Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • อนุทินยันเอง ภูมิใจไทยคุมมั่นคง-เศรษฐกิจ แบ่งเค้กเพื่อไทย 4 กระทรวง

    อนุทินยันเอง ภูมิใจไทยคุมมั่นคง-เศรษฐกิจ แบ่งเค้กเพื่อไทย 4 กระทรวง

    อนุทินยันเอง ภูมิใจไทยคุมมั่นคง-เศรษฐกิจ แบ่งเค้กเพื่อไทย 4 กระทรวง

    16 ก.พ. 2569 08:33 น.

    -ก+

    LightDark

    ข่าวหนังสือพิมพ์

    คอลัมน์หนังสือพิมพ์ดูทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/newspaper/2914450&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3biw5IOS4u60vU30zWhz_d

  • ตารางประมาณการเศรษฐกิจปี 69 (ณ เดือนก.พ. 69) ของสภาพัฒน์

    ตารางประมาณการเศรษฐกิจปี 69 (ณ เดือนก.พ. 69) ของสภาพัฒน์

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)

              สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ ปี 2569        ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++                                    ข้อมูลจริง ปี 2568             ประมาณการ ปี 2569                                                            ณ 17 พ.ย. 68       ณ 16 ก.พ. 69        ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++  อัตราการขยายตัวของ GDP                      2.4             1.2 - 2.2     1.5 - 2.5  การลงทุนรวม                                4.9                1.4           1.8              การลงทุนภาคเอกชน                           3.5                0.9           1.9              การลงทุนภาครัฐ                              8.9                2.9           1.7              การบริโภคเอกชน                             2.7                2.1           2.1              การอุปโภคภาครัฐบาล                          0.6                1.2           1.2              ส่งออกสินค้า (%)                            12.7               -0.3           2.0  นำเข้าสินค้า (%)                            13.0                0.7           3.2              ดุลการค้า (พันล้านเหรียญฯ)                    23.3               20.1          20.1  ดุลบัญชีเดินสะพัด (พันล้านเหรียญฯ)               17.7               14.0          14.5   ดุลบัญชีเดินสะพัดต่อ GDP (%)                    3.1                2.4           2.4   อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (%)                       -0.1           0.0 - 1.0    (-0.3) - 0.7  +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++  

    โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDF0IQ45H4ZDYA32PRK5QD5PSUAUNU2&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MpJmXQ8dNg8jpK0m7z2V2

  • การลงทุนเอกชน-รัฐ ดัน GDP ไตรมาส 4/68 พุ่ง 2.5% ส่งผลทั้งปี 68 โต 2.4%

    การลงทุนเอกชน-รัฐ ดัน GDP ไตรมาส 4/68 พุ่ง 2.5% ส่งผลทั้งปี 68 โต 2.4%

    ‘สภาพัฒน์’ เปิดตัวเลข GDP ปี 68 โต 2.4% หลังไตรมาส 4 โตได้ 2.5% คาด GDP ปี 69 โตได้ 2% เหตุการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว -กรอบงบประมาณภาครัฐเพิ่ม

    นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 และแนวโน้มปี 2569  โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.5 เร่งขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 1.2 ในไตรมาสที่สามของปี2568 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทย ในไตรมาสที่สี่ของปี 2568 ขยายตัวจากไตรมาสที่สามของปี 2568 ร้อยละ 1.9  รวมทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.4 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 2.9 ในปี 2567

    การลงทุนเอกชน-รัฐ ดัน GDP ไตรมาส 4/68 พุ่ง 2.5% ส่งผลทั้งปี 68 โต 2.4%

    คาด GDP ปี 69 โต 2%

    สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2569 สศช.คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.5 -2.5 (ค่ากลางการประมาณการ ร้อยละ 2.0) โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ ประกอบด้วย 1. การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภค บริโภคและการลงทุนภาคเอกชน 2. การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่าย ลงทุน 3. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่อง และ 4. ปริมาณน้ำที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวของการผลิตภาคการเกษตร

    การลงทุนเอกชน-รัฐ ดัน GDP ไตรมาส 4/68 พุ่ง 2.5% ส่งผลทั้งปี 68 โต 2.4%

    ทั้งนี้ คาดว่าการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจะขยายตัว ร้อยละ 2.1และร้อยละ 1.9 ตามลำดับ มูลค่าการส่งออกในรูปดอลลาร์ สรอ. จะขยายตัวร้อยละ 2.0 อัตราเงินเฟ้อ เฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ (-0.3) – 0.7 และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลร้อยละ 2.4 ของ GDP

    ส่องปัจจัยฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้น GDP ปี 68 โต 

    นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 เศรษฐกิจมีการขยายตัวได้ดีในส่วนของ การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 3.3 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.5 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการใช้จ่ายในทุกหมวด โดยการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนขยายตัวเร่งขึ้นก่อนมาตรการ สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าระยะแรก (EV 3.0) จะสิ้นสุดลง และการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนและ กึ่งคงทนได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการภาครัฐ ในรายหมวด

    การใช้จ่ายในหมวดบริการขยายตัวร้อยละ 3.0 เร่งขึ้นจากร้อยละ 2.0 ในไตรมาสก่อน ตามการขยายตัวเร่งขึ้นของการใช้จ่ายกลุ่มบริการด้านสุขภาพ และบริการขนส่งเป็นสำคัญ การใช้จ่ายหมวดสินค้าคงทนขยายตัวร้อยละ 12.2 เร่งขึ้นจากร้อยละ 6.0 ในไตรมาสก่อนหน้า

    การลงทุนรวมขยายตัวในเกณฑ์สูงร้อยละ 8.1 เร่งขึ้นจากร้อยละ 1.4 ในไตรมาสก่อนหน้า และเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2559 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 6.5 เร่งขึ้น จากร้อยละ 4.5 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการลงทุนในหมวดเครื่องจักรเครื่องมือขยายตัวร้อยละ 6.8 เร่งขึ้น จากร้อยละ 6.0 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการขยายตัวของการลงทุนในหมวดยานพาหนะ หมวดเครื่องจักร 2 อุตสาหกรรม และเครื่องใช้สำนักงาน

    ด้านการค้าระหว่างประเทศ การส่งออกสินค้า มีมูลค่า 84,024 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 9.4 ชะลอลงจากร้อยละ 11.5 ในไตรมาสก่อนหน้า โดยการส่งออกสินค้าเกษตรลดลงต่อเนื่องท่ามกลาง การแข่งขันด้านราคาในตลาดโลก

    ขณะที่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวในเกณฑ์ดี กลุ่มสินค้า ที่มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น อาทิ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม (ร้อยละ 83.0) ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (ร้อยละ 30.3) คอมพิวเตอร์ (ร้อยละ 91.0) เครื่องใช้ไฟฟ้า (ร้อยละ 17.9) รถกระบะและรถบรรทุก (ร้อยละ 52.4) และเครื่องประดับ (ร้อยละ 48.9)

    การลงทุนเอกชน-รัฐ ดัน GDP ไตรมาส 4/68 พุ่ง 2.5% ส่งผลทั้งปี 68 โต 2.4%

    ขณะที่ราคานำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9 ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 1.4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (44.0 พันล้านบาท) ต่ำกว่าการเกินดุล 7.0 พันล้าน ดอลลาร์ สรอ. (224.4 พันล้านบาท) ในไตรมาสก่อนหน้า รวมทั้งปี 2568 การส่งออกมีมูลค่า 335,061 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 12.7 เร่งขึ้นจากร้อยละ 5.9 ในปี 2567

    ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 311,722 ล้านดอลลาร์ สรอ. ขยายตัวร้อยละ 13.0 เร่งขึ้นจากร้อยละ 5.5 ในปี 2567 ส่งผลให้ดุลการค้าเกินดุล 23.3 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (767.0 พันล้านบาท) เทียบกับการเกินดุล 21.4 พันล้านดอลลาร์ สรอ. (749.8 พันล้านบาท) ในปี 2567

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738079&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Mi_BENqIg-F4SUyUx8Lzl

  • เศรษฐกิจตั้งหลัก GDP ไตรมาส 4 ฟื้น ‘ส.อ.ท.’ หนุนทีมรัฐบาลมืออาชีพ ปั้นเป้า 5%

    เศรษฐกิจตั้งหลัก GDP ไตรมาส 4 ฟื้น ‘ส.อ.ท.’ หนุนทีมรัฐบาลมืออาชีพ ปั้นเป้า 5%

    ภายหลังสภาพัฒน์ฯ แถลง GDP ปี 2568 ขยายตัวได้ 2.4% ดีกว่าเดิมที่คาดการณ์ 1.7% จากการส่งออก บริโภค และการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ส่งผลให้ในไตรมาสที่4 ปีก่อน GDP ขยายตัวได้ถึง 2.5% คาดปี 2569 GDP ขยายตัวต่อเนื่องในกรอบ 1.5 – 2.5% (ค่ากลาง2%)

    ขณะที่ ภาคอุตสาหกรรมประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัด หลัง GDP ไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ขยายตัวได้ถึง 2.5% สูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้มาก จากเดิมที่มีความกังวลว่าอาจขยายตัวได้เพียง 0.3% จนเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะติดหล่ม

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนผลงานของรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจที่สามารถประคองเครื่องยนต์เศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาจำกัด ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ

    “ต้องขอชื่อนชมในทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานอย่างเต็มที่” 

    นายเกรียงไกร ระบุว่า ภาพรวม GDP ทั้งปีขยายตัวเฉลี่ย 2.4% สูงกว่าที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.2% สะท้อนถึงความสามารถของทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนนโยบายในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยมีแรงสนับสนุนสำคัญจากการเร่งรัดการลงทุน การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ

    หนึ่งในมาตรการสำคัญคือโครงการคนละครึ่ง พลัส วงเงินกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ และฉุดเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะเสี่ยงชะงักงันในช่วงที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 นายเกรียงไกร กล่าวยอมรับว่าเป็น “ปีที่หนัก” ของเศรษฐกิจไทย ตามการประเมินของทั้ง  International Monetary Fund และ World Bank ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยอาจเติบโตเพียง 1.6% ขณะที่ กกร. ประเมินกรอบการเติบโตไว้ที่ 1.6–2.0% ซึ่งสะท้อนว่าการฟื้นตัวยังเปราะบาง และต้องอาศัยการบริหารนโยบายที่แม่นยำมากขึ้น

    เพื่อให้เศรษฐกิจไทยก้าวข้ามระดับ 1.6% ไปสู่เป้าหมาย 2.0% ตามที่รัฐบาลตั้งไว้ นายเกรียงไกร ได้เสนอว่าจำเป็นต้องจัดทัพคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้านเศรษฐกิจใหม่ โดยยึดหลัก “ถูกฝาถูกตัว” คือการนำมืออาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จริง เข้ามาขับเคลื่อนในทุกกระทรวงเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงบางกระทรวงเหมือนที่ผ่านมาและเพิ่มกระทรวงเศรษฐกิจเข้าไปอีก

    ขณะเดียวกัน เสถียรภาพทางการเมืองถือเป็นปัจจัยสำคัญ หากการเมืองมีความนิ่ง ไม่มีปัจจัยรบกวนจากภายนอก จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นแล้วจากทิศทางตลาดหุ้นที่เริ่มขานรับในเชิงบวก

    ในมุมมองระยะ 4 ปี นายเกรียงไกร แสดงความเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่ครบวาระ และมีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตแบบขั้นบันได โดยในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตราว 2% ก่อนขยับเป็น 3% และ 4% ในช่วงปี 2570–2571 และมีโอกาสเห็น GDP แตะระดับ 5% ในช่วงปลายอายุรัฐบาลราวปี 2572

    เป้าหมายสำคัญ คือการปลดล็อกประเทศไทยจากฉายา “คนป่วยแห่งเอเชีย” (Sick Man of Asia) และกลับมาเป็น “Strong Man” ทางเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าคำคาดการณ์ของ IMF ที่มองว่าไทยอาจหล่นไปอยู่อันดับ 5 หรือ 6 ของภูมิภาคในปี 2030 นั้นไม่เป็นความจริง โดยไทยควรกลับมาอยู่ในอันดับ 2 หรือ 3 ของภูมิภาคให้ได้

    นายเกรียงไกร กล่าวย้ำว่า นโยบายเศรษฐกิจจะได้ผลสูงสุด ต้องเดินควบคู่กับการลดและปราบปรามการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อปิดรูรั่วของงบประมาณ และทำให้เม็ดเงินภาครัฐที่อัดฉีดลงไปในระบบเศรษฐกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยหากดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) ปรับตัวดีขึ้น จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นและศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เช่นเดียวกับที่ประเทศพัฒนาแล้วได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1221395&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13NATOTHQI6oMs8QjP8ABq

  • นักวิเคราะห์แห่เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจมาเลเซียปีนี้ หลัง GDP โตแกร่งใน Q4/68 : อินโฟเควสท์

    นักวิเคราะห์แห่เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจมาเลเซียปีนี้ หลัง GDP โตแกร่งใน Q4/68 : อินโฟเควสท์

    นักวิเคราะห์หลายรายได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจมาเลเซียในปีนี้ หลังจากเศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 4/2568 สะท้อนให้เห็นว่ามาเลเซียยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ธนาคารกลางมาเลเซียและสำนักงานสถิติของมาเลเซียรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ก.พ.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขยายตัว 6.3% ในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 5.7% ส่วนตลอดปี 2568 GDP ของมาเลเซียขยายตัว 5.2% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 และสูงกว่ากรอบคาดการณ์ของรัฐบาลที่ระดับ 4%-4.8%

    เศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดส่งผลให้นักวิเคราะห์จากเมย์แบงก์ อินเวสต์เมนต์ แบงก์ (Maybank Investment Bank), เอ็มบีเอสบี อินเวสต์เมนต์ แบงก์ (MBSB Investment Bank) และอาร์เอชบี แบงก์ (RHB Bank) คาดการณ์ว่าการเติบโตของ GDP มาเลเซียจะสูงกว่ากรอบคาดการณ์ของรัฐบาลที่ 4% – 4.5% ในปี 2569

    ขณะที่ซีไอเอ็มบี แบงก์ (CIMB Bank) และโอเวอร์ซี ไชนีส แบงกิง คอร์ป (Oversea Chinese Banking Corp.) คาดการณ์ว่า GDP มาเลเซียในปีนี้จะขยายตัวแตะกรอบบนของกรอบคาดการณ์ดังกล่าว ส่วนธนาคารเคนันกา อินเวสต์เมนต์ (Kenanga Investment) คาดว่า GDP มาเลเซียมีศักยภาพที่จะขยายตัวได้ถึง 5.0% หากแรงผลักดันในปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป

    ปัจจัยหลักที่สนับสนุนมุมมองเชิงบวกที่ดีขึ้นนี้ มาจากอุปสงค์ภายในประเทศ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่าดัชนีชี้วัดการเติบโตของรายได้และมาตรการทางนโยบาย เช่น การให้เงินช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ล้วนบ่งชี้ถึงการใช้จ่ายด้านการบริโภคที่ฟื้นตัวได้ดี

    ทั้งนี้ มาเลเซียก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลงานโดดเด่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2568 ด้วยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการผลักดันการปฏิรูปของรัฐบาล ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจศูนย์ข้อมูลที่กำลังเฟื่องฟู นอกจากนี้ มาเลเซียยังสามารถต้านทานแรงกดดันจากมาตรการภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ และการหยุดชะงักของการค้าระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์และเวียดนามสามารถทำได้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/569342&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1jMF_zWH4CiBfCYGCyRgsr

  • สภาพัฒน์ เปิดตัวเลข GDP ปี 68 ขยายตัว 2.4% ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจ 69 โตเฉลี่ย 2%

    สภาพัฒน์ เปิดตัวเลข GDP ปี 68 ขยายตัว 2.4% ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจ 69 โตเฉลี่ย 2%

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.พ. 69) เวลา 09.30 น. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ขยายตัวที่ 2.5% สูงกว่าประมาณการ ขณะที่ทั้งปี 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 2.4%

    สำหรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2569 สภาพัฒน์ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไว้ที่ 1.5-2.5% โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.0% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อนเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2-2.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน รวมถึงสัญญาณการฟื้นตัวของการลงทุนในไตรมาส 4 ปี 2568

    นายดนุชา ระบุว่า มาตรการภาครัฐ เช่น คนละครึ่งพลัส เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นการใช้จ่ายและบรรยากาศทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลต่อการบริโภคของประชาชนและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะใน informal sector ที่มีการขยายตัวอย่างเห็นได้ชัด

    อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว คือ การลงทุนจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ โดยเฉพาะในภาคการก่อสร้าง การเร่งรัดการเบิกจ่ายและการสนับสนุนให้เอกชนลงทุนในโครงการต่าง ๆ

    เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกปัจจัยสำคัญสำหรับปีนี้ คือ หลังการเลือกตั้ง หากการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นโดยเร็ว ไม่เกินเดือนมีนาคม หรืออย่างช้าต้นเดือนเมษายน จะช่วยให้การจัดทำงบประมาณปี 2570 ล่าช้าไม่มากนัก อาจล่าช้าประมาณ 2 เดือน แต่หากล่าช้ากว่านั้น จะส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณและกระแสเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

    อ้างอิงข้อมูล สภาพัฒน์ 

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/813329&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AM7A0qAnhzPcpiqmP_2hM

  • รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี  – BBC News ไทย

    รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี – BBC News ไทย

    รู้จักพิษของกบลูกศรพิษที่อาจถูกใช้เพื่อสังหาร อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านรัสเซีย

    An Anthony's poison arrow frog perched on a leaf. Its skin is red with white stripes

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, 5 ประเทศในยุโรปโทษว่า เอพิบาทิดีน (epibatidine) ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถขับออกมาได้ผ่านผิวหนังจากกบลูกศรพิษแอนโทนี คือตัวการในการสังหารอเล็กเซ นาวาลนี

    เวลาอ่าน: 5 นาที

    รัฐบาลสหราชอาณาจักร และชาติพันธมิตรในยุโรปบางประเทศกล่าวว่า อเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านของรัสเซียถูกสังหารโดยการใช้สารพิษที่มีอันตรายถึงชีวิต ซึ่งพบได้ในกบลูกศรพิษจากภูมิภาคอเมริกาใต้

    กระทรวงการต่างประเทศของสหราอาณาจักร ระบุเพิ่มว่า ร่องรอยของสารเอพิบาทิดีน (epibatidine) ถูกตรวจพบในตัวอย่างร่างกายของนาวาลนี และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเป็นสาเหตุในเขาเสียชีวิตในทัณฑนิคมในไซบีเรียเมื่อสองปีก่อน

    เหล่าชาติพันธมิตรเสริมว่า มีเพียงแค่รัฐบาลรัสเซียเท่านั้นที่ “มีความสามารถ แรงจูงใจ และโอกาส” ในการใช้สารพิษร้ายแรงชนิดนี้

    ด้านรัฐบาลรัสเซียออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็น “ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร” ตามรายงานของสำนักข่าวทาสส์

    สารพิษนี้คืออะไร ?

    จิลล์ จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษวิทยา ระบุว่า เอพิบาทิดีน คือสารพิษที่พบได้ตามธรรมชาติซึ่งส่งผลต่อระบบประสาท สารพิษชนิดนี้ถูกสกัดได้จากผิวหนังของกบลูกศรพิษในเอกวาดอร์

    เธอบอกกับบีบีซีแผนกภาษารัสเซียว่า สารชนิดนี้มีฤทธิ์แรงกว่า มอร์ฟีน ถึง “200 เท่า”

    เอพิบาทิดีนพบได้ตามธรรมชาติในกบลูกศรพิษที่อาศัยอยู่ในป่าของทวีปอเมริกาใต้ และยังสามารถสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการได้ด้วย

    ทั้งนี้ชาติพันธมิตรยุโรประบุในแถลงการณ์ว่า กบลูกศรพิษที่เลี้ยงในกรงจะไม่ผลิตสารพิษชนิดนี้ และเอพิบาทิดีนก็ไม่ได้พบได้ตามธรรมชาติในรัสเซีย

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • A large waxing Gibbous moon in the sky over Bogota

    • Gisèle Pelicot poses for a photograph at the Hôtel de Ville in Paris, France

    • Women wearing traditional costumes pose for photographs in front of a Chinese temple

    • A head shot of Alexei Navalny

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    ตามข้อมูลที่มีอยู่พบว่ากบสายพันธุ์ที่สามารถขับสารพิษนี้ออกทางผิวหนัง ได้แก่ กบลูกศรพิษแอนโทนี (Anthony’s poison arrow frog) และกบพิษแฟนแทสมัล (Phantasmal poison frog)

    แม้เอพิบาทิดีนเคยถูกศึกษาเพื่อนำมาใช้เป็นยาแก้ปวด รวมถึงบรรเทาอาการจากโรคปอดอักเสบที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด แต่มันยังไม่ถูกนำมาใช้ทางคลินิก เนื่องจากมีความเป็นพิษสูง

    พิษของกบลูกศรพิษทำงานอย่างไร ?

    ตามคำอธิบายของจอห์นสัน สารเคมีรุนแรงชนิดนี้ออกฤทธิ์ต่อ ตัวรับนิโคตินิกในระบบประสาท

    เธออธิบายว่า เนื่องจากสารพิษชนิดนี้กระตุ้นตัวรับของเส้นประสาทมากเกินไป หากได้รับในปริมาณที่คำนวณมาแล้วอย่างเหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อกระตุก อัมพาต ชัก หัวใจเต้นช้าลง ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด

    อะลาสแตร์ เฮย์ ศาสตราจารย์ด้านพิษวิทยาสิ่งแวดล้อมจาก มหาวิทยาลัยลีดส์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว PA ว่า ผลของมันอาจทำให้การหายใจถูกปิดกั้น และ “ผู้ที่ได้รับพิษจะเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ”

    เขาเสริมว่า การตรวจพบสารพิษนี้ในเลือดของใครบางคน “บ่งชี้ถึงการได้รับสารโดยเจตนา”

    นอกจากนี้ ศ.เฮย์ยังกล่าวว่า ความเป็นพิษของเอพิบาทิดีนอาจเพิ่มสูงขึ้นได้ หากใช้ร่วมกับยาบางชนิด และมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้สารผสมลักษณะนี้มาแล้ว

    สารพิษชนิดนี้หายากแค่ไหน ?

    จอห์นสันกล่าวว่า เอพิบาทิดีนเป็นสารที่พบได้ยากมาก และพบได้แค่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์แห่งเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังมีอยู่ในปริมาณเล็กน้อยมาก

    เป็นที่เข้าใจกันว่า กบลูกศรพิษที่กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรและประเทศอื่น ๆ กล่าวถึง คือ กบลูกศรพิษแอนโทนี ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะถิ่นของเอกวาดอร์และเปรู

    กบชนิดนี้สร้างสารเคมีดังกล่าวจากการกินอาหารที่เหมาะสม ซึ่งทำให้เกิดสารอัลคาลอยด์ (alkaloids) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ก่อนจะพัฒนาเป็นเอพิบาทิดีนและสะสมไว้ที่ผิวหนัง หากอาหารของกบเปลี่ยนไป ปริมาณเอพิบาทิดีนที่สะสมอยู่ก็จะลดลงด้วย

    “การจะหากบป่าในสถานที่ที่ถูกต้อง และกำลังกินอาหารที่ใช่เพื่อสร้างสารอัลคาลอยด์ที่ต้องการนั้น แทบเป็นไปไม่ได้…แทบจะเป็นไปไม่ได้” จอห์นสันกล่าว

    “นี่เป็นวิธีการวางยาพิษมนุษย์ที่พบได้ยากอย่างยิ่ง กรณีอื่น ๆ ของการได้รับพิษเอพิบาทิดีนที่ฉันรู้ล้วนเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ และไม่มีผู้เสียชีวิตทั้งนั้น” เธอเสริม

    รัสเซียว่าอย่างไร ?

    ชาติพันธมิตรยุโรประบุเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ห้องปฏิบัติการในยุโรปยืนยันว่า อเล็กเซ นาวาลนี เสียชีวิตจากสารพิษที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักชนิดดังกล่าว

    ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัสเซียยืนยันว่าเขาเสียชีวิตจากสาเหตุตามธรรมชาติ ขณะที่ยูเลีย นาวาลนายา ภรรยาของนาวาลนี ยืนกรานมาโดยตลอดว่าสามีของเธอถูก “สังหาร” ด้วยการวางยาพิษ

    สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียในกรุงลอนดอนปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่า รัฐบาลรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนาวาลนี และเรียกการประกาศดังกล่าวว่าเป็น “ความคิดเพ้อเจ้อของนักแต่งเรื่องฝั่งตะวันตก” และเป็น “การโฆษณาชวนเชื่อกับผู้ตาย”

    ด้าน มาเรีย ซาคาโรวา โฆษรัฐบาลรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวของรัฐทาสส์ว่า “คำพูดและแถลงการณ์ทั้งหมดนี้เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่มุ่งเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาเร่งด่วนของตะวันตก”

    ทั้งนี้ นาวาลนีถูกคุมขังมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ตอนที่เขาเสียชีวิต และในระยะหลังเขาถูกย้ายไปยังทัณฑนิคมในเขตอาร์กติก

    ตามคำชี้แจงของทางการรัสเซีย ชายวัย 47 ปีรายนี้ออกไปเดินระยะสั้น ๆ ก่อนจะบอกว่ารู้สึกไม่สบาย จากนั้นก็ทรุดลงและไม่ฟื้นคืนสติอีกเลย

    วิดีโอสั้น

    • A head shot of Alexei Navalny

    • Alexei Navalny

    • Alexei Navalny taking part in a rally in Moscow in 2020

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    วิดีโอสั้น

    • A head shot of Alexei Navalny

    • Alexei Navalny

    • Alexei Navalny taking part in a rally in Moscow in 2020

    ข่าวเด่น

    เรื่องน่าสนใจ

    • ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวงและเหยื่อ นั่งอยู่บนพื้น ระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force – BGF) ต่อกิจกรรมผิดกฎหมาย ภายในคอมเพล็กซ์เคเคพาร์ก (KK Park) ในเมืองเมียวดี ทางตะวันออกของเมียนมา เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2025

    • .

    • Getty Images

    • .

    • .

    บทความยอดนิยม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cy4w824elepo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw099mXi4R0hiUDDWB0kMW1C

  • วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณฯ จัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา  | เดลินิวส์

    วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณฯ จัดพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา  | เดลินิวส์

    ที่หอประชุมวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีมอบใบสัมฤทธิผลการศึกษา แก่ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 121 คน  เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มปฏิบัติงาน  เกิดความภาคภูมิใจในสถาบัน และวิชาชีพ พร้อมทั้งมอบโล่รางวัลผู้ที่มีผลการเรียนดีเด่น เกียรติบัตรรางวัลผู้มีความรู้ ในการสอบรวบยอดทางการพยาบาล เกียรติบัตรผลการเรียนดีวิชาการพยาบาลจากภาควิชาต่างๆ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในด้านต่าง ๆ ประจำปีการศึกษา 2568 โดย มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิศิษฐ์ พลธนะ รักษาราชการแทนผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก และผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี พร้อมด้วย แขกผู้มีเกียรติ คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ให้การต้อนรับ ในการนี้ รองผู้อำนวยการฝ่ายการพยาบาลโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมเป็นเกียรติในพิธีด้วย 

    สำหรับสถาบันพระบรมราชชนก เป็นสถาบันอุดมศึกษาเฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 เมษายน 2562 โดยมีวิทยาลัยในสังกัดรวมทั้งสิ้น 42 แห่ง เป็นวิทยาลัยพยาบาลจำนวน 30 แห่ง วิทยาการสาธารณสุขสิรินธร 7 แห่ง วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก 1 แห่ง และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี 1 แห่ง และศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลินิกในสังกัดคณะแพทย์ศาสตร์ จำนวน 3 แห่ง ผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับแนวนโยบายแห่งรัฐเพื่อให้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการและทักษะในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม มีความสำนึกต่อสังคมและเพื่อให้มีศักยภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามนโยบายการขับเคลื่อนสถาบันพระบรมราชชนก สู่ World-Class University for Primary Care

    วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เป็นวิทยาลัยพยาบาลหนึ่งใน 30 แห่ง  สังกัดคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข ที่กระจายอยู่ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ก่อสร้างขึ้น โดยดำริของ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่เห็นว่าการก่อตั้งวิทยาลัยพยาบาลในจังหวัดภาคตะวันตก จะทำให้เยาวชนในเขตภูมิภาคนี้ ไม่ต้องเดินทางไกลไปเรียน  ที่จังหวัดอื่น ๆ เริ่มรับนักศึกษาเข้าศึกษา รุ่นที่ 1 หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต เมื่อเดือนมิถุนายน 2538 และต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2553 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาวิทยาลัย

    การจัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ดังกล่าว ได้ผลิตบุคลากรทางการพยาบาลไปปฏิบัติงานในสถานบริการสาธารณสุขต่างๆ จำนวนกว่า 4,000 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5606275/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l6ReLi04zp5P6PXYk35Nq

  • ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน สลากออมสินพิเศษ 1 ปี

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 ผลสลากออมสิน งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจผลสลากออมสิน ถ่ายทอดสดผลการออกเลขสลาก สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) รางวัลเพื่อการศึกษา สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท งวด 16 ม.ค. 69

    หวยออมสิน 16 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจผล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี ดิจิทัล 1 ปี : คลิกที่นี่

    ถ่ายทอดสด “หวยออมสิน” 16/2/69 สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี งวดนี้ออกอะไร

    ถ่ายทอดสด

    หวยออมสินออกกี่โมง? 

    การออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท จะออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน โดยแบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ธนาคารออมสิน จะทำการออกรางวัล สลากออมสินพิเศษ 1 ปี (Youth Salak) สลากออมสินพิเศษ 1 ปี และ สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี หน่วยละ 20 บาท และ 100 บาท ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ ทุกวันที่ 16 ของเดือน

    โดยจะทำการถ่ายทอดสดผ่านทางสื่อออนไลน์ Facebook Live : 9 MCOT ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/check-lottery/613501&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3NtZXlPC0Y60o9KbJoe5q8

  • มูลนิธิ EDF จัดอบรมเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มูลนิธิ EDF จัดอบรมเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – มูลนิธิ EDF (มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา) ภายใต้การสนับสนุนของนอร์ธเทิร์น กัลฟ์ ปิโตรเลียม พีทีอี แอลทีดี จัดกิจกรรมอบรมการเขียนโค้ดหุ่นยนต์เบื้องต้นให้นักเรียนในโครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ (NGP Phuket Education Sandbox) รวมถึงสังเกตการณ์การเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM) โค้ดดิ้ง (Coding) และการใช้แพลตฟอร์มเกมการเรียนรู้ CodeMonkey โดยครูอาสาสมัคร ที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจการเขียนโค้ดดิ้ง (Coding) รู้จักคิดวิเคราะห์และแก้ไขอุปสรรคและปัญหาโดยมีนักเรียนในโครงการเข้าร่วมประกอบด้วย โรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) โรงเรียนอบจ.เมืองภูเก็ต โรงเรียนอบจ.บ้านตลาดเหนือ (วันครู 2502) และโรงเรียนอบจ.บ้านนาบอน

    เด็กหญิงเกวลิน นักเรียนชั้นประถมปีที่ 4 โรงเรียนอบจ.เมืองภูเก็ต เล่าว่า “หนูดีใจมากที่ได้มีโอกาสเรียนโค้ดดิ้ง (Coding) หนูไม่เคยเรียนและไม่เคยรู้จักมาก่อน หนูและเพื่อน ๆ ชอบมาก คิดว่าการเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ มีความสำคัญมากในโลกปัจจุบัน การเรียนกับคุณครูอาสาสมัครที่ใช้แพลตฟอร์ม CodeMonkey น่าสนใจและสนุกมากและเข้าใจง่าย ช่วยให้พวกเราสนุกกับการเรียนมากค่ะ หนูหวังว่าถ้าเพื่อน ๆ ของหนูทุกคนสามารถเรียนโปรแกรมแบบนี้ได้ก็จะดีมาก เพราะจะได้มีทักษะที่จำเป็นต่อโลกแห่งการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีในอนาคตค่ะ”

    เด็กชายฟูอ๊าด  นักเรียนชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) เล่าว่า “ผมชอบการเรียนโค้ดดิ้ง (Coding)  ในห้องเรียนพิเศษที่สนับสนุนโดยผู้ใหญ่ใจดีจากนอร์ธเทิร์น กัลฟ์ ปิโตรเลียม พีทีอี แอลทีดี มากครับ เพราะทำให้ผมและเพื่อน ๆ ได้ลองคิดและลงมือทำจริง ๆ สนุกมาก รวมทั้งช่วยให้ผมรู้จักการคิดเป็นขั้นเป็นตอน รู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาและได้ใช้อุปกรณ์การเรียน แท็ปเล็ตที่บริษัทมอบให้กับโรงเรียนและนักเรียนได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น รวมทั้งผมยังสามารถนำความรู้โค้ดดิ้ง (Coding) ที่ได้เรียนกับเพื่อน ๆ ไปใช้กับการเรียนในวิชาอื่น ๆ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันได้ครับ”

    ทางด้านคุณครูศุภศิริ พฤกษะศรี จากโรงเรียนอบจ.บ้านไม้เรียบ (ตันติโกวิทบำรุง) กล่าวว่า “โครงการ เอ็นจีพี เอ็ดดูเคชั่น แซนด์บ็อกซ์ (NGP Phuket Education Sandbox) มีการวางแผนและดำเนินงานอย่างเป็นระเบียบ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาทักษะดิจิทัลของนักเรียน ทำให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเนื้อหาและกิจกรรมมีความเหมาะสมกับระดับความรู้ของนักเรียน มีการจัดลำดับขั้นตอนการเรียนรู้อย่าง ส่งชัดเจน ส่งเสริมให้ครูสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องโค้ดดิ้ง (Coding) การดีไซน์กิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาของนักเรียน”

    หน่วยงานหรือผู้ที่สนใจทำกิจกรรมซีเอสอาร์ในโรงเรียนและชุมชน หรือมอบทุนการศึกษาร่วมกับมูลนิธิ EDF สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล public@edfthai.org โทรศัพท์ 02-579-9209-11 (จ.-ศ. 09.00-16.30 น.) หรือ Line: @edfthai ทั้งนี้สำหรับมูลนิธิ EDF เป็นองค์กรสาธารณกุศลลำดับที่ 255 ของประเทศไทย ที่ดำเนินงานตั้งแต่ พ.ศ.2530 เป็นต้นมา และมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทยที่ยากจน รวมทั้งร่วมกับองค์กรต่าง ๆ จัดกิจกรรมซีเอสอาร์พัฒนาโรงเรียน และชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย

    การมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยตลอดมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้มูลนิธิ EDF ได้รับการยอมรับด้านการดำเนินงานและได้รับรางวัล จากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น รางวัลยอดเยี่ยมองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งประเทศไทย (Thailand NGO Awards) ประเภทองค์กรขนาดใหญ่จากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์  สถาบัน คีนันแห่งเอเชีย  และ เดอะ รีซอร์ส อัลลิอันซ์ ประกาศนียบัตรรับรอง CAF International Vetted Organization จาก CAF International ที่มอบให้องค์กรสาธารณกุศลทั่วโลก ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานการดำเนินงานครอบคลุมหลักธรรมาภิบาล เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จดทะเบียนถูกต้อง รายงานการเงินประจำปีมีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ เงินบริจาคและเงินสนับสนุนที่ส่งมอบให้มูลนิธินำไปใช้อย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณกุศลอย่างแท้จริง และรางวัลประกาศนียบัตรองค์กรสาธารณกุศลระดับ  5 ดาว (5 Star Rating Award) จากการดำเนินงานและบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล มีประสิทธิภาพทางการเงิน และมีความโปร่งใส จากสมาคมกิฟวิ่ง แบค เป็นต้น

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/16/617364/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EIOvGCjwM6NEwM6lX2mSW