Blog

  • ไม่มีรถก็เที่ยวได้! เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน นั่งรถโดยสารชิลๆ

    ไม่มีรถก็เที่ยวได้! เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน นั่งรถโดยสารชิลๆ

    บขส. ชวนเที่ยวหน้าฝนสไตล์ Green Season เปิด 20 เส้นทางรถโดยสารทั่วไทย เอาใจคนไม่มีรถส่วนตัว เดินทางง่าย งบประหยัด สัมผัสธรรมชาติชุ่มฉ่ำ

    บขส. (BKS) ขานรับเทรนด์ท่องเที่ยวหน้าฝน ชวนคนรุ่นใหม่และวัยทำงานจัดกระเป๋าออกเดินทางสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ เปิดโผ 20 เส้นทางรถโดยสารยอดฮิต ครอบคลุมทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ตอบโจทย์สายลุยที่ไม่มีรถส่วนตัว เดินทางง่าย สะดวก ปลอดภัย กระตุ้นการท่องเที่ยวสไตล์ Green Season และ Low Travel ทั่วประเทศไทย

    เที่ยวหน้าฝนสไตล์ Green Season ดียังไง?

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทรนด์การท่องเที่ยวรูปแบบ “Green Season” และ “Low Travel” กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ต้องการหนีความวุ่นวายไปเสพประสบการณ์ พักผ่อนท่ามกลางป่าเขาลำเนาไพร เที่ยวชมวิถีชุมชน และถ่ายภาพทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย

    ไม่มีรถก็เที่ยวได้! เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน นั่งรถโดยสารชิลๆ

    บขส. จึงได้เปิดให้บริการเดินรถโดยสารที่เชื่อมต่อจากกรุงเทพฯ สู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติโดยตรง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยมี 20 เส้นทางไฮไลต์แนะนำประจำฤดูฝนนี้ แบ่งตามภูมิภาค ดังนี้

    ปักหมุด 20 เส้นทางรถ บขส. เที่ยวหน้าฝนทั่วไทย

    1. ภาคเหนือ: สายหมอก ป่าเขียว และไอฝนกลางหุบเขา (7 เส้นทาง)

    สัมผัสความสดชื่นของป่าไม้และทะเลหมอกหน้าฝน เดินทางเชื่อมต่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต เช่น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ภูทับเบิก, ผาซ่อนแก้ว, และน้ำตกคลองลาน

    1. กรุงเทพฯ – หล่มสัก – หล่มเก่า
    2. กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง
    3. กรุงเทพฯ – แม่สอด
    4. กรุงเทพฯ – เชียงใหม่
    5. กรุงเทพฯ – บ้านด่านลานหอย
    6. กรุงเทพฯ – คลองลาน
    7. กรุงเทพฯ – สากเหล็ก – พิษณุโลก

    ไม่มีรถก็เที่ยวได้! เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน นั่งรถโดยสารชิลๆ

    2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก: ชุ่มฉ่ำสายธรรมชาติและมูริมโขง (8 เส้นทาง)

    เอาใจทั้งสายลุยและสายมู เดินทางไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น ผาชะนะได, ถ้ำนาคี, หินสามวาฬ (ภูสิงห์), สกายวอล์คเชียงคาน และวัดพระธาตุพนมฯ

    1. กรุงเทพฯ – โขงเจียม
    2. กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี
    3. กรุงเทพฯ – กระนวน – บ้านแพง
    4. กรุงเทพฯ – กุมภวาปี – บึงกาฬ
    5. กรุงเทพฯ – สกลนคร – นาแก
    6. กรุงเทพฯ – กาฬสินธุ์ – ห้วยผึ้ง – เขาวง
    7. กรุงเทพฯ – เชียงคาน
    8. กรุงเทพฯ – ตราด

    3. ภาคใต้ : สายฝน ป่าดิบชื้น และทะเลหมอกเขตร้อน (5 เส้นทาง)

    ล่องใต้ไปเจอความเขียวขจีและบรรยากาศสุดอันซีน เช่น สระมรกต, จุดชมวิวเสม็ดนางชี, น้ำตกเอราวัณ และสะพานมอญ/ด่านเจดีย์สามองค์

    1. กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่
    2. กรุงเทพฯ – ตะกั่วป่า – โคกกลอย
    3. กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
    4. กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ – สงขลา
    5. กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์

    ไม่มีรถก็เที่ยวได้! เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน นั่งรถโดยสารชิลๆ

    ช่องทางการจองตั๋ว บขส. และสอบถามข้อมูลเดินทาง

    สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝนนี้ สามารถตรวจสอบตารางเดินรถและสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ดังนี้

    • เว็บไซต์ : บขส. (Digital Platform)
    • แอปพลิเคชัน : BKS Application / BKS E-ticket
    • Facebook Page : บขส.
    • Line Official : BKS
    • Call Center : โทร. 0 2936 3660 หรือติดต่อที่ช่องจำหน่ายตั๋ว บขส. ทั่วประเทศ

    อ้างอิง : บขส.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1236722&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nb6_2f2oXcKH_I97zI_ff

  • มิสทิน เดินหน้าภารกิจ CSR ร่วมกับ กรมทะเล ฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ณ พัทยา จังหวัดชลบุรี

    มิสทิน เดินหน้าภารกิจ CSR ร่วมกับ กรมทะเล ฟื้นฟูปะการังและระบบนิเวศทางทะเลครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ณ พัทยา จังหวัดชลบุรี

    มิสทิน ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME มิสทินร่วมใจรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการังแหล่งท่องเที่ยวของไทย” เพื่อร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเลสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ ชายหาดพัทยา ฝั่ง Walking Street Pattaya อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พร้อมรวมพลังจากภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ นักศึกษา และประชาชนผู้รักทะเลเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่งโดยมิสทินยังคงตอกย้ำแนวคิด “ความงามควบคู่สิ่งแวดล้อม” ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการังและระบบนิเวศทางทะเล โดยผลิตภัณฑ์กันแดดของมิสทินทุกรุ่นได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดการลดผลกระทบต่อธรรมชาติทางทะเล ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อีกทั้งมิสทินยังถือเป็นแบรนด์กันแดดแบรนด์เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)  สะท้อนถึงมาตรฐานและความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างจริงจัง

    ภายในพิธีเปิดงาน ได้รับเกียรติจาก คุณอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณวีรพัฒน์ กุดแถลง รองปลัดเมืองพัทยาเข้าร่วมงาน โดยมีคุณปราการ สท้านโยธิน กรรมการผู้จัดการของมิสทิน กล่าวถึงเจตนารมณ์ของบริษัทในการขับเคลื่อนกิจกรรม CSR ด้านอนุรักษ์และฟื้นฟูปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเล และการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทะเลไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME”

    มิสทิน

    ในครั้งนี้มิสทินได้ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์เก็บขยะ อุปกรณ์ปลูกปะการัง และผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด MISTINE AQUA V ให้แก่เครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำ เพื่อใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล พร้อมร่วมส่งต่อพลังแห่งการอนุรักษ์สู่สังคม โดยมีตัวแทนร้านค้ามิสทินร่วมมอบสิ่งของเพื่อสาธารณประโยชน์แก่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ คือ กิจกรรมดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเลและดำน้ำปลูกปะการัง บริเวณหาดเกเร เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี โดยเครือข่ายอาสาสมัครนักดำน้ำและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ผ่านภารกิจเก็บขยะใต้ทะเลและปลูกปะการังบนโครงสร้าง “โลโก้MISTINE”พร้อมทุ่นลอยน้ำบริเวณที่ปลูกปะการังเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือในการคืนชีวิตให้ทะเลไทย และสร้างแหล่งเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    มิสทิน

    นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์บนชายหาดร่วมกับนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยบูรพา และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล และปลูกจิตสำนึกด้านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโครงการ “รักษ์ทะเล WITH ME” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรม CSR สำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิสทินในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ปะการังรวมถึงทรัพยากรทางทะเลไทยให้คงความสวยงามและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/pr-news/113326&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2DeoukMBtBOM5bSwM-c_Uq

  • บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    “เที่ยวหน้าฝน” บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) ชวนประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ผ่าน 20 เส้นทางรถโดยสารสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วประเทศ รองรับกระแสท่องเที่ยวกรีนซีซัน เน้นสัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และจุดเช็กอินยอดนิยม โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว

    บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) ชวน “เที่ยวหน้าฝน” ออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ผ่าน 20 เส้นทางรถโดยสารสู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทั่วประเทศ รองรับกระแสท่องเที่ยวกรีนซีซัน เน้นสัมผัสธรรมชาติ วิถีชุมชน และจุดเช็กอินยอดนิยม โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว

    บขส. เปิด 20 เส้นทาง เที่ยวหน้าฝน สัมผัสความเขียวขจีช่วงกรีนซีซัน

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอเชิญชวนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนด้วยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสัมผัสความสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในรอบปี พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวรูปแบบ “Green Season” และ “Low Travel” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่และวัยทำงาน

    ปัจจุบัน BKS มีเส้นทางเดินรถครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ สามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพมหานครสู่จุดหมายปลายทางด้านธรรมชาติได้อย่างสะดวก โดยได้แนะนำ 20 เส้นทางท่องเที่ยวหน้าฝนทั่วประเทศ ดังนี้

    ภาคเหนือ 7 เส้นทาง สัมผัสสายหมอกและผืนป่าเขียวขจี

    • กรุงเทพฯ – หล่มสัก – หล่มเก่า
    • กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง
    • กรุงเทพฯ – แม่สอด
    • กรุงเทพฯ – เชียงใหม่
    • กรุงเทพฯ – บ้านด่านลานหอย
    • กรุงเทพฯ – คลองลาน
    • กรุงเทพฯ – สากเหล็ก – พิษณุโลก

    แหล่งท่องเที่ยวเด่น ได้แก่ ภูทับเบิก, ผาซ่อนแก้ว, ดอยภูคา, วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ประตูท่าแพ, หุบป่าตาด, น้ำตกคลองลาน และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
     

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก 8 เส้นทาง สายธรรมชาติชุ่มฉ่ำและมูริมโขง

    • กรุงเทพฯ – โขงเจียม
    • กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี
    • กรุงเทพฯ – กระนวน – บ้านแพง
    • กรุงเทพฯ – กุมภวาปี – บึงกาฬ
    • กรุงเทพฯ – สกลนคร – นาแก
    • กรุงเทพฯ – กาฬสินธุ์ – ห้วยผึ้ง – เขาวง
    • กรุงเทพฯ – เชียงคาน
    • กรุงเทพฯ – ตราด

    สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ ผาชะนะได, ถ้ำนาคี, หินสามวาฬ, วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, โค้งปิ้งงู, เขื่อนลำปาว, ภูทอก, สกายวอล์คเชียงคาน, ถนนคนเดินเชียงคาน และน้ำตกพลิ้ว

    ภาคใต้ 5 เส้นทาง ชมป่าดิบชื้นและทะเลหมอกเขตร้อน

    • กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่
    • กรุงเทพฯ – ตะกั่วป่า – โคกกลอย
    • กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล
    • กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ – สงขลา
    • กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์

    จุดหมายท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สระมรกต, จุดชมวิวเสม็ดนางชี, วัดเขาแก้ว, หาดสมิหลา, ตลาดกิมหยง, น้ำตกไทรโยก, น้ำตกเอราวัณ และวัดเจดีย์สามองค์
     

    ทั้งนี้ BKS มั่นใจว่าการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของธรรมชาติในช่วงฤดูฝน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หลายพื้นที่มีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของปี
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1236682&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WoLJN58hjMLcRdakRjand

  • เศรษฐกิจย่าน เศรษฐกิจเมือง ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนตัวเล็ก “ทำมาหากินได้”

    เศรษฐกิจย่าน เศรษฐกิจเมือง ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนตัวเล็ก “ทำมาหากินได้”

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-257&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nkiydfNE45t9aG3ddTY3t

  • Dek-D: ตรวจสอบความเป็นมนุษย์

    Dek-D: ตรวจสอบความเป็นมนุษย์

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/board/writer/4170765/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QtKLwrUEopYt4jTyeigWp

  • เชียงใหม่-บ้านถวายชูศักยภาพชุมชนต้นแบบ เปิดรับคณะศึกษาดูงานทั่วประเทศ | TOPNEWS

    เชียงใหม่-บ้านถวายชูศักยภาพชุมชนต้นแบบ เปิดรับคณะศึกษาดูงานทั่วประเทศ | TOPNEWS

    บ้านถวาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในชุมชนท่องเที่ยว OTOP ต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทย และแหล่งเรียนรู้ด้านภูมิปัญญางานไม้แกะสลักที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ พร้อมเปิดต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมศึกษาแนวทางการพัฒนาชุมชน การบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน และการสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมท้องถิ่น

    การศึกษาดูงานภายในชุมชนบ้านถวายเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนช่างไม้แกะสลักที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผ่านกิจกรรมและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การเยี่ยมชมวิหารไม้แกะสลักอันวิจิตรภายในวัดถวาย ซึ่งสะท้อนความประณีตและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือท้องถิ่น การศึกษารูปแบบการบริหารจัดการชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากบริเวณร้านค้าชุมชนสองฝั่งคลอง ตลอดจนการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พิฆเนศวร ณ บ้านทิพย์มณี ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์พิฆเนศขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ผ่านกิจกรรม Workshop งานไม้สร้างสรรค์ ทั้งการแกะสลักและการตกแต่งลวดลายด้วยตนเอง พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน “ฟ้อนแม้วประยุกต์” ที่สะท้อนเอกลักษณ์และเสน่ห์ของชุมชนล้านนา ตลอดจนพักผ่อนในบรรยากาศชุมชนท่องเที่ยวที่มีร้านกาแฟ คาเฟ่ เครื่องเล่นสวนสนุก วิถีชีวิตชุมชน และแหล่งท่องเที่ยว รองรับอย่างครบครัน ให้ทริปศึกษาดูงานของคุณ ได้ทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และความประทับใจกลับไปแบบเต็มเปี่ยม​

    บ้านถวายได้รับการยอมรับในฐานะชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาชุมชน ด้วยผลงานและรางวัลระดับประเทศหลายรายการ รวมถึงรางวัล Thailand Tourism Awards ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

    ผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานสามารถ ดูรายละเอียดโปรแกรมและแพ็กเกจศึกษาดูงาน : https://www.visitchiangmai.co/studyvisitbaantawai/ หรือสามารถติดต่อสอบถาม/จองคิวศึกษาดูงานโทร: 066-110-9383

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1590992&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33VVhKZiVhkeQMtHVcfYa7

  • ปักหมุด 20 เส้นทาง บขส. ชวนเที่ยวหน้าฝน ลุยเมืองหลัก-เมืองรอง ทั่วไทย เช็กพิกัดเลย

    ปักหมุด 20 เส้นทาง บขส. ชวนเที่ยวหน้าฝน ลุยเมืองหลัก-เมืองรอง ทั่วไทย เช็กพิกัดเลย

    นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน ด้วยรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามที่สุด รวมถึงช่วยส่งเสริมกระแสการท่องเที่ยวรูปแบบ “Green Season” และ “Low Travel” ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน ที่เน้นการเดินทางเสพประสบการณ์ พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ท่องเที่ยววิถีชุมชน และถ่ายภาพสร้างคอนเทนต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ตลอดจนลดข้อจำกัดด้านการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว

    ปัจจุบันบริษัทฯ ได้เปิดให้บริการเดินรถโดยสารที่ครอบคลุมทั้งเมืองหลัก เมืองรอง และอำเภอท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมจากกรุงเทพฯ สู่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้โดยตรง จึงขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวช่วงฤดูฝนด้วยการใช้บริการรถโดยสารของ BKS เชื่อมไปยังจังหวัดน่าเที่ยว จำนวนรวม 20 เส้นทางทั่วประเทศ ดังนี้

    ภาคเหนือ : สายหมอก ป่าเขียว และเส้นทางฝนกลางหุบเขา จำนวน 7 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – หล่มสัก – หล่มเก่า 
    2.กรุงเทพฯ – ทุ่งช้าง 
    3.กรุงเทพฯ – แม่สอด 
    4.กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ 
    5.กรุงเทพฯ – บ้านด่านลานหอย 
    6.กรุงเทพฯ – คลองลาน 
    7.กรุงเทพฯ – สากเหล็ก – พิษณุโลก 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น ภูทับเบิก, ผาซ่อนแก้ว, ดอยภูคา, วัดพระธาตุดอยหินกิ่ว, อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์, ประตูท่าแพ, หุบป่าตาด, น้ำตกคลองลาน และอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก : สายธรรมชาติชุ่มฉ่ำและมูริมโขง จำนวน 8 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – โขงเจียม 
    2.กรุงเทพฯ – อุบลราชธานี 
    3.กรุงเทพฯ – กระนวน – บ้านแพง 
    4.กรุงเทพฯ – กุมภวาปี – บึงกาฬ 
    5.กรุงเทพฯ – สกลนคร – นาแก 
    6.กรุงเทพฯ – กาฬสินธุ์ – ห้วยผึ้ง – เขาวง 
    7.กรุงเทพฯ – เชียงคาน
    8.กรุงเทพฯ – ตราด 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น ผาชะนะได, ถ้ำนาคี, หินสามวาฬ (ภูสิงห์), วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, โค้งปิ้งงู, เขื่อนลำปาว, ภูทอก, สกายวอล์คเชียงคาน, ถนนคนเดินเชียงคาน และน้ำตกพลิ้ว

    ภาคใต้ : สายฝน ป่าดิบชื้น และมนต์เสน่ห์แห่งทะเลหมอกเขตร้อน จำนวน 5 เส้นทาง ได้แก่ 

    1.กรุงเทพฯ – คลองท่อม – กระบี่ 
    2.กรุงเทพฯ – ตะกั่วป่า – โคกกลอย 
    3.กรุงเทพฯ – ตรัง – สตูล 
    4.กรุงเทพฯ – หาดใหญ่ – สงขลา 
    5.กรุงเทพฯ – ด่านเจดีย์สามองค์ 

    ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย เช่น สระมรกต, จุดชมวิวเสม็ดนางชี, วัดเขาแก้ว, หาดสมิหลา, ตลาดกิมหยง, น้ำตกไทรโยก, น้ำตกเอราวัณ และวัดเจดีย์สามองค์

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองตั๋ว BKS ได้ที่เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th, Application : BKS E – ticket, Facebook Page : บขส. (www.facebook.com/BorKorSor99), Line : BKS (Id : @BKS99) และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ หรือ โทร. 0–2936–3660

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/governmentpolicy/2936865&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OrpjiYFNGuYDMtfiWOyJN

  • เปิดประตูหวงซาน ไทย-จีนจับมือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟรีวีซ่าเชื่อม2ประเทศ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    เปิดประตูหวงซาน ไทย-จีนจับมือท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฟรีวีซ่าเชื่อม2ประเทศ-กระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.38 น.

    2 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า งานเสวนานายกเทศมนตรีโลก ประจำปี 2026 (Global Mayors Dialogue 2026) จัดขึ้น ณ เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน ระหว่างวันที่ 28-31 พ.ค. ที่ผ่านมา 

    ภายใต้แนวคิด “สรรค์สร้างอารยธรรมร่วมกัน มรดกโลกเจิดจรัสคู่ธานี : การเสริมพลังระหว่างมรดกโลกกับการพัฒนาเมือง” โดยดึงดูดนายกเทศมนตรีและผู้แทนเมืองจาก 10 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เยอรมนี และไทย มาร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ในประเด็นการอนุรักษ์มรดกโลก การสืบทอดทางวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายของไทย หนึ่งในผู้ร่วมงานเสวนา กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าวซินหัว ว่าการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่วยทลายกำแพงทางภูมิศาสตร์และเชื่อมโยงผู้คนให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นับเป็นสื่อกลางสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนสองประเทศ

    แม้เมืองหวงซานและจังหวัดเชียงรายจะอยู่ห่างไกลกัน ทว่ามีอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและแนวคิดการพัฒนาเมืองสอดคล้องกันอย่างมาก ทั้งสองเมืองให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการสืบทอดวัฒนธรรม และได้สร้างรูปแบบการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งยังมุ่งสร้างประโยชน์ต่อประชาชนผ่านการอนุรักษ์วัฒนธรรม รวมถึงเป็นพลังส่งเสริมการพัฒนาเมือง

    ไม่กี่ปีที่ผ่านมาทางรถไฟจีน-ลาว ได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามพรมแดน ขณะที่โครงการทางรถไฟจีน-ไทยก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยยังสนับสนุนให้องค์กรการท่องเที่ยวภายในประเทศเจรจากับบริษัทและผู้ประกอบการท่องเที่ยวของจีนอย่างแข็งขัน ความร่วมมือด้านคมนาคมและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยกระดับอย่างต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นศักยภาพมหาศาลของการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของสองประเทศ

    กระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมข้ามพรมแดนระหว่างอันฮุยและไทยยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อได้เปรียบด้านทรัพยากรที่เกื้อหนุนกัน ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เมืองหวงซานยังได้บังคับใช้นโยบายแวะเปลี่ยนเครื่อง (transit) แบบฟรีวีซ่า ระยะ 240 ชั่วโมง ส่งผลให้เส้นทางบินตรงระหว่างหวงซาน-กรุงเทพฯ ให้บริการได้อย่างราบรื่น

    นายประเสริฐ กล่าวว่า ประชาชนไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ของเชียงรายและอันฮุย ช่วยให้ประชาชนทั้งสองประเทศเข้าใจวัฒนธรรมของกันและกันได้ดีขึ้น ถือเป็นรูปแบบการทูตระหว่างประชาชนที่เรียบง่ายและอบอุ่นใจมากที่สุด การปฏิสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่เพียงทำลายกำแพงทางภูมิศาสตร์ลงได้ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ทำให้มิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยกับจีนหยั่งรากลึกในใจผู้คนได้อย่างแท้จริง

    รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังชื่นชมงานด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมของเมืองหวงซาน ว่าได้ทำให้หมู่บ้านโบราณ อาคาร และมรดกทางวัฒนธรรมต่างๆ กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเข้าถึงและสัมผัสได้ สะท้อนถึงการผสานงานอนุรักษ์ การสืบทอด และการใช้ประโยชน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ควรค่าต่อการศึกษาและนำไปปรับใช้กับเชียงราย

    พร้อมยังกล่าวชื่นชมการนำเทคโนโลยีชุดหุ่นยนต์ “เอ็กโซสเกลเลตัน” (Exoskeleton) มาเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ว่าเป็นนวัตกรรมที่จีนใช้เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพราะการเที่ยวในพื้นที่ภูเขามีข้อจำกัดค่อนข้างสูง อุปกรณ์เหล่านี้จึงช่วยลดอุปสรรคให้นักท่องเที่ยวที่มีข้อจำกัดด้านร่างกายสามารถสัมผัสความงดงามของหวงซานได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และทำให้มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นแนวคิดใหม่สำหรับการเปลี่ยนแปลงและยกระดับเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    โดยทิ้งท้ายว่าเมื่อเมืองต่างๆ เชื่อมโยงถึงกัน ก็จะเกิดการผสานของอารยธรรม และก่อให้เกิดมิตรภาพที่ยั่งยืน และยินดีที่จะกระชับความสัมพันธ์ฉันมิตรระดับท้องถิ่นระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/968272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LWX3Atl3Q3klbRw5C6DgY

  • ไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก! จากลุงตู่ถึงลุงหนู ธนกรชี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    ไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก! จากลุงตู่ถึงลุงหนู ธนกรชี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    ไทยช่วยไทยพลัส คึกคัก! จากลุงตู่ถึงลุงหนู ธนกรชี้กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

    วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.29 น.

    2 มิถุนายน 2569 นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ไทยช่วยไทยพลัสคึกคักกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง จาก“ลุงตู่”ถึง“ลุงหนู””

    ทั้งนี้ นายธนกร สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยมีสาระสำคัญในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวว่าเป็นกลไกที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง และเป็นการสานต่อความสำเร็จจากแนวคิดในอดีตสู่ปัจจุบัน

    โดยเปรียบเทียบความต่อเนื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (ลุงตู่) มาสู่รัฐบาลปัจจุบันภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ลุงหนู) โดยเน้นย้ำว่าโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” คือการต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยทำผลงานได้ดีในการพยุงเศรษฐกิจช่วงวิกฤตที่ผ่านมา

    – 006

    เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

    โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

    1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

    2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

    3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/968221&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sh68gWJM31_OWYFd5ikfs

  • ออสเตรเลียปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% รับมือเศรษฐกิจไม่แน่นอน : อินโฟเควสท์

    ออสเตรเลียปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 4.75% รับมือเศรษฐกิจไม่แน่นอน : อินโฟเควสท์

    คณะกรรมาธิการคุ้มครองความยุติธรรมในการทำงานของออสเตรเลีย (FWC) ประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศในอัตรา 4.75% ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เล็กน้อย โดย FWC ระบุถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจ

    ผู้พิพากษา อดัม แฮตเชอร์ ซึ่งทำหน้าที่ประธาน FWC ได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวในวันนี้ (2 มิ.ย.) โดยระบุว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่จะอยู่ที่ 1,004.90 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (719.90 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อสัปดาห์ หรือ 26.44 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อวัน โดยอัตราใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป

    แฮตเชอร์ระบุว่า RBA คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุด ณ เดือนมิ.ย. 2569 จะอยู่ที่ระดับ 4.8% และการที่จะลดช่องว่างของค่าจ้างที่แท้จริงได้ในขณะนี้นั้น จำเป็นต้องมีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างมากกว่า 5%

    ทั้งนี้ ประธาน FWC ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เป็นที่น่าเสียดายว่าภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีความแน่นอนในปัจจุบันนั้น การอนุมัติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในระดับที่จะสามารถลดช่องว่างของค่าจ้างที่แท้จริงได้อย่างสิ้นเชิงนั้น ยังไม่สามารถปฏิบัติได้จริง

    สำหรับการทบทวนค่าจ้างประจำปีนี้จัดทำขึ้นโดยคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นผู้กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละปีงบประมาณ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ยื่นโดยกลุ่มนายจ้าง สหภาพแรงงาน และรัฐบาล ซึ่งแฮตเชอร์ระบุว่า การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานเกือบ 2.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 21.1% ของแรงงานทั้งหมด

    สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลียรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานในเดือนเม.ย.ปรับตัวลง 18,600 ตำแหน่ง สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 15,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.5% ในเดือนเม.ย. จากระดับ 4.3% ในเดือนมี.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

    ส่วนการจ้างงานเต็มเวลาลดลง 10,700 ตำแหน่ง และการจ้างงานพาร์ตไทม์ลดลง 7,900 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานลดลงแตะ 66.7%

    ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานของออสเตรเลียเริ่มชะลอตัวลง อันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และผลกระทบจากภาวะช็อกด้านพลังงานอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 มิ.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/597737&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BplHLPDxRRw29ACujA6RL