Blog

  • สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (2) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (2) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (2)

    วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ค. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 มิ.ย. 2569

    | 10 view

    วันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Royal Thai Embassy in Kuala Lumpur’s Diplomatic Journey Trip” ภายใต้ธีม “Unseen Phuket: From Local Wisdom to Global Connectivity”

    ช่วงค่ำวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 นางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคณะฯ กับภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต ณ ลาน Terrace โรงแรม Beyond Kata โดยมีนางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอถลาง เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเข้าร่วม พร้อมด้วยนางสาวศิริวรรณ สีหาราช ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต นางสาวคณิตา ทรัพย์ไพศาล หัวหน้าสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดภูเก็ต นายวิมล หนูแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต นายประมุขพิสิฐ อัจฉริยะฉาย และนางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย ผู้บริหารเครือกะตะกรุ๊ป รีสอร์ท นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม กรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายศศิศศ์ ถาวรว่องวงศ์ อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต (ฝ่าย MICE) และแขกรับเชิญจากทุกภาคส่วนกว่า 50 คน เข้าร่วม

    เอกอัครราชทูตฯ กล่าวต้อนรับและย้ำถึงการดำเนินกิจกรรมฯ ครั้งปฐมฤกษ์ที่มิเพียงนำเสนอความงดงามทางธรรมชาติของประเทศไทย แต่ยังเป็นข้อริเริ่มที่มุ่งขยายผลและรักษาแรงผลักดันจากโครงการกระชับความสัมพันธ์เครือข่ายภาคเอกชนของไทย – มาเลเซีย เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ดำเนินต่อเนื่องมากว่า 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจและการทูตวัฒนธรรมเชิงรุก สร้างความเชื่อมั่นและความนิยมไทยในเวทีโลก ตลอดจนขยายโอกาสให้แก่ประชาชนและและภาคธุรกิจในประเทศไทย สอดคล้องกับนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลที่ “ครอบคลุมทุกมิติและดำเนินไปในทุกทิศทาง”

    โอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ยังได้กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดกิจกรรมฯ ทั้งด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยที่เป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนและครอบคลุมความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคอย่างเคบายา และความพร้อมของประเทศไทยในฐานะ “หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์บนเวทีโลก” ที่พร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ ในสาขาที่ประเทศไทยมีศักยภาพ อาทิ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และส่งเสริมสุขภาพ (Medical Wellness) ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ ได้เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานฯ ร่วมเสริมสร้างเครือข่ายที่เป็นประโยชน์ต่อการผลักดันความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริบทความสัมพันธ์ไทย – มาเลเซียที่มีเป้าหมายทางการค้าที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2570 ซึ่งเป็นปีที่ 70 ของความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – มาเลเซีย

    อนึ่ง บรรยากาศการจัดงานฯ เป็นไปอย่างอบอุ่น สร้างสรรค์ ท่ามกลางการรังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงานฯ เป็นอย่างมาก โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัดภูเก็ต อาทิ หน่วยราชการจังหวัดภูเก็ต สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต สำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราว จังหวัดภูเก็ต สำนักงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมเปอรานากันประเทศไทย ฯลฯ ซึ่งทำงานร่วมกันในลักษณะ “ทีมประเทศไทย” มุ่งขับเคลื่อนนโยบายการต่างประเทศที่ “มีความหมาย สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับคนไทย และมองไกลกว่าไทย”


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mfa.go.th/th/content/kualalumpur-110526-2%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uUWChmkEq2dzxwZ1rhPDG

  • สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (1) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (1) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (1)

    วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ค. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 มิ.ย. 2569

    | 11 view

    วันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Royal Thai Embassy in Kuala Lumpur’s Diplomatic Journey Trip” ภายใต้ธีม “Unseen Phuket: From Local Wisdom to Global Connectivity” โดยนางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้นำเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำมาเลเซีย และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย รวม 13 คน เดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ตเพื่อสัมผัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทย ตลอดจนศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยในภาพรวม

    วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เอกอัครราชทูตฯ นำคณะฯ ลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเพื่อศึกษาโมเดลการพัฒนาเมืองแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเป็นกลไกหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และนายพิบูลศักดิ์ กิตติธรกุล รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ เทศบาลนครภูเก็ต และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันประเทศไทย และนางสาวกวินนา โกยสมบูรณ์ Creative and Graphics Designer ไลม์ไลท์ ภูเก็ต ได้บรรยายสรุปความเป็นมาและความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมเปอรานากัน โดยเฉพาะเคบายา ซึ่งไทย มาเลเซีย และประเทศในภูมิภาคร่วมกันเสนอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (ICH) จากองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 2024

    โอกาสนี้ คณะฯ ให้ความสนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการสืบสานวัฒนธรรมเปอรานากัน การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์เคบายา และโอกาสในการเปิดตลาดสินค้าเชิงวัฒนธรรมของไทยในตลาดโลก ก่อนเยี่ยมชมสถานที่ประวัติศาสตร์ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน – โปรตุกีส ภาพวาดผนังร่วมสมัย ศาลเจ้าแสงธรรม รวมทั้งภาคธุรกิจสร้างสรรค์ในชุมชน นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างไทย มาเลเซีย และมิตรประเทศ รวมถึงสะท้อนบทบาทของสังคมพหุวัฒนธรรม นวัตกรรมท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่สากล

    วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 คณะฯ เดินทางเยือนวิสาหกิจชุมชนบางโรง (ท่องเที่ยวชุมชนบางโรง Bangrong CBT) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพประมงและทำสวน เพื่อเรียนรู้ศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากของไทยและนำเสนอบทบาทของภาครัฐไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยคณะฯ ให้ความสนใจทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนฯ อาทิ การทำกระเป๋าผ้าปาเต๊ะ การกรีดยางพารา การสาธิตการทำยางแผ่น การปลูกสับปะรด การเก็บมะพร้าว การทำขนมพื้นเมืองจากมะพร้าว และการล่องเรือชมป่าชายเลนที่อนุรักษ์โดยชุมชนฯ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism)


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mfa.go.th/th/content/kualalumpur-110526%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cwGAfn4aoIwq-P-NKFRKP

  • หาดใหญ่ | ชุดเผชิญเหตุ “เวหา” ตรวจเข้มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง ยึดมีด 1 เล่ม บันทึกประวัติ 5 ราย

    หาดใหญ่ | ชุดเผชิญเหตุ “เวหา” ตรวจเข้มพื้นที่เศรษฐกิจเมือง ยึดมีด 1 เล่ม บันทึกประวัติ 5 ราย

    วันที่ 1 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ “เวหา” ร่วมกับชุดเฉพาะกิจพิทักษ์เมืองหาดใหญ่ รวมกำลัง 4 นาย ลงพื้นที่ออกตรวจเข้มในเขตเศรษฐกิจและจุดสำคัญต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการป้องกันเหตุด้านความมั่นคงและป้องกันเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ ตามโครงการ Smart Safety Zone 4.0 ของ สภ.หาดใหญ่

    การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นบุคคลและยานพาหนะกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสกัดกั้นและป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่

    ผลการปฏิบัติ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกประวัติบุคคล จำนวน 5 ราย และตรวจยึดอาวุธมีดได้ จำนวน 1 เล่ม เพื่อนำไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงเพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/31028/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2b0GYlGoENfcWJd9_HK2bq

  • “ดร.โจ” สับ “ไทยช่วยไทยพลัส” แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต  จี้รัฐบาลแก้โครงสร้างระยะยาว

    “ดร.โจ” สับ “ไทยช่วยไทยพลัส” แค่กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต จี้รัฐบาลแก้โครงสร้างระยะยาว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/151379&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3JOdZWqimvJGe1l-0ekA0_

  • เที่ยวตากรับพลังมงคล ชวนเช็คอิน เติมบุญ กับ อ.คฑา ชินบัญชร

    เที่ยวตากรับพลังมงคล ชวนเช็คอิน เติมบุญ กับ อ.คฑา ชินบัญชร

    สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และโรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศภายใต้โครงการ “เที่ยวตากรับพลังมงคล” ชวนเช็คอินเติมบุญ พร้อมเที่ยวงาน “ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)” ณ วัดพระบรมธาตุ จ.ตาก ประจำปี 2569 และร่วมสืบสาน-สัมผัสพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2569 โดยมี อาจารย์คทา ชินบัญชร พรีเซนเตอร์เที่ยวไทยรับพลังบวก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำกิจกรรม ไหว้พระ สักการะเทพเจ้า รับพลังจากธรรมะ และธรรมชาติ ณ อ.เมืองตาก และ อ.แม่สอด จ.ตาก ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดตาก ช่วง Green Season

    s__11927560_0

    คุณธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย( ททท.) สำนักงานตาก กล่าวว่า จังหวัดตาก ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เนื่องจาก มีแหล่งท่องเที่ยวศรัทธาหลากหลาย และเกี่ยวเนื่องกับยุครัชสมัยของรัชกาลที่ 5 ตลอดจนศิลปะจีน และ พม่า รวมไปถึง เส้นทางท่องเที่ยว และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่นักท่องเที่ยว สามารถมาขอพร และความสำเร็จให้กับตัวเอง

    s__11927569_0

    “ภายในจังหวัดตาก ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านอัญมณี อาทิ หยก และยี่หร่า ที่จะทำให้นึกย้อนไปถึงอดีตการค้าขายที่รุ่งเรือง ระหว่าง ไทย และ เมียนมา ไม่เพียงเท่านั้น จ.ตาก ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น อุทธยานแห่งชาติทั้ง 6 แห่ง และ 3 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นจังหวัด ที่มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวในช่วง Green Season นี้ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงแรมที่พัก ซึ่งมีกว่า 8,200 ห้อง หรือจะเป็นร้านอาหาร ที่มีความหลากหลาย ตั้งแต่ อาหารท้องถิ่น อาหารชาติพันธุ์ และอาหารนานาชาติ เช่นเดียวกับ การเดินทาง ที่มีความสะดวกสบาย ทั้งทางรถยนต์ ที่ใช้เวลาเพียง 5-6 ชั่วโมง หรือ จะเป็นสนามบิน ทางจังหวัด ก็มีสนามบินที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกคน” ผอ.ททท. ตาก กล่าว

    115124_0

    ด้านอาจารย์ คฑา ชินบัญชร กล่าวเสริมด้วยว่า โครงการที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มีชื่อว่า “เที่ยวตากรับพลังบวก” เป็นความร่วมมือกันระหว่าง สำนักงานการท่องเที่ยว ตาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท) และโรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด CP LAND, Sixth Rent A Car โดย Sixth Thailand และ กาแฟพันธุ์ไทย “สำหรับโครงการนี้ จัดขึ้นมา เพื่ออยากให้ทุกคน ได้มาสัมผัสพลังชีวิต เที่ยวในรูปแบบสายศรัทธา กับผม คฑา ชินบัญชร ซึ่งเราจะได้เห็นประเพณีอันงดงาม อย่าง ขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัด ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ เป็นปีมะเมีย การได้มาสักการะพระธาตุบ้านตาก ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีมะเมีย จะทำให้ได้รับความสิริมงคล ที่จะทำให้ทุกคนผ่านพ้นอุปสรรคในปีนี้ ได้อย่างดี”

    “ไม่เพียงเท่านั้น การเดินทางมาท่องเที่ยวในทริปนี้ ยังทำให้เราได้เห็น ศิลปะวัฒนธรรมของพม่า รวมถึง พิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี ที่วัดไทยวัฒนาราม ตลอดจนการบูชาเทพประจำวัน ตามมหาทักษา ตามความเชื่อของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งอันซีนด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน เรายังจะได้เห็นความสมัครสมานสามัคคี ของชุมชนในจังหวัด ที่มีแหล่งยึดเหนี่ยวความศรัทธารวมกันไว้ในที่เดียว และการมาเที่ยวสายศรัทธานี้ ไม่ได้ถือเป็นความงมงาย ทว่า ยังไปรับเอาพลังธรรมะ และพลังธรรมชาติ มาไว้ที่ตัวของเรา มาเพิ่มพลังชีวิตให้กับเรา ดังนั้น หากทุกท่านมีโอกาส ผมใคร่ขอเชิญมาท่องเที่ยวจังหวัดตากด้วยกัน … มาตากเพราะยากมา มาตาก เพราะอยากมีความสุข ต้องมา จังหวัดตาก” อาจารย์คฑา กล่าว

    s__11927558_0

    เส้นทางของโครงการ “เที่ยวตากรับพลังบวก” ที่จัดขึ้นครั้งล่าสุด เริ่มต้นเส้นทางด้วยการไป “บูชาเทวดาเสวยอายุ” ณ วัดไทยวัฒนาราม อ.แม่สอด ที่มีไฮไลท์อยู่ที่ พระวิหารสีทองอร่าม และการฉลุลายตามแบบศิลปะพม่า รวมถึงได้ชื่นชมการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การฟ้อนกิงกะหร่า หรือ การฟ้อนนก และ ตัวโต หรือ น้องโต สัตว์มงคลตามความเชื่อของชาวไทใหญ่ หัวและหน้าเหมือนกวาง ลำตัวเป็นสิงโต สัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง ที่มาฟ้อนรำอย่างสนุกสนาน แล้ว ทุกคนยังจะได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสหภาพเมียนมา ที่ถูกจำลองมาไว้ที่วัดแห่งนี้ อาทิ พระธาตุขเวดากองจำลอง (ย่อส่วน) และ พระนอนตาหวาน หรือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นต้น

    s__11927564_0

    “ศาลเจ้าปุงเฒ่ากง-ม่า” แม่สอด ศาลเจ้าที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นอีกไฮไลท์ ของเส้นทางศรัทธา ที่ไม่ควรพลาดไปสักการะขอพร รวมถึงชื่นชมศิลปะและความงดงามของศิลปะจีน โดยเฉพาะ “องค์เทพทวารบาล” หน้าประตูของศาลเจ้า ที่ว่ากันว่า ไหว้แล้วรวย เสริมอำนาจบารมี และความมั่งคั่งมหาศาล ก่อนที่จะไปต่อกันที่ “ภูกาษาวาเลย์” อ.แม่สอด ที่ทุกคนจะได้สัมผัสการพักผ่อน และดูแลสุขภาพร่างกายได้อย่างเต็มที่ กับ ห้องเกลือหิมาลัย รวมถึง การแช่ออนเซ็น และยังได้ไปกรายสักการะขอพร เทวสถานดอยสา ที่จะมาเติมเต็มของความสุขให้กับร่างกาย และจิตใจให้ผ่องใส มากขึ้น

    มาถึง อ.แม่สอด ต้องพลาดไม่ได้กับการไป สักการะ “ท้าวเวสสุวรรณโณ” องค์ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ณ วัดศรีพรเพ็ญมาตรยาราม ซี่งมีความสูงถึง 9.9 เมตร และมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะของผู้ศรัทธาทั่วไป ซึ่งภายในบริเวณของวัดยังมี อนุสาวรีย์ รูปหล่อพระมหากษัตริย์ 5 มหาราช ให้สักการะขอพรด้วย ก่อนจะจบทริปของวันด้วยการไปเช็คอิน เก็บภาพความสวยงาม ยามเย็น ณ สะพานแขวนกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ใน อ.เมืองตาก เป็นที่ระลึก อีกภาพความประทับใจ

    115128_0

    อีกหนึ่งเส้นทางศรัทธา ของทริป “เที่ยวตากรับพลังบวก” Green Season ที่ต้องไปให้ได้คือ “วัดบรมธาตุบ้านตาก” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประเพณี “ขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) พร้อมกับแห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ ขอพรหลวงพ่อทันใจ จากนั้น ต้องไปสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสิน ณ ศาลพระเจ้าตากสินมหาราช ใน อ.เมืองตาก ถือเป็นการสิ้นสุดทริป “เที่ยวตากรับพลังบวก” Green Season อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนเดินทางกลับบ้านด้วยความประทับใจ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความอิ่มเอมในพลังแห่งบุญ และที่สำคัญการเดินทางในครั้งนี้ ได้พักที่“โรงแรมฟอร์จูน ดี แม่สอด โรงแรมที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตาก ที่ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศให้มาสัมผัสเสน่ห์ของเมืองตาก ทั้งด้านศรัทธา วัฒนธรรม และธรรมชาติอันงดงาม โดยโรงแรมพร้อมมอบความสะดวกสบายและการบริการที่อบอุ่น เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความประทับใจ

    115138

    115141

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/travel/1453962/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1S-igZbT-3TH4TmNlN2Soh

  • กระทรวงท่องเที่ยว จับมือ คมนาคม ขับเคลื่อนเที่ยวทางรถไฟ หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน

    กระทรวงท่องเที่ยว จับมือ คมนาคม ขับเคลื่อนเที่ยวทางรถไฟ หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน

    “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” บูรณาการร่วม “กระทรวงคมนาคม” ขับเคลื่อน “การท่องเที่ยวทางรถไฟ” พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรองรับช่วง Low Season

    วันที่ 2 มิถุนายน 2569 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย จัดการประชุมหารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อผลักดัน “การท่องเที่ยวทางรถไฟ” ให้เป็นผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (New Tourism Product) พร้อมตั้งเป้ากระจายรายได้สู่ชุมชนและกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season)

    การประชุมครั้งนี้จัดขึ้น ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานร่วม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและตัวแทนภาคเอกชน เข้าร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการพัฒนาขบวนรถไฟเพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะขบวนรถไฟปรับอากาศดีเซลราง Kiha 183 และขบวนรถไฟ SRT Royal Blossom ซึ่งเป็นขบวนรถที่ได้รับมอบจากประเทศญี่ปุ่นและนำมาปรับปรุงใหม่จนมีความสวยงาม สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงพร้อมเข้ามาต่อยอดและสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวให้เกิดความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ ยังได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของ “สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง)” ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น โดยจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางและจุดเริ่มต้นของเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์เชิงประวัติศาสตร์ก่อนออกเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ

    ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว เข้าไปกำกับดูแลด้านมาตรฐานมัคคุเทศก์ การให้บริการของผู้ประกอบการ ตลอดจนการพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางถึงสถานีปลายทาง พร้อมทั้งมอบหมายให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. รับผิดชอบด้านการเชื่อมโยงเส้นทางเพื่อกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    นอกจากนี้ ภายในที่ประชุมยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น 

    ขณะที่ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ได้นำเสนอประเด็นข้อจำกัดที่ต้องการการบูรณาการแก้ไข ได้แก่ 1. การเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟเพื่อรองรับอุปสงค์การท่องเที่ยวทางรางที่เติบโตสูงขึ้น 2. การพัฒนาระบบการสำรองที่นั่งให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง 3. การดึงศักยภาพของสถานีรถไฟเก่าแก่อายุนับร้อยปีมาพัฒนาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว และ 4. การปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องน้ำทั้งภายในสถานีและบนขบวนรถไฟ

    ทางด้าน นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. เผยว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันยินดีที่จะใช้จ่ายในราคาสูงเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย และต้องการทางเลือกในการเดินทางเชื่อมโยงที่ยืดหยุ่น 

    ส่วนนายนิธิ สิบพงษ์สังข์ ตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อมุ่งสู่ “การท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล” (Tourism for All) โดยเฉพาะการปรับปรุงทางลาดและสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุและผู้พิการให้สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

    อย่างไรก็ตาม นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เผยว่า วันนี้เป็นนิมิตใหม่อันดีและเป็นความหวังแก่คนในภาคการท่องเที่ยว ที่รัฐมนตรีทั้ง 2 ท่านร่วมกันผลักดันโครงการที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวในระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2937027&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3V1yji413phUa-zzC_NKYB

  • ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ ลุ้นเศรษฐกิจQ3โต3.2% จับตาเงินเฟ้อทะยานแต่ยันไม่ต้องขึ้นดบ.

    ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ ลุ้นเศรษฐกิจQ3โต3.2% จับตาเงินเฟ้อทะยานแต่ยันไม่ต้องขึ้นดบ.

    ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ คาดเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/69 โตทะยาน 3.2% อานิสงส์การบริโภคหนุนเต็มสูบ ประเมินเงินเฟ้อขยับถึงระดับ 5% ในเดือน ต.ค. นี้ พร้อมยันยังไม่จำเป็นต้องขยับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเบรกเงินเฟ้อ มองส่งออกยังแกร่งลุ้นโตพรวด 12-13%

    2 มิ.ย. 2569 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.คาดว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3/2569 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 3.2% จากแรงหนุนการบริโภคเป็นหลัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้ออาจจะขยับขึ้นไปสูงสุดในเดือนต.ค.2569 ที่ระดับ 5% แต่มองว่าเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอลงในไตรมาส 2 ของปี 2570 จากผลของสงครามในตะวันออกกลางคลี่คลาย และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง

    สำหรับภาคการส่งออกในปี 2569 นั้น คาดว่ามีโอกาสโตได้เป็นตัวเลข 2 หลัก อยู่ที่ราว 12-13% ส่วนกรณีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในระดับสูง ผู้ว่าการ ธปท. มองว่า สถานการณ์ดังกล่าวจะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งเป็นผลมาจากนำเข้าน้ำมัน

    “จากข้อมูลดังกล่าวนี้ ทำให้ ธปท.ไม่มีความจำเป็นที่ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากมองว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเงินเฟ้อสูงที่มาจากฝั่ง supply ได้ แต่หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากที่ประเมินไว้ ธปท.จะพิจารณาอีกครั้ง” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

    นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า สถานการณ์เศรษฐกิจไทยยังไม่น่ากังวลว่าจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่อัตราการว่างงานและเงินเฟ้อสูงอย่างต่อเนื่อง (stagflation) โดย ธปท. จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/1007109/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3amfTK02wOGYgJFXso6L7O

  • คอลัมน์ –

    คอลัมน์ –

    FooterLogo

    ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
    webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
    ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
    กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

    Social Media

    Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/columnist/66570&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oRM3zh78stKOiu8ELs0Oj

  • สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (3) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (3) – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (3)

    วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ค. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 2 มิ.ย. 2569

    | 9 view

    วันที่ 1 – 4 พฤษภาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Royal Thai Embassy in Kuala Lumpur’s Diplomatic Journey Trip” ภายใต้ธีม “Unseen Phuket: From Local Wisdom to Global Connectivity”

    ในห้วงการเยือนฯ คณะฯ ได้เยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดภูเก็ต อาทิ แหลมพรหมเทพ ย่านเมืองเก่าภูเก็ต ศาลเจ้าแสงธรรม วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) และเกาะแพหรือทะเลแหวกภูเก็ตซึ่งดูแลรักษาโดยวิสาหกิจชุมชนบางโรง นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสประสบการณ์นวดแผนไทยที่สถานประกอบการท้องถิ่นที่ได้รับรางวัลด้านความยั่งยืน และรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมระดับโลก “สยามนิรมิต” ที่ผสมผสานศิลปะการแสดงของไทยเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย ตลอดจนลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มพื้นเมืองและของประเทศไทย ชูสถานะ “เมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (Creative City of Gastronomy) ขององค์การ UNESCO” ของจังหวัดภูเก็ต และส่งเสริมความนิยมในสินค้าและบริการของไทย

    การดำเนินกิจกรรมฯ ครั้งนี้บรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทย มาเลเซีย และมิตรประเทศ ด้านเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจและการทูตวัฒนธรรมเชิงรุกในทุกมิติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยมีคณะผู้แทนระดับสูงของนานาประเทศเป็นกลไกสำคัญในการเผยแพร่และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในเวทีสากล ตลอดจนสนับสนุนการขยายโอกาสด้านการส่งออกของไทยไปยังตลาดต่างประเทศ โดยคณะฯ ต่างชื่นชมข้อริเริ่มดำเนินกิจกรรมฯ ของสถานเอกอัครราชทูตฯ และเห็นว่า กิจกรรมฯ ได้สะท้อนการดำเนินยโยบายการทูตเชิงรุกของประเทศไทยที่เด่นชัด แสดงถึงความพร้อมของไทยในการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับโลก ขณะเดียวกัน ยินดีที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทยด้วยตนเอง ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเชิงบวกต่อประเทศไทย อันเป็นรากฐานที่มั่นคงของการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระดับประเทศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในทุกระดับและครอบคลุมทุกมิติต่อไป

    อนึ่ง คณะฯ ประกอบด้วย (1) H.E. Marta Laura Gabrieloni เอกอัครราชทูตอาร์เจนตินาประจำมาเลเซีย (2) H.E. Peter Van Acker เอกอัครราชทูตเบลเยียมประจำมาเลเซีย (3) H.E. Jaime Alexis Munoz Sandoval เอกอัครราชทูตชิลีประจำมาเลเซีย (4) H.E. Irakli Asashvili เอกอัครราชทูตจอร์เจียประจำมาเลเซีย (5) H.E. Orla Tunney เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำมาเลเซีย (6) H.E. Ismael Maddallah Suliman Maaytah เอกอัครราชทูตจอร์แดนประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (7) H.E. Maher Kheir เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำมาเลเซีย (8) H.E. Mariyam Shabeena Ahmedเอกอัครราชทูตมัลดีฟส์ประจำมาเลเซีย (9) H.E. Luis Javier Campuzano Pina เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำมาเลเซีย (10) H.E. Peter Spišia เอกอัครราชทูตสโลวักประจำมาเลเซีย (11) H.E. Radames Jesus Gomez Azuaje เอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (12) H.E. Constance Chemwayi เอกอัครราชทูตซิมบับเวประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ และ (13) นาย Mohamed Ariff Mohamed Ali ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mfa.go.th/th/content/kualalumpur-110526-3%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sPynOluGfsdcs_6zCs7Il

  • “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก

    “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก

    “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.หมายเลข 12 ควงลูกสาว “น้องยูมี” พร้อมผู้สมัครสก.พรรคเศรษฐกิจ ลุยตลาดขนส่งพื้นที่ 4 หนองจอก ชูนโยบายดันเป็น “เมืองอนาคต-ดึงทุนนอก-ยกเว้นภาษี”

    วันที่ 1 มิ.ย.2569 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสะเวช หรือ “บิ๊กหยม” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 12 จากพรรคเศรษฐกิจ ลงพื้นที่หาเสียง ณ ตลาดขนส่งพื้นที่ 4 เขตหนองจอก โดยมีการเปิดตัว “น้องยูมี” ลูกสาวคนเล็ก มาร่วมเดินทักทายพี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในตลาด 

    พล.ต.ท.ชาญเทพ เปิดเผยถึงเหตุผลที่ให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่เขตหนองจอก เนื่องจากเห็นว่าหนองจอกเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ มีศักยภาพสูง อากาศดี และมีความเป็นธรรมชาติ แต่ยังขาดความเจริญและการพัฒนาที่เท่าที่ควร ตนจึงตั้งเป้าหมายที่จะยกระดับหนองจอกให้กลายเป็น เมืองแห่งอนาคต ที่มีความสวยงาม เดินทางสะดวก ปลอดอาชญากรรม และมีสุขอนามัยที่ดี เพื่อรองรับกลุ่มผู้เกษียณอายุทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงกระจายความเจริญจากกรุงเทพฯ ชั้นใน

    นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ยังได้เสนอนโยบายเศรษฐกิจที่จับต้องได้ โดยพร้อมใช้อำนาจของผู้ว่าฯ กทม. ในการยกเว้นภาษี 10% ให้กับนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่เขตหนองจอก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่าจะให้การดูแลพี่น้องประชาชนทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิมที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่

    สำหรับกรณีโพลสำรวจคะแนนนิยมที่ตนเองยังตามหลังคู่แข่งอยู่นั้น พล.ต.ท.ชาญเทพ แสดงความมั่นใจว่า เวลาอีก 27 วันที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้ง ถือเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความสำคัญของบทบาทผู้ว่าฯ กทม. และเชื่อมั่นว่านโยบายที่ตรงจุดของพรรคเศรษฐกิจ จะทำให้คะแนนเสียงของหมายเลข 12 ขยับขึ้นมาพลิกเกมไล่ตามคู่แข่งได้อย่างแน่นอน

    ทางด้านประเด็นดราม่าทางการเมืองที่มีการพาดพิงเรื่องการเหยียดเพศ พล.ต.ท.ชาญเทพ ปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว  โดยระบุว่าตนเองทำงานหนักมาโดยตลอด เป็นคนรักครอบครัว มีทั้งคุณแม่และลูกสาว จึงไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้นอย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ “น้องยูมี” ลูกสาวคนเล็กที่มาร่วมลงพื้นที่หาเสียงเป็นครั้งแรก ได้กล่าวเสริมว่า พร้อมสนับสนุนคุณพ่ออย่างเต็มที่เพราะเชื่อมั่นว่าคุณพ่อมีความตั้งใจจริงที่จะเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน

    นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชาญเทพ ยังได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม กทm. โดยวิจารณ์การทำงานของผู้บริหารชุดเก่าที่อยู่มา 4 ปี แต่ฝนตกเพียงชั่วโมงเดียวน้ำยังท่วมขังใจกลางเมือง พร้อมย้ำว่าหากตนได้รับเลือกตั้ง ปัญหาน้ำท่วมจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาด รวมถึงจะเร่งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นความเดือดร้อนหลักของคนกรุงเทพฯ

    ในช่วงท้ายของการลงพื้นที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ ได้ร่วมกับทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรคเศรษฐกิจ ที่มาร่วมเดินหน้าหาเสียงและแสดงพลังในพื้นที่อย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย

    • นายวรชัย สมบัติเจริญกิจ ผู้สมัคร สก. เขตหนองจอก หมายเลข 2

    • นายกัณฑ์ชาติ มนต์กันภัย ผู้สมัคร สก. เขตบางกะปิ หมายเลข 2

    • นายวันชัย รัตนขจรไชย ผู้สมัคร สก. เขตลาดกระบัง หมายเลข 3

    • นายกิตติธัช อยู่ดี ผู้สมัคร สก. เขตประเวศ หมายเลข 2

    โดยทีมผู้สมัครทุกคนได้ร่วมกันฝากทิ้งท้าย ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจเลือกพรรคเศรษฐกิจ ทั้งหมายเลข 12 ในส่วนของผู้ว่าฯ กทม. และหมายเลขประจำตัวของผู้สมัคร สก. ในแต่ละเขต เพื่อเข้าไปเปลี่ยนผ่านกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นร่วมกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2936773&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BLZVvzRU7jN6tPF96rlOf