
ทุกครั้งที่มีการ ยุบสภา ไม่ได้มีแค่เกมการเมืองที่ต้องเริ่มใหม่ แต่กฎหมายสำคัญหลายฉบับ กลับต้อง “ชะงัก ค้าง หรือหลุดจากกระบวนการพิจารณา” ไปโดยปริยาย
8 กฎหมายผู้บริโภค หยุดชะงักเพราะ “ยุบสภา”
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิผู้บริโภค มีทั้งกฎหมายที่ถูกแช่แข็ง ยังไม่ทันเข้าสู่การพิจารณาอย่างเป็นทางการตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน มี 3 ฉบับ ได้แก่ 1) ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. …. 2) ร่าง พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. …. และ 3) ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ….
ขณะที่กฎหมายอีก 5 ฉบับ แม้จะผ่านการพิจารณาของ สส. หรือ สว. มาแล้ว ก็ต้องตกไปเพราะสภาสิ้นสุดลงก่อนกฎหมายจะเดินถึงเส้นชัย ไม่ว่าจะเป็น 1) ร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. …. หรือเลม่อน ลอว์ 2) ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .. … 3) ร่าง พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .. … 4) ร่าง พ.ร.บ. โคนมและผลิตภัณฑ์นม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. และ 5) ร่าง พ.ร.บ.สถานพยาบาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….
ชง รบ. ใหม่ เดินหน้ากฎหมายผู้บริโภค
คำถามสำคัญคือ หลังได้รัฐบาลใหม่ กฎหมายเหล่านี้จะไปต่ออย่างไร?
รัฐธรรมนูญเปิดทางไว้ว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สามารถขอให้รัฐสภานำร่างกฎหมายที่ “ตกไป” กลับมาพิจารณาต่อได้ ภายใน 60 วันนับจากการเปิดประชุมสภาครั้งแรกหลังเลือกตั้ง หากรัฐสภาเห็นชอบ กฎหมายก็สามารถเดินหน้าต่อจากวาระเดิมที่ค้างอยู่ได้ทันที ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
ส่วนกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน หากรัฐบาลไม่ขอให้นำกลับมาพิจารณา ผู้เสนอสามารถยื่นหนังสือยืนยันต่อประธานสภาภายใน 120 วัน ซึ่งเท่ากับเป็นการเริ่มเสนอร่างกฎหมายใหม่อีกครั้ง
การ ยุบสภา อาจเป็นเรื่องการเมือง แต่ผลกระทบตกอยู่กับผู้บริโภคทุกคน การติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้รัฐบาลใหม่ “หยิบกฎหมายผู้บริโภคกลับมาเดินหน้า” จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการปกป้องสิทธิของเราเองในระยะยาว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ พ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว อนุทินให้เหตุผล “การเมืองภายในประเทศมีปัญหารุมเร้า”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/tcc_media/18122568_dissolve-the-parliament_info/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KGTB95UT3We0uLxJXmFDI








วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ที่ชุมชนลำปำ ณ ศาลาเอนกประสงค์ชุมชนบ้านท่าน้ำหัวนอน ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ นายสุจินต์ วาจากิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ และประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมงาน พร้อมด้วยชาวชุมชนและประชาชนในพื้นที่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของชุมชน โดยนำทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่พัฒนาต่อยอดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์” นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ปีนี้ชุมชนลำปำได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 ชุมชนต้นแบบของประเทศ พร้อมเน้นย้ำให้ชุมชนร่วมกันพัฒนาเพื่อความเข้มแข็งและเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ชุมชนลำปำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัด มีอัตลักษณ์โดดเด่น ทั้งโบราณสถาน การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ตลาดริมคลองลำปำที่สะท้อนวิถีชีวิตดั้งเดิม อาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงกิจกรรมตักบาตรพระทางน้ำที่หาชมได้เฉพาะที่นี่ พร้อมกล่าวว่าในปีหน้าจะบรรจุชุมชนลำปำในปฏิทินท่องเที่ยวของประเทศต่อไป

แสงอรุณ แดงมณี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.พัทลุง





“กนง.” มติเอกฉันท์ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อปีลง 0.25% เหลือ 1.25% ต่อปี โดยให้มีผลทันที พร้อมคงจีดีพีปี 68 ไว้ที่ 2.2% แต่ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 69 เหลือ 1.5% ส่วนปี 70 ที่ 2.3% คาดน้ำท่วมใต้กระทบจีดีพี 0.1-0.2%