Blog

  • กำหนดการ พิธีสวดพระอภิธรรม พระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ โรงเรียนพะตงฯ

    กำหนดการ พิธีสวดพระอภิธรรม พระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ โรงเรียนพะตงฯ

    กำหนดการ พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร์ สินสโมสร ผอ.โรงเรียนพะตงฯ ถูกเยาวชนคลั่งบุกโรงเรียน ยิงเสียชีวิต

    จากกรณีคนร้ายถืออาวุธปืน บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และได้ก่อเหตุยิงคนในโรงเรียนบาดเจ็บ และยังจับเด็กไว้เป็นตัวประกัน ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมจับกุมคนร้ายได้ พบเป็นเยาวชนในพื้นที่อายุ 18 ปี เคยมีประวัติเข้ารับการรักษาอาการจิตเวช จากการใช้สารเสพติด และออกจากโรงพยาบาล เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

    ซึ่งต่อมา กระทรวงสาธารณสุข สรุปผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ 3 ราย ประกอบด้วย เด็กนักเรียนหญิง 2 ราย และ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ โดนยิงบริเวณอกด้านซ้ายอาการสาหัส แพทย์ได้ทำการผ่าตัด และเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนที่ ผอ.ศศิพัชร จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากเสียเลือดมาก

    กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ

    ขณะที่ กำหนดการพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พิธีสวดพระอภิธรรม และพิธีพระราชทานเพลิงศพ  นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา

    วันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. 2569 

    • เวลา 15.00 น. รดน้ำศพ
    • เวลา 16.30 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ
    • เวลา 17.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม

    วันศุกร์ที่ 13 – วันจันทร์ที่ 16 ก.พ. 2569

    • เวลา 19.00 น. พิธีสวดพระอภิธรรม

    วันอังคารที่ 17 ก.พ. 2569

    • เวลา 10.30 น. พิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล และสวดมาติกาบังสุกุล
    • เวลา 15.00 น. พิธีพระราชทานเพลิงศพ

    ประวัติ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ 

    สำหรับ ประวัติ นางศศิพัชร สินสโมส หรือ ผอ.ศศิพัชร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ จ.สงขลา ด้านการศึกษา จบการศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) สาขาการบริหารการศึกษา

    การทำงาน

    • พ.ศ. 2551 – 2552 เป็นรองผู้อำนวยการ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองรัตภูมิ
    • พ.ศ. 2552 – 2559 เป็นรองผู้อำนวยการ โรงเรียนรัตภูมิวิทยา
    • พ.ศ. 2559 – 2563 เป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์
    • พ.ศ. 2563 – ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่น

    • การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา “PATONG MODEL”
    • วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้รูปแบบ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    • การวิจัยการเสริมสร้างความรับผิดชอบของนักเรียนโดยใช้ SONG-LE MODEL โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562 – 2563
    • รายงานการประเมินโครงการพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข (Happy Workplace) โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ปีการศึกษา 2562

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/south/2913776&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rfMhCGdc-7XFVoErtx9Tu

  • TISCO ESU การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โตเกิดคาด พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. 2026 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TISCO ESU การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ โตเกิดคาด พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับลดลง ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. 2026 – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    Today’s Data Releases

    • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ม.ค.

    • ไทย: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือน ม.ค.

    • อังกฤษ: GDP เบื้องต้น ไตรมาส 4/2025

    • สหรัฐฯ: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกและต่อเนื่อง (Initial Claims และ Continuing Claims) สิ้นสุดสัปดาห์ ณ วันที่ 6 ก.พ. และ 31 ม.ค. ตามลำดับ และยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ม.ค.

    Key economic indicators

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    • การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls)  ในเดือน ม.ค. 2026 เพิ่มขึ้น +1.3 แสนตำแหน่ง  สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ +6.5 หมื่นตำแหน่งเป็นอย่างมาก

    • ส่วนตัวเลขการจ้างงานในช่วงสองเดือนก่อนหน้าถูกปรับลดลง (Revised) -1.7 หมื่นตำแหน่ง แบ่งเป็นการปรับลด -2 พันตำแหน่งในเดือน ธ.ค. (เป็น +4.8 หมื่นตำแหน่ง) และปรับลด -1.5 หมื่นตำแหน่งในเดือน พ.ย. (เป็น +4.1 หมื่นตำแหน่ง) ส่งผลให้การจ้างงานเฉลี่ย 3 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น +7.3 หมื่นตำแหน่ง จาก -1.7 หมื่นตำแหน่งเดือนก่อน

    • ในเดือน ม.ค. การจ้างงานของภาคเอกชน (Private) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +1.7 แสนตำแหน่ง (vs. +6.4 หมื่นในเดือนก่อน) ขณะที่การจ้างงานภาครัฐ (Government) ปรับตัวลดลง -4.2 หมื่นตำแหน่ง (vs. -1.6 หมื่นในเดือนก่อน)

    • ขณะที่หากพิจารณารายละเอียดจะพบว่า การจ้างงานที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากภาคบริการเป็นหลัก อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษา (+1.4 แสนตำแหน่ง), บริการด้านธุรกิจ (+3.4 หมื่น), ก่อสร้าง (+3.3 หมื่น), ที่พักแรมและร้านอาหาร (+1.7 หมื่น) และการผลิต (+5 พัน) อย่างไรก็ดี การจ้างงานในหมวดบริการทางการเงิน (-2.2 หมื่น), นันทนาการ (-1.6 หมื่น), สื่อสาร (-1.2 หมื่น) และขนส่งกับโกดัง (-1.1 หมื่น) ปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นการสะท้อนการเลิกจ้างในหมวดนั้นๆ

    • อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ปรับตัวลดลง -0.1ppt เป็น 4.3% ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ 4.4%

    • โดยอัตราว่างงานที่ปรับลดลงในเดือนนี้ เป็นผลของการจ้างงานใหม่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง +5.3 แสนตำแหน่ง ขณะที่กำลังแรงงาน (Labor Force) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง +3.9 แสนราย ด้านอัตราการมีส่วนร่วมของกำลังแรงงาน (Labor Force Participation Rate) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น +62.5% สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 62.4% อ้างอิงจาก Household Survey ที่ใช้คำนวณอัตราการว่างงาน

    • อัตราค่าจ้างแรงงาน (Average Hourly Earnings) เร่งตัวขึ้นเป็น 0.4% MoM สูงกว่าเดือนก่อนและตลาดคาดที่ 0.1% และ 0.3% ตามลำดับ โดยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อัตราค่าจ้างแรงงานจะทรงตัวอยู่ที่ 3.7% เท่ากับเดือนก่อนและตลาดคาด ด้านจำนวนชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยต่อสัปดาห์ (Average Weekly Hours) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 34.3 ชั่วโมง จาก 34.2 ชั่วโมงในเดือนก่อน

    • เรามองว่าการจ้างงานที่ฟื้นตัวขึ้นพร้อมกับอัตราการว่างงานที่ปรับตัวลดลงในเดือน ม.ค. 2026 มาพร้อมกับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ หลังสำนักงานสถิติแรงงานได้ทำการปรับปรุง (Benchmark Revision) ตัวเลขการจ้างงานในช่วงก่อนหน้าลง โดยจากเดิมในปี 2025 การจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้นราว +5.8 แสนตำแหน่ง แต่สำนักงานสถิติแรงงานปรับลงเหลือเพียง +1.8 แสนตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2003 หากไม่รวมช่วงวิกฤติ

    • นอกจากนี้ การจ้างงานที่ปรับดีขึ้นในช่วงต้นปี 2026 ยังคงพึ่งพาการเติบโตของไม่กี่อุตสาหกรรม อาทิ บริการด้านสุขภาพและการศึกษาจ้างงาน (+1.4 แสนตำแหน่ง) เป็นต้น โดยหากพิจารณาการจ้างงานในอุตสาหกรรมที่มีความสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจจริง (ไม่รวมการจ้างงานในหมวดบริการด้านสุขภาพและการศึกษา ภาครัฐและสาธารณูปโภค) จะพบว่าการจ้างงานในอุตสาหกรรมอื่นๆ ยังอยู่ในเกณฑ์หดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (-0.2% YoY)

    • อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาภาพรวมจะพบว่า เครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพขึ้นจากช่วงก่อน โดยอัตราการว่างงานปรับตัวลดลงเหลือ 4.28% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2025 และแม้ว่าแนวโน้มการจ้างงานในช่วงที่ผ่านมา (เฉลี่ย 3-6 เดือนย้อนหลัง) จะยังทรงตัวในระดับต่ำ แต่อัตราการว่างงานไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากอุปทานแรงงานที่ชะลอตัวลงหลังรัฐบาลดำเนินนโยบายกีดกันการเข้ามาของผู้อพยพ

    • สำหรับนโยบายการเงิน หลังจากที่ Fed ปรับลดอัตราดอกเบี้ยมาแล้วกว่า 175bps จากจุดสูงสุด ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินเข้าใกล้ระดับที่เป็นกลางมากยิ่งขึ้น (Neutral) และเครื่องชี้ตลาดแรงงานเริ่มทรงตัว ส่งผลให้ Fed ยังไม่มีความจำเป็นต้องรีบปรับจุดยืนด้านนโยบายการเงินในการประชุมรอบเดือน มี.ค. หลังเงินเฟ้อยังขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายที่ 2% โดยเรายังคงให้น้ำหนักว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงราว 25-50bps ในปี 2026F และมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของปีจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีเป็นต้นไป

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/12/616580/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZywSiwjFCEhGwgtm2E1L6

  • ประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ แม่พิมพ์ผู้เสียสละ ปกป้องศิษย์ด้วยชีวิต

    ประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ แม่พิมพ์ผู้เสียสละ ปกป้องศิษย์ด้วยชีวิต

    เปิดประวัติ “ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ. โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตจากการปกป้องนักเรียน ในเหตุการณ์คนร้ายบุกโรงเรียน

    จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อคนร้ายวัย 18 ปี ก่อเหตุชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและบุกเข้าไปภายในสถานศึกษา เพื่อพยายามจับนักเรียนหญิงวัย 14 ปี เป็นตัวประกัน จนเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกันขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคณะครูและนักเรียน

    ล่าสุด ได้รับการยืนยันว่า นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ หลังจากที่ได้ตัดสินใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้องลูกศิษย์จากการถูกทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ปาฏิหาริย์ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตของแม่พิมพ์ผู้เสียสละท่านนี้ไว้ได้

    นางศศิพัชร สินสโมสร หรือที่รู้จักกันในนาม “ผอ.ศศิพัชร” จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา (กศ.ม.) ถือเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่มีความรู้ความสามารถและทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาโรงเรียนมาโดยตลอด

    ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร
    ภาพจาก: โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ประวัติการทำงาน

    • 2551-2552 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองตนเองรัตภูมิ
    • 2552-2559 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ โรงเรียนรัตภูมิวิทยา
    • 2559-2563 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์
    • 2563-ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    ผลงานที่โดดเด่น

    1. วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (การบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก) (Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้รูปแบบ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    2. รายงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
    3. รูปแบบการบริหารสถานศึกษา PATONG MODEL
    4. การวิจัยการเสริมสร้างความรับผิดชอบของนักเรียนโดยใช้ SONG-LE MODEL โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562 – 2563
    5. รายงานการประเมินโครงการพัฒนาโรงเรียนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างมีความสุข (Happy Workplace) โรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ ปีการศึกษา 2562
    นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์
    FB/ โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    การจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร นับเป็นนการสูญเสีย ซึ่งโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต้องสูญเสียครูผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครูอย่างเต็มเปี่ยม ผู้ซึ่งกล้าหาญเสียสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้องลูกศิษย์อันเป็นที่รักจนวินาทีสุดท้าย โดยกระทรวงศึกษาธิการ ระบุข้อความแสดงความไว้อาลัยว่า “ศธ. ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร #โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์”

    ที่มา: โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ , ศธ.360 องศา

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Suriyen J.

    Suriyen J.

    นักเขียนบทความข่าว จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาปรัชญาและศาสนา มีประสบการณ์กับสำนักข่าวระดับประเทศ ชื่นชอบด้านสังคม การเมือง ต่างประเทศ ทำให้สามารถสร้างคุณค่าผ่านงานเขียน เพื่อให้ผู้อ่านได้ประโยชน์ครบทุกมิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1529909/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1a1jiLXlGSrPWZ0J5Lv_tU

  • “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ประกาศใช้แล้วไปไหนต่อ

    พ.ร.บ.ตั๋วร่วม 2568 ประกาศใช้แล้ว แต่ยังต้องรอกฎหมายลูกอีก 20 ฉบับ บทความนี้ชวนทำความเข้าใจกฎหมายตั๋วร่วม มีข้อกำหนดสำคัญเรื่องอะไร ผู้บริโภคได้อย่างไร และข้อเสนอของสภาผู้บริโภคที่ควรรู้

    “พ.ร.บ.ตั๋วร่วม” ที่ประกาศใช้เมื่อปลายปี 2568 ถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของการปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะไทย เพราะเป้าหมายใหญ่ คือทำให้ประชาชนใช้ “บัตรใบเดียว” หรือระบบชำระเงินเดียว เดินทางข้ามรถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เรือ หรือระบบขนส่งอื่น ๆ ได้แบบไร้รอยต่อ ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำ ๆ และไม่ต้องพกบัตรหลายใบให้ยุ่งยาก

    หากระบบนี้เกิดขึ้นได้จริง คุณภาพชีวิตของผู้ใช้ขนส่งสาธารณะน่าจะดีขึ้นมาก ทั้งเรื่องความสะดวกสบาย การเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะคนทำงานและนักเรียนที่ต้องเปลี่ยนระบบขนส่งหลายต่อในแต่ละวัน และที่สำคัญคือ “ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง”

    แต่คำถามคือ… แม้พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะประกาศใช้แล้ว ผู้บริโภคจะได้ใช้จริงเมื่อไหร่ และระหว่างทางยังมีอะไรที่ต้องจับตาอีกบ้าง

    มี พ.ร.บ. แล้ว แต่ต้องรอกฎหมายลูก 20 ฉบับ

    หลายคนอาจเข้าใจว่า พอกฎหมายประกาศใช้แล้ว ทุกอย่างจะเริ่มเดินหน้าได้ทันที แต่ในความเป็นจริงพ.ร.บ.ตั๋วร่วม เป็นเพียงกฎหมายแม่บทที่วางกรอบใหญ่ ๆ เอาไว้ การจะนำไปใช้จริงต้องอาศัย “กฎหมายลูก” และกฎกระทรวงมารองรับรายละเอียดในทางปฏิบัติ ซึ่งตามแผนดำเนินงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกกฎหมายลูกและกฎกระทรวงรวม 20 ฉบับ ภายในระยะเวลา 180 วัน (ประมาณเดือนมิถุนายน 2569) เพื่อกำหนดเรื่องสำคัญ

    เช่น รูปแบบและมาตรฐานเทคโนโลยีของระบบตั๋วร่วม วิธีคำนวณและจัดสรรรายได้ระหว่างผู้ให้บริการแต่ละระบบ หลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานกำกับดูแล

    พูดง่าย ๆ คือ กฎหมายออกแล้วก็จริง แต่การจะเห็นผลในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ยังต้องรอความคืบหน้าของกฎหมายลูกและการขับเคลื่อนเชิงปฏิบัติจากภาครัฐอีกระยะหนึ่ง

    5 ประเด็นสำคัญ ใน พ.ร.บ.ตั๋วร่วม

    หัวใจของ “ระบบตั๋วร่วม” ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือการลดต้นทุนการเดินทางของประชาชน และทำให้ระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อกันได้จริง โดยสาระสำคัญในกฎหมายฉบับนี้ที่สภาผู้บริโภคอยากให้ทุกคนได้รู้จัก มี 5 ข้อ ได้แก่

    บัตรใบเดียวใช้ได้ทุกระบบ
    ผู้โดยสารสามารถใช้บัตรหรือระบบชำระเงินเดียว เดินทางข้ามรถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เรือ หรือระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ ได้ ไม่ต้องพกบัตรหลายใบ และไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนระบบ

    มาตรฐานเทคโนโลยีเดียวกัน
    กฎหมายกำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งทุกรายต้องปรับระบบจัดเก็บค่าโดยสารให้เชื่อมต่อกันได้จริง หมายความว่าต่อไปผู้โดยสารไม่ควรถูก “ล็อก” อยู่กับบัตรของแต่ละค่ายอีกต่อไป

    รัฐต้องเจรจาแก้ไขสัมปทานให้สอดคล้องกับอัตราค่าโดยสารร่วม

    เพื่อให้ระบบตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย เพราะสัญญาเดิมหลายฉบับไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับการเก็บค่าโดยสารร่วมกัน

     ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลบังคับใช้

    มีผู้แทนผู้บริโภคในคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม
    นี่เป็นจุดที่น่าสนใจมาก เพราะกฎหมายเปิดช่องให้มี “ผู้แทนผู้บริโภค” เข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม เพื่อเป็นปากเป็นเสียง และปกป้องสิทธิของผู้บริโภค มีส่วนร่วมกำหนดเพดานค่าโดยสารและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้โดยสารจนเกินไป

    มีกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม
    กฎหมายกำหนดให้มี “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมระบบตั๋วร่วมในต่างจังหวัด และกำหนดทำให้ค่าโดยสารไม่แพงเกินไป โดยมีรายละเอียดสำคัญ ๆ เช่น

    • การชดเชยรายได้ให้ผู้ประกอบการ เมื่อมีการลดค่าแรกเข้าหรือคิดค่าโดยสารร่วม
    • สนับสนุนค่าโดยสาร เพื่อให้รัฐสามารถควบคุมราคาไม่ให้กระทบประชาชนมากเกินไป โดยแหล่งเงินของกองทุนมาจากงบประมาณรัฐ เงินสมทบจากผู้รับสัมปทาน และดอกผลของกองทุนเอง
    • ในเชิงหลักการ นี่คือความพยายามดึงเสียงของผู้ใช้บริการจริงเข้าไปอยู่ในโต๊ะตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐกับเอกชนคุยกันเอง

    เสนอกำหนดเพดาน – ลดค่าธรรมเนียมตั๋วร่วม

    นอกจากนี้ สภาผู้บริโภคยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมอีก 2 ข้อ เพื่อให้ระบบตั่วร่วม ดำเนินไปอย่างครอบคลุม ทำให้ค่าโดยสารเป็นธรรม และช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะของประชาชนได้อย่างแท้จริง

    ข้อเสนอแรกคือ การกำหนดเพดานค่าโดยสารสูงสุด เพราะแม้จะมีตั๋วร่วม แต่ถ้าไม่มีกรอบควบคุมราคา ผู้บริโภคก็อาจยังต้องจ่ายค่าเดินทางแพงเหมือนเดิม หรือแพงขึ้นด้วยซ้ำ สภาผู้บริโภคจึงเสนอแนวคิดว่า ค่าเดินทางควรอยู่ในระดับที่ประชาชนรับไหวคือ ไม่เกิน 10% ของค่าแรงขั้นต่ำ หรือไม่เกินประมาณ 40 บาทต่อวัน สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน

    อีกข้อเสนอหนึ่งคือ การพิจารณาปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและทุนจดทะเบียนของผู้ขอรับใบอนุญาตเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะ ที่เกี่ยวข้องกับระบบตั๋วร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้ระบบขนส่งในต่างจังหวัดรวมถึงขนส่งขนาดเล็ก เช่น สองแถว รถแดง เข้าร่วมในระบบตั๋วร่วมได้จริง

    พ.ร.บ.ตั๋วร่วม คือก้าวแรกของความหวังว่าระบบขนส่งสาธารณะไทยจะเชื่อมต่อกันได้จริง และประชาชนจะไม่ต้องแบกรับภาระค่าเดินทางแพงเกินควร แต่ “กฎหมายลูก” ทั้ง 20 ฉบับ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญว่า “ตั๋วร่วม” จะออกมาหน้าตาอย่างไร เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้แค่ไหน สภาผู้บริโภคชวนทุกคนติดตามเรื่องนี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทาง “ตั๋วร่วม” ให้ตอบโจทย์การเดินทางของประชาชนอย่างแท้จริง


    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ‘ตั๋วร่วม’ พลิกโฉมระบบขนส่งไทย

    สรุปไทม์ไลน์ ‘พ.ร.บ.ตั๋วร่วม’ ความหวังใหม่ระบบขนส่งไทย ได้ใช้จริงเมื่อไหร่?

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/120269_common-ticket_info/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16p_ZcJ1NIpnYObyfhR6ev

  • สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ | TOPNEWS

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ | TOPNEWS

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่

    • เผยแพร่ : 12/02/2026 07:58

    ไร้ปาฏิหาริย์ ผอ.ศศิพัชร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว หลังทำหน้าที่ปกป้องลูกศิษย์ เหตุคนร้ายวัย18 ควงปืนบุกจับนักเรียนเป็นตัวประกัน

    สดุดีครูผู้เสียสละ “ศศิพัชร สินสโมสร” ผอ.โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เสียชีวิตแล้ว เหตุกราดยิงพะตง หาดใหญ่ – Top News รายงาน

    กราดยิงพะตง

    จากกรณีคนร้ายเป็นชาย อายุ 18 ปี ใช้อาวุธปืนที่ชิงมาจากตำรวจ บุกเข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนยิง ผอ.จนได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งมีนักเรียนถูกยิงด้วย เป็นหญิง อายุ 14 ปี และจับนักเรียนเป็นตัวประกัน กระทั่งตำรวจปิดล้อมพื้นที่ จนคนร้ายยอมมอบตัว

    ล่าสุดวันที่ 12 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงาว่า เพจเฟซบุ๊ก “มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่” โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยระบุว่า “ทางมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่ ขอแสดงความเสียใจ กับการจากไปของท่าน ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.พะตงประธานคีรีวัฒน์ และครอบครัวด้วยครับ 03:00 12/02/69”

    ศศิพัชร สินสโมสร

    ขณะที่ สำนำงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล โพสต์ข้อความระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมขอส่งกำลังใจและความห่วงใยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ คณะครู นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่าน ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปด้วยความเข้มแข็ง”

    ทั้งนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายซึ่งเป็นครู โพสต์ข้อความแจ้งข่าวเศร้าด้วยว่า “ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการจากไปของท่าน ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผอ.พะตงประธานคีรีวัฒน์
    #ข่าวจริงค่ะ ทาง สพม.สงขลา สตูล จะขอพระราชทานเพลิงศพให้ ผอ.ต่อไป”

    พร้อมทั้งระบุด้วยว่า “ร่างท่าน ผอ.ศศิพัชร จะตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดยูงทอง ต.ท่าช้าง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ ผอ.อย่างสุดซึ้งค่ะ”

    หลังจากเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา โพสต์ขอรับบริจาคเลือดให้กับ ผอ.ศศิพัชร โดยระบุว่า “สภ.เมืองสงขลาขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคโลหิตให้แก่..นางศศิพัชร สินสโมสร ผอ.รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้บาดเจ็บจากเหตุคนร้ายกราดยิง”

    ด้าน เพจศธ.360 องศา ระบุว่า.. ศธ. ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการจากไปของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร #โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์

    5

    25

    โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณ “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 67 ด้านการส่งเสริมและพัฒนาสาธารณสุข

    รมว.ศธ.ประเมินเปิดเรียน เสนอเยียวยาครอบครัวผอ. กรณีพิเศษ

    “ศุลกากรช่องจอม” ย้ำชัดอีสานใต้ต้องไม่มีมันเขมรสวมสิทธิ์ ถกเข้มพาณิชย์-เกษตร-ผู้ได้รับผลกระทบฯ ผุดรถตรวจการณ์ เจอจับจริง ไม่มีเจรจา

    ตร.แกะรอยโซเชียล ทลายวงพนันออนไลน์ นัดเล่นในวิลล่า

    รมว.ศธ. เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผอ.ศศิพัชร”

    ชาวบ้านมุกดาหาร ปลูกดอกดาวเรืองขายสร้างรายได้ในช่วงตรุษจีน นำไปไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1484846&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3FJNXLkpoEAOfGdJaIUolv

  • พรรคเศรษฐกิจ นัดแถลงจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

    พรรคเศรษฐกิจ นัดแถลงจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

    พรรคเศรษฐกิจ นัดสื่อมวลชน ร่วมรับฟังการแถลงข่าวของพรรคเศรษฐกิจ ในวันนี้ (12 ก.พ.) เวลา 17.00 น. เพื่อแถลงจุดยืนของพรรคเศรษฐกิจ ในการร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย ที่โรงแรมปริ๊นซ์ตัน เขตดินแดง กรุงเทพฯ 

    ทั้งนี้ พรรคเศรษฐกิจ มี สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน ประกอบด้วย 

    นายคริส โปตระนันทน์

    นายพีรพล กนกวลัย

    นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล 

    อย่างไรก็ตาม ชื่อของ พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคฯ ยังไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากอยู่ในลำดับที่ 10 ของพรรคฯ แต่พรรคเศรษฐกิจ ได้คะแนน สส.บัญชีรายชื่อ เพียง 3 ลำดับเท่านั้น  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973467&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vuK7VXgJwbSWb6PwSkDjv

  • SCCC โชว์นวัตกรรมรักษ์โลก ในงาน SITE 2026 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้สู่ความยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SCCC โชว์นวัตกรรมรักษ์โลก ในงาน SITE 2026 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้สู่ความยั่งยืน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – “กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง” ร่วมโชว์นวัตกรรมรักษ์โลกภายในงาน “Southern Innovation Technology Expo 2026” (SITE 2026) เปิดมุมมองนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อชีวิตที่ดีและยั่งยืน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังประสบอุทกภัย พร้อมจัดกิจกรรม “INSEE Low Carbon Concrete Competition 2026” การแข่งขันคอนกรีตคาร์บอนต่ำระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 2 เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้โชว์ฝีมือและทักษะงานช่าง พร้อมสร้างความตระหนักในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และใช้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความมุ่งมั่นของ กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ในการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง โดยได้เข้าร่วมงาน “Southern Innovation Technology Expo 2026” (SITE 2026) มหกรรมแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ที่จัดโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเปิดมุมมองนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีและยั่งยืนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านการแพทย์และสุขภาพ ดิจิทัล อาหารและการเกษตร พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ไปสู่ระดับสากลในอนาคต

    ในปีนี้ กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ร่วมออกบูธเพื่อแสดงนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “ชีวิตที่ดี…สร้างได้ด้วยความสุขที่บ้าน บ้านที่สร้างจากวัสดุและโครงสร้างที่แข็งแกร่ง” ที่สะท้อนถึงการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งเพื่อชีวิตที่ดี โดยให้ความสำคัญใน 3 ด้านคือ “ก่อสร้าง” (Foundation of Life) รากฐานของชีวิตที่มั่นคงปลอดภัย “เสริมสร้าง” (Foundation of people) รากฐานของศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ และ “สรรค์สร้าง” (Foundation of community) รากฐานของชุมชนที่ยั่งยืน พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมรักษ์โลก ได้แก่ ปูนซีเมนต์และคอนกรีต “คาร์บอนต่ำ” เพื่อยกระดับการก่อสร้างให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้ ยังได้ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน หรือ Eco-Living ผ่านกิจกรรมเรียนรู้แนวคิดแยกขยะง่ายๆ เริ่มต้นได้ที่บ้านคุณ รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างสุข (Fit & Fun) ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกกับ INSEE Career Fit, Culture Fit, Body Fit และ INSEE Challenge for Charity เพื่อสมทบทุนและฟื้นฟูโรงเรียนวัดท่านางหอม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา ตลอดจนกิจกรรมเวิร์กชอปและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ร่วมงานสนุกกับกิจกรรม DIY พร้อมทั้งแนะนำโครงการ “อินทรีเพื่อชุมชน” สู่ความยั่งยืน เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม

    นอกจากนั้น ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิด ผ่านการเสวนาในหัวข้อ “นวัตกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีตเพื่อโลกและสุขภาวะที่ยั่งยืน” โดยมี นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย และ นายสิทธิศักดิ์ เล้าจินตนาศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจคอนกรีตผสมเสร็จ บริษัท นครหลวงตอนกรีต จำกัด ร่วมเสวนาในครั้งนี้ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและองค์ความรู้เชิงลึกในด้านทิศทาง แนวโน้มและความต้องการของตลาด รวมถึงทิศทางองค์กรในเรื่องการขับเคลื่อนการก่อสร้างที่ยกระดับสู่ความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง

    นายมนตรี กล่าวว่า “ปูนซีเมนต์นครหลวง” ได้จัดกิจกรรม “INSEE Low Carbon Concrete Competition 2026” การแข่งขันคอนกรีตคาร์บอนต่ำระดับอุดมศึกษา ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานดินสอ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยในปีนี้ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมาใช้ในการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก 3 มหาวิทยาลัยที่ทางบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ในการสนับสนุนการศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้แสดงทักษะและฝีมืองานช่าง โดยใช้ปูนอินทรีเพชรพลัสซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์น้อยกว่าปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ทั่วไปมากกว่า 50 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหนึ่งตันซีเมนต์ ในการแข่งขัน โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ทีมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งในการแข่งขันประเภท “คาร์บอนต่ำ” และ “กำลังอัดแม่นยำ”

    การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ เกิดจากความมุ่งมั่นและตั้งใจของ กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ในการพัฒนานวัตกรรมรักษ์โลก เพื่อยกระดับการก่อสร้างของไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2573

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/12/616755/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L-jjzjIasCfkaqBYFu5VQ

  • ตรีนุช พลังประชารัฐ – รังษี พรรคเศรษฐกิจ ปรากฏตัวก่อนประชุมสส.พรรคภูมิใจไทย

    ตรีนุช พลังประชารัฐ – รังษี พรรคเศรษฐกิจ ปรากฏตัวก่อนประชุมสส.พรรคภูมิใจไทย

    วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนจะมีการประชุมครั้งแรก เพื่อหารือหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ท่ามกลางการจับตามองว่า ในการประชุมวันนี้อาจมีการส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางการจัดตั้งรัฐบาล และการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรอื่นๆ



    เวลา 10.50 น. ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางมาที่พรรคภูมิใจไทย โดยสื่อมวลชนพยายามสอบถามว่า ที่เดินทางมาวันนี้เป็นการแสดงจุดยืน ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่นั้น มาในฐานะพรรคร่วม และมาพูดคุย ส่วนแนวโน้มว่าจะร่วมรัฐบาลต่อใช่หรือไม่นั้น เดี๋ยวอัพเดทกัน ก่อนจะเดินขึ้นชั้นบนของที่ทำการพรรค

    จากนั้น เวลา 11.30 น. พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ เดินทางเข้ามามายัง พรรคภูมิใจไทย โดยมี ชาดา ไทยเศรษฐ์ แกนนำภาคภูมิใจไทยต้อนรับ ชาดา ระบุว่าเชิญ พล.อ.รังษี มาพูดคุยเส้นทางทางการเมือง ต้องปรึกษาท่านเพราะท่านมีประสบการณ์เรื่องชายแดน

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเป็นการส่งสัญญาณชัดว่าจะร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ ชาดา กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดถึงตรงนั้น เพราะ สส. ยังไม่ได้รับรอง ส่วนนโยบายหลายอย่างทั้งสองพรรคไปในทิศทางเดียวกัน ชาดา ระบุว่า ขอให้ผู้ใหญ่ระดับนโยบายพรรคเป็นคนตอบกว่า แต่พรรค เศรษฐกิจก็เป็นพรรคที่เก่งและตนชื่นชมทุกพรรคการ ทุกพรรคการเมืองที่รอดเข้ามาและไม่รอด

    นอกจากนี้ชาดา ยังกล่าวถึงการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ ว่า หากไม่สบายใจก็นับใหม่ทั้งประเทศไปเลย จะได้รู้กันไปว่าสิ่งที่สงสัย กับสิ่งที่เป็นจริง หรือสิ่งที่ตัวเองกระทำ คนโกงจะได้เผยออกมา แต่หากไม่ได้โกงหรือไปว่าเขาแกล้งโกง จะได้ปรากฏความจริงออกมา


    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/trinuch-rangsee-bhumjaithai-government-negotiation/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gLvvZtn2EU7kICMPYTmht

  • รัฐบาลใหม่สะเทือน ‘เครดิตไทย’ ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เตือนต่อรองการเมืองฉุดแผนการคลัง

    รัฐบาลใหม่สะเทือน ‘เครดิตไทย’ ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เตือนต่อรองการเมืองฉุดแผนการคลัง

    รายงานฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) เผยเเพร่วันที่ 10 ก.พ.2569 ระบุถึงการประเมินผลการเลือกตั้งไทยสะท้อนความต่อเนื่องนโยบายจากรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย แม้จะตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ แต่ปัจจัยสำคัญที่กำหนด “อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ” (Sovereign Rating) ระยะต่อไป คือ นโยบายเศรษฐกิจ และการคลังของรัฐบาลชุดใหม่

    รายงานประเมินว่า พรรคภูมิใจไทย และพรรคพันธมิตรจะตั้งรัฐบาลผสมได้ ซึ่งลดความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะหยุดชะงักหลังเลือกตั้ง (Post-election disruption) เนื่องจากจำนวนที่นั่งในสภาที่เพิ่มขึ้นของพรรคภูมิใจไทย และพันธมิตรที่อาจเกิดขึ้น จะทำให้เกิดรัฐบาลที่มั่นคงมากกว่าอดีต

    รวมทั้งเสถียรภาพรัฐบาลผสมจะเป็นตัวกำหนดว่าไทยจะลดความไม่แน่นอนการเมืองเชิงโครงสร้าง และส่งมอบนโยบายการคลังที่คาดการณ์ได้หรือไม่ โดยที่ผ่านมาไทยมีประวัติศาสตร์ความไม่สงบทางการเมืองยาวนาน โดยนับตั้งแต่การเลือกตั้ง พ.ค.2566 เปลี่ยนผ่านนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน

    ประเด็นที่น่ากังวลคือ การเจรจาต่อรองระหว่างพรรคการเมืองในรัฐบาลผสมอาจทำให้การปรับสมดุลทางการคลัง (Fiscal Consolidation) ล่าช้า และอาจทำให้แผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

    ฟิทช์กำลังจับตาว่ารัฐบาลใหม่จะมุ่งเน้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง หรือเน้นเพียงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เช่น โครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีต้นทุน 0.8% ของ GDP การสนับสนุน SMEs และการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน

    แม้มาตรการนี้ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ระยะสั้น แต่หากไม่มีมาตรการชดเชยที่เหมาะสม การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อผลักดันนโยบายของรัฐบาลผสมอาจทำให้การลดการขาดดุลเป็นไปได้ยากขึ้น

    สำหรับแผนการคลังระยะปานกลางฉบับปัจจุบัน ตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณจาก 4.4% ในปีงบประมาณ 2569 ให้เหลือ 2.1% ภายในปีงบประมาณ 2573 โดยคาดว่าหนี้สาธารณะจะแตะระดับสูงสุดในปี 2571

    อย่างไรก็ตาม ฟิทช์ มองว่าแผนดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ “เป็นไปได้ยากในทางการเมือง” คือ การเตรียมขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นลำดับขั้น โดยปรับเป็น 8.5% ในปีงบประมาณ 2571 และเป็น 10% ในปีงบประมาณ 2573

    ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก.ย.2568 ฟิทช์ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ “เชิงลบ” เนื่องจากฐานะการคลังอ่อนแอลง ดังนั้น ความสามารถรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพหนี้สาธารณะต่อ GDP จึงสำคัญ

    ท้ายที่สุด หากรัฐบาลลดการขาดดุลไม่ได้ตามเป้าหมายจะบั่นทอนความเชื่อมั่น และอาจนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือ โดยปัจจัยระยะสั้นต้องจับตาความสามารถรัฐบาลในการประสานมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจให้สอดคล้องแนวทางการลดขาดดุลที่น่าเชื่อถือ

    “เอกนิติ” ยืนยันรักษาวินัยการคลัง

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลรักษาการยังคงทำงานต่อเนื่องระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจบนพื้นฐานในการรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภายใต้การจับตามองของจากต่างชาติ

    “วันนี้ทุกคนรู้ว่าประเทศต้องเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และที่สำคัญต้องอยู่บนวินัยการเงินการคลัง เพราะขณะนี้ต่างชาติกำลังจับตามองทิศทางของไทย ซึ่งเราขอยืนยันว่าจะไม่ดำเนินนโยบายในลักษณะประชานิยม”

    นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยปีที่ผ่านมาเติบโตไม่ต่ำกว่า 2.2% และไตรมาส 4 ขยายตัวมากกว่า 1.8% สูงกว่าที่เคยกังวล สำหรับปี 2569 แม้ธนาคารโลกคาดโต 1.6% และคลังประเมินไว้ที่ 2% แต่รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เศรษฐกิจกลับสู่ระดับศักยภาพ 3%

    สบน.ชี้ไม่กระทบแผนการคลังปี 70-73

    นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ข้อสังเกตในรายงานของฟิทช์ เรทติ้งส์ล่าสุดไม่น่ากังวลนักเพราะแนวโน้มการตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดิม รวมทั้งวางตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นคนเดิม

    ดังนั้นจึงเชื่อว่าการขับเคลื่อนแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ปี 2570-2573 ในการพยายามลดขาดดุลทางการคลังให้ไม่เกิน 3% ของ GDP ภายในปี 2572 และควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของ GDP จะทำได้ตามแผน

    “หากรัฐบาลทำได้ตามกรอบการคลังระยะปานกลางที่วางไว้คำเตือนของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือก็ไม่น่ากังวล และยังเป็นไปได้ที่ไทยจะได้รับการปรับมุมมองกลับเป็น Stable”

    ขาดดุลการคลังต่อเนื่องถึงปี 73

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า แผนการคลังระยะปานกลางปีงบประมาณ 2570-2573 ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาแล้ว ได้ประเมินรายได้รัฐบาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เมื่อเทียบกับรายจ่ายแล้วพบว่ายังอยู่ในภาวะขาดดุลการคลัง ดังนี้

    1.ปีงบประมาณ 2569 รายจ่าย 3.780 ล้านล้านบาท ขาดดุลการคลัง 860,000 ล้านบาท

    2.ปีงบประมาณ 2570 รายจ่าย 3.788 ล้านล้านบาท ขาดดุลการคลัง 788,000 ล้านบาท

    3.ปีงบประมาณ 2571 รายจ่าย 3.826 ล้านล้านบาท ขาดดุลการคลัง 681,000 ล้านบาท

    4.ปีงบประมาณ 2572 รายจ่าย 3.864 ล้านล้านบาท ขาดดุลการคลัง 590,000 ล้านบาท

    5.ปีงบประมาณ 2573 รายจ่าย 3.903 ล้านล้านบาท ขาดดุลการคลัง 481,000 ล้านบาท

    รัฐบาลใหม่สะเทือน ‘เครดิตไทย’ ‘ฟิทช์ เรทติ้งส์’ เตือนต่อรองการเมืองฉุดแผนการคลัง

    สัญญาณเตือนรัฐบาลก่อหนี้ใหม่

    รศ.ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า รายงานของฟิทช์ เรทติ้งส์ กำลังบอกไทย และรัฐบาลว่าเสถียรภาพของรัฐบาล และการเมืองอย่างเดียวไม่พอ แต่การดำเนินนโยบายการคลัง และนโยบายเศรษฐกิจระยะกลางถึงระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ และสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสนใจ

    ทั้งนี้ ประเด็นที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุคือ การลดขาดดุลงบประมาณตามแผนการคลังระยะปานกลางปี 2570-2573 ทำได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ โดยประเด็นที่รายงานฉบับนี้ระบุ เช่น นโยบายคนละครึ่งพลัส ที่จะดำเนินการระยะที่ 2 ซึ่งที่ผ่านมาใช้งบประมาณคิดเป็น 0.8% ของจีดีพีจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้มากแค่ไหน รวมทั้งมีโครงการอื่นที่จะทำให้จีดีพีขยายตัวต่อเนื่องได้อย่างไร

    นอกจากนั้นฟิทช์ เรทติ้งส์ให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้ของประเทศ เช่น การขยายฐานภาษี เนื่องจากการจัดเก็บรายได้จากภาษีของประเทศไทยปัจจุบันลดลงจาก 17% ของ GDP เหลือเพียง 15% ของ GDP ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความสามารถในการจัดเก็บรายได้จากภาษีของรัฐบาลลดลง

    ส่วนประเด็นที่ฟิทช์ เรทติ้งส์ระบุว่าประเด็นการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของไทยที่ตามแผนการคลังระยะปานกลางได้กำหนดว่าจะทยอยขึ้น VAT ภายใน 2-3 ปี ในทางการเมืองจะทำได้หรือไม่ เพราะทางการเมืองในการขึ้นภาษีเป็นเรื่องทำได้ยาก

    รศ.ดร.อธิภัทร กล่าวว่า ประเด็นการขึ้นภาษีในกรณีที่รัฐบาลมีเสถียรภาพควรมองภาพการคลังในระยะยาว ซึ่งหากจำเป็นต้องขึ้น VAT ต้องดูภาพรวม เช่น มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ควบคู่การสร้างความเป็นธรรมให้ผู้จ่ายภาษีให้รู้สึกว่ารัฐบาลใช้เงินภาษีคุ้มค่า 

    แนะรัฐบาลเพิ่มฐานผู้เสียภาษี

    ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องวางแผนดึงคนเข้าระบบภาษีเพิ่มเติม โดยปัจจุบันจำนวนผู้อยู่ระบบภาษี และจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีเพียง 4.7-4.8 ล้านคน โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่ปี (2557-2566) เฉลี่ยปีละ 1.8% ต่อปี ถือว่าภาครัฐไม่ประสบความสำเร็จดึงคนเข้าสู่ระบบภาษี รวมทั้งการปรับปรุงการลดหย่อนภาษีไม่ให้กระทบต่อรายได้ภาครัฐจนเกินไป

    สำหรับประเด็นน่าจับตามองในแผนการคลังระยะปานกลางอีกเรื่องคือ การควบคุมรายจ่ายภาครัฐ เนื่องจากรัฐบาลได้ระบุในแผนการคลังว่าจะควบคุมรายจ่ายของภาครัฐให้เพิ่มขึ้นปีละไม่เกิน 1% เพื่อไม่ให้กระทบต่อวินัยการคลัง

    ทั้งนี้ถือเป็นความท้าทายมากเนื่องจากที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤติโควิด-19 รายจ่ายภาครัฐของไทยนั้นเพิ่มขึ้นปีละ 3-4% มาโดยตลอด ซึ่งหากจะควบคุมรายจ่ายภาครัฐ ก็จำเป็นต้องปรับปรุงงบประมาณรายจ่ายประจำที่คิดกินพื้นที่คิดเป็นประมาณ 70% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยต้องมีการทบทวนทั้งรายจ่ายในส่วนของเงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

    สำหรับข้อกังวลของฟิทช์ เรทติ้งส์ ถึงการมีรัฐบาลผสมอาจทำให้ไทยใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมนั้น ต้องการเห็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะเข้มแข็งมากพอที่จะบอกกับพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลว่าบางนโยบายที่เป็นประชานิยมใช้งบประมาณมากไม่ควรทำ เพราะการคลังกระทบเสถียรภาพการคลัง

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์   ศิลาวงษ์  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1220897&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29tF6vQAjJXaPPeUoelEZD

  • True Corp อัปเกรด 5G 2600 MHz รับการท่องเที่ยวแบบดิจิทัล

    True Corp อัปเกรด 5G 2600 MHz รับการท่องเที่ยวแบบดิจิทัล

    ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในแหล่งท่องเที่ยวเชิงยุทธศาสตร์ ล่าสุดประกาศอัปเกรดเครือข่าย 5G บนคลื่นความถี่ 2600 MHz ครอบคลุมพื้นที่ “ทะเลบัวแดง” จ.อุดรธานี เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานข้อมูล ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามรอยแคมเปญ Amazing Thailand ของ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล”

    จากการรายงานข้อมูล Mobility Data ของทรู พบสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้งานในพื้นที่ท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน ดังนี้

    • ยอดการใช้งาน 5G เติบโตขึ้นราว 40% หลังการเสริมสัญญาณ
    • กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ชาว “จีน” ครองแชมป์อันดับ 1 ที่มาเยือน ตามมาด้วยเนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และลาว
    • Data Consumption นักท่องเที่ยวต่างชาติมียอดใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นประมาณ 30% สะท้อนถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบ Smart Travel

     batch_s__166780967_0

    ผลทดสอบความเร็วเพิ่มขึ้นสูงสุด 9.5 เท่า

    ทีมวิศวกรได้ทำการเพิ่มสัญญาณในจุดยุทธศาสตร์สำคัญรอบบึงหนองหาน เพื่อรองรับการใช้งานที่หนาแน่น (High Density) โดยผลการทดสอบสัญญาณเปรียบเทียบ (Field Test) พบตัวเลขประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

    จุดทดสอบสัญญาณ ประสิทธิภาพความเร็ว 5G ที่เพิ่มขึ้น
    จุดถ่ายภาพไฮไลต์ (จุดสุดฮิต) เพิ่มขึ้น 9.5 เท่า
    ท่าเรือบ้านแชแล เพิ่มขึ้น 5.6 เท่า
    เกาะดอนหลวง (จุดถ่ายทำละคร) เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า
    ท่าเรือบ้านเดียม (ท่าเรือหลัก) เพิ่มขึ้น 4 เท่า

     s__166780969_0

    รองรับไลฟ์สไตล์ “High-Bandwidth”

    การอัปเกรดในครั้งนี้เน้นไปที่การเพิ่ม Capacity เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานที่ต้องการ Bandwidth สูงและ Latency ต่ำ เพื่อให้การเชื่อมต่อลื่นไหลในทุกกิจกรรม การอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูงบน Social Media รองรับการไลฟ์สตรีมมิ่งและวิดีโอคอลแบบไร้การสะดุด การใช้งานแอปนำทางและบริการดิจิทัลต่างๆ แบบเรียลไทม์

    การที่ True เลือกบริหารจัดการคลื่นความถี่แบบผสมผสาน ในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวห่างไกล ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า TrueMove H และ dtac เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐาน Digital Infrastructure ที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงบริการดิจิทัลอย่างเท่าเทียมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1621722/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Aor9oJDGGDHDlMYr_ebgy