Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ผ่าตัดใหญ่เศรษฐกิจไทย: สั่งยาแรงหรือแค่แจกยาพารา?

    ผ่าตัดใหญ่เศรษฐกิจไทย: สั่งยาแรงหรือแค่แจกยาพารา?

    ในสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เปิดแฟ้มประวัติ “คนไข้” ที่ชื่อประเทศไทย ผู้ซึ่งกำลังนอนป่วยด้วยโรค “แก่ก่อนรวย” ในวอร์ดผู้ป่วยรายได้ปานกลางอย่างน่าเป็นห่วง เราได้เห็นแล้วว่าอาการป่วยของเราเกิดจากโรคแทรกซ้อนนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคหนี้ท่วม โรคขาดนวัตกรรม และที่ร้ายที่สุดคือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องด้านการลงมือทำ ทำให้เราเสี่ยงต่อการเข้าสู่ “วัฏจักรอุบาทว์ของการเติบโตต่ำ” ที่จะฉุดรั้งประเทศให้จมดิ่งลงไปอีก

    เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว คำถามสำคัญที่ต้องถามต่อในวันนี้คือ “แล้วจะรักษากันอย่างไร?” เราจะยอมทนเจ็บเพื่อ “ผ่าตัดใหญ่” ปฏิรูปโครงสร้างที่ผุพัง หรือจะเลือกทางสบายเพียงแค่กิน “ยาพารา” อย่างนโยบายกระตุ้นระยะสั้น แล้วปล่อยให้เนื้อร้ายลุกลามต่อไปอย่างเงียบๆ?

    ยาดีมีเต็มตู้ แต่คนปรุงยาไร้ฝีมือ

    หากเปรียบประเทศไทยเป็นห้องครัว เรามีตำราอาหารชั้นเลิศ (แผนยุทธศาสตร์ชาติ, Thailand 4.0, BCG Model) วางเรียงรายเต็มชั้น มีวัตถุดิบชั้นดี (ภาคเอกชนที่เก่งกาจ, คนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ) อยู่ในตู้เย็น แต่ปัญหาคือ “พ่อครัว” หรือ “รัฐ” ของเรานั้นดูจะสับสนอลหม่านไปหมด

    พ่อครัวของเราหยิบตำราขึ้นมาอ่านทุกวัน แต่กลับไม่เคยปรุงตามสูตรเป๊ะๆ ผู้ช่วยในครัว (หน่วยงานราชการ) ต่างคนต่างทำ ไม่มีการประสานงานกัน ซ้ำร้าย พ่อครัวยังเปลี่ยนใจบ่อยเสียยิ่งกว่าอากาศประเทศไทย เดี๋ยวจะทำต้มยำกุ้ง อีกสักพักเปลี่ยนเป็นผัดไทย สุดท้ายอาหารที่ออกมาจึงเป็นเมนูพิสดารที่ไม่มีใครกินได้ ทั้งๆ ที่ตำราและวัตถุดิบดีเลิศ นี่คือภาพสะท้อนของสิ่งที่เรียกว่า “ความสามารถของรัฐที่อ่อนแอ” (Weak State Capacity)

    บทความใน Bangkok Post ชี้ให้เห็นว่า การปฏิรูปเศรษฐกิจใดๆ จะไม่สามารถสำเร็จได้เลยหากปราศจากการเสริมสร้างความสามารถของรัฐ [1] ซึ่งเป็นปัญหาที่แท้จริงที่ฉุดรั้งประเทศไทยมานานหลายทศวรรษ ประสบการณ์จากประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลของพวกเขามีระบบราชการที่แข็งแกร่ง เป็นมืออาชีพ และทำงานร่วมกับภาคเอกชนได้อย่างมีวินัย ไม่ใช่ทำงานแบบไซโลหรือเปลี่ยนนโยบายไปตามลมการเมือง

    ตราบใดที่ “พ่อครัว” ยังไร้ฝีมือและจัดระเบียบครัวของตัวเองไม่ได้ ต่อให้มีตำราอาหารที่ดีที่สุดในโลก ประเทศไทยก็ไม่มีวันได้ลิ้มรสอาหารจานเด็ดที่ชื่อว่า “การเติบโตอย่างยั่งยืน” 

    ยาขนานแรกที่ต้องกิน: ผ่าตัดระบบ “สร้างคน”

    ก่อนจะฝันถึงอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง เราต้องกลับมาดูความจริงอันน่าเจ็บปวดที่ว่า “ช่าง” ของเราพร้อมหรือไม่? รายงานจากหลายสำนักชี้ตรงกันว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตทักษะ” (Skills Crisis) อย่างรุนแรง

    ตัวเลขจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) นั้นน่าตกใจ: ประชากรวัยแรงงานจำนวนมหาศาลของไทยมีทักษะพื้นฐานด้านการอ่านเขียนคำนวณ (Literacy) และทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ [2] [3] พูดง่ายๆ คือ เรากำลังจะขับยานอวกาศ แต่ประชากรส่วนใหญ่ยังอ่านคู่มือการใช้งานไม่ออกด้วยซ้ำ

    “A lack of skilling significantly undermines labour productivity by limiting workers’ ability to adapt to technological advancements, perform complex tasks, and innovate.” – UNICEF Thailand [4]

    คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่า การขาดทักษะไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของตัวแรงงาน แต่เป็นตัวบ่อนทำลายผลิตภาพของประเทศโดยตรง เราจะสร้างนวัตกรรมได้อย่างไรในเมื่อแรงงานของเราไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้? การคาดการณ์ว่า 44% ของงานในไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่นับถอยหลังรอวันระเบิด [5]

    ดังนั้น การ “ผ่าตัดใหญ่” ระบบการศึกษาและการพัฒนาทักษะจึงเป็นยาขนานแรกที่จำเป็นที่สุดและเร่งด่วนที่สุด เราต้องเลิกผลิต “บัณฑิตกระดาษ” ที่มีความรู้แต่ทำงานไม่เป็น แล้วหันมาสร้าง “ช่างฝีมือ” ที่พร้อมสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ โมเดลการศึกษาสายอาชีวะแบบทวิภาคี (Dual Vocational Education) ที่ให้ผู้เรียนได้เรียนในห้องเรียนควบคู่ไปกับการฝึกงานจริงในโรงงาน คือตัวอย่างที่ดีที่ต้องขยายผลไปทั่วประเทศ ไม่ใช่ทำแบบประปรายอย่างที่เป็นอยู่

    สั่งยาแรงขนานต่อไป: ปฏิรูปกฎระเบียบ-ส่งเสริมนวัตกรรม

    เมื่อ “คน” พร้อมแล้ว ยาขนานต่อไปที่ต้องกินควบคู่กันไปคือการผ่าตัด “กฎระเบียบ” (Regulations) ที่รกรุงรังและเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อ “นวัตกรรม” (Innovation) อย่างแท้จริง

    ทุกวันนี้ การขอใบอนุญาตในประเทศไทยยังคงเป็นฝันร้ายของนักลงทุน ขั้นตอนที่ซับซ้อน การใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และกฎหมายที่ล้าสมัยเป็น “ต้นทุนที่มองไม่เห็น” ที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเราลดลง การปฏิรูปกฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ต้องไม่ใช่แค่การตัดกิ่งไม้ แต่ต้องเป็นการถอนรากถอนโคนกฎหมายที่ไม่จำเป็นและเป็นภาระทิ้งไป

    ในด้านนวัตกรรม รัฐต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ควบคุม” มาเป็น “ผู้สนับสนุน” เงินทุนวิจัยต้องถูกจัดสรรอย่างมีกลยุทธ์ไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ เช่น อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Manufacturing) ที่ธนาคารโลกชี้ว่าเป็นทางรอดใหม่ของเศรษฐกิจไทย [6] และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องสร้างความร่วมมือที่เชื่อใจได้ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อให้งานวิจัยบนหิ้งสามารถถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายได้จริงในตลาดโลก

    บทสรุป: ถึงเวลาเลือกอนาคต

    เส้นทางข้างหน้าของประเทศไทยมีสองทางเลือกที่ชัดเจน
    1. ทางเลือกยาพารา : ทำทุกอย่างเหมือนเดิม หวังพึ่งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น แจกเงิน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างใดๆ เปรียบเหมือนการกินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ แต่ปล่อยให้มะเร็งร้ายกัดกินร่างกายต่อไป สุดท้ายก็จะเข้าสู่วัฏจักรอุบาทว์และตายอย่างช้าๆ
    2. ทางเลือกผ่าตัดใหญ่ : ยอมรับความจริงที่เจ็บปวดและลงมือปฏิรูปอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่การเสริมสร้างความสามารถของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ, ผ่าตัดระบบการศึกษาเพื่อสร้างคนให้ตรงกับความต้องการของโลกอนาคต, และทลายกำแพงกฎระเบียบที่ขัดขวางการเติบโต การผ่าตัดนี้จะเจ็บปวดในระยะสั้น อาจมีเสียงคัดค้านจากผู้ที่เสียผลประโยชน์ แต่เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ประเทศไทยหายจากโรค “แก่ก่อนรวย” และกลับมามีที่ยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้ง

    วันนี้ เรามีข้อมูล มีตำรา และมีบทเรียนจากทั่วโลกมากพอแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ใช่ “ความรู้” แต่เป็น “ความกล้า” ที่จะตัดสินใจเลือกทางที่ถูกต้อง ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจจะต้องแสดงภาวะผู้นำและเลือกอนาคตให้ประเทศ ก่อนที่ “คนไข้” รายนี้จะหมดโอกาสรอด

    อ้างอิง:

    • [1] Sumano, B. (2026, February 11). Reinvent Thailand to revive growth. Bangkok Post. Retrieved from https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/3194743/reinvent-thailand-to-revive-growth
    • [2] Asian Development Bank. (2023). Skills and the Future of Work in Thailand. Retrieved from ADB publications.
    • [3] OECD. (2025, July 15). OECD Skills Strategy Thailand. Retrieved from https://www.oecd.org/en/publications/oecd-skills-strategy-thailand_153a1fe6-en/full-report/key-insights-and-recommendations-for-thailand_ae342be7.html
    • [4] UNICEF Thailand. (2025, July 1). Human Capital Development in Thailand. Retrieved from https://www.unicef.org/thailand/media/15546/file/unicef%20Human%20Capital%20Development%20in%20Thailand_final_ENG.pdf.pdf
    • [5] UNICEF Thailand. Make your company SHINE with young talent!. Retrieved from https://www.unicef.org/thailand/make-your-company-shine-young-talent
    • [6] The World Bank. (2026, February 11). Thailand’s Next Phase of Growth Depends on Industries of the Future. Retrieved from https://www.worldbank.org/en/news/press-release/2026/02/11/thailand-s-next-phase-of-growth-depends-on-industries-of-the-future

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/economics-analyze/652241&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3M04ae9svy3IPbu8bt42QM

  • ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    เตรียมแพ็คกระเป๋า! การรถไฟฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับ รับฤดูร้อน 2569 กับขบวนรถไฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายนนี้

    ซัมเมอร์นี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เชิญชวนนักเดินทางร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวทางรถไฟ รับฤดูร้อน ปี 2569 ไปกับ 2 ขบวนรถนำเที่ยวยอดฮิต SRT Royal Blossom และ KIHA 183 ที่จะทำให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำสุดประทับใจ ตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนนี้

    สัมผัสความหรูหรา แบบไปเช้าเย็นกลับ กับขบวนรถ SRT Royal Blossom

    เปิดประสบการณ์การเดินทางแบบเหนือระดับ (VIP) ไปกับขบวนรถไฟหรูที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยกระจกโค้ง 180 องศา ให้คุณเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาตลอดสองข้างทาง พร้อมบริการแบบจัดเต็ม ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม รถบัสปรับอากาศนำเที่ยว ประกันอุบัติเหตุ และของที่ระลึกสุดพิเศษ โดยมี 3 เส้นทาง 9 ทริปให้เลือก ดังนี้

    • เที่ยวหัวหิน…ขบวนรถไฟสายโรแมนติก : สัมผัสเสน่ห์ทะเลงามและฟ้าใส เดินทางวันที่ 7, 8 และ 15 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 2,499 บาท (สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีบริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)
    • เที่ยวลพบุรี…ตามรอยสมเด็จพระนารายณ์ : ชมทางคู่ลอยฟ้าและสัมผัสวิถีบ้านสวนขวัญ เดินทางวันที่ 21, 22, 28 และ 29 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 2,299 บาท (บริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)
    • เที่ยวอยุธยา…นั่งรถไฟหรูหรา ชมวัดโบราณ : พร้อมกิจกรรมล่องเรือชิมอาหารระดับมิชลิน เดินทางวันที่ 25 และ 26 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 2,399 บาท (บริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)

    คลาสสิก อบอุ่น สไตล์ญี่ปุ่น 2 วัน 1 คืน กับขบวนรถ KIHA 183

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในกลิ่นอายความดั้งเดิม ขบวนรถไฟญี่ปุ่นแท้ KIHA 183 พร้อมมอบความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองในรูปแบบทริปค้างคืน จ่ายราคาเดียวคุ้มค่า ครอบคลุมทั้งบริการอาหารครบทุกมื้อ โปรแกรมนำเที่ยว รถบัสปรับอากาศ ประกันอุบัติเหตุ และที่พัก มีให้เลือก 4 เส้นทาง ดังนี้

    • ทะเลใสแสมสาร @จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี : เดินทางวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 4,499 บาท
    • ชวนนั่ง KIHA183 ชมวิวเที่ยวอุทยานเขาสามร้อยยอด @ประจวบคีรีขันธ์ : เดินทางวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 4,499 บาท
    • เที่ยวงานแก่งคอยย้อนรอยสงครามโลก ครั้งที่ 2 @แก่งคอย จังหวัดสระบุรี : เดินทางวันที่ 4 – 5 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 4,299 บาท
    • ย้อนรอยสยามงามล้ำ เที่ยวตลาดริมน้ำ @ราชบุรี : เดินทางวันที่ 25 – 26 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 4,299 บาท

    ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟฯ กล่าวย้ำว่า ทริปเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบความสุขในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

    • เริ่มจำหน่ายตั๋ว : วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป (พร้อมกันทั่วประเทศ)
    • ช่องทางการจอง : สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือระบบออนไลน์ D-Ticket 
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทรสายด่วน 1690 (ตลอด 24 ชั่วโมง), เว็บไซต์ www.railway.co.th หรือแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

    ดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่นี่!

    โปรแกรมนำเที่ยว SRT Royal Blossom ประจำเดือนมีนาคม – เมษายน 2569

    โปรแกรมท่องเที่ยว  KIHA 183 ประจำเดือนมีนาคม – เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1222727&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw266b1c0jNgXCyVrpaKb0zW

  • นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ ( 24 ก.พ. 69) ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมดนตรีของดีท่าศาลา โดยมีนายณัฐรินทร์ วงศ์ภิรพัทธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายมนตรี มานะต่อ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช นายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา นายอัครเดช ยุติธรรม นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ พ.ต.อ. จักรวรรดิ บุญทวีกุลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมยืนยันถึงความพร้อมในการจัดงาน

    “มหกรรมดนตรี ของดีท่าศาลา” เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าขึ้น และอำเภอท่าศาลา ที่ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงดนตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และเป็นการพัฒนาเมืองน่าเที่ยวที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสุขและความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง การใช้จ่าย และการพักค้างคืนในพื้นที่อำเภอท่าศาลาและพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน และเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของ จังหวัด รวมถึงสร้างการรับรู้้ถึงสินค้าของดีอำเภอท่าศาลา ผ่านงานมหกรรมดนตรี ของดี ท่าศาลา โดยงานครั้งนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ฟรีคอนเสิร์ต ที่มีศิลปินระดับประเทศ ศิลปินท้องถิ่นและร้านค้า ร้านอาหารมากมาย โดยวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 พบกับ มินตรา อินทิรา, เบนซ์ พริกไทย, บ่าววี, วุฒิ ป่าบอน วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 พบกับ หนุ่ม กะลา, getsunova, แทมมะรีน และวงกลม จะมาร่วมสร้างความสุขเติมเต็มอารมณ์ และทำให้ค่ำคืนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำดีๆ

    นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจาก วง 629 Band เพื่อเพิ่มสีสันของงานแสดง การแสดงนางเอกหนังลุง จากวิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง มีการเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีผ่านกระบวนการสมัครและคัดเลือก โดยการส่งคลิปวิดีโอเพื่อเข้าร่วมการออดิชัน ก่อนจะคัดเลือกวงที่มีความสามารถโดดเด่นให้ได้ขึ้นแสดงบนเวทีจริงภายในงาน มีการจัดโซนของดีท่าศาลา นำอาหารอร่อยขึ้นชื่อของอำเภอท่าศาลาและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อม Food Truck หลากหลายสไตล์มากถึง 80 ร้าน ที่มาร่วมสร้างสีสันและความคึกคัก ตลอดงาน ชิมเพลิน เดินสนุก พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที พิเศษสำหรับ 50 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนในงานแต่ละวัน รับรางวัลทันที 

    การจัดงานในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และเป็นกลไกในการกระตุ้น การเดินทางของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสพื้นที่จริง ขยายระยะเวลาการพักค้างคืน และเชื่อมโยงการท่อง เที่ยวจากเมืองหลักสู่พื้นที่ท่องเที่ยวรองเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นให้เกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม 2569 ณ แกรนด์ แคนยอนท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/467285&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SLyAIC-3f_CQd9NY8KTSo

  • ศึกแข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ศึกแข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    จ.เพชรบุรี แถลงเตรียมจัดศึก “แข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    ที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ จังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีครั้งยิ่งใหญ่ของจังหวัด “การแข่งขันวัวเทียมเกวียน ประจำปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี วิถีแห่งประเพณี” พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความพร้อมอย่างคึกคัก ประกอบด้วย นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี, จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี เขต 3, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด, นางปณิดาภา สวนแก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเพชรบุรี และ นายประสงค์ หอมนาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าเสน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสืบสานตำนานวิถีชีวิตและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านลาด(หลังใหม่) ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

    ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า อำเภอบ้านลาดเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่ผูกพันกับอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำน้ำตาลโตนด และเลี้ยงวัว วิถีชีวิตของคนบ้านลาดมีความสงบเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และมีอัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะบ้านทรงไทย อาหารพื้นถิ่นอย่างแกงหัวตาล แกงหลอก รวมถึงเอกลักษณ์ของสำเนียงเสียงเหน่อภาษาบ้านลาดที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทางอำเภอบ้านลาด องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีของอำเภอบ้านลาดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด กล่าวเพิ่มเติมถึงความพร้อมในการจัดงานว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษยิ่งที่อำเภอบ้านลาดครบรอบ 109 ปี ทางอำเภอได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของสถานที่จัดการแข่งขัน ระบบรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เราพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอของดีและวิถีชีวิตที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านลาดให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

    สำหรับการจัดงานการแข่งขันวัวเทียมเกวียนปีนี้ กำหนดจัดขึ้น ณ ทุ่งถ้ำรงค์ บริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด กิจกรรมภายในงาน ชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ วัวเทียมเกวียนจิ๋ว วัวเทียมไถ การแข่งขันวัววิ่งลู่ การประกวดวัวเทียมไถสวยงาม และสนุกสนานกับการละเล่นกีฬาวัวลาน

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงนิทรรศการของดี วิถีบ้านลาด และกิจกรรมลานวัฒนธรรมที่สะท้อนถึง เรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอำเภอบ้านลาด อาทิการแข่งขันเฉาะตาล กินลูกตาล การประกวดทะลายตาล การแข่งขันจับหมูด้วยมือเปล่า และการสาธิตล้มวัวด้วยมือเปล่า

    ชมการแสดงดนตรีพื้นบ้านจังหวัดเพชรบุรี การแสดงดนตรีสดจากหลากหลายศิลปิน และการจำหน่ายอาหารและของดีบ้านลาด ของดีเพชรบุรี ที่นำเสนออาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลากหลาย เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับเสน่ห์ของอำเภอบ้านลาด เพชรบุรี

    นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทุก สามารถมาร่วมย้อนสู่ความงามตามวิถีแห่งท้องถิ่นเมืองเพชรบุรี ในงาน “การแข่งขันวัวเทียมเกวียน ประจำปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี” ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2569 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2916395&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tyriaMTM_tqmSWl90pzoC

  • ชมรมไทยบริการ ทท.ภาคเหนือ จับมือสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อมเส้นทาง 4 ฤดู  | เดลินิวส์

    ชมรมไทยบริการ ทท.ภาคเหนือ จับมือสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อมเส้นทาง 4 ฤดู  | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นางสาวกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยแล้ว สวิตเชอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำที่โดดเด่น ในเรื่องของภูมิทัศน์ที่งดงามความมีมิตรไมตรี และประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายสำหรับทุกฤดูกาล สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างการมีส่วนร่วม และแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยผ่านโครงการต่างๆ ครั้งนี้ได้เริ่มสานสัมพันธ์ประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Travel Better ตอกย้ำความมุ่งมั่น เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ ประเทศในฝันที่อยากพาทุกคนไปท่องเที่ยวด้วย ได้เปลี่ยนบรรยากาศจาก เชียงใหม่ ไปสูดอากาศสุดสะอาด สัมผัสสายน้ำสีเทอร์ควอยซ์ นั่งจิบกาแฟริมทะเลสาบที่สวยดั่งเทพนิยาย การเดินทางสะดวกสบาย ปิดท้ายเดินเที่ยวเมืองเก่าที่สุดแสนโรแมนติกด้วยกัน

    นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ครองใจนักท่องเที่ยวชาวไทย จากการที่อินฟลูเอนเซอร์ได้แชร์ ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ประทับใจ อย่างเช่น แบงค์ (Instagram: @bankpyt) และ ผิง (Instagram: @phingpit) อินฟลูเอนเซอร์ชาวเชียงใหม่ เมื่อไม่นานมานี้ทั้งสองท่านได้เลือกประเทศสวิตเซอร์แลนด์สำหรับท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (autumn) ซึ่งเป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่สวยและยังเป็น hidden season ที่นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพจะหลงรัก สวิตเซอร์แลนด์ มากขึ้น ทั้งสองได้ถ่ายภาพ pre-wedding พร้อมติด hashtag#sayYesinSwitzerland คอนเทนต์เหล่านี้ล้วนสร้างแรงบันดาลใจ ชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยปักหมุด เพื่อออกเดินทาง ไปสัมผัสความโรแมนติกและเสน่ห์ของสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเอง

    นายบาทิสท์ พิเล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เรามั่นใจว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นตลาดที่สำคัญ สำหรับการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกทั้ง เราจะเดินหน้านำเสนอสินค้า และบริการทางการ ท่องเที่ยวใหม่ ๆ รวมถึงจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากตลาดการ ท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพ แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยท้องถิ่น โดยในปี 2568 พบอัตราการหดตัว 10%เมื่อเทียบกับปี 2567 อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยยังคงเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง และเดิบโตที่สุดในเอเชียเมื่อปี 2562 ทั้งนี้สวิตเซอร์แลนด์ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะชื่อเลียง ด้านความปลอดภัยความสะอาด และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว จากผลสำรวจล่าสุดโดย Tourism Monitor Swizerand (TMS) เปิดเผยว่าปัจจับหลัก ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยากเดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ได้แก่ ธรรมชาติที่สวยงาม (16%และทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ (14%)

    ด้านนางสาวธันย์ชนก น่วมมะโน ผู้จัดการการตลาดสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ระบุว่า กลยุทธ์ในปี 2026 จะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์ “Swisstainable” ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้นำระดับโลก โดยมุ่งเน้น 5 เสาหลัก คือ การเที่ยวได้ทุกฤดูกาล, การกระจายตัวสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่, การพักแรมที่นานขึ้น, การใช้พลังงานสะอาดในการเดินทาง และการเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งนี้ การจัดงานที่เชียงใหม่ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ (TTAA Northern Chapter) และสื่อมวลชน เพื่ออัพเดตข้อมูลการเดินทางใหม่ ๆ เช่น ระบบ ChocoPass และเส้นทางรถไฟ Grand Train Tour ที่เป็นไฮไลท์สำคัญในปี 2026 เพื่อตอบรับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและกลุ่มคนทำงานยุคใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5634145/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bsqagw60qZItsbbeKPsNu

  • เกาหลีใต้คลอดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คลายวีซ่า-ดันสนามบินภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้คลอดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คลายวีซ่า-ดันสนามบินภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวขาเข้า ครอบคลุมการผ่อนคลายกฎวีซ่าและเพิ่มจุดผ่านแดนที่สนามบินภูมิภาค หวังลดการกระจุกตัวในเมืองหลวงและกระจายรายได้สู่นอกเมือง

    การประกาศมาตรการดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระดับชาติที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งมีปธน.อี แจ-มยอง นั่งเป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากหลายกระทรวงเข้าร่วม

    ภายใต้มาตรการใหม่นี้ รัฐบาลเตรียมผ่อนปรนขั้นตอนวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะเพิ่มอินโดนีเซียเข้าสู่โครงการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป รวมถึงเตรียมออกวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งอายุ 5 ปี ให้กับนักท่องเที่ยวจากจีน และประเทศในอาเซียนที่เคยเดินทางเข้าเกาหลีใต้มาก่อน รวมถึงวีซ่า 10 ปี สำหรับผู้เดินทางจากเมืองหลักของจีนและเวียดนาม

    ขณะเดียวกัน ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติจะขยายจาก 18 ประเทศในปัจจุบัน เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการผ่านแดน

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงสู่สนามบินภูมิภาค พร้อมกำหนดสิทธิ์การบินระหว่างประเทศบางส่วนให้สนามบินท้องถิ่นโดยเฉพาะ เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งเตรียมลดค่าธรรมเนียมสนามบินและให้เงินสนับสนุนเพื่อจูงใจสายการบินเปิดเส้นทางใหม่

    ทั้งนี้ ทางการคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเรือสำราญต่างชาติจะเพิ่มเป็นราว 1.7 ล้านคนในปีนี้ รัฐบาลจึงเตรียมขยายด่านตรวจคนเข้าเมืองและระบบรักษาความปลอดภัยที่ท่าเรือ พร้อมเพิ่มช่องตรวจแบบเร่งด่วนสำหรับเรือสำราญ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวขาเข้าที่เพิ่มขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/572004&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09UH_3xwAOKCNwXous7-h8

  • ท่องเที่ยว ภูเก็ต โตไม่หยุด CPN ทุ่ม 7,000 ล้าน ขยาย ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’

    ท่องเที่ยว ภูเก็ต โตไม่หยุด CPN ทุ่ม 7,000 ล้าน ขยาย ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’

    เศรษฐกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตฟื้นตัวและเติบโตอย่างร้อนแรง กลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ เซ็นทรัลพัฒนา ตัดสินใจทุ่มทุนกว่า 7,000 ล้านบาท เดินหน้าขยายเมกะมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ เพื่อรองรับโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองรูปแบบใหม่ หรือ Downtown Economy มุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว

    การลงทุนครั้งใหม่นี้ จะทำให้โครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ต มีมูลค่ารวมเพิ่มเป็นกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่โครงการรวม (GBA) 5 แสนตารางเมตร จากเดิม 3 แสนตารางเมตร ครอบคลุมที่ดิน 110 ไร่ พร้อมขยายพื้นที่ใหม่อีก 14 ไร่ โดยเพิ่มโซนลักชูรีเป็น 2 เท่า และสร้าง Ultimate Culinary Landmark และ World-Class Attractions ตั้งเป้าแล้วเสร็จครบทั้งระบบภายในปี 2028

    ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด CPN เปิดเผยว่า ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทตัดสินใจลงทุนในภูเก็ตจากการมองเห็นศักยภาพการเติบโตในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และหลังจากที่เปิดก็ได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

    ขณะเดียวกันเมื่อ 8 ปีก่อน บริษัทได้เปิดตัวโครงการ ภูเก็ต ฟลอเรสต้า เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอ และนำแบรนด์ไลฟ์สไตล์ลักชูรีระดับพรีเมียมเข้ามาบุกเบิกตลาด เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และสร้างอีโคซิสเต็มเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ โดยปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของศูนย์การค้าในภูเก็ตเป็นกลุ่มยุโรป ตามด้วยตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่มีกำลังซื้อสูง

    จะเห็นได้ว่าศักยภาพของภูเก็ตยังเติบโตชัดเจน สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาสูงกว่าช่วงก่อนโควิด โดยส่วนใหญ่มาจากรัสเซีย จีน อินเดีย และสหราชอาณาจักร มีนักท่องเที่ยวเฉลี่ยวันละ 6-8 หมื่นคน อีกทั้งเมืองยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าค้าปลีก ซึ่งครอบคลุมธุรกิจโรงพยาบาล เวลเนส และโรงแรม รองรับทั้งนักท่องเที่ยวและกลุ่มพำนักระยะยาว

    ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า การเติบโตของย่านดาวน์ทาวน์และการเกิดขึ้นของโครงการมิกซ์ยูสหลายแห่ง กำลังยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเมืองให้แข็งแกร่งขึ้น บริษัทจึงเดินหน้าขยายเมกะมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัล ภูเก็ต’ ใจกลางเมืองภูเก็ต ตอกย้ำยุทธศาสตร์ผลักดันจังหวัดสู่ The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์ที่สุดนอกกรุงเทพฯ ซึ่งจะสามารถรองรับเทรนด์ Global Wealth และ Long-stay Residents พร้อมขับเคลื่อน Downtown Economy ได้อย่างชัดเจน

    ด้านชาตรี โกวิทานุพงศ์ Head of Project Development กล่าวต่อถึงแผนพัฒนา Retail-Led Mixed-Use จะทยอยดำเนินการเป็นเฟส เริ่มจากการขยายพื้นที่ลักชูรีเพิ่มอีกเท่าตัว คาดเปิดไตรมาส 4/2026 จากนั้นจะยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและเพิ่มกิจกรรมการตลาด คาดเปิดไตรมาส 1/2028 รวมถึงพัฒนา Aquatic Experience และจะมี World-Class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ใหม่ 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3/2028

    นอกจากนี้ ในช่วงปี 2026–2029 ภูเก็ตยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการพัฒนา Branded Residences กว่า 4,700 ยูนิต จาก 26 โครงการ และโรงแรมลักชูรีใหม่กว่า 20 โครงการ รวม 5,200 ห้อง ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐานสำคัญอยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งการขยายสนามบินรองรับผู้โดยสาร 18 ล้านคนต่อปี โครงการทางด่วนสนามบินภูเก็ต – กะทู้ – ป่าตอง ที่จะลดเวลาเดินทางเหลือ 20 นาที รวมถึง Marina, Deep-sea Port และโรงพยาบาล

    ด้านศักยภาพเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันเซ็นทรัล ภูเก็ต มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยว ส่งผลให้หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศและมีค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงสุดในกลุ่ม Tourist Malls โดยสร้างยอดขายสูงถึง 2.5 เท่า

    “อย่างไรก็ตาม การยกระดับภูเก็ตสู่เมือง Shopping & Lifestyle ระดับโลก ไม่ใช่เรื่องใหม่ขององค์กร เพราะเราเป็นผู้บุกเบิกทำเล Strategic Location ใจกลางเมืองมากว่า 20 ปี” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/cpn-phuket-expansion/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aG7IqTHYYHL97AWykSVoi

  • ทรัมป์ แถลงนโยบายยาวสุดในประวัติศาสตร์ ชูผลงานเศรษฐกิจ เคลมคืนสันติภาพให้ไทย-เขมร

    ทรัมป์ แถลงนโยบายยาวสุดในประวัติศาสตร์ ชูผลงานเศรษฐกิจ เคลมคืนสันติภาพให้ไทย-เขมร

    ทรัมป์ แถลงนโยบายยาวสุดในประวัติศาสตร์ ชูผลงานเศรษฐกิจ เคลมคืนสันติภาพให้ไทย-เขมร

    วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.41 น.

    25 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงผลงานและนโยบายประจำปี สเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน (State of the Union) ต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาในวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยกล่าวชื่นชมผลงานในการนำประเทศเข้าสู่ยุคทอง และ ยังได้กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชาด้วย

    การแถลงผลงานและนโยบายต่อรัฐสภา เป็นวาระงานสำคัญประจำปีของผู้นำสหรัฐฯ และเป็นครั้งแรกของ ‘ทรัมป์’ หลังเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาได้ใช้เวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์เกืบอ 1 ชั่วโมง 50 นาที 

    โดยในชั่วโมงแรกมุ่งเน้นเศรษฐกิจ กล่าวว่าเขาสามารถควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และผลักดันตลาดหุ้นให้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ ทั้งยังลงนามในกฎหมายภาษีครั้งใหญ่ ตลอดจนทำให้ยามีราคาถูกลง ‘ทรัมป์’ บอกด้วยว่า สหรัฐฯ กลับมาแล้วและยิ่งใหญ่กว่าเดิม ร่ำรวยกว่าเดิม ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็นมา นับเป็นยุคทองของประเทศ

    ถึงแม้ว่า ‘ทรัมป์’ ได้ประกาศว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่อยู่อาศัย และประกันภัย ตลอดจนค่าสาธาณูปโภคต่างๆยังคงสูงขึ้นกว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก 

    จากข้อมูลล่าสุดที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดไว้ในไตรมาสที่แล้ว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกับเร่งตัวขึ้น สวนทางกลับคำกล่าวอ้างของ ‘ทรัมป์’

    การแถลงผลงานและนโยบายประจำปีครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทรัมป์เนื่องจากความนิยมของเขากำลังลดลง ผลสำรวจของรอยเตอร์ส อิปซอส พบว่ามีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 36 เท่านั้นที่พอใจการบริหารเศรษฐกิจของ ‘ทรัมป์’

    นอกจากนี้เขายังพูดถึงนโยบายผู้อพยพ โดยระบุว่า ผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมรุนแรงจำนวนมาก ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันส่วนใหญ่ของกลับมองว่ามาตรการปราบปรามผู้อพยพของนายทรัมป์รุนแรงเกินไป 

    สำหรับกรณีอิหร่านที่เกิดความตึงเครียดอย่างหนัก เขาก็ได้กล่าวว่า เขาต้องการแก้ปัญหาผ่านการทูต แต่ยังเตือนไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนผลงานเรื่องของการส่งเสริมสันติภาพ ‘ทรัมป์’ ได้กล่าวอ้างชื่อของประเทศไทยและกัมพูชาว่าเกิดสันติภาพได้จากฝีมือการไกล่เกลี่ยของเขานั่นเอง  

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/949207&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VVO0IYRzW3zWFQkKxaAWh

  • ทัวร์เฮลิคอปเตอร์ช่วงตรุษจีนคึกคัก หนุนเศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ (คลิป) | เดลินิวส์

    ทัวร์เฮลิคอปเตอร์ช่วงตรุษจีนคึกคัก หนุนเศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ (คลิป) | เดลินิวส์

    ทัวร์เฮลิคอปเตอร์ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีคึกคักในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน สะท้อนการเติบโตของ “เศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ” แม้บริการจำนวนมากยังอยู่ในช่วงทดลอง แต่แนวโน้มนี้ชี้ให้เห็นศักยภาพของตลาดการบินเพดานต่ำที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

    เฮลิคอปเตอร์ของบริษัท เซี่ยงไฮ้ นิวสกาย เฮลิคอปเตอร์ บินอยู่เหนือน่านฟ้านครเซี่ยงไฮ้ ผ่านย่านผู่ตง เลียบชายฝั่ง มุ่งหน้าสู่ทะเล Xu Jianjun กัปตัน อธิบายว่า เส้นทางบินเริ่มต้นจากเกาะฝู่ซิง ในเขตหยางผู่ ของเซี่ยงไฮ้ มุ่งหน้าสู่หมู่เกาะเซิ่งซือ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากมุมสูง ผู้โดยสารสามารถมองเห็นเขตผู่ตง เขตหลินกัง ในเขตการค้าเสรีนำร่อง และสะพานตงไห่ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของภูมิภาค

    สำหรับผู้โดยสาร เสน่ห์ไม่ได้อยู่แค่เพียงทัศนียภาพ แต่ช่วยประหยัดเวลา เส้นทางทางถนนและเรือเฟอรี่ที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมง สามารถย่นระยะเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง การจองเที่ยวบินทำได้ผ่านมินิโปรแกรม ใน WeChat โดยราคาตั๋วอยู่ระหว่าง 600  2,500 หยวน (2,760 – 11,500 บาท)

    Li Xin ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการบิน บริษัท เซี่ยงไฮ้ นิวสกาย เฮลิคอปเตอร์ ระบุว่า ความต้องการในช่วงเทศกาลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ยอดจองสูงกว่าช่วงปกติราว 1.5 เท่า โดยผู้โดยสารสามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก

    บริการรูปแบบ Air Taxi นี้ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมใหม่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี สร้างทางเลือกในการเดินทางระหว่างเมือง

    Xu Shengnan หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนจราจร เขตฉงชวน เมืองหนานทง มณฑลเจียงซู ระบุว่า เส้นทางบินเพดานต่ำช่วยลดความแออัดในช่วงเวลาเร่งด่วน และจะมีแนวทางใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้การเดินทางรูปแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งภูมิภาคในระยะยาว

    สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศจีนคาดว่า ภายในปี 2035 มูลค่าเศรษฐกิจการบินเพดานต่ำของจีนจะเติบโตแตะ 3.5 ล้านล้านหยวน (16.1 ล้านล้านบาท) โดยพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี และเขตอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า ถือเป็น 2 ภูมิภาคที่มีความเคลื่อนไหวด้านเส้นทางเฮลิคอปเตอร์เพดานต่ำมากที่สุด

    เครดิต China Media Group (CMG)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5633974/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KOwYF1Vpaz_4wXim6flGC

  • 7 ทีมนักศึกษาภาพยนตร์ฯ SPU คว้ารางวัลใหญ่! พร้อมทุนการศึกษา ตอกย้ำศักยภาพคนทำหนังรุ่นใหม่ …

    7 ทีมนักศึกษาภาพยนตร์ฯ SPU คว้ารางวัลใหญ่! พร้อมทุนการศึกษา ตอกย้ำศักยภาพคนทำหนังรุ่นใหม่ …

    มหาวิทยาลัยศรีปทุม ขอแสดงความยินดีกับ 7 ทีมนักศึกษาสาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล (FD65) คณะนิเทศศาสตร์ ในโอกาสเข้ารับมอบโล่รางวัลและทุนการศึกษา จาก บริษัท เนรมิตรหนัง ฟิล์ม จำกัด …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/newsupdate/7-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25B6%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C-spu-%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1X6_fwFQe3kRbaDD-JD7eC