Blog

  • เซี่ยงไฮ้เผยยอดเดินทางขาเข้าปี 68 แตะ 9.36 ล้านครั้ง : อินโฟเควสท์

    เซี่ยงไฮ้เผยยอดเดินทางขาเข้าปี 68 แตะ 9.36 ล้านครั้ง : อินโฟเควสท์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวประจำนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีนเปิดเผยว่า เซี่ยงไฮ้รองรับการเดินทางขาเข้า 9.36 ล้านครั้งในปี 2568 เพิ่มขึ้นเกือบ 40% เมื่อเทียบปีต่อปี และทุบสถิติสูงสุดใหม่ของยอดท่องเที่ยวขาเข้ารายปี โดยมียอดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7.14 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 50% เมื่อเทียบปีต่อปี

    รายงานระบุว่า เกาหลีใต้กลายเป็นแหล่งต้นทางหลักของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนเซี่ยงไฮ้เมื่อปีก่อน (ราว 9.09 แสนคน) เพิ่มขึ้นกว่า 103% เมื่อเทียบปีต่อปี

    นโยบายเอื้ออำนวยด้านวีซ่าของจีนทำให้หลายประเทศอย่างไทย อินโดนีเซีย รัสเซีย และอิตาลี จัดอยู่ในกลุ่มประเทศแหล่งต้นทางของนักท่องเที่ยวที่โตเร็วที่สุดในปี 2568 ซึ่งแต่ละประเทศมีอัตราการเพิ่มขึ้นมากกว่า 50%

    ทั้งนี้ เซี่ยงไฮ้ดำเนินมาตรการ 20 รายการ ซึ่งรวมถึงการเสริมแกร่งด้านบริการข้อมูลและการปรับปรุงบริการคมนาคม เพื่อเอื้อให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้อย่างราบรื่นและสะดวกสบาย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/563548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UulhySc5hGPlMT9zzUMo2

  • TVI ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ขยับเกมประกันเดินทางรับดีมานด์ท่องเที่ยวต้นปี อัดแคมเปญ “คุ้ม 3 ต่อ” บนเวที TITF #31 หนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวหมุนต่ออย่างมีคุณภาพ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    TVI ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ขยับเกมประกันเดินทางรับดีมานด์ท่องเที่ยวต้นปี อัดแคมเปญ “คุ้ม 3 ต่อ” บนเวที TITF #31 หนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวหมุนต่ออย่างมีคุณภาพ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในช่วงต้นปี 2569 บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ปรับกลยุทธ์เชิงรุก เข้าร่วมงานมหกรรมท่องเที่ยว “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ครั้งที่ 31 (Thai International Travel Fair 2026: TITF#31) ซึ่งจัดโดยสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมเปิดแคมเปญ “คุ้ม 3 ต่อ” เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางและการใช้จ่ายตั้งแต่ต้นปี

    การเข้าร่วม TITF#31 ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ สะท้อนมุมมองเชิงเศรษฐกิจที่มองการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของการขับเคลื่อนกำลังซื้อภาคครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงต้นปี ซึ่งการสร้าง “ความมั่นใจ” ให้ผู้บริโภค กลายเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ราคาและโปรโมชัน

    นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล, รองกรรมการผู้อำนวยการ  บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะเกิดขึ้นอย่างมีคุณภาพได้ ต้องมาพร้อมความพร้อมในการบริหารความเสี่ยง ประกันภัยไทยวิวัฒน์เลือกใช้เวที TITF#31 เป็นจุดเชื่อมระหว่างการกระตุ้นการใช้จ่ายกับการปลูกวินัยการวางแผนการเดินทาง เพื่อให้การเดินทางเริ่มต้นได้อย่างมั่นคงตั้งแต่ต้นทาง”

    ภายในงาน บริษัทฯ นำเสนอประกันการเดินทางที่ออกแบบให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางที่เปลี่ยนไป พร้อมกันนี้ ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังชูผลิตภัณฑ์ ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศพลัส (GTIP) ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางต่างประเทศอย่างรอบด้าน ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึง 5,000,000 ล้านบาท พร้อมระบบ ไม่ต้องสำรองจ่าย ช่วยลดภาระความเสี่ยงค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

    แผนประกัน GTIP ครอบคลุมความคุ้มครองการบาดเจ็บจากกีฬาเสี่ยงภัย ค่ารักษาพยาบาลทางทันตกรรม ตลอดจนความเสี่ยงระหว่างการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้าของเที่ยวบิน การสูญหายหรือเสียหายของสัมภาระ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเบี้ยประกันภัย เริ่มต้นเพียง 200 บาท สอดรับกับแนวคิดการทำให้การบริหารความเสี่ยงเป็นเรื่องเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ทำรายการซื้อประกันภัยการเดินทางต่างประเทศของประกันภัยไทยวิวัฒน์ภายในงาน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อประกันภัยการเดินทางของประกันภัยไทยวิวัฒน์ได้ที่ เว็บไซต์ www.thaivivat.co.th  หรือโทร 1231 ต่อ 2921

    ควบคู่กันนี้ บริษัทฯ เปิดแคมเปญ “คุ้ม 3 ต่อ” เพื่อเร่งดีมานด์ในช่วงต้นปี ได้แก่

    ต่อที่ 1 รับส่วนลดทุกกรมธรรม์ 20%

    ต่อที่ 2 รับบัตรแทนเงินสด Starbucks มูลค่าสูงสุด 300 บาท

    ต่อที่ 3 รับของสมนาคุณพิเศษตามยอดซื้อหลังหักส่วนลด

    • กระบอกน้ำพกพา Eco Drinks เมื่อซื้อครบ 1,000 บาทขึ้นไป
    • ผ้าคลุมกระเป๋าเดินทาง Lucky Thaivy เมื่อซื้อครบ 3,000 บาทขึ้นไป

    นายเทพพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แคมเปญนี้ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่มากกว่าการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และสอดคล้องกับทิศทางการท่องเที่ยวของโลกอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

    ทั้งนี้ งาน TITF#31 คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300,000 คน และสร้างเม็ดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสภาพคล่องให้ภาคท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังคงเดินหน้าบทบาทผู้สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างเสถียรภาพและความมั่นใจให้กับระบบการเดินทางของประเทศ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/01/23/611735/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ExAZ1Q8WqYTBEAe_C0inX

  • มีผลแล้ว “ท่องเที่ยวดำน้ำแนวปะการัง” ต้องมีผู้ควบคุม

    มีผลแล้ว “ท่องเที่ยวดำน้ำแนวปะการัง” ต้องมีผู้ควบคุม

    วันที่ 22 ม.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ.2569

    ระเบียบดังกล่าวกำหนดให้การประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง ต้องจัดให้มีผู้ควบคุม เพื่อให้ความรู้ คำแนะนำ ควบคุม กำกับและดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวทำลาย ทำให้เกิดความเสียหายหรือสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศบริเวณแนวปะการัง

    ทั้งนี้ ให้อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีอำนาจกำหนดหลักสูตร คุณสมบัติ เงื่อนไขการฝึกอบรม การออกบัตรประจำตัวผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุม และการเพิกถอนการเป็นผู้ควบคุมหรือการเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมที่ฝ่าฝืนประกาศ หรือขาดคุณสมบัติตามที่อธิบดีฯ กำหนด เพื่อให้การคุ้มครองทรัพยากรปะการังจากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (23 ม.ค.2569)

    นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า มาตรการควบคุมการดำน้ำที่ออกมาเป็นกฎหมายนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบในการควบคุมผลกระทบต่อทรัพยากรทางธรรมชาติ

    การลงดำน้ำของนักท่องเที่ยว จะต้องมีผู้ควบคุมการดำน้ำ ทั้งสกูบา สน็อกเกิล และฟรีได์ฟ เพื่อช่วยดูแลนักท่องเที่ยวและร่วมรับผิดชอบ หากนักท่องเที่ยวก่อปัญหาจะต้องสั่งหยุดกิจกรรมทันที แต่ไม่ได้มีบทลงโทษทางอาญาต่อนักท่องเที่ยว ยกเว้นกรณีหักปะการัง หรือกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ

    สำหรับผู้ควบคุมการดำน้ำจะต้องผ่านการอบรม และมีความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ หากควบคุมได้ไม่ดีจะถูกถอดใบอนุญาต เช่นเดียวกับบริษัทที่ประกอบกิจการท่องเที่ยวดำน้ำ ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการดำน้ำทุกครั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและความผิดทางอาญา ส่วนนักท่องเที่ยวหากไม่ดำเนินการตามกฎระเบียบ หรือดำน้ำอย่างไม่รับผิดชอบ ทางบริษัทฯ จะต้องยกเลิกกิจกรรม และนำตัวขึ้นมาจากน้ำทันที

    ทั้งหมดเพื่อให้การท่องเที่ยวยั่งยืน เราพยายามอนุรักษ์อย่างไม่สร้างความขัดแย้ง โดยเร่งประชาสัมพันธ์ อบรมผู้ควบคุมการดำน้ำ และกำกับดูแล เริ่มบังคับใช้ปีนี้เป็นปีแรก

    อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยอมรับว่า การตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างทั่วถึงเป็นเรื่องยาก แต่อยากให้ทุกคนช่วยกันเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งแต่เดิมการกำกับดูแลจะกำหนดเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติเท่านั้น เนื่องจากใช้ พ.ร.บ.อุทยานฯ แต่กฎหมายใหม่นี้จะกำกับเชิงคุณภาพของการท่องเที่ยวดำน้ำนอกพื้นที่อุทยานฯ โดยใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มาตรา 22

    ทะเลกว้างใหญ่ เราไม่ได้วางแผนจะคุมเชิงพื้นที่ แต่จะคุมโดยคุณภาพของกิจกรรมและการประกอบการ

    สำหรับหลักสูตรการฝึกอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฎีระยะเวลารวมไม่น้อยกว่า 11 ชั่วโมง จำนวน 8 บทเรียน เช่น เนื้อหาเกี่ยวกับระบบนิเวศแนวปะการัง, ความเปราะบางและแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรปะการัง, กฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องฯ และมาตรฐานของการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ ส่วนการฝึกภาคปฏิบัติระยะเวลารวมไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง

    อ่านฉบับเต็ม ระเบียบกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ว่าด้วยผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง พ.ศ.2569

    อ่านข่าว :

    ทบ.คุมเข้มชายแดน ปราบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

    บุก “ฐานสแกมเมอร์” ชายแดนช่องจอม พบจัดฉากเป็น ตร.-หน่วยงาน

    “ทนายแก้ว” แถลงขอโทษ ยอมรับกอด-จูบนักศึกษา 18 ปี บอกคิดน้อย-ขาดสติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/501362&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v1TCvORJRubq8hXAi8ZBT

  • ท่องเที่ยวไทยบนจุดเปลี่ยนใหญ่ TTF 2026 เตือนเร่งปรับกลยุทธ์ สู้คู่แข่งอาเซียน

    ท่องเที่ยวไทยบนจุดเปลี่ยนใหญ่ TTF 2026 เตือนเร่งปรับกลยุทธ์ สู้คู่แข่งอาเซียน

    อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังยืนอยู่บน “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ เมื่อโลกการเดินทางกำลังเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งในมิติพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และการแข่งขันระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ในอดีตประเทศไทยเคยครองสถานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลกมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2568 ภาพความได้เปรียบดังกล่าวเริ่มสั่นคลอนอย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงถึง 7.2%

    ขณะที่เวียดนามกลับเติบโตแรงถึง 20.4% จากแรงหนุนของตลาดจีน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเชิงรุก และยุทธศาสตร์การเชื่อมต่อการเดินทางแบบครบวงจร ความแตกต่างของอัตราการเติบโตนี้ไม่เพียงสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ยังบ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ไทยอาจค่อย ๆ สูญเสียบทบาทผู้นำในตลาดท่องเที่ยวเอเชีย หากไม่เร่งปรับทิศทางเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจัง

    ท่องเที่ยวไทยบนจุดเปลี่ยนใหญ่ TTF 2026 เตือนเร่งปรับกลยุทธ์ สู้คู่แข่งอาเซียน

    ในขณะที่เวียดนามเดินหน้าลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งแผนสร้างสนามบินใหม่กว่า 12 แห่ง โครงการรถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาโรงแรมและรีสอร์ตเชิงรุกในหลายเมือง ยุทธศาสตร์ระยะยาวดังกล่าวกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันในภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ ประเทศคู่แข่งไม่ได้แข่งขันเพียงด้านปริมาณนักท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่ขยับสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ ประสบการณ์ และการวางตำแหน่งทางการตลาดระดับโลก สิ่งนี้ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว และจำเป็นต้องตอบคำถามสำคัญว่า

    “บทบาทใหม่ของไทยในแผนที่การท่องเที่ยวโลก” ควรเป็นอย่างไรในทศวรรษหน้า

    ท่องเที่ยวไทยบนจุดเปลี่ยนใหญ่ TTF 2026 เตือนเร่งปรับกลยุทธ์ สู้คู่แข่งอาเซียน

    เวที Thailand Tourism Forum 2026 หรือ TTF 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 โดย C9 Hotelworks ภายใต้ธีม “A World of Change” จึงสะท้อนภาพการถกเถียงเชิงลึกของผู้นำอุตสาหกรรมกว่า 1,000 คนที่มารวมตัวกัน ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เพียงพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล แต่กลายเป็นพื้นที่ตั้งคำถามต่ออนาคตของการท่องเที่ยวไทยอย่างตรงไปตรงมา

    บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks ชี้ชัดว่า “อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บน “จุดตัดสินเชิงกลยุทธ์” ซึ่งกลยุทธ์นั้นสำคัญกว่าการแข่งขันกันที่ขนาด ช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัว (หลังโควิด) อีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตาทิศทางประเทศ เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาลอย่างเป็นระบบ การตัดสินใจในวันนี้จะกำหนดทิศทางอีกสิบปีข้างหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

    ทั้งนี้ แม้แรงกดดันจะเพิ่มสูง แต่ประเทศไทยยังคงมีจุดแข็งเชิงโครงสร้างที่หลายประเทศยากจะเลียนแบบ ทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม อาหาร ผู้คน ธรรมชาติ และภาพลักษณ์การบริการระดับโลก นักลงทุนจำนวนมากยังมองไทยเป็นปลายทางที่มีเสน่ห์ทั้งในมิติท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยระยะยาว อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการขาด “พลังผู้ประกอบการรุ่นใหม่” ที่จะสามารถสร้างสินค้าและประสบการณ์รูปแบบใหม่ซึ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ความเฉพาะตัว และคุณค่าทางวัฒนธรรมมากกว่าการท่องเที่ยวเชิงปริมาณ

    ในมุมของนักลงทุน ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่าย Central Group Capital มองภาพอนาคตด้วยความเชื่อมั่นอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความไม่แน่นอนระดับโลกจากภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น เขายังคงเชื่อในศักยภาพเชิงลึกของประเทศไทย โดยเฉพาะ “ความลึกเชิงวัฒนธรรม” และ “ความหลากหลายเชิงพื้นที่” ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูงได้อีกมาก หากมีการออกแบบเชิงกลยุทธ์อย่างเหมาะสม

    (จากซ้ายไปขวา) กัวตัม บันดารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนา  ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมจีน) Marriott International, ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่าย Central Group Capital รวมถึงหัวหน้าฝ่ายการลงทุนด้านโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก Central Pattana และ บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks

    ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจนในเวทีนี้ คือความจำเป็นในการ “กระจายปลายทาง” และลดการพึ่งพาจุดหมายเดิมที่เรียกว่า “บิ๊กไฟว์” ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย พัทยา และเชียงใหม่ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาความแออัด สิ่งแวดล้อม และความอิ่มตัวเชิงประสบการณ์ ภูมิเน้นย้ำว่าประเทศไทยควรมองไกลออกไปยังพื้นที่ใหม่ที่ยังไม่ถูกพัฒนาเต็มศักยภาพ เช่น ภาคอีสานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คน อาหาร และวัฒนธรรมท้องถิ่น หรือจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มีแนวชายฝั่งธรรมชาติยาวหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งยังคงความบริสุทธิ์และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างสูง

    โดยนายภูมิได้ยังได้กล่าวถึง แผนการพัฒนาในอนาคตว่า เมืองรองและเมืองอื่นๆ ของไทยยังมีอีกมากมายหลายแห่งที่ยังคงมีเสน่ห์ น่าค้นหา แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ เป็นเป้าหมายสำคัญที่พร้อมจะได้รับการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอนาคต

    ทั้งนี้ การกระจายการพัฒนาเชิงพื้นที่เช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดความแออัดในเมืองท่องเที่ยวหลัก แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง “การท่องเที่ยวฐานราก” ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายที่มีความหลากหลายเชิงประสบการณ์อย่างแท้จริง ตั้งแต่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สุขภาพ อาหาร ธรรมชาติ ไปจนถึงการอยู่อาศัยระยะยาวสำหรับตลาดคุณภาพ

    ในภาพรวม เวที TTF 2026 สะท้อนชัดว่าอนาคตของการท่องเที่ยวไทยจะไม่ถูกกำหนดด้วยจำนวนเที่ยวบินหรือจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

    หากแต่ขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของกลยุทธ์” การออกแบบประสบการณ์ใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างชาญฉลาด และความสามารถในการสร้างคุณค่าเชิงวัฒนธรรมให้แตกต่างจากคู่แข่งในภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกปี ประเทศไทยยังมีโอกาสรักษาความเป็นผู้นำในเอเชีย–แปซิฟิกได้ หากสามารถเปลี่ยนจุดแข็งดั้งเดิมให้กลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในโลกการท่องเที่ยวยุคใหม่อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/736904&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ccoM7yWQn863hCjMNPNoD

  • พรรคไทยก้าวใหม่ลุยหัวหินผลักดันเมืองท่องเที่ยวต้นแบบ ดึงต่างชาติวัยเกษียณ

    พรรคไทยก้าวใหม่ลุยหัวหินผลักดันเมืองท่องเที่ยวต้นแบบ ดึงต่างชาติวัยเกษียณ

    เลือกตั้ง 2569 “จิตภัสร์” พร้อม “ดร.เอ้” ลุยหาเสียงหัวหิน พร้อมชูเป็นเมืองท่องเที่ยวต้นแบบ ดึงชาวต่างชาติวัยเกษียณมากระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นเอกลักษณ์-ความปลอดภัย 

    เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เลือกตั้ง สส. ใกล้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเป็นไปด้วยความคึกคัก โดยช่วงค่ำที่ผ่านมา ที่ตลาดโต้รุ่ง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแกนนำพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมกับนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และผู้สมัคร สส. ได้ลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างดี  

    นางสาวจิตภัสร์ กล่าวภายหลังการหาเสียงว่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะมีนโยบายอะไรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดว่า อ.หัวหิน เป็นเมืองท่องเที่ยวอยู่แล้วและเป็นเมืองอิ่มไปด้วยวัฒนธรรม จึงอยากจะผลักดันเป็นเมืองท่องเที่ยวต้นแบบในเชิงธุรกิจท่องเที่ยว ที่จะเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนเกษียณแล้ว รวมถึงต่างชาติอย่างน้อยหากมีเงินมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของ อ.หัวหิน จะดีมากขึ้น เพื่อให้มีเม็ดเงินมาหมุนเวียน หัวหินค่อนข้างจะสโลว์ไลฟ์ ต้องยอมรับไม่สามารถสู้ จ.ชลบุรี หรือ จ.ภูเก็ตได้ แต่ต้องทำอย่างไรให้ อ.หัวหิน มีเอกลักษณ์ของตนและเป็นที่ท่องเที่ยวดึงดูดคนต่างชาติและชาวไทยได้

    ทั้งนี้ มองว่า อ.หัวหิน เป็นเมืองค่อนข้างจะมีนักท่องเที่ยวมีอายุค่อนข้างมากมาเที่ยว ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติวัยเกษียณเลือกมาเกษียณที่ อ.หัวหิน จึงมองว่า นโยบายของพรรคฯ ที่จะมีการโชว์ อ.หัวหิน เป็นเหมือนเมืองต้นแบบของการทำการท่องเที่ยว ชวนชาวต่างชาติเกษียณอายุแล้วมาท่องเที่ยวประเทศไทย เพื่อจะได้คนมีคุณภาพและเพื่อจะมีเงินไปหมุนเวียนเศรษฐกิจใน อ.หัวหิน

    นางสาวจิตภัสร์ กล่าวอีกว่า เมื่อถามจะมีการกระตุ้นคนคนไทยอย่างไรให้มาท่องเที่ยวในประเทศ เพราะการเดินหาเสียงในตลาดหัวหินพบเห็นส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่า อาจจะยาก เพราะอย่างที่บอกอ.หัวหิน อาจจะสู้ จ.ชลบุรี หรือ จ.ภูเก็ต ไม่ได้ แต่หัวหินเป็นเมืองค่อนข้างเน้นในเรื่องของวัฒนธรรมและมีเอกลักษณ์ค่อนข้างจะไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งเราในฐานะเป็นพรรคไทยก้าวใหม่ตั้งใจจะชูในเรื่องของเอกลักษณ์ของ อ.หัวหิน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามา นอกจากนั้น อ.หัวหิน ต้องพร้อมจะรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น ทั้งในเรื่องปัญหาอาชญากรรมในเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งพรรคฯ เน้นในเรื่องของเทคโนโลยีและ AI มาประกอบในการดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมถึงคนไทย อย่างไรก็ตาม การจะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาต้องดึงดูดด้วยความมั่นใจว่า มาเที่ยวแล้วจะมีความสุข ความปลอดภัย อาจจะมีการกระจายไปถึงอำเภออื่นๆ ที่จะดึงคนเกษียณอายุมาเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ 

    ทั้งนี้ เมื่อถามว่า อ.หัวหิน เป็นแหล่งท่องเที่ยวจะดูแลในเรื่องของความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาท่องเที่ยวได้อย่างไรนั้น อย่างที่เห็นในข่าว ถือว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าและน่าเสียใจมาก อยากฝากไปถึงรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่จะดูแลเรื่องพวกนี้ แต่ปัญหาหลักที่กลับมา คือ ธนูดอกที่ 1 ของพรรคไทยก้าวใหม่ คือ ต้นทุนของการสร้างมนุษย์ เพราะหากทุกคนได้การศึกษามีต้นทุนที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น บั่นปลายชีวิตเขาก็จะไม่กลายมาเป็นคนเร่ร่อนที่มาสร้างอาชญากรรมอย่างนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/central/2909570&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DuPA24uaUyPw_QtKgyJkK

  • แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการประณามมติที่มีลักษณะแทรกแซงและขาดความรับผิดชอบของรัฐสภายุโรป

    แถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการประณามมติที่มีลักษณะแทรกแซงและขาดความรับผิดชอบของรัฐสภายุโรป

    กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้ประณามอย่างรุนแรงต่อมติที่ออกโดยรัฐสภายุโรป ซึ่งมีเนื้อหาประกอบด้วยข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จและไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดในอิหร่าน รวมทั้งถ้อยแถลงที่มีลักษณะแทรกแซงและขาดความรับผิดชอบต่อสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

    รัฐสภายุโรป ซึ่งสมาชิกจำนวนมากขององค์กรดังกล่าวได้มีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนอิหร่านอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะโดยการสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรอันไม่เป็นธรรม การปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายของสหรัฐอเมริกาต่ออิหร่านอย่างไร้เงื่อนไข ตลอดจนการสมรู้ร่วมคิดกับระบอบไซออนิสต์ในการก่ออาชญากรรมจากการรุกรานทางทหารต่ออิหร่าน ย่อมขาดคุณสมบัติทางศีลธรรมใด ๆ ในการโฆษณาชวนเชื่อหรือกล่าวอ้างเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชน

    พฤติกรรมอันเลวร้ายของรัฐสภายุโรปและสมาชิกจำนวนมากขององค์กรดังกล่าวต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงการละเมิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องของระบอบไซออนิสต์ผู้ยึดครองในภูมิภาคเอเชียตะวันตก ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของข้ออ้างใด ๆ ของพวกเขาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมจนไม่เหลือความชอบธรรมแม้แต่น้อย ความเงียบที่เป็นการยอมรับโดยปริยายของรัฐสภายุโรปและผู้นำของตนต่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง และการเพิกเฉยต่ออาชญากรรมที่เกิดขึ้นบนท้องถนนในอิหร่าน เป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

    ในขณะนี้ ผู้สนับสนุนระบอบเดียวกันที่ต้องรับผิดชอบต่อการสังหารชาวปาเลสไตน์หลายหมื่นคน โดยเฉพาะสตรีและเด็ก กำลังพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง เพิกเฉยต่อบทบาทที่ชัดเจนของระบอบไซออนิสต์และสหรัฐอเมริกาในการวางแผนและยุยงให้เกิดความรุนแรงและการสังหารประชาชนอิหร่าน เพื่อกล่าวโทษสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนโลกจากแนวทางสองมาตรฐานและความไม่รับผิดชอบของยุโรปต่ออาชญากรรมที่ระบอบไซออนิสต์ได้กระทำ

    ผู้ร่างมติของรัฐสภายุโรปได้ยึดถือคำโกหกที่ถูกผลิตโดยกลไกสื่อที่ขึ้นตรงต่อระบอบไซออนิสต์และกระแสสงครามนิยมในสหรัฐอเมริกาเป็นพื้นฐานโดยเจตนา และแม้จะมีหลักฐานที่ชัดเจนและเป็นเอกสารยืนยันจำนวนมาก อาทิ ภาพถ่าย ไฟล์เสียง และรายงานภาคสนาม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการชุมนุมอย่างสันติถูกยั่วยุให้กลายเป็นความรุนแรงโดยกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับระบอบไซออนิสต์ในช่วงวันที่ 18 ถึง 20 เดือนเดย์ แต่รัฐสภายุโรปกลับเลือกที่จะย้ำข้อกล่าวหาเชิงเหมารวมและซ้ำซากต่อกองกำลังรักษาความมั่นคงของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและสถาบันตามกฎหมายของประเทศ ด้วยท่าทีที่ลำเอียงอย่างสิ้นเชิง

    แท้จริงแล้ว รัฐสภายุโรปได้แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงการไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ผ่านการออกมติที่ไม่เพียงแต่เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จและบิดเบือนความเป็นจริงเท่านั้น แต่ยังละเมิดหลักการสำคัญของกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักการเคารพอธิปไตยของรัฐและการงดเว้นจากการแทรกแซงหรือคุกคามประเทศและประชาชาติอื่น

    สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านขอยืนยันถึงการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอิหร่านตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีทางกฎหมายระหว่างประเทศของตน และถือเป็นหน้าที่ในการปกป้องความมั่นคงของพลเมือง ความสงบเรียบร้อยของสังคม และอธิปไตยของชาติ จากการก่อการร้ายทุกรูปแบบ รวมถึงภัยคุกคามและการแทรกแซงจากภายนอก

    กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความรังเกียจอย่างยิ่งต่อถ้อยแถลงอันดูหมิ่นที่ปรากฏในมติของรัฐสภายุโรป ซึ่งพาดพิงถึงบุคคลและสถาบันตามกฎหมายของประเทศ และขอย้ำว่า การตัดสินใจหรือจุดยืนใด ๆ ที่ผิดกฎหมายและมีลักษณะแทรกแซงต่อกองกำลังติดอาวุธของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านและผู้พิทักษ์ความมั่นคงของประเทศ จะได้รับการตอบโต้จากอิหร่านอย่างเหมาะสม และผู้ริเริ่มการกระทำดังกล่าวจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาทั้งหมด

  • ต่างประเทศชูฮก “ศุภจี” ประกาศศักดาไทยแลนด์เป็น “หัวใจของเอเชีย” บนเวทีเศรษฐกิจโลก

    ต่างประเทศชูฮก “ศุภจี” ประกาศศักดาไทยแลนด์เป็น “หัวใจของเอเชีย” บนเวทีเศรษฐกิจโลก

    “ศุภจี” โชว์กึ๋นที่ดาวอส กลางวงประชุมเศรษฐกิจโลก ชูไทยเป็น “พาร์ทเนอร์มหาอำนาจ” ใช้ภูมิศาสตร์เชื่อมเศรษฐกิจโลก

    วันที่ 23 มกราคม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลายเป็นดาวเด่นในเวที World Economic Forum (WEF) 2026 หลังโชว์วิสัยทัศน์ชั้นครูถึง “แต้มต่อ” ของประเทศไทยในการค้าโลก โดยระบุว่าไทยคือ “หัวใจของเอเชีย” ที่มีชัยภูมิสุดได้เปรียบ สามารถเชื่อมโยงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (จีน-อาเซียน) และตะวันออก-ตะวันตก (อินเดีย-อาเซียน) ได้อย่างไร้รอยต่อ

    นางศุภจีเผยเคล็ดลับการเจรจาว่า ท่าทีที่เป็นมิตรและไม่เลือกข้างของไทยคืออาวุธสำคัญ ในวันที่โลกแบ่งขั้ว ไทยกลายเป็น “พาร์ทเนอร์ที่ทุกคนอยากคุยด้วย” ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่อยากกระจายความเสี่ยงจากสหรัฐฯ หรือกลุ่มที่อยากหันเหออกจากจีน ต่างก็พุ่งเป้ามาที่ไทยเพราะเราวางตัวเป็นกลางและพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย การเข้าร่วมเวทีโลกครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำว่า ไทยไม่ได้เป็นแค่จุดยุทธศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ทางความเชื่อใจที่พร้อมดึงเม็ดเงินลงทุนและขยายการค้าสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2909661&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zbhudqZT4G3GSK_TM8LlD

  • การเงินการค้านวัตกรรมวิทย์-เทคโนฯผลักดัน “เศรษฐกิจฮ่องกง” เติบโต

    ต่างประเทศ

    การเงินการค้านวัตกรรมวิทย์-เทคโนฯผลักดัน “เศรษฐกิจฮ่องกง” เติบโต

    วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.04 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    การเงินการค้านวัตกรรมวิทย์-เทคโนฯผลักดัน “เศรษฐกิจฮ่องกง” เติบโต

    พอล ชาน เลขาธิการสำนักงานการคลังประจำรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธ (21 ม.ค.) กล่าวว่าการเงิน การค้า และนวัตกรรมวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ซึ่งเป็นสามแรงขับเคลื่อนหลักที่ผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกง จะยังคงดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่นในอนาคต

    ชานกล่าวว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และบล็อกเชน กำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางอุตสาหกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง ขณะฮ่องกงกำลังบุกเบิกโครงการริเริ่มต่างๆ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการเงินและเทคโนโลยี โดยฮ่องกงถือเป็นจุดหมายการลงทุนที่คุ้มค่า มีการประสานงานใกล้ชิดกับกลุ่มเมืองใกล้เคียงในเขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า ซึ่งมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง

    สำหรับการค้าระหว่างประเทศ ชานเน้นย้ำการเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์ทางการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งปรับเปลี่ยนออกจากการผลิตและส่งออกสินค้าต้นทุนต่ำแบบดั้งเดิมที่ครั้งหนึ่งเคยครองตลาดประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา โดยจีนเป็นตัวอย่างชัดเจนที่กำลังเดินหน้าการเปิดกว้างแบบสองทางระดับสูงและมุ่งสู่การขยายอุปสงค์ภายในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งนี่ส่งเสริมการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง สร้างโอกาสใหญ่แก่สินค้าและบริการที่มีคุณภาพจากทั่วโลก

    (แฟ้มภาพซินหัว : สถานีตู้คอนเทนเนอร์ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 17 ก.ย. 2024)

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/inter/463347&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33Vrz2mwTdsa8Vz5I5BL5Z

  • TISCO ESU ชี้ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026F ขึ้นเป็น 3.3% แต่ระบุว่าความเสี่ยงยังคงโน้มไปทางด้านต่ำ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    Today’s Data Releases

    • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.

    • ญี่ปุ่น, ยูโรโซน, อังกฤษ และสหรัฐฯ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการ (Manufacturing and Services PMI) เบื้องต้น เดือน ม.ค.

    • อังกฤษ: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน ธ.ค.

    • สหรัฐฯ: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U. of Mich. Sentiment) เดือน ม.ค.

    Key economic indicators

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    Source: IMF, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ผ่านรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook)  โดย IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2025F และ 2026F ขึ้น +0.1ppt และ +0.2ppt เป็น 3.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2027F ไว้ที่ 3.2% ตามเดิม

    • หากพิจารณาเป็นรายประเทศ IMF ทบทวนประมาณการของประเทศหลักดังต่อไปนี้

      • สหรัฐฯ – IMF คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.4% ในปี 2026F (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากแรงส่งของนโยบายการคลังหลังรัฐบาลผ่านกฎหมายงบประมาณระยะยาว (One Big Beautiful Bill Act) ซึ่งรวมไปด้วยการเพิ่มวงเงินการลดหย่อนภาษีให้แก่ครัวเรือนและธุรกิจ เป็นต้น ขณะที่ Fed ยังมีแนวโน้มปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินเพิ่มเติมในปีนี้ นอกจากนี้ การเบิกจ่ายของภาครัฐที่ล่าช้าไปบ้างในช่วงไตรมาสที่ 4/2025 จากการปิดทำการ (Government Shutdown) จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับเศรษฐกิจ ทั้งนี้ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2027F ลงเป็น 2.0% (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า)

      • ยูโรโซน – IMF คาดเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 1.3% ในปี 2026F (vs. 1.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 1.4% โดย IMF ประเมินว่าแรงส่งจะมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นสำคัญ หลังเยอรมนีผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางในช่วงปี 2025F ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศสเปนและไอร์แลนด์ยังมีแนวโน้มขยายตัวดี และเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับการเติบโตของยูโรโซน

      • ญี่ปุ่น – IMF คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 0.7% ในปี 2026F (vs. 0.6% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 0.6% โดยการปรับประมาณเศรษฐกิจขึ้นในปี 2026 เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านสภาไปในช่วงก่อน ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพ แผนการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานในหลายอุตสาหกรรมและกลาโหม

      • จีน – IMF คาดเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.5% ในปี 2026F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังที่ยังผ่อนคลาย ประกอบกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่สัมฤทธิ์ผล ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ จัดเก็บกับประเทศจีนปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงเป็น 4.0% ในปี 2027F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่

      • ไทย – IMF คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2026F ไว้ที่ 1.6% และมองว่าจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2027F เป็น 2.2%

    • IMF คาดว่าเงินเฟ้อโลกจะชะลอตัวลงจาก 4.1% ในปี 2025F เป็น 3.8% ในปี 2026F และ 3.4% ในปี 2027F

    • ทั้งนี้ แม้ IMF จะปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้น แต่มองว่าความเสี่ยงต่อประมาณการยังโน้มไปทางด้านต่ำ (“Risks to the outlook for the global economy remain tilted to the downside”) โดย IMF กล่าวถึงเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้นกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่อุตสาหกรรมและในทางตรงกันข้าม หากปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานหรือการผลิตได้มากอย่างที่คาดหวังไว้ อาจนำไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ต่ำลงและการปรับฐานของตลาดทุน ซึ่งจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ มาตรการกีดกันการค้าและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

    • โดยสรุป เศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่นและทนทาน และได้แรงหนุนจากเครื่องยนต์ใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งส่งผลให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชียเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลนีที่เกี่ยวข้องขึ้น อีกทั้งธนาคารกลางหลักหลายแห่งของโลกได้ปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินลงตามเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ประกอบกับประเทศต่างๆ กำลังดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบด้านลบจากมาตรการกีดกันการค้าในช่วงที่ผ่านมา

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/01/23/611726/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z8Ae-F0fxpyh0rk70KKgG

  • TISCO ESU ชี้ IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2026F ขึ้นเป็น 3.3% แต่ระบุว่าความเสี่ยงยังคงโน้มไปทางด้านต่ำ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    Today’s Data Releases

    • ญี่ปุ่น: ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน ธ.ค.

    • ญี่ปุ่น, ยูโรโซน, อังกฤษ และสหรัฐฯ: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการ (Manufacturing and Services PMI) เบื้องต้น เดือน ม.ค.

    • อังกฤษ: ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือน ธ.ค.

    • สหรัฐฯ: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U. of Mich. Sentiment) เดือน ม.ค.

    Key economic indicators

    Source: Bloomberg, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    Source: IMF, TISCO Economic Strategy Unit (TISCO ESU)

    • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่ ผ่านรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook)  โดย IMF ปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2025F และ 2026F ขึ้น +0.1ppt และ +0.2ppt เป็น 3.3% และ 3.3% ตามลำดับ ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปี 2027F ไว้ที่ 3.2% ตามเดิม

    • หากพิจารณาเป็นรายประเทศ IMF ทบทวนประมาณการของประเทศหลักดังต่อไปนี้

      • สหรัฐฯ – IMF คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 2.4% ในปี 2026F (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากแรงส่งของนโยบายการคลังหลังรัฐบาลผ่านกฎหมายงบประมาณระยะยาว (One Big Beautiful Bill Act) ซึ่งรวมไปด้วยการเพิ่มวงเงินการลดหย่อนภาษีให้แก่ครัวเรือนและธุรกิจ เป็นต้น ขณะที่ Fed ยังมีแนวโน้มปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินเพิ่มเติมในปีนี้ นอกจากนี้ การเบิกจ่ายของภาครัฐที่ล่าช้าไปบ้างในช่วงไตรมาสที่ 4/2025 จากการปิดทำการ (Government Shutdown) จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับเศรษฐกิจ ทั้งนี้ IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2027F ลงเป็น 2.0% (vs. 2.1% คาดการณ์ก่อนหน้า)

      • ยูโรโซน – IMF คาดเศรษฐกิจยูโรโซนจะขยายตัว 1.3% ในปี 2026F (vs. 1.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 1.4% โดย IMF ประเมินว่าแรงส่งจะมาจากการใช้จ่ายของภาครัฐเป็นสำคัญ หลังเยอรมนีผ่านกฎหมายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางในช่วงปี 2025F ขณะที่เศรษฐกิจในประเทศสเปนและไอร์แลนด์ยังมีแนวโน้มขยายตัวดี และเป็นอีกหนึ่งแรงส่งให้กับการเติบโตของยูโรโซน

      • ญี่ปุ่น – IMF คาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัว 0.7% ในปี 2026F (vs. 0.6% คาดการณ์ก่อนหน้า) ขณะที่คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2027F ไว้ที่ 0.6% โดยการปรับประมาณเศรษฐกิจขึ้นในปี 2026 เป็นผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านสภาไปในช่วงก่อน ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรการอุดหนุนค่าครองชีพ แผนการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานในหลายอุตสาหกรรมและกลาโหม

      • จีน – IMF คาดเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 4.5% ในปี 2026F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) ส่วนหนึ่งได้แรงหนุนจากนโยบายการคลังที่ยังผ่อนคลาย ประกอบกับการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่สัมฤทธิ์ผล ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรที่สหรัฐฯ จัดเก็บกับประเทศจีนปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม IMF ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงเป็น 4.0% ในปี 2027F (vs. 4.2% คาดการณ์ก่อนหน้า) จากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังคงอยู่

      • ไทย – IMF คงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2026F ไว้ที่ 1.6% และมองว่าจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2027F เป็น 2.2%

    • IMF คาดว่าเงินเฟ้อโลกจะชะลอตัวลงจาก 4.1% ในปี 2025F เป็น 3.8% ในปี 2026F และ 3.4% ในปี 2027F

    • ทั้งนี้ แม้ IMF จะปรับคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกขึ้น แต่มองว่าความเสี่ยงต่อประมาณการยังโน้มไปทางด้านต่ำ (“Risks to the outlook for the global economy remain tilted to the downside”) โดย IMF กล่าวถึงเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมานั้นกระจุกตัวอยู่ในไม่กี่อุตสาหกรรมและในทางตรงกันข้าม หากปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานหรือการผลิตได้มากอย่างที่คาดหวังไว้ อาจนำไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ต่ำลงและการปรับฐานของตลาดทุน ซึ่งจะกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ มาตรการกีดกันการค้าและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจและกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

    • โดยสรุป เศรษฐกิจโลกยังสะท้อนความยืดหยุ่นและทนทาน และได้แรงหนุนจากเครื่องยนต์ใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งส่งผลให้ประเทศต่างๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาเหนือและเอเชียเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลนีที่เกี่ยวข้องขึ้น อีกทั้งธนาคารกลางหลักหลายแห่งของโลกได้ปรับลดความตึงตัวของนโยบายการเงินลงตามเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ประกอบกับประเทศต่างๆ กำลังดำเนินนโยบายการคลังเชิงรุก ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบด้านลบจากมาตรการกีดกันการค้าในช่วงที่ผ่านมา

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/01/23/611726/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z8Ae-F0fxpyh0rk70KKgG