Blog

  • ดีป้า เปิดโครงการ OTOD 3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ

    ดีป้า เปิดโครงการ OTOD 3 ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล ยกระดับเกษตรไทยสู่เกษตรอัจฉริยะ

    สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรมแถลงข่าวเปิดโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล ซีซัน 3 (One Tambon One Digital: OTOD #3) โดยมีผู้บริหารและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เกษตรกร และกลุ่มชุมชน ร่วมงานโดยพร้อมเพรียง ณ อาคาร ดีป้า (สำนักงานใหญ่) ซอยลาดพร้าว 10 เขตจตุจักร

    photo_otod_3

    ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล ดีป้า เปิดเผยว่า โครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (One Tambon One Digital: OTOD) เป็นโครงการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มชุมชนสามารถเข้าถึงและรับการพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจากดิจิทัลสตาร์ทอัพภาคการเกษตรสัญชาติไทยที่ได้รับเครื่องหมาย dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ใน 3 ประเภทเทคโนโลยี ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มชุมชน/เกษตรกร ประกอบด้วย โดรนเพื่อการเกษตร แทรกเตอร์การเกษตรอัจฉริยะ และบริหารจัดการแปลงอัตโนมัติ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการทำงานในแปลงเกษตร ลดต้นทุนด้านแรงงาน ประหยัดเวลา สามารถวางแผน ควบคุม ติดตามผลการเพาะปลูก การดูแลรักษา และการจัดการผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    3.photo_otod_3_0

    “ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ดีป้า ดำเนินการคัดเลือกดิจิทัสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้มข้น ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีทั้ง 3 ประเภทจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนผ่านการทำเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่เกษตรอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดธุรกิจใหม่ อาชีพใหม่ โดยการพัฒนาทักษะแก่กลุ่มชุมชน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้ให้บริการบินโดรน ช่างซ่อมโดรนและเครื่องจักรการเกษตรอัตโนมัติ เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับประเทศตามแนวคิด ‘ชุมชนดี รายได้ดี ด้วยดิจิทัล’ ซึ่ง ดีป้า ประเมินว่า โครงการ OTOD #3 จะช่วยสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท” ดร.ปรีสาร กล่าว

    6.photo_otod_3_0

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีประกาศความร่วมมือในชื่อ Smart Agri Synergy: ผสานเทคโนโลยี ขับเคลื่อนวิถีเกษตรไทย ระหว่าง ดีป้า และหน่วยงานพันธมิตรร่วมขับเคลื่อนโครงการ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สภาเกษตรกรแห่งชาติ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มูลนิธิเอสซีจี และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมเกษตรดิจิทัลสู่กลุ่มชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้ โครงการ OTOD #3 มีบริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด ธนาคารออมสิน และบริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ให้การสนับสนุน

    5.photo_otod_3_0

    ทั้งนี้ โครงการ OTOD #3 จะมีกิจกรรมยกระดับทักษะ และรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชนในชื่อ ‘Accelerate Digital Agriculture & Pitching Day’ ซึ่งจะมีขึ้นใน8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก พระนครศรีอยุธยา สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี อุบลราชธานี และขอนแก่น โดยกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยกิจกรรมการยกระดับทักษะเข้มข้นใน 4 หัวข้อคือ เทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรอัจฉริยะ การเสริมทักษะนักสร้างดิจิทัลคอนเทนต์ การเตรียมความพร้อมข้อเสนอเพื่อเข้าถึงแหล่งทุน และชุมชนเศรษฐกิจสีเขียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม AgriTech Showcase การจัดแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลจากสตาร์ทอัพภาคการเกษตร พร้อมเปิดพื้นที่การจับคู่ธุรกิจ กิจกรรม d-Community Challenge การเติมทักษะการผลิตคลิปสั้นผ่านการเรียนรู้และลงมือทำ และกิจกรรมไฮไลต์อย่าง Digital Agriculture Pitching Day กิจกรรมประชันไอเดียเพื่อขอรับการส่งเสริม โดยโครงการ OTOD #3 แบ่งการส่งเสริมออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

    1. ประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ภายใต้มาตรการd-community สำหรับกลุ่มชุมชนที่จดทะเบียนกับหน่วยงานรัฐ โดยมีจำนวนสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับกลุ่มชุมชนเพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม จำนวน 330 ราย โดยจะสนับสนุนไม่เกิน 150,000 บาทต่อราย

    2. ประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัล ภายใต้มาตรการ d-startup สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนการค้าไม่เกิน 3 ปี มีทักษะช่าง และมีความต้องการเปิดธุรกิจบริการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงเทคโนโลยีทางการเกษตร มีความพร้อมที่จะสมทบงบประมาณไม่น้อยกว่า 50% และไม่เป็นผู้รับการสนับสนุนจากโครงการ OTOD #2 โดยการส่งเสริมและสนับสนุนประเภทการยกระดับธุรกิจชุมชนบริการดิจิทัลจะเปิดรับผู้ขอรับการส่งเสริม 33 ราย สนับสนุนไม่เกิน 200,000 บาทต่อราย

    9.photo_otod_3_0

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948671/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw249KCMeY4kYuTaKOw1WkQY

  • โกลาหลน้ำมันกลางปั๊มสตูล! ประชาชนรอคิววุ่นวาย ตำรวจลงพื้นที่จัดระเบียบ

    โกลาหลน้ำมันกลางปั๊มสตูล! ประชาชนรอคิววุ่นวาย ตำรวจลงพื้นที่จัดระเบียบ

    (21 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำมันใน จ.สตูล ยังคงตึงเครียด ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสตูล พื้นที่รอยต่อ ทต.คลองขุด และตำบลใกล้เคียง ต่างนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์ มาจอดเรียงคิวรอเติมน้ำมัน บริเวณปั๊มหัวสะพานตายาย อ.เมืองสตูล จำนวนมากและยาวเหยียดตามถนน

    ประชาชนต้องทนรอท่ามกลางอากาศร้อนจัด หลายคนไม่ได้รับประทานอาหารระหว่างรอ แต่เมื่อถึงช่วงสาย น้ำมันกลับหมดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้หลายคนต้องผิดหวังและเกิดความโกลาหลภายในปั๊ม มีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการคิวและปริมาณน้ำมัน

    ชาวบ้านรายหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกไม่มั่นใจต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ทำให้ประชาชนต้องเร่งเติมน้ำมันไว้ล่วงหน้า แม้ว่าจะถูกมองว่าเป็นการตื่นตระหนกก็ตาม

    ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเข้าควบคุมและจัดระเบียบพื้นที่ พ.ต.อ.เสกสิทธิ์ ปรากฏชื่อ ผกก.สส.ภ.จว.สตูล ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบสถานการณ์ ร่วมกับหน่วยงานพลังงานจังหวัดสตูล , พาณิชย์จังหวัด และฝ่ายปกครอง อ.เมืองสตูล

    จากการตรวจสอบแท็งก์น้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.คลองขุด (สะพานตายาย) เวลา 10.45 น. พบว่า น้ำมันหมดสต็อก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ประชาชนจำนวนมาก มารอคิวและเกิดความตึงเครียด

    หลังการเจรจา เจ้าหน้าที่และประชาชนได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยจัดทำบัตรคิวจำนวน 100 คน สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ให้กลับมาเติมน้ำมันเวลา 15.00 น. ของวันเดียวกัน พร้อมกำหนดให้เติมไม่เกินรายละ 300 บาท โดยฝ่ายปกครอง อ.สตูล เป็นผู้แจกบัตรคิว เพื่อลดความแออัดและป้องกันเหตุวุ่นวายซ้ำ

    เหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และความกังวลต่อสถานการณ์น้ำมัน ที่ยังไม่มีความชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องเร่งแก้ไขเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนโดยเร็ว – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NXpkNjV0e&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15CCLQ2PBu6gjUO0gJNbRr

  • วิกฤตน้ำมันกระทบท่องเที่ยวเบตง! ชาวมาเลเซียงดข้ามแดนเที่ยวไทยช่วง “ฮารีรายอ”

    วิกฤตน้ำมันกระทบท่องเที่ยวเบตง! ชาวมาเลเซียงดข้ามแดนเที่ยวไทยช่วง “ฮารีรายอ”

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/136383&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15N2-4yXG2w3GwJtVwOsGl

  • “ไมเนอร์” รุกหนักโรงแรมหัวหิน ส่งแบรนด์ NH เจาะตลาด เทรนด์ใหม่ “คนหอบหมาแมวเที่ยว” โตพุ่ง

    “ไมเนอร์” รุกหนักโรงแรมหัวหิน ส่งแบรนด์ NH เจาะตลาด เทรนด์ใหม่ “คนหอบหมาแมวเที่ยว” โตพุ่ง

    มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ‘หัวหิน’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 อ้างอิงสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่า มีผู้มาเยือนราว 8.55 ล้านคน ติด Top 5 ของประเทศ สร้างรายได้ 39,020 ล้านบาท

    • โรงแรมในหัวหิน มีกลุ่มตลาดหลักเป็นคนไทยท่องเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์ และตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรป เดินทางมาพักระยะยาว ช่วงหน้าหนาว
    • อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมหัวหินแข็งแกร่ง เฉลี่ยอยู่ที่ 72.97%

    จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ บริษัทฯ เร่งขยายพอร์ตโรงแรมในหัวหิน โดยใช้แบรนด์ เอ็นเอช โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ทส์ (NH Hotels & Resorts) ซึ่งเป็นโรงแรมระดับอัพสเกลในเครือ ปัจจุบันมีจำนวน 200 แห่ง ใน 26 ประเทศ เข้ามาจับตลาดโดยเฉพาะ

    มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์

    รีแบรนด์โรงแรมเป็น NH เสริมพอร์ตฯ หัวหิน

    เบื้องต้น ได้รีแบรนด์ “โรงแรมดุสิตดีทูหัวหิน” มาเป็น “โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน” จำนวน 152 ห้อง เมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ถือเป็นแห่งที่ 4 ของแบรนด์ NH ในประเทศไทย จากก่อนหน้านี้เปิดตัวที่ภูเก็ต 1 แห่ง และกรุงเทพ 2 แห่ง

    NH Huahin จะเข้ามาเสริมพอร์ตฯ โรงแรมไมเนอร์ในหัวหินให้ครบทุกเซ็กเมนต์ราคา และจับกลุ่ม Leisure + Long-stay โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวยุโรป

    • กลุ่ม Select เจาะกลุ่มระดับกลาง-บน มี ‘เอ็นเอช หัวหิน’
    • กลุ่มพรีเมียม มี ‘อวานี พลัส หัวหิน’
    • กลุ่มลักซูรี ใช้แบรนด์ ’อนันตรา หัวหิน‘

    หลังรีแบรนด์ NH หัวหิน ราว ๆ 2 เดือน มียอดการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ที่ 70% ขณะที่เดือน ก.พ. 69 อยู่ที่ 80% ราคาเข้าพักเริ่มต้นอยู่ที่ 2,500 บาท/คืน เป็นต้นไป

    NH Hotel
    โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน

    เทรนด์ท่องเที่ยวหัวหิน กลุ่มเที่ยวกับสัตว์เลี้ยง-นักกอล์ฟ มาแรง

    นาถสุภัค ทวีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน กล่าวว่า “เอ็นเอช หัวหิน” เป็นโรงแรมที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้า แบ่งเป็น

    • กลุ่มลูกค้าในประเทศ (คนไทย + Expat ที่ทำงานในไทย) 40-50%
    • กลุ่มลูกค้าต่างชาติ อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ สัดส่วน 50-60%
    นาถสุภัค ทวีวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม เอ็นเอช หัวหิน
    ครอบคลุมทั้งคู่รัก ครอบครัว กลุ่มเพื่อน ที่น่าสนใจ คือ อินไซด์น่าสนใจใหม่ ๆ จาก 2 กลุ่มได้แก่

    1.ผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง (แมว/หมา น้ำหนักไม่เกิน 15 กก.)

    พบแนวโน้มเข้าพักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ (วันศุกร์ และ วันเสาร์) ห้องที่รับสัตว์เลี้ยงได้ อาทิ ห้องรูปแบบ Standard มักมีการเข้าพักเต็ม

    “ปัจจุบันพบว่า กลุ่มมาเที่ยวกับหมาแมว เริ่มแซงกลุ่มที่มากับครอบครัว (พ่อแม่ลูก) แล้ว”

    2.นักกอล์ฟ

    มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากกลุ่มคนไทย/ผู้บริหารออกรอบตีกอล์ฟในหัวหินเป็นกลุ่ม ๆ ประมาณ 6-10 คน/กลุ่ม เข้าพักเป็นกรุ๊ปครั้งละ 3-4 ห้อง

    โดยถ้าเป็นกลุ่มคนไทยทั่วไปที่มาตีกอล์ฟจะพักห้อง Standard เพราะส่วนใหญ่ชอบออกไปทำกิจกรรมข้างนอก ส่วนกลุ่มผู้บริหารจะพักห้องสวีท (Suite)

    NH Hotel
    โรงแรม เแ็นเอช หัวหิน

    ด้านกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของเอ็นเอช หัวหิน มุ่งเน้นการสร้างการเติบโต ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่

    • การเพิ่มประสิทธิภาพด้านรายได้ (Revenue Optimisation)
    • การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
    • การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานและประสบการณ์ของผู้เข้าพัก เพื่อวางตำแหน่งของโรงแรมให้เติบโตอย่างมั่นคงในตลาดโรงแรมของหัวหินในระยะยาว

    สำหรับตลาดโรงแรมระดับอัพสเกลในหัวหินยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมนักเดินทางที่มองหาที่พักที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ประกอบกับ ความได้เปรียบของหัวหินในฐานะจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางระยะสั้นจากกรุงเทพฯ ช่วยสร้างดีมานด์ด้านการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

    ห้องพักเอ็นเอช หัวหิน

    ดึง NH ลุยทำเลใหม่ทั้งไทย-ตปท.

    มร. โอมาร์ โรเมโร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดเผยว่า นอกจากการเปิดแบรนด์ NH ในหัวหินแล้ว ยังมองหาเดสติเนชั่นใหม่ ๆ สำหรับแบรนด์ NH ในไทย เช่น เชียงใหม่ ระยอง ส่วนในต่างประเทศ อาทิ ฟูก๊วก (Phu Quoc) ประเทศเวียดนาม หรือตลาดใหม่อย่างฟิลิปปินส์ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน

    ด้านแผนใหญ่ของไมเนอร์โฮเทลส์ทั้งเครือจะเร่งขยายเป้าหมายการเติบโตในระดับโลกอย่างรวดเร็ว โดยตั้งเป้าเพิ่มโรงแรมมากกว่า 280 แห่งภายในสิ้นปี 2570

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1565575&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vb_iDDe9LtmekBRHiZLg3

  • กต.ชงรัฐบาลลดวัน’ฟรีวีซ่า’นักท่องเที่ยวเหลือ 30 วัน สกัดต่างชาติใช้ไทยหากินผิดกม.

    กต.ชงรัฐบาลลดวัน’ฟรีวีซ่า’นักท่องเที่ยวเหลือ 30 วัน สกัดต่างชาติใช้ไทยหากินผิดกม.

    กต.ชงรัฐบาลลดวัน'ฟรีวีซ่า'นักท่องเที่ยวเหลือ 30 วัน สกัดต่างชาติใช้ไทยหากินผิดกม.

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือ กต.เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลสมัยของนายเศรษฐา ทวีสิน ได้ออกนโยบายยกเว้นตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือ ฟรีวีซ่า ที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติจากประเทศที่กำหนด สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อการท่องเที่ยวหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า

    ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนั้น แม้เรื่องการท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ 

    แต่คณะกรรมการที่เป็นผู้พิจารณาเรื่องวีซ่า ซึ่งมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน ได้พิจารณาว่า การให้ระยะเวลา 60 วัน อาจยาวนานเกินไป ซึ่งอาจเป็นช่องทางแก่ผู้ที่ไม่ได้ประสงค์เข้ามาในไทยเพื่อการท่องเที่ยว  หรืออาจต้องการมีถิ่นฐานอยู่ในไทยโดยไม่ขอวีซ่าให้ถูกประเภท 

    เนื่องจากที่จริงแล้ว กรณีของคนที่ต้องการท่องเที่ยว ระยะเวลา 30 วัน น่าจะเพียงพอ ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศกำลังจะเสนอรัฐบาลให้ลดจำนวนวันแก่บุคคลสัญชาติที่ได้รับการยกเว้นวีซ่า จาก 60 วัน ลดเหลือ 30 วัน โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังมีสิทธิที่จะขอต่อเวลาการพำนักได้อีก 30 วัน

    มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติต่อประเทศใดหรือบุคคลสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง อีกทั้งเป็นมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์

    เพราะมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ที่อาศัยการยกเว้นวีซ่าระยะยาวเพื่อเข้ามาในไทย และไปยังประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย 

    นอกจากนี้ ตนยืนยันว่าประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างเต็มที่

    ขณะเดียวกันเป็นการสงวนสิทธิของไทยในการแก้ปัญหาช่องโหว่ที่ทำให้มีคนเข้ามาในประเทศแล้วทำกิจกรรมที่เป็นภัยความมั่นคงของประเทศ หรือเข้ามากระทำการที่ไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว นายสีหศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

    อย่างไรก็ตามการลดวันฟรีวีซ่า จาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะการเดินทางท่องเที่ยว 30 วัน ถือเป็นระยะเวลาที่มีความเหมาะสม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/654557&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25RsyzKIrFm_AaipGLxumD

  • ท่องเที่ยวเหงา นักท่องเที่ยวหาย หวั่นไม่มีน้ำมันกลับบ้าน | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    ท่องเที่ยวเหงา นักท่องเที่ยวหาย หวั่นไม่มีน้ำมันกลับบ้าน | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า น้ำมันไม่ขาดแคลน แต่ในหลายพื้นที่ก็ยังเจอปัญหาดังกล่าว ทำเอาที่เที่ยวหลายแห่ง เริ่มซบเซา เพราะกังวลว่าไปเที่ยวแล้วจะไม่มีน้ำมันเติมกลับบ้าน

    #ท่องเที่ยว #น้ำมัน #น้ำมันขาดแคลน #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันข่าวสุดสัปดาห์
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214550&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hNncF7uWmQ5la_4ul4ivk

  • โลกผวา! อิหร่าน ขู่ถล่มสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    โลกผวา! อิหร่าน ขู่ถล่มสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก | ทันข่าวสุดสัปดาห์ | 22 มี.ค. 69

    เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 แล้ว สำหรับการสู้รบในตะวันออกกลาง ดูเหมือนจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะอิหร่านประกาศล้างแค้นให้ผู้นำระดับสูงที่โดนลอบสังหาร ส่วนนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ก็ประกาศว่าส่งกองกำลังภาคพื้นเข้าโจมตีเพิ่มเติม

    ล่าสุดอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีสวนสาธารณะหรือสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ถ้ายังโดนรุกรานอธิปไตย แน่นอนว่า อิหร่านไม่เคยขู่เฉยๆ ยังคงเดินหน้าปล่อยขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐฯ

    #สงครามตะวันออกกลาง #อิหร่าน #สู้รบตะวันออกกลาง #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #ทันข่าวสุดสัปดาห์
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214547&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38jnFbyPZ0RMrUxw_fozbx

  • ดีบีดีสนธิกำลังลุยพัทยา ทลายเครือข่าย “นอมินี” พบพิรุธคนไทยคนเดียวถือหุ้น 100 บริษัท

    ดีบีดีสนธิกำลังลุยพัทยา ทลายเครือข่าย “นอมินี” พบพิรุธคนไทยคนเดียวถือหุ้น 100 บริษัท

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนธิกำลังหน่วยงานพันธมิตรบุกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ปูพรมตรวจเข้มธุรกิจ “นอมินี” ท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ พบพิรุธหนักคนไทยคนเดียวถือหุ้นแทนต่างชาติกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท สั่งเพิกถอนใบอนุญาต 4 บริษัทนำเที่ยวทันที พร้อมขู่โทษหนักคุก 3 ปี ปรับ 1 ล้านบาท

    นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18-20 มี.ค.69 ทีมปราบนอมินีของกรม และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว ตำรวจท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี ร่วมกันลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบธุรกิจที่ต้องสงสัยเป็นนอมินี หรือคนต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือถือหุ้นแทน เพื่อให้คนต่างชาติทำธุรกิจในไทย ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเน้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 

    ทั้งนี้ ได้ตรวจสอบสำนักงานบัญชีและสำนักงานกฎหมาย 4 แห่ง ที่ใช้ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวจดทะเบียนหลายบริษัท รวมถึงผู้ถือหุ้นคนไทยคนเดียวมีชื่อถือหุ้นอยู่ในบริษัทมากกว่า 100 บริษัท ซึ่งต้องลงทุนรวมกันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยกลุ่มนี้ คาดว่ามีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือช่วยเหลือ สนับสนุน ให้คำแนะนำ เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจต้องห้ามหรือต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยกรมได้ให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงด่วน หากพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

    นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบนิติบุคคล ซึ่งประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีพฤติกรรมนอมินี เบื้องต้นพบว่า มีนิติบุคคล 4 ราย ที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ทำให้สัดส่วนของกรรมการ ไม่เป็นไปตามคุณสมบัติตามมาตรา 17 (1) ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้ปิดคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตไว้ ณ สถานประกอบการ โดยนิติบุคคล 4 ราย คือ บริษัท อะลิเทีย ทัวร์ จำกัด, บริษัท ยอร์ อินโด-ไทย กรุ๊ป จำกัด, บริษัท วาย เจ เอซ จำกัด และบริษัท ดิ วี-เอ็กท์ จำกัด 

    ขณะที่การตรวจสอบธุรกิจต่างด้าว ที่ประกอบธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ทั้งที่เป็นธุรกิจที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบกิจการนั้น กรมจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายจริง จะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด รวมทั้งยังได้ตรวจสอบนิติบุคคลต่างด้าวที่อาจประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือฝ่าฝืน พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ซึ่งพบว่า จังหวัดชลบุรี มีธุรกิจต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจต้องห้าม 146 ราย 

    “กรมมุ่งป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เพราะบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ให้ดำเนินคดีจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ขอเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะจะมีความผิดเช่นเดียวกับคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย คือ โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับตั้งแต่ 100,000-1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีโทษปรับรายวัน วันละ 10,000-50,000 บาท จนกว่าจะเลิกฝ่าฝืน”.

    อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2921603&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Kdj5rVB7NBltiKSR4EnVT

  • บุรีรัมย์จัดใหญ่ ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นส่อง 15 ช่องประตูปราสาท

    บุรีรัมย์จัดใหญ่ ‘ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’ ชมมหัศจรรย์อาทิตย์ขึ้นส่อง 15 ช่องประตูปราสาท

    จ.บุรีรัมย์เตรียมจัดงาน “ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งประจำปี 2569” ยิ่งใหญ่ 3-5 เม.ย. นี้ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมวิถีไทยตามนโยบายรัฐบาล พร้อมเชิญชวนร่วมชมมหัศจรรย์ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องตรง 15 ช่องประตูปราสาท หนึ่งเดียวในโลก

    22 มีนาคม 2569 จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2569 ที่มีกำหนดจัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตามรอยอารยธรรมขอม และเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน แสดงถึงเอกลักษณ์ทรงคุณค่าของท้องถิ่นและศิลปะวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์และสืบสานสู่อนุชนรุ่นหลัง บอกเล่าเรื่องราวของสถาปัตยกรรมที่เป็นมรดกของจังหวัดบุรีรัมย์ และมรดกของชาติ อันทรงคุณค่าอย่างน่าภูมิใจ สู่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ตลอดทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทยตามนโยบายของรัฐบาล

    โดยในปีนี้ กิจกรรมประกอบด้วย พิธีบวงสรวงองค์พระศิวะมหาเทพ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ขบวนอัญเชิญ พระศิวะมหาเทพ, ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 และขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวง ประกอบด้วย เทพพาหนะผู้พิทักษ์ประจำทิศทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

    การรำถวายชุด “เหนือศรัทธาวนัมรุง” ขบวนแห่สักการะ จากนางรำกว่า 800 คน ที่บรรจงแต่งกายด้วยชุดที่สวยงามร่วมขบวน การแสดง ระบำอัปสราบุรีรัมย์

    นอกจากนั้นยังเที่ยวชม “ตลาดอารยธรรมวนัมรุง” ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี (ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้ง ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอ ในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้เลือกซื้อ เลือกชม และเลือกชิม พร้อมทั้งชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีนาฏศิลป์พื้นบ้านตลอดงาน

    นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า การจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งปีนี้ จะมีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิต ณ เขาพนมรุ้ง ในเช้าวันที่ 4 เมษายน 2569 จากนั้น ในเวลาประมาณ 16.00 น. เป็นต้นไป จะเป็นขบวนอัญเชิญพระศิวะมหาเทพ ขบวนสัตว์พาหนะเทพผู้พิทักษ์ประจำทิศ 10 ทิศ ขบวนเสด็จพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ขบวนแห่สักการะ นักท่องเที่ยวจะได้ชมริ้วขบวนหลวง ที่งดงามยิ่งใหญ่ ของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าชายนเรนทราทิตย์ ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้ง เสด็จฯจากเมืองพระนครหลวง มายังเทวาลัยพนมรุ้ง พร้อมกับ นางจริยา นางสนองพระโอษฐ์ ข้าทาสบริวาร ขบวนเทพพาหนะ เพื่อถวายเป็นเทวาสักการะแด่เทพผู้พิทักษ์ทิศทั้ง 10 แห่งจักรวาล ได้แก่ หงส์ ช้าง โค ระมาด คชสีห์ นกยูง นาค ม้า รากษส กระบือ

    ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 5 เมษายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้น สาดแสงส่องตรง 15 ช่องประตู ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.50 ถึงเวลา 06.10 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ทางธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพื่อเสริมสิริมงคลแก่ชีวิตตามความเชื่ออีกด้วย

    ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้ร่วมพิธีบวงสรวงองค์พระศิวะและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนปราสาทเขาพนมรุ้งแล้ว ผู้ที่มาเที่ยวชมงานจะได้ชมขบวนแห่ราชประเพณีขอมโบราณที่งดงาม ยังได้มีโอกาสขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตบนยอดเขาพนมรุ้งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตด้วย

    จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายนนี้ และมาร่วมชม รับแสงพระอาทิตย์ขึ้นที่สาดแสงส่องผ่าน 15 ช่องประตูปราสาท เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิตด้วย

    สำหรับปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศิลปกรรมขอมแห่งเดียวในโลกที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรมการก่อสร้างปราสาทให้แสงอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตูผ่านศิวะลึงค์ที่เปรียบเสมือนองค์พระศิวะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปรางค์ประธานของปราสาทพนมรุ้ง เปรียบเสมือนเขาไกรลาส บนสรวงสวรรค์.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/967405/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DB8Y4DhTCePFRfSzQob-W

  • ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ททท. จับมือ Japan and Friends พาสี่ขาเที่ยวไทยสายกรีน ในงาน “Amazing Furry Tales”

    วงการคนรักสัตว์ต้องละลาย! เมื่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยอนุสาร อ.ส.ท. รุกตลาด Pet Tourism เต็มสูบ จัดงานแฟนมีตติ้งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Amazing Furry Tales : เที่ยวไทยไปกับแก๊งค์ขนฟู” ณ Pumpkin Art Town จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา งานนี้คว้าตัวซุปตาร์สี่ขาขวัญใจมหาชน “จุ๊มเหม่ง และใจดี” มาส่งต่อพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก
     

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    โมเมนต์ฮีลใจกับแก๊งขนฟูและไลฟ์สไตล์ Pet-Friendly

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยมี “แป้น” ณภัค ภักดีอิสรา และน้องๆ มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเดินทางในฐานะ Pet Parent คุณภาพ ที่ไม่ใช่แค่พาสัตว์เลี้ยงเที่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการค้นหาเสน่ห์ของ “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วไทย ภายใต้แคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า กิจกรรม “Amazing Furry Tales : เที่ยวไทยไปกับแก๊งค์ขนฟู” เป็นการจัดกิจกรรม On Ground โดย อนุสาร อ.ส.ท. ชวนแฟนเพจ Japan and Friends และผู้ที่ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงมาสัมผัสช่วงเวลาแห่งการ “ฮีลใจ” ไปกับแก๊งขนฟู เพื่อสร้างประสบการณ์จริงและเชื่อมโยงความรู้สึก แบ่งปันประสบการณ์การเดินทางของกลุ่ม Pet Parent เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทาง 

    โดยกิจกรรมนี้ต่อยอดจากการที่ ททท. และแฟนเพจ Japan and Friends ร่วมกันนำเสนอคอนเทนต์ออนไลน์ชวนผู้ชื่นชอบสัตว์เลี้ยงออกเดินทางไปกับเรื่องราวสุดป่วนชวนอมยิ้มของ “จุ๊มเหม่ง เจได ใจดี” พร้อมสอดแทรกสาระและข้อคิดสำหรับพ่อแม่น้องหมาน้องแมวที่กำลังเตรียมตัวพาสัตว์เลี้ยงแสนรักออกเดินทางทั่วไทย  

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบ Pet-Friendly Tourism ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Pet Parent ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะหนึ่งใน Sub-Culture Trend ที่มีศักยภาพสูง 
     

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    กิจกรรมสุดคิวท์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    งานนี้ไม่ได้มีแค่ความน่ารักของน้องหมา แต่ยังสอดแทรกแนวคิดความยั่งยืนผ่านเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์:

    DIY ปลอกคอและกำไล: ประดิษฐ์จากวัสดุรีไซเคิลและขยะจากทะเล สื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติแบบเข้าใจง่ายและน่ารัก

    แต่งหน้าคัพเค้กสำหรับสัตว์เลี้ยง: กิจกรรมสนุกๆ จาก Dogeky ที่เอาใจน้องหมาโดยเฉพาะ

    ของที่ระลึกสุด Limited: แฟนคลับผู้โชคดีได้รับทั้งโปสการ์ด 6 แบบ และสติกเกอร์แก๊งขนฟู พร้อมโอกาสบันทึกภาพร่วมกับ Japan and Friends อย่างใกล้ชิด

    ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ปักหมุดเที่ยวตามรอย “จุ๊มเหม่ง”

    ความสำเร็จของโครงการนี้สะท้อนผ่านยอดการรับรู้คอนเทนต์ออนไลน์ที่ทะลุ 1 ล้านคน-ครั้ง โดย ททท. และ Japan and Friends ยังเตรียมปล่อยคอนเทนต์วิดีโอสั้นอีก 2 ตอนในวันที่ 21 และ 28 มีนาคมนี้ เพื่อพาแฟนๆ ไปสัมผัสความงามของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.นครศรีธรรมราช ในสไตล์รักษ์โลกอย่างต่อเนื่อง ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน ททท. ดึงจุ๊มเหม่ง เจได ใจดี ชวน Pet Lover เที่ยวไทยสายกรีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/739735&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1bCZu8mcM7kP2m4Zwa5mCj