Blog

  • ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร | TOPNEWS

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 16:16

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    เมื่อวันที่ 16 มกราคม 69 นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ ท่านหลิว หงเหมย (Mrs. Liu Hongmei) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และหารือแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจังหวัดชัยภูมิและสาธารณรัฐประชาชนจีนมุ่งเป้า “การท่องเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    โดยในการหารือครั้งนี้ คือการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคนในพื้นที่
    มิตรภาพที่น่าประทับใจ

    บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยท่านกงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวทักทายอย่างคุ้นเคยและระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีในอดีตที่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหาร ณ กงสุลใหญ่จีนฯ ขอนแก่น สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไม่ใช่เพียงแค่ในระดับนโยบาย แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระดับบุคคลที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือต่อไปในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

    1111

    ปก web แถลงข่าว“ตรุษจีนปากน้ำโพ ปีที่ 110”

    โจรแสบวนเวียน ฉวยโอกาสลัก จยย.กลางตลาด

    กาญจนบุรี///รถบรรทุกน้ำมันหลุดโค้งพลิกคว่ำหวิดเกิดทะเลเพลิง ชาวบ้านวอนขับช้าๆ เกิดเหตุที่เดิมสองครั้ง

    “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ เหตุเครนถล่ม “โคราช – พระราม 2” จี้เร่งหามาตรการอุดช่องโหว่ความปลอดภัย “โครงการก่อสร้างภาครัฐ”

    เชียงใหม่ เริ่มแล้ว กิจกรรม แฟรนไซส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2

    เชียงใหม่ จัดพิธีไหว้ครูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดองค์ความรู้และวัฒนธรรมไทยสู่สากสากลประจำปี 2569

    ตร.เมืองคอน ล่อซื้อสิ่งเสพติด หนีไม่รอดรถเสียหลักชนต้นไม้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457076&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cjyIk9MLm1xsROqIQMnzq

  • กต.จับมือภาคเอกชนวางยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ รับมือสถานการณ์โลก | เดลินิวส์

    กต.จับมือภาคเอกชนวางยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ รับมือสถานการณ์โลก | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงอาหารกลางวันพร้อมกับพบปะหารือคณะผู้แทนภาคเอกชนไทย จาก 3 สถาบันหลัก ได้แก่ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับการวางยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจ

    โดยนายสีหศักดิ์ กล่าวภายในงาน ว่า การวางยุทธศาสตร์ของไทยต้องพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการจากนายโดนัลด์  ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าการรักษากฎกติการะหว่างประเทศยังเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถอยู่ร่วมกันได้ ไทยจึงเน้นความสำคัญไปที่การรวมกลุ่มกับประเทศต่างๆ เช่น อาเซียน เพื่อร่วมกันประคับประคองกติกาสากล ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายการทูตเศรษฐกิจจะต้องขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ภาครัฐและภาคเอกชนต้องทำงานเป็นทีม ดังนั้น การหารือในวันนี้จึงถือเป็นการเริ่มต้นของนโยบายการทูตเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

    รมว.ต่างประเทศ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ไทยไม่สามารถนิ่งเฉยต่อมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐ จึงจำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าต่างๆ ให้มากขึ้น อาทิ การดำเนินข้อริเริ่มนโยบายของไทยต่อภูมิภาคแอฟริกา (Thai – Africa Initiative) เนื่องจากไทยมองเห็นถึงความสำคัญ ศักยภาพ และการกระชับความสัมพันธ์กับภูมิภาคแอฟริกา  ซึ่งในการบุกเบิกตลาดใหม่ การเมืองและการทูตจะต้องนำหน้าให้กับภาคเอกชน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถขับเคลื่อนการทำธุรกิจต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นายสีหศักดิ์ กล่าวยกตัวอย่างการวางนโยบายเศรษฐกิจของประเทศสิงคโปร์ คือ ต้องบูรณาการทำงานเป็นทีม ระหว่างหน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมทั้งภาคเอกชนเพื่อให้การดำเนินงานใดๆก็ตามเป็นไปอย่างมีเอกภาพ ตามนโยบายเศรษฐกิจ 3C ของไทย คือ จะต้องดำเนินการอย่างมั่นใจ (Confidence) มีศักยภาพในการแข่งขัน (Competitiveness) และดำรงความร่วมมือกับหุ้นส่วนต่างๆ (Collaboration partners) วันนี้จึงอยากฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมหารือเพื่อนำไปขับเคลื่อนนโยบายทางการทูตและการเมืองได้อย่างรอบด้าน

    ต่อมา รมว.ต่างประเทศ แถลงหลังการหารือ ว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบายการทูตเศรษฐกิจ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะมีบทบาทในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล อีกทั้งยังเดินหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของไทย โดยจะเพิ่มการเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงบริบทการค้าโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องแสวงหาพันธมิตรเพื่อร่วมกันรักษากติกาการค้าระหว่างประเทศ รักษาตลาดเดิมไปพร้อมกับการพัฒนาตลาดใหม่ที่ไทยยังเข้าไม่ถึงอย่างเต็มที่ เช่น ประเทศในทวีปแอฟริกา และลาตินอเมริกา

    ด้านนางอุรษา มงคลนาวิน อธิบดีกรมเอเชียใต้ตะวันออกกลางและแอฟริกา กล่าวถึงการแสวงหาโอกาสทางการทูตเศรษฐกิจของไทยในภูมิภาคแอฟริกา ว่าจะมีการปรับบทบาทให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกและสินค้าไทย โดยจะเสริมสร้างความร่วมมือกับภูมิภาคแอฟริกา 4 ด้าน เช่น การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกัน การจัดทำเอฟทีเอกับประเทศหลัก ๆ ไทยจะสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนกับแอฟริกา ผ่านองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ไทยกับแอฟริกาจะสนับสนุนกันและกันในประเด็นระหว่างประเทศที่มีความสนใจร่วมกัน และมีบทบาทที่สร้างสรรค์ร่วมกัน ในการจัดการกับระเบียบโลกใหม่ เช่น การส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์

    นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประเทศมหาอำนาจใช้มาตรการภาษีศุลกากรมาเป็นเครื่องมือในการกดดันประเทศอื่น ๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตน เช่น กรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ขู่ขึ้นภาษีศุลกากร อัตราร้อยละ 25 ต่อประเทศคู่ค้ากับอิหร่าน ว่าไม่เห็นด้วยกับการนำเรื่องภาษีมาใช้กดดันในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาษี ทั้งยังเป็นการกดดันประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้นๆ โดยตรง ให้ปรับท่าทีคล้อยตามตนเอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าประเด็นความผันผวนทางภูมิศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุนอย่างมาก จึงจำเป็นต้องร่วมกันคิดและวางยุทธศาสตร์กับภาคเอกชน ซึ่งเป็นทั้งความท้าทาย และเป็นทั้งโอกาส หากไทยสามารถวางบทบาทในเรื่องดังกล่าวได้ดี

    “ผมคิดว่าตรงนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอก มันมาแล้ว และทำอย่างไรที่เราจะกำหนดยุทธศาสตร์ โดยมองทุกอย่างให้รอบด้าน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่างๆ รักษาความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันเรายังมีโอกาสที่จะพัฒนาตลาดสหรัฐได้อีก” นายสีหศักดิ์ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังเกิดความผันผวนภายในภูมิภาคอาเซียน เช่น ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของอาเซียน ทั้งการรักษากติกาสากล และด้านเศรษฐกิจภายในภูมิภาค ตามที่ได้วางยุทธศาสตร์ไว้หรือไม่ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ไทยยังมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเดินหน้าเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ส่วนในกรอบอาเซียน ไทยและกัมพูชายังสามารถร่วมมือกันได้ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของอาเซียน โดยเฉพาะในขณะนี้อาเซียนต้องเดินหน้าในเรื่องการลงทุนทางเศรษฐกิจ การเปิดเสรี การประสานความร่วมมือด้านดิจิทัล ซึ่งความร่วมมือเหล่านี้เกิดผลดีต่อส่วนรวม ปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาจึงไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5508851/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Sbe8M8pA2FsiIZDInJyx-

  • I

    I

    บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์การนำโอกาสจากตลาดทุนโลกมาให้นักลงทุนไทย ร่วมกับ China Asset Management (ChinaAMC) หนึ่งในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำของจีน เปิดตัวตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR23) ใหม่ 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ CN23 อ้างอิง ChinaAMC CSI 300 ETF เข้าถึงแกนหลักเศรษฐกิจจีน ผ่านหุ้นบลูชิพ A-Share ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจสำคัญ ตั้งแต่การเงิน บริโภค เทคโนโลยี ไปจนถึงอุตสาหกรรม และ CNSTAR5023 อ้างอิง ChinaAMC STAR 50 ETF เข้าถึง 50 บริษัทเทคโนโลยีแกนหลักของจีน บน STAR Market (Science and Technology Innovation Board กระดานซื้อขายหุ้นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน) ครอบคลุมชิปขั้นสูงไปจนถึงนวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่ง ETF ทั้ง 2 หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรง มีค่าธรรมเนียมบริหารจัดการต่ำเพียง 0.15% ต่อปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว โดยสามารถซื้อขายได้ด้วยเงินบาท ผ่านตลาดหุ้นไทยสะดวก และอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของตลาดทุนไทย

    InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์

    นายพยนต์ พงศาวรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน (Chief Investment Officer) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างจากการเติบโตแบบดั้งเดิม สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และการบริโภคภายในประเทศ ตลาดหุ้นจีนยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดพอร์ตลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในจังหวะที่มูลค่าตลาดยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการทยอยสะสม การเปิดตัว DR23 ทั้งสองหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงเศรษฐกิจจีนได้อย่างครบมิติ โดย CN23 ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์หลัก (Core Asset) สำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเติบโตไปพร้อมเศรษฐกิจจีนในระยะยาว ด้วยโครงสร้างดัชนีที่กระจายตัวดี สะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจจีนในภาพรวม ผ่านหุ้น A-Share ขนาดใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแรงและมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตของประเทศ ขณะที่ CNSTAR5023 เป็นตัวแทนของธีมการเติบโต (Growth Allocation) ที่ สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของจีนในการผลักดันนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพึ่งพาตนเองด้านอุตสาหกรรมขั้นสูง ซึ่งเป็นทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ การมีทั้งสองสินทรัพย์อยู่ในพอร์ตจึงช่วยสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพในการเติบโต สอดคล้องกับแนวคิด All-Weather Investment Products ของInnovestX ที่มุ่งเน้นการกระจายความเสี่ยงและการจัดพอร์ตอย่างยืดหยุ่น เพื่อรองรับ การลงทุนในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ” InnovestX จับมือ ChinaAMC เปิดตัว DR23 ใหม่ 2 หลักทรัพย์

    ผู้ลงทุนที่มีบัญชีหุ้นไทย ไม่จำกัดโบรกเกอร์ สามารถซื้อ-ขาย DR23 ทั้ง “CN23” และ “CNSTAR5023” ได้ทันที ผ่านแอป Streaming ลงทุนง่ายเหมือนหุ้นไทย พิเศษ สำหรับลูกค้า InnovestX สามารถสะสม INVX Points ทุกครั้งที่เทรด เพื่อแลกเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียมและรับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกด้วย

    DR23 ที่ออกโดย InnovestX ได้รับการคัดเลือกสินทรัพย์โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ พร้อมมี Market Maker มืออาชีพดูแลสภาพคล่อง เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างราบรื่นในช่วงที่เวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ไทยกับตลาดหลักทรัพย์ของหลักทรัพย์อ้างอิงเปิดทำการตรงกัน สำหรับกรณี DR 2 ตัวใหม่นี้คือเวลา 10.00 – 10.30 น. และ 12.00 – 14.00 น. นักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนด้วยเงินไม่มาก และตรวจสอบข้อมูลราคาและ Fair Price ผ่านแพลตฟอร์ม InnovestX นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ยังได้รับเครดิตเรตติ้งระดับ AA จาก Fitch Ratings และเป็นบริษัทเครือเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์

    InnovestX แพลตฟอร์มลงทุน ที่เดียวครบ ง่าย ได้เปรียบ ในทุกสภาวะตลาดทั่วโลก ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ DR23 และบทวิเคราะห์จาก InnovestX ได้ที่ www.innovestx.co.th/cafeinvest

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievou1jkk43kk6ajp7op2xd6w124bscz&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UXkUYWNyFtCN58fY0-NKc

  • กลุ่มปตท.เปิดเวทีใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนตอบรับ Net Zero

    กลุ่มปตท.เปิดเวทีใหญ่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืนตอบรับ Net Zero


    กลุ่มปตท.จับมือรัฐ–เอกชน เดินหน้าออกแบบเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม หนุนโครงการ Eastern Thailand CCS Hub ดึงภาคอุตสหากรรมร่วมลดคาร์บอนตั้งเป้า 10 ล้านตัน/ปี

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand’s New Horizon: ประเทศไทยแข็งแกร่งและยั่งยืนท่ามกลางโลกผันผวนและความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศ”ในงาน “Sustainability Spark by PTT Group 2026: Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต” ซึ่งจัดโดยกลุ่ม ปตท.ว่า งานในวันนี้เป็นการรวมพลังเพื่อสร้างอนาคตการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยและโลกที่ดีขึ้น ซึ่งต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยปัจจุบันรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจน และผลักดันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050 รัฐบาลมีมติเห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการวางกรอบกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

    ขณะเดียวกันกลไกสำคัญคือราคาคาร์บอนภาคบังคับที่จะสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ภาษีคาร์บอน หรือระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ETS) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าระบบภาคสมัครใจ  โดยนำรายได้จากการจัดเก็บไปตั้ง”กองทุนสนับสนุนภาคเอกชน” โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ให้สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่ธุรกิจสีเขียวได้

    ด้านภาคการเงินส่งเสริมให้เกิด การเงินสีเขียว (Green Finance) รัฐบาลได้ออก Sustainability Linked Bond เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  เพื่อให้เอกชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ถ้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ความยั่งยืน

    นอกจากนี้ เทคโนโลยีการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture Utilization and Storage: CCUS) เป็นเรื่องสำคัญมาก และเห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท. ในการผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐ และการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน ขณะเดียวกัน ต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เป็นการรวมพลังทุกภาคส่วนทั้ง Public Private People และPartnership for Planet (5P) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในประเทศไทย

    ด้านดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. มีพันธกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคม พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกระบวนการดำเนินงาน ภายใต้หลัก “ความยั่งยืนอย่างสมดุล” ที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    นอกจากนี้ยังสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ ภาคเอกชน การศึกษา และภาคประชาชน เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสริมศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero ไปพร้อมกัน

    สำหรับโครงการความยั่งยืนของปตท.นั้นที่ผ่านมา มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)  ได้แก่ การปรับพอร์ตธุรกิจเพื่อลดคาร์บอนให้ได้ 20% การเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจปิโตรเคมี โรงแยกก๊าซ โรงกลั่นน้ำมัน ให้ได้ 20-30%   และ การปลูกป่า 2 ล้านไร่ ซึ่งดำเนินไปได้เพียง 5 แสนไร่

    นอกจากนี้ยังเดินหน้าโครงการพัฒนาระบบดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage – CCS)  หรือ CCS  ซึ่งปตท.สผ.ได้นำร่องโครงการไปแล้ว กับแปลงก๊าซธรรมชาติ แหล่งอาทิตย์กักเก็บคาร์บอนฯ  1  ล้านตันต่อปี   ขณะเดียวกันในภาพใหญ่มีแผนดำเนินการ Eastern Thailand CCS Hubในพื้นที่ทะเลตะวันออก ซึ่งในอ่าวไทย  เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมในภาคตะวันออกของไทย (EEC) ให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero โดยดักจับ CO2 จากโรงงานและส่งไปอัดเก็บใต้ชั้นหินในอ่าวไทยอย่างถาวร. โครงการนี้มี 3 ขั้นตอนหลัก (ดักจับ ขนส่ง กักเก็บ) คาดว่าจะกับเก็บคาร์บอนฯมากกว่า 10 ล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องมีพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการพูดคุย อาทิ สิงคโปร์ และเกาหลี แต่จะต้องเห็นความชัดเจนด้านกฎระเบียบและกฎหมายจากภาครัฐก่อน

    ด้านการนำไฮโดรเจนมาเป็นพลังงานทางเลือกทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติในอนาคตนั้น อาจจะช้ากว่า CCS เพราะมองว่าเชื้อเพลิงไฮโดรเจนยังมีต้นทุนสูง เมื่อเทียบกับ CCS แต่กลุ่ม ปตท.ยังสนใจและศึกษาต่อเนื่อง แต่ก็คงต้องมีพันธมิตรเข้าร่วมลงทุนเช่นกัน

    สำหรับการจัดงาน“Sustainability Spark by PTT Group 2026: Sparking the Future พลังจุดประกายอนาคต” ระหว่างวันที่ 16-17 ม.ค. ประกอบไปด้วย 1.เวทีสัมมนา ตลอด 2 วัน ที่ผนึกพลังจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขากว่า 40 ท่าน ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมและประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต อาทิ การยกกรณีศึกษาจากประเทศสหราชอาณาจักรที่ใช้กลไกเชิงนโยบายขับเคลื่อนให้การเดินหน้าสู่ Net Zero กลายเป็นพลังเศรษฐกิจใหม่

    การวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านความยั่งยืนและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ในภาคพลังงาน อุตสาหกรรม คมนาคม และเกษตรกรรม ภายหลังการบรรลุข้อตกลงต่างๆ
    จากการประชุม COP30 โดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลกจาก S&P Global, Bloomberg และ McKinsey & Company

    รวมไปถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ขับเคลื่อนนโยบาย ผู้นำธุรกิจ และภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาแนวทางร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตลอดจนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนต่างๆ ให้สามารถเกิดขึ้นได้จริงและขยายผลสู่วงกว้างอย่างเป็นรูปธรรม

    2.บูธนิทรรศการถ่ายทอดการดำเนินงานจริงของกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล ผ่านการลงทุนในพลังงานและผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ การขับเคลื่อนโครงการและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ภาคส่วนต่างๆ ของประเทศไทย พร้อมด้วยกิจกรรมร่วมสนุกของกลุ่ม ปตท. อาทิ Harumiki Immersive Zone บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของสตรอว์เบอร์รี Harumiki และไม้เมืองหนาวจากพลังความเย็นจาก LNG รวมไปถึง Plastic Funtastic by GC เปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้กลับมามีคุณค่าอย่างสร้างสรรค์

    3. Spark Lab เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความยั่งยืนระหว่างองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และเรียนรู้ธรรมชาติผ่านเวิร์กช็อปจัดสวนขวดแก้ว  4. Spark Hack เวทีเฟ้นหาไอเดียของคนรุ่นใหม่ ในการออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

    4. Spark Market ชิม ชม ช็อป อาหารและสินค้าโดนใจสายรักษ์โลกจากกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตร อาทิ ผลิตภัณฑ์ Upcycling เพื่อสิ่งแวดล้อม สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน โครงการชุมชน
    ยิ้มได้ และไทยเด็ด 5. Business Matching โอกาสครั้งสำคัญในการผนึกพลังสร้างการเติบโตทางธุรกิจเพื่อร่วมขับเคลื่อน Thailand’s Sustainability Ecosystem พบกับผู้ประกอบการกลุ่ม ปตท. และเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจด้านความยั่งยืน 4 กลุ่มศักยภาพ: Low Carbon Solutions, Circular & Clean Tech, Social Innovation และ Green Investment & ESG Funding

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39491&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-YdgT_MzxvRNnO-DZgisu

  • เลือกตั้ง’69: “สีหศักดิ์” วางเป้าหมายเศรษฐกิจการทูต ยกระดับทำงานเชิงรุก เปิดกว้างรับโลกหลายขั้ว : อินโฟเควสท์

    เลือกตั้ง’69: “สีหศักดิ์” วางเป้าหมายเศรษฐกิจการทูต ยกระดับทำงานเชิงรุก เปิดกว้างรับโลกหลายขั้ว : อินโฟเควสท์

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงแนวทางเศรษฐกิจการทูตที่ตอบโจทย์ของประเทศ คือ การหาตลาดใหม่ หรือแม้กระทั่งเอเชียกลาง เรื่องการค้าเสรีต้องสนับสนุนการเจรจาการค้าเสรี และที่สำคัญที่สุดคือ อยากจะให้เอกอัครราชทูตทำงานเชิงรุกทางเศรษฐกิจ เข้าใจว่าประเทศไทยต้องขายอะไร ต้องการตลาด ต้องการเทคโนโลยีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจ และเข้าถึงบริษัทต่าง ๆ ที่สำคัญในระดับสูง เพื่อเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในยุคนี้

    เนื่องจากโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทูตต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย เราต้องระวังไม่เลือกข้างใดข้างหนึ่ง พยายามรักษาความสมดุล แต่มีจุดยืน ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ตรงกลางตลอดไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เราต้องมีความกล้าหาญพอที่จะมีจุดยืนของเรา พยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง แต่ถ้ามีความจำเป็น และในประเด็นที่เขาขัดแย้งกันอยู่ แต่เป็นประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ของเราก็ต้องมีจุดยืน

    “ผลประโยชน์เราอยู่ตรงไหนก็ต้องไปทางนั้น โลกนี้เป็นโลกหลายขั้ว เพราะฉะนั้นเราไม่ควรจำกัดตัวเองกับ 2 ขั้ว ควรจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับขั้วอื่น ๆ ด้วยคือ อินเดีย ญี่ปุ่น อียู ออสเตรเลีย เกาหลี การที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีจะช่วยในการถ่วงดุลระหว่างขั้วต่าง ๆ ทำให้มีทางเลือกมากขึ้น ตอนนี้ก็มีนโยบายที่เพิ่งเริ่มคือ นโยบายประเทศไทยสู่แอฟริกา เพราะไม่ได้เป็นประเทศที่ด้อยพัฒนาเหมือนแต่ก่อน หลายประเทศกำลังก้าวขึ้นมา มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ” นายสีหศักดิ์ กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/561657&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Xa5xemiXifO7q8F97tAoI

  • นครปฐม///สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 19:13

    สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู

    วันที่ 16 มกราคม 2569 ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายอรรภวุฒิ พึ่งเนียม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานพิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ เนื่องในวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 โดย ดร.ณัฎฐิกา ลิ้มเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 กล่าวว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ร่วมกับ ร่วมกับกลุ่มโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครปฐม เพจอีจัน และครูจากโรงเรียนต่างๆ กว่า 2,000 คน จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน”

    เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกทั้งเพื่อระลึกถึงคุณครูของบูรพาจารย์ ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างครู และความเข้าใจอันดีระหว่างครูและประชาชน ตลอดจนส่งเสริม ยกย่อง เชิดชูเกียรติให้กับผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ที่ทำคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนและเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม

    สำหรับการจัดกิจกรรมเนื่องในวันครู ประจำปี 2569 ประกอบด้วย พิธีตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 93 รูป, พิธีแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์, พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    เป็นเวลา 93 วินาที, พิธีน้อมรำลึกบูรพาจารย์, พิธีบูรพาจารย์รำลึกถึงบุญคุณ และพิธีมอบเกียรติบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู โดยมี โรงเรียนวัดหนองปลาไหล ผอ.ชุติสรา หาดแมน ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ผู้อำนวยการสถานศึกษาดีเด่น

    คุณครูน้ำฝน ทองสายใหญ่ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่น
    คุณครูพรรณทิภา สุวรรณเจริญ ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่น


    คุณครูวาทินี ปรีสำเนียง ได้รับรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติเป็น ครูและบุคคลากรทางการศึกษาดีเด่น
    เนื่ิองในวันครูแห่งชาติครั้งที่70 และยังมี บุคลากรทางกางการศึกษาดีเด่น และบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ ด้านการศึกษา อีกด้วย

    สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว   TOP NEWS  ทั่วไทย จ.นครปฐม

    awdwd

    11SOCAIL 16-9 copy

    กกต.กำแพงเพชร เปิดเวที “เล่าสู่กันฟัง-ชากังราว ครั้งที่ 2” รวมพลังสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย

    ชลบุรีรวมใจพลังจิตอาสา พัฒนาความสะอาดเมือง ลดฝุ่น PM 2.5 สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

    “พงศ์พล–องอาจ” พรรคประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงพื้นที่สะพานขวา อ้อนขอคะแนนเสียง ปชช.ต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมรับฟังปัญหาพี่น้องเขต 7

    ตชด.32 สนธิกำลังหลายหน่วย ตรวจยึด–ตัดทำลายไร่ฝิ่น พื้นที่บ้านบ่อหอย อำเภอเวียงสา

    ตำรวจพัทยาบุกตรวจคอนโดฯ รวบชาวจีนซุกปืน 2 กระบอก กระสุน 11 นัด

    น่านเตรียมพร้อม! จัดประกวด “นางสาวน่าน–ธิดาดอย” ปี 2569 ชูอัตลักษณ์ความงามคู่เมืองน่าน เปิดรับสมัคร 19–30 ม.ค. นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457308&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1dQYXpxItk5Xn5lv2MSmbS

  • ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร | TOPNEWS

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 16:16

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    เมื่อวันที่ 16 มกราคม 69 นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ ท่านหลิว หงเหมย (Mrs. Liu Hongmei) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และหารือแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจังหวัดชัยภูมิและสาธารณรัฐประชาชนจีนมุ่งเป้า “การท่องเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    โดยในการหารือครั้งนี้ คือการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคนในพื้นที่
    มิตรภาพที่น่าประทับใจ

    บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยท่านกงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวทักทายอย่างคุ้นเคยและระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีในอดีตที่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหาร ณ กงสุลใหญ่จีนฯ ขอนแก่น สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไม่ใช่เพียงแค่ในระดับนโยบาย แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระดับบุคคลที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือต่อไปในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

    ปก web เจาะสนามเลือกตั้งพิจิตรเขต 2

    25690116011

    เกษตรนครสวรรค์ ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน จัดอบรมและสาธิตการใช้เตาเผาไบโอชาร์

    สมุทรสาคร///นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่ม

    ตม.ชลบุรี สนธิกำลังตำรวจท่องเที่ยว ตรวจแคมป์คนงาน พบแรงงานเมียนมา–กัมพูชากว่า 500 คน

    ตม.มุกดาหาร ร่วมกับหน่วยความมั่นคงกวาดล้างอาชญากรรมตรวจค้นต่างด้าวผิดกฎหมาย

    สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ พระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยบูรพา ประจำปีการศึกษา 2567 วันแรก

    “อนุทิน” ปลื้มลุยหาเสียงบางกะปิ-แฟลตคลองจั่น ชาวบ้านดีใจได้เจอตัวจริง ร้องขอสานต่อโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ลั่นกลับร้านค้าไม่ต้องถอดป้ายออก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457076&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cjyIk9MLm1xsROqIQMnzq

  • ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับชาวไนจีเรีย ค้ายาเสพติด

    ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จับชาวไนจีเรีย ค้ายาเสพติด

    ตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ชายอายุ 38 ปี สัญชาติไนจีเรีย

    กล่าวโทษข้อหา มียาเสพติดให้โทษเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่รับอนุญาต
    และถูกจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย คดีหมายเลขดำที่ ยฝ50/2568 ที่ 89/2568 ลงวันที่ 22 เดือน เมษายน พุทธศักราช 2568 ในข้อกล่าวหา “มียาเสพติดให้โทษเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยไม่รับอนุญาต และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน)”

    สถานที่จับกุม ริมถนนสาธารณะ หน้าบิ๊กซี ม.1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/64982&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xzg3UmAO14GSxKR1-MvkL

  • ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร | TOPNEWS

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 16:16

    ชัยภูมิรุกคืบ..ผู้ว่าฯ อนันต์ ต้อนรับกงสุลใหญ่จีน ผลักดัน “มอหินขาว-ทุ่งดอกกระเจียว” สู่สายตาชาวมังกร

    เมื่อวันที่ 16 มกราคม 69 นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ให้การต้อนรับ ท่านหลิว หงเหมย (Mrs. Liu Hongmei) กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และหารือแนวทางความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจังหวัดชัยภูมิและสาธารณรัฐประชาชนจีนมุ่งเป้า “การท่องเที่ยว” กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    โดยในการหารือครั้งนี้ คือการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคนในพื้นที่
    มิตรภาพที่น่าประทับใจ

    บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยท่านกงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวทักทายอย่างคุ้นเคยและระลึกถึงความสัมพันธ์อันดีในอดีตที่เคยได้ร่วมโต๊ะอาหาร ณ กงสุลใหญ่จีนฯ ขอนแก่น สะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไม่ใช่เพียงแค่ในระดับนโยบาย แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระดับบุคคลที่เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือต่อไปในอนาคตต่อไป.

    ภาพ-ข่าว มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

    xdv

    11SOCAIL 16-9 copy

    นครปฐม///สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 จัดกิจกรรมเนื่องในวันครู

    มจพ.ระยอง เปิดเวทีดุษฎีบัณฑิตดึงพรรคการเมืองดีเบตโชว์วิสัยทัศน์ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทยสู่ความมั่นคงยั่งยืน

    กรมทางหลวงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น EIA ขยายทางหลวง 34 บางวัว–จุดตัดทางหลวง 314 ลดปัญหาจราจร รองรับ EEC

    อ.ต.ก. ชวนร่วมงาน อ.ต.ก.แฟร์ 4 ภาค @ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่

    เปิดช็อตเดือด นาที “ทหาร” สวนเจ็บ เจอผู้สมัครสส.พรรคส้ม แจกใบปลิวหาเสียงใส่มือ รีบรับมาขยำทิ้ง

    ศาลสั่งคุก 5 ปีอดีตผู้นำเกาหลีใต้ปมประกาศอัยการศึก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457076&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cjyIk9MLm1xsROqIQMnzq

  • ปีนี้ GO! Hotel เตรียมทุ่ม 500 ล้าน ลงทุนเปิดอีก 5 โรงแรม

    ปีนี้ GO! Hotel เตรียมทุ่ม 500 ล้าน ลงทุนเปิดอีก 5 โรงแรม

    “ไทยเป็น National Travel Market แต่ไม่มี National Hotel Chain” คือคำอธิบายของ ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ ถึงจุดเริ่มต้นของการปั้นแบรนด์ GO Hotel โรงแรมจากกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาที่มีเป้าหมายจะสร้างโรงแรมที่สามารถเปิดได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ในมาตรฐานที่ทุกคนยอมรับและราคาที่ทุกคนจ่ายได้

    National Hotel Chain เปิดได้ 77 จังหวัด ทุกคนรู้ว่าจ่ายได้ มีมาตรฐาน

    ‘ภูมิ จิราธิวัฒน์’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงาน Hotel Business ของเซ็นทรัลพัฒนา อธิบายถึงจุดเริ่มต้นในการก่อร่างสร้างแบรนด์ GO Hotel ในปี 2022 ว่าเกิดจากเล็งเห็นว่า ประเทศไทยเป็น National Travel Market หรือว่า ชาติแห่งการท่องเที่ยว แต่กลับไม่มี National Hotel Chain หรือ เครือโรงแรมระดับชาติ ที่มีมาตรฐาน

    National Hotel Chain คือโรงแรมที่สามารถเปิดได้ในทุกเมืองทั่วประเทศ หรือถ้าประเทศไทยก็จะต้องเปิดได้ในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ในมาตรฐานเดียวกันทุกแห่งและในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึง

    ผู้บริหารของ GO Hotel อธิบายเพิ่มเติมว่า ตลาดอเมริกาจะมีเครือโรงแรมหลายเครือที่คนอเมริกันรู้สึกอยู่แล้วว่า เป็นเครือโรงแรมที่มีมาตรฐานในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็น ibis, Motel Six, Best Western หรือแม้แต่ Novotel

    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ CPN หมายมั่นปั้นมือจะสร้าง National Hotel Chain ให้กับประเทศไทยภายใต้ชื่อ GO Hotel และเชื่อว่าวันนี้จะสามารถพาแบรนด์ไปสู่ความท้าทายในการขยายสู่ทุกจังหวัดทั่วไป

    โมเดล ‘โรงแรมคู่ห้าง’ ทำเลดี ปลอดภัย เดินทางง่าย

    เมื่อมีแนวคิดหลักแล้ว GO Hotel จึงถูกนำมาพัฒนาต่อยอดด้วยทรัพยาการที่บริษัทแม่อย่าง ‘เซ็นทรัลพัฒนา’ มีอยู่ สุดท้ายจึงออกมาเป็นโมเดลการเปิด ‘โรงแรมคู่ห้าง’ หรือศูนย์การค้าต่างๆ ในเครือเซ็นทรัล เพราะทั้งโลเคชันที่ดีและมีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ใกล้ถนน ไฟฟ้าสว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกใกล้ศูนย์การค้า

    ก่อน GO Hotel จะเปิดโรงแรมแห่งแรกในปี 2022 และใช้เวลา 4 ปีหลังจากนั้น ขยายสาขามาเป็น 4 สาขา ได้แก่ GO Hotel บ่อวิน, GO Hotel ชลบุรี, GO Hotel ศรีราชา และ GO Hotel บ้างฉาง ระยอง

    โดยช่วงแรกเน้นโฟกัสโรงแรมในพื้นที่ EEC ที่มีทั้งคนทำงานและคนท่องเที่ยว และประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเข้าพัก 82% ในปีที่ผ่านมา จากปัจจัยเรื่องมาตรฐานและราคาที่เริ่มต้นเพียง 1,000 บาทบวกลบ ก่อน GO Hotel จะเริ่มมองหาโอกาสขยับขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อ

    ปีนี้ลงทุนทะลุ 500 ล้าน เปิดอีก 5 แห่ง

    ส่วน GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เป็นโรงแรมลำดับ 5 ของเครือ GO Hotel และปีนี้ CPN มีแผนขยาย GO Hotel อีก 5 สาขา ได้แก่ ขอนแก่น นครสวรรค์ เชียงราย เชียงใหม่ อยุธยา ทุกแห่งจะติดกับศูนย์การค้าของกลุ่มเซ็นทรัล งบลงทุนแห่งละกว่า 100 ล้านบาท

    โดยคาดว่าในปี 2026 นี้ท่องเที่ยวไทยจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีก่อน ปัจจัยหลักจากการกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน รวมถึงเชื่อว่าคนไทยเองก็เริ่มออกท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ นอกจากเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต สมุย กระบี่เพิ่มขึ้น

    ล่าสุด ยังเปิดโรงแรมอันดับ 5 ของเครือ ส่ง ‘GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต’ โรงแรมแฟล็กชิปแห่งแรกและเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ในทำเลทองย่านลาดกระบังใกล้สนามบิน พร้อมชูจุดเด่น “จ่ายง่าย หลับสบาย พักใกล้ บินทัน”

    แฟล็กชิปแห่งใหม่ ถึงสุวรรณภูมิใน 10 นาที

    GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต มีห้องพักทั้งหมด 179 ห้อง ออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘หน้าต่างเครื่องบิน’ บ่งบอกความเป็น Airport Hotel จุดเด่นที่สุดของโรงแรมนี้ย่อมเป็น ‘ทำเล’ ที่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที และยังห่างกับสถานี Airport Railink ไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น

    นอกจากนั้น โรงแรมแฟล็กชิปแห่งนี้ยังอยู่บนพื้นที่เดียวแบบชิดติดกันกับ ‘โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง’ ทำให้ลูกค้าของโรงแรมสามารถเลือกกิน ช้อป เดินเล่น หรือแม้แต่ดูหนังได้สะดวกตลอดวัน

    ห้องพักโมเดิร์น เรียบง่าย เน้นใช้งานจริง

    ส่วนภายในห้องพักของ GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย โทนสีสบายตา เน้นความสะดวกสบายของผู้เข้าพัก มีเตียงนอนขนาด 6.5 ฟุต ผ้าม่านทึบแสง สมาร์ททีวี (มี Netflix) อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง โต๊ะทำงาน และห้องน้ำผลิตภัณฑ์จาก Let’s Relax

    โดยโรงแรมประกอบด้วยห้องพัก 6 ประเภท ได้แก่

    • GO King เตียงเดี่ยวคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต
    • GO Twin เตียงคู่ขนาด 3.25 ฟุต
    • GO Plus King Room เตียงคิงไซส์ ห้องขนาด 22 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO Plus Twin Room เตียงคู่ขนาด 3.25 ฟุต ห้องขนาด 22 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO King Corner Room เตียงคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต ห้องมุมกว้าง 25 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่มุมพักผ่อนเสริม
    • GO Family Room เตียงคิงไซส์ขนาด 6.5 ฟุต และ Bunk Bed ขนาด 3.25 ฟุต พื้นที่ใช้สอย 35 ตร.ม.

    มีห้อง Pet-Friendly พื้นที่ทำงาน ร้านอาหารในตัว

    ที่สำคัญ โรงแรมแห่งนี้ยังมีห้องพัก Pet-Friendly บนชั้นพิเศษ สามารถรองรับสัตว์เลี้ยงขนาดไม่เกิน 10 กิโลกรัม พร้อมพื้นที่สีเขียวสำหรับสัตว์เลี้ยงด้วย

    ส่วนพื้นที่ส่วนกลางมีพื้นที่ Co-working Space สำหรับประชุมและทำงาน รวมถึงพื้นที่ Grab & Go Corner เปิดบริการให้ลูกค้าสามารถเติมท้องคลายหิวตลอด 24 ชั่วโมง

    อีกส่วนที่น่าสนใจคือ GO Hotel สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต มีร้านอาหารออลเดย์ไดน์นิ่งอย่าง Sunny Side Up : Steak and Bar ให้บริการอาหารว่าง เซ็ตอาหารเช้า อาหารสุขภาพ สเต็ก พาสต้า อาหารจานเดียว และของหวาน และยังมีบริการรถรับส่งสนามบินฟรี 2 เวลาด้วย

    โดย ‘ภูมิ’ เผยว่า ด้วยจุดแข็งราคาถูกกว่าคู่แข่งครึ่งหนึ่ง ราคาเริ่มต้นแค่คืนละ 1,000 บาทในพื้นที่ปลอดภัยและได้คุณภาพมาตรฐาน จึงทำให้ได้รับการตอบรับดีมาก อัตราการเข้าพักสูงถึง 80% นับตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม โดยแบ่งเป็นลูกค้าต่างชาติ 60% และลูกค้าไทย 40%

    ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://brandinside.asia/go-hotel-model-77-city-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VP2x6bvRF3I9-KWaKtI77