Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กรมราง เปิดโมเดล ‘เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน’ สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

    กรมราง เปิดโมเดล ‘เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน’ สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

    กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

    นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่นนั้น

    ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมจึงมีแนวคิดซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐเพื่อให้รัฐเป็นผู้บริหารจัดการรายได้และกำหนดค่าโดยสารเอง เพื่อให้สามารถใช้นโยบายนี้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะหรือเงินอุดหนุนจากภาครัฐที่สูงเกินไป

    ทั้งนี้กรมการขนส่งทางรางจึงเร่งศึกษาแนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสารรูปแบบใหม่ ได้แก่ การจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง แบบคงที่ และแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) โดยจะพิจารณาควบคู่กับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อให้ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 8 เส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

    สำหรับการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ แบ่งเป็นโซน (Zoning) เพื่อให้สอดคล้องกับระยะทางและต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งปัจจุบันมี 2 รูปแบบหลักที่กำลังศึกษาคือ

    1. การแบ่งโซนตามพื้นที่หรือสถานี (Area-based Zone)

    2. การคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง (Time-based Zone) เช่น ภายใน 60 นาที คิดอัตราหนึ่ง หากเกินเวลาที่กำหนดจะคิดอีกอัตราหนึ่ง

    นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

    “เรามองว่าระบบการคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง มีความเป็นธรรมและเข้าใจง่ายที่สุด ประชาชนจะไม่เกิดความขัดแย้งเรื่องระยะทาง” นายพิเชฐ กล่าว

    อย่างไรก็ดีจากการเก็บข้อมูลพบว่าค่าเฉลี่ยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 8 สถานี หรือ 11.25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 20-25 นาทีเท่านั้น

    กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

    ทั้งนี้หากกำหนดฐานเวลาไว้ที่ 1 ชั่วโมง คนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบ และยังคงจ่ายค่าโดยสารในอัตราต่ำตามนโยบายรัฐบาลได้

    นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯ ยังได้ทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่กำลังศึกษาเรื่อง ค่าธรรมเนียมการขับรถเข้าเขตพื้นที่รถติด (Congestion Charge) เพื่อนำข้อมูลพื้นที่โซนนิ่งมาปรับใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนระหว่างโซนของรถยนต์และโซนของรถไฟฟ้า

    ขณะเดียวกันจากการคำนวณเบื้องต้น หากใช้ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย รัฐอาจต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี แต่หากปรับเป็น 40 บาทตลอดวัน จะช่วยลดภาระการอุดหนุนของภาครัฐ

    นอกจากนี้หากมีการจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมในอนาคตหลังจากซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าได้ทั้งหมด จะช่วยให้ประชาชนที่เดินทางไกล ซึ่งปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงถึง 130-200 บาทต่อวัน (ไป-กลับ) เหลือเพียง 50-80 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนรับได้และรัฐไม่ต้องแบกภาระหนัก

    “กระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและการจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ พิจารณา เนื่องจากเป็นโครงการที่ผูกพันงบประมาณข้ามปี” นายพิเชฐ กล่าว

    อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดรับฟังความเห็นในครั้งนี้กรมฯจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางที่เหมาะสม เป็นธรรม และสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืนต่อไป

    นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ตามแผนกรมฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาเรื่องโซนนิ่งและรูปแบบค่าโดยสารให้ชัดเจนเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมภายในปลายปีนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนการออกกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติภายใต้นโยบายของรัฐบาลต่อไป

    ส่วนมาตรการเร่งด่วนที่กำหนดมาตรการอัตราค่าโดยสารราคาเดียวแบบเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงปี 2569 นั้น

    ทั้งนี้คาดว่าอาจมีการเสนอให้ต่ออายุออกไปก่อนในระหว่างที่รอกระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า รวมถึงการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาสัญญาสัมปทานยังไม่มีความชัดเจน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/653676&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uD2eOiLWD8c1AdgL5x1EG

  • งานวิจัยใหม่จากออกซ์ฟอร์ดชี้ โลกร้อนขึ้น-อัตราการเกิดเด็กผู้ชายลดลง

    งานวิจัยใหม่จากออกซ์ฟอร์ดชี้ โลกร้อนขึ้น-อัตราการเกิดเด็กผู้ชายลดลง

    เชื่อหรือไม่? โลกร้อนกำลังเปลี่ยนสมดุลอัตราการเกิดของมนุษย์

    วันนี้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ปรากฏการณ์น้ำแข็งละลาย ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งปรากฏชัดในมิติของระบบนิเวศ เศรษฐกิจ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences กำลังชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

    นั่นคือการก้าวเข้ามาแทรกแซง “กลไกทางชีวภาพ” ในการสืบพันธุ์ของมนุษย์ โดยพบว่าอุณหภูมิที่สูงเกินเกณฑ์ 20 องศาเซลเซียส ส่งผลโดยตรงต่อการลดลงของจำนวนการเกิดใน “ทารกเพศชาย” เมื่อเทียบกับทารกเพศหญิง ซึ่งอาจกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ของโครงสร้างประชากรโลกในอนาคต

    โดยข้อมูลจากการเกิดมากกว่า 5 ล้านราย ใน 33 ประเทศแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราและอินเดีย ชี้ว่า “ความร้อนในช่วงตั้งครรภ์” เพิ่มความเสี่ยงการเสียชีวิตของทารกในครรภ์ โดยเฉพาะทารกเพศชาย

    ข้อค้นพบนี้ท้าทายความเชื่อทางวิทยาศาสตร์ที่มีมายาวนานว่าอัตราส่วนเพศของทารกแรกเกิดเป็นค่าคงที่ที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม แต่หลักฐานใหม่กลับชี้ว่า ภาวะอากาศร้อนจัดอาจเป็นตัวแปรสำคัญที่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนสมดุลนี้ในระดับโลก

    sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study-SPACEBAR-Photo01.jpg

    เมื่อสภาพภูมิอากาศกำหนดว่า “ใครจะได้เกิด”

    นักวิจัยระบุว่า ความร้อนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์สามารถทำให้ร่างกายของมารดาควบคุมอุณหภูมิได้ยากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำหรือการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงทารกลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการตั้งครรภ์ในช่วงต้น โดยทารกเพศชายมีความเปราะบางต่อภาวะเครียดทางสรีรวิทยามากกว่าเพศหญิง

    ทั้งนี้ อุณหภูมิไม่ได้เพียงกำหนดสภาพอากาศ แต่ยังมีบทบาทต่อการสืบพันธุ์ของมนุษย์ เพราะมันมีผลต่อว่า “ใครจะได้เกิด และใครจะไม่ได้เกิด” พร้อมทั้งส่งผลต่อการวางแผนครอบครัวและโครงสร้างประชากรในระยะยาว

    นอกจากนี้ ผลกระทบของความร้อนไม่ได้จำกัดอยู่แค่กระบวนการทางชีววิทยาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางสังคม เช่น การเข้าถึงบริการสาธารณสุข การเดินทางเพื่อรับบริการทางการแพทย์ หรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในช่วงคลื่นความร้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์หรือการยุติการตั้งครรภ์

    ความเหลื่อมล้ำด้านภูมิอากาศกับสุขภาพแม่และเด็ก

    อีกประเด็นที่นักวิจัยให้ความสำคัญคือ ผลกระทบจากความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางสังคมอย่างรุนแรง โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือผู้หญิงในประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ขาดแคลนทรัพยากรในการปรับตัว เช่น การเข้าถึงเครื่องปรับอากาศหรือระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งสะท้อนมิติของ “ความยุติธรรมด้านภูมิอากาศ” หรือ Climate Injustice ที่กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญในเวทีการพัฒนาที่ยั่งยืน

    เรื่องนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยตรงกับ SDG 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 5: ความเท่าเทียมทางเพศ เนื่องจากความร้อนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายของมารดา หากร่างกายขาดน้ำหรือได้รับความร้อนเกินขีดจำกัด การส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกจะติดขัด นำไปสู่การสูญเสียทารกในครรภ์ ซึ่งถือเป็นวิกฤตด้านสาธารณสุขที่รัฐบาลทั่วโลกต้องเผชิญ

    sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study-SPACEBAR-Photo02.jpg

    โลกที่ร้อนขึ้นกับอนาคตประชากรมนุษย์

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายประเทศกำลังเผชิญฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น ตัวอย่างเช่นบางพื้นที่ของยุโรปมีฤดูร้อนยาวเกิน 100 วัน และจำนวนคืนเขตร้อน คืนที่อุณหภูมิไม่ลดต่ำกว่า 20 องศาฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ปรากฏการณ์นี้ทำให้นักวิจัยเริ่มตั้งคำถามใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง สภาพภูมิอากาศกับพลวัตประชากร เพราะหากอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในอัตราส่วนเพศของทารกแรกเกิดอาจสะสมเป็นผลกระทบใหญ่ต่อโครงสร้างประชากรในระยะยาว

    ในขณะที่ยุโรปกำลังเผชิญกับอัตราการเกิดที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์อยู่ก่อนแล้ว การซ้ำเติมด้วยปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมยิ่งทำให้อนาคตของโครงสร้างประชากรตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอน นักวิจัยทิ้งท้ายว่าความพยายามในการรักษาอุณหภูมิโลกตามข้อตกลงปารีส จึงไม่ใช่เพียงการรักษาทางกายภาพของโลกเท่านั้น แต่คือการรักษาความมั่นคงทางชีวภาพและความยั่งยืนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ หากเราไม่เร่งปรับปรุงระบบสาธารณสุขและมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบระยะยาวต่อพลวัตประชากรโลกอาจกลายเป็นความเสียหายที่ยากเกินจะเยียวยา

    ขณะที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่องภูมิอากาศจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ การพัฒนา และอนาคตของสังคมมนุษย์ ตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงระดับประชากรโลก

    งานวิจัยนี้จึงเป็นอีกสัญญาณหนึ่งว่าการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดการปล่อยคาร์บอนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกแบบระบบสาธารณสุขและนโยบายสังคมที่สามารถปกป้องสุขภาพของแม่และเด็กในโลกที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/sustainability-global-warming-may-shift-sex-ratio-fewer-boys-born-oxford-study&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39IN-GQuaDQ4CjpskFnV5t

  • ผู้นำอิหร่านกาง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม “สหรัฐ-อิสราเอล” ต้องรับผิดชอบทั้งหมด | เดลินิวส์

    ผู้นำอิหร่านกาง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม “สหรัฐ-อิสราเอล” ต้องรับผิดชอบทั้งหมด | เดลินิวส์

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน กล่าวถึง “เงื่อนไขเบื้องต้น 3 ประการ” เพื่อยุติสงครามที่จุดชนวนโดย “ระบอบไซออนิสต์” หมายถึงอิสราเอล และสหรัฐ

    Talking to leaders of Russia and Pakistan, I reaffirmed Iran’s commitment to peace in the region. The only way to end this war—ignited by the Zionist regime & US—is recognizing Iran’s legitimate rights, payment of reparations, and firm int’l guarantees against future aggression.

    — Masoud Pezeshkian (@drpezeshkian) March 11, 2026

    ทั้งนี้ เปเซชเคียนเรียกร้อง การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงโครงการนิวเคลียร์และอำนาจอธิปไตยของรัฐบาลเตหะราน การที่สหรัฐและอิสราเอลจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม เพื่อชดเชยความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และการรับประกันอย่างจริงจังจากนานาชาติ ว่าจะไม่มีการรุกรานอิหร่านเกิดขึ้นอีกในอนาคต.

    เครดิตภาพ : REUTERS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5679501/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1PCrEQEefeOiJSxqELk5xD

  • โซเชียลไทยแรง แบรนด์โพสต์ทะลุ 1.7 ล้านครั้ง เทรนด์คู่จิ้นดันเอนเกจเมนต์พุ่ง

    โซเชียลไทยแรง แบรนด์โพสต์ทะลุ 1.7 ล้านครั้ง เทรนด์คู่จิ้นดันเอนเกจเมนต์พุ่ง

    Wisesight เปิดอินไซต์โซเชียลไทย ปี 2025 ที่ผ่านมา คอนเทนต์แบรนด์ทะลุ 1.7 ล้านโพสต์ หลายธุรกิจเกาะกระแสไวรัล–คู่จิ้น–คอนเทนต์รีวิว เอนเกจเมนต์พุ่ง

    ในยุคที่ทุกคนใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากขึ้นทุกวัน แบรนด์ต่าง ๆ ก็เร่งปรับกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อแย่งชิงความสนใจของผู้ใช้งานในโลกออนไลน์

    ข้อมูลจาก Wisesight Research ที่วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดียของธุรกิจในประเทศไทย พบว่าในปี 2025 ที่ผ่านมา การแข่งขันด้านคอนเทนต์ของแบรนด์บนโซเชียลมีเดียทวีความเข้มข้นอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนโพสต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และรูปแบบคอนเทนต์ที่ถูกปรับให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดย

    การศึกษาครั้งนี้เก็บข้อมูลจากกว่า 2,300 แบรนด์ ใน 28 อุตสาหกรรม ระหว่างเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 พบว่า ตลอดทั้งปีมีคอนเทนต์จากแบรนด์บนโซเชียลมีเดียรวมกว่า 1.7 ล้านโพสต์ เพิ่มขึ้นเกือบ 10% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน หรือ Engagement พุ่งสูงถึง 1.4 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้นกว่า 40% สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงตอบสนองกับคอนเทนต์บนโซเชียลอย่างต่อเนื่อง

    อินไซต์สำคัญยังชี้ว่า แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงคอนเทนต์เข้ากับกระแสที่ผู้คนกำลังพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ไวรัล วัฒนธรรมแฟนด้อม หรือคอนเทนต์บันเทิง เช่น กระแส “คู่จิ้น” กำลังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ธุรกิจไลฟ์สไตล์ยังเป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงบนโซเชียลมีเดีย

    ผลการศึกษายังพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค เป็นกลุ่มที่มีการสื่อสารและสร้างเอนเกจ บนโซเชียลมีเดียมากที่สุด โดยเฉพาะ Shopping Center และ Department Store ที่มีจำนวนคอนเทนต์และการมีส่วนร่วมสูงที่สุด รองลงมาคือกลุ่มธุรกิจอย่างโรงแรม, สกินแคร์, คอสเมติก และโรงพยาบาล

    อินไซต์นี้สะท้อนว่าโซเชียลมีเดียยังคงเป็นช่องทางสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นพื้นที่ที่แบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์และการมีส่วนร่วมกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

    คอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับกระแสกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Behavior 

    ผู้บริโภคปัจจุบันมักตอบสนองต่อคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับกระแสหรือประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ทำให้แบรนด์จำนวนมากเริ่มนำเทรนด์ วัฒนธรรมแฟนด้อม หรือกระแสไวรัลมาปรับใช้กับการสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้บริโภคของตัวเองมากขึ้น

    • กระแสคู่จิ้นกลายเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมสูง

    แม้ว่า Promotional Content หรือคอนเทนต์โปรโมชัน จะยังเป็นประเภทคอนเทนต์ที่แบรนด์ใช้มากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย แต่คอนเทนต์ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้สูงมักเป็นคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับกระแสความสนใจของผู้ใช้งานในช่วงเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์บนโซเชียล หรือคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิง

    หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ กระแสคอนเทนต์แนว BL (Boys’ Love) หรือคู่จิ้น ที่กลายเป็นหนึ่งในธีมคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจสูงบนโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายแบรนด์นำคาแรกเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ในสายนี้มาปรับใช้กับคอนเทนต์เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค

    • Seasonal Content ยังคงสร้าง Engagement ได้ดี

    นอกจากนี้ Seasonal Content หรือคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับเทศกาลและช่วงเวลาสำคัญ ก็ยังเป็นอีกหนึ่งรูปแบบคอนเทนต์ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลใหญ่ วันสำคัญ หรืออีเวนต์ตามฤดูกาล คอนเทนต์ประเภทนี้มักเชื่อมโยงกับอารมณ์ ความรู้สึก และกิจกรรมของผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น ทำให้ผู้ใช้งานมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์มากขึ้น

    อินไซต์คอนเทนต์ในแต่ละแพลตฟอร์ม

    แม้ผู้ใช้งานจะอยู่บนหลายแพลตฟอร์ม แต่ Digital Behavior และรูปแบบคอนเทนต์ที่สร้างการมีส่วนร่วมได้ดีในแต่ละแพลตฟอร์มกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน

    • Facebook ยังเป็นพื้นที่หลักของปรโมชันแบรนด์

    Facebookยังเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์ใช้ในการเผยแพร่คอนเทนต์และสื่อสารข้อมูลสำคัญกับผู้บริโภค ซึ่งแบรนด์จำนวนมากยังใช้ Facebook สำหรับ โปรโมชันคอนเทนต์ (Promotional Content) และการแนะนำสินค้า/บริการ (Product / Service Endorsement) เป็นหลัก สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มนี้ยังทำหน้าที่เป็นช่องทางสำคัญในการสื่อสารโปรโมชัน แคมเปญ และข้อมูลสินค้าไปยังผู้ติดตามในวงกว้าง

    ในมุมของอุตสาหกรรมกลุ่ม Shopping Center & Department Store เป็นธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวและสร้างการมีส่วนร่วมสูงที่สุดบน Facebook ซึ่งสะท้อนว่าแพลตฟอร์มนี้ยังมีบทบาทสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารกิจกรรม โปรโมชัน และอีเวนต์กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

    • X เป็นแพลตฟอร์มสำหรับกระแส ข่าวสาร และคอนเทนต์จากคนดัง

    X สะท้อน Digital Behavior ของผู้ใช้งานที่ต้องการติดตามกระแส ข่าวสาร และบทสนทนาแบบเรียลไทม์ ทำให้แพลตฟอร์มนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับบุคคลสาธารณะหรือ Celebrity Endorsement ซึ่งสามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้สูง ขณะที่แบรนด์มักใช้ X สำหรับการสื่อสารประกาศสำคัญ อัปเดตแคมเปญ หรือคอนเทนต์ที่ต้องการกระตุ้นการพูดถึงอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์

    • Instagram สะท้อนคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ และกระแส BL

    ที่ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ ความบันเทิง และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ส่งผลให้คอนเทนต์ประเภทกิจกรรมชิงรางวัลและการแจกของรางวัล (Contests & Giveaways) สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้สูง ขณะเดียวกันแบรนด์จำนวนมากเริ่มใช้กระแส BL หรือคู่จิ้นของศิลปิน มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์คอนเทนต์ เพื่อกระตุ้นการพูดถึงและการมีส่วนร่วมจากฐานแฟนคลับบน Instagram

    • YouTube กับบทบาทของคอนเทนต์รีวิวและการค้นหาข้อมูลสินค้า

    YouTube สะท้อนภาพ Digital Behavior ของผู้ใช้งานที่มักใช้แพลตฟอร์มนี้ในการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ทำให้คอนเทนต์ประเภทการแนะนำสินค้า/บริการ (Product / Service Endorsement) และวิดีโอรีวิวสินค้าสามารถสร้างยอดการรับชมได้สูง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม Mobile & Consumer Electronics ที่ผู้บริโภคมักต้องการดูรายละเอียด ฟังก์ชันการใช้งาน หรือการเปรียบเทียบสินค้าผ่านวิดีโอ 

    • TikTok กับบทบาทของคอนเทนต์รีวิวและการนำเสนอสินค้า

    TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่คอนเทนต์และยอดการรับชมยังคงเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรม Digital Behavior ของผู้ใช้งานที่นิยมเสพวิดีโอสั้นในปริมาณสูง แม้แบรนด์จำนวนมากจะยังใช้ โปรโมชันคอนเทนต์ (Promotional Content) เป็นหลัก แต่คอนเทนต์ที่สร้างการมองเห็นได้ดีมักเป็นการแนะนำสินค้า/บริการ (Product / Service Endorsement) หรือการนำเสนอสินค้าในรูปแบบรีวิวและการใช้งานจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Skincare และ Beauty ที่สามารถสร้างยอดการรับชมได้โดดเด่นบนแพลตฟอร์ม

    จะเห็นว่า ภาพรวมของแต่ละแพลตฟอร์มสะท้อนให้เห็นว่า Digital Behavior ของผู้บริโภคบน Social Media มีบทบาทแตกต่างกัน สำหรับนักการตลาด การเข้าใจบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์มและปรับรูปแบบคอนเทนต์ให้สอดคล้องกับ Digital Behavior ของผู้ใช้งาน ช่วยให้การสื่อสารของแบรนด์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยวิเคราะห์ประสิทธิภาพของแบรนด์และแคมเปญบน Social Media เพื่อให้สามารถนำ Insight ไปต่อยอดกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-sme/739286&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3S83-my38byNPstbSGaXtS

  • วิทยาลัยเทคโนโลยีไฮเทค เพชรบูรณ์ มอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 บรรยากาศชื่นมื่น | TOPNEWS

    วิทยาลัยเทคโนโลยีไฮเทค เพชรบูรณ์ มอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา ปี 2568 บรรยากาศชื่นมื่น | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 วิทยาลัยเทคโนโลยีไฮเทค เพชรบูรณ์ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ณ 180 องศา All Day All Season อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมี นายประธาน โพธิ์แท่น รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 2 ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีของคณะครู ผู้ปกครอง และผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

    ในโอกาสนี้ นายสมพร ฉลวย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีไฮเทค เพชรบูรณ์ กล่าวรายงานว่า วิทยาลัยมุ่งจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียน–นักศึกษาสามารถก้าวสู่โลกการทำงานหรือศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณผู้ปกครอง คณะครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนการจัดการศึกษาของวิทยาลัยมาโดยตลอด

    สำหรับปีการศึกษา 2568 มีผู้สำเร็จการศึกษารวมทั้งสิ้น 14 คน แบ่งเป็นระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 9 คน ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 4 คน สาขาช่างไฟฟ้ากำลัง 3 คน และสาขาการบัญชี 2 คน และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 5 คน ได้แก่ สาขาการบัญชี 2 คน สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ 2 คน และสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง 1 คน

    จากนั้นประธานในพิธีได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา พร้อมกล่าวให้โอวาทว่า ความสำเร็จในวันนี้เกิดจากความพยายาม ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนจากครอบครัว ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณทุกคน พร้อมฝากข้อคิดให้ผู้สำเร็จการศึกษานำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินชีวิต ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติในอนาคต

    ภายในพิธียังมีตัวแทนผู้สำเร็จการศึกษากล่าวแสดงความรู้สึก ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาทยอยขึ้นรับประกาศนียบัตรจากประธานในพิธี ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับผู้บริหารและคณะครู โดยนักเรียนต่างโพสท่าถ่ายภาพกันอย่างสนุกสนาน ทั้งท่ายกประกาศนียบัตรโชว์ความสำเร็จ ท่าชูสองนิ้วแสดงความดีใจ และท่าหัวใจมือ สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความภาคภูมิใจให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และคณะครูที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของผู้สำเร็จการศึกษาอย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1514332&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WtkZEKABjHmJqsKeIZxbI

  • จังหวัดพะเยา จัดประชุมปฐมนิเทศศึกษาออกแบบพื้นที่ชุมน้ำ “หนองเล็งทราย” มุ่งอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์ของประชาชน

    จังหวัดพะเยา จัดประชุมปฐมนิเทศศึกษาออกแบบพื้นที่ชุมน้ำ “หนองเล็งทราย” มุ่งอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์ของประชาชน

    จังหวัดพะเยา จัดประชุมปฐมนิเทศศึกษาออกแบบพื้นที่ชุมน้ำ “หนองเล็งทราย” มุ่งอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์ของประชาชน


    12/03/2569 | 43 |

    จังหวัดพะเยา จัดประชุมปฐมนิเทศศึกษาออกแบบพื้นที่ชุมน้ำ “หนองเล็งทราย” มุ่งอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศ ควบคู่กับการดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์ของประชาชน

         นายพีรัช จันธิมา ปลัดจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ และออกแบบพื้นที่ชุมน้ำหนองเล็งทราย จังหวัดพะเยา เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ ณ หอประชุมโรงเรียนแม่ใจวิทยาคม อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา จัดขึ้น เพื่อชี้แจงความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ ขอบเขตการศึกษา ตลอดจนแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาโครงการ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่ชุ่มน้ำ เสริมสร้างความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงให้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปประกอบการศึกษาความเหมาะสมของโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
         ปลัดจังหวัดพะเยา กล่าวเน้นย้ำว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการใช้ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ พร้อมทั้งต้องมีการสร้างความเข้าใจและข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน ในการบริหารจัดการพื้นที่หนองเล็งทราย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่

     


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/1971/iid/484849&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qHEVO2cRpVbXMqruNCx-z

  • คนไทย 34 คนจากอิหร่าน เดินทางถึงสุวรรณภูมิแล้ว คงเหลือในพื้นที่อีก70-80คน

    คนไทย 34 คนจากอิหร่าน เดินทางถึงสุวรรณภูมิแล้ว คงเหลือในพื้นที่อีก70-80คน

    วันนี้, 14:36น.

              วันนี้ (12 มี.ค.69) คนไทยจำนวน 34 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่อพยพออกจากอิหร่านและเดินทางผ่านตุรกี ได้เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย โดยมี นางวรพรรณี ดำรงมณี รองอธิบดีกรมการกงสุล และนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน มารอต้อนรับ การเดินทางครั้งนี้มี นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ซึ่งเดินทางไปสนับสนุนการทำงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ที่ศูนย์ปฏิบัติการอพยพคนไทยจากอิหร่าน ณ เมืองวาน ประเทศตุรกี ได้เดินทางกลับมาพร้อมกับคนไทยในวันนี้ด้วย

                 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล กล่าว่า ต้องขอบคุณนายกฯ ที่มีนโยบายให้ช่วยเหลือชาวไทย โดยส่งทีมของกรมการกงสุลเดินทางไปที่เมืองวาน ซึ่งอยู่ติดกับอิหร่านและให้อุปทูตของประเทศอิหร่านของไทยนำคนไทยทั้งหมดซึ่งรวบรวมให้ได้มากที่สุดกลับมา โดยอพยพมา 2 ครั้งยอดรวมตอนนี้ประมาณ 116 คน รวมเจ้าหน้าที่สถานทูตด้วยประมาณ 130 คน

                ขณะนี้เจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตไทยในกรุงเตหะราน ได้ให้ประจำการที่เมืองวาน ประเทศตุรกีเป็นการชั่วคราวเพื่อรอรับชาวไทยที่ยังเหลืออยู่ในอิหร่าน ซึ่ง ปัจจุบันเหลืออยู่อีกประมาณ 70-80 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่อยู่ในระดับชั้นใกล้จะจบการศึกษาแล้ว มองว่าหากไม่ได้เรียนต่อก็อาจไม่เป็นผลดีกับตัว ซึ่งไม่ได้มีการประทะในจุดนั้นด้วย

              โดยคนไทยที่เดินทางกลับมาจากอิหร่าน สำหรับวันนี้และวันพรุ่งนี้(13 มี.ค.) รวมทั้งหมด 64 คน แบ่งเป็นพนักงานนวดสปา 41 คน คนไทยที่มีคู่สมรสเป็นชาวอิหร่าน 13 คน นักศึกษา 6 คน และพนักงานฟาร์มกุ้ง 4 คน ซึ่งในวันที่ 13 มี.ค.จะมีคนไทยเดินทางจากกรุงอิสตันบลู ประเทศตุรกี มาอีก 30 คน เป็นแรงงาน 27 คน และครอบครัว 3 คน

             ด้านนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า แรงงานล๊อตนี้ถือเป็นล็อตแรกจำนวน 18 คน ที่เดินทางมาจากอิหร่าน ก่อนหน้านี้เป็นแรงงานไทยจากประเทศบาห์เรน รวมเบ็ดเสร็จทั้งสิ้นที่กระทรวงแรงงาน นำกลับมาถึงประเทศไทยแล้วทั้งหมด 35 คน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 6

              แรงงานชุดนี้เป็นแรงงานที่ทํางานถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่ไม่ได้สมัครงานผ่านกรมการจัดหางาน เราจะมาคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้พวกเขาได้ทำงานอีกครั้ง โดยการเเจ้งผ่านกรมแรงงานจะได้เข้าเป็นสมาชิกกองทุน หากเกิดเหตุการณ์อะไร จะได้นำเงินจากกองทุนมาให้การช่วยเหลือ

              ขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานได้รับการประสานจากแรงงานไทยในตะวันออกกลางที่มีความประสงค์ที่จะกลับประเทศแล้ว ประมาณ 940 คน

    #คนไทยในตะวันออกกลาวง

    #อพยพคนไทยกลับ

    Cr:กระทรวงการต่างประเทศ/กระทรวงแรงงาน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159925&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18dTJDAsloX06L_hPSV2Qa

  • ข้อมูลซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล วันที่ 12/03/69

    ข้อมูลซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล วันที่ 12/03/69

    ข้อมูลซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล วันที่ 12 มี.ค.69 เวลา 09.46 น.

     เหรียญ     ราคาบาท             เปลี่ยนแปลง

    BTC       2,211,980.39         +0.30%

    ETH      64,609.00               +0.96%

    KUB      29.81                     -0.63%

    REALX  59.60                     +1.02%

    BCH     14,431.10              +1.88%

    BNB     20,573.63             +1.42%

    XLM    5.04                        +2.02%

    ADA    8.27                       +0.49%

    ZIL     0.1308                    +0.46%

    SNT  0.3058                     +1.33%

    ขอบคุณข้อมูล บิทคับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134352&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1o7DuJiK9n12F0IeVWEOCd

  • อิสราเอลลดคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจ’ ปี 2026 เซ่นผลกระทบโจมตีอิหร่าน

    อิสราเอลลดคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจ’ ปี 2026 เซ่นผลกระทบโจมตีอิหร่าน

    เยรูซาเล็ม, 12 มี.ค. ซินหัว รายงานว่า — กระทรวงการคลังของอิสราเอลปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปี 2026 เหลือร้อยละ 4.7 จากเดิมร้อยละ 5.2 เนื่องจากผลกระทบจากการโจมตีอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่

    การปรับแนวโน้มเศรษฐกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่หยุดชะงัก ซึ่งมีปัจจัยจากการระดมกำลังทหารกองหนุนครั้งใหญ่ รวมถึงการปิดดำเนินการภาคเศรษฐกิจบางส่วนชั่วคราว โดยรายงานยังชี้ให้เห็นถึงการบริโภคภาคเอกชนที่ลดลงในระยะสั้น และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งกระทบต่อการลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ

    ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลอนุมัติหลายมาตรการชั่วข้ามคืนภายในกรอบงบประมาณปี 2026 เพื่อรับมือสถานการณ์ด้านความมั่นคง ซึ่งรวมถึงการเพิ่มเพดานการขาดดุลเป็นร้อยละ 5.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ จากร้อยละ 3.9 ตลอดจนอนุมัติงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มเติมอีก 3.2 หมื่นล้านเชเกล (ราว 3.26 แสนล้านบาท) และเตรียมสำรองเงินไว้อีก 1.28 หมื่นล้านเชเกล (ราว 1.3 แสนล้านบาท) หากสงครามยังคงทวีความรุนแรงต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/68108&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LTEdfp9qS0m6u3gFvF7AU

  • สารแรกของท่านอายาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจตะบา ฮูซัยนี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม

    สารแรกของท่านอายาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจตะบา ฮูซัยนี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม

    สารแรกของท่านอายาตุลลอฮ์ ซัยยิด มุจตะบา ฮูซัยนี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งการปฏิวัติอิสลาม

    🔻 ตอนที่ 1

    ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณา ผู้ทรงเมตตาเสมอ

    “โองการใดที่เราเพิกถอนหรือทำให้ถูกลืมเลือนไป เราจะนำสิ่งที่ดีกว่าหรือสิ่งที่เทียบเท่ากับมันมาแทนที่”

    🔹 สันติจงมีแด่ท่าน ผู้เชิญชวนสู่หนทางของพระผู้เป็นเจ้าและผู้ทำให้โองการของพระองค์มีชีวิตชีวา
    สันติจงมีแด่ท่าน ผู้เป็นประตูสู่พระผู้เป็นเจ้าและผู้พิพากษาแห่งศาสนาของพระองค์
    สันติจงมีแด่ท่าน ผู้แทนของพระผู้เป็นเจ้าและผู้สนับสนุนสัจธรรมของพระองค์
    สันติจงมีแด่ท่าน ผู้เป็นหลักฐานของพระผู้เป็นเจ้าและผู้ชี้นำเจตจำนงของพระองค์
    สันติจงมีแด่ท่าน ผู้ที่ถูกคาดหวังและเป็นผู้นำที่รอคอย
    สันติจงมีแด่ท่านด้วยสันติทั้งปวง
    สันติจงมีแด่ท่าน โอ้เจ้านายของข้า ผู้เป็น “ซอฮิบอัซซะมาน”

    🔹 ในตอนเริ่มต้นของคำกล่าวนี้ ข้าพเจ้าจำเป็นต้องขอแสดงความเสียใจต่อท่านผู้เป็นเจ้านายของข้า (ขอให้อัลลอฮ์ทรงเร่งการปรากฏของท่าน) เนื่องในโอกาสการเป็นชะฮีดของผู้นำผู้ยิ่งใหญ่แห่งการปฏิวัติ คือท่านคอเมเนอี ผู้เป็นที่รักและเปี่ยมด้วยปัญญา และขอวิงวอนจากท่านให้ประทานดุอาอ์ที่ดีแก่ประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ของอิหร่านทุกคน ตลอดจนมุสลิมทั่วโลก ผู้รับใช้ศาสนาอิสลามและการปฏิวัติ ผู้เสียสละ และครอบครัวของบรรดาชะฮีดแห่งขบวนการอิสลาม โดยเฉพาะผู้เสียสละจากสงครามครั้งล่าสุด และรวมถึงตัวข้าพเจ้าผู้ต่ำต้อยด้วย

    🔹 ส่วนที่สองของคำกล่าวของข้าพเจ้ามีถึงประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ของอิหร่าน ก่อนอื่น ข้าพเจ้าจำเป็นต้องอธิบายโดยสังเขปถึงสถานะและจุดยืนของข้าพเจ้าเกี่ยวกับมติของสภาผู้ทรงคุณวุฒิ (สภาผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา) ผู้รับใช้ของพวกท่านผู้นี้ คือ ซัยยิด มุจตะบา ฮูซัยนี คาเมเนอี ได้รับทราบผลการลงคะแนนของสภาผู้ทรงเกียรติพร้อมกับพวกท่าน ผ่านทางสื่อโทรทัศน์แห่งสาธารณรัฐอิสลาม การที่ข้าพเจ้าจะนั่งลงในตำแหน่งที่เคยเป็นที่นั่งของผู้นำผู้ยิ่งใหญ่สองท่าน คือ อิมามโคมัยนี ผู้ยิ่งใหญ่ และคาเมเนอีผู้เป็นชะฮีด นั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

    เพราะเก้าอี้นี้เคยเป็นที่นั่งของบุคคลผู้หนึ่ง ซึ่งหลังจากต่อสู้ในหนทางของพระผู้เป็นเจ้ามานานกว่า 60 ปี และสละความสุขสบายต่าง ๆ ของชีวิต ได้กลายเป็นอัญมณีที่ส่องประกายและเป็นบุคคลผู้โดดเด่น ไม่เพียงในยุคปัจจุบัน แต่ตลอดประวัติศาสตร์ของผู้ปกครองประเทศนี้ ทั้งชีวิตและรูปแบบการจากไปของเขาเต็มไปด้วยเกียรติและความยิ่งใหญ่ อันเกิดจากการยืนหยัดอยู่บนสัจธรรม

    🔹 ข้าพเจ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมร่างของท่านหลังจากการเป็นชะฮีด สิ่งที่ข้าพเจ้าเห็นคือภูเขาแห่งความมั่นคงแข็งแกร่ง และได้ยินมาว่า มือที่ยังสมบูรณ์ของท่านยังคงกำหมัดแน่นอยู่ เกี่ยวกับแง่มุมต่าง ๆ ของบุคลิกภาพของท่าน ผู้ที่มีความรู้ย่อมต้องกล่าวถึงอีกมากมายเป็นเวลานาน ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเพียงกล่าวโดยสรุปเท่านี้ และจะปล่อยรายละเอียดไว้สำหรับโอกาสที่เหมาะสมในอนาคต นี่คือเหตุผลที่ทำให้การนั่งบนตำแหน่งผู้นำหลังจากบุคคลเช่นนั้นเป็นเรื่องยาก และการเติมเต็มช่องว่างนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า และการสนับสนุนจากประชาชนของท่าน

    🔹 ต่อไป ข้าพเจ้าจำเป็นต้องเน้นย้ำประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสารหลักของข้าพเจ้า ประเด็นนั้นคือ หนึ่งในศิลปะและความสามารถของผู้นำผู้เป็นชะฮีดและผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ก่อนหน้าท่าน คือการนำประชาชนเข้าสู่ทุกเวทีของสังคม การสร้างความตระหนักรู้และวิสัยทัศน์แก่พวกเขาอย่างต่อเนื่อง และในทางปฏิบัติได้พึ่งพาพลังของประชาชน ท่านได้ทำให้ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “ประชาชน” และ “ระบอบประชาชน” เกิดขึ้นจริง และท่านก็เชื่อมั่นในสิ่งนี้อย่างสุดหัวใจ

    ผลลัพธ์ของเรื่องนี้เห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เมื่อประเทศอยู่โดยไม่มีผู้นำและไม่มีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ความตระหนักรู้และความเฉลียวฉลาดของประชาชนผู้ยิ่งใหญ่แห่งอิหร่านในเหตุการณ์ล่าสุด รวมถึงความยืนหยัด ความกล้าหาญ และการปรากฏตัวของพวกเขา ทำให้มิตรสหายชื่นชม และทำให้ศัตรูประหลาดใจ พวกท่านเองคือผู้ที่นำพาประเทศและค้ำประกันพลังอำนาจของมัน

    โองการที่ถูกกล่าวไว้ตอนต้นของข้อความนี้มีความหมายว่า ไม่มีโองการใดของพระผู้เป็นเจ้าที่จะหมดอายุหรือถูกลืมไป เว้นแต่พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานสิ่งที่เหมือนหรือดีกว่ามาแทนที่

    🔹 เหตุผลที่ข้าพเจ้านำโองการนี้มาใช้ ไม่ใช่เพื่อกล่าวว่าข้าพเจ้าอยู่ในระดับเดียวกับผู้นำผู้เป็นชะฮีด หรือยิ่งกว่านั้นคือเหนือกว่าท่าน แต่เพื่อชี้ให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญและโดดเด่นของพวกท่าน ประชาชนผู้เป็นที่รัก หากพรอันยิ่งใหญ่นั้นถูกพรากไปจากเรา สิ่งที่ถูกมอบมาแทนก็คือการปรากฏตัวของประชาชนอิหร่านอีกครั้งหนึ่งในลักษณะของ “อัมมาร” ผู้ยืนหยัดเคียงข้างสัจธรรม

    จงรู้ไว้ว่า หากพลังของพวกท่านไม่ปรากฏในเวที ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่แท้จริงในการรับใช้ประชาชน ก็จะไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    เพื่อให้ความหมายนี้เกิดขึ้นจริง ประการแรก ต้องยึดมั่นในการรำลึกถึงอัลลอฮ์ การมอบหมายความไว้วางใจต่อพระองค์ และการขอความช่วยเหลือผ่านบรรดาผู้บริสุทธิ์ (อะฮ์ลุลบัยต์) ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำยาอันวิเศษและสิ่งล้ำค่าที่รับประกันการเปิดทางสู่ความสำเร็จ และชัยชนะเหนือศัตรูอย่างแน่นอน นี่คือความได้เปรียบอันยิ่งใหญ่ที่พวกท่านมี แต่ศัตรูของพวกท่านไม่มี

    🔹 ประการที่สอง ต้องไม่ปล่อยให้เกิดรอยร้าวในความเป็นเอกภาพระหว่างประชาชนทุกกลุ่มและทุกชนชั้น ซึ่งโดยปกติแล้วความเป็นหนึ่งเดียวนี้จะปรากฏชัดเจนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการละวางประเด็นความขัดแย้งที่แตกต่างกันระหว่างกัน

    🔻 ตอนที่ 2

    🔹 ประการที่สาม ต้องรักษาการมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพในเวทีต่าง ๆ เอาไว้ ไม่ว่าจะในรูปแบบที่พวกท่านได้แสดงให้เห็นในช่วงวันและคืนของสงครามที่ผ่านมา หรือในรูปแบบของการมีบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม การเมือง การศึกษา วัฒนธรรม หรือแม้แต่ด้านความมั่นคง สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจบทบาทที่ถูกต้องโดยไม่ทำให้ความเป็นเอกภาพของสังคมเสียหาย และพยายามนำไปปฏิบัติให้มากที่สุด หนึ่งในหน้าที่ของผู้นำและเจ้าหน้าที่บางส่วน คือการเตือนและชี้แนะบทบาทเหล่านี้แก่ประชาชนหรือกลุ่มต่าง ๆ ของสังคม ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงขอย้ำถึงความสำคัญของการเข้าร่วมพิธีวันกุดส์ ปี 1447 ฮิจเราะห์ศักราช ซึ่งทุกคนควรให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของการต่อต้านศัตรูในพิธีดังกล่าว

    🔹 ประการที่สี่ อย่าละเลยการช่วยเหลือและสนับสนุนกันและกัน โดยสรรเสริญแด่อัลลอฮ์ ลักษณะนิสัยของชาวอิหร่านส่วนใหญ่มักเป็นเช่นนี้เสมอ และคาดหวังว่าในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วบางคนในประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากกว่าคนอื่น คุณลักษณะนี้ควรจะปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเรียกร้องหน่วยงานบริการต่าง ๆ ให้ช่วยเหลือและสนับสนุนประชาชนผู้เป็นที่รักเหล่านั้น รวมถึงโครงสร้างความช่วยเหลือของภาคประชาชนอย่างเต็มที่

    🔹 หากประเด็นเหล่านี้ได้รับการปฏิบัติ เส้นทางที่ประชาชนผู้เป็นที่รักจะก้าวไปสู่วันแห่งความยิ่งใหญ่และความรุ่งโรจน์ก็จะราบรื่นขึ้น ตัวอย่างที่ใกล้ที่สุดของสิ่งนี้ คือชัยชนะเหนือศัตรูในสงครามปัจจุบัน ด้วยพระประสงค์ของอัลลอฮ์

    🔹 ส่วนที่สามของคำกล่าวของข้าพเจ้า คือการขอบคุณอย่างจริงใจต่อบรรดานักรบผู้กล้าหาญของเรา ซึ่งในสถานการณ์ที่ประชาชนและมาตุภูมิอันเป็นที่รักของเราถูกโจมตีอย่างอยุติธรรมจากผู้นำของแนวร่วมจักรวรรดินิยม พวกเขาได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีอย่างรุนแรง ปิดกั้นเส้นทางของศัตรู และทำให้ศัตรูเลิกเพ้อฝันถึงความเป็นไปได้ที่จะครอบงำมาตุภูมิของเรา หรือแม้แต่แบ่งแยกประเทศ

    🔹 พี่น้องนักรบที่รัก ความต้องการของมวลชนคือการดำเนินการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ศัตรูต้องเสียใจต่อไป นอกจากนี้ การใช้มาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซจะต้องดำเนินต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการเปิดแนวรบอื่น ๆ ที่ศัตรูมีประสบการณ์เพียงเล็กน้อยและมีความเปราะบางอย่างมากในพื้นที่เหล่านั้น ได้มีการศึกษาวิเคราะห์แล้ว และการดำเนินการจะเกิดขึ้นหากสถานการณ์สงครามยังคงดำเนินต่อไปและเป็นไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์

    🔹 ข้าพเจ้าขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อบรรดานักรบของแนวร่วมต่อต้านด้วยเช่นกัน เราถือว่าประเทศต่าง ๆ ในแนวร่วมต่อต้านเป็นมิตรที่ดีที่สุดของเรา และการต่อต้านกับแนวร่วมต่อต้านเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ออกจากคุณค่าของการปฏิวัติอิสลามอย่างแน่นอน ความร่วมมือขององค์ประกอบต่าง ๆ ในแนวร่วมนี้จะทำให้เส้นทางในการหลุดพ้นจากวิกฤตไซออนิสต์สั้นลง ดังที่เราได้เห็นว่าเยเมนผู้กล้าหาญและศรัทธายังคงปกป้องประชาชนผู้ถูกกดขี่ในกาซา และฮิซบุลลอฮ์ผู้เสียสละก็ได้ให้ความช่วยเหลือแก่สาธารณรัฐอิสลาม แม้จะมีอุปสรรคมากมาย ขณะที่ขบวนการต่อต้านในอิรักก็ได้ดำเนินตามแนวทางนี้อย่างกล้าหาญเช่นกัน

    🔹 ในส่วนที่สี่ของคำกล่าวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวกับผู้ที่ได้รับความเสียหายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ต้องสูญเสียคนที่รักจากการเป็นชะฮีด ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือผู้ที่บ้านเรือน สถานที่ทำงาน หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ในส่วนนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของบรรดาชะฮีดผู้ทรงเกียรติ เรื่องนี้มาจากประสบการณ์ร่วมที่ข้าพเจ้ามีกับพวกเขา เพราะนอกจากบิดาของข้าพเจ้าที่การสูญเสียของท่านกลายเป็นความโศกเศร้าของสาธารณชนแล้ว ข้าพเจ้ายังได้สูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักและซื่อสัตย์ ซึ่งข้าพเจ้ามีความหวังมากมายต่อเธอ รวมทั้งน้องสาวผู้เสียสละที่อุทิศตนเพื่อรับใช้บิดามารดา และในที่สุดก็ได้รับรางวัลของเธอด้วยการเป็นชะฮีด รวมทั้งลูกน้อยของเธอ และสามีของน้องสาวอีกคนหนึ่งของข้าพเจ้าซึ่งเป็นผู้รู้และเป็นคนดี ข้าพเจ้าได้ส่งพวกเขาเข้าสู่ขบวนของบรรดาชะฮีด

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้สามารถอดทนต่อความทุกข์ยากเหล่านี้ได้ และแม้กระทั่งทำให้มันง่ายขึ้น คือการตระหนักถึงคำสัญญาที่แน่นอนของพระผู้เป็นเจ้า ที่จะประทานรางวัลอันยิ่งใหญ่แก่ผู้ที่อดทน ดังนั้นเราจึงต้องอดทน และมีความหวังและความไว้วางใจต่อความเมตตาและความช่วยเหลือของพระผู้เป็นเจ้า

    🔹 ประการที่สอง ข้าพเจ้าขอให้ความมั่นใจกับทุกคนว่า เราจะไม่ละเลยการแก้แค้นให้กับเลือดของบรรดาชะฮีดของพวกท่าน การแก้แค้นที่เราตั้งใจนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นชะฮีดของผู้นำผู้ยิ่งใหญ่แห่งการปฏิวัติเท่านั้น แต่สมาชิกทุกคนของประชาชนที่ถูกศัตรูสังหารก็ถือเป็นประเด็นอิสระสำหรับการแก้แค้นเช่นกัน แน่นอนว่าการแก้แค้นบางส่วนได้เกิดขึ้นแล้วในระดับหนึ่ง แต่จนกว่าจะบรรลุถึงระดับที่สมบูรณ์ แฟ้มการแก้แค้นนี้จะยังคงเปิดอยู่เหนือแฟ้มอื่น ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษต่อเลือดของเด็ก ๆ ของเรา

    ดังนั้น อาชญากรรมที่ศัตรูได้กระทำอย่างจงใจต่อโรงเรียน “ชะญะเราะฮ์ ฏ็อยยิเบะฮ์” ในเมืองมีนาบ และเหตุการณ์ที่คล้ายกันอื่น ๆ จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษในการดำเนินการนี้

    🔹 ประการที่สาม ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเหล่านี้จะต้องได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้รับสิทธิประโยชน์บางประการเพิ่มเติม

    🔹 ประการที่สี่ เท่าที่สถานการณ์ปัจจุบันจะเอื้ออำนวย ต้องมีการกำหนดมาตรการที่เพียงพอเพื่อชดเชยความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นกับสถานที่และทรัพย์สินส่วนบุคคล และนำไปปฏิบัติจริง

    สองประเด็นหลังนี้ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องดำเนินการและรายงานผลให้ข้าพเจ้าทราบ.

    🔻 ตอนที่ 3

    🔹 ประเด็นหนึ่งที่ข้าพเจ้าจำเป็นต้องกล่าวเตือนคือ ไม่ว่าอย่างไรเราจะเรียกร้องค่าชดใช้จากศัตรู หากพวกเขาปฏิเสธ เราก็จะยึดทรัพย์สินของพวกเขาในขอบเขตที่เราเห็นสมควร และหากแม้สิ่งนั้นยังไม่สามารถทำได้ เราก็จะทำลายทรัพย์สินของพวกเขาในระดับเดียวกันนั้น

    🔹 ส่วนที่ห้าของคำกล่าวของข้าพเจ้ามุ่งถึงบรรดาผู้นำและผู้มีบทบาทสำคัญในบางประเทศของภูมิภาค เรามีพรมแดนทางบกหรือทางน้ำร่วมกับ 15 ประเทศ และเราเคยต้องการและยังคงต้องการความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและสร้างสรรค์กับพวกเขาทั้งหมดมาโดยตลอด แต่ศัตรูได้ค่อย ๆ สร้างฐานต่าง ๆ ทั้งทางทหารและทางการเงินในบางประเทศเหล่านี้มาหลายปีแล้ว เพื่อรักษาอำนาจครอบงำของตนเหนือภูมิภาค

    ในการโจมตีครั้งล่าสุด ฐานทัพบางแห่งถูกนำมาใช้ ซึ่งแน่นอนว่า ตามที่เราได้เตือนอย่างชัดเจนไว้ก่อนหน้านี้ และโดยที่เราไม่ได้โจมตีประเทศเหล่านั้นโดยตรง เราได้โจมตีเฉพาะฐานทัพเหล่านั้นเท่านั้น และต่อจากนี้ไป หากจำเป็น เราก็จะดำเนินการเช่นนี้ต่อไป ถึงกระนั้น เรายังคงเชื่อในความจำเป็นของมิตรภาพระหว่างเรากับเพื่อนบ้านเหล่านั้น

    ประเทศเหล่านี้ต้องกำหนดจุดยืนของตนให้ชัดเจนต่อผู้รุกรานมาตุภูมิของเราและต่อผู้ที่สังหารประชาชนของเรา ข้าพเจ้าขอแนะนำให้พวกเขาปิดฐานทัพเหล่านั้นโดยเร็ว เพราะพวกเขาคงได้ตระหนักแล้วว่าคำกล่าวอ้างของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการนำสันติภาพและความมั่นคงมาสู่ภูมิภาคนั้นไม่เป็นความจริง

    🔹 การกระทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขาใกล้ชิดกับประชาชนของตนมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่พอใจกับการยืนอยู่ข้างแนวร่วมของผู้ปฏิเสธศรัทธาและพฤติกรรมที่ดูหมิ่นของพวกเขา และสิ่งนี้จะทำให้ความมั่งคั่งและอำนาจของประเทศเหล่านั้นเพิ่มขึ้น ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า ระบบสาธารณรัฐอิสลาม โดยไม่ได้ต้องการสร้างอำนาจครอบงำหรือการล่าอาณานิคมในภูมิภาค มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับความเป็นหนึ่งเดียวและความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจกับเพื่อนบ้านทั้งหมด

    🔹 ในส่วนที่หกของคำกล่าวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวกับผู้นำผู้เป็นชะฮีดของเรา โอ้ท่านผู้นำ! การจากไปของท่านได้นำความโศกเศร้าอย่างหนักมาสู่หัวใจของทุกคน ท่านปรารถนาจุดจบเช่นนี้มาโดยตลอด จนในที่สุดพระผู้เป็นเจ้าก็ได้ประทานมันแก่ท่าน ในขณะที่ท่านกำลังอ่านอัลกุรอานในยามรุ่งเช้าของวันที่สิบแห่งเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ

    ท่านได้อดทนต่อความอยุติธรรมมากมายด้วยความเข้มแข็งและความอดกลั้น โดยไม่แสดงความไม่พอใจออกมา หลายคนไม่ได้ตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของท่าน และอาจต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าที่ม่านและอุปสรรคต่าง ๆ จะถูกเปิดออก และทำให้แง่มุมต่าง ๆ ของท่านปรากฏชัดเจน

    🔹 เราหวังว่า ด้วยสถานะใกล้ชิดที่ท่านได้รับ ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า ร่วมกับบรรดาผู้บริสุทธิ์ ผู้สัตย์จริง บรรดาชะฮีด และผู้ใกล้ชิดพระองค์ ท่านจะยังคงคำนึงถึงความก้าวหน้าของประชาชาตินี้และของประชาชาติทั้งหลายแห่งแนวร่วมต่อต้าน และวิงวอนเพื่อพวกเขา ดังเช่นที่ท่านเคยทำในชีวิตบนโลกนี้

    เราขอให้คำมั่นต่อท่านว่า เราจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อยกระดับธงผืนนี้ ซึ่งเป็นธงหลักของแนวร่วมแห่งสัจธรรม และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายอันศักดิ์สิทธิ์ของท่าน

    🔹 ในส่วนที่เจ็ด ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่ได้สนับสนุนข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นบรรดามัรญะอ์ผู้ยิ่งใหญ่ทางศาสนา บุคคลสำคัญด้านวัฒนธรรม การเมือง และสังคม ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่ได้เข้าร่วมการชุมนุมอันยิ่งใหญ่เพื่อแสดงการให้สัตยาบันต่อระบบอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของสามอำนาจรัฐ และสภาผู้นำชั่วคราว สำหรับการตัดสินใจและการดำเนินการที่ดีของพวกเขา

    🔹 ข้าพเจ้าหวังว่าพระเมตตาพิเศษของอัลลอฮ์จะประทานแก่ประชาชนอิหร่านทุกคนในช่วงเวลาที่เปี่ยมด้วยความประเสริฐนี้ และรวมถึงมุสลิมทั้งหมดและผู้ถูกกดขี่ทั่วโลก

    🔹 และในตอนท้าย ข้าพเจ้าขอวิงวอนต่อเจ้านายของเรา (ขอให้อัลลอฮ์ทรงเร่งการปรากฏของท่าน) ให้ในช่วงเวลาที่เหลือของค่ำคืนและวันอันประเสริฐแห่งลัยละตุลก็อดร์ และเดือนรอมฎอนอันจำเริญ ได้ขอจากพระผู้เป็นเจ้าให้ประชาชนของเราได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือศัตรู และขอให้พวกเขาได้รับเกียรติ ความกว้างขวาง ความผาสุก และขอให้ผู้ล่วงลับของพวกเขาได้รับสถานะอันสูงส่งและความผาสุกในปรโลก

    ขอความสันติ ความเมตตา และพรของอัลลอฮ์จงมีแด่ท่านทั้งหลาย

    ซัยยิด มุจตะบา ฮูซัยนี คาเมเนอี