Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ‘อินดิเพนเด้น ฟิล์ม’ เล่นใหญ่ทำถึง! เปิดตัวซีรีส์ ‘Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล’ – แนวหน้า

    ‘อินดิเพนเด้น ฟิล์ม’ เล่นใหญ่ทำถึง! เปิดตัวซีรีส์ ‘Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล’ – แนวหน้า

    สายซีรีส์วายมารวมตัวกันอย่างอบอุ่น โดย “อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม (Independent Film)” ในสังกัด iAM เสิร์ฟความฟินอย่างต่อเนื่อง จัดงานเปิดตัวซีรีส์แนวตั้งครั้งแรกเรื่อง “Shock Me Girls …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/949254&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SfBPwnWTcjVctx-USoFuZ

  • วิธีคำนวณ BTU แอร์ให้พอดีห้อง ปี 2026 เย็นฉ่ำสะใจแต่ค่าไฟจิ๊บๆ

    วิธีคำนวณ BTU แอร์ให้พอดีห้อง ปี 2026 เย็นฉ่ำสะใจแต่ค่าไฟจิ๊บๆ

    จะซื้อแอร์ทั้งทีต้องเลือกให้เป๊ะ! สอนวิธีคำนวณ BTU แอร์ให้พอดีกับห้องฉบับอัปเดตปี 2026 แจกสูตรคำนวณง่ายๆ ที่ช่วยให้ห้องเย็นจัดทันใจและประหยัดค่าไฟในระยะยาว พร้อมเช็กตาราง BTU มาตรฐานสำหรับห้องทุกขนาด ทิศแดดแบบไหนต้องบวกเพิ่มเท่าไหร่?

    ไม่เป็นไร เพราะวันนี้ Sanook Hitech จะมาสอนสูตรคำนวณ BTU ง่ายๆ ที่คุณทำเองได้ใน 1 นาที

    สูตรคำนวณ BTU แอร์ให้พอดีกับห้อง

    สูตรที่นิยมที่สุดและแม่นยำสำหรับการใช้งานทั่วไปคือ BTU = พื้นที่ห้อง (กว้าง x ยาว) x ตัวแปรความร้อน นั่นเอง

     08

    ตัวแปรความร้อนคืออะไร?

    แม้ขนาดตัวห้องอาจจะรู้ได้ง่าย แต่ว่าเรื่องของตัวแปรนี้จะเปลี่ยนไปตามลักษณะการใช้งานและทิศทางของห้อง โดยมีสิ่งที่ต้องรู้คือ

    • 700 – 800 คือ ห้องนอนปกติ ไม่โดนแดด (ใช้งานเฉพาะกลางคืนเป็นหลัก)
    • 800 – 900 คือ ห้องนอนที่โดนแดดบ้าง หรือห้องทำงานที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่มาก
    • 900 – 1,000 คือ ห้องนั่งเล่น ห้องรับแขก หรือห้องที่โดนแดดจัดตลอดบ่าย
    • 1,100 ขึ้นไป คือ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือห้องที่มีคนหนาแน่นและมีแหล่งกำเนิดความร้อนสูง เช่น ห้องคอมพิวเตอร์เกมมิ่ง

    สรุปขนาดห้อง vs BTU

    ขนาดห้อง (ตร.ม.) BTU ที่แนะนำ (ห้องปกติ) BTU ที่แนะนำ (ห้องโดนแดดจัด)
    9 – 13 ตร.ม. 9,000 BTU 12,000 BTU
    14 – 18 ตร.ม. 12,000 BTU 15,000 – 18,000 BTU
    19 – 24 ตร.ม. 18,000 BTU 21,000 – 24,000 BTU
    25 – 32 ตร.ม. 24,000 BTU 30,000 BTU

    3 ปัจจัยลับที่คุณ “ต้อง” บวก BTU เพิ่ม

    เรื่องหนึ่งที่ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณ BTU จากปกติจะประหยัดงบแต่ต้องเพิ่มเงินเป็นเพราะ

    1. เพดานสูงเกิน 2.5 เมตร: หากห้องคุณมีเพดานสูงแบบ Double Volume ควรบวก BTU เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 – 10% เพราะมวลอากาศในห้องมีมากกว่าปกติ
    2. จำนวนคนในห้อง: หากเป็นห้องที่มีคนอยู่มากกว่า 2 คนขึ้นไปเป็นประจำ ให้บวกเพิ่มอีก 500 BTU ต่อคนครับ
    3. อุปกรณ์ไฟฟ้าคายความร้อน: สำหรับชาวไอทีที่มี Gaming PC สเปกแรง หรือเครื่องขุดเหรียญดิจิทัล อุปกรณ์เหล่านี้คายความร้อนสูงมาก ควรเลือกแอร์เผื่อไปอีก 1 สเต็ปเสมอ

    222557-thumbnail

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/hitech/1622202/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3oJYxwv9qX-S88WNlnJGIW

  • ‘วิทัย‘ ลุยปราบทุนเทา จ่อออกประกาศใน 2สัปดาห์ คุม ’ฝาก-ถอนเงินสด‘ เกิน 5 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์

    ‘วิทัย‘ ลุยปราบทุนเทา จ่อออกประกาศใน 2สัปดาห์ คุม ’ฝาก-ถอนเงินสด‘ เกิน 5 ล้าน ต้องแจงวัตถุประสงค์

    นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มองว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆแบงก์ชาติเองต้องปรับบทบาทจากการพึ่งพาเครื่องมือดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้มาตรการเฉพาะจุด (Targeted measures)มากขึ้น เพื่อให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพและตรงจุดยิ่งขึ้น
     

    โดยหนึ่งในบทบาทเชิงรุกของแบงก์ชาติในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ  ที่มองว่าต้องเร่งจัดการ คือการปราบปรามทุนเทาและธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติ

    ในมิติการป้องปรามอาชญากรรมทางการเงิน ธปท.ได้มีการกำกับดูแลระบบโอนเงินและช่องทางดิจิทัลอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยที่ ธปท.เตรียมออกคำสั่งคุมเข้มธุรกิจ e-Money มากขึ้นและผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นบัญชีม้าจะถูกจำกัดวงเงินการโอนเงิน

    ทั้งนี้ ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ธปท.ได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ ซึ่งผลที่ได้ถือว่ามีประสิทธิผล โดยสามารถลดปริมาณธุรกรรมที่น่าสงสัยลงอย่างมีนัยสำคัญ

    จากผลลัพธ์ดังกล่าว ธปท. จึงเตรียมออกเกณฑ์ใหม่เพื่อกำกับดูแลการเบิกเงินสดและการฝากเงินสดจำนวนมาก ภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อยกระดับมาตรการให้เป็นระบบถาวรมากขึ้น

    สำหรับรายละเอียดของเกณฑ์ใหม่ จะกำหนดให้การถอนเงินสดและการฝากเงินสดในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท หากเกินกำหนดดังกล่าว สถาบันการเงิน ต้องดำเนินการสอบถามวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Due Diligence) อย่างเข้มงวด

     “หากลูกค้ามีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจนหรือเป็นการใช้เงินเพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัวที่อธิบายได้ ก็ยังสามารถทำธุรกรรมได้ตามปกติ แต่หากต้องการเบิกเงินสดหรือฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาทจะต้องผ่านการตรวจพิสูจน์อย่างเข้มงวด และหากไม่สามารถชี้แจงเหตุผลทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ธนาคารจะมีสิทธิไม่อนุญาตให้ทำรายการ เพื่อบังคับให้เงินนอกระบบหรือเงินที่เก็บไว้นอกระบบต้องแสดงที่มาหากต้องการเข้าสู่ระบบธนาคาร และหากมีความจำเป็นมากขึ้นในระยะถัดไป อาจปรับลดวงเงินการถอนเงินสดและฝากเงินสดลงเหลือ 3ล้านบาทต่อไป”
     

    โดย เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการป้องปรามการใช้เงินสดในกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ธุรกรรมผิดกฎหมายและการฟอกเงิน เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางทางการเงินอื่นที่สะดวกและปลอดภัยกว่า เช่น การโอนเงินหรือการใช้เช็ค

    ซึ่งมาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความโปร่งใสของระบบเศรษฐกิจไทย และปิดช่องโหว่ของทุนสีเทาที่พยายามหลบเลี่ยงผ่านสินทรัพย์ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงินดอลลาร์ หรือคริปโทเคอร์เรนซีอย่าง USDT ซึ่ง ธปท. กำลังติดตามอย่างใกล้ชิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/1222656&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xYAOSD1G-Fyj8vEyTDinx

  • กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 ‘ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย’ 0.25% เหลือ 1%

    กนง. มีมติ 4 ต่อ 2 ‘ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย’ 0.25% เหลือ 1%

    เปิดประชุม กนง.ครั้งแรกของปี โดยมีมติ 4 ต่อ 2 ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และบรรเทาภาระทางการเงินในช่วงที่ความเสี่ยงยังอยู่ในระดับสูง

    นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569

    คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.25 เป็นร้อยละ 1.00 ต่อปี

    โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.25 ต่อปี

    เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ และไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

    ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงาน และมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม

    รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

    กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.25 เป็น ร้อยละ 1.00 เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

    ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ร้อยละ 1.25 โดยเห็นว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจ และเงินเฟ้อ และการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจ

    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง รวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง และเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง

    สะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอ และสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำจากปัจจัยเชิงโครงสร้างไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว

    แต่จำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิต และขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมทั้งมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดอื่น

    เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด

    โดยเฉพาะการลงทุน และการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570 อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

    โดยแม้การส่งออกสินค้า และการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญ และสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต

    ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568 ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐ ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท 

    อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงาน และมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม และถูกกดดันเพิ่มเติมจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง และกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ

    โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้จากช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เป็นช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากที่ประเมินไว้เช่นกัน และทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

    ทั้งนี้ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้า และบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง โดยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางปรับลดลงบ้างแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด

    อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงิน และตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงิน และบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจ และครัวเรือน

    อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่ และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงิน และการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

    อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์ สรอ. ปรับแข็งค่าตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจัยเฉพาะของไทย โดยการแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมภาวะการเงินของผู้ส่งออกโดยเฉพาะสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง และอัตรากำไรต่ำ

    คณะกรรมการฯ กังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินประสิทธิผล และความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำ และธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

    ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอ และสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

    อีกทั้งสนับสนุนให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลาง ในขณะเดียวกัน ควรติดตามนัยของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อการสะสมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง และให้ความสำคัญกับขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัด

    พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/1222692&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WOFE5gfBT7VCdATRWgurn

  • กนง. ส่งสัญญาณผ่อนคลาย! หั่นดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% สู้เศรษฐกิจซึม – เงินเฟ้อหลุดเป้า

    กนง. ส่งสัญญาณผ่อนคลาย! หั่นดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1% สู้เศรษฐกิจซึม – เงินเฟ้อหลุดเป้า


    กนง. มีมติ 4:2 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1% ต่อปี โดยมีผลทันที เพื่อเร่งบรรเทาภาระหนี้ให้ SMEs และครัวเรือนท่ามกลางภาวะสินเชื่อหดตัวและเงินบาทแข็งค่า

    กนง. มีมติ 4:2 เสียง ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1% ต่อปี โดยมีผลทันที เพื่อเร่งบรรเทาภาระหนี้ให้ SMEs และครัวเรือนท่ามกลางภาวะสินเชื่อหดตัวและเงินบาทแข็งค่า พร้อมยอมรับเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตตัวต่ำกว่าศักยภาพต่อเนื่องถึงปี 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปส่อแววเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่เคยประเมินไว้

    นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม โดยระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1%  ต่อปี โดยให้มีผลทันที เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือน รวมถึงยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

    ขณะที่ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อปี โดยเล็งเห็นว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ด้านสินเชื่อรวมยังคงหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น สภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

    ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 คาดทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้ จากช่วงครึ่งปีแรก เป็นช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม และถูกกดดันเพิ่มเติมจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ หรือลดลงเล็กน้อยจากที่ประเมินไว้

    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง รวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง และเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

    โดยอัตราดอกเบี้ยในสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/40578&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CXyw_oKRTbd0CMxIoMImV

  • ด่วน! “กนง.” มีมติ 4:2 ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 1.00% มีผลทันที

    ด่วน! “กนง.” มีมติ 4:2 ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 1.00% มีผลทันที

    เมื่อวันที่ 25 ก.พ.69 มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า ที่ประชุม มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที

    ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อปี

    #กนง #ดอกเบี้ยนโยบาย #ลดดอกเบี้ย #เศรษฐกิจไทย #ข่าวเศรษฐกิจ #แบงก์ชาติ #นโยบายการเงิน #ดอกเบี้ยล่าสุด #ข่าวด่วนเศรษฐกิจ #การเงินการลงทุน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/131336&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3djm_WEDTJmFkCt8wJtROW

  • โรงเรียนตันตรารักษ์จับมือนิวซีแลนด์ ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล

    โรงเรียนตันตรารักษ์จับมือนิวซีแลนด์ ยกระดับการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/131402&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qP7pNhij7axOGpY_99cg5

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D580195&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3UPUo4LxoPPlkj7E7rBR-7

  • DSI ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานศาลปกครอง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์

    DSI ต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานศาลปกครอง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์

    เผยแพร่: 25 ก.พ. 2569 15:58 น. ปรับปรุง: 25 ก.พ. 2569 15:58 น. เปิดอ่าน 20 ครั้ง  
    Line Facebook Twitter

         วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 1 อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรี จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้มอบหมายให้ นายเอกชัย พ่วงพรพิทักษ์ ผู้อำนวยการส่วนคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เป็นประธานให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนความรู้แก่คณะผู้เข้าศึกษาดูงานจากสำนักงานศาลปกครอง

         การศึกษาดูงานในครั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ และภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ การบูรณาการและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อรับมือกับปัญหาอาชญากรรมสแกมเมอร์ รวมถึงแนวโน้มสถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในอนาคต

        โอกาสนี้ ผู้แทนจากสำนักงานศาลปกครองได้แสดงความเห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ ในการรับมือกับอาชญากรรมในยุคดิจิทัลที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

        การแลกเปลี่ยนความรู้ดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและร่วมกันสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/th/Detail/b8a220ed8a434defbdc4b31e2b5ac9e3&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3h04IURcNF_Mx307EPJHKC

  • กสทช.เตือนค่ายมือถือทุกราย เข้มงวดการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับเยาวชน

    กสทช.เตือนค่ายมือถือทุกราย เข้มงวดการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับเยาวชน

    กสทช.เตือนค่ายมือถือทุกราย เข้มงวดการลงทะเบียนซิมการ์ดสำหรับเยาวชน

    วันนี้, 15:46น.

              จากเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลอ้างตัวเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายบริษัทมือถือรายใหญ่ เข้ามาขอความร่วมมือจากโรงเรียนในจ.เชียงใหม่ โดยอ้างว่า จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา และมีการสแกน บัตรประชาชนและใบหน้าเด็กนักเรียน คนละหลายครั้ง

              นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วันนี้ (25 ก.พ. 2569) สำนักงาน กสทช. ได้ออกหนังสือเวียนกำชับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้บังคับใช้มาตรการลงทะเบียนซิมการ์ดอย่างเคร่งครัด หลังจากตรวจพบกรณีการเปิดใช้งานซิมการ์ดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และเปิดใช้หลายเบอร์ มีความเสี่ยงที่อาจนำซิมไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย โดยเด็กไม่ทราบ

               นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการดูแลการใช้งานโทรศัพท์มือถือของบุตรหลาน พร้อมแนะนำให้ติดตาม และตรวจสอบการลงทะเบียนซิมที่ใช้งานอยู่ในครอบครัว เพื่อป้องกันการนำซิมไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต หากประชาชนพบเบาะแส หรือต้องการร้องเรียนเรื่องการลงทะเบียนซิมผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน สำนักงาน กสทช. หมายเลขโทร.1200  

              สำหรับหนังสือเวียนให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายปฏิบัติการลงทะเบียนซิมอย่างเคร่งครัด มีรายละเอียด ดังนี้

    1. การลงทะเบียนซิมเพื่อเปิดให้บริการ จะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้บริการที่ลงทะเบียน เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้บริการโทรคมนาคมเท่านั้น

    2. ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่ต้องกำกับดูแลพนักงานและลูกจ้างในสังกัด รวมถึงตัวแทนจำหน่ายและจุดบริการที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการลงทะเบียนเปิดใช้บริการให้กับผู้ใช้บริการให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ กสทช. โดยเคร่งครัด หากมีเหตุที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งเกิดจากการดำเนินการของจุดให้บริการ ผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบการกระทำนั้นๆ เสมือนเป็นผู้ดำเนินการเองทุกกรณี

    3. เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตรวจสอบและจำกัดอายุผู้ลงทะเบียนเปิดใช้งานซิมการ์ด โดยกรณีบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และจะต้องตรวจสอบและจัดเก็บข้อมูลผู้ปกครองที่ให้ความยินยอมนั้นด้วย

    4. ให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการปรับปรุงระบบการลงทะเบียนซิมให้รองรับการดำเนินการสำหรับบุคคลอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้เสร็จภายในเดือน มี.ค. 2569 โดยในระหว่างนี้ที่การปรับปรุงระบบยังไม่เสร็จ ให้ผู้ปกครองต้องยินยอมการเปิดซิมให้แก่เด็ก และต้องจัดเก็บข้อมูลผู้ปกครอง โดยให้ลงทะเบียนเปิดใช้ซิมการ์ดได้เฉพาะจุดบริการที่มีการใช้อุปกรณ์ Smart Card Reader เท่านั้น

    และ 5. ให้ผู้ให้บริการตรวจสอบ และคัดกรองข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่มีการลงทะเบียนเปิดใช้งานซิมการ์ดมากกว่า 1 เลขหมาย และทำการระงับบริการเลขหมายที่มีการลงทะเบียนหรือมีพฤติกรรมการใช้งานอันควรสงสัยเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมทั้งรายงานผลการคัดกรอง และการระงับบริการมายังสำนักงาน กสทช. ภายใน 3 วันทำการ

    #เข้มเยาวชนลงทะเบียนซิม

    #กสทช

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/th/site/news/view/159526&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0G6Qaf97oz-Hfqbd7jiIn2