Blog

  • สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขจ้างงาน 20 พ.ย.นี้ หลังชัตดาวน์ 43 วัน : อินโฟเควสท์

    สหรัฐฯ เตรียมเผยตัวเลขจ้างงาน 20 พ.ย.นี้ หลังชัตดาวน์ 43 วัน : อินโฟเควสท์

    กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เตรียมเผยแพร่ตัวเลขการจ้างงานและการว่างงานของเดือนก.ย. ในวันพฤหัสบดีหน้า (20 พ.ย.) ล่าช้าไปประมาณหนึ่งเดือนครึ่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสิ้นสุดช่วงขาดข้อมูลเศรษฐกิจอันเกิดจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางหรือชัตดาวน์เป็นเวลา 43 วัน

    ช่วงที่ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลสถิติส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ภาคธุรกิจ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ไม่สามารถประเมินภาวะเงินเฟ้อ การสร้างงาน การเติบโตของ GDP และตัวชี้วัดอื่น ๆ ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตั้งแต่ปลายฤดูร้อน

    นักวิเคราะห์จากบริษัทการเงินเจฟเฟอรีส์ (Jefferies) ระบุในบทความเมื่อวันศุกร์ (14 พ.ย.) ว่า รายงานมากกว่า 30 ฉบับจากสำนักงานสถิติแรงงานของกระทรวงแรงงาน และสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจและสำมะโนของกระทรวงพาณิชย์ ถูกเลื่อนการเผยแพร่เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมือง

    ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้เผยแพร่รายงานประจำสัปดาห์เกี่ยวกับจำนวนชาวอเมริกันที่ลงทะเบียนขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องกันเป็นเวลา 7 สัปดาห์แล้ว โดยรายงานดังกล่าวถือเป็นตัวบ่งชี้เบื้องต้นที่สำคัญสำหรับแนวโน้มของตลาดแรงงาน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/546110&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2wjWFKwsl8RxKa7xDAAalz

  • โฆษกรัฐบาลยืนยัน คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ…

    โฆษกรัฐบาลยืนยัน คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 ยังไม่เริ่ม อยู่ระหว่างออกแบบระบบ…

    วานนี้ (14 พฤศจิกายน) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมายืนยันและชี้แจงต่อกระแสข่าวออนไลน์ที่ระบุว่า รัฐบาลได้ประกาศเริ่มโครงการ คนละครึ่ง พลัส เฟส 2 แล้ว โดยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

    สิริพงศ์กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ในปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินโครงการในเฟส 1 และยังไม่มีการกำหนดรายละเอียดของการดำเนินโครงการในเฟส 2 แต่อย่างใด

    ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบระบบและแนวทางจัดสรรสิทธิเท่านั้น โดยเน้นย้ำว่า หากมีข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นทางการเกี่ยวกับการดำเนินงานในเฟส 2 รัฐบาลจะประกาศให้ประชาชนทราบผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เช่น เว็บไซต์กระทรวงการคลัง (mof.go.th) หรือเว็บไซต์โครงการคนละครึ่ง พลัส (www.คนละครึ่งพลัส.com)

    โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้เตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการที่เชื่อถือได้ เนื่องจากปัจจุบันมีข่าวปลอมเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการของรัฐบาลจำนวนมาก ซึ่งสร้างความสับสนเป็นวงกว้าง

    ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่ง พลัส ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนตุลาคม 2568 ดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน เนื่องจากประชาชนมีความคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากนโยบายดังกล่าว

    สำหรับผลการดำเนินงานของ เฟส 1 ข้อมูล ณ วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เวลา 23:00 น. พบว่า:

    • มียอดการใช้จ่ายสะสมรวมทั้งสิ้นกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท
    • มีประชาชนใช้สิทธิครบเต็มจำนวนแล้ว 626,036 ราย

    ประชาชนที่ได้รับสิทธิเฟส 1 ยังคงสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ผ่าน G Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง ทั้งกับร้านค้าปกติและผ่าน Food Delivery Platform โดยในแต่ละวันไม่จำเป็นต้องใช้จ่ายให้เต็มสิทธิ 200 บาท

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/klk-plus-phase-2-not-started/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J37YC5XsNIIQNsOiNr7JU

  • ดัชนีเชื่อมั่นเดือนต.ค.ฟื้น รับคนละครึ่ง เลือกตั้งสะพัดเงินค้ำศก.ปีหน้า

    ดัชนีเชื่อมั่นเดือนต.ค.ฟื้น รับคนละครึ่ง เลือกตั้งสะพัดเงินค้ำศก.ปีหน้า

    v.prd:0.0.146

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1005.mcot.net/news1005/th/news/list/132187&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02Hyh4CE5lMAWBrYdFudeW

  • ‘ปูขาว-นครศรีโมเดล’ พลิกวิกฤตบ่อกุ้งร้าง-สู่ธุรกิจปูขาวเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    ‘ปูขาว-นครศรีโมเดล’ พลิกวิกฤตบ่อกุ้งร้าง-สู่ธุรกิจปูขาวเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    ‘ปูขาว-นครศรีโมเดล’ พลิกวิกฤตบ่อกุ้งร้าง-สู่ธุรกิจปูขาวเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

    วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.34 น.

    ‘ปูขาว-นครศรีโมเดล’ พลิกวิกฤตบ่อกุ้งร้าง-สู่ธุรกิจปูขาวเศรษฐกิจยั่งยืน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการวิจัย ‘การขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูขาวเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง’ โดย ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ และคณะ มทร.ศรีวิชัย ภายใต้การสนับสนุนของ บพท. ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเปลี่ยนพื้นที่บ่อกุ้งทิ้งร้างกว่า 44,000 ไร่ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง (อ.หัวไทร, อ.ปากพนัง, อ.เมือง) จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้กลายเป็นแหล่งผลิตปูขาวที่มีคุณภาพ

    โดยโครงการนี้เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยเดิมที่ชื่อว่า ‘ปูขาว-นครศรีโมเดล’ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างชุดความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาการเลี้ยงปูทะเลแบบเดิมที่มีอัตรารอดต่ำเพียง 15-20% ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน

    ซึ่งโครงการได้พัฒนาชุดความรู้ที่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดผลลัพธ์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน เห็นได้จาก 1.)อัตราการรอดตาย (ปูไซส์ตลาด) จากเดิมอยู่ที่ 15–20% กลายเป็น 60–80% และ 2.)รายได้ผู้ประกอบการจากเดิมที่ไม่แน่นอน เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 100%

    อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากโดยรวมของกระบวนการโครงการวิจัยดังกล่าว จะพบว่าในส่วนของผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดอัตราผลตอบแทนการลงทุน (ROI) จะอยู่ในระดับที่สูงถึง 522.15% ขณะที่ผลกระทบทางสังคม (SROI) ก็อยู่ในระดับสูงถึง 4.1

    ในปี 2568 โครงการได้เข้าสู่ระยะขยายผล โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบเครือข่ายแม่ข่าย-ลูกข่าย เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบชุมชนขับเคลื่อน (Community-Driven Technology Transfer) ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ และมีกลุ่มเป้าหมายรวม 120 ครัวเรือน (แม่ข่าย 16 ครัวเรือน และลูกข่าย 104 ครัวเรือน)

    โดยเกษตรกรผู้มีประสบการณ์จากโครงการเดิม (แม่ข่าย/นวัตกร) ทำหน้าที่เป็นผู้นำกลุ่ม ถ่ายทอดชุดความรู้ Standard Operating Procedure (SOP) การผลิตปูขาว และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น (เช่น การเลี้ยงแบบใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง) ให้แก่เกษตรกรรายใหม่ (ลูกข่าย) ซึ่งเกษตรกรลูกข่ายสามารถบรรลุรายได้สุทธิเกิน 60,000 บาทต่อปี ขณะที่แม่ข่ายคาดว่าจะมีรายได้สุทธิสูงถึง 350,000 บาทต่อปี (คำนวณจาก 2 รอบการเลี้ยง)

    ซึ่งข้อมูลชุดความรู้และ SOP การผลิตปูขาวได้รับการยอมรับจาก สำนักงานประมงจังหวัด และกรมประมง เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการส่งเสริมอาชีพให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะการปรับนากุ้งทิ้งร้างมาเป็นบ่อเลี้ยงปูขาว และสอดคล้องกับแนวทางการกำหนดปูขาวเป็นสัตว์เป้าหมายของกรมประมง นอกจากนี้รูปแบบการเลี้ยงเน้นการรักษาสมดุลทางนิเวศ โดยใช้จุลินทรีย์สังเคราะห์แสงเป็นหลัก ทำให้การผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดสารเคมีและยาปฏิชีวนะ

    นอกจากนี้ ผลจากงานวิจัยได้ก่อให้เกิด ‘นิเวศธุรกิจปูขาว’ ที่ครบวงจรในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ปูขาวกลายเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจใหม่ที่ยั่งยืน และคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมในห่วงโซ่ธุรกิจปูขาวไว้ที่ประมาณ 19-20 ล้านบาทต่อปี

    ////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/928087&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zeXazgVvRPpoVJJXg8i1R

  • ม.หอค้าไทย คาดเงินหาเสียง 5 หมื่นล. ปลดล็อกขายเหล้า สะพัด 2 หมื่นล. ต่อปี “คนละครึ่งพลัส” ดึงผู้บริโภค ดีขึ้รอบ 9 ด.

    ม.หอค้าไทย คาดเงินหาเสียง 5 หมื่นล. ปลดล็อกขายเหล้า สะพัด 2 หมื่นล. ต่อปี “คนละครึ่งพลัส” ดึงผู้บริโภค ดีขึ้รอบ 9 ด.

    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สำหรับเศรษฐกิจปี 2569 ยังประเมินได้ยาก เพราะเป็นรอยต่อจากการยุบสภา สุญญากาศช่วงการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ คาดใช้เวลา 60 วัน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฟสต่อไปก่อนยุบสภา ประกอบกับความกังวลต่อปัจจัยเดิมๆ ทั้งความกังวลสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ผลการเจรจาภาษีทรัมป์ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนอยู่ในขั้นตอนใดและมีกระทบแค่ไหน ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และน้ำท่วมที่คาดกว่ากระทบจีดีพี 0.2% ต่อไตรมาส และมาตรการคนละครึ่งพลัส เฟส2 จะเป็นรูปแบบใด ซึ่งขึ้นกับงบประมาณของรัฐด้วยว่าเฟส2จะได้ 4,000 บาทครบทุกคน หรือให้เฉพาะกลุ่มตกหล่น และเพิ่มอีกจำนวนให้กับกลุ่มเฟสแรก ต้องดูสูตรเฟส2ว่าเป็นอย่างไร แต่เพื่อส่งไม้ต่อให้เศรษฐกิจไตรมาสแรกปีหน้า 2569 ขยายตัวต่อจากไตรมาส 4 ปีนี้ ควรคงจำนวนเงินไม่ต่ำกว่าเฟสแรก พร้อมกับเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ จ้างงานตามสัญญา

    ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (CCI) อยู่ที่ระดับ 51.9 ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 9 เดือน และดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้บริโภคคาดหวังว่าเศรษฐกิจ จะฟื้นตัวได้จากนโยบายคนละครึ่งพลัส รวมกับนโยบายอื่น แต่ค่าดัชนียังต่ำกว่า 100 แสดงว่า ผู้บริโภค ยังกังวล ต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมที่ยังฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพที่สูงขึ้น

    “ที่น่าจับตาคือเงินหาเสียงเลือกตั้งจะเปลี่ยนโครงการพรรคจัดตั้งรัฐบาลและบริหารประเทศต่างจากเดิม คาดว่าเงินหาเสียงจะสูงมากแตะ 4-5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าปกติใช้จ่าย 3-4 หมื่นล้านบาท และแรงตุนจากมาตรการกระตุ้นปีใหม่ รวมถึงหลังตั้งรัฐบาลใหม่เชื่อว่าจะเร่งเติมเงินกระตุ้นจีดีพี ทางศูนย์พยากรณ์ฯจึงประเมินเศรษฐกิจปี 2569 ขยายตัวเกิน 2% ขณะที่หลายหน่วยงานมองว่าเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวย่อกว่าปีนี้ แต่แย่สุดก็ขยายตัว 1.6%” นายธนวรรธน์ กล่าว

    นายธนวรรธน์ กล่าวกรณีการปลดล็อกคำสั่งคณะปฏิวัติห้ามขายแอลกอฮอล์ 14.00-17.00 น. ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ว่า เป็นการส่งเสริมภาคท่องเที่ยวและสถานบันเทิง รวมถึงธุรกิจภาคกลางคืน โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ 1,000-3,000 ล้านบาทในช่วง 2 เดือนสุดท้ายปี 2568 และสะพัดกว่า 10,000-20,000 ล้านบาทต่อปีม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/110532&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04mGztxRY33nA60pbKpu1N

  • นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และรางวัลพิเศษ ICSTEM 2025

    นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และรางวัลพิเศษ ICSTEM 2025

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    นิสิตปริญญาโทจุฬาฯ คว้า Double Gold และ Special Award เวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติ ICSTEM 2025 ที่มาเลเซีย

    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับนายศรัณยู แมนสถิตย์ นิสิตปริญญาโทหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวสารสนเทศศาสตร์และชีววิทยาเชิงคอมพิวเตอร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ คว้ารางวัล Double Gold Medal และ Special Award จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมระดับนานาชาติ งาน International Competition on Science, Technology, Engineering and Mathmatics (ICSTEM) 2025 ระหว่างวันที่ 9 – 11 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จากผลงานนวัตกรรม “การค้นพบยีนเครื่องหมายจำเพาะใหม่ต่อชนิดของเซลล์ในข้าว โดยอาศัยขั้นตอนวิเคราะห์ข้อมูล scRNA-Seq มาตรฐาน” (Discovery of Novel Cell-Type Specific Marker Genes in Rice Based on A Standard scRNA-Seq Data Analysis Pipeline)

    ศรัณยู เปิดเผยว่า ปัจจุบันการวิเคราะห์ข้อมูลลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยว (Single-cell RNA sequencing data) ของพืชนิยมระบุชนิดของเซลล์โดยอาศัยข้อมูลของยีนเครื่องหมายจำเพาะ (marker gene) ในขณะที่ยีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ (cell-type specific marker gene) สำหรับข้าวที่มีอยู่ในฐานข้อมูลนั้นยังคงมีจำกัด ผลงานนวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีในฐานข้อมูล โดยอาศัยเครื่องมือและวิธีการทางชีวสารสนเทศศาสตร์
    ศรัณยูเผยถึงจุดเด่นของนวัตกรรมเนี้ว่าป็นการใช้เครื่องมือและวิธีการทางชีวสารสนเทศศาสตร์ในการทำนายหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่าการค้นหาโดยตรงในห้องปฎิบัติการ นอกจากนี้ยังสามารถนำนวัตกรรมนี้ไปใช้เพื่อคัดกรองหายีนเครื่องหมายจำเพาะต่อชนิดของเซลล์จากข้อมูลลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยวได้

    ทั้งนี้ นวัตกรรมเรื่องนี้เป็นผลงานความสำเร็จของคณะผู้วิจัยประกอบด้วย นายศรัณยู แมนสถิตย์ นิสิตปริญญาโทหลักสูตรสหสาขาวิชาชีวสารสนเทศศาสตร์และชีววิทยาเชิงคอมพิวเตอร์ บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ รศ.ดร.กิติพร พลายมาศ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ วิดยา ฟาจาไรนี นิสิตปริญญาเอกภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้การดูแลของ ศ.ดร. ศุภจิตรา ชัชวาลย์ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม
    นวัตกรรมนี้เป็นผลงานภายใต้โครงการความร่วมมือวิจัยเรื่อง “การศึกษาการตอบสนองต่อภาวะแล้งของข้าวด้วยเทคโนโลยีลำดับอาร์เอ็นเอแบบเซลล์เดี่ยว” ระหว่าง ศ.ดร.ศุภจิตรา ชัชวาลย์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และ Prof. Luca Comai, Plant Biology and Genome Center, University of California, Davis

    จุฬาฯ มีลักษณะของความเป็นพี่น้อง ความอบอุ่น เป็นสังคมที่อยากอนุรักษ์ไว้

    ศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/271480/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YNheOJxYNkeAQx0KdpYkx

  • หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 – OBEC

    หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 – OBEC

    คณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดรับสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาต่อหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายเพื่อการบริหารการพัฒนา รุ่นที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2568  ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจหลักสูตรดังกล่าว สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ https://law.nida.ac.th/how-to-apply-phd/ และลงทะเบียนสมัครได้ที่ลิงก์ https://admission.nida.ac.th/programs?faculty_code=GSL       

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.obec.go.th/th/22091&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uVQwjM0Ly77fULLRZ16ek

  • เปิดใจนักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง  – BBC News ไทย

    เปิดใจนักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง – BBC News ไทย

    “ฉลามตัวนี้ไว้ชีวิตผม” นักชีววิทยาผู้ถูกฉลามกัดเผยยังหวังว่าจะพบมันอีกครั้ง

    เมาริซิโอ โฮโยส มองมาที่กล้องถ่ายภาพ ขณะที่ถือถ้วยรางวัล

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    คำบรรยายภาพ, เมาริซิโอ โฮโยสใช้เวลากว่า 30 ปี ในการศึกษาพฤติกรรมของฉลามชนิดต่าง ๆ
      • Author, ราฟาเอล อาบูไซเบ
      • Role, บีบีซีมุนโด (แผนกภาษาสเปน)

    เมาริซิโอ โฮโยสยังคงจดจำความรู้สึกถึงแรงกดทับลงบนกะโหลกศีรษะของเขาขณะที่ถูกฉลามตัวใหญ่ยาวกว่า 3 เมตรงับใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอส

    ฉลามตัวนี้พุ่งเข้ามายังตัวเขาด้วยความเร็วอย่างน่าประหลาดใจ ไม่ให้เวลาเขาได้ก้มหัวลงในความพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อปกป้องเส้นเลือดใหญ่ของเขา

    “เมื่อเข้าใกล้ขากรรไกรของมัน ผมรู้สึกได้ถึงแรงกดจากการกัดของมัน หลังจากนั้น ตอนที่ผมคิดว่ามันจะงับครั้งที่สอง แต่เมื่อมันอ้าปากขึ้นอีกครั้ง มันก็ปล่อยผมไป” โฮโยสบอกกับบีบีซีมุนโดจากบ้านพักของเขาในเมืองบาฮา แคลิฟอร์เนีย ในเม็กซิโก หลังจากที่เขารอดชีวิตมาจากเหตุการณ์เฉียดตายครั้งนั้นได้เพียงเดือนเศษ

    โฮโยสเป็นนักชีววิทยาทางทะเลที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ในการศึกษาฉลามในถิ่นที่มันอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งเหตุไม่คาดฝันดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่เขาเดินทางไปทำการวิจัยในประเทศคอสตาริกาเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

    ในช่วงเวลาไม่ถึงสองเดือนต่อมา ใบหน้าของเขายังมีร่องรอยของบาดแผลที่เกิดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่เขาก็อธิบายว่า การฟื้นตัวของเขาถือว่า น่าทึ่งอย่างมาก แม้กระนั้นเขายังมีความหวังที่จะได้เผชิญหน้ากับฉลามตัวที่โจมตีเขาอีกครั้ง

    เมาริซิโอ แสดงรอยแผลเป็นที่ด้านซ้ายของแก้มของเขา ที่ถูกฉลามโจมตีใกล้กับหมู่เกาะกาลาปากอส

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสเรียกรอยแผลที่ฉลามฝากเอาไว้ว่า “แผลเป็นจากการต่อสู้ที่ดูเหมือนกับเหงือก”

    สำหรับโฮโยสแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนั้นในน่านน้ำนอกชายฝั่งเกาะโคคอส เป็นผลจากพฤติกรรมปกติของสัตว์ เมื่ออยู่ในภาวะเผชิญหน้ากับสิ่งที่มันคิดว่าเป็นภัยคุกคาม

    “ในกรณีนี้ การถูกกัดก็คล้าย ๆ กับที่ถูกสุนัขกัด” เขากล่าวเปรียบเปรย

    “คุณเคยเห็นวิธีการที่สุนัขกัดหรือเปล่า เมื่อสุนัขตัวหนึ่งเข้าใกล้สุนัขอีกตัวมากเกินไป มันจะก็จะงับอย่างไวใช่ไหม มันไม่ได้จะทำให้อีกตัวบาดเจ็บ แต่มันต้องการทำให้สุนัขอีกตัวสงบลงหรือหยุดลงนั่นเอง”

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 23 ก.พ.- 8 มี.ค. 2530

    • The image shows woman in front of a colourful assortment of sweets and treats.

    • .

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    โฮโยส ซึ่งเดินทางไปร่วมกับเพื่อนร่วมงานติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณเสียง หรือเรียกว่า “อาคูสติก แท็ก” (acoustic tag) บนตัวฉลามเพื่อช่วยระบุแหล่งผสมพันธุ์และวางไข่ของพวกมัน ได้รับการแจ้งเตือนจากนักท่องเที่ยวว่ามีฉลามอยู่ในน้ำ

    ตำแหน่งในตอนนั้นของเขาอยู่ที่ระดับความลึกอยู่ที่ 40 เมตร โฮโยสแจ้งกับกัปตันเรือที่เขาอยู่ว่าเขาจะอยู่ที่นั่น “นานสุดห้านาที”

    จากนั้นเขาก็ลงไปในน้ำและเริ่มดำดิ่งลงอย่างช้า ๆ

    ฉลามตัวหนึ่งว่ายน้ำใกล้กับผิวน้ำทะเล

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ฉลามที่อาศัยบริเวณหมู่เกาะกาลาปากอสสามารถมีขนาดลำตัวยาวได้ถึง 3 เมตร

    โฮโยสย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาเผชิญหน้ากับฉลามตัวดังกล่าวว่า “ฉลามยักษ์ตัวเมียตัวนี้ มีความยาวระหว่าง 3 ถึง 3.5 เมตร ว่ายน้ำผ่านไปและมุ่งหน้าลงสู่ก้นทะเล ผมจึงเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อติดแท็กที่โคนครีบหลังของมัน”

    ทว่าโฮโยส ผู้ที่ผ่านการติดแท็กดังกล่าวให้กับฉลามหลากหลายประเภทมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษในเส้นทางอาชีพของเขา บอกว่า ฉลามตัวนี้มีปฏิกิริยาตอบโต้แตกต่างจากฉลามตัวอื่น ๆ

    “เป็นที่ชัดเจนกว่า หัวโลหะที่ใช้ยึดติดกับสายเคเบิลจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า โพรพ (probe) เข้าที่แล้ว และต่างจากฉลามตัวอื่น ๆ ที่ผมติดแท็กให้มันแล้วมันก็จะหนีไปทันที ฉลามตัวนี้กลับหมุนตัวกลับมาและจ้องตามาที่ผม” เขาย้อนเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น

    “ผมมองเห็นตาเล็ก ๆ ที่เธอมองมาที่ผม แล้วเธอก็หันกลับมาอย่างใจเย็น”

    เมาริซิโอโชว์อุปกรณ์ที่เรียกรวมว่า

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสและเพื่อนร่วมงานของเขาติดแท็กนี้ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า โพรพ อย่างที่เห็นอยู่นี้

    โฮโยสบอกว่าเขาจ้องมองฉลามขณะที่มันว่ายหนี แต่ทันใดนั้น มันก็พุ่งเข้าใส่เขาอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ

    “ผมก้มหัวลง และสิ่งที่ผมรู้สึกคือขากรรไกรล่างของมันจิกเข้าที่แก้มผม และขากรรไกรบนของมันจิกเข้าที่หัวผม ผมนึกภาพอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้อยู่ในนั้นอีกแล้ว อยู่ในขากรรไกรของมัน แล้วมันก็อ้าปากอีกครั้ง”

    “ตอนที่มันหุบปากลง ผมรู้สึกถึงแรงกดของรอยกัด แล้วมันก็ปล่อยผมไป” เขาแสดงความประหลาดใจ

    ฟันหยัก 29 ซี่ของฉลามกาลาปากอสไม่เพียงแต่ทำให้โฮโยสมีบาดแผลลึกที่ใบหน้าและศีรษะเท่านั้น แต่ยังทำให้สายออกซิเจนของอุปกรณ์ดำน้ำของเขาขาดอีกด้วย

    เขารอดชีวิตจากการโจมตีของฉลาม แต่ก็ได้รับบาดเจ็ดถึงขั้นอันตรายถึงชีวิต

    นอกจากนี้ ฟันซี่หนึ่งยังทำให้แว่นนิรภัยของเขาฉีกขาด และน้ำที่เจือปนเลือดก็ยิ่งทำให้ทัศนวิสัยที่จำกัดอยู่แล้วของเขาพร่ามัวลงไปอีก

    “เมื่อผมรู้ตัวว่าไม่มีลมออกมาจากสายยาง ผมจึงหยิบสายยางเส้นที่สองที่เรามีอยู่ ซึ่งเราเรียกว่า หมึกยักษ์ ใช้สำหรับให้ลมแก่ผู้อื่นเมื่อพวกเขาต้องการ” เขากล่าวกับบีบีซีมุนโด

    “แต่แล้วผมก็รู้ตัวว่าตัวควบคุมแรงดันไม่ทำงาน มันกลับเป่าลมออกแทนที่จะควบคุมแรงดัน ผมจึงต้องจำบทเรียนที่ฝึกมา แล้วเริ่มควบคุมมันด้วยริมฝีปาก”

    เขาคำนวณว่าเขามีเวลาไม่ถึงนาทีที่จะขึ้นสู่ผิวน้ำขณะที่มีเลือดออกมา ตาบอด และอากาศก็รั่วออกมา

    “เนื่องจากผมมองไม่เห็นอะไรเลย สิ่งที่ผมทำคือมองหาแสงที่ผมรู้ว่าคือผิวน้ำ ผมเริ่มว่ายน้ำขึ้นไปในทิศทางที่สอดคล้อง เพราะผมต้องการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่ไม่สม่ำเสมอซึ่งจะดึงดูดฉลาม”

    โฮโยสต้องใช้บทเรียนทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการดำน้ำหลายปีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตี

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    คำบรรยายภาพ, โฮโยสต้องใช้บทเรียนทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการดำน้ำหลายปีเพื่อเอาชีวิตรอดจากการโจมตี

    หลังจากที่โฮโยสโผล่ขึ้นพ้นน้ำ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดึงเขาขึ้นเรือ และเมื่อกัปตันเห็นอาการของเขา เขาจึงโทรแจ้งสถานีเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อรายงานเหตุการณ์

    โฮโยสอธิบายว่าเขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บจนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่

    “แน่นอนว่าผมมีอะดรีนาลีนในร่างกาย แต่การถูกกัดไม่ได้เจ็บมาก สิ่งที่เจ็บที่สุดคือแรงกระแทก ตอนที่ฉลามกัดผม ซึ่งลำตัวมันยาว 3 เมตรและด้วยความเร็วขนาดนั้น มันเหมือนกับถูกรถชน ที่จริงแล้ว ผมมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่ทั่วขากรรไกร ทีแรกผมคิดว่ามันหัก”

    เมื่อพวกเขาเทียบท่า ทีมแพทย์ฉุกเฉินก็พร้อมที่จะให้การดูแลฉุกเฉินแก่เขา

    โฮโยสโชคดีมาก นอกจากจะรอดชีวิตจากการโจมตีและการขึ้นสู่บนบกแล้ว บาดแผลของเขายังไม่ติดเชื้อ และกระบวนการรักษาก็ใช้เวลาน้อยกว่าที่ใครจะคาดคิด

    “คุณหมอบอกผมว่ามันน่าทึ่งมาก การโจมตีเกิดขึ้นในวันที่ 27 [ก.ย.] ผมต้องเดินทางเป็นเวลากว่า 34 ชั่วโมง พวกเขาทำการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่เสียหายออก และสองวันต่อมาพวกเขาก็ประเมินแล้วว่าสามารถทำการศัลยศาสตร์ตกแต่งได้หรือไม่”

    สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้มากสำหรับโฮโยส แพทย์ระบุว่าชายหนุ่มคนหนึ่งที่รอดชีวิตจากการถูกฉลามกาลาปาโกสโจมตีในพื้นที่เดียวกันเมื่อปี 2017 ต้องอยู่ในห้องออกซิเจนแรงดันสูงเกือบเดือน เพราะบาดแผลของเขาไม่หายดี

    “พวกเขาบอกผมว่าการฟื้นตัวของผมนั้นยอดเยี่ยมมาก หลังการผ่าตัด แพทย์สารภาพว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อมาก เพราะการที่บาดแผลอยู่บนใบหน้าของผมนั้นเหมือนเป็นเส้นทางตรงไปยังสมอง”

    Mauricio Hoyos crouches on a boat out at sea

    ที่มาของภาพ, Mauricio Hoyos

    โฮโยสยิ้มกว้างพลางพร้อมกล่าวเสริมว่าเขากำลังวางแผนที่จะกลับลงดำน้ำอีกครั้ง และได้จองทริปดำน้ำไว้แล้วในวันที่ 14 พ.ย. นี้

    และเขากล่าวว่าหลังจากรอดชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่เช่นนี้ เขาก็ยิ่งเคารพสัตว์ที่เขาศึกษามากขึ้นไปอีก

    “หลายคนคิดว่ามหาสมุทรจะดีกว่านี้หากไม่มีฉลาม แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาพูดแบบนั้นเพราะพวกเขาไม่เข้าใจบทบาทสำคัญของฉลามในการรักษาสมดุลอันบอบบางของพวกมัน”

    เขาชี้ไปที่รอยแผลเป็นขนาดใหญ่บนแก้มแล้วพูดว่า “นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า ฉลามเพศเมียตัวนี้ไว้ชีวิตผม ผมพูดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และนี่จะทำให้ผมสามารถพูดในแง่ดีเกี่ยวกับฉลามและสนับสนุนการอนุรักษ์ฉลามต่อไปในอนาคต”

    ขณะเดียวกัน ฉลามที่เคยงับโฮโยสในหมู่เกาะกาลาปากอสก็ยังคงดำรงชีวิตตามธรรมชาติต่อไปในห้วงน้ำลึก และเขาหวังว่าจะได้เห็นมันอีกครั้ง และเนื่องจากเขาสามารถทำเครื่องหมายไว้ได้ก่อนที่มันจะโจมตีเขา ความเป็นไปได้นั้นจึงมีอยู่

    “ในเดือน ม.ค. ผมจะไปที่เกาะโคโคส เรามีทริปตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 27 และแน่นอนว่าผมจะไปที่โรคา ซูเซีย [สถานที่เกิดเหตุโจมตี] ผมจะดำน้ำลงไปที่นั่น” เขากล่าวอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านใด ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cd9k55p2v93o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xwijlpF18Uy5tzFHK232q

  • DPU เนื้อหอม! เปิดบ้านคึกคัก! “OPEN HOUSE 2025” ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ไร้ข้อจำกัด

    DPU เนื้อหอม! เปิดบ้านคึกคัก! “OPEN HOUSE 2025” ปลุกศักยภาพ เปลี่ยนอนาคต ไร้ข้อจำกัด

    มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดบ้านจัด “DPU OPEN HOUSE 2025: UNLOCK ตัวตน ค้นพบตัวจริง”  ได้รับความสนใจจากนักเรียนที่มาค้นพบตัวเอง และอยากพัฒนาศักยภาพแบบรายบุคคล โดยได้ทดลองค้นหาศักยภาพผ่าน “ระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อค้นหาตัวเอง” เวิร์กชอป 5 กลุ่มอาชีพยุคใหม่ พร้อมพบอาจารย์–รุ่นพี่พาทัวร์ห้องเรียนจริง

    DPU จัดกิจกรรม “DPU OPEN HOUSE 2025: UNLOCK ตัวตน ค้นพบตัวจริง ปลุกศักยภาพ ค้นหาเส้นทางที่ใช่ วางแผนอนาคตที่เลือกได้เอง” ระหว่างวันที่ 13–15 พฤศจิกายน 2568 ภายในงาน น้อง ๆ จะได้ร่วมทดลองค้นหาศักยภาพและความถนัดของตนเองผ่านกิจกรรม Workshop และเส้นทางการเรียนในวิทยาลัยหรือคณะและสาขาวิชาต่าง ๆ ภายใต้ 5 กลุ่ม หลัก ได้แก่ Innovation, Social, Global, Creative และ Wellness ซึ่งสะท้อนความพร้อมของมหาวิทยาลัยในการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้สอดคล้องกับเทรนด์อาชีพใหม่ในอนาคต โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอาชีวศึกษา  หลายคนได้สมัครลงทะเบียนเรียนทันที

    ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า   การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศและทำความรู้จักกับคณาจารย์ นักศึกษา ห้องปฏิบัติการ ห้องเรียนของ วิทยาลัยหรือคณะสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัย โดย “ได้ทดลองสัมผัสบรรยากาศจริงก่อนตัดสินใจ” เพื่อให้น้อง ๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตนเองและเลือกเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับอนาคตที่ต้องการอย่างแท้จริง มหาวิทยาลัยย้ำกับทุกคณะ และวิทยาลัยว่า อยากให้นักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์แบบครบทุกมิติ ทั้งสภาพแวดล้อมการเรียนรู้จริง การวางแผนอาชีพ การทำเวิร์กชอปค้นหาความถนัด ได้พูดคุยกับอาจารย์ผู้สอน และการรับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่พาทัวร์คณะและห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้สัมผัสนิทรรศการใหม่ ภายใต้ Potentialigence Center ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพ ที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่มองศักยภาพมนุษย์ออกไปไกลกว่า ‘เกรดเฉลี่ย’ และ ‘ทักษะวิชาการ’ เพื่อช่วยให้นักเรียนมองเห็นศักยภาพตัวเองได้ชัดเจนขึ้น

    “เราต้องการให้นักเรียนได้ค้นพบตัวตนอย่างแท้จริง เห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน และรู้ว่าศักยภาพของตัวเองสามารถเติบโตได้อย่างไรในอนาคต เราเชื่อว่าการศึกษาไม่ใช่แค่ความรู้ในห้องเรียน แต่คือการสร้างประสบการณ์และโอกาส ที่ทำให้ผู้เรียนพร้อมสำหรับโลกแห่งการทำงาน รูปแบบกิจกรรมแบบลงมือทำจริงนี้ ช่วยให้นักเรียนเข้าใจทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น การคิดวิเคราะห์ การประยุกต์เทคโนโลยี การทำงานร่วมกับทีม ความคิดสร้างสรรค์ และความพร้อมทางอาชีพ ทำให้ผู้เรียนมั่นใจมากขึ้นในการเลือกคณะที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า DPU กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยที่ตอบโจทย์ผู้เรียนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง และสอดรับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”อธิการบดี DPU กล่าว และเพิ่มเติมว่า DPU ขอขอบคุณทุกโรงเรียน ครูผู้ดูแล ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนที่ให้ความสนใจและร่วมสร้างประสบการณ์ดี ๆ ในงาน OPEN HOUSE 2025  ทั้งนี้ DPU จะเดินหน้าพัฒนาระบบการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนศักยภาพของนักศึกษาให้เติบโตและก้าวหน้าได้อย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าสร้างพื้นที่แห่งโอกาสทางการศึกษาที่ดียิ่งต่อไป

    นางสาวศิรินภา มหาสิน และนางสาวนิศามณี อักษร นักศึกษาชั้น ปวช.จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาดุสิตพณิชยการ นนทบุรี ซึ่งได้ชักชวนกันมาร่วมกิจกรรม OPEN HOUSE ตั้งแต่วันแรก เปิดเผยว่า ตนทั้งสองคนติดตามข้อมูลคณะและวิชาที่เปิดสอนของ DPU ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด เมื่อรู้ว่า DPU จัดกิจกรรมเปิดบ้านจึงชักชวนกันมาทันที เพราะมีรุ่นพี่ให้คำแนะนำว่าการเรียนการสอนที่ DPU เน้นการลงมือปฏิบัติจริง และได้เรียนรู้จากผู้ประกอบการในตลาดแรงงานที่เป็นพาร์ตเนอร์กับทาง DPU ด้วย โดยนางสาวศิรินภาระบุว่า จะกลับไปหารือกับผู้ปกครองอีกครั้ง ซึ่งหลังเข้าร่วมกิจกรรมมีแนวโน้มที่จะเลือกเรียนที่ CIBA DPU แล้วมากกว่า 70% ขณะที่นางสาวนิศามณี กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม OPEN HOUSE สนใจเรียนทางด้านบริหารธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจของครอบครัว แต่ค้นพบว่าตนเองชื่นชอบคณะนิเทศศาสตร์ด้วย หลังจากร่วมทำกิจกรรมกับพี่ ๆ จึงจะกลับไปทบทวนอีกครั้งว่าจะเลือกเรียนต่อคณะใดของ DPU

    ด้าน นายนภดล เคนประทุม ประธานนักศึกษาของคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ในวันนี้มีน้อง ๆ เข้าร่วมกิจกรรมในบูทต่าง ๆ โดยเฉพาะที่คณะของตนอย่างมากมาย ตนเชื่อว่าน้อง ๆ จะได้รับทั้งความรู้ และประสบการณ์ที่มีคุณค่า ช่วยให้ ค้นพบเส้นทางที่ตนเองสนใจ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่างไรก็ตาม DPU เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนที่โดดเด่นด้วยคณาจารย์ที่ดูแลนักศึกษาอย่างอบอุ่น สภาพแวดล้อมสีเขียว การเรียนการสอนที่ผสาน AI อย่างเข้มข้น พร้อมห้องเรียนและอุปกรณ์ที่ทันสมัยครบครัน สามารถรองรับการเรียนรู้ของนักศึกษาได้อย่างเต็มศักยภาพ​

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/972237&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-n40zgHnu-v3wXpWUEDw1

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67636/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z4K22ieYUmPCwUQwmHTq3