Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    คนร้ายป่วนใต้! ลอบวางบึ้มหลายจุด 2 อำเภอ คืนส่งท้าย”วาเลนไทน์”

    (15ก.พ.69) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรยี่งอ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส รวม 7 จุด ในอำเภอยี่งอและอำเภอระแงะ เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

    โดยในพื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุจำนวน 5 จุดจากการรวบรวมข้อมูลของเจ้าหน้าที่ พบว่าคนร้ายแยกย้ายกระจายตัวก่อเหตุตามช่วงเวลา ดังนี้

    1. เวลา 23.00 น. (14 ก.พ.): เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้บริเวณหน้าร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ (กะสะมะรอบี) ตั้งอยู่ตรงข้ามสมาคมจีน หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    2. เวลา 00.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านโทรศัพท์ (อ.บูรฮัน) และสำนักงานปศุสัตว์ ใกล้เขตเทศบาล 2 และ 3 พื้นที่หมู่ 7 ต.ยี่งอ
    3. เวลา 02.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุหน้าร้านซ่อมโทรทัศน์ ใกล้กับหอนาฬิกา และร้าน “มาด๊ะ”
    4. เวลา 04.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุลอบวางเพลิงหน้าร้าน “กะนะ” ขายข้าว บริเวณสะพานเหล็ก
    5. เวลา 05.00 น. (15 ก.พ.): เกิดเหตุจุดสุดท้ายบริเวณหน้าบ้านพัก “กูโซะ” เส้นทางออกไปจังหวัดปัตตานี

    ขณะที่พื้นที่อำเภอยี่งอเกิดเหตุอีก 2 จุด โดยจุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.32 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ บริเวณร้านขายของชำในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส และจุดที่สองในเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ บริเวณตรงข้ามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 ตำบลตันหยงมัส

    จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบร่องรอยความเสียหายบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์และร้านค้า มีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง (โชเล่ย์) และทรัพย์สินบางส่วนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย บนพื้นถนนมีเศษซากวัสดุและรอยเขม่ากระจายตัวอยู่ทั่วไป อย่างไรก็ตาม ในรายงานเบื้องต้นระบุว่า “ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต 

    ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งในช่วงเช้า พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

    ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมสั่งการให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกจุดเพื่อหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย คาดเป็นการจงใจสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่เขตชุมชนเมือง

    #ข่าวเวิร์คพอยท์23

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/crime/NGt4vxQmK&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0trWtHCZ4RyBO-27llitZq

  • ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    ตร.ทั่วประเทศเพิ่มความเข้มงวดระวังเหตุตลอดช่วงเทศกาลตรุษจีน 15 – 17 กุมภาพันธ์ 2569

    15 กุมภาพันธ์ 2569, 20:48น.

              พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม) กำชับตำรวจทั่วประเทศดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เนื่องในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งตามประเพณีปฏิบัติของคนไทยเชื้อสายจีนจะมีการออกมาจับจ่ายใช้สอยจัดเตรียมสิ่งของเพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ ประกอบกับผู้ประกอบการ ร้านค้า หรือบริษัท หยุดทำการติดต่อกันหลายวัน และจะมีพนักงาน ลูกจ้าง เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก โดยให้ตำรวจทั่วประเทศดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ ดังนี้

              วันจ่าย (15 กุมภาพันธ์ 2569) : เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตลาด ร้านทอง ธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ เพื่อป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูง

              วันไหว้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) : เน้นการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้จากการจุดธูปเทียน และการเผากระดาษเงินกระดาษทอง โดยให้สถานีตำรวจในพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุ และระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที

              วันเที่ยว (17 กุมภาพันธ์ 2569) : จัดกำลังสายตรวจลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงย่านที่พักอาศัยของประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งอาจมีการปิดบ้านพักอาศัยเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินและการก่อเหตุในเคหสถาน

              นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่อาจฉวยโอกาสลักลอบกระทำความผิดในช่วงเทศกาล เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ควบคุม กำกับ และดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ห้ามใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์อันมิชอบโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและหลักประกันความปลอดภัยให้กับประชาชน

              สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นการกระทำความผิด เหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

    #ตรุษจีน2569

    #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159263&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CMqjTMG8nmKJrpuQ0YY5J

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 50 สตางค์ต่อลิตร

    และราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลลง 50 สตางค์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 30.44 บาท (โออาร์)
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 29.94 บาท (บางจาก)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (16 ก.พ. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/651614&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OfkQTq9Wk6KUSDOl6vQX6

  • “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    15 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  
     

    พี่น้องประชาชนที่เคารพครับ
     

    ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผมขอกราบขอบพระคุณทุกท่านต่อความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ที่พรรคภูมิใจไทยได้รับอย่างท่วมท้น เพื่อเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ซึ่งผมจะเร่งดำเนินการทันทีเมื่อ กกต.ประกาศผลของการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

    ผมขอยืนยันว่า ผมจะไม่ทำให้ทุกท่านที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ผิดหวัง เสียใจ และจะทำงานตอบแทนทุกคะแนน ด้วยความสำนึกในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้
     

    ทุกนโยบายที่ได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ในช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ผมและพรรคภูมิใจไทยขอยืนยันว่า จะปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้นทุกประการ
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบด้าน #การบริหารงานความมั่นคง  ด้วยมาตรการทางการทูต และการทหาร และยืนยันที่จะปฏิบัติในทุกรูปแบบและทุกวิธีการ เพื่อรักษาดินแดนและอธิปไตยของชาติ ตลอดจนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย และสำหรับตัวผม ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

    #การปิดด่านชายแดน จะดำเนินต่อไป และจะเพิ่มความเข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างกำแพงความมั่นคงตามแนวชายแดน รวมถึง #การยกเลิกMOU44 เพื่อการรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย และเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชนที่มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย

    ผมและคุณสีหศักดิ์สัญญา ที่จะนำประเทศไทยกลับคืนสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ให้มีใครกล้ามาข่มเหง รังแก ข่มขู่ คุกคาม ทำให้คนไทยต้องรำคาญใจอีกต่อไป
     

    พรรคภูมิใจไทย จะเป็นผู้รับผิดชอบงานด้านเศรษฐกิจ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย นำเศรษฐกิจไทยที่ตกอยู่ในหล่มมายาวนาน ขึ้นมาจากหล่มให้ได้  การทำงานด้านเศรษฐกิจ จะต้องทำงานแบบมืออาชีพ เป็นทีมเดียวกัน คือ ทีมประเทศไทยที่มีส่วนผสมหลักคือ อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
     

    ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล จะเป็นทีมเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้พี่น้องประชาชน มีรายได้ดีขึ้น ทั้งผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ท่องเที่ยว บริการ และอาชีพอิสระ
     

    ทั้งหมดนี้จะอยู่ในนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา
     

    ผมขอสัญญาว่า จะทำให้ทุกคะแนนที่ท่านมอบให้พรรคภูมิใจไทย มีคุณค่าสูงสุด และเป็นพลังที่จะพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กินดี อยู่ดี สุขภาพดี มีรายได้ มีความสุข ให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
     

    ผมถือว่า ทุกคะแนนที่พรรคภูมิใจไทยได้รับ คือข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชา ที่ผมจะต้องปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จโดยเร็วครับ
     

    ขอกราบขอบพระคุณและจะไม่ทำให้ทุกท่านผิดหวังอย่างแน่นอน
     

    ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

    อนุทิน ชาญวีรกูล

    หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 
     

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.  

    “อนุทิน” โพสต์เตรียมตั้งรัฐบาล ขอยึดกระทรวงด้านความมั่นคง-ตปท.-ศก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973593&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A7vmG597-x0fZEHtm2ihB

  • กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพฯ

    กวาดล้างต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน หลอกขายสินค้าปลอมให้นักท่องเที่ยวย่านเศรษฐกิจใจกลางกรุงเทพ

    กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย จับกุมได้ที่ตลาดดังย่านประตูน้ำ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย
    1.น.ส.นิ มา ยา (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 19 ปี
    2.น.ส.ทู ซา วิน (สงวนนามสกุล) สัญชาติ เมียนมา อายุ 20 ปี 
    3.นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี

    ในฐานความผิด “ร่วมกันเสนอจำหน่ายซึ่งสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร”
    พร้อมตรวจยึดของกลาง 
    1.เสื้อที่ปลอมเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 107 ตัว
    2.เสื้อที่เลียนเครื่องหมายการค้า หลุยส์ฯ จำนวน 20 ตัว
    3.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า ดิออร์ จำนวน 68 ตัว
    4.เสื้อคลุมที่เลียนเครื่องหมายการค้า วาเลนติโน จำนวน 20 ตัว
    5. เสื้อที่เรียนเครื่องหมายการค้ากุชชี่ จำนวน 22 ตัว
    6. แว่นตา ที่ปลอมเครื่องหมายการค้ารวม 12 รายการ (12 เครื่องหมายการค้า) จำนวนทั้งสิ้น 241 ชิ้น

    สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปอศ. เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ระดมกวาดล้างเครือข่ายต่างด้าวลูกจ้างทุนจีน ที่ลักลอบหลอกลวงนักท่องเที่ยวจำหน่ายสินค้าปลอมให้กับนักท่องเที่ยว กระทบภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก โดยสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีแรงงานต่างด้าว ลักลอบการจำหน่ายสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้าให้แก่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในประเทศ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของไทย เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนและวางแผนเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ก่อนเปิดปฏิบัติการระดมกวาดล้างการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้น

    ผลการปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติได้ 2 ราย คนไทย 1 ราย พร้อมของกลาง เป็นสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายรายการ อาทิ แว่นตา เสื้อ ผ้าคลุมไหล่ และสินค้าแบรนด์เนมประเภทต่าง ๆ ที่นำมาจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว
    โดยเจ้าพนักงานตำรวจ กก.1 บก.ปอศ. ได้ร่วมกับตัวแทนผู้เสียหายเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน (ทราบชื่อ-สกุลภายหลัง) กำลังจำหน่ายสินค้าให้กับบุคคลทั่วไป เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบ จากการสอบถาม น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ทราบว่าทั้งสองคนเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา สามารถสื่อสารภาษาไทยได้บางส่วน

    จากนั้นจึงได้ขอตรวจสอบสินค้าภายในร้าน ก่อนทำการตรวจสอบได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ดูจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงได้เริ่มตรวจสอบ อีกทั้งได้พบร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าปลอมอีกในบริเวณใกล้เคียงกัน  มี นายชัย (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย อายุ 26 ปี เป็นผู้จำหน่ายสินค้า และเป็นเจ้าของสินค้า ผลการตรวจสอบพบสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าววางอยู่ภายในบริเวณร้านในลักษณะเสนอจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป โดยมีตัวแทนผู้เสียหายชี้ยืนยันว่าเป็นสินค้าที่ปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าของบริษัทผู้เสียหายจริง จากนั้นจึงได้ให้ นายหม่อง ขันจี กุมาร สัญชาติเมียนมา ซึ่งสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี มาเป็นล่ามในการจับกุม ชาวต่างชาติจำนวน 2 รายนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้น น.ส.นิ มา ยา และ น.ส.ทู ซา วิน ผู้ต้องหาต่างชาติ ทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายชัย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/66613&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FxT2ntwJLeGQ6o8leKmsd

  • จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือวิชาการและวิจัยการแพทย์

    Skip to content

    ข่าวสารจุฬาฯ

    จุฬาฯ – มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์หารือความร่วมมือด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์

              ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมด้วย รศ.ดร.ปาลนี อัมรานนท์ รองอธิการบดี ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา นำโดย Prof. Michael G. Stewart, MD, MPH, Senior Associate Dean for International Affairs and Affiliations at Weill Cornell Medicine และ Prof. Thanakorn Jirasevijinda, MD, ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ เพื่อหารือความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสองสถาบันด้านการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องรับรอง ชั้น 7 อาคารจามจุรี 4

              ในการนี้ มีผู้แทนจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เข้าร่วมหารือความร่วมมือครั้งนี้ด้วย ได้แก่ ศ.นพ.อรรณพ ใจสำราญ ที่ปรึกษาผู้บริหารอาวุโส ด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นฤชา จิรกาลวสาน รองคณบดีด้านวิรัชกิจ ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ รองคณบดีด้านการบริการวิชาการและการศึกษานานาชาติ และ รศ.นพ.ภาฤทธิ์ เมฆอรุณกมล ผู้ช่วยคณบดีด้านวิรัชกิจ

              การหารือความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ด้านวิชาการและการวิจัย โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงการ Cornell–Chula Power Grant พร้อมทั้งหารือแนวทางริเริ่มความร่วมมือในอนาคต อาทิ การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ การวิจัยร่วม และการพัฒนาการศึกษาทางการแพทย์ เป็นต้น

    จุฬาฯ เป็นที่ที่เราได้มาพบตัวเองจริงๆ และเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด

    คุณรสสุคนธ์ กองเกตุ (ครูเงาะ) นิสิตเก่า คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chula.ac.th/news/287689/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03BVwwpXcFoSJISnTIhBMi

  • เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เขมรซุกระเบิดสังหารใหม่

    เจออีก! ไทยพบหลักฐานชัด  “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในแผ่นดินไทย ละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ “ซาบีดา” ยันเขมรชงยูเนสโกเรื่องสงกรานต์ไม่กระทบไทย

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2569 พล.ร.ต.ปารัช  รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ (ทร.) เปิดเผยว่า  หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือ (นปท.ทร.) ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 สภาพใหม่จำนวน 6 ทุ่น ในพื้นที่บ้านชำราก อำเภอเมืองฯ จังหวัดตราด ระหว่างปฏิบัติการยึดคืนและเคลียร์พื้นที่ตามแผนตราดพิฆาตไพรี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2569

    พล.ร.ต.ปารัชกล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบยืนยันว่า เป็นทุ่นระเบิดที่ถูกนำมาวางใหม่โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ใช่ทุ่นตกค้างเดิม อีกทั้งในพื้นที่ใกล้เคียงยังพบทุ่น PMN-1 จำนวน 3 ทุ่น และ POMZ จำนวน 1 ทุ่น ระหว่างการพัฒนาเส้นทางทางยุทธวิธีตามแนวชายแดน ซึ่ง ทร.ยืนยันว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 27  ธ.ค.2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักมนุษยธรรม  ไม่ใช้และไม่สนับสนุนการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในทุกกรณี การใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าว โดยเฉพาะ PMN-2 สภาพใหม่ ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและพันธกรณีด้านการห้ามใช้ทุ่นระเบิดอย่างร้ายแรง ฝ่ายไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว และจะบันทึกหลักฐานอย่างเป็นระบบ พร้อมดำเนินการตามกรอบกฎหมายและกลไกระหว่างประเทศต่อไป

    ขณะเดียวกัน น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ชี้แจงกรณีกระแสข่าวที่ประเทศกัมพูชาเสนอรายการ Mohasangkran chnam thmey, the traditional Khmer New Year in Cambodia ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ว่า เป็นข้อมูลจริง แต่การดำเนินการดังกล่าวไม่กระทบต่อสถานะสงกรานต์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นการขึ้นทะเบียนดังกล่าวของประเทศไทยมีผลสมบูรณ์ และไม่ถูกกระทบจากการเสนอของประเทศอื่น โดยการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกไม่ได้เป็นการรับรองความเป็นเจ้าของแต่เพียงประเทศเดียว เนื่องจากประเพณีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันสามารถมีความคล้ายคลึงกันได้ในหลายประเทศ

    น.ส.ซาบีดาเสริมว่า ไทยยังมีรายการที่เตรียมเสนอเพิ่มเติมอีกหลายชนิด เช่น ชุดไทย มวยไทย ผ้าขาวม้า และลอยกระทง เป็นต้น โดยชุดไทยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกในปีปลาย 2569 นี้ จึงขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสบายใจได้ว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐบาลไทย ทำงานเชิงรุกในทุกมิติเพื่อปกป้องทุนวัฒนธรรมไทยและมรดกของชาติทุกประเภทให้เป็นชองชาติไทยอย่างแข็งขัน

    “ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนทราบ และติดตามความคืบหน้าการดำเนินการดังกล่าวของประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิดต่อไป” น.ส.ซาบีดายืนยัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/one-newspaper/948239/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0R6xL-Ami9HeY42xAfpJvd

  • กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    thansettakij
    กระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครกำลังพลสำรองจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครทหารกองหนุน ทหารกองเกิน ทหารหญิงพ้นราชการ หรือบุคคลทั่วไป เข้าเป็นกำลังพลสำรองของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ประจำปี พ.ศ. 2569 จำนวน 12 อัตรา ดังนี้

    • กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (วท.กห.) …กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต, น.ต. จำนวน 4 ตำแหน่ง (4 อัตรา)

    1.1 ประจำแผนกติดตามและวิเคราะห์เทคโนโลยี กองนโยบายวิยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาอักษรศาสตร์, ภาษาศาสตร์ และครุศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ

    1.2 ประจำแผนกกำหนดมาตรฐาน 1 กองกำหนดมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์    ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.3 ประจำแผนกตรวจสอบมาตรฐาน กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์   ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    1.4 ประจำแผนกทดสอบมาตรฐาน 1 กองตรวจและทดสอบมาตรฐานทางทหาร สำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะวิทยาศาสตร์  ไม่จำกัดสาขา โดยต้องสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่ของสำนักมาตรฐานทางทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม

    สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดรับสมัครจำนวน 12 อัตรา ประจำปี 2569

    2.กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และ อัตรา ร.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานด้านการผลิตชิ้นส่วนแบตเตอรี่ และประกอบชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ตามรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่กำหนด ได้แก่

    2.1 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • ประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

    2.2 ประจำแผนกการผลิต โรงงานแบตเตอรี่ทหาร กรมการอุตสาหกรรมทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา ร.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นผู้มีประสบการณ์ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาศาสตร์/ทางไฟฟ้า, ทางเครื่องกล, ทางฟิสิกส์,ทางยานยนต์, ทางอุตสาหการ, ทางวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรมและพลังงาน และทางวิทยาศาสตร์แบตเตอรี่และพลังงานใหม่
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานด้านแบตเตอรี่มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    3.กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (พท.ศอพท.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.อ., น.อ. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุในเรื่องเกี่ยวกับสำรวจ วิเคราะห์ ด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในกิจการทหาร ได้แก่

    3.1 นายทหารประจำกรม กรมการพลังงานทหาร ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (อัตรา พ.อ., น.อ.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ หรือทางเทคโนโลยีและการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีการจัดการพลังงาน, ทางการจัดการพลังงาน, ทางเทคโนโลยีพลังงาน, ทางเทคโนโลยีวิศวกรรมพลังงาน, ทางวิศวกรรมการจัดการพลังงาน, ทางวิศวกรรมพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมพลังงาน,ทางฟิสิกส์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์, ทางฟิสิกส์ประยุกต์-พลังงาน, ทางนิวเคลียร์เทคโนโลยี, ทางเทคโนโลยีนิวเคลียร์,ทางวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์, ทางพลังงานทดแทน, ทางวิศวกรรมไฟฟ้า, ทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง และทางฟิสิกส์นิวเคลียร์
    • มีประสบการณ์การทำงานในสายงานอย่างต่อเนื่องมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี

    4.สำนักงานเลขานุการ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สลก.สป.)

    กำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตร อัตรา พ.ท., น.ท. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา), อัตรา พ.ต., น.ต. จำนวน 1 ตำแหน่ง (1 อัตรา) และอัตรา ร.อ. จำนวน 3 ตำแหน่ง (3 อัตรา) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ โดยเป็นตำแหน่งและอัตราที่จะบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการด้านแผนงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม รวมถึงการจัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานในสายงานการประชาสัมพันธ์ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่

    4.1 หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ท., น.ท.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
    • มีประสบการณ์การทำงานกับส่วนราชการของกระทรวงกลาโหม ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย หรือเหล่าทัพ

    4.2 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา พ.ต., น.ต.) จำนวน 1 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, ทางวารสารศาสตร์, สื่อสารมวลชน, นวัตกรรมการสื่อสาร, วิจัยสื่อสารมวลชน, เทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, การโฆษณาและประชาสัมพันธ์, การประชาสัมพันธ์, การโฆษณา, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, การประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์การ, เทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, วารสารศาสตร์และการประชาสัมพันธ์, การออกแบบ, การออกแบบสื่อสารออนไลน์, เทคโนโลยีถ่ายภาพและภาพยนตร์, วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์, สาขาวิชา วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปะบัณฑิต, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ, การบริหารการประชาสัมพันธ์และสื่อสารมวลชน

    4.3 ประจำแผนกประชาสัมพันธ์ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (อัตรา ร.อ.) จำนวน 3 อัตรา

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

    • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปหรือเทียบเท่า ในสาขาวิชานิเทศศาสตร์, วิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์, สารสนเทศศาสตร์, ศิลปกรรมศาสตร์, ศึกษาศาสตร์, คอมพิวเตอร์กราฟิก, บริหารธุรกิจ/ทางการบริหารการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารมวลชน, ทางวารสารศาสตร์, ทางสื่อสารมวลชน, ทางเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, ทางการโฆษณา และประชาสัมพันธ์, ทางการโฆษณา, ทางการประชาสัมพันธ์และสื่อสารการตลาด, ทางการประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์การ, ทางเทคโนโลยีการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์, ทางวารสารศาสตร์ และการประชาสัมพันธ์, ทางการออกแบบ, ทางการออกแบบสื่อสารออนไลน์, ทางเทคโนโลยีถ่ายภาพ และภาพยนตร์, ทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์.

    ที่มา:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/651630&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cNdNLUscZG9-tUYjrsY8C

  • สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    สลับขั้วอำนาจใหม่: เมื่อ “ค่ายสีน้ำเงิน” กินรวบกระดานการเมืองไทย

    ภาพการรวมตัวของนักการเมืองจากพรรคขนาดเล็กที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ร่วมกับแกนนำพรรคเพื่อไทย หลังการเลือกตั้งปี 2569 สะท้อนแรงกระเพื่อมทางอารมณ์และการเมืองอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในหมู่มวลชนเสื้อแดงที่ต้องเห็นพรรคซึ่งสืบทอดจากไทยรักไทย กลายเป็นเพียง “พรรคร่วมอันดับสอง”

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนให้ภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น หากยังถูกมองว่าเป็นจุดสิ้นสุดของความฝัน “แลนด์สไลด์” ที่เคยเป็นหัวใจของยุทธศาสตร์การเมืองฝ่ายนี้ และในอีกด้านหนึ่ง คือสัญญาณการกลับมาของการเมืองแบบเครือข่ายอุปถัมภ์ในรูปแบบที่เข้มแข็งและเป็นระบบยิ่งกว่าเดิม

    เกม “บ้านใหญ่” และยุทธศาสตร์ “กันซีน”

    เบื้องหลัง 193 ที่นั่งของภูมิใจไทย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการวางแผนแบบมีเป้าหมาย ในทางการเมือง ภูมิใจไทยเลิกขายแค่นโยบายเฉพาะทาง แต่ยกระดับเป็น “ป้อมปราการอนุรักษ์นิยม” ที่จับต้องได้จริง ในวันที่พรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติอ่อนแรงลง กระแส ไม่เลือกเราเขามาแน่ จึงเทมาที่นี่ ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะมองว่าเป็น “กำแพง” ที่สูงพอจะกั้นกระแสการเปลี่ยนแปลงสุดโต่งได้

    เพื่อไทยในวันที่ “มนต์ขลัง” เสื่อมสลาย

    การที่ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย ออกมายอมรับความพ่ายแพ้และขอเป็นพรรคร่วม คือการถอยที่เจ็บปวดที่สุดในรอบ 20 ปีของตระกูลชินวัตร การ “ข้ามขั้ว” ในอดีตกลายเป็นชนักติดหลังที่ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ไปจนหมดสิ้น วันนี้เพื่อไทยจึงเหลือเพียงไพ่ใบเดียวคือ “ฝีมือการบริหารเศรษฐกิจ” หวังจะใช้กระทรวงเศรษฐกิจเป็นห้องแล็บกู้ศรัทธา โดยยอมเป็น “นิ้วก้อย” ให้ภูมิใจไทยที่เป็น “นิ้วหัวแม่มือ”

    โครงสร้างที่ซ่อนอยู่: เมื่อผลประโยชน์ทับซ้อนกับความรอด

    โครงสร้างรัฐบาล 281 เสียงนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความมีเสถียรภาพ มากกว่าการปฏิรูป ภูมิใจไทยคุม “พื้นที่” (สส.เขต) เพื่อฐานอำนาจ ส่วนเพื่อไทยคุม “ภาพรวม” (นโยบาย) เพื่อสร้างหน้าตา ทั้งคู่มีศัตรูร่วมกันคือ “กระแสความเปลี่ยนแปลง”  ดังนั้น นโยบายที่จะออกมาจึงเป็นการ “แจกและกระตุ้น” มากกว่าการ “รื้อและสร้าง” เพื่อซื้อเวลาให้ระบบอุปถัมภ์ยังคงเดินหน้าต่อไปได้

    บทสรุปและคำถามถึงอนาคต

    เมื่อ “บ้านใหญ่” กลับมาครองเมืองภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงิน และ “อดีตพรรคเบอร์หนึ่ง” ยอมสยบยอมเพื่อความอยู่รอด ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค “เสถียรภาพแบบย้อนยุค” ที่เน้นผลงานปากท้องแต่แช่แข็งโครงสร้างทางสังคม

    คำถามสำคัญคือ ในวันที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ “การเปลี่ยนผ่าน” แต่รัฐบาลใหม่เน้น “การรักษาเดิม” รอยร้าวระหว่างอำนาจในสภาและอารมณ์คนนอกสภาจะขยายกว้างจนถึงจุดแตกหักเมื่อใด?

    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 
    แหล่งที่มา : ยศชนันเปิดใจร่วมรัฐบาล,7พรรคแสดงเจตจำนงโหวตอนุทินนั่งนายกฯ,คะแนนภูมิใจไทยมาจากไหนทำไมชนะเลือกตั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/738043&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0U7qfUNP7cn4bkU6YZ6y0v

  • เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ – อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    เข้าสู่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ บรรยากาศสายมูยังคึกคัก หลายคนหันมาเช็กแนวโน้มดวงชะตาตามวันเกิด เพื่อใช้เป็นแนวทางวางแผนชีวิต ทีมข่าวรวบรวมคำทำนายตามศาสตร์โหราศาสตร์ไทยและความเชื่อทั่วไป ประเมินภาพรวมทั้งการงาน การเงิน และความรัก ของคนเกิดทั้ง 7 วัน ดังนี้

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    🔮 คนเกิดวันจันทร์

    • การงานมีจังหวะก้าวหน้า ผู้ใหญ่สนับสนุน มีโอกาสรับผิดชอบงานสำคัญ การเงินหมุนได้ดีแต่มีรายจ่ายจุกจิก ความรักต้องระวังคำพูด
    • เคล็ดมู: ทำบุญเกี่ยวกับแสงสว่าง หรือไหว้พระปางห้ามญาติ เสริมความสงบ

    🔮 คนเกิดวันอังคาร

    • ภาระงานมากขึ้น ต้องใช้ความเด็ดขาด การเงินมีเกณฑ์ได้ลาภเล็ก ๆ จากความพยายาม ความรักมีโอกาสเจอคนถูกใจ
    • เคล็ดมู: ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์สายพลังหรือถวายของสีแดง

    🔮 คนเกิดวันพุธ

    • มีจังหวะเจรจา ติดต่อสำเร็จ ได้ข่าวดีด้านงาน การเงินเริ่มคล่องตัว ความรักคนโสดมีคนเข้ามาทัก
    • เคล็ดมู: ทำบุญการศึกษา หรือสวดมนต์เสริมสติปัญญา

    🔮 คนเกิดวันพฤหัสบดี

    • งานมีความมั่นคง ผู้ใหญ่ให้โอกาส การเงินดีขึ้น มีโชคลาภเล็กน้อย ความรักอบอุ่น
    • เคล็ดมู: ไหว้ครูบาอาจารย์ หรือถวายหนังสือธรรมะ

    🔮 คนเกิดวันศุกร์

    • มีเกณฑ์เปลี่ยนแปลงงานหรือบทบาทใหม่ การเงินควรวางแผนรอบคอบ ความรักต้องใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์
    • เคล็ดมู: ทำบุญน้ำดื่มหรือช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส

    🔮 คนเกิดวันเสาร์

    • ระวังความเครียดจากงาน การเงินอย่าตัดสินใจเสี่ยง ความรักต้องเปิดใจคุยกัน
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมดวงชะตา หรือทำบุญโลงศพตามความเชื่อ

    🔮 คนเกิดวันอาทิตย์

    • มีโอกาสโดดเด่นด้านงาน ได้แสดงศักยภาพ การเงินมีแนวโน้มดีขึ้น ความรักสดใส
    • เคล็ดมู: ไหว้พระเสริมบารมี หรือสวมใส่สีมงคลเพิ่มความมั่นใจ

    เช็กดวง 7 วันเกิด จันทร์ - อาทิตย์ ดวงเปลี่ยนจังหวะใหญ่ชีวิตพลิก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/fortune/613494&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DTmaFTBvH0zJ4hw5z_Gxf