Blog

  • ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือน สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน 2568

    – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ส่งข้อความพระราชสาส์น ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในโอกาสวันคล้าย วันพระราชสมภพ

    – สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตรการเกี่ยวข้าว แปลงสาธิตการเกษตรโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก

    – พระราชวงศ์ และองคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

    – ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรและถ้วยรางวัล การประกวดผลงานวิชาการของนักเรียนโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษา ในโครงการกองทุนการศึกษา จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ ครั้งที่ 3

    – องคมนตรี บรรยายพิเศษ ในการประชุมรับมอบแนวทาง ในการปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อน การพัฒนาชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    – คณะบุคคล หน่วยงานต่างๆ และประชาชน เดินทางไปกราบถวายบังคม พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

    – สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/royal/royalnews/451586&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NPps9a1vf-nrGqIfTwssh

  • ไทยฮอต! กว่า 50 กองถ่ายต่างชาติรุมสนใจถ่ายทำภาพยนตร์หลังเพิ่มอินเซนทีฟคืนเงิน 30%

    ไทยฮอต! กว่า 50 กองถ่ายต่างชาติรุมสนใจถ่ายทำภาพยนตร์หลังเพิ่มอินเซนทีฟคืนเงิน 30%


    กรมการท่องเที่ยวโชว์ศักยภาพไทยในงาน American Film Market 2025 คาดสร้างรายได้กว่า2,130ล้านบาท ขณะผู้ผลิตฮอลลีวูดแห่สนใจถ่ายทำหนังสัตว์ประหลาด–อาหาร–มวยไทยมั่นใจทีมงานไทยฝีมือเยี่ยมและระบบคืนเงินโปร่งใส

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า กรมการท่องเที่ยวได้ร่วมจัดแสดงคูหานิทรรศการในงาน Location Expo ภายในงาน American Film Market 2025 ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 11–15 พฤศจิกายน 2568 เพื่อโปรโมทความพร้อมของประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

    ภายในงานมีผู้สร้างภาพยนตร์ต่างชาติมากกว่า 50 รายเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำในประเทศไทยและมาตรการส่งเสริมการลงทุน (Incentive) โดยคาดว่าการเจรจาครั้งนี้จะสร้างรายได้ราว 2,130 ล้านบาท ผู้ผลิตหลายรายเป็นทีมที่เคยถ่ายทำในไทยและต้องการกลับมาทำงานอีกครั้ง จากการเพิ่มอัตราคืนเงินส่งเสริมการถ่ายทำเป็น 30% ขณะเดียวกันก็มีผู้ผลิตรายใหม่จากสหรัฐฯ ให้ความสนใจถ่ายทำภาพยนตร์แนวสัตว์ประหลาด อาหาร และมวยไทย โดยเชื่อมั่นในศักยภาพทีมงานไทยและระบบคืนเงินที่โปร่งใส

    นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจำนวน 15 บริษัท ทั้งผู้ผลิตภาพยนตร์ บริษัทจัดจำหน่าย สตูดิโอ และผู้ประสานงานถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ เข้าร่วมงานเพื่อจับคู่เจรจาธุรกิจและขยายโอกาสขายภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดโลกอีกด้วย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/37571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WyAHkUkDy1lQjTMP9TRtQ

  • เปิดเส้นทางชีวิตชาวอเมริกัน ผู้ถวายงาน “สมเด็จพระพันปีหลวง”  – BBC News ไทย

    เปิดเส้นทางชีวิตชาวอเมริกัน ผู้ถวายงาน “สมเด็จพระพันปีหลวง” – BBC News ไทย

    ชีวิตที่อุทิศถวายแด่แม่ของแผ่นดินไทย เรื่องเล่าจากชาวอเมริกัน ผู้ถวายงานใกล้ชิด “สมเด็จพระพันปีหลวง”

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow/BBC THAI

      • Author, ปณิศา เอมโอชา
      • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

    วันที่ 25 ต.ค. 2568 สำนักพระราชวังเผยแพร่ประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 93

    ในขณะที่ชาวไทยและทั่วโลกต่างร่วมใจถวายความอาลัยให้กับการจากไปของพระองค์ ในวันรุ่งขึ้นบัญชีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Geoffrey Jenkins Longfellow” ก็โพสต์ภาพชายชาวอเมริกันกำลังนั่งอยู่บนพื้นด้านล่างข้าง ๆ สมเด็จพระพันปีหลวง

    ภาพนั้นมีคำบรรยายที่เขียนด้วยภาษาไทยว่า “ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ” และตามด้วยคำบรรยายภาษาอังกฤษซึ่งมีใจความแปลเป็นไทยได้ว่า ชายชาวอเมริกันคนนี้มีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวงเมื่อราว 30 ปีก่อน ตอนที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2535 เพื่อทรงรับทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow

    คำบรรยายภาพ, สมเด็จพระพันปีหลวงทรงฉายพระรูป ร่วมกับนายลองเฟลโลว์ ณ บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2535

    ภาพ ๆ นี้ถ่ายขึ้นที่บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ท่านหญิงปีนัง” พระราชนัดดาในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5

    ชายชาวอเมริกันคนนี้เขียนเล่าต่อว่า บทสนทนาช่วงหนึ่งที่เกิดขึ้นคือตอนที่พระองค์ทรงตรัสถามตัวเขาว่า เมื่อเขาเดินทางกลับไทย เขาวางแผนจะทำอะไรต่อไปในอนาคต

    “ผมตอบไปโดยไม่ต้องคิดว่า ผมอยากอุทิศชีวิตเพื่อทำงานถวายพระองค์ และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนไทยกับสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระราชินีทรงมองตรงเข้ามาในดวงตาของผม และตรัสว่า ‘ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอตัดสินใจแล้ว เราก็จะทำเช่นนั้น’”

    “เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ผมกลับถึงประเทศไทย พระองค์ก็ทรงส่งคนออกมาตามหา และหลังจากนั้น ชีวิตของผมก็กลายเป็นดั่งบทมหากาพย์แห่งการเดินทาง” นายเจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ เขียนถึงความทรงจำเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว

    ที่มาของภาพ, BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ชายชาวอเมริกัน วัย 71 ปี อาศัยอยู่ในไทยมานานกว่าสามทศวรรษแล้ว

    บีบีซีไทยชวนผู้อ่านมาทำความรู้จัก เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ชายชาวอเมริกัน วัย 71 ปี ผู้ที่เคยทำงานรับใช้สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในแผ่นดินไทยมาเกือบสามทศวรรษ

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ภายในบ้านทาวเฮาส์หลังหนึ่งในเขตยานาวา กรุงเทพมหานคร ที่ตกแต่งด้านหน้าด้วยประตูและหน้าต่างไม้ฉลุตามแบบบ้านขนมปังขิง นายลองเฟลโลว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่มาแล้วหลายสิบปีกำลังรอเปิดบ้านให้บีบีซีไทยเข้าไปพูดคุย

    บ้านที่อบอุ่นหลังนี้มีแมวหลายตัวออกมาต้อนรับเมื่อเราไปถึง ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในส่วนรับแขก สิ่งแรกที่ดึงดูดสวยตาของเราคือชั้นวางหนังสือและสิ่งของที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายมากมายระหว่างเจ้าของบ้านหลังนี้กับสมเด็จพระพันปีหลวง

    หลังจากนั้นบทสนทนาว่าด้วยการใช้ชีวิตอยู่ในไทยและโอกาสที่ชาวต่างชาติผู้นี้ได้ถวายงานแด่สมเด็จพระพันปีหลวงก็เริ่มต้นขึ้น

    สายสัมพันธ์อเมริกัน-ไทย

    นายลองเฟลโลว์เริ่มเล่าว่า หลังจากที่เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยแมนฮัตตันวิลล์ (Manhattanville College) เขาก็ได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครในหน่วยสันติภาพของสถานทูตสหรัฐฯ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Peace Corps ซี่งมีสถานะเป็นองค์กรอิสระภายใต้รัฐบาล และก่อตั้งขึ้นโดยประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2504 (ค.ศ. 1961)

    ภารกิจแรกเริ่มของหน่วยสันติภาพนี้มีทั้งการสอนภาษาอังกฤษ การเกษตรกรรม การพัฒนาชนบท รวมไปถึงประเด็นด้านสาธารณสุข

    สำหรับ นายลองเฟลโลว์ เขาเล่าว่าตอนนั้นเขามีตัวเลือก 2 ประเทศ ระหว่างไทยกับเกาหลีใต้ ซึ่งเขาบอกว่าตอนนั้น “ไม่รู้จักทั้งสองประเทศ” จึงลองสอบถามไปยังญาติพี่น้องและคนรู้จัก ซึ่งทุกคนก็แนะนำเขาเป็นเสียงเดียวกันว่าให้เลือกประเทศไทย

    ด้วยเหตุนี้จุดเริ่มต้นของนักศึกษาจบใหม่ที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศไทยจึงเริ่มขึ้นในฐานะครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ เป็นเวลาสองปีระหว่างปี 2520-2522

    หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปทำงานด้านศูนย์ผู้อพยพใน จ.เลย โดยงานของเขาคือการสัมภาษณ์และสำรวจข้อมูลต่าง ๆ ของกลุ่มผู้อพยพโดยเฉพาะที่มาจากประเทศลาว

    หลังอยู่เมืองไทยมาได้สักระยะหนึ่งเขาก็ตัดสินใจไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านการเมืองเปรียบเทียบและความทันสมัย (Comparative Politics and Modernization) ที่วิทยาลัยการศึกษาระหว่างประเทศขั้นสูง (School of Advanced International Studies) หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า SAIS ในมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

    หลังจากจบการศึกษา นายลองเฟลโลว์เองมีโอกาสได้ไปสิงคโปร์ ก่อนที่จะกลับมาไทยอีกครั้งและเข้ามาทำงานกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รวมถึงยังมีโอกาสเข้าไปสอนที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต โครงการอังกฤษ–อเมริกันศึกษา (British and American Studies: ฺBAS) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    ที่มาของภาพ, นาตลี ภูมิพิพัฒน์

    คำบรรยายภาพ, นาตลี ภูมิพิพัฒน์ นักศึกษารุ่นแรกของโครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (แถวแรกคนที่สี่จากซ้ายมือของภาพ) ถ่ายรูปร่วมกับ “อาจารย์เจฟ” และนักศึกษาคนอื่น ๆ ในรุ่น เพื่อเฉลิมฉลองการจบการศึกษา

    ลูกศิษย์ของนายลองเฟลโลว์จำนวนไม่น้อยมักเรียกเขาว่า “อาจารย์เจฟ” โดย นาตลี ภูมิพิพัฒน์ นักศึกษารุ่นแรกของโครงการอังกฤษ-อเมริกันศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นเดียวกัน

    เธอเล่าความประทับใจแรกที่มีต่อนายลองเฟลโลว์ในฐานะอาจารย์รับเชิญมาสอนในช่วงนั้นว่า “เราก็ตื่นเต้นแบบ อุ๊ย ฝรั่งมาสอนเรา พูดตรง ๆ แล้วท่านก็พูดไทยชัดมาก เว่าอีสานได้ แหลงใต้ได้ เป็นคนแบบพูดอักขระ ออกเสียงได้ชัดเจน”

    เมื่อถามต่อว่าไปในช่วงที่เธอได้เรียนกับนายลองเฟลโลว์ นักเรียนในรุ่นนั้น หรือช่วงปี 2542-2544 รู้แล้วบ้างหรือไม่ว่าอาจารย์ต่างชาติผู้นี้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานสมเด็จพระพันปีหลวงแล้ว เธอตอบว่านักศึกษารับรู้ และบางครั้งที่พอมีเวลา “อาจารย์เจฟฟรีย์ก็เล่าให้ฟังบ้างว่าท่านมีไปช่วย”

    “หลาย ๆ ครั้งที่ชั่วโมงคาบหมดแล้ว ทุกคนก็ยังไม่ทิ้งอาจารย์นะคะ อาจารย์เดินไปไหนเราก็ตามไป อาจารย์ไปจิบกาแฟ เราก็ไป แกจะเล่าประสบการณ์ชีวิตให้ฟัง”

    เธอทิ้งท้ายว่า ที่สำคัญคือ นักศึกษารับรู้ได้ว่า “ท่านรักประเทศไทย รักในหลวง รัชกาลที่ 9 มาก”

    อย่างไรก็ดี นายลองเฟลโลว์แม้จะรักในงานสอน ก็ยังต้องหาช่องทางอาชีพอื่น ๆ ด้วย นอกเหนือไปจากการเป็นอาสาสมัครในหลายงาน เขายังรับจ้างเป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติมเวลามีชาวต่างชาติอยากเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นอาชีพที่เขาทำมาจนถึงปัจจุบัน

    บางช่วงของชีวิตหลายทศวรรษในไทย นายลองเฟลโลว์ยังมีช่วงเวลาที่ได้กลับไปอาศัยอยู่ที่ จ.กระบี่ อีกครั้งถึง 6 ปี และรอบนี้เขาได้เรียนรู้ที่จะ “แหลงใต้แบบชับเปรียะ” หรือแปลว่า พูดได้คล่องแคล่ว มาด้วย

    สายสัมพันธ์จอห์นส ฮอปกินส์กับสถาบันกษัตริย์ไทย

    ที่มาของภาพ, Geoffrey Jenkins Longfellow/BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, นายลองเฟลโลว์เล่าว่าภาพนี้ถ่ายขึ้นที่พระที่นั่งวิมานเมฆ พร้อมระบุว่า: “ชายชาวต่างชาติในภาพ (คนที่สองจากซ้ายมือของภาพ) เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ มาเพราะท่านพระราชทานเลี้ยงในโอกาสขอบคุณที่ช่วยดำเนินการเรื่องการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์กับท่าน”

    ย้อนกลับไปในช่วงกลางทศวรรษ 2530 นายลองเฟลโลว์ ซึ่งอยู่ในแวดวงอุดมศึกษาของไทยแล้วในตอนนั้น เล่าว่ายังมีนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ไม่มากนัก เขาบอกว่าตัวเองในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย จึงอยากลุกขึ้นมาช่วยสนับสนุนให้เด็กไทยได้ไปเรียนต่อที่นั่น

    ต่อมาในปี 2538 มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์ ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ แด่สมเด็จสมเด็จพระพันปีหลวง อันเนื่องมาจาก “พระราชจริยวัตรอันเปี่ยมด้วยความเมตตาและการอุทิศพระวรกายเพื่อประชาชนในชนบทตลอดพระชนมชีพ”

    นายลองเฟลโลว์เองก็มีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีที่จัดขึ้นในมหาวิทยาลัจอห์นส ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน เขาย้อนเล่าว่า วันนั้นตัวเองมีโอกาสได้เข้าเฝ้ากับสมเด็จพระพันปีหลวงเป็นครั้งแรก

    เขาเล่าว่า ตอนนั้นตัวเองเริ่มพูดกับพระองค์เป็นภาษาไทย ก่อนที่พระองค์จะตอบกลับมาเป็นภาษาอังกฤษและตรัสกับเขาว่าพระองค์อยากพูดภาษาอังกฤษให้เก่งเท่าเขาพูดภาษาไทย

    “ผมพูดมาตลอดนะ ท่านมีพรสวรรค์เป็นพิเศษ พูดกับใครก็ได้ เกี่ยวกับอะไรก็ได้ในโลกนี้ ท่านมีวิธีพูดกับคนอื่นที่คนนั้นจะสบายใจ ไม่อึดอัดเลย”

    เขาตั้งข้อสังเกตต่อไปว่า ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงเคยตามเสด็จพระบิดา พล.อ.พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ ไปประทับและทรงศึกษาต่อในหลายประเทศ เนื่องจากพระบิดาของพระองค์ดำรงตำแหน่งทางการทูต

    ในวันรุ่งขึ้น หลังจากพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาบัตร นายลองเฟลโลว์เล่าต่อว่าตัวเขาเองมีโอกาสได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวงอีกครั้งที่บ้านของหม่อมเจ้าหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย ซึ่งเป็นที่มาของภาพที่เขาบอกเล่าเรื่องราวข้างหลังภาพที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก

    เขาเล่าว่าขณะที่มีการบรรเลงดนตรีอยู่นั้น เขามีโอกาสได้ทูลถามพระองค์ว่าพิธีในวันก่อนเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งสมเด็จพระพันปีหลวงทรงตรัสกับเขาว่า “ดิฉันอาย คนที่จบจอห์นส ฮอปกินส์ เรียนหนังสือสูง ฉันเรียนไม่สูง เป็นเกียรติที่คาดหมายไม่ถึง” นายลองเฟลโลว์ เผยข้อความที่สมเด็จพระพันปีทรงตรัสตอบ

    จากนั้นเมื่อถึงเวลาราว 3 นาฬิกา เมื่อพระองค์จะเสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับ บทสนทนาที่สมเด็จพระพันปีหลวง ทรงตรัสถามนายลองเฟลโลว์ถึงอนาคตของเขาในประเทศไทยก็เกิดขึ้น ซึ่งชายชาวอเมริกันผู้นี้ได้ทูลตอบสมเด็จพระพันปีหลวงถึงความตั้งใจในการช่วยถวายงานในช่วงนั้น

    หลายทศวรรษที่ได้รับใช้

    ที่มาของภาพ, BBC THAI

    คำบรรยายภาพ, เจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ได้รับชื่อและนามสกุลพระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวงว่า จิโรตม์ จิโรตมกุล

    หลังกลับมาที่ประเทศไทย นายลองเฟลโลว์ เล่าว่าตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากกับสิ่งที่สมเด็จพระพันปีหลวงตรัสไว้กับเขาที่สหรัฐฯ ว่า “เดี๋ยวพบกันที่กรุงเทพฯ”

    แต่เพียงไม่เกินหนึ่งเดือนต่อมา เขาก็ได้รับการติดต่อจาก ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ อดีตรองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำนักราชเลขาธิการ เนื่องจากสมเด็จพระพันปีหลวงมีพระประสงค์จะจัดอบรมทั้งด้านภาษาและการระหว่างประเทศให้กับกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ร.21 รอ.) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทหารเสือราชินี”

    “ท่านจะขอปรึกษา ให้ผมช่วยหาคนที่คิดว่าจะช่วยด้วย ผมคิดไปคิดมา ก็บอกกับท่านผู้หญิงว่าเดี๋ยวลองทำดูเอง แล้วอีกไม่นานก็เรียกผมไปหัวหินเพื่อร่วมทำงาน”

    บีบีซีไทยถามต่อไปว่าตอนนั้นการเข้าไปร่วมงานกับหน่วยทหารเสือราชินีเป็นอย่างไร นายลองเฟลโลว์ ตอบว่า ระหว่างทางก็มีหลายเรื่องเกิดขึ้น แต่ตัวเขาเองก็มีโอกาสได้รู้จักกับหัวหน้าหน่วยที่ดูแลทหารเสือราชินี ซึ่งให้บังเอิญว่าเกิดปีเดียวกันคือ พ.ศ. 2497 “สมัยนั้นเป็นยศพันโท แต่สุดท้ายก็เวลาผ่านไป ก็เกษียณทุกวันนี้ก็เป็นองคมนตรีชื่อ [พล.อ.] ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

    จากจุดเริ่มต้นจากหน่วยทหารเสือราชินี นายลองเฟลโลว์ ยังมีโอกาสได้ตามเสด็จพระองค์ไปทั่วประเทศไทย เข้าไปช่วยงานในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในไทยรวมถึงในต่างประเทศด้วย

    หลังจากอยู่ประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ รวมถึงมีความเชี่ยวชาญในภาษาไทยในหลากหลายสำเนียงถิ่น ในที่สุด เมื่อปี 2550 ชายชาวอเมริกันผู้นี้ก็ได้รับชื่อและนามสกุลภาษาไทย พระราชทานจากสมเด็จพระพันปีหลวง โดยคำนวณตามหลักวัน-เดือน-ปีเกิด แบบไทยแท้

    ท้ายที่สุดนายเจฟฟรีย์ เจนกินส์ ลองเฟลโลว์ จึงได้ชื่อว่า จิโรตม์ ซึ่งแปลว่า ผู้มีจิตใจสูงและมั่นคง และนามสกุล จิโรตมกุล ซึ่งแปลว่า ตระกูลผู้มีจิตใจสูงและมั่นคง

    ที่มาของภาพ, BBC Thai

    เมื่อถามว่า การได้รับใช้ใกล้ชิดพระองค์เป็นเวลานาน มีอะไรบ้างไหมที่เขาสังเกตเห็นเกี่ยวกับพระองค์ที่คนทั่วไปอาจไม่ได้เห็นตามหน้าสื่อ เขาตอบว่า สมเด็จพระพันปีหลวงมักเป็นห่วงผู้อื่นเสมอ ยิ่งตอนที่ท่านยังเสด็จไปเยี่ยมชาวบ้านตามพื้นที่ต่าง ๆ เป็นประจำ เขาเล่าว่า สมัยนั้นแทบไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ เลย

    “เป็นห่วงคนอื่นตลอด เป็นห่วงคนอื่นเหนื่อย ท่านก็ไปไหนก็รู้ว่าออกไปต้องมีขบวน ต้องมีการเตรียมการ พยายามทำทุกอย่างให้เรียบง่ายที่สุด”

    บีบีซีไทยถามคำถามสุดท้ายว่า เหตุใดชาวอเมริกันอย่างเขาถึงกลายมาเป็นผู้จงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ได้ เขาตอบว่า เพราะ “เห็นการเสียสละ คำนี้เสียสละให้ประเทศชาติ ท่านคิดเช้าคิดเย็นต้องเสียสละ” ชาวต่างชาติที่มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระพันปีหลวง กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c0exd5p08deo.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2STFO8DaM6Hh5ID0tZf0at

  • จังหวัดน่านประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    จังหวัดน่านประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568 | TOPNEWS

    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1 อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2568

    ภายในพิธีมีหัวหน้าส่วนราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ อัยการ องค์กรอิสระ บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างพร้อมเพรียง

    ความเป็นมาของวันพระบิดาแห่งฝนหลวง คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2545 กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็นต้นคิดและพัฒนานวัตกรรม “ฝนหลวง” เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและการเกษตรของประชาชนทั่วประเทศ

    โครงการฝนหลวงถือกำเนิดจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 และในปีนี้ครบรอบ 70 ปีแห่งการริเริ่มโครงการ ที่ทรงทุ่มเทพัฒนาจนประสบผลสำเร็จ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง เพิ่มแหล่งน้ำ และสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน

    เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจังหวัดน่านร่วมแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงห่วงใยประชาชนในทุกภูมิภาค ทรงริเริ่มนวัตกรรมฝนหลวง อันเกิดจากพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล เพื่อนำความผาสุกและความอุดมสมบูรณ์กลับคืนสู่ผืนแผ่นดินไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391402&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kc4TKBJ3rW60Brwvpo48d

  • “มหาเถรสมาคม” จัด “สอบธรรมศึกษา” 2569 ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

    “มหาเถรสมาคม” จัด “สอบธรรมศึกษา” 2569 ถวายพระราชกุศลแด่ “พระพันปีหลวง”

    กรุงเทพฯ, วันที่ 13 พ.ย. – มหาเถรสมาคม โดยสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ร่วมกับรัฐบาลโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดโครงการสอบธรรมศึกษา สร้างความดีถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงขอเรียนเชิญนักเรียนนิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไปผู้สนใจสมัครสอบธรรมศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ณสนามสอบทั่วประเทศ (วัดใกล้บ้าน) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    สำหรับกำหนดการพิธีเปิดโครงการสอบธรรมศึกษาสร้างความดีถวายเป็นพระราชกุศล จะมีขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน เวลา 08.00 น. ณ โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงหเสนี) กรุงเทพมหานครโดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์กรรมการมหาเถรสมาคม แม่กองธรรมสนามหลวง เป็นประธานพิธี มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวถวายรายงานการสอบธรรมศึกษาปี 2568, ดร.กัญญาพัชญ์ กานต์ภูวนันท์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบดินทรเดชา กล่าวถวายรายงานสนามสอบธรรมศึกษา รร.บดินทรเดชา

    โดยมีพระเทพรัตนากร เจ้าอาวาสวัดเทพลีลา และที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพฯ นางอุดมพรเอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และตัวแทนจากมหาเถรสมาคม, สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, รร.บดินทรเดชา และพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมพิธี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/257127&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11JBtWdYvofl876b4iLXOA

  • คลัง เตรียม ชง 3 แพ็กเกจใหญ่ อุ้ม SME เข้า ครม.เศรษฐกิจ 24 พ.ย.นี้

    คลัง เตรียม ชง 3 แพ็กเกจใหญ่ อุ้ม SME เข้า ครม.เศรษฐกิจ 24 พ.ย.นี้

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำแพ็กเกจช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME จำนวน 3 แพ็กเกจใหญ่ เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.ศก.) ภายในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในเสาหลักของนโยบาย “Quick Big Win” เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทยในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน

    สำหรับแพ็กเกจที่จะนำเสนอเข้าครม.เศรษฐกิจ ประกอบด้วย

    1. แพ็กเกจค้ำประกันสินเชื่อ ดึงแบงก์ปล่อยกู้เพิ่ม

    มาตรการทางการเงินเป็นหัวใจสำคัญของแพ็กเกจครั้งนี้ โดยจะจัดตั้งกลไกค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านการเสริมบทบาท บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมใช้เงินคงเหลือจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ตั้งเป็นกองทุนค้ำประกันรูปแบบใหม่ อาจทำงานคู่ขนานหรือ Top-up กลไกเดิมของ บสย. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของธนาคาร

    “ขณะนี้ผู้ว่าธปท. กำลังพิจารณาแพ็กเกจลักษณะเข้ามาช่วย SME เสริมจาก บสย. โดยจัดตั้งเป็นกองทุน ซึ่งจะใช้เงินจากกองทุน FIDF ที่เหลืออยู่ กลไกค้ำประกันนี้จะ มีแพ็กเกจอย่างชัดเจน การค้ำประกันสินเชื่อถูกริเริ่มขึ้นเพื่อแก้ปัญหาหลัก เนื่องจากตามข้อเท็จจริงแล้ว SME ไม่ได้รับสินเชื่อเพราะ แบงค์ไม่ปล่อยสินเชื่อ เพราะแบงค์เป็นห่วงเรื่องความเสี่ยง ดังนั้น การที่มีกลไกค้ำประกันเนี่ยก็จะช่วยให้แบงก์กล้าปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อทำให้ SME เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยกลไกการดำเนินการกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะออกมาในรูปแบบ คู่ขนาน หรือ ท๊อปอัพ ให้กับ บสย.”นายเอกนิติ กล่าว

    2. เก็บภาษีนำเข้าสินค้าต่ำตั้งแต่ 1บาทแรก เพื่อปกป้อง SME ไทย

    ในด้านภาษี กรมศุลกากรเตรียมกลับมาเก็บภาษีนำเข้าสินค้าบนอีคอมเมิร์ซตั้งแต่ 1 บาทแรก มีผล 1 ม.ค. 2569 สำหรับสินค้าที่สั่งจากแพลตฟอร์มที่มีร้านค้าอยู่ต่างประเทศ ต้องชำระทั้งภาษีนำเข้าและ VAT 7% จากเดิมที่สินค้าราคาไม่เกิน 1,500 บาทได้รับการยกเว้นอากรและเสียเพียง VAT เท่านั้น ขณะเดียวกันจะมีมาตรการคืนภาษีให้ผู้ประกอบการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกรมสรรพากรด้วย

    โดย ปลาย พ.ย. 2568 กรมศุลกากรเตรียมลงนาม MOU กับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อร่วมมือรายงานข้อมูลสินค้า ลดการเลี่ยงภาษี และคุ้มครองผู้ประกอบการ SME ไทยจากผลกระทบสินค้าต่างประเทศที่ไหลเข้ามาเพิ่ม 

    “กรมศุลกากรจะลงนาม MOU กับแพลตฟอร์มออนไลน์ให้รายงานข้อมูลสินค้าเป็นรายชิ้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างแม่นยำ ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามถูกต้องจะได้รับความสะดวก ขณะที่ผู้หลบเลี่ยงภาษีจะถูกเข้มงวดเป็นพิเศษ ” นายเอกนิติ กล่าว

    3.จะพัฒนาระบบดิจิทัลสำหรับการสั่งซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ไทย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสนับสนุนสินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมบัญชีกลาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทย

    นอกจากนี้ จะผลักดันการนำคำสั่งซื้อจากภาครัฐขึ้นระบบดิจิทัลของสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ SME ใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อได้สะดวกขึ้น 

    สำหรับ ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ นั้น 17 พ.ย. นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนัดหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อเจรจาประเด็นภาษีการค้าทั้งหมด โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังคงขับเคลื่อนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการ พร้อมเน้นว่าต้องแยกประเด็นการเมืองออกจากการเจรจาการค้าอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบผลประโยชน์ของประเทศ

    ” ทีมกระทรวงพาณิชย์ยังอยู่ระหว่างประสานงานกับ USTR เพื่อกำหนดวันหารืออย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยจะเป็นการพูดคุยเชิงเทคนิคและบูรณาการแนวทางดำเนินงานร่วมกันในการแก้ไขประเด็นค้างคาและข้อเรียกร้องของฝ่ายสหรัฐฯ” นายเอกนิติ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/733476&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw195N9FoYC4_yG_yeI0LNaj

  • แก่งกระจานจัดใหญ่ เทศกาลกินปลา 5-14 ธ.ค. นี้ ชูไฮไลต์แจกสิทธิ์ขึ้นพะเนินทุ่งฟรี

    แก่งกระจานจัดใหญ่ เทศกาลกินปลา 5-14 ธ.ค. นี้ ชูไฮไลต์แจกสิทธิ์ขึ้นพะเนินทุ่งฟรี

    แก่งกระจาน เพชรบุรีจัดงานใหญ่ส่งท้ายปี ในธีมแคมป์ปิ้ง ชวนชิมเมนูเด็ดจากเขื่อน พร้อมลุ้นสิทธิ์ชมทะเลหมอก จำกัด 10 คน/วัน

    ใครกำลังวางแผนเที่ยวช่วงต้นเดือนธันวาคม ปักหมุด อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ไว้ได้เลย เพราะจะมีเทศกาลกินปลาพาเที่ยวแก่งกระจาน ครั้งที่ 20 ซึ่งกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ต้อนรับลมหนาว โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 ธันวาคม 2568 ณ ที่ว่าการอำเภอแก่งกระจาน

    ความน่าสนใจของงานปีนี้คือ ททท.สำนักงานเพชรบุรี จัดกิจกรรมพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักค้างแรมในพื้นที่แก่งกระจานและเข้าร่วมงาน เพียงลงทะเบียนที่บูธโซนท่องเที่ยว ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ลุ้นขึ้นชมทะเลหมอกพะเนินทุ่ง, เดินป่าศึกษาธรรมชาติ, ดูนก และเยี่ยมชมบ้านกร่างแคมป์ แหล่งชมผีเสื้อชื่อดัง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำกัดเพียง 10 คนต่อวัน เท่านั้น

    สำหรับตัวงานหลักปีนี้ จะถูกจัดในธีมแคมป์ปิ้งและท่องเที่ยวธรรมชาติ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของแก่งกระจาน โดยมีลานกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น ลานของกินที่รวบรวมสุดยอดเมนูปลาจากแหล่งน้ำจืดคุณภาพจากเขื่อนแก่งกระจาน และอาหารพื้นถิ่นจากชุมชนต่างๆ 

    ลานวัฒนธรรม ชมการแสดงและวิถีชีวิตจาก 6 ตำบล รวมถึงวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น กะเหรี่ยง กะหร่าง และไทยทรงดำ รวมถึงลานท่องเที่ยวมีโซนให้ข้อมูลการท่องเที่ยว ทั้งการพายเรือคายัค และ Mini Zoo 

    นอกจากในงานเทศกาล นักท่องเที่ยวยังสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมยอดนิยมรอบเขื่อนแก่งกระจานได้ ทั้งการล่องเรือยางตามลำน้ำเพชรที่กำลังฮิต, กางเต็นท์ดูดาว, ชมนก, ชมผีเสื้อ หรือล่องเรือรับลมยามเย็น โดยผู้ประกอบการห้องพักและรีสอร์ตหลายแห่งพร้อมใจกันจัดโปรโมชันต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2895743&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01BfvdfAcUVyBT8ftQGzVM

  • เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” อ.แม่แตง

    เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” อ.แม่แตง

    เปิดแล้ว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หวังประชาสัมพันธ์ สร้างภาคีเครือข่าย และเชื่อมโยงเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชม

    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09:30 น. นายจักรพันธุ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง เป็นประธานเปิดกิจกรรมการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยว ชุมชนและคู่ค้าด้านการท่องเที่ยว “ท่องเที่ยววิถีเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งละคร” ภายใต้โครงการนวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ หมู่บ้านทุ่งละคร ปีที่ 3 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชม คณะทำงานโครงการนวัตกรรมการจัดการท่องเที่ยวฟาร์มสเตย์ฯ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ ทุ่งละครฟาร์ม บ้านทุ่งละคร ตำบลกื๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

    ทั้งนี้การจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมทางการท่องเที่ยวในชุมชนบ้านทุ่งละคร สร้างภาคีเครือข่ายทางการท่องเที่ยว และเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชมและคู่ค้าด้านการท่องเที่ยว (Community Based Tourism Networking)

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3822564/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05Cep2gKN4A5YX_KrYn2Nx

  • ตร.ท่องเที่ยวเกาะลันตาช่วยนักท่องเที่ยวสโลวัก รถจักรยานยนต์ล้มเอง บาดเจ็บเล็กน้อย | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวเกาะลันตาช่วยนักท่องเที่ยวสโลวัก รถจักรยานยนต์ล้มเอง บาดเจ็บเล็กน้อย | TOPNEWS

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวเขต 5 (เกาะลันตา) ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวสโลวาเกียประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มเอง บริเวณ สามแยกสะพานไทร ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่

    เจ้าหน้าที่รีบเข้าช่วยเหลือทันที พบผู้บาดเจ็บเป็นนักท่องเที่ยวชาวสโลวาเกีย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการล้มจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมประสานหน่วยแพทย์เพื่อดูอาการเพิ่มเติม

    ตำรวจท่องเที่ยวย้ำเตือนนักท่องเที่ยวให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะบริเวณทางแยกและเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย พร้อมแนะนำให้ติดตามข้อมูลและขอความช่วยเหลือผ่าน สายด่วน Call Center 1155, TPB Application หรือ Tourist Police App

    ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1391598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1vRjlbpDJc-1coMsAnR-PH

  • ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยน้ำท่วมดูแลสถานีฐานสิงห์บุรี หลังพนังกั้นน้ำพัง รับมือน้ำทะลัก

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยน้ำท่วมดูแลสถานีฐานสิงห์บุรี หลังพนังกั้นน้ำพัง รับมือน้ำทะลัก

    ไอที

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยน้ำท่วมดูแลสถานีฐานสิงห์บุรี หลังพนังกั้นน้ำพัง รับมือน้ำทะลัก

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 07.03 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ลุยน้ำท่วมดูแลสถานีฐานสิงห์บุรี หลังพนังกั้นน้ำพัง รับมือน้ำทะลัก

    หนุนสัญญาณ 5G, 4G คงคุณภาพต่อเนื่องร่วมบรรเทาความเดือดร้อนเพื่อประชาชน

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ลงพื้นที่ตรวจสอบและดูแลโครงข่ายสัญญาณมือถืออย่างต่อเนื่องหลังหลายจังหวัดในภาคกลาง อาทิ สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท และอ่างทอง เป็นต้น โดยเฉพาะในจังหวัดสิงห์บุรี หลังประสบเหตุพนังกั้นน้ำพังทำให้ประสบปัญหาน้ำทะลักเพิ่มรุนแรง โดยทีมวิศวกรเครือข่ายได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินแผนรับมือภัยน้ำท่วมเพื่อให้บริการสื่อสารของประชาชนสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ส่งทีมเน็ตเวิร์กลงสำรวจสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัดภาคกลางที่ยังคงประสบน้ำท่วมต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุพนังกั้นน้ำพังทลายบริเวณอำเภออินทร์บุรี ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เพิ่มเติม ทีมเน็ตเวิร์กของทรูจึงนำเรือเข้าตรวจสอบสถานีฐานใกล้วัดดอกไม้ สิงห์บุรีที่น้ำท่วมสูง พบว่าอุปกรณ์สื่อสารหลักยังคงทำงานได้ตามปกติ แต่เพื่อความมั่นใจจึงได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยระบบไฟฟ้า และได้ประสานการไฟฟ้าภูมิภาคเข้าดูแล เพื่อป้องกันผลกระทบไฟรั่วต่างๆ หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น

    ในส่วนของมาตรการฉุกเฉิน ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดเตรียมการรองรับสถานการณ์อย่างรอบด้าน ทั้งการเสริมเครื่องปั่นไฟและน้ำมันสำรอง รวมถึงแบตเตอรี่สำรองในกรณีไฟฟ้าถูกตัดจากน้ำท่วม พร้อมจัดเตรียมรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (Cell on Wheels: COW) เพื่อเสริมสัญญาณในจุดวิกฤต ตลอดจนจัดทีมซ่อมบำรุงฉุกเฉิน ยานพาหนะ 4WD และเรือท้องแบน เพื่อเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

    ขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ BNIC ของทรู ยังคงทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ระบบ AI Network Monitoring ตรวจสอบและบริหารเครือข่ายแบบเรียลไทม์ เพื่อให้โครงข่ายสื่อสารทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องด้วยประสิทธิภาพสูงสุดทุกสถานการณ์

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ยืนยันความพร้อมในการดูแลประชาชนในทุกสถานการณ์ โดยยังคงทำงานร่วมกับสำนักงาน กสทช. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และรักษาความต่อเนื่องของระบบสื่อสารในช่วงวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/454453&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_1-45vK1OqlQJ94LDr1OA