Blog

  • นครปฐม///ราชินีบูรณะท็อปฟอร์ม! คว้า 32 เหรียญทองชนะเลิศ ศิลปหัตถกรรมฯ ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    นครปฐม///ราชินีบูรณะท็อปฟอร์ม! คว้า 32 เหรียญทองชนะเลิศ ศิลปหัตถกรรมฯ ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    การแข่งขันทักษะวิชาการ “งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 73 ปีการศึกษา 2568” ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม ทางด้านโรงเรียนราชินีบูรณะได้ส่งนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้นจำนวน 129 รายการ ผลการแข่งขันปรากฏว่า โรงเรียนราชินีบูรณะได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศรวม 32 รายการ เหรียญทอง 69 รายการ เหรียญเงิน 20 รายการ และเหรียญทองแดง 6 รายการ

    ว่าที่ร้อยตรี ดร.มนต์เมืองใต้  รอดอยู่ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชินีบูรณะ ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดนครปฐม และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม กล่าวว่า

    “ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความเพียรพยายาม และความตั้งใจของลูก ๆ นักเรียน บวกความทุ่มเทของคุณครูที่ต้องการให้ลูกศิษย์ประสบความสำเร็จ มีหลายรายการแข่งขันที่ต้องอาศัยความคล่องตัวมาก ซึ่งแม้เราจะเป็นนักเรียนหญิงล้วน แต่เราก็สามารถเอาชนะคว้าชัยมาได้”

    ในการนี้โรงเรียนราชินีบูรณะ ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศจากการแข่งขันทั้ง 32 รายการ ซึ่งมีทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ และประเภททีม รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่นักเรียนคนเก่งอีกด้วย

    สมคิด  พรมมี  ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าว TopNews ทั่วไทย จ. นครปฐม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1476699&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qt5oqoU0lhxLXk2bMtiKQ

  • นักวิชาการห่วง หมอสุภัทรถูกให้ออก แม้ช่วยคนในช่วงวิกฤต – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    นักวิชาการห่วง หมอสุภัทรถูกให้ออก แม้ช่วยคนในช่วงวิกฤต – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ย้อนวิกฤตโควิด ปี 64 เมื่อระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว ทีมแพทย์ชนบทและมหาวิทยาลัยต้องลุกขึ้นช่วยชีวิตประชาชน ห่วงหมอสุภัทรถูกให้ออก ไม่ยุติธรรม

    วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปี 2564 กลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง หลังคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติเอาผิดทางวินัยร้ายแรง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย กรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ระหว่างการตรวจคัดกรองเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบท เมื่อปี 2564 มหาวิทยาลัยรังสิต ย้อนรอยการทำงานร่วมกับทีมแพทย์ชนบทอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยชีวิตคนในครั้งนั้น

    ผศ.ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะประธานปฏิบัติการศูนย์วัคซีนเพื่อประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ในช่วงปี 2564 สถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีความรุนแรงอย่างมาก มหาวิทยาลัยจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เพื่อเปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชน แต่ได้รับแจ้งจากหน่วยงานภาครัฐว่าไม่สามารถรองรับการดูแลประชาชนจำนวนมากได้

    “มหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเปิดศูนย์บริการวัคซีนและศูนย์เฝ้าระวังโควิด-19 ขึ้นเอง เพื่อรองรับผู้ป่วยและผู้ที่มีความเสี่ยงที่ระบบหลักดูแลไม่ทัน โดยมีทีมอาสาสมัคร จากอาจารย์และคณะที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์มาร่วมทำหน้าที่ในศูนย์แห่งนี้” ดร.นเรฏฐ์ กล่าว

    พอเข้าสู่เดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤตที่สุดของการระบาดในครั้งนั้น ชุดตรวจโควิด (ATK) ขาดแคลนและมีราคาสูง ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงการตรวจได้ ขณะเดียวกันโรงพยาบาลของรัฐไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ทีมแพทย์ชนบทนำโดย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จึงอาสาลงพื้นที่ตรวจคัดกรองเชิงรุกในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นศูนย์คัดกรองขนาดใหญ่ การเข้ามาของทีมแพทย์ชนบท ในช่วงวันที่ 10–11 สิงหาคม 2564 มีอาสาสมัครจากหลายโรงพยาบาลมาร่วมด้วย ประมาณ 50–60 คน ปฏิบัติหน้าที่ตรวจคัดกรองให้กับประชาชนได้ราว 5,000 คน และพบผู้ติดเชื้อเกือบ 400 คน หรือคิดเป็น 8%

    นอกจากเข้ามาช่วยตรวจคัดกรองโควิด สิ่งสำคัญ ทีมแพทย์ชนบทได้เข้ามามอบถุงยังชีพและยาที่จำเป็นให้ผู้ป่วยทันที การได้รับยาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีส่วนช่วยลดอัตราการเสียชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ การเข้ามาของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนั้น จึงช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมาก

    ทางด้าน ผศ.ดร.สมเกียรติ รุ่งเรืองวิริยะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะเลขาธิการศูนย์วัคซีนเพื่อประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หลังจากเปิดศูนย์วัคซีนต้นเดือนมิถุนายน 2564 ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนทุกด้าน วัคซีนไม่พอ ชุดตรวจไม่พอ มีเพียงแต่บุคลากรการแพทย์ที่ใช้คำตอนนั้นว่าด่านหน้า คือทำงานชนิดใช้ชีวิตเข้าเสี่ยง เพราะเชื้อรุ่นแรกคือเดลต้า มีผู้ป่วยเสียชีวิตหลายราย ยังไม่นับที่ป่วยแล้วไม่มีเตียง ทำให้ศูนย์วัคซีนเพื่อประชาชนแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับการประสานงานมาจากทีมที่ทำงานด้านประชาสังคม กำหนดไว้ว่าถ้าไม่แยกผู้ป่วยอาการไม่มาก กับผู้ป่วยหนักจะทำให้เตียงไม่มีทางพอ

    สำหรับการทำงานร่วมกับทีมแพทย์ชนบทในครั้งนั้น เป็นการทำงานหนักร่วมกันของบุคลากรหลายฝ่าย ทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่คัดกรอง เจ้าหน้าที่ข้อมูล และอาสาสมัครที่พร้อมเข้ามาทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คนในภาวะวิกฤต เพื่อให้การแยกผู้ป่วยหนักไปสู่ระบบโรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยที่อาการไม่มาก ขอให้กักตัวอยู่บ้าน แล้วทางโรงพยาบาลมหาราช ซึ่งเป็นเครือข่ายของทีมแพทย์ชนบท จะรับไปดูแลในแบบเทเลเมดิซีน (telemedicine)

    “จากการที่ได้ร่วมทำงานกับทีมแพทย์ชนบท ทุกคนต้องสวมชุดป้องกันเชื้อ (PPE) ปฏิบัติงานในเต็นท์เปิดโล่งท่ามกลางอากาศร้อน และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ทุกคนต่างมุ่งมั่นทำงานด้วยจิตวิญญาณความเป็นแพทย์และความสมัครใจในการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง” ดร.สมเกียรติ กล่าว

    ดร.นเรฏฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการทำหน้าที่ของทีมอาสาสมัครที่ทำงานช่วยเหลือประชาชน ในช่วงโรคระบาดกลับมาถูกตรวจสอบเรื่องระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งที่อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ในอนาคตคงไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาทำเพื่อสังคมอีก เพราะกังวลว่าจะถูกตรวจสอบภายหลัง ดังนั้นในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้น ผู้เกี่ยวข้องควรพิจารณาที่วัตถุประสงค์และความตั้งใจในการช่วยชีวิตผู้คน มากกว่ากฎระเบียบที่เคร่งครัด

     “ดีเอ็นเอของมหาวิทยาลัยคือการอยู่เพื่อชุมชน จากแนวคิดของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ที่ว่ามหาวิทยาลัยต้องไม่อยู่บนหอคอยงาช้าง แต่ต้องอยู่เพื่อทำประโยชน์แก่สังคม ทำให้ในช่วงน้ำท่วมหรือโควิด มหาวิทยาลัยก็เข้าไปช่วยชุมชนมาโดยตลอด” ดร.นเรฏฐ์ กล่าวปิดท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/specialists-concern-drsupat-will-be-punished/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HJkSZam1LFokDBpf_c9rv

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D572574&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RNhOGyFJEnAZHzz-z3DCD

  • สจด. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยโรงเรียนสีตบุตรบำรุง เครือข่ายความร่วมมือสถานศึกษาของสถาบัน — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสตมวาร (๑๐๐ วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยโรงเรียนสีตบุตรบำรุง เครือข่ายความร่วมมือสถานศึกษาของสถาบัน — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/120320/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3N_XoTeklSj0y5YYkN8tnf

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D572576&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kLyLigCPCQ_KzuPmkFY0E

  • วว. รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เสริมพลังการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568

    วว. รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เสริมพลังการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568

    ดร.ปริยะดา วิสุทธิแพทย์ รองผู้ว่าการบริหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้แทน วว. เข้ารับรางวัลเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณการดำเนินงานการฌาปนกิจสงเคราะห์ ประจำปี 2568 จาก นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

    ซึ่ง กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดขึ้นภายใต้แนวคิด การฌาปนกิจสงเคราะห์โอกาสและความท้าทายการเสริมสร้างหลักประกันความมั่นคงของครอบครัว เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและเสริมพลังการดำเนินงานฯ โอกาสนี้ คณะผู้บริหารและบุคลากร วว. เข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย ในวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

    ทั้งนี้ในปี 2568 มีหน่วยงานที่ดำเนินการฌาปนกิจสงเคราะห์ได้รับรางวัลจำนวนทั้งสิ้น 40 รางวัล โดยเป็นภาครัฐจำนวน 25 รางวัล และสมาคมฯ จำนวน 15 รางวัล นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้กับครอบครัว ช่วยลดภาระทางการเงินของทายาท สร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางการเงิน และส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้ยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/994160&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JAB6gFA2_x0BvdO2JSHRa

  • สพฐ.จัดสรรงบประมาณค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (ระยะเวลา 6 เดือน)

    สพฐ.จัดสรรงบประมาณค่าเช่าใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 (ระยะเวลา 6 เดือน)

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93181&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2AYeiNkX382PLMoUG88hw9

  • PTTEP สนับสนุน 35 ล้านบาท สร้างอาคารวิทยาศาสตร์อวกาศ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ เสริมสร้างศักยภาพเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    PTTEP สนับสนุน 35 ล้านบาท สร้างอาคารวิทยาศาสตร์อวกาศ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ เสริมสร้างศักยภาพเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มอบเงินจำนวน 35 ล้านบาท ให้แก่ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนกำเนิดวิทย์ เพื่อสนับสนุนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ในการก่อสร้างอาคารวิทยาศาสตร์อวกาศ ซึ่งประกอบด้วยท้องฟ้าจำลอง และหอสังเกตการณ์ท้องฟ้าและอวกาศ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยด้านดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ขั้นสูง และเทคโนโลยีแห่งอนาคต และเป็นโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจหลักวิทยาศาสตร์ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนและบุคลากรของประเทศ

    ปตท.สผ. และกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ได้ก่อตั้งสถาบันวิทยสิริเมธี ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่มุ่งพัฒนาบุคลากรและสร้างสรรค์นวัตกรรม และโรงเรียนกำเนิดวิทย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายสำหรับนักเรียนที่มีศักยภาพโดดเด่นด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยก่อนหน้านี้ ปตท.สผ. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อสนับสนุนทั้งสองสถาบันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2565–2574 ด้วยงบประมาณเฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท สะท้อนความมุ่งมั่นในการสนับสนุนด้านการศึกษาและการวิจัย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/03/614314/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37xfG3D4OtVa5NDW6tdu3E

  • นักแสดงนานาชาติ จาก 10 ประเทศ เข้าร่วมแสดงเทศกาลแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ครั้งที่ 4

    นักแสดงนานาชาติ จาก 10 ประเทศ เข้าร่วมแสดงเทศกาลแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ครั้งที่ 4

    ต้อนรับ “นักแสดงนานาชาติ” จาก 10 ประเทศร่วมแสดงเทศกาลแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ 4 

    วันที่ 2 ก.พ. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมบัณฑิตศรี ชั้น 3 คณะวิทยาการจัดการ (อาคาร 44) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปฐมนิเทศผู้นำนักแสดงนานาชาติที่เข้าร่วมเทศกาล การแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ 4 (The 4th Thailand Cultural Exchange Festival : 4th Thailand-CEF) โดยมีผู้นำนักแสดงนานาชาติจาก 11 ประเทศ ได้แก่ จีน บัลแกเรีย บราซิล ฟิลิปปินส์ เม็กซิโก ลาว อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี อิสราเอล และประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เข้าร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    ทั้งนี้ เทศกาลการแสดงแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนานาชาติ ประจำประเทศไทย ครั้งที่ 4 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–8 ก.พ. 2569 ณ เวทีสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ (สวนช้าง) โดยมีกิจกรรมการแสดงวัฒนธรรมนานาชาติ การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติด้านการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และกิจกรรมแฟชั่นโชว์ผ้าและชุดแต่งกายนานาชาติ ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี

    นอกจากนี้ ในการปฐมนิเทศยังได้รับความร่วมมือจากมณฑลทหารบกที่ 25 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสุรินทร์ และโรงพยาบาลสุรินทร์ ร่วมให้ข้อมูลด้านการรักษาความปลอดภัย ข้อปฏิบัติ และการดูแลด้านสาธารณสุข เพื่อสร้างความมั่นใจแก่คณะนักแสดงนานาชาติตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม

    ทางด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ฉลอง สุขทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กล่าวว่า ปีนี้มี 10 ประเทศที่ร่วมงาน ที่ไกลๆ ก็เป็นบราซิลและเม็กซิโก ซึ่งทั้ง 10 ประเทศก็มีกิจกรรมหลักๆ มาแสดงแลกเปลี่ยนบนเวที ที่สวนใหม่เฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 2-8 ก.พ. 2569 

    รวมทั้งมีกิจกรรมทางวิชาการด้วย ที่ส่งบทความเข้ามาในหัวข้อการพัฒนาที่ยั่งยืน และกิจกรรมที่สำคัญขาดไม่ได้เลยก็คือการแสดงแบบผ้านานาชาติ ปีนี้เป็นทีมผ้าไหมของสุรินทร์ที่นำมาแสดง ส่วนด้านความปลอดภัยก็มีทางทหารกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแล.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2911723&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ToY2_Xq9Yo2SrcIpIZYtU

  • รัสเซีย-ยูเครน: “ผมยิงตัวเองและลูกน้อง เพื่อพาพวกเราออกจากยูเครน” เสียงจากอดีตวีรบุรุษสงครามชาวรัสเซีย – BBC News ไทย

    รัสเซีย-ยูเครน: “ผมยิงตัวเองและลูกน้อง เพื่อพาพวกเราออกจากยูเครน” เสียงจากอดีตวีรบุรุษสงครามชาวรัสเซีย – BBC News ไทย

    “ผมยิงตัวเองและลูกน้อง เพื่อพาพวกเราออกจากยูเครน” เมื่อวีรบุรุษสงครามชาวรัสเซียผันตัวเป็นผู้หนีทหาร

      • Author, อมาเลีย ซาตารี
      • Role, บีบีซีแผนกภาษารัสเซีย
      • Reporting from, Astana

    เยฟเกนี โคโรบอฟ อดีตนายทหารของกองทัพรัสเซีย ยืนอยู่กลางห้องในชุดลำลองเสื้อสีดำกับกางเกงสีอ่อน ชายวัย 30 ปีรายนี้อาศัยอยู่ในกรุงอัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน มาเกือบ 3 ปีแล้ว

    เขาบอกว่าในช่วงเวลานี้มีผู้หนีทหารอีก 7 หรือ 8 คน มาพักอาศัยอยู่ในอะพาร์ตเมนต์ของเขา

    “ผมพยายามช่วยเหลือคนที่เหมือนผมให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้ผม แค่มาอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว” เขากล่าว

    “แล้วใครจะช่วยพวกเขาล่ะ ในเมื่อเรามีบางอย่างที่เชื่อมโยงกัน เราทุกคนต่างเป็นผู้แปรพักตร์ เราทุกคนต่างก็หนีมา”

    เมื่อเพียงสี่ปีก่อน โคโรบอฟยังคงสู้รบอยู่ในยูเครน ระหว่างเดือน ก.พ. ถึง พ.ค. 2022

    ที่มาของภาพ, Evgeny Korobov’s personal archive

    คำบรรยายภาพ, โคโรบอฟกล่าวว่าเขาจบการศึกษาจากโรงเรียนทหารในฐานะ “นายทหารหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น”

    “สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว”

    โคโรบอฟใฝ่ฝันอยากเป็นทหารมาโดยตลอด แม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะเป็นพนักงานไปรษณีย์ก็ตาม เขาเรียนที่วิทยาลัยทหารในเมืองครัสโนยาสค์ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ก่อนจะเข้าร่วมกองทัพรัสเซียในฐานะ “นายทหารหนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นในการรับใช้ชาติ” และสัญญารับราชการของเขามีกำหนดสิ้นสุดในปี 2023

    อย่างไรก็ตาม ความกระตือรือร้นนั้นก็แผ่วลงอย่างรวดเร็ว

    “ระหว่างการรับราชการในกองทัพ คุณจะได้พบกับความอยุติธรรมและความบ้าคลั่ง และคุณก็เริ่มหมดศรัทธาในทุกสิ่งอย่างสิ้นเชิง ทั้งต่อระบบและต่อสภาพความเป็นจริงในรัสเซีย” เขากล่าว

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ในช่วงต้นปี 2022 โคโรบอฟถูกส่งไปฝึกซ้อมทางทหารในภูมิภาคเคิร์สก์ ใกล้ชายแดนยูเครน “ผมไม่เชื่อว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น แต่เราก็ไปที่นั่นด้วยความกังวล” เขาเล่าย้อนความทรงจำ

    เขาเล่าถึงสิ่งที่เห็นหลังจากข้ามพรมแดนเข้าไปในยูเครนว่า “เราขับรถผ่านพื้นที่ชุมชน ผู้คนใช้ชีวิตกันตามปกติ มีคนกำลังเติมน้ำมันรถ มีคนดื่มกาแฟ มีคนสูบบุหรี่ แล้วพวกเราก็ขับผ่านไป สงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว”

    กองพลของเขาเคลื่อนกำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ โดยหยุดอยู่ในเขตโบรวารี ทางตะวันออกของเมือง

    ที่มาของภาพ, Evgeny Korobov’s personal archive

    คำบรรยายภาพ, โคโรบอฟสู้รบอยู่ในยูเครนช่วงเดือน ก.พ. ถึง พ.ค. 2022

    นี่คือพื้นที่ที่สำนักงานอัยการของยูเครนระบุว่าทหารรัสเซียได้ก่ออาชญากรรมสงคราม

    ด้านสำนักข่าวเมดูซา (Meduza) และ เรดิโอ ลิเบอร์ตี (Radio Liberty) รายงานข่าวสืบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ ว่าทหารจากกองพลที่ 15 ซึ่งโคโรบอฟประจำการอยู่ ใช้ที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งในภูมิภาคเคียฟเพื่อเป็นห้องทรมาน โดยผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่ากองพลนี้ประหัตประหารชีวิตพลเรือนไปแล้วอย่างน้อย 5 คน

    โคโรบอฟอ้างว่าไม่ได้เห็นอาชญากรรมสงครามด้วยตนเอง แต่ได้ยินเรื่องเหล่านี้จากผู้อื่น โดยเขากล่าวว่าหน้าที่ในช่วงสงครามคือการคุ้มกันแนวหลัง การนำทาง และการลาดตระเวนเส้นทาง ดังนั้นเขาจึงต้องเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา

    กองพลของเขาประจำการอยู่ใกล้กรุงเคียฟจนถึงปลายเดือน มี.ค. หลังจากนั้นเขาได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าวเมื่อกองกำลังรัสเซียล่าถอย หลังจากความพยายามปิดล้อมเมืองหลวงของยูเครนล้มเหลว โดยระหว่างการล่าถอย โคโรบอฟได้เห็นเมืองต่าง ๆ ของยูเครนที่ถูกทำลาย

    เขากล่าวว่าสิ่งนี้ทำให้รู้สึก “สยดสยองและผิดหวัง”

    โคโรบอฟเล่าว่าขบวนกำลังพลของพวกเขาถูกซุ่มโจมตีโดยกองกำลังยูเครนหลายครั้ง

    “เราจำเป็นต้องยิงตอบโต้” เขาย้อนความทรงจำ “แล้วเราจะทำอะไรได้อีกล่ะ ตายงั้นหรือ ผมจะเป็นคนดีไหมถ้าผมตาย ผมก็อยากมีชีวิตอยู่ และอยากให้ทหารทุกคนของผมได้กลับบ้าน เรากำลังสู้เพื่ออะไร ? ก็เพื่อชีวิตของพวกเราเองไงล่ะ สำหรับชาวยูเครนแล้ว เราคือศัตรู แต่สำหรับพวกเรา ศัตรูแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย ได้แก่ชาวยูเครนและผู้บังคับบัญชาของเราเอง”

    วีรบุรษสงคราม

    ในช่วงปลายปี 2022 ก่อนที่เขาจะตัดสินใจแปรพักตร์และออกจากรัสเซียไปอยู่คาซัคสถาน โคโรบอฟได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาในกรุงมอสโกให้ไปปรากฏตัวในสถานีโทรทัศน์ของรัสเซีย โดยรายการดังกล่าวนำเสนอภาพลักษณ์ว่าเขาคือวีรบุรุษสงครามที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ

    “ร้อยโทอาวุโสเยฟเกนี โคโรบอฟ พร้อมด้วยกำลังพลในความดูแลของเขา กำลังคุ้มกันขบวนกำลังพลที่อยู่แนวหลัง” พิธีกรรายการทอล์กโชว์ยอดนิยมที่ออกอากาศในช่วงค่ำทางช่องแชนนัล วัน (Channel One) ของรัสเซียกล่าว

    “พวกเขาถูกซุ่มโจมตี พวกเขาต่อสู้กับกองกำลังศัตรูที่มีกำลังเหนือกว่า และสามารถสังหารนักรบฝ่ายตรงข้ามและทำลายยุทโธปกรณ์ของศัตรูได้อย่างน้อย 15 ราย โดยฝ่ายของพวกเขาไม่เกิดการสูญเสียเลย”

    โคโรบอฟบอกว่าเรื่องราวดังกล่าวซึ่งถูกรายงานเป็นครั้งแรกโดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียนั้น เป็นเรื่องที่ถูกแต่งขึ้น

    เขากล่าวว่าหน่วยของตนเคยถูกซุ่มโจมตีจริงในช่วงต้นเดือน มี.ค. 2022 ที่ภูมิภาคเชอร์นีฮิฟ แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์ถูกกล่าวเกินจริงไปมาก

    ที่มาของภาพ, smotrim.ru

    คำบรรยายภาพ, โคโรบอฟปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ของรัสเซียตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในกรุงมอสโก

    “ใช่ พวกเราตกอยู่ในกับดักซุ่มโจมตี แต่จะบอกว่า ‘เตรียมการมาอย่างดี’ นั้นแทบจะไม่ถูกต้องเลย ส่วนที่บอกว่าฝ่ายตรงข้ามมีกำลังเหนือกว่าหรือไม่ ผมไม่รู้ว่ามีจำนวนกี่คนที่อยู่ตรงนั้น หรือใครเป็นคนยิงกันแน่” โคโรบอฟโต้แย้ง

    หลังจากปรากฏตัวในสื่อ เขาได้รับเหรียญกล้าหาญ ซึ่งโคโรบอฟบอกว่าเขา “ไม่แยแสมันเลย”

    “สำหรับวีรกรรมที่ถูกแต่งขึ้นงั้นหรือ สำหรับสงครามที่ผมไม่อยากเข้าร่วม ? ผมไม่อยากรับราชการทหารอีกต่อไปแล้ว ผมแค่อดทนไปจนกว่าสัญญาจะสิ้นสุดเท่านั้น”

    สิ่งหนึ่งที่โคโรบอฟไม่โต้แย้ง คือ เขาได้รับบาดเจ็บในยูเครน โดยระหว่างการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์นั้นเห็นได้ชัดว่าเขาเดินกะเผลก

    “ไม่มีทางหวนกลับ”

    โคโรบอฟได้รับบาดเจ็บบริเวณขาระหว่างประจำการอยู่ในเมืองโดเนตสก์เมื่อเดือน พ.ค. 2022 หลังจากนั้นเขาถูกอพยพออกมาและเดินทางกลับรัสเซีย

    ในช่วงเวลานั้น มีคำสั่งให้บุกโจมตีหมู่บ้านโอแซร์เนใกล้กับเมืองลีมาน แต่โคโรบอฟเล่าว่า “มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่พวกเราเข้าไปใกล้ได้ แต่ก็ถูกโจมตีด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี และในการบุกโจมตีครั้งต่อ ๆ มา เราไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย”

    “ตอนนั้นผมเข้าใจแล้วว่า ไม่มีทางที่พวกเขาจะปล่อยให้เรากลับบ้านได้ และหนทางเดียวที่จะออกจากที่นั่นคือเป็นศพหรือไม่ก็ได้รับบาดเจ็บ”

    วันหนึ่ง หน่วยของเขาเผลอนำโดรนไปร่อนลงในตำแหน่งของฝ่ายยูเครน โคโรบอฟเล่าว่าหน่วยของเขาซึ่งมีทหาร 4 นายถูกส่งไปนำโดรนกลับมา และผู้บังคับบัญชาสั่งว่าอย่ากลับมาโดยไม่มีมัน ซึ่งเขาอธิบายว่ามันเป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้

    คำบรรยายภาพ, โคโรบอฟหลบหนีไปยังคาซัคสถานด้วยความช่วยเหลือจากโครงการโก บาย เดอะ ฟอร์เรสต์ (Go by the Forest) ซึ่งให้ความช่วยเหลืออดีตทหารรัสเซียเช่นเขา

    “ผมเข้าใจแล้วว่ามันจบแล้ว ไม่มีทางหวนกลับไปได้” เขากล่าว “แล้วผมก็เปิดฉากยิงใส่ทหารของตัวเอง ผมยิงเป็นชุดลงพื้น ผมทำให้พวกพ้องของผมบาดเจ็บ จากนั้นผมก็ทำร้ายตัวเอง ยิงตัวเอง จากนั้นผมก็ปฐมพยาบาล แล้วพวกเราก็คลานไปยังจุดอพยพ”

    คำบอกเล่านี้ชี้ให้เห็นว่าอาการบาดเจ็บที่ถูกรายงานและเชิดชูในรายการโทรทัศน์ชื่อว่า เล็ท เด็ม ทอล์ค (Let Them Talk – อาจแปลไทยได้ว่า ‘ให้เขามาเล่า’) นั้น เป็นบาดแผลที่โคโรบอฟทำร้ายตัวเอง

    บีบีซีไม่สามารถตรวจสอบคำกล่าวอ้างของโคโรบอฟได้อย่างอิสระ แม้ว่าเขาจะนำเสนอภาพถ่ายบาดแผลที่ขาของตนเองก็ตาม

    ในเวลาต่อมา โคโรบอฟและทหารที่เหลืออยู่ในหมู่ของเขาถูกอพยพออกจากแนวหน้า โดยเขาใช้เวลารักษาตัวในโรงพยาบาลราวหนึ่งเดือนครึ่ง ก่อนเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพ

    โคโรบอฟต้องการรับราชการในรัสเซียให้ครบสัญญาจนถึงปี 2023 โดยไม่กลับไปยูเครน ทว่าหลังการประกาศระดมกำลังเพิ่มเติมในเดือน ก.ย. 2022 ทำให้สัญญาทั้งหมดกลายเป็นไม่มีกำหนดสิ้นสุด และในช่วงปลายปีนั้น เขาได้รับแจ้งว่าจะถูกส่งกลับไปยังยูเครนอีกครั้ง

    มองหาที่ลี้ภัย

    โคโรบอฟเล่าต่อว่าก่อนที่จะเดินทางออกจากรัสเซีย เขาได้ติดต่อโครงการโก บาย เดอะ ฟอร์เรสต์ (Go By The Forest) ซึ่งให้ความช่วยเหลืออดีตทหารรัสเซียอย่างเขาที่หวาดกลัวการถูกส่งกลับไปสู้รบในยูเครน จากนั้นนักกิจกรรมของโครงการดังกล่าวก็วางแผนเส้นทางหลบหนีให้เขาเดินทางไปยังคาซัคสถาน

    ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เก็บข้าวของใส่กระเป๋าและออกจากรัสเซีย

    ในเวลาต่อมา โคโรบอฟเจอข้อหาหลบหนีทหารซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหลายเดือนแรกของการใช้ชีวิตในกรุงอัสตานา เขาจึงแทบไม่ออกจากบ้านเลย

    เขาได้งานทำในบาร์แห่งหนึ่งในภายหลัง แต่เป็นการทำงานอย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากสถานะผู้ลี้ภัยไม่อาจทำงานได้

    “คาซัคสถานยังไม่เคยให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่ชาวรัสเซียแม้แต่คนเดียว และผมคิดว่าก็คงจะไม่ให้” โคโรบอฟกล่าว

    “เรากำลังรอการตัดสินใจจากประเทศในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส เพราะในตอนนี้ฝรั่งเศสเป็นประเทศเดียวที่รับผู้หลบหนีทหารรัสเซีย” เขากล่าว

    โคโรบอฟเข้าใจถึงความลังเลของประเทศตะวันตกในการรับผู้แปรพักตร์ชาวรัสเซีย แต่เขาเชื่อว่านี่คือหนึ่งใน “หนทางที่มีประสิทธิภาพสำหรับการแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งไม่ใช่แค่การส่งอาวุธหรือคว่ำบาตรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปิดโอกาสให้ชาวรัสเซียปฏิเสธการถืออาวุธ และปฏิเสธการเข้าร่วมการสู้รบด้วย”

    คำบรรยายภาพ, อาร์ตูร์ อัลคาสทอฟ นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน คือผู้ให้ความช่วยเหลือผู้หลบหนีทหารรัสเซียในคาซัคสถาน

    บีบีซีพูดคุยกับอาร์ตูร์ อัลคาสทอฟ ทนายความจากสำนักงานสิทธิมนุษยชนคาซัคสถาน ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้หลบหนีทหารรัสเซียที่หลบหนีเข้ามาในประเทศในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยส่วนหนึ่งของกระบวนการคือการตรวจสอบประวัติอดีตทหารเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานความมั่นคงของรัสเซียแฝงตัวเข้ามาในกลุ่ม

    เขากล่าวว่าการตรวจสอบเรื่องราวของโคโรบอฟเป็นเรื่องยากและใช้เวลานานมาก

    ในมุมมองของเขา ทหารรัสเซียที่หนีกองทัพในปัจจุบันตกอยู่ในอันตรายมากกว่าฝ่ายต่อต้านสงครามหรือผู้เห็นต่างทางการเมืองกลุ่มอื่น ๆ เนื่องจากทางการรัสเซียเห็นว่าอดีตทหารเหล่านี้คือผู้ทรยศ

    สถานการณ์นี้ทำให้ผู้หลบหนีทหารรัสเซียในคาซัคสถานและอาร์เมเนียตกอยู่ในสภาวะเปราะบาง เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารรัสเซีย

    อัลคาสทอฟอธิบายว่า ขณะนี้โคโรบอฟและผู้หลบหนีทหารรายอื่น ๆ ยังได้รับการคุ้มครองจากการถูกส่งตัวกลับรัสเซีย เพราะมีสถานะเป็นผู้ขอลี้ภัย แต่สถานะดังกล่าวไม่ได้คุ้มครองพวกเขาจากความเสี่ยงในเรื่องการถูกลักพาตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cd7zq59g8e0o.amp&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fU5qwhtESQE0AZTmteUQW