Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • Gen Z โหยหาความเก่า เสพติด ‘เทคโนโลยีย้อนยุค’ ทางหนีโลกออนไลน์ – Spring News

    Gen Z โหยหาความเก่า เสพติด ‘เทคโนโลยีย้อนยุค’ ทางหนีโลกออนไลน์ – Spring News

    Gen Z หลงใหลกับประสบการณ์การใช้งานที่ยุ่งยากกว่า (เช่น การรอรูปฟิล์ม, การเปลี่ยนแผ่นเพลง) กลับถูกมองว่าเป็น ‘เสน่ห์’ และความประณีตที่หาไม่ได้จากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีดิจิทัล.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/digital-tech/gadget/862041&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw319JReIFKO8FZTGEKpzCPs

  • ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนพระราชานุเคราะห์ พร้อมมอบกำลังใจ

    ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนพระราชานุเคราะห์ พร้อมมอบกำลังใจ

    ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี นำเหล่ากาชาดจังหวัดลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ มอบถุงยังชีพ ผ้าห่ม และทุนการศึกษา เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่เยาวชนเรียนดีฐานะยากจน

    วันที่ 16 ก.พ.69 เวลา 09.00 น. นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี/นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาวกมลชญา ประเสริฐสิน เลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดฯ/ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี นายสุเทพ วงศ์วัชรมงคล นายอำเภอพนมทวน นายกิรติ จิณแพทย์ ผู้ช่วยเลขานุการเหล่ากาชาดจังหวัดฯ/จ่าจังหวัดกาญจนบุรี นางสาวนาตยา นิลพ่วง เหรัญญิกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ/เสมียนตราจังหวัดกาญจนบุรี และกรรมการ/สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยม พร้อมให้กำลังใจนักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีการศึกษา 2568 ซึ่งเป็นนักเรียนที่เรียนดี ฐานะทางครอบครัวยากจน และมีความประพฤติดี ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

    1.มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีนักเรียนทุนฯ จำนวน 7 ราย

    2.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45 อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี มีนักเรียนทุนฯ จำนวน 33 ราย

    โดยมี ผศ.จรายุทธ ประทีปวรกาญจน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี นายเกริกเกียรติ อินเกตุ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 45 ให้การต้อนรับ พร้อมให้ข้อมูลนักเรียนตามลำดับ

    ในการนี้ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรีได้กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนทุนฯ พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภค – บริโภค (ถุงยังชีพ) ผ้าห่มกันหนาว และสนับสนุนเงินสมทบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/129634&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qGwyMGrU52TwqnC3RjArK

  • กระทรวงศึกษาธิการ ให้สิทธิทายาท ผอ.ศศิพัชร บรรจุเข้ารับราชการได้ สืบทอดเจตนาที่อยากเห็นบุตรเป็นราชการครูเหมือนกับผู้วายชนม์

    กระทรวงศึกษาธิการ ให้สิทธิทายาท ผอ.ศศิพัชร บรรจุเข้ารับราชการได้ สืบทอดเจตนาที่อยากเห็นบุตรเป็นราชการครูเหมือนกับผู้วายชนม์

    กระทรวงศึกษาธิการ ให้สิทธิทายาท ผอ.ศศิพัชร บรรจุเข้ารับราชการได้ สืบทอดเจตนาที่อยากเห็นบุตรเป็นราชการครูเหมือนกับผู้วายชนม์

    (15 ก.พ.69) ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยว่า การช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้เสียชีวิต และพิจารณาสิทธิประโยชน์และบำเหน็จบำนาญความชอบเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในส่วนที่สำนักงาน ก.ค.ศ. สามารถดูและช่วยเหลือครอบครัวของ นางศศิพัชร ได้ ด้วยการตอบแทนคุณความดีและยกย่องครู ผู้เสียสละ ตามหลักเกณฑ์ฯ ว 12/2562 ให้ส่วนราชการสามารถพิจารณาการสงเคราะห์และช่วยเหลือบรรจุทายาทของข้าราชการสังกัด ศธ.ที่เสียชีวิต อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือการปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ได้

    ซึ่ง นางศศิพัชร มีบุตรธิดา จำนวน 2 คน กำลังศึกษาในระดับชั้นอุดมศึกษา ปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามลำดับ โดยเมื่อจบการศึกษาก็สามารถดำเนินการตามหลักเกณฑ์นี้ได้ ในกรณีที่ทายาทประสงค์จะบรรจุเข้ารับราชการ
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66680&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EkiCV9y1Makk6OHxx_aRK

  • โปรปุณณัตถ์ ครองเบอร์ 1 โลก! สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทยกางแผนดันกีฬาเต็มรูปแบบ

    โปรปุณณัตถ์ ครองเบอร์ 1 โลก! สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทยกางแผนดันกีฬาเต็มรูปแบบ

    สมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทย ร่วมกับ “เทหน้าตัก” คอมมูนิตี้โป๊กเกอร์อันดับ 1 ของไทย จัดงาน World’s No.1 Trophy Ceremony – National Result Celebration เพื่อมอบถ้วยรางวัลและแสดงความยินดีกับโปรปุณณัตถ์ ในฐานะสมาชิกหมายเลข 001 ของสมาคมฯ ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

    ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นประวัติศาสตร์ เมื่อโปรปุณณัตถ์กลายเป็นนักกีฬาเอเชียคนแรกที่คว้าตำแหน่ง GPI World Player of the Year 2025 หลังทำผลงานโดดเด่นตลอดฤดูกาล 2025 พร้อมกวาดอันดับ 1 ครบทั้ง 4 หมวดหลัก ได้แก่ GPI Ranking Awards, GPI Player of the Year, GPI Asia Ranking Awards และ GPI Asia Player of the Year

    ตลอดเส้นทางกว่า 18 ปีในวงการโป๊กเกอร์อาชีพ เขาทำเงินรางวัลสะสมรวมกว่า 31.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่าหนึ่งพันล้านบาท) โดยปีที่ผ่านมาเป็นปีทองที่สร้างคะแนนสะสมขึ้นนำอย่างต่อเนื่อง ก่อนครองบัลลังก์เบอร์ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการ

    โปรปุณณัตถ์เผยว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีสำคัญของวงการโป๊กเกอร์ไทย หลังการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) รับรองโป๊กเกอร์เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันจะเดินหน้าลงแข่งขันระดับโลกต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าโป๊กเกอร์สามารถเป็นอาชีพได้จริง

    ด้าน ธนา จุลพรรณศักดิ์ นายกสมาคมกีฬาโป๊กเกอร์ไทย ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนพัฒนาการของวงการโป๊กเกอร์ไทย และสมาคมฯ มีแผนเดินหน้าหลายด้าน ทั้งการจัดทำเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ เปิดรับสมาชิก จัดแรงกิ้งทัวร์นาเมนต์ในประเทศ และร่วมมือกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ เพื่อพัฒนาหลักสูตรและสร้างรากฐานเชิงวิชาการ

    นอกจากนี้ ยังมีแผนสนับสนุนนักกีฬาที่ทำผลงานดีไปแข่งขันในเวทีนานาชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยก้าวสู่ระดับโลกมากขึ้น

    ขณะเดียวกัน วงการโป๊กเกอร์ไทยยังได้รับข่าวดีจาก “เมธาวี ทวีกิจวาที” นักกีฬาโป๊กเกอร์หญิงไทย ที่คว้ารางวัล GPI Thailand Female Ranking Awards และ GPI Thailand Female Player of the Year 2025 ตอกย้ำศักยภาพนักกีฬาไทยทั้งชายและหญิงในเวทีสากล

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/punnatth-world-no1-poker-sport-plan/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O_EiZ74D161HjDMWi6P_0

  • ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    16 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อญี่ปุ่น “อาซาฮี” (The Asahi Shimbun) รายงานว่า คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปต่างประเทศมากขึ้น ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน 2569 โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมตั้งแต่รัสเซียและออสเตรเลีย ไปจนถึงไทยและเกาหลีใต้ แต่ญี่ปุ่นกลับได้รับความสนใจลดลง

    เทศกาลตรุษจีน หรือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ เป็นหนึ่งในวันหยุดยาวที่สุดของจีน โดยปีนี้มีระยะเวลา 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 หรือยาวกว่าปกติ 1 วัน เพื่อต้อนรับปีม้าตามปฏิทินจีน ตามธรรมเนียมแล้ว ชาวจีนหลายล้านคน จะเดินทางกลับบ้านเพื่อรวมญาติในช่วงเวลานี้ ส่งผลให้มีการใช้จ่ายตามร้านค้า โรงภาพยนตร์ และร้านอาหารเพิ่มขึ้น เนื่องจากครอบครัวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้ร่วมเฉลิมฉลองกัน

    ในส่วนของการท่องเที่ยวในปีนี้ ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองยาวนานถึง 40 วัน คาดว่า จำนวนผู้เดินทางสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่จีนคาดการณ์ว่า จะมีผู้โดยสารเดินทางท่องเที่ยวมากถึง 9.5 พันเที่ยว เพิ่มจาก 9.02 พันล้านเที่ยว เมื่อปีที่แล้ว โดยคาดว่าเทศกาลที่ยาวนานขึ้นในปีนี้ จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือไปต่างประเทศมากขึ้น

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    โจว เว่ยหง รองผู้จัดการบริษัทท่องเที่ยว “Spring Tour” ในเซี่ยงไฮ้ ที่เป็นหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของสายการบินต้นทุนต่ำ “Spring Airlines” ให้ความเห็นว่า “ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวขาออกอีกครั้ง เนื่องจากสภาพอากาศที่ดี ในขณะที่หลายพื้นที่ของจีนยังคงหนาวเย็น”

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    บริษัทที่ปรึกษา McKinsey ระบุในรายงานการตลาดของเมื่อเดือนสิงหาคม ว่า ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคชาวจีน ให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์มากขึ้น “ผู้บริโภคดูเหมือนจะค่อยๆ เปลี่ยนไป ซึ่งเน้นให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในวิธีการบริโภคของชาวจีน”

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    ความต้องการการท่องเที่ยวพักผ่อนภายในประเทศในปีนี้ ยังแบ่งออกเป็นจุดหมายปลายทางที่อบอุ่นและมีหิมะ โดยการเดินทางไปยังเกาะเขตร้อนอย่างไห่หนาน และเทือกเขาฉางไป่ทางตะวันออกเฉียงเหนือได้รับความนิยมอย่างมากด้วย มีการจองทริปไปรัสเซียบนแพลตฟอร์มของบริษัทเพิ่มขึ้น มากกว่า 2 เท่าจากปีที่แล้ว เช่นเดียวกับทริปไปยุโรปเหนือ

    เซียนนา พารูลิส-คุก ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ Dragon Trail Research กล่าวว่า “สำหรับช่วงที่เหลือของปี เราอาจจะได้เห็นการเดินทางของชาวจีนไปรัสเซียเพิ่มมากขึ้น” เธอให้เหตุผลว่า ความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำนั้น มาจากการที่รัสเซียยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจากจีนในเดือนธันวาคม

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    การฟื้นตัวของการเดินทางระยะไกล ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวไปเยือนออสเตรเลียเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัท Trip.com Group ซึ่งเป็นเว็บไซต์จองการเดินทางที่ใหญ่ที่สุดของจีน กล่าวว่า การฟื้นตัวของการเดินทางระยะไกล ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

    บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน IBA ระบุว่า ความจุที่นั่งบนเที่ยวบินระหว่างประเทศในช่วงเทศกาลวันหยุด ทั้งขาเข้าและขาออก เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยชี้ว่า

    “ตลาดระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการเดินทางช่วงเทศกาลตรุษจีน” และเสริมว่า ปัจจุบันจำนวนที่นั่งว่างบนเที่ยวบินระหว่างประเทศ คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของความจุทั้งหมด

    ไทยยังเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงตรุษจีน 2569

    แต่สำหรับจุดหมายปลายทางอื่นๆ ภาพรวมไม่ได้สดใสไปทั้งหมด ความตึงเครียดทางการเมือง ที่กำลังปะทุกับญี่ปุ่น ได้บั่นทอนความน่าดึงดูดใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งปกติแล้วญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ข้อมูลเที่ยวบินสำหรับปี 2026 แสดงให้เห็นว่า การเดินทางไปญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดและคำเตือนด้านความปลอดภัยของจีนสำหรับนักเดินทาง ทำให้สายการบินต่างๆ ขยายขอบเขตนโยบายการคืนเงินและการเปลี่ยนแปลงสำหรับเส้นทางไปญี่ปุ่น

    ในสัปดาห์ที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เที่ยวบินระหว่างจีนกับญี่ปุ่นลดลง 49.2% จากปีที่แล้ว ตามข้อมูลของผู้ให้ข้อมูลการเดินทาง Flight Master และเที่ยวบินทั้งหมดถูกยกเลิกใน 58 เส้นทาง ที่ให้บริการในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้ว ซึ่ง Trip.com จัดอันดับให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางต่างประเทศยอดนิยม เคียงข้างไทยและตลาดภูมิภาคอื่นๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/foreign/378973633&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1V6iBOvgwl94O2ekbT_N-0

  • 9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ ปมบาร์โค้ดบัตรละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ

    9 สถาบันบุกศาลปกครอง ร้องสั่งเลือกตั้ง 69 โมฆะ ปมบาร์โค้ดบัตรละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ

    เครือข่ายนักศึกษา 9 มหาวิทยาลัยรวมพลัง ยื่นฟ้อง กกต. ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด จี้ศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ ระงับรับรองผลชั่วคราว หวั่นเสียหายเกินเยียวยา

    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาจาก 9 สถาบันการศึกษาชั้นนำ นำโดย นายธีรภัทร ศุภพิทักษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยตัวแทนจาก จุฬาฯ, มก., มข., สจล., มช., มฟล., มร. และ มศว เดินทางเข้ายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ต่อศาลปกครองกลาง กรณีการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา

    ทางกลุ่มผู้ร้องเรียนระบุว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” เนื่องจากบัตรเลือกตั้งมีการพิมพ์รหัส Barcode ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐาน “การลงคะแนนลับ” ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจน จึงขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ และสั่งให้ กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

    นอกจากนี้ เครือข่ายนักศึกษาฯ ยังยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว โดยให้ “ระงับการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง” ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายร้ายแรงหากมีการรับรอง สส. เข้าสภาไปก่อนล่วงหน้า พร้อมขอสั่งห้าม กกต. นำระบบคิวอาร์โค้ดหรือเทคโนโลยีอื่นใดที่เชื่อมโยงถึงตัวตนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาใช้ในอนาคต โดยขอให้ศาลพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดของรัฐและประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2914531&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0APzA0O95SkD6lgnhg50TX

  • กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    Thairath Sport

    • facebook
    • twitter
    • youtube
    • instagram
    • tiktok

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ไทยรัฐออนไลน์

    16 ก.พ. 2569 19:20 น.

    English version

    LightDark

    แชร์ข่าวนี้

    กระแสการเมืองร้อนขึ้นมาทันที เมื่อชื่อของ ซาบีดา ถูกพูดถึงในฐานะ ว่าที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาคนใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/sport/others/2914594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1VmSPY4FV3fr5c1tEn227W

  • ‘ตะโขง’ ในป่าพรุ ลมหายใจที่รอวันฟื้นคืน – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ‘ตะโขง’ ในป่าพรุ ลมหายใจที่รอวันฟื้นคืน – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ‘ตะโขง’ ในป่าพรุ ลมหายใจที่รอวันฟื้นคืน

    ช่วงหัวค่ำวันหนึ่งของเดือนกันยายน พ.ศ. 2568  ในวันที่ความเงียบสงบของคลองบางสน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ใครจะคิดว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แวดวงอนุรักษ์ไทย 

    เมื่อสัตว์เลื้อยคลานรูปร่างประหลาดที่มีส่วนปากเรียวยาวผิดจากจระเข้ทั่วไปได้ปรากฏตัวให้เห็น ก่อนจะได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่านั่นคือ ‘ตะโขง’

    ทีมวิจัยจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลาลงพื้นที่สำรวจบริเวณดังกล่าว และพบตะโขงขนาดราว 1.5 เมตร ซึ่งอนุมานได้ว่ามีตะโขงในบริเวณนี้อย่างน้อย 2 ตัว (ตัวแรกที่ชาวบ้านพบความยาว 3 เมตร)

    เหตุการณ์นี้เป็นการค้นพบที่ไม่เพียงแค่เจอสัตว์หายาก แต่ยังยืนยันว่า ‘ตะโขง’ (False Gharial) หรือ Tomistoma schlegelii ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ยังคงซ่อนตัวอยู่ในระบบนิเวศพรุของจังหวัดนราธิวาส

    ตะโขง หรือ จระเข้ปากกระทุงเหว มีลักษณะทางชีววิทยาที่โดดเด่นจากจะงอยปากที่เรียวยาวมากเป็นพิเศษ ซึ่งยาวกว่าความกว้างที่ฐานปากถึง 3 เท่าตัว ภายในขากรรไกรบรรจุฟันแหลมคมลักษณะคล้ายเข็มจำนวน 76-84 ซี่ ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือจับเหยื่อที่มีความลื่นได้เป็นอย่างดี

    ในอดีตเคยมีการเข้าใจผิด คิดว่าปากที่เรียวเล็กนี้ออกแบบมาเพื่อกินปลา และสัตว์มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก แต่การศึกษาสมัยใหม่พบว่าตะโขงเป็นผู้ล่าที่กินอาหารได้หลากหลาย โดยเฉพาะตัวเต็มวัยที่มีขนาดใหญ่กว่า 3-4 เมตร 

    พวกมันล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น ทั้งลิงแสม ลิงจมูกยาว นกน้ำ กวาง และสัตว์เลื้อยคลาน ในบางประเทศมีรายงานการโจมตีวัวและมนุษย์ ซึ่งยืนยันถึงพละกำลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบใต้ผิวน้ำ    

    ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของตะโขงมีความเฉพาะตัวสูง โดยผูกพันอย่างยิ่งกับ ‘ป่าพรุ’ และพื้นที่ชุ่มน้ำในที่ราบต่ำ ชอบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำนิ่งหรือไหลช้า เช่น ทะเลสาบ แม่น้ำสายย่อย และลำคลองที่มีพืชพรรณหนาแน่นริมตลิ่ง

    การที่ตะโขงเลือกอาศัยในป่าพรุทำให้พวกมันกลายเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่าชนิดนี้ แต่เมื่อป่าพรุถูกทำลายหรือถูกระบายน้ำออกเพื่อเปลี่ยนเป็นที่ดินเกษตรกรรม ตะโขงก็เป็นสัตว์กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจนนำไปสู่การสูญพันธุ์ในระดับท้องถิ่น 

    สถานะของตะโขงในปัจจุบันถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง ตาม IUCN red list ในปี 2023 ถูกจัดอยู่ในชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) ทั่วโลกคาดการณ์ว่าเหลือตะโขงตัวเต็มวัยในธรรมชาติไม่เกิน 2,500 ตัว 

    ภัยคุกคามที่ร้ายแรงอันดังหนึ่งคือการสูญเสียที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การระบายน้ำออกจากป่าพรุเพื่อทำสวนปาล์มน้ำมันและยางพาราได้ทำลายพื้นที่อาศัยที่เหมาะสมของตะโขงไปมากกว่า 30-40 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา จนชั้นดินพีทแห้งลง (การสะสมของชั้นดินอินทรียวัตถุ ได้แก่ ซากพืช ซากต้นไม้ ใบไม้ที่ย่อยสลายอย่างช้าๆ) จนเกิดไฟป่าได้ง่าย  เป็นเหตุให้แหล่งวางไข่ของตะโขงถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ตะโขงยังถูกล่าอย่างหนักเพื่อหนังและเนื้อ ในบางวัฒนธรรมคนท้องถิ่นมีความเชื่อว่าไข่ตะโขงมีคุณค่าทางโภชนาการสูงจึงถูกขโมยไปเป็นอาหาร นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากการติดเบ็ดหรือตาข่ายดักปลาของชาวประมงที่ทำให้สัตว์บาดเจ็บและจากโลกนี้ไป

    ปัจจุบัน ประชากรตะโขงกลุ่มใหญ่อาศัยอยู่ในจังหวัดกาลิมันตันกลาง โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติตันจุงปูติง (Tanjung Puting National Park) ประเทศอินโดนีเซีย แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาวะที่แยกตัวและเสี่ยงต่อการเกิดพันธุกรรมบกพร่อง    

    สำหรับประเทศไทย มีโครงการเพาะขยายพันธุ์ตะโขง นอกถิ่นอาศัยภายในพื้นที่สวนสัตว์นครราชสีมา เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการศึกษาด้านอนุรักษ์ และวิจัย เพื่อเพิ่มประชากรตะโขงในสถานที่เพาะเลี้ยง และนำไปสู่การนำกลับคืนสู่ธรรมชาติของประเทศไทยในอนาคต

    ส่วนการพบตะโขงในประเทศไทยครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ-ป่าฮาลาบาลาร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เตรียมยกระดับการลาดตระเวนป้องกันการล่า และจะทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อวางแผนอนุรักษ์พื้นที่ให้ตะโขงอยู่รอดต่อไปอย่างยั่งยืน

    อ้างอิง

    ผู้เขียน

    ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส – เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/news/2026-41/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S1V11dPTkEgej2b0ANWj2

  • แพทย์จุฬา ค้นพบโพรไบโอติกชนิดใหม่ลดอักเสบโรคไต

    แพทย์จุฬา ค้นพบโพรไบโอติกชนิดใหม่ลดอักเสบโรคไต

    ภาพจำลองโพรไบโอติก

    ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นโพรไบโอติกกำลังได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคสายสุขภาพ  เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว ที่มีจุลินทรีย์ตัวดีช่วยในการทำงานของลำไส้และระบบการขับถ่าย  แต่โพรไบโอติกไม่ได้มีดีเพียงเท่านั้นวิทยาศาสตร์และการแพทย์สมัยใหม่  ยังพบความมหัศจรรย์ของจุลชีพในลำไส้อีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่สามารถช่วยบรรเทาภาวะความเจ็บป่วยและความเสื่อมของร่างกายได้  เช่น ภาวะไตเรื้อรัง โดยล่าสุด ศ. ดร. สมหญิง ธัมวาสร และรศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล หน่วยภูมิคุ้มกันวิทยาภาควิชาจุลชีววิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ได้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์”โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส  แอล34 ”  รูปแบบผงเพื่อผู้ป่วยที่มีภาวะไตวายเรื้อรัง

    “จากการทดลองพบว่าเมื่อผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัสแอล34 เป็นระยะเวลา 1 เดือน  ปริมาณสารพิษยูรีเมียและไซโตไคน์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว“

    โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34  เป็นแบคทีเรียประจำถิ่นของคนไทยจึงน่าจะเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสมกับคนไทย”โพรไบโอติกกับสุขภาพ  รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ อธิบายว่า “โพรไบโอติก”คือจุลชีพที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรีย ราหรือยีสต์ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ ในร่างกายมนุษย์มีเชื้อแบคทีเรียทั้งดีและไม่ดี แบคทีเรียดีจะทำการสร้างสารอาหารบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งร่างกายสร้างเองไม่ได้ เช่น กรดไขมันสายสั้น (Short-chain Fatty  Acids) และ วิตามินบางอย่าง โดยโพรไบโอติกช่วยย่อยไฟเบอร์  ย่อยอาหารที่ร่างกายย่อยไม่ได้และยังช่วยแย่งอาหารจากแบคทีเรียไม่ดีทำให้แบคทีเรียไม่ดีลดจำนวนลงและแบคทีเรียดีก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น

    ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) ได้กำหนดโพรไบโอติกที่สามารถใช้ในอาหารว่ามีทั้งหมด 23-24 สายพันธุ์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม(Bifidobacterium) และ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus หรือLacticaseibacillus) ทั้งยังรวมถึงเชื้อจำเพาะบางชนิด เช่น  สแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus sciuri) และ โปรปิโอนิแบคทีเรียม(Propionibacterium arabinosum)โดยแลคโตบาซิลัสเป็นชื่อโพรไบโอติกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นหูที่สุด

    รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์  กล่าวว่า  แลคโตบาซิลัสเป็นกลุ่มของแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งมีคุณสมบัติในการสร้างกรด lactic ได้ดี ทำให้ถูกนำไปผลิตเป็นนมเปรี้ยวและโยเกิร์ต  ในกลุ่มแลคโตบาซิลัสมีนามสกุลย่อย เราเรียกว่าสปีชีส์ เช่นแรมโนซัส (Rhamnosus) และคาเซอิ (Casei) ทั้งสองสปีชีส์จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันและมีความใกล้เคียงกันมาก เช่น  การย้อมติดสี และเป็นแบคทีเรียที่ไม่ชอบออกซิเจนเหมือนกันแต่ก็มีความแตกต่างกันทางชีวเคมีบ้างเล็กน้อยเราก็เลยแยกเป็นคนละสปีชีส์

    โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34  โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34ถูกค้นพบครั้งแรกโดย  ศ. ดร.สมหญิง ธัมวาสรจากภาควิชาจุลชีววิทยา จุฬาฯ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว 

    ศ. ดร.สมหญิง ธัมวาสร และศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ ลีฬหวนิชกุล

    “ท่านศึกษาเชื้อแบคทีเรียในเด็กทารกโดยสกัดโพรไบโอติกจากอุจจาระของทารกมาศึกษาแล้วพบว่ามีเชื้อบางกลุ่มที่น่าสนใจ”  รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว

    ในกระบวนการวิเคราะห์ว่าแบคทีเรียที่ค้นพบมีประโยชน์หรือไม่  รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าวว่า   การทดสอบต่อไปว่าวิธีทำคือแยกเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระและมีอาหารเลี้ยงเชื้อเราใส่อาหารที่แบคทีเรียชอบ มันก็จะเจริญเติบโตขึ้นมาเมื่อได้กลุ่มเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะมาวิเคราะห์ดูว่าแบคทีเรียตัวนี้มีคนเคยเจอหรือยัง หรือเป็นแบบเฉพาะที่ยังไม่มีคนเคยเจอเราทำการวิเคราะห์หาลำดับดีเอ็นเอ (Sequencing Analysis)  และพบว่าแบคทีเรียในลำไส้ที่ชื่อว่าโพรไบโอติก แลคโตบาซิลัสแรมโนซัส แอล34 มี Sequence ไม่เหมือนตัวอื่นเป็นแลคโตบาซิลัสพันธุ์จำเพาะ ที่ไม่เหมือนกับแบคทีเรีย แลคโตบาซิลัส  แรมโนซัส ตัวอื่นๆโพรไบโอติกที่ค้นพบ ยังมีคุณสมบัติ สามารถรักษาอาการอักเสบโรคไตเรื้อรัง  โดยนำโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัสแรมโนซัส แอล34 มาดลองกับสัตว์ทดลองเริ่มตั้งแต่โมเดลการติดเชื้อในลำไส้ โมเดลการติดเชื้อทางกระแสเลือดและโมเดลโรคไต พบว่าในโมเดลโรคไตโพรไบโอติก  ลดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้เมื่อเทียบกับสัตว์ทดลองที่ไม่ได้ให้โพรไบโอติก

    “เราเริ่มทำในโมเดลของสัตว์ทดลองก่อน สัตว์ทดลองที่มีไตอยู่ 1ใน 6ส่วนของไตปกติจะมีการคั่งของของเสียที่ขับทางปัสสาวะเหมือนในคนเราให้โพรไบโอติกเข้าไปวันละครั้งนาน 3 เดือน พบว่าสามารถลด Gut-derived Uremic Toxins (GDUTs)หรือสารพิษยูรีเมียที่เกิดในลำไส้”

    รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ กล่าวต่อว่า โรคไตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของของเสียบางอย่างเนื่องจากขับออกทางปัสสาวะไม่ได้หรือขับออกได้น้อยลงของเสียเหล่านั้นจึงขับออกทางลำไส้แทนและจะถูกใช้โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่อยู่ลำไส้แล้วผลิตออกมาเป็นกลุ่มของสารที่ชื่อว่า GDUTsซึ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นเกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบหรือแตก และโรคหัวใจได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเกิดการเสื่อมของไตเร็วขึ้นอีกด้วย

    “แต่เมื่อเราให้โพรไบโอติก แลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34ซึ่งเป็นแบคทีเรียดี มันเข้าไปช่วยลดแบคทีเรียไม่ดีส่งผลให้สารพิษยูรีเมียดังกล่าวลดลง”เมื่อการทดลองในสัตว์ได้ประสิทธิผลดี ” รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์

    หลังตากนั้นมี มีดำเนินการทดลองระยะต่อไปกับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเมื่อปี 2567 โดยให้ผู้ป่วยรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัสแอล34  ในรูปแบบผงประมาณ 1 เดือน แล้วเจาะเลือดพบว่าค่า Gut- derived Uremic Toxins  และไซโตไคน์ซึ่งเป็นปัจจัยที่วัดการอักเสบในเลือดนั้นลดลงแต่การทำงานของไตยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

    “โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส  แอล34 เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 3 – 5  ในระยะก่อนที่ผู้ป่วยจะล้างไต สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ยังไม่จำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้น  การรับประทานโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34อาจช่วยลดการอักเสบได้ แต่สำหรับผู้ป่วยระยะที่ 5ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการล้างไตนั้นอาจจะต้องให้โพรไบโอติกร่วมกับการล้างไตซึ่งจะได้ผลดีหรือไม่นั้นคงต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องทำการรักษาทดแทนไตแต่ไม่ได้รับการรักษานั้นอาจจะเกิดผลเสียที่รุนแรงถึงชีวิต” รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์กล่าว

    อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยโรคไต  จะเกิดการสะสมของสารพิษยูรีเมีย เกิดภาวะซึม มีน้ำเกินในปอดหอบ หายใจไม่ได้ และตัวบวมเลือดออกในเยื่อหุ้มหัวใจส่งผลการบีบตัวของหัวใจผิดปกติและเสียชีวิตได้คงต้องเน้นว่าการให้โพรไบโอติกเป็นเพียงการรักษาเสริมเพิ่มจากการรักษาตามมาตรฐานเท่านั้นไม่สามารถทดแทนการรักษาตามมาตรฐานปัจจุบันได้

    โพรไบโอติกรูปแบบผงสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรังขณะนี้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34ได้จดอนุสิทธิบัตรแล้ว โดยทีมวิจัย จุฬาฯ ได้ให้บริษัท Greater  Pharma (เกรทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด) เป็นผู้ดำเนินการผลิต

    “เราเก็บโพรไบโอติกแลคโตบาซิลัส แรมโนซัส แอล34  ในรูปแบบไลโอฟิไลซ์ (Lyophilized Form) ทำให้มันแห้งในแล็บเวลาจะใช้ก็มาเลี้ยงในหลอดทดลองเชื้อจะเจริญเติบโตแล้วก็เอาไปใช้ต่่อไป  แต่ถ้าจะไปทำผลิตภัณฑ์วิธีที่จะทำให้เชื้อเจริญเติบโตโดยใช้ต้นทุนน้อยที่สุดเป็นการใช้วิธีการทางอุตสาหกรรมเราจึงร่วมมือกับบริษัทยาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเกรดที่ผู้ป่วยทานได้ รสชาติดี โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นให้มีราคาที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายการพัฒนาทางด้านเทคนิคการผลิตในอนาคตอาจจะทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกลงซึ่งเทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นองค์ความรู้หนึ่งที่สำคัญของประเทศในอนาคต”

    สำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกในรูปแบบผง รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์ บอกว่า คนเป็นโรคไตบางรายอยากรับประทานโพรไบโอติกกินโยเกิร์ตก็ไม่ได้เนื่องจากมีฟอสเฟตสูงโดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรังในระยะที่มีปัสสาวะน้อยและต้องดื่มน้ำน้อยถ้าต้องได้รับโพรไบโอติกรูปแบบที่ใช้น้ำเยอะก็จะไม่สามารถใช้ได้เลยใช้รูปแบบเป็นผงคนไข้ไม่อยากดื่มน้ำก็สามารถเทเข้าไปผสมกับข้าวได้หรือละลายน้ำในปริมาณน้อยแล้วดื่มก็ได้

    อนาคตงานวิจัยจุลชีพกับการดูแลสุขภาพแม้จะได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแล้ว แต่การวิจัยยังไม่สิ้นสุด รศ.ดร.นพ.อัษฎาศ์ เผยถึงการศึกษาในระยะต่อไปว่า สนใจศึกษาว่าถ้าทานโพรไบโอติกในระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในโรคไตต่าง ๆ ได้หรือไม่เนื่องจากผลการทดลองที่ได้จากการรับประทานโพรไบโอติกเพียงหนึ่งเดือนอาจจะสั้นเกินกว่าที่จะเห็นผลดีอื่น ๆนอกจากนี้การทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้ได้นานขึ้นควรจะทำอย่างไร

    รศ. ดร.นพ.อัษฎาศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่ผลิตภัณฑ์ประเภทที่เป็นอาหารของเชื้อโพรไบโอติก เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotic)หรือทั้งตัวเชื้อโพรไบโอติกรวมกับอาหารของเชื้อที่เรียกว่า ซินไบโอติก(Synbiotic) ก็มีความน่าสนใจ หากเป็นไปได้ การมี“ซุปเปอร์โพรไบโอติก” อาจจะเกิดประโยชน์ในหลายโรคนอกจากนั้นการศึกษาโมเลกุลที่สร้างขึ้นจากโพรไบโอติก เช่นกรดไขมันสายสั้นก็น่าสนใจและง่ายสำหรับการทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นยาซึ่งสามารถทำการเก็บรักษาได้ง่ายกว่าโพรไบโอติกที่เป็นจุลชีพที่มีชีวิต

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/news-update/948480/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rYhpzp_UttjXxHjTvrqUx

  • สัญญาณดี!! จีนเที่ยวไทยฟื้น ตี๋-หมวยตบเท้าเข้าไทยพุ่งเกือบ 3 หมื่นราย/วัน : อินโฟเควสท์

    สัญญาณดี!! จีนเที่ยวไทยฟื้น ตี๋-หมวยตบเท้าเข้าไทยพุ่งเกือบ 3 หมื่นราย/วัน : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ช่วงปลายปี 68 ที่ผ่านมา พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มประเทศ ส่งผลให้ยอดนักท่องเที่ยวแตะระดับ “หลักแสนรายต่อวัน” มาโดยตลอด และในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 130,000 รายต่อวัน

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเฉพาะกลุ่ม (Targeted Tourism Promotion) ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ในระดับที่น่าพอใจ

    ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง คือสถานการณ์นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาเคยมีจำนวนลดลงจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายของจีนที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงประเด็นด้านความปลอดภัยทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความลังเล

    อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยไม่ได้เพิกเฉย ได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การส่งเสริมการท่องเที่ยว การศึกษาความต้องการของนักท่องเที่ยว ตลอดจนการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 10,000 รายต่อวัน จนปัจจุบันแตะเกือบ 30,000 รายต่อวัน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในระดับภูมิภาค

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า รัฐบาล ได้ปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ มากกว่าการเน้นปริมาณ เพื่อให้รายได้กระจายตัวครอบคลุมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในเมืองรองที่มีศักยภาพ โดยการขับเคลื่อนแนวทาง High-Value Tourism และการสร้าง Seamless Travel Experience จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงภายใต้บริบทการท่องเที่ยวโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทานด้านการท่องเที่ยว

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้วางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโต พร้อมเดินหน้าพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการควบคู่กัน เพื่อยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมนานาชาติ

    น.ส.นัทรียา กล่าวว่า การท่องเที่ยวไทยในปีนี้มีแนวโน้มประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด เพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และยั่งยืน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/569430&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dv6_CSAaCiYGCuHywXNwK