฝรั่งทอดทรงโค้ง” โดยระบุว่าดีไซน์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความอร่อยอย่างเหลือเชื่อ

    แก้ปัญหาแผ่นมันฝรั่งแตกหักระหว่างขนส่ง

    รายงานจาก Shaanxi Science and Technology Board ระบุว่า ในช่วงที่มันฝรั่งทอดเริ่มออกสู่ตลาดใหม่ๆ ผู้บริโภคมักประสบปัญหาแผ่นมันฝรั่งแตกละเอียดจนแทบไม่เหลือชิ้นที่สมบูรณ์เมื่อเปิดซอง

    ต่อมา อเล็กซานเดอร์ ลิปา นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ได้ออกแบบให้แผ่นมันฝรั่งมีความโค้งมนสม่ำเสมอ ซึ่งทรงโค้งนี้มีคุณสมบัติในการรับแรงกดทับได้ดีกว่าแผ่นเรียบ ช่วยให้สามารถบรรจุลงในกระป๋องได้จำนวนมากโดยที่แผ่นไม่แตกหักง่ายระหว่างการขนส่ง

    ความลับของเสียง “กรอบ” ที่ทำให้หยุดกินไม่ได้

    นอกจากเรื่องความทนทานแล้ว วิศวกรยังพบข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาด้านกลศาสตร์ว่า รูปทรงโค้งของแผ่นมันฝรั่งมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเคี้ยว ดังนี้:

    • จุดแตกหักที่เหมาะสม: เมื่อนำเข้าปาก รูปทรงโค้งจะไม่ทำให้แผ่นมันฝรั่งแตกครึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกแรงกดจากเพดานปากและลิ้นทำให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ จำนวนมากพร้อมกัน
    • เสียงกระตุ้นความอยาก: การแตกตัวของแผ่นโค้งจะสร้างเสียง “กรอบ” ที่ต่อเนื่องและดังชัดเจน ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเสียงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและทำให้ผู้บริโภครู้สึกเพลิดเพลินจนหยุดกินไม่ได้

    หลังจากข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเพิ่งทราบถึงเหตุผลเบื้องหลังดีไซน์นี้ และยอมรับว่ารูปทรงโค้งมนแบบนี้ช่วยให้รู้สึกอยากอาหารมากกว่าแผ่นลักษณะอื่นจริงๆ ถือเป็นความลับทางการค้าที่ผสมผสานทั้งวิศวกรรมศาสตร์และจิตวิทยาการกินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    แหล่งอ้างอิง

    1. HK01

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9882126/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JN2l1g4yWukxhkpn6V0ZD

  • ประวัติ “นิกร จำนง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา”

    ประวัติ “นิกร จำนง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา”

    ประวัติ “นิกร จำนง” อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา” บุคลากรการเมืองพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อน “ท็อป วราวุธ” พายกทีมซบค่ายน้ำเงิน ล่าสุดได้เลื่อนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

    วันที่ 4 เมษายน 2569 ภายหลัง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น สส. สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

    ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน โดยเลื่อนลำดับที่ 20 คือนายนิกร จำนง ขึ้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    ประวัติ นิกร จำนง

    นายนิกร จำนง เกิดวันที่ 5 ธันวาคม 2498 ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับปริญญาโท สาขาการบริหารภาครัฐ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทาร์ลตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

    เส้นทางการเมือง

    นายนิกร จำนง ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 5 สมัย คือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2531 จังหวัดสงขลา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535 จังหวัดสงขลา สังกัดพรรคชาติไทย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2548 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย

    นายนิกร จำนง เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี หลังพรรคชาติไทยถูกยุบพรรค ในปี 2551 ก่อนจะกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งในสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา เคยเป็นอดีตประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2545

    นายนิกร ยังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 14/2560 และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน

    นายนิกร จำนง เป็นอีกหนึ่งบุคลากรทางการเมือง ที่อยู่กับพรรคชาติไทยมาอย่างยาวนาน ถือเป็นขุนพลข้างกายของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี กระทั่งพรรคชาติไทยถูกยุบ เปลี่ยนมาเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา นายนิกร ก็ยังคงทำงานอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

    กระทั่งพรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2569 โดยนำทีมสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา กลุ่มบ้านใหญ่สุพรรณบุรี รวมถึงตัวนายนิกร จำนง เข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย 

    โดยนายนิกร ได้ลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ อยู่ในลำดับที่ 20 ก่อนที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เลื่อนนายนิกร จำนง เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แทนนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2924656&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IIlwW5ofQlJ-fCG2aZ-No

  • เปิดบ้าน ‘DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต | เดลินิวส์

    เปิดบ้าน ‘DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต | เดลินิวส์

    อนาคตเริ่มที่นี่! มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดบ้านรับ GEN Z ร่วมค้นหาศักยภาพ‘ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ

    เมื่อวันที่ 4 เม.ย.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ชวนนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เข้าร่วมงาน DPU Open House 2026 “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมสำรวจหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความสนใจ และความต้องการของโลกยุคใหม่โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569  ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) 

    ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า  DPU ตอกย้ำบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติ ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ

    “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ”

    การจัดงาน DPU Open House 2026 “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” ในครั้งนี้ ดร.ดาริกา กล่าวว่า เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และทำความรู้จักวิทยาลัยหรือคณะสาขาวิชาต่างๆ เพื่อการค้นพบศักยภาพของตนเอง และเลือกเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับอนาคตที่ต้องการอย่างแท้จริง

    ภายในงาน นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศได้ร่วมสัมผัสกับหลักสูตรที่ทันสมัย และเวิร์กชอปจากอาจารย์พร้อมรุ่นพี่ โดยแบ่งกลุ่มสาขาวิชา และคณะตามเทรนด์ความสนใจ  สาย Innovation+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบคิด ชอบลองสร้างอะไรใหม่ ๆ ได้แก่ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี  สาย Global+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบภาษา รักการเดินทาง อยากเปิดโลกกว้าง และทำงานร่วมกับต่างประเทศ ได้แก่ วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติจีน คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์

    สาย Social+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบช่วยเหลือ ใส่ใจคนรอบข้าง มีเหตุผล ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาย Wellness+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิต วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์วิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาสุขภาพ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะกายภาพบำบัด และสาย Creative+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบสร้างสรรค์มีไอเดีย พร้อมโชว์ผลงาน ได้แก่ วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี คณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์

    สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ของงาน DPU Open House 2026คือ นิทรรศการระหว่างการเดินทาง (Journey of a Lifetime) ที่เปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง โดยตลอดเส้นทางเดินจะมีจุดเช็กลิสต์ให้น้อง ๆ ได้ทำความเข้าใจ และประเมินศักยภาพตนเองในแต่ละด้าน เช่น มิติทางสังคม (Society) ด้านความสัมพันธ์ (Relationship) ด้านการเงิน ด้านสุขภาพ และเส้นทางชีวิต (Life Path) เป็นต้น

    “ศุภัศสรา เหมทานนท์” อายุ 17 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี 2) หนึ่งในน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้าน DPU Open House 2026 กล่าวว่า เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้พร้อมคุณพ่อ โดยมีความสนใจเรียนด้านนิเทศศาสตร์ เพราะชื่นชอบและสนใจงานทางด้านภาพยนตร์ ซึ่งการเข้าร่วมนิทรรศการระหว่างการเดินทางทำให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดและตั้งใจจะเรียนในอนาคต

    “วิลาวัลย์ เชียงทอง” อายุ 17 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านนา (นายกพิทยากร) จังหวัดนครนายก กล่าวว่า การตัดสินใจเดินทางมาจากจังหวัดนครนายกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะต้องการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะที่ตัวเองมีความสนใจ คือ วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส หลักสูตร วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นการเรียนที่ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการที่อยากมีความรู้และสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตนเองในอนาคต   

    ด้าน “วัชรพงศ์ พวงรางสาด” อายุ 20 ปี เรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เดินทางเข้าร่วมเปิดบ้าน DPU Open House 2026เพียงคนเดียว เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับหลักสูตรระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจดิจิทัล(IS) ที่ตนเองมีความสนใจจากความชอบส่วนตัวอยากเรียนเกี่ยวกับ Data ซึ่งเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เรียนมาในชั้น ปวส.

    ภายในงานยังมีกิจกรรม Workshop จากคณะต่างๆ พร้อมการให้คำปรึกษาแนะแนวอาชีพ และการมอบทุนการศึกษาสำหรับ Dek69-70 

    DPU Open House 2026 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ได้ “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” และ ค้นเจอศักยภาพของตนเอง ที่พร้อมก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพได้อย่างมั่นใจในอนาคต และก้าวสู่การเป็น“Global Talent” ของตลาดแรงงานโลก สำหรับผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5751915/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-arzOWDywSph1ZT9wUIqw

  • ผลวิจัยล่าสุด เผยพิกัดใหม่! “จุดเสวของผู้ชาย” ไม่ได้อยู่ในทวารหนักอย่างที่คิด

    ผลวิจัยล่าสุด เผยพิกัดใหม่! “จุดเสวของผู้ชาย” ไม่ได้อยู่ในทวารหนักอย่างที่คิด

    เผยจุด G-spot ผู้ชาย! ผลวิจัยล่าสุดชี้ไม่ได้อยู่ในทวารหนัก แต่เป็นจุดลับบนอวัยวะเพศที่ให้ “ความเสียวซ่านสูงสุด”

    กลายเป็นหัวข้อที่สร้างความฮือฮาในวงการแพทย์และสุขภาวะทางเพศ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสเปนได้เปิดเผยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Andrology เกี่ยวกับการค้นพบจุด G-spot ของผู้ชาย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นคนละจุดกับที่ความเชื่อกระแสหลักคาดการณ์ไว้ โดยพบว่าจุดที่กระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ในทวารหนักหรือต่อมลูกหมาก แต่ตั้งอยู่บนอวัยวะเพศนี่เอง

    ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ได้ระบุตำแหน่งของจุดยุทธศาสตร์นี้ว่าอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “Frenular Delta” ซึ่งเป็นพื้นที่รูปสามเหลี่ยมเล็กๆ บริเวณส่วนล่างของอวัยวะเพศชาย จุดที่ส่วนหัวและลำลึงค์เชื่อมต่อกัน (บริเวณเส้นสองสลึง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักถูกมองข้ามหรือไม่มีการระบุไว้ในตำราเพศศึกษาหลายเล่ม

    จากการศึกษาโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่ออวัยวะเพศชายทั้งจากตัวเต็มวัยและทารกในครรภ์ นักวิจัยพบว่าบริเวณ Frenular Delta นี้มีความหนาแน่นของเส้นประสาทสูงมาก โดยเป็นการรวมตัวกันของแขนงเส้นประสาทส่วนหลังและเส้นประสาทบริเวณฝีเย็บที่ซ้อนทับกัน ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีการสะสมของ “กระจุกเส้นประสาท” และตัวรับความรู้สึกทางเพศมากกว่าบริเวณอื่นๆ

    iStockphoto

    ความไวต่อสัมผัสที่เหนือกว่าส่วนหัวของอวัยวะเพศ

    นักวิทยาศาสตร์พบว่าในจุดลับนี้มีสิ่งที่เรียกว่า “Krause corpuscles” ซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณที่ทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสัมผัสหรือการเสียดสีของผิวหนัง โดยในบางกรณีพบกระจุกเส้นประสาทรวมตัวกันหนาแน่นถึง 17 ชุดในพื้นที่ขนาดเล็กเพียงจุดเดียว

    ความหนาแน่นของเส้นประสาทในบริเวณนี้ส่งผลให้ Frenular Delta เป็นจุดที่ไวต่อการกระตุ้นและให้ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงกว่าบริเวณส่วนหัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกเชื่อว่าเป็นจุดที่ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีที่สุดในเพศชาย การค้นพบนี้เปรียบเสมือนการเติมเต็มแผนที่ความรู้สึกทางเพศที่เคยเป็นจุดบอดทางการแพทย์มานานหลายทศวรรษ

    อีริค ชุง จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ ให้สัมภาษณ์กับ New Scientist ว่า “นี่คือหนึ่งในจุดที่ให้ความสุขที่สุดสำหรับการกระตุ้นทางเพศในชาย” และการศึกษานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาวงการเวชศาสตร์ทางเพศและศัลยกรรมปัสสาวะมักจะให้ความสำคัญกับจุดจีสปอตในผู้หญิงมากกว่า จนกลายเป็นช่องว่างในความเข้าใจสรีรวิทยาของเพศชาย

    ก้าวข้ามความเชื่อเรื่อง “G-spot” ในอดีต

    เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักวิทยาศาสตร์และคนทั่วไปมักมองว่า “ต่อมลูกหมาก” คือจุด G-spot ของผู้ชายเนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดจุดสุดยอดได้ผ่านทางทวารหนัก แต่ผลการศึกษานี้ช่วยยืนยันตำแหน่งใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและมีความจำเพาะเจาะจงทางประสาทสัมผัสที่สูงกว่า

    อย่างไรก็ตาม ในแง่ของคำศัพท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงถกเถียงเรื่องการใช้คำว่า “G-spot” โดย ดร.เออร์วิน โกลด์สตีน บรรณาธิการบริหารวารสาร Sexual Medicine Review เคยระบุไว้ในปี 2565 ว่าคำนี้อาจสื่อความหมายที่คลาดเคลื่อน เพราะความรู้สึกทางเพศมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายบริเวณมากกว่าจะเป็นจุดเดียวโดดๆ

    แต่สำหรับการค้นพบ Frenular Delta ในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันเชิงประจักษ์ถึง “ศูนย์กลางความรู้สึกทางเพศ” ที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของผู้ชายเท่าที่เคยมีการค้นพบมา

    แหล่งอ้างอิง

    1. New York Post
    2. Andrology Journal
    3. New Scientist

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9882018/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HTWdx-bx6lUTdZyY71-R9

  • “สตูลบริรักษ์ อินเตอร์” ฉลองความสำเร็จบัณฑิต รุ่น 52-54  ตอกย้ำอันดับ 1 สายอาชีพบริบาล | เดลินิวส์

    “สตูลบริรักษ์ อินเตอร์” ฉลองความสำเร็จบัณฑิต รุ่น 52-54  ตอกย้ำอันดับ 1 สายอาชีพบริบาล | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 เมษายน ณ ห้องประชุมใหญ่ ซีซีรีสอร์ท ปากบารา อ.ละงู จ.สตูล  นายภิญญา รัตนวรชาติ รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2568 (รุ่นที่ 52-54) โรงเรียนสตูลบริรักษ์ อินเตอร์  และให้โอวาทท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ

    นางพรลภัสส์ รุ่งเรือง ผู้รับใบอนุญาต โรงเรียนสตูลบริรักษ์ อินเตอร์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนฯ มุ่งเน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพในหลักสูตรการดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุ (840 ชั่วโมง) เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบสาธารณสุขในตำแหน่งพนักงานผู้ช่วยพยาบาล (Nurse Aid) ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาไปแล้วกว่า 1,389 คน ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้โรงเรียนมีความมั่นคงและได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน คือระบบ “เรียนจบมีงานทำทันที” โดยโรงเรียนจะเป็นผู้ประสานงานจัดหาสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนให้แก่นักเรียนทุกคน

    “เราไม่ได้แค่มอบวิชาชีพ แต่เรามอบความมั่นคงทางรายได้ให้แก่ครอบครัว เยาวชนที่เรียนที่นี่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ทุกคนผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และทุนศิษย์เก่า SBI โดยไม่มีดอกเบี้ย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและช่วยให้นักเรียนที่หลุดออกจากระบบได้กลับมามีอนาคตที่สดใสอีกครั้ง” นางพรลภัสส์ กล่าว

    นอกจากนี้ ในงานยังมีการมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ศิษย์เก่าดีเด่น 6 ท่าน ที่สร้างชื่อเสียงในวิชาชีพ ตอกย้ำรางวัลการันตีมาตรฐาน อาทิ รางวัลสถานศึกษาดีเด่นจาก สช. ต่อเนื่องหลายปี และการได้รับเลือกเป็น 1 ใน 84 โรงเรียนบริบาลนำร่องของ กยศ. ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา

    ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “สตูลบริรักษ์ อินเตอร์” คือสถาบันที่สร้าง “มืออาชีพ” สู่สถานพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศอย่างแท้จริง

    สำหรับพิธีในครั้งนี้มีผู้เข้ารับประกาศนียบัตรจำนวน 51 คน ซึ่งเตรียมเข้าสู่เส้นทางอาชีพสายสุขภาพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมทั้งในจังหวัดสตูลและระดับประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5751587/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R7d9YFWhblcAMprRUSdLl

  • รฟท.จัดประชุมย่อยรับฟังการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ก่อนสรุปผล ส.ค.นี้

    รฟท.จัดประชุมย่อยรับฟังการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ก่อนสรุปผล ส.ค.นี้

    รฟท.จัดประชุมย่อยรับฟังการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ก่อนสรุปผล ส.ค.นี้

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดประชุมกลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็น งานศึกษาความเหมาะสมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ให้ครอบคลุมในระดับชุมชนหมู่บ้านตามแนวเส้นทาง ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 13 อำเภอ 51 ตำบล จนถึงวันที่ 27 เมษายน 2569 ก่อนจัดการประชุมสรุปผลการศึกษา (สัมมนาใหญ่ ครั้งที่ 2) ประมาณเดือนสิงหาคม 2569

    การประชุมกลุ่มย่อยดังกล่าว รฟท.นำเสนอข้อมูลโครงการฯ อย่างละเอียด โดยเฉพาะรูปแบบและขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ รวมทั้งข้อห่วงกังวลต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการฯ

    สำหรับจากการจัดรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 ประชาชนต่างเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว โดยมองว่า ที่ผ่านมาเหมือนถูกตัดออกจากระบบการพัฒนา จึงต้องการให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และให้พิจารณาเปิดเดินรถในรูปแบบเชิงท่องเที่ยวด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/detail/9690000032365&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3k_Ok0UdJqd-T-QQZUR-wk

  • เปิดแชทไวรัล ครูแจ้งผู้ปกครอง งดโพสต์ผลการเรียนลงโซเชียล ลดการเปรียบเทียบ

    เปิดแชทไวรัล ครูแจ้งผู้ปกครอง งดโพสต์ผลการเรียนลงโซเชียล ลดการเปรียบเทียบ

    เปิดแชทไวรัล ครูแจ้งผู้ปกครอง งดโพสต์ผลการเรียนลงโซเชียล ลดการเปรียบเทียบ

    วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.06 น.

    โลกโซเชียลแห่ชื่นชม! ครูส่งข้อความเตือนผู้ปกครองในไลน์กลุ่ม งดโพสต์ผลสอบลูกลงโซเชียล ชี้ “เกรดคือสิทธิส่วนบุคคล”

    กลายเป็นประเด็นไวรัลที่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม เมื่อผู้ปกครองแห่แชร์ข้อความของคุณครูท่านหนึ่งที่ส่งถึงกลุ่มผู้ปกครอง เพื่อขอความร่วมมือให้คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลของเด็ก และหยุดนำผลการเรียนไปเปรียบเทียบบนโลกออนไลน์

    ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Suntaree Sewanajiramit ได้โพสต์ภาพหน้าจอแชทแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งเป็นข้อความจากคุณครูที่ส่งถึงผู้ปกครองในกลุ่ม โดยระบุเนื้อหาสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันเกี่ยวกับการประกาศผลสอบของนักเรียน ระบุว่า

    “แจ้งผู้ปกครองทุกท่านค่ะ ผลการเรียนของบุตรหลาน เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล กรุณาอย่าโพสต์ลงในโซเชียล เด็กๆ ทุกคนเก่งตามศักยภาพของตนเอง มีการชื่นชมในครอบครัว ให้คำชมและเสริมแรงจูงใจ ให้ความรักในการกอด พูดชื่นชมเด็กๆ นะคะ”

    ขอบคุณภาพจาก : Suntaree Sewanajiramit

    หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ปกครองและชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของคุณครูท่านนี้ ที่ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลขคะแนน แต่ให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจและตัวตนของเด็กแต่ละคน

    เสียงสะท้อนจากผู้ปกครอง ผู้ปกครองรายหนึ่งคอมเมนต์ว่า “รู้สึกดีมากกับวิสัยทัศน์ของคุณครู เด็กแต่ละคนมีจุดเด่นไม่เหมือนกัน ถนัดคนละแบบ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องสนับสนุนและช่วยปรับปรุงจุดด้อย ไม่ใช่การเอาไปอวดหรือเปรียบเทียบ” ขณะที่อีกหลายความเห็นยกย่องว่าคุณครูมีทัศนคติที่ทันสมัยและช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของนักเรียนได้อย่างดีเยี่ยม

    เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์การเลี้ยงลูกในยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “ความฉลาดทางอารมณ์” และ “สิทธิส่วนบุคคล ” มากกว่าการแข่งขันด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว ซึ่งนักวิชาการด้านการศึกษาหลายท่านเคยให้ความเห็นว่า การโพสต์คะแนนสอบลงโซเชียลอาจสร้างความกดดันให้เด็กโดยไม่รู้ตัว และส่งผลต่อความมั่นใจในตนเองในระยะยาวหากผลการเรียนไม่เป็นไปตามคาดหวัง

    ขอบคุณภาพจาก : Suntaree Sewanajiramit

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/956859&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2h78hp_XPEfYeU8_C1ymKM

  • คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้

    คตร. จี้โรงกลั่นคืนกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมัน ชงครม. 6 เม.ย.นี้

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ครั้งที่ 2 ว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นจากการพิจารณาค่าการกลั่นและค่าการตลาดตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยเห็นตรงกันว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ผลักดันราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    ปัจจัยสำคัญมาจากค่า War Premium หรือค่าความเสี่ยงจากสงคราม ซึ่งถูกบวกเพิ่มทั้งในฝั่งต้นทุนน้ำมันดิบและราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันในตลาด แต่เมื่อ คตร. นำค่าการกลั่นปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี พบว่าโรงกลั่นหลายแห่งยังมีกำไรเพิ่มขึ้นกว่าปกติอย่างมีนัยสำคัญ แม้หักต้นทุน War Premium ที่เกิดขึ้นจริงแล้วก็ตาม

    นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นได้โดยเร็ว และไม่ต้องรอการออกกฎหมายใหม่ที่อาจใช้เวลานาน ที่ประชุมจึงมีมติเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 6 เมษายน 2569 โดยใช้อำนาจตามกฎหมายปัจจุบัน และอ้างอิงแนวทางที่เคยดำเนินการมาแล้วในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ตามมติ ครม. วันที่ 21 มิถุนายน 2565

    แนวทางดังกล่าวจะมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเข้าไปเจรจาขอความร่วมมือกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ให้นำส่งกำไรบางส่วนที่เกิดขึ้นเป็นกรณีพิเศษจากค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต กลับเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยย้ำว่าต้องทำให้เงินส่วนนี้ถูกส่งผ่านไปยังราคาขายปลีกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ทันที

    สำหรับเม็ดเงินที่จะนำมาใช้ช่วยเหลือ นายเอกนิติ ระบุว่า ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปคำนวณตัวเลขอย่างละเอียด โดยต้องพิจารณาต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละโรงกลั่น เนื่องจากแต่ละแห่งมีภาระต้นทุนไม่เท่ากัน เช่น โรงกลั่นบางจากที่มีต้นทุนขนส่งน้ำมันดิบผ่านพื้นที่เสี่ยงอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นต้นทุน War Premium ที่เกิดขึ้นจริง

    “ตัวเลขที่เห็นกันในตลาดขณะนี้ ยังไม่ได้สะท้อนต้นทุน War Premium ของน้ำมันดิบที่นำเข้าจริงทั้งหมด จึงต้องให้กระทรวงพลังงานเข้าไป Verify ตัวเลขจากโรงกลั่นแต่ละแห่ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ แต่จากการศึกษาขั้นต้นพบว่า แม้รวมต้นทุนพิเศษเหล่านี้แล้ว ค่าการกลั่นปัจจุบันก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติย้อนหลัง 5 ปีอยู่ดี และส่วนต่างนี้คือกำไรส่วนเกินที่ควรนำกลับมาช่วยประชาชน” นายเอกนิติ กล่าว

    นอกจากเรื่องค่าการกลั่นแล้ว คตร. ยังได้พิจารณา ค่าการตลาด ที่เหมาะสมควบคู่กัน โดยอ้างอิงผลการศึกษาของกระทรวงพลังงาน ซึ่งประเมินว่าค่าการตลาดเฉลี่ยที่เหมาะสมของทุกผลิตภัณฑ์ควรอยู่ที่ประมาณ 2.45 บาทต่อลิตร และได้กำชับให้กระทรวงพลังงานกำกับดูแลไม่ให้ค่าการตลาดสูงเกินระดับดังกล่าว เพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

    ส่วนแนวคิดการจัดเก็บ ภาษีลาภลอย (Windfall Tax) นายเอกนิติ ระบุว่า กระทรวงการคลังยังอยู่ระหว่างการศึกษา แต่ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ วิธีการขอความร่วมมือให้นำส่งกำไรส่วนเกินจะทำได้รวดเร็วกว่า และตอบโจทย์การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ตรงจุดกว่าการรอกระบวนการทางกฎหมายภาษี

    เมื่อถูกถามถึงกรอบเวลาที่ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับลดลง นายเอกนิติ ยืนยันว่า คณะกรรมการเร่งทำงานอย่างเต็มที่ โดยใช้เวลาประชุมวันละกว่า 5 ชั่วโมง เพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในกรอบ 15 วัน และจะเร่งนำผลการศึกษาทั้งหมดเสนอเข้าสู่การประชุม ครม. วาระแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้ทันที เพื่อให้มาตรการลดราคาน้ำมันมีผลโดยเร็วที่สุด และให้ประชาชนได้รับข่าวดีก่อนเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์

    ทั้งนี้ รูปแบบการนำส่งเงินจะใช้กลไก กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นช่องทางหลัก เนื่องจากเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้เร็วที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้เม็ดเงินจากกำไรส่วนเกินถูกนำไปบริหารจัดการโครงสร้างราคาน้ำมัน และสะท้อนเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/740436&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1aakusjUr7t7PXrkv05hlO