Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “หลุมยุบยักษ์” อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

    “หลุมยุบยักษ์” อาเจะห์ ลามไม่หยุด กินพื้นที่แล้ว 18 ไร่ จ่อประชิดชุมชนห่างเพียง 400 เมตร

    สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรณีวิทยาในหมู่บ้านปอนด็อก บาเล็ก เกตอล ในจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย กำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นการเคลื่อนตัวของดินบริเวณ “หลุมยุบยักษ์” ที่ยังคงขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดครอบคลุมพื้นที่การเกษตรและคุกคามเขตที่อยู่อาศัยเป็นบริเวณกว้างกว่า 18 ไร่ และยังคงเพิ่มขนาดอย่างต่อเนื่องวันละราว 1 เมตร

    หลุมบยุบขนาดมหึมาอยู่ในพื้นที่อำเภออาเจะห์กลาง จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งสำนักงานทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุแห่งอาเจะห์รายงานว่า หลุมดังกล่าวได้ขยายตัวจนมีพื้นที่กว้างถึง 18.75 ไร่แล้วในปีนี้ และยังคงทรุดตัวเพิ่มขนาดอย่างต่อเนื่องวันละราว 1 เมตร โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่เป็นที่ดินทำกินของชาวบ้าน เช่น ไร่พริก ส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจและแหล่งรายได้หลัก

    จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ขอบของหลุมยักษ์มีการพังทลายและขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงวันละ 1 เมตร โดยขณะนี้ระยะห่างระหว่างปากหลุมกับชุมชนเหลือเพียงประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

    พลโท ซูฮารยันโต ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (BNPB) ระบุว่า รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยการเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูงออกจากพื้นที่เสี่ยง และเร่งสร้างถนนทางเลือกใหม่เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ

    ทางด้านกระทรวงโยธาธิการ  ได้สั่งระงับการปล่อยน้ำทิ้งจากชุมชนลงสู่บริเวณดังกล่าวชั่วคราว เพื่อลดปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ดินอ่อนตัวและพังทลายเพิ่มขึ้น

    นายมุลยาดี เจ้าหน้าที่จากกระทรวงโยธาธิการ เปิดเผยว่า “ขณะนี้ทีมงานกำลังอยู่ระหว่างการศึกษาทางเทคนิคอย่างละเอียดเพื่อหาวิธีการรับมือที่ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากขนาดความเสียหายของหน้าดินกว้างขวางมาก เราจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการกำหนดมาตรการบรรเทาภัย เพื่อป้องกันดินถล่มซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”

    ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ผสมได้เข้าทำการติดตั้งแนวเขตกั้นถาวรเพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณขอบหลุมยุบ เนื่องจากสภาพดินมีความไม่เสถียรสูงและมีการเคลื่อนตัวตลอดเวลา ขณะเดียวกันทางการท้องถิ่นได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักซึ่งอาจเร่งให้ดินเกิดการกัดเซาะและทรุดตัวเร็วขึ้น

    ทั้งนี้ ทีมบรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดหลุมยุบครั้งนี้ โดยคาดว่าจะสรุปผลการศึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้.

    ที่มา KOMPAS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2914487&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ooEf8oEo8UJ5oumCvMfxL

  • อดีตสาวกราเวียร์ ชนะ “บ้านใหญ่” ในการเลือกตั้ง ขึ้นแท่นว่าที่ สส.ที่เซ็กซี่ที่สุดในสภา

    อดีตสาวกราเวียร์ ชนะ “บ้านใหญ่” ในการเลือกตั้ง ขึ้นแท่นว่าที่ สส.ที่เซ็กซี่ที่สุดในสภา

    อดีตเรซควีน-กราเวียร์ไอดอล “ชิซาโตะ โมริชิตะ” คว้าชัยเลือกตั้งญี่ปุ่น ชนะคู่แข่งรุ่นเก๋า หลังนายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิจิยุบสภา

    ชิซาโตะ โมริชิตะ (Chisato Morishita) อดีตเรซควีนและกราเวียร์ไอดอลชื่อดังในญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตาหลังสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตได้สำเร็จ ในศึกเลือกตั้งฉุกเฉินที่นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ประกาศจัดขึ้น ซึ่งผลรวมโดยภาพใหญ่ทำให้พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาด

    ชนะคู่แข่งระดับ “ตัวเก๋า” กลายเป็นชัยชนะสำคัญของ LDP

    รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า โมริชิตะสามารถเอาชนะ จุน อาซุมิ นักการเมืองรุ่นเก๋าวัย 60 กว่าปีที่ครองพื้นที่มายาวนาน และเคยมีบทบาทในรัฐบาลมาก่อน ถือเป็นหนึ่งในผลการแข่งขันที่ถูกมองว่าสะท้อนกระแสหนุนพรรครัฐบาลในคืนเลือกตั้ง

    จากคนบันเทิงยุค 2000s สู่เส้นทางการเมือง

    โมริชิตะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงช่วงทศวรรษ 2000 จากงานเรซควีน (grid girl) งานกราเวียร์ และการออกรายการโทรทัศน์ ก่อนจะค่อยๆ ปรับบทบาทสู่สายงานอื่น รวมถึงการทำงานด้านการศึกษาและกิจกรรมในพื้นที่ท้องถิ่น จากนั้นจึงเข้าสู่การเมืองและลงสนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง

    เคยได้ที่นั่งจากระบบสัดส่วน ก่อนชนะ “แบบเขต” ด้วยตัวเอง

    ก่อนหน้านี้ โมริชิตะเคยพยายามลงสมัครและไม่ประสบความสำเร็จในบางครั้ง กระทั่งได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านระบบสัดส่วน (proportional representation) ในช่วงไม่กี่ปีก่อน และต่อมาได้รับตำแหน่งทางการเมืองระดับรองในรัฐบาล กระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดสามารถชนะ “แบบเขต” ได้โดยตรง

    เสียงวิจารณ์เรื่องความสามารถ และบททดสอบหลังชนะเลือกตั้ง

    ตลอดเส้นทางการเมือง โมริชิตะเคยเผชิญเสียงวิจารณ์บนโลกออนไลน์ว่าได้รับโอกาสเพราะภาพลักษณ์มากกว่าความสามารถ รวมถึงมีคลิป/บทสัมภาษณ์เก่าที่ถูกหยิบกลับมาพูดถึงในประเด็นความเข้าใจเรื่อง “อัตราการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร” อย่างไรก็ตาม เมื่อชนะเลือกตั้งแบบเขตได้สำเร็จ ก็ทำให้หลายฝ่ายจับตาว่าบทบาทในสภาฯ ต่อจากนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลงานเชิงนโยบายและความน่าเชื่อถือในฐานะผู้แทน

    ภาพรวมการเมืองญี่ปุ่น: เลือกตั้งฉุกเฉินของทาคาอิจิ และเสียงข้างมากของพรรครัฐบาล

    การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิประกาศยุบสภาและจัดเลือกตั้งฉุกเฉิน โดยสื่อหลักต่างประเทศรายงานว่า LDP และพรรคร่วมรัฐบาลกวาดที่นั่งจำนวนมาก ส่งผลให้พรรครัฐบาลมีความได้เปรียบสูงในการเดินหน้านโยบายในช่วงต่อไป

    หมายเหตุ

    บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่โดยสื่อและแหล่งข้อมูลสาธารณะ ณ ช่วงเวลารายงาน ทั้งชื่อบุคคล ตำแหน่ง และรายละเอียดการเลือกตั้งอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมตามประกาศทางการในภายหลัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9873770/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0MPZnBKUv7dT9PUNo9R5dE

  • ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย

    ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย

    ‘ยศชนัน’ นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้องๆ ราชภัฏนครปฐม คุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย การปรับตัวให้ทันโลก ย้ำ “เทคโนโลยีคือหัวใจ”

    ‘พีรวิชญ์ ขันติศุข’ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ ว่า พี่เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย) นำทีมเปิดบ้านเพื่อไทย ต้อนรับน้อง ๆ ราชภัฏนครปฐม

    ถึงรัฐบาลจะยังตั้งไม่เสร็จ แต่ไฟในการทำงานไม่มีแผ่วครับ! วันนี้ พี่เชน พาน้อง ๆ GenZ มาคุยเข้มเรื่องอนาคตประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการปรับตัวให้ทันโลก พี่เชนบอกว่า “เทคโนโลยีคือหัวใจ” ถ้าเราขยับจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิต (เช่น เครื่องมือแพทย์) เราจะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของโลกทันที

    พี่กอป่านและพี่เดียร์ มาชวนคุยเรื่องการลงพื้นที่ หาต้นตอของปัญหา และการแก้ไขปัญหาและผลักดันนโยบายผ่านบทบาทของนิติบัญญัติทั้ง ส.ส. เขต และบัญชีรายชื่อ

    ผมเองก็ได้แชร์เรื่อง พรบ.การศึกษา ที่จะช่วยโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับงบประมาณที่ “เป็นธรรม” มากขึ้น (Equity Base)

    ขอบคุณน้อง ๆ ที่พกความสงสัยและพลังมาเต็มกระเป๋า หวังว่าไอเดียจากพี่เชนและพี่ ๆ ทุกคนจะเป็นแรงบันดาลใจให้นะครับ!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/wSk-flcCv&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33a1USC_0vFZT1YQFu8CCs

  • TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    TRUE หนุนเที่ยวไทยจัดเต็ม 5G “ทะเลบัวแดง” รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างชาติ ตามรอย “ลิซ่า”

    ทรู คอร์ปอเรชั่น ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทย เสริมประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ที่ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เพื่อรองรับกระแสการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญโปรโมตประเทศไทยผ่าน “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ซึ่งหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวได้นำเสนอทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี เป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงดอกบัวบานสะพรั่งสวยสุดระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ และเป็นกระแสสุดฮิตนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติตามรอยอย่างล้นหลาม

    กระแส “ทะเลบัวแดง” ที่อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวชาวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และกลุ่มแฟนคลับของลิซ่า สอดคล้องกับพฤติกรรมการท่องเที่ยวในยุคดิจิทัลที่นิยมใช้มือถือถ่ายภาพ วิดีโอ แชร์คอนเทนต์ ไลฟ์สตรีม ใช้แอปแผนที่นำทาง และเข้าถึงบริการต่างๆ แบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การใช้งานดาต้ามือถือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเห็นความสำคัญและเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ในพื้นที่ เพื่อรองรับประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน

    เพิ่มสัญญาณ 5G 2600 MHz ครอบคลุมทุกพื้นที่ทะเลบัวแดงรองรับเที่ยวไทย

    ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานข้อมูล Mobility data พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่เดินทางมาทะเลบัวแดงมากที่สุด ได้แก่ 1.จีน 2.เนเธอร์แลนด์ 3.ออสเตรเลีย 4.ญี่ปุ่น และ 5.ลาว โดยการใช้งานอินเทอร์เน็ตมือถือของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นราว 30% โดยภาพรวมมียอดการใช้งาน 5G เติบโตราว 40% หลังเสริมเครือข่ายรองรับกระแสท่องเที่ยวทะเลบัวแดง

    นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราได้ดำเนินการเพิ่มสัญญาณ 5G บนคลื่น 2600 MHz ทุกจุดสำคัญของพื้นที่ทะเลบัวแดง ได้แก่ ท่าบ้านเดียม (ท่าเรือหลักของทะเลบัวแดง)  ท่าบ้านแชแล ท่าบ้านดอนคง ท่าบ้านเชียงเหว โดยเพิ่มทั้งความครอบคลุมและความเร็วของสัญญาณ 5G พร้อมรองรับการใช้งานที่หนาแน่นในช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ โดยทั้งหมดครอบคลุมจุดไฮไลต์ถ่ายภาพและตามรอยเช็กอินลิซ่าจากแคมเปญ ททท.”

    ผลทดสอบเครือข่ายทรู คอร์ปอเรชั่น เพิ่มความเร็ว 5G มากกว่า 9 เท่า

    จากรายงานการทดสอบสัญญาณ 5G เปรียบเทียบก่อนและหลังการอัปเกรดในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า เครือข่าย 5G ของทรูมีความเร็วเพิ่มขึ้นทุกจุดของแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบางจุดสัญญาณแรงเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 9 เท่า พร้อมขยายความครอบคลุมต่อเนื่องครบทั้งท่าเรือและจุดถ่ายภาพหลัก อาทิ

    • จุดถ่ายภาพบริเวณทะเลบัวแดง (จุดสุดฮิต) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 9.5 เท่า
    • ท่าเรือบ้านเดียม (ท่าหลัก) ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 4 เท่า
    • ท่าเรือบ้านแชแล ความเร็ว 5G เพิ่มขึ้น 5.6 เท่า
    • เกาะดอนหลวง กลางทะเลบัวแดง และเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง ผาแดงนางไอ่ ความเร็ว 5G เพิ่มมากกว่า 5 เท่า

    นอกจากนี้ ผลทดสอบในภาพรวมยังสะท้อนว่า หลังการอัปเกรดเครือข่าย 5G ของทรูสามารถครอบคลุมพื้นที่สำคัญของทะเลบัวแดงได้ครบถ้วนและต่อเนื่องยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานของนักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเดิมอย่างชัดเจน

    รองรับไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวแบบดิจิทัล แชร์-ไลฟ์-วิดีโอคอล UP สัญญาณความสุขต่อเนื่อง

    จากรายงานทรู คอร์ปอเรชั่น พบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย 5G ครั้งนี้ จะช่วยรองรับพฤติกรรมการใช้งานของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการใช้งานมือถือที่ต้องใช้ความเร็วและความเสถียรสูง อาทิ

    • การอัปโหลดภาพและวิดีโอความละเอียดสูง
    • ไลฟ์สตรีมมิ่งแบบเรียลไทม์
    • วิดีโอคอล
    • การใช้งานแอปพลิเคชันนำทางและบริการท่องเที่ยวต่างๆ

    การเสริมเครือข่าย 5G ดังกล่าวยังช่วยให้พื้นที่ท่องเที่ยวสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงพีกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้อย่างราบรื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamphone.com/contents/news-55577.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1R0bJAI3QgfG_Kz3YY_hex

  • นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ

    นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ

    นักวิชาการกางพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ชาติ 3 มิติ รัฐบาลอนุทิน เน้นความมั่นคง-เศรษฐกิจ-ภาวะผู้นำ เตือนนโยบายสุดโต่งอาจเป็นดาบสองคม

    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช วิเคราะห์สารทางการเมืองของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่านี่คือการแสดงเจตจำนงในการ “จัดตั้งรัฐบาล” และวางยุทธศาสตร์ประเทศในระยะยาวผ่าน 3 มิติสำคัญ โดยมองว่าแนวคิดการสร้าง “กำแพงความมั่นคง” และการสั่ง “ปิดด่านชายแดน” สะท้อนกระบวนทัศน์ความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่เน้นอธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใด รวมถึงการประกาศยกเลิก MOU 44 (ไทย-กัมพูชา) ซึ่งถือเป็นแนวคิด “Resource Nationalism” หรือการปกป้องทรัพยากรชาติอย่างสุดตัว แม้อาจส่งผลกระทบต่อการทูตและเศรษฐกิจชายแดน แต่การดึง “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” มาช่วยงาน แสดงให้เห็นว่ายังต้องการใช้มืออาชีพมาประคองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ให้ถึงขั้นปิดประเทศ

    รศ.ดร.ยุทธพรบอกด้วยว่า การเปิดตัวทีมเศรษฐกิจระดับบิ๊กเนม ทั้งนายเอกนิติ – นางศุภจี และสีหศักดิ์ เป็นการส่งสัญญาณบวกต่อภาคเอกชนและนักลงทุนว่า รัฐบาลใหม่จะบริหารงานแบบมืออาชีพ ไม่พึ่งพาเพียงนโยบายประชานิยม แต่จะมุ่งปรับโครงสร้างภาษีและการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อพาไทยออกจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่เรื้อรังมานาน นอกจากนี้วาทศิลป์ที่เน้นความ “เด็ดขาด-ทำทันที” สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้วางตัวเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้เล่นหลัก” ที่กุมบังเหียนทิศทางประเทศ 

    อย่างไรก็ตาม ดร.ยุทธพร เตือนว่านโยบายที่ประกาศไว้อย่างแข็งกร้าว เช่น เรื่องชายแดนหรือ MOU 44 หากทำไม่ได้จริง หรือเกิดแรงเสียดทานระหว่างประเทศสูงเกินไป อาจกลายเป็น “จุดอ่อน” ที่ถูกโจมตีได้ในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914595&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-Ce9vG4fUu0-EKCaIBvrc

  • จากสงครามส่งด่วนสู่ยุคแพลตฟอร์ม ไปรษณีย์ไทยปรับบทบาท รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและคลื่นโซเชียลคอมเมิร์ซ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    จากสงครามส่งด่วนสู่ยุคแพลตฟอร์ม ไปรษณีย์ไทยปรับบทบาท รองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและคลื่นโซเชียลคอมเมิร์ซ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจโลจิสติกส์มีการแข่งขันที่เข้มข้นทั้งด้านความรวดเร็วและราคา ขณะเดียวกันเทคโนโลยีดิจิทัลและการเติบโตของอีคอมเมิร์ซได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ทำให้องค์กรต่าง ๆ ต้องทบทวนทิศทางการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

     สำหรับไปรษณีย์ไทย การปรับตัวจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มความเร็วหรือขยายปริมาณงาน แต่เป็นการต่อยอดจากบทบาทโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ สู่การพัฒนาระบบที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ประชาชน และหน่วยงานต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้สะดวกขึ้น

    • ต่อยอดจากจุดแข็งที่มีอยู่

              ไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และบุคลากรกว่า 40,000 คนที่ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ จุดแข็งเหล่านี้เป็นฐานสำคัญในการปรับบทบาทองค์กร โดยมุ่งรักษามาตรฐานและความเชื่อมั่นที่ประชาชนคุ้นเคย

    แทนที่จะแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แนวทางสำคัญคือการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบขนส่งทำงานได้แม่นยำมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศในภาพรวม

    • ก้าวสู่แพลตฟอร์ม รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่

    แนวโน้มสำคัญของปี 2569 คือบทบาทของแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้ซื้อผู้ขายและผู้ให้บริการเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในกระแสโซเชียลคอมเมิร์ซที่เติบโตต่อเนื่อง

    ไปรษณีย์ไทยจึงเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มขององค์กร เพื่อเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะรายย่อย ให้สามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อ การขนส่ง และบริการที่เกี่ยวข้องได้ในจุดเดียวพร้อมเชื่อมโยงกับบริการอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ

    • เตรียมเปิดตัวซูเปอร์แอป รองรับโซเชียลคอมเมิร์ซ

    อีกหนึ่งก้าวสำคัญคือการเปิดตัวซูเปอร์แอปของไปรษณีย์ไทย โดยมีเป้าหมายเปิดใช้งานในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 แอปพลิเคชันดังกล่าวจะไม่ได้จำกัดเพียงการติดตามสถานะพัสดุ แต่จะรวบรวมบริการที่เกี่ยวข้องไว้บนแพลตฟอร์มเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชน

    หนึ่งในแนวทางพัฒนาที่สำคัญคือการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยผ่านรูปแบบ  Creator Commerce เพื่อให้สอดรับกับการเติบโตของโซเชียลคอมเมิร์ซในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นอีกช่องทางที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/16/617563/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EEWRsmBlgOuX8bojCzqFg

  • เอกนิติ ปักธง GDP ปี 69 โต 3 พลัส หลัง ปี68 โตเกินคาด ลุยลงทุนต่อเนื่อง

    เอกนิติ ปักธง GDP ปี 69 โต 3 พลัส หลัง ปี68 โตเกินคาด ลุยลงทุนต่อเนื่อง

    รองนายกฯและรมว. คลัง ชี้ไตรมาส 4/68 โต 2.5% การลงทุนพุ่ง 8.1% วางเป้า “3 พลัส” ปี 69 เดินหน้าหนุนรัฐ-เอกชน ลงทุนต่อเนื่อง จับตาเศรษฐกิจโลกผันผวน

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสขยายตัวเกิน 2% โดยตั้งเป้าเชิงนโยบายให้เติบโตมากกว่า 3% หรือ “3 พลัส” ปัจจัยหลักมาจากแรงส่งการลงทุนที่ต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปี 2568 แม้ยังต้องจับตาความผันผวนเศรษฐกิจโลกซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกควบคุมไม่ได้ โดยเปรียบเทียบสถานการณ์เศรษฐกิจว่า ขณะนี้เหมือน “คนป่วยที่ออกจากห้อง ICU แล้ว” แต่ต้องเร่งฟื้นฟูความแข็งแรง

    เอกนิติ ปักธง GDP ปี 69 โต 3 พลัส หลัง ปี68 โตเกินคาด ลุยลงทุนต่อเนื่อง

    “ในฐานะ หมอ เรารู้แล้วว่าเรานำคนป่วยออกจาก ICU แล้ว แต่จะทำให้คนป่วยกลับมาเข้มแข็งได้ เราต้องขกำลังกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง จะเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ ซึ่งเราหวังว่าจีดีพีปี 2569 จะขยายตัวได้ 3 พลัส โดยเรางัดรถยนต์พ้นจากหล่มแล้ว และแผนต่อไป คือ จะทำให้รถยนต์วิ่งได้เร็วขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้ปีนี้เป็นปีแห่งการลงทุนต่อเนื่อง” นายเอกนิติ กล่าว

    สำหรับไตรมาส 4 ปี 2568 เศรษฐกิจขยายตัว 2.5% สูงกว่าที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% โดยการลงทุนรวมโต 8.1% แบ่งเป็นภาครัฐโต 13% และเอกชนโต 6% ซึ่งส่งผลให้ภาคเอกชนเกิดความมั่นใจและลงทุนตามไปด้วย

    “เมื่อภาครัฐนำร่อง จะส่งผลให้เอกชนเกิดความมั่นใจและลงทุนตาม และรวมถึงการใช้มาตรการ BOI Fast Pass เพื่อปลดล็อกสิ่งกีดขวาง และเร่งให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วขึ้น” นายเอกนิติ กล่าว

    ด้านการบริโภคเอกชนไตรมาส 4 ขยายตัว 3.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 ไตรมาสแรกที่ 2.5% จากมาตรการกระตุ้น เช่น คนละครึ่ง พลัส เที่ยวดีมีคืน และเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

    ทั้งนี้ ตัวเลข 2.5% ทำให้รายได้ประชาชาติ หรือ Nominal GDP ปี 2568 เกือบแตะ 19 ล้านล้านบาท หรือราว 18.97 ล้านล้านบาท สูงกว่าประเมินเดิม 3 แสนล้านบาท สะท้อนเม็ดเงินหมุนเวียนและรายได้ประชาชนที่ดีขึ้น ขณะเดียวกัน S&P ยังคงมุมมองเสถียรภาพไทย และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลราว 3.1% ของ GDP สะท้อนฐานะต่างประเทศที่แข็งแกร่ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738085&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0r1LoDVMQwo0wSP-Mu5Kub

  • ‘ยุทธพร’ ซูฮก ‘อนุทิน’ เปิดแนวทางบริหารประเทศ ‘คำประกาศชัยชนะ’ วางพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ ชาตินิยมมั่นคงนำ เน้นเสถียรภาพเศรษฐกิจ การทูตเชิงรุก

    ‘ยุทธพร’ ซูฮก ‘อนุทิน’ เปิดแนวทางบริหารประเทศ ‘คำประกาศชัยชนะ’ วางพิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ ชาตินิยมมั่นคงนำ เน้นเสถียรภาพเศรษฐกิจ การทูตเชิงรุก

    16 ก.พ.2569-รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นต่อการสื่อสารของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เปิดเผยแนวทางบริหารประเทศ ว่า เนื้อหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงการขอบคุณคะแนนเสียง แต่มีลักษณะเป็น “คำประกาศชัยชนะ” (Declaration of Victory) และเป็นการแสดงเจตจำนงจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจน พร้อมวาง “พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์” ของประเทศในระยะถัดไป

    รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า ข้อความดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และการปรับกระบวนทัศน์การบริหารประเทศ โดยสามารถวิเคราะห์ได้ 3 มิติหลัก

    1. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแบบชาตินิยม
      ประเด็นที่ชัดที่สุดคือการประกาศจุดยืนด้านความมั่นคงที่แข็งกร้าวมากขึ้น ทั้งแนวคิดสร้างกำแพงความมั่นคงและการปิดด่านชายแดน สะท้อนแนวคิดความมั่นคงแบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญต่ออธิปไตยเหนือดินแดน ซึ่งอาจกระทบต่อการค้าชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

    ส่วนการประกาศยกเลิก MOU 44 ซึ่งเป็นกรอบเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย–กัมพูชา ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวด้านการทูตและพลังงาน สะท้อนแนวคิด “Resource Nationalism” หรือการปกป้องทรัพยากรชาติ และอาจหมายถึงการเจรจาใหม่ด้วยท่าทีที่แข็งขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การกล่าวถึงบทบาทของสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แสดงให้เห็นความพยายามสร้างสมดุล เพราะเป็นบุคลากรสายการทูตมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศบนเวทีโลก ไม่ใช่การปิดประเทศ

    1. โมเดลเศรษฐกิจแบบผสมการเมือง–เทคโนแครต รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า การเปิดชื่อทีมเศรษฐกิจ เช่น อนุทิน เอกนิติ ศุภจี และสีหศักดิ์ เป็นการส่งสัญญาณสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่อภาคเอกชนและนักลงทุนต่างชาติ สะท้อนรูปแบบบริหารที่ผสมผสานนักการเมืองกับผู้เชี่ยวชาญ

    นัยสำคัญคือรัฐบาลต้องการยืนยันว่า การบริหารเศรษฐกิจจะไม่อิงประชานิยมเพียงอย่างเดียว แต่มีมืออาชีพเข้ากำกับโครงสร้างภาษี การลงทุน และภาคท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ พร้อมทั้งวิพากษ์ว่าเศรษฐกิจไทยติดอยู่ในภาวะซบเซามานาน จึงมีโจทย์สำคัญคือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

    1. วาทศิลป์และภาวะผู้นำทางการเมือง
      นักวิชาการรายนี้มองว่า ภาษาที่ใช้มีความเด็ดขาด เช่น การเร่งดำเนินการทันที สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวจากสถานะ “พรรคตัวแปร” สู่ “แกนนำหลัก” อย่างเต็มตัว พร้อมสร้างสัญญาประชาคมทางการเมือง โดยยืนยันจะทำตามนโยบายหาเสียง

    อย่างไรก็ตาม ความผูกพันทางการเมืองดังกล่าวมีความเสี่ยง หากดำเนินการไม่ได้จริง โดยเฉพาะนโยบายใหญ่ เช่น กำแพงชายแดน หรือ MOU 44 อาจกลายเป็นจุดโจมตีทางการเมืองในอนาคต

    รศ.ดร.ยุทธพร สรุปว่า ไทยกำลังเข้าสู่ทิศทางใหม่ ได้แก่ นโยบายต่างประเทศเชิงรุก การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยรัฐร่วมมือมืออาชีพ และการให้ความสำคัญความมั่นคงเป็นอันดับแรก แต่ต้องระวัง ต้นทุนทางการทูตและงบประมาณ ของนโยบายความมั่นคง ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารแรงเสียดทานระหว่างประเทศ และจัดหาแหล่งงบประมาณโดยไม่กระทบการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/948554/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uxhGD8ODyVtoVL87ffKww

  • ระเบียบโลกเปลี่ยน! เมื่อยุโรปเริ่มตีตัวออกห่างสหรัฐฯ สัญญาณเตือน “ทองคำ” ขาขึ้นครั้งใหญ่ ? – InterGold

    ระเบียบโลกเปลี่ยน! เมื่อยุโรปเริ่มตีตัวออกห่างสหรัฐฯ สัญญาณเตือน “ทองคำ” ขาขึ้นครั้งใหญ่ ? – InterGold

    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.07 น.

    ระเบียบโลกเปลี่ยน! เมื่อยุโรปเริ่มตีตัวออกห่างสหรัฐฯ สัญญาณเตือน “ทองคำ” ขาขึ้นครั้งใหญ่ ?

    .

    ระเบียบโลกใหม่กำลังส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (New World Order) เมื่อความไว้วางใจระหว่างมหาอำนาจตะวันตกเริ่มสั่นคลอนและอาจไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป สัญญาณทางเศรษฐกิจล่าสุดอย่างตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด และตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ที่ต่ำลง เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ไม่มีข้ออ้างในการคงดอกเบี้ยและอาจต้องลดดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในปีนี้ แต่สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดคือ “วิกฤตหนี้ในระบบดอลลาร์” ที่กำลังบีบให้วัฏจักรเศรษฐกิจเข้าสู่ช่วงปลายยุค ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศเริ่มระแวงสหรัฐฯ และกระจายความเสี่ยงด้วยการเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ออกมา หากแนวโน้มนี้รุนแรงขึ้น Fed จะถูกบีบให้ต้องกลับมาทำ QE (พิมพ์เงิน) เพื่อเข้าซื้อพันธบัตรพยุงตลาด ซึ่งนั่นจะเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ราคาทองคำพุ่งทะยานอย่างรุนแรงในระยะยาว

    .

    ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สงครามการค้า แต่ลามไปถึงความมั่นคงทางการทหารและการเลือกข้างที่ชัดเจนขึ้น ยุโรปเริ่มวิ่งเข้าหาจีนเพื่อกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์ ในขณะที่ญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ ทั่วโลกเริ่มสะสมอาวุธและเพิ่มงบประมาณกลาโหม ซึ่งงบประมาณเหล่านี้หนีไม่พ้นต้องมาจากการ “พิมพ์เงิน” จนทำให้สกุลเงินทั่วโลกเสื่อมค่าลง นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความเปราะบางสูง เมื่ออิสราเอลเริ่มเกิดความระแวงในประสิทธิภาพของ Iron Dome ต่อขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การปะทุของสงครามใหญ่ที่รุนแรงกว่ายูเครนได้ทุกเมื่อ ปัจจัยเหล่านี้ตอกย้ำว่าทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk) กำลังเป็นที่ต้องการสูงสุดในสภาวะที่โลกไร้ระเบียบ

    .

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น ราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วง “พักฐาน” (Correction) ซึ่งอาจกินเวลาไประยะหนึ่ง การไล่ราคาในโซนที่สูงกว่า 5,000 ดอลลาร์ ถือเป็นความเสี่ยงและไม่แนะนำ นักลงทุนควรรอจังหวะเข้าสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวลงมาในโซนที่ได้เปรียบ โดยมีแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาสำหรับทองคำโลก (Spot) อยู่ที่บริเวณ 4,900 และ 4,800 ดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับราคาทองคำแท่งไทยที่ประมาณ 72,800 และ 71,800 บาท การย่อตัวลงมาในระดับนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเก็บของเข้าพอร์ต โดยแนะนำให้มีสัดส่วนทองคำติดพอร์ตไว้อย่างน้อย 20-30% เพื่อเป็นเกราะป้องกันความมั่งคั่งในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของมหาอำนาจโลก

    .

    รับชมเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/40k3qKwnE6I

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE : @intergold  

    คลิกที่ลิงค์สำหรับเพิ่มเพื่อน : https://page.line.me/intergold 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.intergold.co.th/investor_core/gold-16-02-69/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ZVP9TSsCi0F5ZloN4o44h

  • EV 3.0 – มาตรการกระตุ้น ศก. ดัน จีดีพี ไตรมาส 4/68 พุ่ง ทำเศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัว 2.4% สูงกว่าคาด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการปี 69 มาที่ 1.9% 

    EV 3.0 – มาตรการกระตุ้น ศก. ดัน จีดีพี ไตรมาส 4/68 พุ่ง ทำเศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัว 2.4% สูงกว่าคาด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเพิ่มประมาณการปี 69 มาที่ 1.9% 

    กรุงเทพฯ, วันที่ 16 ก.พ. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.5% YoY และพลิกกลับมาขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ 1.9% QoQ ส่งผลให้สามารถหลีกเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคได้ และทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% สูงกว่า 2.0% ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดไว้ก่อนหน้านี้

    ขณะที่ GDP ไตรมาส 4/2568 ได้่รับแรงหนุนจาก การเร่งซื้อยานยนต์ก่อนมาตรการ EV 3.0 จะหมดอายุสิ้นปี 2568 และมาตรการภาครัฐที่หนุนการบริโภคภาคเอกชนให้ขยายตัวเร่งขึ้น การลงทุนเอกชนที่เร่งตัว ประกอบกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่พลิกกลับมาขยายตัว

    ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทบทวนตัวเลข GDP ปี 2569 โดยปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ขึ้นจาก 1.6% มาอยู่ที่ 1.9% จากโมเมนตัมการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด พร้อมทั้งปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การส่งออกและนำเข้า แต่ภาพรวมดุลการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/278444&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw38fLUkmHydLrUOqqn6i3Rv