Blog

  • กห.โต้กัมพูชา ยันสร้างพระพุทธรูปในอธิปไตยไทย

    กห.โต้กัมพูชา ยันสร้างพระพุทธรูปในอธิปไตยไทย

    วันนี้ (2 มิ.ย.2569) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วง อ้างไทยละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา ก่อสร้างพระพุทธรูป 36 องค์ ในหลายพื้นที่จังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย รวมทั้งติดตั้งเสาธง 2 ต้น ในจังหวัดพระวิหาร หลังการหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2568 ว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดที่ชัดเจนจากองทัพบก

    โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า การดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นไปตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม หรือ Joint Statement ที่ทำร่วมกับกัมพูชาทุกประการ และไทยไม่เคยละเมิดหรือทำผิดข้อตกลง ทั้งการวางกำลังทหาร วางแนวลวดหนาม และตู้คอนเทนเนอร์ เป็นไปตามข้อตกลงหลังหยุดยิง คืออยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น โดยไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องการเจรจาเขตแดน

    พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวต่อว่า การประท้วงของกัมพูชาเป็นการสร้างภาพและมีนัยทางการเมือง เพื่อหวังสร้างกระแสกดดันให้ไทยเปิดการเจรจาในระดับต่าง ๆ เร็วขึ้น หลังไทยจัดการเลือกตั้งและมีรัฐบาลเรียบร้อยมาระยะหนึ่งแล้ว

    ทางกัมพูชาเอง น่าจะพยายามเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้วยการสร้างกระแสรักชาติ ซึ่งเป็นวิธีการรูปแบบเดิมเมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นในประเทศ กัมพูชาก็มักจะสร้างกระแสรักชาติขึ้นมากลบ แต่ขอยืนยันว่า นโยบายของฝ่ายไทยยังไม่พร้อมเจรจา ซึ่งรมว.ต่างประเทศ พูดชัดเจนว่าหากกัมพูชายังมีการยั่วยุ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเจรจา เนื่องจากบรรยากาศไม่เอื้ออำนวย

    โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า การสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่ชายแดนไทย อยู่ในเขตอธิปไตยของไทยอย่างแน่นอน ซึ่งมีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ไม่มีทางที่ไทยจะไปรุกล้ำหรือสร้างพระพุทธรูปในพื้นที่กัมพูชา

    รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขวัญกำลังใจ เช่น การสร้างพระนาคปรกในพื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวของกัมพูชาในหลายกรณีช่วงนี้ เพราะหน่วยงานในส่วนต่าง ๆ ของกัมพูชา พยายามแสดงบทบาทของตนเองให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็น สะท้อนว่า เป็นช่วงที่กัมพูชาพยายามสร้างกระแสทางการเมือง

    อ่านข่าว :

    กกล.บูรพา ไลฟ์สด 24 ชั่วโมง ยันด่านชายแดนยังปิดตามมาตรการ

    กระบะชน “กระทิง” ตาย บนถนนเส้น 3052 วังน้ำเขียว

    ราคา “ทองคำ” เช้านี้ ลบ 300 บาท สงครามสหรัฐ-อิหร่านไม่จบ ตลาดกังวลราคาน้ำมันดิบ-เงินเฟ้อพุ่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506603&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw25WugcTZfPPoqnyQoAPZjK

  • “ดร.โอฬาร” ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยตรงจุด การจับจ่ายคึกคักทันตา ลั่นถือว่าเป็นการรับมือวิกฤตได้ดี | TOPNEWS

    “ดร.โอฬาร” ชี้ “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยตรงจุด การจับจ่ายคึกคักทันตา ลั่นถือว่าเป็นการรับมือวิกฤตได้ดี | TOPNEWS

    “ตอนนี้คิดว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลายเรื่องเริ่มคลี่คลาย ถ้ามองอย่างเป็นธรรม เรื่องพลังงานที่ก่อนหน้านี้มีคนวิจารณ์ว่าประเทศอาจขาดแคลนน้ำมัน แต่จนถึงวันนี้ไทยยังสามารถบริหารจัดการได้ดี ถือว่าเป็นการรับมือวิกฤตที่ทำได้ค่อนข้างดี” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

    พร้อมมองว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หรือปฏิบัติการทางการเมืองจากฝ่ายตรงข้ามอยู่เป็นปกติ แต่หากพิจารณาจากการทำงานโดยรวม รัฐบาลเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างชัดเจน

    รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า ระหว่างเดินทางจากจังหวัดชลบุรีเข้ากรุงเทพฯ พบว่าหลายร้านค้าติดป้าย ร้านนี้มีไทยช่วยไทยพลัส อย่างคึกคัก สะท้อนว่าโครงการสามารถกระตุ้นบรรยากาศการจับจ่ายได้จริง และยังสะท้อนอีกด้านว่าเศรษฐกิจฐานรากยังต้องการแรงกระตุ้นจากภาครัฐ

    “วิธีแก้แบบนี้ถือว่าแก้ถูกจุด เพราะเงินลงไปถึงการซื้อขายจริง ร้านค้ารายย่อยได้ประโยชน์ ประชาชนก็รู้สึกว่ามีกำลังซื้อกลับมา” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ยังเสนอว่ารัฐบาลไม่ควรประมาทกับความสำเร็จระยะแรก แต่ควรต่อยอดโครงการให้เกิดผลระยะยาว โดยเฉพาะการช่วยให้ผู้ประกอบการ SME สามารถใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพิ่มช่องทางการขาย สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน

    นอกจากนี้ ยังมองว่าโครงการลักษณะนี้สามารถต่อยอดไปสู่การสร้าง Big Data ของประเทศได้ เพราะข้อมูลการใช้จ่ายจะสะท้อนพฤติกรรมการบริโภคของประชาชนอย่างละเอียด ทั้งระดับรายได้ รูปแบบการใช้เงิน และสินค้าที่ได้รับความนิยม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต

    “วันนี้เทคโนโลยีช่วยให้รัฐเห็นได้ว่า คนมีรายได้ระดับไหน ใช้จ่ายอะไร วันละเท่าไร นิยมบริโภคสินค้าแบบไหน ถ้านำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์อย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้การวางโครงสร้างเศรษฐกิจแม่นยำขึ้นกว่าการใช้ตัวเลขภาพรวมแบบเดิม” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

    ขณะเดียวกัน ยังเสนอแนวคิดให้รัฐบาลสนับสนุนการสร้าง Influencer ระดับท้องถิ่น เพื่อช่วยขายสินค้าชุมชน โดยมองว่าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ละตำบลควรมีคนรุ่นใหม่ที่สามารถไลฟ์ขายสินค้า สร้างเรื่องราวให้สินค้า และเชื่อมผู้ผลิตกับผู้บริโภคโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

    “สินค้าบางอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ผลไม้ปลอดสาร หรือสินค้าพื้นถิ่น ถ้าสร้าง Story ได้ดี ใช้คนรุ่นใหม่ช่วยขายผ่านออนไลน์ มันจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้มาก” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

    พร้อมย้ำว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะทันทีที่เปิดระบบก็เกิดการใช้จ่ายจำนวนมาก โดยระบุว่าเพียง 3 ชั่วโมงแรกหลังเปิดใช้งาน มีเงินสะพัดกว่า 170 ล้านบาท สะท้อนว่าประชาชนรอคอยมาตรการลักษณะนี้อยู่แล้ว

    “เมื่อเศรษฐกิจฐานรากเริ่มหมุน SME เริ่มตั้งหลักได้ เสียงวิจารณ์รัฐบาลก็จะลดลง เพราะประชาชนสัมผัสผลได้จริง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฝ่ายค้านเองก็ต้องเร่งโจมตีโครงการ เพราะรู้ว่าถ้าโครงการเดินต่อและต่อยอดได้ เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวเป็นรูปธรรม” รศ.ดร.โอฬาร กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1590917&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2YE23ItLPdTBNqODlZGDUB

  • ออสเตรเลียปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% รับมือเศรษฐกิจไม่แน่นอน : อินโฟเควสท์

    ออสเตรเลียปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% รับมือเศรษฐกิจไม่แน่นอน : อินโฟเควสท์

    คณะกรรมาธิการคุ้มครองความยุติธรรมในการทำงานของออสเตรเลีย (FWC) ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศในอัตรา 4.75% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เล็กน้อย โดย FWC ระบุถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ

    ผู้พิพากษา อดัม แฮตเชอร์ ซึ่งทำหน้าที่ประธาน FWC ได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวในวันนี้ (2 มิ.ย.) โดยระบุว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่จะอยู่ที่ 1,004.90 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (719.90 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อสัปดาห์ หรือ 26.44 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อวัน โดยอัตราใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป

    แฮตเชอร์ระบุว่า RBA คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ เดือนมิ.ย. 2569 จะอยู่ที่ระดับ 4.8% และการที่จะลดช่องว่างของค่าจ้างที่แท้จริงได้ในขณะนี้นั้น จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างมากกว่า 5%

    ทั้งนี้ ประธาน FWC ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นที่น่าเสียดายว่าภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอนในปัจจุบันนั้น การอนุมัติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในระดับที่จะสามารถลดช่องว่างของค่าจ้างที่แท้จริงได้อย่างสิ้นเชิงนั้น ยังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง

    สำหรับการทบทวนค่าจ้างประจำปีนี้จัดทำขึ้นโดยคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปีงบประมาณ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ยื่นโดยกลุ่มนายจ้าง สหภาพแรงงาน และรัฐบาล ซึ่งแฮตเชอร์ระบุว่า การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานเกือบ 2.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.1% ของแรงงานทั้งหมด

    สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานในเดือนเม.ย.ปรับตัวลง 18,600 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 15,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 4.3% ในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

    ส่วนการจ้างงานเต็มเวลาลดลง 10,700 ตำแหน่ง และการจ้างงานพาร์ตไทม์ลดลง 7,900 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานลดลงแตะ 66.7%

    ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของออสเตรเลียเริ่มชะลอตัวลง อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และผลกระทบจากภาวะช็อกด้านพลังงานอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRH10IQ7SOAOXZMOLIJGVDCYF3H9QPEG&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u-eXSu0kflCUMVh-fKnRg

  • ‘ดร.โจ’ ยำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต ไม่เหลืออะไรไว้ ริด่ายันคนละครึ่งยุคลุงตู่

    ‘ดร.โจ’ ยำ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต ไม่เหลืออะไรไว้ ริด่ายันคนละครึ่งยุคลุงตู่

    2 มิ.ย. 2569-นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต คือกระตุ้นแล้วหมดไป ไม่ได้เหลืออะไรไว้ แล้วไม่ได้สร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่จะรองรับการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต 

    ที่ผ่านมา เราเห็นการกระตุ้นในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท มีการแจกคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส อะไรต่างๆ แต่อย่างที่เราเห็น เศรษฐกิจของประเทศไทยก็ยังโตต่ำ

    นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนคิดว่าการกระตุ้นระยะสั้นก็อาจจะจำเป็น แต่มันควรจะเป็นการกระตุ้นระยะสั้นที่ตรงเป้ามากกว่านี้ แต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า ว่าเราจะสร้างรายได้ให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นได้อย่างไร การกระตุ้นโดยการเอาภาษี ซึ่งคือเงินของประชาชนมาแจกให้กับประชาชน มันไม่ได้ช่วยให้รายได้ของประชาชนและรายได้ของคนไทยเติบโตขึ้น เป็นสิ่งที่อยากจะฝากบอกรัฐบาลให้คิดถึงระยะยาว ว่าจะทำอย่างไรให้รายได้ของคนไทยเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนมากกว่า.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1006832/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2f4MZXw12CqYq-_r7f7B5e

  • นายกฯเรียกรมต. ‘เศรษฐกิจ-ความมั่นคง’ หารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนประชุมครม. บอกคุยหลายเรื่อง | เดลินิวส์

    นายกฯเรียกรมต. ‘เศรษฐกิจ-ความมั่นคง’ หารือบนตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนประชุมครม. บอกคุยหลายเรื่อง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เข้ารายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคง ทั้งสถานการณ์ชายแดนใต้และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

    นอกจากนี้ยังมี คณะ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เข้ารายงานการเตรียมความพร้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พ.ศ. 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 69 เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

    รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และรมว.การอุดมศึกษาฯ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือกับนายกฯ ถึงประเด็นเศรษฐกิจก่อนประชุม ครม. ด้วย

    จากนั้นเวลา 10.10 น. ผู้สื่อข่าวถามว่าเรียกรัฐมนตรีเข้าพบบนตึกไทยคู่ฟ้าหลายคณะ มีการพูดคุยหารือเรื่องอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า หลายเรื่อง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5911550/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CNufNOwTFONmofowsOoY1

  • เทียบปอนด์ต่อปอนด์! ไม้ตายเศรษฐกิจ “5 แคนดิเดต” ชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. 69

    เทียบปอนด์ต่อปอนด์! ไม้ตายเศรษฐกิจ “5 แคนดิเดต” ชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. 69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/local-politics/151384&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2a1LfivzmviUYulCKarT77

  • โล่ป้องเศรษฐกิจไทย: เจาะลึกเสถียรภาพการคลังและค่าเงินบาท ท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์โลก

    โล่ป้องเศรษฐกิจไทย: เจาะลึกเสถียรภาพการคลังและค่าเงินบาท ท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์โลก

    โล่ป้องเศรษฐกิจไทย: เจาะลึกเสถียรภาพการคลังและค่าเงินบาท ท่ามกลางพายุภูมิรัฐศาสตร์โลก


    2/06/2569 | 58 |

    บริบทเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับคลื่นลมที่ผันผวนอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายภูมิภาค การแข่งขันทางการค้าอย่างดุเดือดระหว่างมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลก ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายรอบทิศ ประเทศไทยยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ โดยมี “เสถียรภาพทางการคลัง” และ “ความมั่นคงของค่าเงินบาท” เป็นโล่กำบังสำคัญที่ช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

    1. เสถียรภาพทางการคลัง: เกราะกำบังระดับมหภาค

    เสถียรภาพด้านการคลังของประเทศไทยถือเป็นหนทางสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาว แม้ว่ารัฐบาลจะมีภาระค่าใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดูแลค่าครองชีพของประชาชน แต่โครงสร้างทางการคลังของไทยยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่เข้มงวด

    • สัดส่วนหนี้สาธารณะที่อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย: รายงานล่าสุด ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 ระบุว่า หนี่สาธารณะของประเทศไทยอยู่ที่ 66.38% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งยังคงต่ำกว่ากรอบเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70% ของ GDP สะท้อนถึงพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ที่ยังเพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

    • การเร่งตัวของการลงทุนภาครัฐ: เม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 การลงทุนภาครัฐขยายตัวในเกณฑ์ดีที่ 9.4% ซึ่งช่วยเหนี่ยวนำให้การลงทุนภาคเอกชนเติบโตตามไปด้วยอย่างแข็งแกร่ง

    2. เสถียรภาพทางการเงินและค่าเงินบาท: ความทนทานต่อพายุทุนเคลื่อนย้าย

    ความผันผวนของค่าเงินบาทเป็นหนึ่งในประเด็นที่ผู้ประกอบการและนักลงทุนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทว่าระบบการเงินของไทยได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถในการต้านทานแรงกระแทกภายนอก (Shock Absorber) ได้เป็นอย่างดี

    • เงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง: ประเทศไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาสแรกของปี 2569 ทุนสำรองฯ อยู่ที่ระดับสูงถึง 280.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนนี้คิดเป็นสัปดาห์ของการนำเข้าและการครอบคลุมหนี้ต่างประเทศระยะสั้นที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลหลายเท่าตัว ซึ่งทำหน้าที่เป็นกันชน (Buffer) ที่ทรงประสิทธิภาพในการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนรุนแรงจนเกินไป

    • ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ยังคงเกินดุล: แม้ภาคการท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นเป็นระยะ แต่ในไตรมาสแรกของปี 2569 ประเทศไทยยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 1.01 แสนล้านบาท) โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในหมวดอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่ขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามความต้องการของตลาดโลก

    3. ความท้าทายและแนวโน้มการเติบโตในปี 2569

    แม้ว่าสถิติเชิงตัวเลขจะชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัวได้ดีเกินคาดที่ 2.8% (ปรับตัวดีขึ้นจาก 2.5% ในไตรมาสก่อนหน้า) แต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังคงตอกย้ำให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

    เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจหลัก (ปี 2569) สถานะ / ตัวเลขปัจจุบัน
    อัตราการเติบโตของ GDP (ไตรมาส 1) ขยายตัว 2.8%
    มูลค่าทุนสำรองระหว่างประเทศ 280.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
    สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP 66.38% (ภายใต้กรอบเพดาน 70%)
    ดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือ “วิกฤตค่าครองชีพ” ที่อาจเกิดขึ้นจากราคาพลังงานดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเริ่มมีสัญญาณปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

    บทสรุป

    ท่ามกลางความแปรปรวนของภูมิทัศน์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจมหภาค โดยมี “โล่ป้องเศรษฐกิจ” ทั้งในมิติด้านการคลังที่มีวินัย และมิติด้านการเงินที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศพร้อมดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นแรงสนับสนุน เสถียรภาพเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดแรงกระแทกจากวิกฤตภายนอกประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุนในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    แหล่งข้อมูลอ้างอิง:

    • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2569

    • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน ปี 2569

    • สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง รายงานสถานการณ์เสถียรภาพทางการคลัง

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวทีสำคัญที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินไทยในระดับสากล สามารถรับชมได้ที่ ไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank 2026 ซึ่งวิดีโอนี้สรุปประเด็นที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมการเงินโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจการเงินของไทยในสายตาประชาคมโลก


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/508629&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OtrVIncqQuleCPg0XT52q

  • คลังเห็นชอบ “เพ็ชร ชินบุตร” นั่งเก้าอี้เลขาธิการ กอช.คนใหม่

    คลังเห็นชอบ “เพ็ชร ชินบุตร” นั่งเก้าอี้เลขาธิการ กอช.คนใหม่

    วันนี้ (2 มิ.ย.2569) คณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติมีมติ แต่งตั้ง ดร.เพ็ชร ชินบุตร ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติคนใหม่ โดยความเห็นชอบของรมว.คลัง เริ่มทำงานเดือน มิ.ย.2569 โดยมุ่งหวังให้นำความเชี่ยวชาญด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์และการพัฒนาองค์กร ยกระดับการดำเนินงานของ กอช. ให้มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และตอบโจทย์การสร้างรากฐานความมั่นคงหลังเกษียณ สู่การสร้างบำนาญภาคประชาชนให้แก่ประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืน

    ดร.เพ็ชร ชินบุตร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี โท และเอก ด้านการบริหารเทคโนโลยี ด้านการพัฒนาองค์กรและทรัพยากรมนุษย์นานาชาติ มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในการวางแผนยุทธศาสตร์บริหารองค์กรและการจัดการนวัตกรรม โดยมีประสบการณ์ระดับมืออาชีพ ที่โดดเด่นในระดับแถวหน้าของประเทศในองค์กรระดับชาติหลายแห่ง อาทิ

    – ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำ ภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์วอเตอร์ (EASTW) ผู้นำในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ด้านทรัพยากรน้ำระดับประเทศ ซึ่งต้องใช้ทักษะการบริหารเชิงกลยุทธ์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงกว้าง

    – รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผู้บุกเบิก เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ด้านการเงินการลงทุน และบริหารกองทุนอีอีซี ตั้งแต่ปี 2560

    – รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท จำกัด (MCOT) บริหารงานด้านการตลาดและพัฒนาองค์กรสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

    – ผู้อำนวยการใหญ่สถาบันอาหาร (National Food Institute) ผู้นำการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล ในโครงการครัวคุณภาพของโลกของประเทศไทยในช่วงปี 2553 – 2558

    – ผู้อำนวยการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง สถาบันวิทยาการตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ กองทุนพัฒนาตลาดทุนไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2546 – 2553

    นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และที่ปรึกษาในองค์กรภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ซึ่งทำให้ ดร.เพ็ชร เป็นผู้มีความเข้าใจในโครงสร้างเศรษฐกิจพื้นฐานของประเทศ และความท้าทายของแรงงานนอกระบบ อันจะนำไปสู่การสร้างวินัยการออมผ่านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ และการจัดการกองทุนภาคประชาชน เพื่อสร้างระบบบำนาญภาคประชาชนของประเทศไทย

    หน้าที่ความรับผิดชอบและภารกิจสำคัญในตำแหน่งเลขาธิการ กอช. จะรับผิดชอบการบริหารงานภายใต้ทิศทางยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการฯ โดยมีภารกิจหลักที่สำคัญ ดังนี้

    1.การขยายฐานสมาชิกเชิงรุก มุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนสมาชิกการออมตั้งแต่เยาวชนอายุ 15 ปีขึ้นไป เพื่อสร้างหลักประกันในชีวิต กลุ่มแรงงานนอกระบบ อาทิ เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบการอิสระรุ่นใหม่ ที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เข้ามาอยู่ในระบบการออมเพิ่มมากขึ้น ผ่านแคมเปญการสื่อสารที่เข้าถึงง่ายและตรงจุด เพื่อสร้างบำนาญภาคประชาชน และการสร้างหลักประกันหลังเกษียณอายุ

    2.การยกระดับเทคโนโลยีและการบริการ พัฒนาแพลตฟอร์มการออมและแอปพลิเคชัน กอช. ให้มีความทันสมัยและปลอดภัย เพื่อรองรับพฤติกรรมการออมของคนรุ่นใหม่และประชาชนในยุคดิจิทัล

    3.การบริหารการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ กำกับดูแลการนำเงินออมของสมาชิกไปบริหารจัดการ ให้เกิดผลตอบแทนที่ดีและเหมาะสม มีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกว่าเงินออมจะเติบโตอย่างมั่นคงและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ

    4.การสร้างความตระหนักรู้ทางการเงินและการออม บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ความรู้เรื่องการวางแผนการเงินและการออมแก่ประชาชนทั่วประเทศ

    5.การขับเคลื่อนนโยบาย “สลาก กอช.” ซี่งเป็นการนำแรงจูงใจจากการเสี่ยงโชคมาเปลี่ยนเป็นเงินออม เพื่อกระตุ้นพฤติกรรมการออมอย่างยั่งยืนและพัฒนาเศรษฐกิจ

    อ่านข่าว :

    “สามารถ” ตั้ง 4 ประเด็น ปม “รัฐบาล” จ่อโอนรถไฟฟ้าทุกสายให้ “รฟม.” บริหาร

    “สุทธิชัย หยุ่น”เตือนทีวีไทยเสี่ยง “Slow Collapse” ค่อย ๆ ล่มสลาย กลายเป็นซอมบี้

    ไม่บังคับรถEVเก่าเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่ กรมขนส่งทางบก ชวนประชาชนแสดงความเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/506601&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0TAdsuC-7rq9w7a9XbN1zP

  • นายกฯ เรียกคุยทีมเศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ ดันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. | เดลินิวส์

    นายกฯ เรียกคุยทีมเศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ ดันบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. | เดลินิวส์

    เวลา 09.50 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีเมื่อช่วงเช้านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกทีมเศรษฐกิจประชุมบนตึกไทยคู่ฟ้า ว่า เดี๋ยวคงมีเรื่องเข้าสู่การประชุม ครม. ของแต่ละหน่วยงาน ส่วนกระทรวงการคลัง จะมีเรื่องงบประมาณปี 2570 

    ส่วนเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะมีการให้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสกับผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน เข้า ครม.วันนี้ ด้วยหรือไม่ นายเอกนิติ ระบุว่า เข้าพิจารณาใน ครม.วันนี้ แต่เดี๋ยวรอผลจาก ครม. อีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5911685/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zgIrhxh5ls54lD-TQYv9l

  • หอการค้า 5 ภาค ระดมข้อเสนอขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เตรียมชงนายกฯ 10 มิ.ย. : อินโฟเควสท์

    หอการค้า 5 ภาค ระดมข้อเสนอขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เตรียมชงนายกฯ 10 มิ.ย. : อินโฟเควสท์

    นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ในระหว่างวันที่ 30-31 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการในพื้นที่จริงทั่วประเทศ ทั้ง SMEs ภาคเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว บริการ พลังงาน และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตรงกับปัญหา และศักยภาพของแต่ละภูมิภาค

    “วันนี้ เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายทั้งจากโลกป่วน และไทยป่วย โลกป่วน คือ ความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานโลก เทคโนโลยี และกติกาการค้าใหม่ ส่วนไทยป่วย คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน ทั้งผลิตภาพต่ำ ต้นทุนสูง กฎระเบียบซับซ้อน การเข้าถึงแหล่งทุน และเทคโนโลยีของ SMEs รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันที่ต้องเร่งยกระดับอย่างจริงจัง หอการค้าฯ จึงต้องทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงข้อเสนอจากพื้นที่ ไปสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับภาครัฐ” นายพจน์ กล่าว

    สำหรับประเด็นการระดมข้อเสนอ ที่ประชุมฯ ได้หารือแนวทางปลดล็อกเศรษฐกิจใน 4 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1.การค้าและการลงทุน 2.เกษตรและอาหาร 3.การท่องเที่ยว และ 4.พลังงาน โดยเน้นการเร่งรัดการเปิดตลาด และ FTA การยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารไปสู่มูลค่าเพิ่มสูง การเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากจำนวนสู่คุณภาพ และการเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด และมาตรการคาร์บอน ซึ่งกำลังเป็นกติกาสำคัญของการค้าโลก

    นอกจากนี้ ที่ประชุม ยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้พร้อมรับอนาคต โดยเฉพาะการยกระดับ Digital & AI Transformation ให้เข้าถึงผู้ประกอบการทุกระดับ การเพิ่มผลิตภาพ การลดต้นทุน การขยายตลาด และการสร้างความสามารถใหม่ให้กับ SMEs ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายหอการค้าทั่วประเทศ

    นายพจน์ กล่าวว่า ในระดับภูมิภาค หอการค้า 5 ภาค ได้ร่วมกันนำเสนอแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ที่สะท้อนจุดแข็งและปัญหาเฉพาะพื้นที่ อาทิ การพัฒนา Smart Farming และเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในภาคกลาง การยกระดับผลไม้ สมุนไพร และเศรษฐกิจสุขภาพในภาคตะวันออก การพัฒนาการท่องเที่ยวริมโขงและโคเนื้อคุณภาพสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การผลักดันเทศกาลท่องเที่ยว กาแฟ และการแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือ รวมถึงการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวตลอดปี ระเบียงสุขภาพอันดามัน และการยกระดับความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในภาคใต้

    ส่วนอีกหนึ่งวาระสำคัญของการประชุม คือ การส่งเสริมบทบาทของนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผู้นำเศรษฐกิจรุ่นต่อไป โดยหอการค้าไทย มุ่งสนับสนุนให้ YEC เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ข้ามจังหวัด ข้ามภูมิภาค และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    ทั้งนี้ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะรวบรวมข้อเสนอจากการประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาคครั้งนี้ จัดทำเป็นข้อเสนอเร่งด่วนเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาล โดยมีกำหนดนำคณะผู้บริหารหอการค้าไทย และตัวแทนหอการค้าจากภูมิภาคต่าง ๆ เข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในวันที่ 10 มิ.ย.69 เพื่อสะท้อนข้อเสนอของภาคเอกชนจากทั่วประเทศ และผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/597662&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1MyHlrY_nlZcz4tgm_jFXu