Blog

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ปก web ต้นแบบตำรวจของประชาชน

    616786359_918428187281964_464782115378827702_n

    ชาวประมงสมุทรสาคร แห่ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง (ทบ.3) แน่นห้องประชุม หวังสร้างความมั่นคงอาชีพ

    “พล.ต.อ.อดุลย์” ประธานมูลนิธิฯ มอบทุนนักศึกษาพยาบาลตำรวจ พร้อมสิ่งของให้กับหน่วยงานในรพ.ตำรวจ

    เชียงราย เปิดงาน “Life Artist” ยกระดับศิลปาชีพท้องถิ่นสู่สากล ชูจุดขาย “กาแฟ-สิ่งทอ” กระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    สุโขทัย วัดหนองทองจัดใหญ่งานวันเด็กย้อนหลังให้เด็กที่พลาดไปร่วมงาน

    ชาวบ้านอุตรดิตถ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ วอนขอความช่วยเหลือ เด็กนักเรียนไร้แสงไฟยามค่ำคืน

    “บิ๊กเล็ก” นำชาวตราดร้องเพลงชาติบ้านสามหลัง ชื่นชมทหารแนวหน้า ย้ำ 1 ปีไม่ถอนกำลัง ชาวบ้านฝากอย่าเปิดด่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ปก web ต้นแบบตำรวจของประชาชน

    616786359_918428187281964_464782115378827702_n

    ชาวประมงสมุทรสาคร แห่ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง (ทบ.3) แน่นห้องประชุม หวังสร้างความมั่นคงอาชีพ

    “พล.ต.อ.อดุลย์” ประธานมูลนิธิฯ มอบทุนนักศึกษาพยาบาลตำรวจ พร้อมสิ่งของให้กับหน่วยงานในรพ.ตำรวจ

    เชียงราย เปิดงาน “Life Artist” ยกระดับศิลปาชีพท้องถิ่นสู่สากล ชูจุดขาย “กาแฟ-สิ่งทอ” กระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    สุโขทัย วัดหนองทองจัดใหญ่งานวันเด็กย้อนหลังให้เด็กที่พลาดไปร่วมงาน

    ชาวบ้านอุตรดิตถ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ วอนขอความช่วยเหลือ เด็กนักเรียนไร้แสงไฟยามค่ำคืน

    “บิ๊กเล็ก” นำชาวตราดร้องเพลงชาติบ้านสามหลัง ชื่นชมทหารแนวหน้า ย้ำ 1 ปีไม่ถอนกำลัง ชาวบ้านฝากอย่าเปิดด่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    โจว หลาน รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) ว่า PBOC จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเครื่องมือนโยบายการเงินเชิงโครงสร้าง (structural monetary policy tools) ทั้งหมดลง 0.25% ขณะเดียวกันก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย Relending และอัตราดอกเบี้ย Rediscount โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 มกราคม

    ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย Relending ประเภทระยะเวลา 1 ปี จะถูกปรับลดลงจากระดับ 1.5% เหลือ 1.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยที่มีระยะเวลาการครบกำหนดอื่น ๆ จะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม

    รองผู้ว่าการ PBOC กล่าวด้วยว่า ธนาคารกลางจะร่วมมือกับสำนักงานบริหารจัดการกฎระเบียบทางการเงินแห่งชาติ (NFRA) เพื่อลดสัดส่วนเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับการจำนองอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ลงเหลือ 30% ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจะบูรณาการการใช้โควตาดอกเบี้ย Relending และ Rediscount เพื่อสนับสนุนภาคการเกษตรและธุรกิจขนาดเล็ก โดยมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 5 แสนล้านหยวน (ประมาณ 7.136 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับวงเงินสินเชื่อ Relending

    นอกจากนี้ PBOC ยังส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางยังคงมีโอกาสที่จะเดินหน้าปรับลดอัตราส่วนการกันสำรองสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ (RRR) และอัตราดอกเบี้ยประเภทอื่น ๆ ในปีนี้

    สำหรับเครื่องมือดำเนินนโยบายการเงินเชิงโครงสร้างนั้น เป็นเครื่องมือที่ PBOC ออกแบบมาเพื่อมุ่งเป้าสนับสนุนภาคส่วนที่เฉพาะเจาะจงของเศรษฐกิจ เช่น บริษัทขนาดเล็ก นวัตกรรมทางเทคโนโลยี และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000004869&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24AVWuVf60bFQpo4sqO_r_

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ปก web ต้นแบบตำรวจของประชาชน

    616786359_918428187281964_464782115378827702_n

    ชาวประมงสมุทรสาคร แห่ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง (ทบ.3) แน่นห้องประชุม หวังสร้างความมั่นคงอาชีพ

    “พล.ต.อ.อดุลย์” ประธานมูลนิธิฯ มอบทุนนักศึกษาพยาบาลตำรวจ พร้อมสิ่งของให้กับหน่วยงานในรพ.ตำรวจ

    เชียงราย เปิดงาน “Life Artist” ยกระดับศิลปาชีพท้องถิ่นสู่สากล ชูจุดขาย “กาแฟ-สิ่งทอ” กระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    สุโขทัย วัดหนองทองจัดใหญ่งานวันเด็กย้อนหลังให้เด็กที่พลาดไปร่วมงาน

    ชาวบ้านอุตรดิตถ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ วอนขอความช่วยเหลือ เด็กนักเรียนไร้แสงไฟยามค่ำคืน

    “บิ๊กเล็ก” นำชาวตราดร้องเพลงชาติบ้านสามหลัง ชื่นชมทหารแนวหน้า ย้ำ 1 ปีไม่ถอนกำลัง ชาวบ้านฝากอย่าเปิดด่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • DITP เร่งฟื้นเศรษฐกิจใต้ ส่งคลินิก 1169 ออกหน่วยเคลื่อนที่ หนุนผู้ประกอบการไทยบุกตลาดโลก kick off นครศรีธรรมราช 20 ม.ค. นี้

    DITP เร่งฟื้นเศรษฐกิจใต้ ส่งคลินิก 1169 ออกหน่วยเคลื่อนที่ หนุนผู้ประกอบการไทยบุกตลาดโลก kick off นครศรีธรรมราช 20 ม.ค. นี้

    DITP เร่งฟื้นเศรษฐกิจใต้ ส่งคลินิก 1169 ออกหน่วยเคลื่อนที่ หนุนผู้ประกอบการไทยบุกตลาดโลก kick off นครศรีธรรมราช 20 ม.ค. นี้ 

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ จับมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เร่งเครื่องขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ผ่านการออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการข้อมูลคำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ ของศูนย์ 1169 DITP Service Center เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงบริการภาครัฐ และเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ภาคใต้ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก โดยวางแผนครอบคลุมจังหวัดภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันในไตรมาสแรกของปี 2569 พร้อมเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูธุรกิจหลังน้ำท่วมในภาคใต้

    นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มีการออกหน่วยเคลื่อนที่ของศูนย์ 1169 DITP Service Center ในรูปแบบของคลินิกให้คำปรึกษาและดำเนินการควบคู่กับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดที่จัดขึ้น โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่างๆ อาทิ พัทลุง สตูล และตรัง เพื่อมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการค้าและการเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยจะเริ่มต้น kick off กิจกรรมตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 โดย DITP ได้ร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพัทลุง ในการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์เมืองใต้ ในงานส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรเชิงรุก “Power of Herb : Business Matching 2026” และงานส่งเสริมการตลาดกลุ่มสินค้าเสื้อผ้าและแฟชั่นเครื่องแต่งกายภาคใต้ “Southern Style Connect 2026” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20-21 มกราคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ฟอร์จูน จังหวัดนครศรีธรรมราช 

    นอกจากนี้ กรมยังมุ่งเน้นการให้บริการเชิงรุกแก่ผู้ประกอบการ SMEs และผู้สนใจทั่วไป

    ผ่านหน่วยเคลื่อนที่ให้คำปรึกษาเชิงลึกแล้ว ภายในงานจะมีการบรรยายถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน สร้างแรงบันดาลใจ และแนะนำแนวทางที่จะช่วยสนับสนุนและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ ให้สามารถขยายธุรกิจการค้าสู่ตลาดสากล สามารถปรับตัวและแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกรมยังได้เชิญหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก อาทิ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ในการออกหน่วยเคลื่อนที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานได้ขอรับบริการและสิทธิพิเศษได้ในโอกาสเดียวกันต่อไป 

    “DITP ขอเชิญชวนผู้ประกอบการในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง ในกลุ่มสินค้าและบริการที่มีศักยภาพในการส่งออกหรือผู้ประกอบการที่สนใจส่งออก สมัครเข้าร่วมกิจกรรมที่จะจัดขึ้น เพื่อรับการบริการข้อมูลให้คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและการเจรจาจับคู่ธุรกิจ และยังเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา” นางสุนันทากล่าว

    ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ THAITRADE.COM

    *********************************

    กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

    16 มกราคม 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ditpnew/fi28cicili6et1m972lb36xj&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2dxFh7AKhdjddvK0gLcQYr

  • ไทยหารือทูตคาซัคสถาน รุกขยายการค้าการลงทุนเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ

    ไทยหารือทูตคาซัคสถาน รุกขยายการค้าการลงทุนเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ


    ‘ศุภจี’กระชับสัมพันธ์คาซัคสถาน เปิดประตูการค้าเชื่อมอาเซียน-เอเชียกลาง เพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายมาร์กูลัน ไบมูคัน เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างไทยกับคาซัคสถานให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    สำหรับคาซัคสถานเป็นตลาดใหม่ที่น่าสนใจสำหรับไทยเนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดยแม้ว่าคาซัคสถานจะเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล (Landlocked) แต่ก็สามารถเป็น Land-linked ให้กับไทยได้ โดยจะเป็นประตูหรือเกตเวย์ให้กับสินค้าและบริการจากไทยสู่ตลาดเอเชียกลางซึ่งเป็นตลาดที่มีประชากรกว่า 80 ล้านคน และยังมีระบบโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมไปสู่ทวีปยุโรปทำให้ขนส่งสินค้าไปได้ในเวลาอันรวดเร็วใน

    ขณะที่ไทยเป็นประตูการค้าให้กับคาซัคสถานสู่อาเซียนได้เช่นกัน ในการหารือกับท่านทูตคาซัคสถานทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำถึงโอกาสในการเป็นพันธมิตรที่จะส่งเสริมความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเป็นห่วงโซ่อุปทานระหว่างกันโดยเฉพาะในสินค้าเกษตรและอาหาร การร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาทักษะของ SMEs ซึ่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของไทยมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับคาซัคสถานในเรื่องนี้ได้

    นอกจากนี้ คาซัคสถานยังมีทรัพยากรแร่ธาตุที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย อาทิ ทองแดง เหล็ก และก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบสำคัญที่จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรม S-Curve ที่ไทยสนับสนุนได้เป็นอย่างดี

    นางศุภจี กล่าวว่า เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญฝ่ายไทยเยือนคาซัคสถานเพื่อร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร InterFood Astana 2026 (วันที่ 13-15 พฤษภาคม 2569) และ FoodExpoQazakhstan 2026 (วันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2569) และร่วมหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการบูรณาการ (Ministry of Trade and Integration) แห่งคาซัคสถาน

    รวมถึงขอให้ไทยพิจารณาการเปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในคาซัคสถานเพื่อส่งเสริมสินค้าและบริการของไทยในตลาดคาซัคสถาน โดยเห็นพ้องกับไทยให้มีการจัดประชุมคณะคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-คาซัคสถาน ครั้งที่ 1 โดยเร็วเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและเศรษฐกิจภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าที่ทั้งสองฝ่ายมีร่วมกันให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และจะเป็นโอกาสในการหารือแนวทางและความเป็นไปได้ในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน รวมทั้งอาจพิจารณาให้มีการจัดประชุมของภาคเอกชนคู่ขนานไปกับการประชุมคณะกรรมการร่วมฯครั้งที่ 1 ด้วย

    นอกจากนี้ได้เชิญนักธุรกิจของคาซัคสถาน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้าที่กระทรวงพาณิชย์จัดในปี 2569 โดยเฉพาะงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ “Bangkok Gems & Jewelry Fair” (วันที่ 22–26กุมภาพันธ์ และ 8–12 กันยายน) งานแสดงสินค้าที่เกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการจัดเลี้ยง “THAIFEX–HOREC Asia” (วันที่ 11–13 มีนาคม) งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย “THAIFEX–ANUGA Asia” (วันที่ 26–30 พฤษภาคม) และงานแสดงเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการและขนส่งสินค้า “TILOG Logistix” (วันที่ 19–21 สิงหาคม)

     อย่างไรก็ดีกระทรวงพาณิชย์ตระหนักว่าการค้าและการลงทุนกับประเทศต่างๆจะต้องคำนึงถึงการเกื้อกูลกันระหว่างสองประเทศ มุ่งเน้นการเสริมประโยชน์ร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกันในระยะยาว

    ทั้งนี้ คาซัคสถานเป็นคู่ค้าอันดับ 2ของไทยในกลุ่มเครือรัฐเอกราช(Commonwealth of Independent States : CIS)และกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union : EAEU)และเป็นคู่ค้าอันดับ 99 ของไทยในตลาดโลกการค้าระหว่างไทยกับคาซัคสถานในปี 2567 มีมูลค่ารวม 153.32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออกไปคาซัคสถานเป็นมูลค่า 98.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากคาซัคสถานเป็นมูลค่า 54.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    สำหรับปี 2568 (ม.ค.–พ.ย.) การค้ารวมระหว่างไทยกับคาซัคสถาน มีมูลค่า 165.07ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นไทยส่งออก 88.83ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 76.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปคาซัคสถาน เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยางอัญมณีและเครื่องประดับ แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และ อากาศยาน ยานอวกาศ และ ส่วนประกอบ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากคาซัคสถาน เช่น น้ำมันดิบ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ผลิตภัณฑ์กระดาษ ผลิตภัณฑ์ สิ่งทออื่น ๆ เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ กระดาษ และผลิตภัณฑ์กระดาษ และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/business/39479&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aHQfNttxJJnGQ3-IcRBAN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ปก web แห่ขึ้นทะเบียนผู้ทำการประมง

    ปก web มอบทุนนักศึกษา

    เชียงราย เปิดงาน “Life Artist” ยกระดับศิลปาชีพท้องถิ่นสู่สากล ชูจุดขาย “กาแฟ-สิ่งทอ” กระตุ้นท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    สุโขทัย วัดหนองทองจัดใหญ่งานวันเด็กย้อนหลังให้เด็กที่พลาดไปร่วมงาน

    ชาวบ้านอุตรดิตถ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ วอนขอความช่วยเหลือ เด็กนักเรียนไร้แสงไฟยามค่ำคืน

    “บิ๊กเล็ก” นำชาวตราดร้องเพลงชาติบ้านสามหลัง ชื่นชมทหารแนวหน้า ย้ำ 1 ปีไม่ถอนกำลัง ชาวบ้านฝากอย่าเปิดด่าน

    เทศบาลเมืองน่านจัดกิจกรรมวันครู ครั้งที่ 70 ประจำปี 2569 น้อมรำลึกพระคุณบูรพาจารย์ ภายใต้คำขวัญ “คนไทยทุกคนเป็นศิษย์มีครู”

    สนามเลือกตั้งเชียงรายเขต 1 ดุเดือด พท.-ปชน. ยังแรง จับตา กธ. ถึงหน้าใหม่แต่มีสิทธิ์สอดแทรก ต้องลุ้นจนวันสุดท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    ปก web รำลึกพระคุณบูรพาจารย์

    ปก web เจาะสนามเลือกตั้งเชียงราย เขต 1

    เชียงใหม่ นำสินค้าไทยสู่สากลจับคู่ธุรกิจ สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการภาคเหนือ บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแห่งโอกาส

    “จตุพร บุรุษพัฒน์ ”แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่อยุธยา ช่วยหาเสียงอดีตผู้ว่าฯอยุธยา ผู้สมัคร เขต 4 ชูนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม สวัสดิการตั้งแต่เกิด มีเราไม่มีมืด

    ตชด.325 เชียงกลาง สนับสนุนภารกิจรักษาความปลอดภัยการสำรวจและซ่อมแซมหลักเขตแดนไทย–ลาว พื้นที่ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    กาญจนบุรี///กระบะหลบด่านหนีชนรถพ่วงฝืนขับหนีจอดทิ้งในป่า ตร.ไล่จับเมียนมามาได้ คนขับรถพ่วงเซ็งชี้เลขรถ

    นครสวรรค์ การแถลงข่าวงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2568-2569 หรือ “ตรุษจีนปากน้ำโพ ปีที่ 110”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ | TOPNEWS

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จ.อุทัย สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียง-ลาวครั่ง-มหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์

    • เผยแพร่ : 16/01/2026 22:24

    “ซาบีดา” เปิดตัว “ชุมชนบ้านสะนำ” จังหวัดอุทัยธานี สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 68 ดันพลังวัฒนธรรมลาวเวียงและลาวครั่ง และมหัศจรรย์ต้นไม้ยักษ์ สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวระดับโลก

    วันที่ 16 มกราคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสร้างการรับรู้เส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชนของสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ชุมชนบ้านสะนำ จังหวัดอุทัยธานี โดยมี นายสมบัติ ไตรศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมด้วยผู้นำชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ และชาวบ้านสะนำให้การต้อนรับ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวลาวเวียงและลาวครั่ง ณ ตลาดต้นไม้ยักษ์ ชุมชนบ้านสะนำ ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี

    กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นขึ้นอย่างประทับใจด้วยการแสดง “รำเดินเพลงเสียงจากสาวลาว” ต้อนรับคณะผู้มาเยือน ต่อด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนวัดสะนำในชุด “รำมวยโบราณ” และการละเล่นที่หาชมได้ยากอย่าง “รำนางด้ง” จากชมรมผู้สูงอายุตำบลบ้านไร่ ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่พิธีเปิด
    ซึ่งประธานได้ทำการหมุนวงล้อจำลองการ “โล้ต้นหมาก” อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้านสะนำในการเก็บหมาก จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เยี่ยมชมสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อาทิ กระบวนการทอผ้าลายโบราณ การทำผลิตภัณฑ์จากกาบหมากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และชมผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) ที่สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนในพื้นที่ รวมถึงเยี่ยมชมผ้าทอลาวครั่งและผลิตภัณฑ์ผ้าทอ จากผู้ประกอบการด้านผ้าทอในอำเภอบ้านไร่ และให้กำลังใจผู้ประกอบการในบริเวณตลาดชุมชนบ้านไร่ อย่างอบอุ่น

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้พลังทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชนที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านสะนำ ได้รับคัดเลือก เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 เนื่องจากมีความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างคุณค่าทางสังคม เพื่อให้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่จะสร้างงานและกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า “ชุมชนบ้านสะนำ” ไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านท่องเที่ยวทั่วไป แต่คือ “เพชรเม็ดงาม” แห่งจังหวัดอุทัยธานีที่ทุกคนต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งรวม ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมี “ต้นไม้ยักษ์” หรือต้นเซียง อายุกว่า 400 ปี ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ ซึ่งต้องใช้คนถึง 40 คนโอบ ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่าหมากล้านต้นอันร่มรื่น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวลาวครั่งที่ยังคงแต่งกายด้วยผ้าทอมือลายโบราณอันวิจิตร ลิ้มรสสำรับอาหารพื้นถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ แจ่วผีโพง ยำผักกูด และหมกหน่อไม้รสมือแม่

    นอกจากนี้ยังมีสถานที่ใกล้เคียงที่น่าสนใจ เช่น วัดเขาวง (ถ้ำเขาวง) สถาปัตยกรรมเรือนไทยท่ามกลางขุนเขา ฝายกั้นน้ำปางสวรรค์ และถ้ำพุหวายที่สุดของหินงอกหินย้อย ด้วยเสน่ห์ของวิถีชีวิตที่เรียบง่าย ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผสมผสานกับทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และรอยยิ้มที่จริงใจของคนในชุมชน บ้านสะนำจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่โหยหาความสงบและต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม

    1111

    ปก web แถลงข่าว“ตรุษจีนปากน้ำโพ ปีที่ 110”

    นครสวรรค์ การแถลงข่าวงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2568-2569 หรือ “ตรุษจีนปากน้ำโพ ปีที่ 110”

    โจรแสบวนเวียน ฉวยโอกาสลัก จยย.กลางตลาด

    กาญจนบุรี///รถบรรทุกน้ำมันหลุดโค้งพลิกคว่ำหวิดเกิดทะเลเพลิง ชาวบ้านวอนขับช้าๆ เกิดเหตุที่เดิมสองครั้ง

    “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ออกแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ เหตุเครนถล่ม “โคราช – พระราม 2” จี้เร่งหามาตรการอุดช่องโหว่ความปลอดภัย “โครงการก่อสร้างภาครัฐ”

    เชียงใหม่ เริ่มแล้ว กิจกรรม แฟรนไซส์สร้างอาชีพ Roadshow ครั้งที่ 2

    เชียงใหม่ จัดพิธีไหว้ครูภูมิปัญญาไทย ต่อยอดองค์ความรู้และวัฒนธรรมไทยสู่สากสากลประจำปี 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1457569&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14xR8IHobdsxCzpFmZ-3ZR

  • เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก

    เริ่มต้นปีแห่งการเดินทางท่องเที่ยวของคุณที่ สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท

    สเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก สุขุมวิท ขอเชิญนักเดินทาง วางแผนการเข้าพักตลอดปี 2569 พร้อมรับสิทธิประโยชน์และส่วนลดพิเศษผ่านโปรแกรม IHG One Rewards ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนช่วงซัมเมอร์ระยะยาว การพักผ่อนกลางปี หรือการพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ผู้เข้าพักสามารถเพลิดเพลินกับความคุ้มค่าใจกลางกรุงเทพฯ

    สมาชิก IHG One Rewards รับส่วนลด 25% เมื่อจองห้องพัก โรงแรมให้บริการห้องสวีทขนาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเข้าพักระยะสั้นและระยะยาว ออกแบบเพื่อความสะดวกสบาย พร้อมครัวที่มีอุปกรณ์ครบครัน เครื่องซักผ้าและอบผ้าในห้อง ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินกับอาหารเช้าฟรี และเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม อาทิ ออนเซ็นสไตล์ญี่ปุ่น ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และกิจกรรม The Social Night

    สมาชิก IHG One Rewards รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน IHG One Rewards รับโบนัส 500 คะแนน และรับคะแนนสะสม 2 เท่า สำหรับการเข้าพักเพิ่มเติมที่เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 สมัครสมาชิกได้ฟรีที่ ihg.com/rewardsclub/gb/en/join

    ห้องสตูดิโอ สวีท ราคาเริ่มต้น 3,509++ บาท ต่อคืน

    • ระยะเวลาการจอง ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569
    • ระยะเวลาเข้าพัก ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก โทร. +66 (0)2 779 8999 อีเมล [email protected] เว็บไซต์ https://bit.ly/bkkpp-GetawaySpecial

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12781542&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GavVR9sIdQSUhaSFmxo77