Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “กรณ์” เตือนค่าการกลั่นเพิ่ม 3 เท่า กดราคาน้ำมันสูง ชี้ต้องคุมค่าการกลั่นเพื่อราคาถูกลง

    “กรณ์” เตือนค่าการกลั่นเพิ่ม 3 เท่า กดราคาน้ำมันสูง ชี้ต้องคุมค่าการกลั่นเพื่อราคาถูกลง

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134374&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2B8LgjHAx1QGp5PKbNGrAP

  • สงครามสหรัฐฯ -อิสราเอลต่ออิหร่าน: ประเทศใดได้-เสียประโยชน์บ้าง ?  – BBC News ไทย

    สงครามสหรัฐฯ -อิสราเอลต่ออิหร่าน: ประเทศใดได้-เสียประโยชน์บ้าง ? – BBC News ไทย

    ประเทศใดบ้างได้ประโยชน์จากสงครามต่ออิหร่าน และใครจะได้รับผลกระทบหนักมากที่สุด ?

    A BBC graphic showing Russian President Vladimir Putin and Chinese President Xi Jinping looking in opposite directions and divided by a photomontage depicting a petrol pump, container ship, warplane, passenger jet, Iranian woman and flag and a plume of black smoke.

      • Author, มารินา ดาราส
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
      • Author, สตีเฟน ฮอว์กส์
      • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
    • เวลาอ่าน: 10 นาที

    ตามปกติแล้วแทบจะไม่มีใครเป็นผู้ชนะอย่างชัดเจนในสงคราม แต่ประชาชนคนธรรมดานั่นเองที่จะต้องรับผลของการกระทำนั้นด้วยราคาอันแสนแพง

    สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงในตลาดพลังงานและสายอุปทานโลก รัฐบาลของบางประเทศเริ่มออกมาตรการเตรียมรับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจแล้ว อย่างไรก็ดี บางประเทศอาจพบโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ ๆ จากความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น

    สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่านกำลังก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทั่วทั้งภูมิภาคและระดับโลก ความขัดแย้งครั้งนี้ทำให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซียเกิดความไม่มั่นคง และบีบให้ประชาชนหลายแสนคนทั่วตะวันออกกลางต้องหนีออกจากบ้านของตัวเอง

    แม้ในพื้นที่ที่อยู่ไกลจากสมรภูมิรบ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียที่หยุดชะงัก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ก็กำลังทำให้ต้นทุนของผู้บริโภคและภาคธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น

    ทว่าท่ามกลางความปั่นป่วนนี้ มีประเทศใดบ้างที่มีแนวโน้มจะเป็นฝ่ายเสียผลประโยชน์มากที่สุด หรืออาจได้ประโยชน์มากที่สุด

    รัสเซีย

    Russian President Vladimir Putin, wearing a black suit and red tie, is having a sit down conversation with Iranian Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei, to his right. The Iranian flag can be seen at the back, between the two men.

    ที่มาของภาพ, Anadolu via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, การสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการทูตอีกครั้งสำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

    อิหร่านเป็นพันธมิตรคนสำคัญและยังเป็นหุ้นส่วนทางการทหารของรัสเซีย การสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถือเป็นความพ่ายแพ้ทางการทูตอีกครั้งสำหรับรัสเซีย ต่อเนื่องมาจากการโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ในซีเรีย และเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ เพิ่งจับกุม อดีตประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ในเวเนซุเอลา

    อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้อาจสร้างข้อได้เปรียบให้รัสเซียในสงครามของตนเองกับยูเครน เนื่องจากสงครามต่ออิหร่านครั้งนี้กำลังดึงเอาทรัพยากรทางทหารของสหรัฐฯ ออกไป

    “การลดลงของขีปนาวุธและระบบสกัดกั้นแพทริออต (Patriot) เป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย เพราะมันจำกัดสิ่งที่ยูเครนสามารถหาซื้อได้ในตลาด” นิโคล กราเยฟสกี รองศาสตราจารย์จากศูนย์การศึกษาระหว่างประเทศของสถาบันรัฐศาสตร์ปารีส (Paris Institute of Political Studies) กล่าวกับ บีบีซีแผนกภาษารัสเซีย

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • .

    • .

    • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

    • An armed military member of the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) holds an AK‑47 rifle against an Iranian flag.

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    BBC

    อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ความต้องการโดรนชาเฮด (Shahed) ของอิหร่านที่เพิ่มขึ้น ไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อศักยภาพของรัสเซียในการทำสงครามในยูเครน

    ฮันนา น็อตเต ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคยูเรเชียของศูนย์การศึกษาการไม่แพร่ขยายอาวุธ (Center for Nonproliferation Studies) ในสหรัฐฯ กล่าวกับ บีบีซี นิวส์ ว่า “รัสเซียเคยพึ่งพาความร่วมมือด้านกลาโหมจากอิหร่านในช่วงเวลาหนึ่งที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง คือช่วงต้นของสงครามในยูเครน ตอนที่อิหร่านจัดหาโดรนชาเฮดให้ และที่สำคัญคือมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต รวมถึงให้ใบอนุญาตในการผลิตโดรนเหล่านี้ในช่วงปี 2022–2023”

    เธอกล่าวต่อว่า “ตอนนี้สงครามมาถึงจุดที่รัสเซีย ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอิหร่าน เพื่อดำเนินสงครามในยูเครนอีกต่อไป เพราะรัสเซียสามารถ ผลิตโดรนชาเฮดได้เองแล้ว”

    BBC

    ขณะเดียวกัน การที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซชะงักงัน จนราคาพลังงานพุ่งสูง อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันทางการเงินบางส่วนให้กับรัสเซีย ที่กำลังเผชิญภาระหนักจากสงครามในยูเครน

    งบประมาณของรัฐบาลกลางรัสเซียตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ประเทศจะสามารถส่งออกน้ำมันได้ในราคาประมาณ 59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ขณะนี้ราคาน้ำมันดิบได้พุ่งขึ้นอย่างมาก เกือบสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงหนึ่ง

    เมื่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซียลดกำลังการผลิตลง รัสเซียอาจสามารถส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้นไปยังตลาดสำคัญอย่างจีนและอินเดียได้

    เดวิด ไฟฟ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอาร์กัส (Argus) บริษัทข้อมูลข่าวกรองด้านตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลก กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ อินเดียถูกกระตุ้นให้ลดการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่ตอนนี้สหรัฐฯ ได้ให้ ข้อยกเว้นบางประการ เพื่ออนุญาตให้อินเดียกลับมาซื้อน้ำมันรัสเซียได้อีกครั้ง อย่างน้อยในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า”

    “และขณะนี้ก็มีการหารือกันแล้วเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนต่อการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย เพื่อบรรเทาปัญหาบางประการที่เกิดขึ้น” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของอาร์กัส ระบุ

    จีน

    แม้จีนจะยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามต่ออิหร่าน แต่ก็ยังคงต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ดี

    ข้อมูลจาก ศูนย์นโยบายพลังงานโลก (Center on Global Energy Policy) ระบุว่า จีนนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเพียง 12% ของการนำเข้าทั้งหมด

    นอกจากนี้ จีนยังมีสำรองน้ำมันไว้เพียงพอสำหรับการใช้งานได้อีกหลายเดือน หลังจากนั้นก็ยังสามารถหันไปพึ่งพาการนำเข้าจากรัสเซียได้แบบไม่ยาก

    อย่างไรก็ดี ภาคอุตสาหกรรมของจีนที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ก็มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ตามที่ ไฟฟ์ระบุ

    การส่งออกซึ่งคิดเป็นประมาณ 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน หรือมูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ประเทศผลิตได้ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญปัญหาจากราคาตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาและการใช้จ่ายภายในประเทศที่อ่อนแอ

    การเดินเรือบริเวณภายในและรอบ ๆ ช่องแคบฮอร์มุซที่หยุดชะงักลง อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับจีนมากนัก แต่การเข้าถึงมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสินค้าจีนที่มุ่งหน้าไปยังตลาดตะวันตก

    ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของคาบสมุทรอาหรับ ช่องแคบบับ อัล-มันเดบ (Bab el-Mandeb Strait) ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ก็เกิดการโจมตีจาก กลุ่มกบฏฮูตี (Houthis) ในเยเมน ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

    A BBC map showing the Strait of Hormuz, off the south coast of Iran Surrounding countries are grey. Please put your translation of all words in here for people who are sight impaired.

    คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณนอกชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน

    “มีความเป็นไปได้สูงที่การเดินเรือในทะเลแดงจะได้รับผลกระทบอย่างหนักอีกครั้ง โดยเรือสินค้าระยะไกลจากเอเชียที่ต้องการมุ่งหน้าไปยัง มหาสมุทรแอตแลนติก จะถูกเบี่ยงเส้นทางให้แล่นอ้อม แอฟริกาตอนใต้ ผ่านแหลมกู๊ดโฮป” ไฟฟ์กล่าวกับบีบีซี นิวส์

    นีล ควิลเลียม ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางจากสถาบันคลังสมองแชทแฮมเฮาส์ ในกรุงลอนดอน กล่าวว่า “การเปลี่ยนเส้นทางเช่นนี้มีต้นทุนสูงมาก”

    เขาอธิบายว่า “มันทำให้การเดินทางยาวขึ้น 10–14 วัน และขึ้นอยู่กับประเภทของสินค้า สำหรับเรือบรรทุกสินค้าทั่วไปหนึ่งลำ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ”

    ทว่าสงครามกับอิหร่านอาจเปิดโอกาสทางการทูตให้กับจีน ในขณะที่จีนพยายามวางตำแหน่งตนเองให้เป็น “ตัวถ่วงดุลที่มีความรับผิดชอบ” ต่อสหรัฐฯ ฟิลิป เช็ตเลอร์-โจนส์ จากสถาบันรอยัล ยูไนเต็ด เซอร์วิสเซส หรือ อาร์ยูเอสไอ (Royal United Services Institute – RUSI) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองด้านความมั่นคงของสหราชอาณาจักร กล่าวกับ บีบีซี นิวส์

    ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะยังคงพยายามสร้างภาพลักษณ์ของตนว่าเป็น ผู้นำโลกที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ ซึ่งแตกต่างจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์

    ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งครั้งนี้อาจเป็นโอกาสให้รัฐบาลจีน จับสัญญาณหรือประเมินท่าทีของทรัมป์ ว่าเขาอาจตอบสนองอย่างไรต่อประเด็นตึงเครียดอื่น ๆ รวมถึง ไต้หวัน เกาะที่ปกครองตนเองซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนดังกล่าว

    กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่

    ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมาก มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามครั้งนี้ บางประเทศก็ได้เริ่มใช้ มาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวดแล้วเพื่อพยายามบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด

    ในเวียดนาม ราคาน้ำมันดีเซลได้เพิ่มขึ้นแล้วถึง 60% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และรัฐบาลกำลังขอให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านหากสามารถทำได้

    ส่วนในฟิลิปปินส์ ที่นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณ 95% ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมด สั่งพนักงานภาครัฐทำงานเพียงสี่วันต่อสัปดาห์ เว้นแต่ผู้ที่ทำงานในหน่วยบริการฉุกเฉิน

    มาตรการในลักษณะเดียวกันได้ถูกนำมาใช้ใน ปากีสถาน ยกเว้นแค่เพียงภาคธนาคาร หน่วยงานต่าง ๆ ถูกสั่งให้ ทำงานจากที่บ้านเท่าที่จะทำได้ และมหาวิทยาลัยก็หันไปสอนผ่านระบบออนไลน์

    ในการแถลงทางโทรทัศน์ เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน กล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประหยัดและจัดสรรการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศอย่างรอบคอบ

    ขณะที่ใน บังกลาเทศ รัฐบาลกำลังเผชิญกับภาวะการซื้อสินค้าเพื่อกักตุนไว้เกินความจำเป็นเนื่องจากความกลัวหรือตื่นตระหนก (panic buying) จากสถานการณ์ข่าววิกฤตดังกล่าว โดยมีคิวยาวตามสถานีบริการน้ำมัน ทำให้ทางการต้องออกมาตรการ จำกัดปริมาณการซื้อ โดยรถยนต์สามารถซื้อได้ วันละ 10 ลิตร ส่วนรถจักรยานยนต์ เพียงวันละ 2 ลิตร

    Dozens of motocycle riders queue at a petrol station in Karachi, Pakistan, on the night of 6 March 2026.

    ที่มาของภาพ, Reuters

    คำบรรยายภาพ, สถานีบริการน้ำมันเริ่มมีคิวยาว

    แต่ผลกระทบของสงครามอาจขยายวงไปไกลกว่าแค่การขาดแคลนพลังงาน

    เกษตรกรทั่วโลกต้องพึ่งพาปุ๋ยเพื่อใช้ในการเพาะปลูก และช่วยให้พืชผลสามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดีขึ้น การหยุดชะงักของอุปทานปุ๋ยอาจนำไปสู่ ความไม่มั่นคงด้านอาหารของโลก

    นีล ควิลเลียม กล่าวกับ บีบีซี นิวส์ ว่า “ยูเรียประมาณ 30% ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตปุ๋ย ถูกขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ยูเรียมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งได้จากกระบวนการแปรรูปน้ำมันดิบ ดังนั้น หากยูเรียราว 30% หายไปจากตลาดโลก ก็จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ ความมั่นคงทางอาหารของโลก”

    หลังจากโรงงานกาตาร์เอเนอร์จี (QatarEnergy) ที่ถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกก๊าซรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้ผลิตยูเรียสำหรับทำปุ๋ยถูกโจมตี บริษัทต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (force majeure) ซึ่งเป็นมาตรการฉุกเฉินที่เปิดทางให้บริษัทสามารถระงับการผลิตและการส่งมอบสินค้าได้ชั่วคราว

    นีล ควิลเลียม กล่าวว่า “ผลกระทบในด้าน ความมั่นคงทางอาหาร และ เงินเฟ้อ อาจเริ่มเห็นได้ในอีก 6–9 เดือนข้างหน้า”

    เขาเสริมว่า “ผลกระทบอาจยังไม่ปรากฏในตอนนี้ แต่เมื่อพืชผลเริ่มประสบปัญหา หรือเมื่อเกษตรกรเริ่มหาปุ๋ยได้ยากขึ้น เราก็จะเห็นผลกระทบในระยะยาว”

    มีการรายงานเพิ่มเติมโดย บีบีซีแผนกภาษาฮินดี และเอลิซาเวตา โฟคต์ จาก บีบีซีแผนกภาษารัสเซีย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c7vjgye8m92o&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MkJKMBHOzu9oHG7ZMhnn0

  • นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน DITP EXPO 2026 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน DITP EXPO 2026 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์

    นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน DITP EXPO 2026 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 ณ กระทรวงพาณิชย์


    watermark

              กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จัดงาน DITP EXPO 2026 อย่างยิ่งใหญ่ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเลือกซื้อสินค้ามาตรฐานส่งออกจากผู้ประกอบการไทยกว่า 130 คูหา ครอบคลุมสินค้าเกษตรและอาหาร แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ สุขภาพและความงาม พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์และเวิร์กช็อปมากมาย ระหว่างวันที่ 11–13 มีนาคม 2569 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์
              นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ศิลปิน ดารา และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
              นางศุภจี กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 74 ปีของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา DITP ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศของไทย ทั้งการขยายตลาดส่งออก การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การส่งเสริมแบรนด์สินค้าไทย และการให้บริการข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศแก่ภาคธุรกิจ
               รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อการค้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
              “การมาร่วมเฉลิมฉลองกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือการช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้มีศักยภาพในการส่งออกมากยิ่งขึ้น เพราะการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันต้องพึ่งพาการส่งออกอย่างมาก แม้การค้าโลกจะมีความไม่แน่นอน แต่กระทรวงพาณิชย์และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศมีความตั้งใจที่จะดำเนินมาตรการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจและขยายตลาดส่งออกได้อย่างต่อเนื่อง” นางศุภจี กล่าว
              นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีที่ผ่านมาไทยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึงกว่า 11.1 ล้านล้านบาท เติบโตกว่า 12.4% ซึ่งสะท้อนศักยภาพของภาคธุรกิจไทย อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปจำเป็นต้องเพิ่มทั้ง ศักยภาพและคุณภาพของการส่งออก โดยเฉพาะการยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย
              “ปัจจุบันผู้ประกอบการ SMEs มีสัดส่วนประมาณ 35% ของ GDP ไทย ซึ่งยังสามารถขยายได้อีก กระทรวงพาณิชย์จึงมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้มีโอกาสเติบโตมากขึ้น ทั้งการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี การตลาด การบริหารจัดการ รวมถึงการเข้าถึงแหล่งทุนผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น EXIM Bank และ SME D Bank เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย” นางศุภจี กล่าว
              นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการดูแลความเป็นธรรมทางการค้า และการปกป้องผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งผลักดันการขยายการส่งออกไปสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป รวมถึงภาคบริการที่ไทยมีศักยภาพ
              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีเครือข่ายสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) 58 แห่งทั่วโลก ทูตพาณิชย์ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และโอกาสทางตลาดในแต่ละประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาช่วยกำหนดแนวทางการส่งเสริมการค้าของไทยให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก
               “การจัดงาน DITP EXPO ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีตของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศความพร้อมของกระทรวงพาณิชย์และทีมประเทศไทยในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้สามารถก้าวข้ามความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และนำสินค้าและบริการของไทยไปสร้างชื่อเสียงในเวทีโลกได้” นางศุภจี กล่าว
              ด้านนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 135 บริษัท แบ่งเป็นผู้ประกอบการในโซนจำหน่ายสินค้า 107 บริษัท และผู้ประกอบการในโซน Workshop จำนวน 28 บริษัท พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมให้ข้อมูลและบริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชน อาทิ สภากาชาดไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และสมาคมส่งเสริมคอนเทนต์วายไทย
              นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ นิทรรศการ Showcase รางวัลเกียรติยศ การเสวนา การสาธิตทำอาหาร Creative Workshop และกิจกรรมพิเศษจากศิลปิน ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชมงาน
              ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP

     


    image รูปภาพ


    Line Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moc.go.th/th/content/category/detail/id/4/iid/10001&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ytBnrSjOzkLE5kKp5myjn

  • ทรัมป์เปิดฉากสอบสวนทางการค้า เตรียมใช้มาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ ‘ไทย’ โดนด้วย

    ทรัมป์เปิดฉากสอบสวนทางการค้า เตรียมใช้มาตรา 301 ต่อ 16 เขตเศรษฐกิจ ‘ไทย’ โดนด้วย

    เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม) ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเริ่มการไต่สวนทางการค้าครั้งใหม่ต่อจีน เม็กซิโก สหภาพยุโรป ไทย และระบบเศรษฐกิจอื่นๆ รวม 16 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ‘มาตรา 301’ มาใช้แทนที่มาตรการภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ซึ่งเพิ่งถูกศาลฎีกาตัดสินว่าเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

    มาตรา 301 คืออะไร?

    ทั้งนี้ มาตรา 301 ในกฎหมายการค้าปี 1974 เป็นการใช้เครื่องมือภาษี เพื่อมุ่งตอบโต้การค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยขอบเขตของภาษีนี้มีรูปแบบเจาะจงรายประเทศ (Country-specific)

    โดยการหยิบไพ่มาตรา 301 มาพิจารณาถือเป็นแนวโน้มที่น่าจับตา สำหรับประเทศที่เสี่ยงถูกเก็บภาษี เนื่องจาก มาตรา 301 ไม่ได้กำหนดเพดานหรืออัตราภาษีสูงสุดที่อาจจะจัดเก็บได้ ‘ตายตัว’

    โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า การไต่สวนดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 และยังมีแนวโน้มที่จะขยายขอบเขตไปยังประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจสหรัฐฯ ในการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่ถูกตรวจพบว่ามีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม

    การบังคับใช้ภาษีตามมาตรา 301 อาจนำมาใช้ทดแทนมาตรการภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ส่วนใหญ่ที่ทรัมป์ประกาศใช้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมาโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส

    ส่องเงื่อนไขประเทศใดเตรียมโดนมาตรา 301

    โดยเกรียร์ระบุว่า นโยบายการค้าของประธานาธิบดียังคงยึดหลักการเดิม คือการปกป้องตำแหน่งงานของชาวอเมริกันและสร้างความมั่นใจว่าคู่ค้ามีการค้าขายที่ยุติธรรม

    เกรียร์ยังเปิดเผยว่า การไต่สวนตามมาตรา 301 จะครอบคลุมถึงการกระทำ นโยบาย และแนวทางปฏิบัติของบางระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘ภาวะกำลังการผลิตล้นเกินเชิงโครงสร้าง’ (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิต โดยฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าคู่ค้าหลักหลายรายมีกำลังการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับกลไกตลาด ทั้งในแง่ของอุปสงค์ภายในประเทศและอุปสงค์โลก ซึ่งนำไปสู่การได้เปรียบดุลการค้าที่สูงและต่อเนื่องเป็นเวลานาน

    เปิด 16 เขตเศรษฐกิจที่ถูกสอบสวนครั้งนี้ USTR แย้มอาจมีประเทศอื่น

    จากเอกสารของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ลงวันที่ 11 มีนาคม 2026 สหรัฐฯ ได้ประกาศเริ่มการสอบสวนทางการค้าตามมาตรา 301 (Section 301) เกี่ยวกับปัญหาภาวะกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ในภาคการผลิต โดยมีกลุ่มเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 16 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ดังนี้

    • จีน (China)
    • สหภาพยุโรป (European Union)
    • สิงคโปร์ (Singapore)
    • สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)
    • นอร์เวย์ (Norway)
    • อินโดนีเซีย (Indonesia)
    • มาเลเซีย (Malaysia)
    • กัมพูชา (Cambodia)
    • ไทย (Thailand)
    • เกาหลีใต้ (Korea)
    • เวียดนาม (Vietnam)
    • ไต้หวัน (Taiwan)
    • บังกลาเทศ (Bangladesh)
    • เม็กซิโก (Mexico)
    • ญี่ปุ่น (Japan)
    • อินเดีย (India)

    ทั้งนี้ เกรียร์คาดการณ์ว่าอาจมีการไต่สวนตามมาตรา 301 รายประเทศเพิ่มเติม หรืออาจมีการใช้เครื่องมือและมาตรการตรวจสอบอื่นๆ ในอนาคต

    โดยตามกระบวนการของมาตรา 301 สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรและจัดการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Hearing) รวมถึงหารือกับประเทศคู่ค้าที่อยู่ภายใต้การไต่สวน หลังจากนั้น USTR จะสรุปผลการวิเคราะห์และเสนอมาตรการตอบโต้หากจำเป็น ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียมบริการ หรือมาตรการอื่นๆ

    การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ด้วยมติ 6 ต่อ 3 เสียง ว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจในการเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ตามที่กล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม ภายหลังคำตัดสินเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเรียกเก็บภาษีทั่วโลก (Global Tariff) อัตรา 10% ใหม่ภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้า ซึ่งมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 150 วัน

    ทางด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยคาดการณ์ว่าภายในเดือนสิงหาคมนี้ อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะกลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจาก USTR และกระทรวงพาณิชย์จะเสร็จสิ้นการศึกษาข้อมูลทางการค้าที่รองรับการใช้อำนาจจัดเก็บภาษีเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่าอำนาจตามกฎหมายเหล่านี้มีความเข้มแข็งและผ่านการโต้แย้งทางกฎหมายมาแล้วกว่า 4,000 ครั้ง แม้จะมีขั้นตอนที่ช้ากว่าแต่มีความมั่นคงและยั่งยืนกว่า

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/trump-section-301-trade-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Psq18lZGVHS0QNtNxbNkJ

  • ตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น หนุน SET บวกแรง เอเซียพลัส ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุน

    ตั้งรัฐบาลเร็วขึ้น หนุน SET บวกแรง เอเซียพลัส ชี้จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดทุน

    วันนี้ (12 มี.ค.2569) บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า การตั้งรัฐบาลไทยเร็วกว่าคาด 1.5 เดือน หนุน SET ลุ้นบวกแรง บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่าประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รัฐบาลใหม่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมราว 1-1.5 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยไทม์ไลน์ความชัดเจนจะเริ่มตั้งแต่การเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มี.ค. ตามด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค. และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถเริ่มบริหารประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนพ.ค.2569

    การจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็วขึ้นจะช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (FDI) และทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 ไม่สะดุด

    นอกจากนี้ จากสถิติในอดีตช่วงจัดตั้งรัฐบาลลุงตู่ในปี 2562 พบว่าหลังจากเปิดประชุมสภา ดัชนี SET ปรับตัวพุ่งขึ้นกว่า 100 จุด (จาก 1,600 จุด สู่ 1,700 จุด) แม้จะมีปัจจัยกดดันจากสงครามการค้าในขณะนั้น ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับปัจจุบัน

    นอกจากนี้ยังประเมินสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก โดยระบุว่าสงครามระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 เริ่มมีสัญญาณความรุนแรงที่ลดลง แม้ล่าสุดอิหร่านจะก่อเหตุยิงเรือการค้า 3 ลำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ เรือมยุรีนารี สัญชาติไทยของบริษัท PSL รวมถึงขู่จะโจมตีครั้งใหญ่หากสหรัฐฯ ถล่มท่าเรืออิหร่านก็ตาม

    อย่างไรก็ดี ตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลลงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศว่าสงครามใกล้จะจบลงแล้ว เนื่องจากแทบไม่เหลือเป้าหมายให้โจมตีในอิหร่าน ผสานกับการที่สำนักงานพลังงานสากล (IEA) มีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อแก้ปัญหาอุปทานขาดแคลน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดดันให้ราคาน้ำมันดิบโลกย่อตัวลงมาได้ ขณะที่ในสัปดาห์หน้า (18 มี.ค.) แนะนำให้นักลงทุนจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และการเปิดเผย Dot Plot โดยล่าสุดตลาดคาดการณ์ว่า FED อาจจะลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ช่วงเดือนก.ย.2569

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หลบสงคราม พบว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางทำให้ต่างชาติเทขายหุ้นเอเชียอย่างหนักตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึง -7.9 % ทั้งนี้กลยุทธ์ หลบสงคราม ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐเน้นไปที่กลุ่มการบริโภคภายในประเทศ (Domestic Consumption) ที่มีความปลอดภัยสูง ฝ่ายวิจัยคาดหวังว่ารัฐบาลผสม (พรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทย) จะเร่งผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและลดค่าครองชีพแบบรวดเร็ว (Quick Win) ภายใน 100 วันแรก

    โดยกลุ่มค้าปลีก รับอานิสงส์เต็มๆ จากนโยบาย “คนละครึ่ง พลัส” ที่รัฐบาลช่วยจ่าย 50 % สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค  กลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม นอกจากจะได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นการจับจ่ายแล้ว ยังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นฤดูร้อนที่ยอดขายจะเติบโตสูงสุดในรอบปี และกลุ่มไฟแนนซ์ ได้รับผลดีจากนโยบายแก้หนี้-พักหนี้ และสภาพคล่องของประชาชนที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย (NPL) ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

    อ่านข่าว :

    ตลาดหุ้นเอเชียเปิดร่วง หลังราคาน้ำมันWTIพุ่งขึ้น 7%

    ดัชนีSET  เพิ่มขึ้น 12.33 จุด ตอบรับราคาน้ำมันปรับตัวลดลง

    ดัชนี SET เปิดภาคเช้าพุ่ง 27.72 จุดยืนเหนือ 1,400 จุด

    ตลาดหุ้น “เอเชีย” ดิ่งทั่วภูมิภาค เซ่นพิษน้ำมันพุ่ง100 ดอลลาร์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503255&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0p6fcDltcAtKuoO18oqRBt

  • “เขมร”ล็อตสุดท้าย อพยพกลับไปไส้แห้ง ผจญเศรษฐกิจดิ่งเหว ใช้ชีวิตแร้นแค้น | TOPNEWS

    “เขมร”ล็อตสุดท้าย อพยพกลับไปไส้แห้ง ผจญเศรษฐกิจดิ่งเหว ใช้ชีวิตแร้นแค้น | TOPNEWS

    “เขมร”ล็อตสุดท้าย อพยพกลับไปไส้แห้ง ผจญเศรษฐกิจดิ่งเหว ใช้ชีวิตแร้นแค้น

    • เผยแพร่ : 12/03/2026 16:00

    “เขมร”ล็อตสุดท้าย อพยพกลับไปไส้แห้ง ผจญเศรษฐกิจดิ่งเหว ใช้ชีวิตแร้นแค้น

    #topupdate
    #กัมพูชา
    #เขมร
    #ฮุนเซน
    #อิหร่าน
    #ทรัมป์
    #สหรัฐ
    #อิสราเอล
    #ฮิซบอลเลาะห์

    อัปเดตคลิปข่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1514100&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ygfyYyWDJcLz8pLG4vctR

  • ‘อิหร่าน’ ขู่! จะทำสงครามยืดเยื้อ

    ‘อิหร่าน’ ขู่! จะทำสงครามยืดเยื้อ

    หญิงชาวอิหร่านถือโปสเตอร์ที่มีภาพเหมือนของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี (ซ้าย) และบุตรชายของเขา โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของประเทศ ในระหว่างพิธีศพของเหล่าผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ผู้บัญชาการกองทัพ และบุคคลอื่นๆ ที่เสียชีวิตในช่วงแรกของการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่จัตุรัสเอ็นเกลาบ ในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม (Photo by ATTA KENARE / AFP)

    อิหร่านเตือนว่าอาจก่อสงครามยืดเยื้อกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ซึ่งจะ “ทำลาย” เศรษฐกิจโลก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะกล่าวเมื่อคืนวันพุธว่าสาธารณรัฐอิสลามกำลังเผชิญกับความพ่ายแพ้ที่ใกล้เข้ามาแล้วก็ตาม

    การแสดงท่าทีท้าทายจากเตหะรานเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่ขนส่งน้ำมันหนึ่งในห้าของโลก ส่งผลให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดพลังงาน กระตุ้นให้เกิดการปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินจากทั่วโลก และการดึงน้ำมันจากคลังสำรองของสหรัฐฯ มาใช้ในวงจำกัด

    ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลโจมตีทางอากาศอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และทำให้ตะวันออกกลางตกอยู่ในความขัดแย้ง

    การโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านทำให้การขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบหยุดชะงักเกือบทั้งหมด บังคับให้รัฐบาลต่างๆ ต้องเร่งหาทางควบคุมผลกระทบ ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่าน “อยู่ในจุดที่ใกล้จะหมดหนทางแล้ว”

    “ไม่ได้หมายความว่าเราจะยุติมันทันที แต่พวกเขาจะทำ” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว

    เขากล่าวว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านถูกทำลายไปแล้ว ขีปนาวุธของอิหร่านใกล้จะหมดแล้ว และกองกำลังสหรัฐฯ สามารถตัดกระแสไฟฟ้าได้ “ภายในหนึ่งชั่วโมง” ซึ่งจะทำให้ประเทศต้องเผชิญกับการฟื้นฟูที่อาจต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วอายุคน

    แต่ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขาต้องการแสดงความยับยั้งชั่งใจมากกว่าที่จะดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้ “แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะฟื้นฟูประเทศของตน”

    ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีกล่าวว่าสหรัฐฯ ต้อง “ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น” ในอิหร่าน พร้อมเสริมว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไปแล้ว 28 ลำ

    เขากล่าวว่าวอชิงตันจะดึงน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มาใช้ “เล็กน้อย” เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดที่ปั่นป่วนจากสงคราม และต่อมารัฐบาลของเขาก็ประกาศว่าเขาอนุมัติให้ปล่อยน้ำมัน 172 ล้านบาร์เรล โดยเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า

    องค์การพลังงานระหว่างประเทศตกลงที่จะปล่อยน้ำมันดิบจำนวน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์

    อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด และยังคงมี “เป้าหมายอีกมากมายที่ต้องจัดการ”

    ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

    เมื่อความขัดแย้งดำเนินมาเป็นวันที่ 12 แล้ว กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เตือนเมื่อวันพุธว่าพวกเขาจะโจมตี “ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธนาคาร” ที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลให้บริษัทระหว่างประเทศหลายแห่งอพยพพนักงานออกจากดูไบมากขึ้น

    อาลี ฟาดาวี ที่ปรึกษาของผู้บัญชาการสูงสุดของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล “ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ที่ทั้งสองประเทศจะเข้าสู่สงครามยืดเยื้อที่ทำลายเศรษฐกิจของอเมริกาและเศรษฐกิจโลกทั้งหมด”

    อิหร่านกล่าวว่าได้โจมตีเรือพาณิชย์สองลำในอ่าวเปอร์เซีย หลังจากที่เรือเหล่านั้นรุกล้ำช่องแคบฮอร์มุซ “โดยไม่สนใจคำเตือน” ของกองทัพเรืออิหร่าน

    นักวิเคราะห์เตือนว่า การหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบนี้เป็นเวลานาน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยประมาณหนึ่งในสามของปริมาณปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตอาหารทั่วโลก จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป

    คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ผ่านมติเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติกล่าวหาว่าเป็นการ “ละเมิดอำนาจหน้าที่อย่างโจ่งแจ้ง”

    ความขัดแย้งดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อสองเสาหลักของเศรษฐกิจในอ่าวเปอร์เซียแล้ว ได้แก่ การผลิตพลังงานและการบินพาณิชย์

    เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดรนหลายลำตกใกล้สนามบินดูไบ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย เจ้าหน้าที่กล่าว นอกจากนี้ โดรนอีกหลายลำยังพุ่งชนถังเชื้อเพลิงที่ท่าเรือซาลาลาห์ของโอมาน ตามรายงานของสำนักข่าวโอมาน

    ‘คลื่นการประท้วงหยุดงาน’

    สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ในเย็นวันพุธที่ผ่านมา โดรนของอิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายในกรุงเตหะรานเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเสียชีวิต

    ต่อมา กองทัพอิสราเอลกล่าวว่ากำลังดำเนินการ “ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่” หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประกาศเมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีว่าได้ดำเนินการปฏิบัติการยิงขีปนาวุธร่วมกับฮิซบอลลาห์โจมตีเป้าหมายในอิสราเอล

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เพนตากอนได้แจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ว่าค่าใช้จ่ายของสงครามสูงเกิน 11.3 พันล้านดอลลาร์ในช่วงหกวันแรก ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ โดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการบรรยายสรุปที่เป็นความลับ

    ความขัดแย้งยังคงลุกลามไปทั่วภูมิภาค

    สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิรักรายงานว่า ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และปลอดภัย 38 ราย จากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ประเทศอิรัก โดยไม่ได้ระบุสัญชาติของผู้เสียชีวิตหรือรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ

    และโดรนของอิหร่านได้โจมตีอาคารแห่งหนึ่งในดูไบ ตามรายงานของสื่อรัฐบาลอิหร่านเมื่อวันพฤหัสบดี

    เลบานอนแถลงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ 10 วันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลลาห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน พุ่งสูงกว่า 630 ราย ขณะที่ผู้พลัดถิ่นกว่า 800,000 คน

    เลบานอนถูกดึงเข้าสู่สงครามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อกลุ่มฮิซบอลลาห์โจมตีอิสราเอลภายหลังการสังหารอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน

    ต่อมาอิสราเอลได้ตอบโต้การยิงจรวดของกลุ่มฮิซบอลลาห์ กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 8 รายจากการโจมตีของอิสราเอลในภาคตะวันออกของประเทศ

    ‘ซาตาน’

    การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ทางการอิหร่านปราบปรามการประท้วงครั้งใหญ่ แม้ว่าพันธมิตรทั้งสองจะยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเขา

    อยาตอลลาห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน และเจ้าหน้าที่กล่าวเมื่อวันพุธว่าเขาได้รับบาดเจ็บแต่ “ปลอดภัย”

    กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านแถลงเมื่อวันที่ 8 มีนาคมว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลมากกว่า 1,200 คน สำนักข่าวเอเอฟพีไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขดังกล่าวได้อย่างอิสระ

    ผู้คนหลายพันคนรวมตัวกันในกรุงเตหะรานเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้บัญชาการที่เสียชีวิตจากการโจมตี ซึ่งเป็นการรวมตัวของประชาชนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

    ยาห์ยา ราฮิม ซาฟาวี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้นำสูงสุดคนใหม่ ก็แสดงท่าทีท้าทายเช่นกัน โดยเรียกทรัมป์ว่าเป็น “ประธานาธิบดีอเมริกันที่ฉ้อฉลและโง่เขลาที่สุด” และเป็น “ซาตาน” เสียเอง.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/961689/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WvxhOcHbdA1CE4l8rjWMW

  • ส่องขุมทรัพย์เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” มหาเศรษฐีไทยติดอันดับเวิลด์คลาส

    ส่องขุมทรัพย์เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” มหาเศรษฐีไทยติดอันดับเวิลด์คลาส

    เปิดโฉมเจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ที่แท้คือมหาเศรษฐีไทยชื่อดัง ผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านที่หลายคนรู้จักดี

    กิริต ชาห์ (Kirit Shah) ชื่อที่คนในแวดวงธุรกิจไทยและระดับโลกต่างรู้จักดี ในฐานะมหาเศรษฐีไทยเชื้อสายอินเดียผู้กุมบังเหียน GP Group กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติยาวนาน และเป็นผู้ก่อตั้ง บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของกองเรือขนส่งสินค้าแห้งเทกองที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การตั้งชื่อเรือลงท้ายด้วยคำว่า “นารี” เช่น มยุรี นารี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จบนน่านน้ำสากล

    1. ความมั่งคั่งระดับ Top 40 ของประเทศไทย

    จากการจัดอันดับของ Forbes ประจำปี 2024-2025 ตระกูลชาห์ยังคงรักษาตำแหน่งมหาเศรษฐีแถวหน้าของเมืองไทยไว้อย่างเหนียวแน่น

    • ทรัพย์สินรวม: ประมาณ 35,000 – 37,000 ล้านบาท
    • อันดับความรวย: ติดโผท็อป 40 มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงเสถียรภาพและการเติบโตของสินทรัพย์ในเครือ

    2. เจาะอาณาจักร GP Group คอนโกลเมอเรตหมื่นล้าน

    ความแข็งแกร่งของ กิริต ชาห์ มาจากการวางรากฐานธุรกิจที่หลากหลาย (Conglomerate) ครอบคลุมกว่า 100 บริษัททั่วโลก โดยมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่เป็นหัวใจหลัก ดังนี้:

    • Precious Shipping (PSL): ยักษ์ใหญ่ด้านการเดินเรือระดับโลก
    • Mega Lifesciences (MEGA): ผู้นำด้านเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ดัง “Mega We Care”
    • Christiani & Nielsen (CNT): บริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับตำนานของไทย
    • Golden Lime (SUTHA): ผู้ผลิตปูนขาวและเคมีภัณฑ์รายใหญ่

    นอกจากนี้ยังมีธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ที่น่าสนใจ เช่น MJets ธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว รวมถึงการลงทุนในซอฟต์แวร์ เหมืองแร่ และการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ในสิงคโปร์และอินเดีย

    3. “นิชิต้า ชาห์” ทายาทผู้สืบทอดวิสัยทัศน์พันล้าน

    เบื้องหลังความสำเร็จและการขยายตัวของ GP Group ในยุคใหม่ คือการร่วมแรงร่วมใจระหว่างคุณกิริต และลูกสาวคนโต นิชิต้า ชาห์ (Nishita Shah) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Group Managing Director

    • คู่หูธุรกิจที่ลงตัว: นิชิต้าจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจาก Boston University และก้าวเข้ามาเรียนรู้งานเคียงข้างคุณพ่อตั้งแต่อายุยังน้อย จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด (Individual Shareholder) ใน PSL
    • การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล: เธอคือผู้อยู่เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มพอร์ตธุรกิจจากรุ่นพ่อสู่โลกสมัยใหม่ ขณะเดียวกันก็ยังได้รับอิสระในการสร้างสรรค์สิ่งที่รักอย่างแบรนด์แฟชั่น “Nsha” โดยมีคุณกิริตคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

    ภาพของ กิริต และ นิชิต้า ชาห์ ในงานสังคมและเวทีธุรกิจ จึงไม่ใช่แค่ภาพของพ่อลูก แต่คือภาพลักษณ์ของ “ตระกูลชาห์” ที่สะท้อนถึงความสามัคคีและวิสัยทัศน์ที่พร้อมจะพาอาณาจักรหมื่นล้านนี้เติบโตต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948348/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2y3ZkfodpUoJmLgLvkw7Kr

  • สงครามสหรัฐฯ -อิหร่าน: ระบบที่ผู้ปกครองอิหร่านสร้างขึ้นธำรงอำนาจไว้อย่างไร – BBC News ไทย

    สงครามสหรัฐฯ -อิหร่าน: ระบบที่ผู้ปกครองอิหร่านสร้างขึ้นธำรงอำนาจไว้อย่างไร – BBC News ไทย

    ‘ตัดหัวหนึ่งทิ้งไป หัวใหม่ก็จะงอกขึ้นมา’ ระบบที่ผู้ปกครองอิหร่านสร้างขึ้นธำรงอำนาจไว้อย่างไร

    A large photo of Iran's new Supreme Leader, Ayatollah Mojtaba Khamenei, the son of the late Ayatollah Ali Khamenei, is displayed against a national flag and an Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) flag. Supporters can be seen waving the flags

    ที่มาของภาพ, Morteza Nikoubazl/NurPhoto via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า โครงสร้างอำนาจของอิหร่านทำให้ระบอบสามารถทนทานต่อแรงกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
      • Author, หลุยส์ บาร์รูโช
      • Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
    • เวลาอ่าน: 12 นาที

    เป็นเวลา 4 ทศวรรษแล้วที่ผู้ปกครองอิหร่านขึ้นสู่อำนาจหลังเกิดการปฏิวัติในปี 1979 ทว่าพวกเขากำลังเผชิญช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในขณะนี้

    การโจมตีทางอากาศร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลได้สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด และผู้บัญชาการทหารระดับสูงคนอื่น ๆ รวมถึงสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างค้ำจุนที่สำคัญของระบอบการปกครองของอิหร่านด้วย

    ทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างก็ส่งสัญญาณว่าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง โดยกระตุ้นให้ชาวอิหร่านออกมาโค่นล้มรัฐบาลของตน

    อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระบอบการปกครองอิหร่านตั้งใจจัดวางโครงสร้างทางอำนาจให้มีความคงทนแข็งแรง และไม่น่าถูกโค่นล้มได้โดยง่าย

    อะไรคือสิ่งที่จะอธิบายถึงความสามารถในการรับมือกับความยากลำบากนี้ และระบบการปกครองของอิหร่านแตกต่างจากประเทศอื่นในตะวันออกกลางอย่างไร ?

    A picture of Mojtaba Khamenei, walking among other men and dressed in traditional clothing with a greyish beard and glasses and looking down.

    ที่มาของภาพ, Morteza Nikoubazl/NurPhoto via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, คาดว่าโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน น่าจะเดินหน้าปกครองประเทศแบบสายแข็งไม่ต่างจากบิดาของเขา

    “โครงสร้างที่ถูกออกแบบในลักษณะคล้ายสัตว์ประหลาดไฮดรา” ในปกรณัมกรีก

    .

    ผู้เชี่ยวชาญบอกว่านับตั้งแต่โค่นล้มราชวงศ์ของอิหร่าน สาธารณรัฐอิสลามก็ค่อย ๆ สร้างระบบการเมืองที่ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทก

    ระบอบนี้ประกอบไปด้วยสถาบันที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การปลูกฝังแนวคิดทางอุดมการณ์ ความเหนียวแน่นของชนชั้นนำ และฝ่ายค้านที่กระจายออกเป็นหลายฝ่าย

    “มันเป็นโครงสร้างเหมือนสัตว์ประหลาดไฮดรา[ในปกรณัมกรีก] คุณตัดหัวหนึ่งออก แล้วมันก็จะมีหัวใหม่งอกออกมา” เซบาสเตียง บูซัวส์ นักวิจัยด้านตะวันออกกลางจากสถาบันภูมิรัฐศาสตร์ยุโรปในเบลเยียม กล่าว

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • .

    • .

    • A designed image showing a generic hotel room, black wheelie suitcase, a standard lamp, a double bed with a white bedspread and blue, gold and black and white checked pillow, and the words REC with a red recording dot emblazoned over the top.

    • An armed military member of the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) holds an AK‑47 rifle against an Iranian flag.

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) โมจตาบา เคเมเนอี บุตรชายของอาลี คาเมเนอี ได้รับเลือกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ หลังจากบิดาของเขาเสียชีวิตได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์

    มีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า เขาจะเดินหน้าการปกครอบแบบสายแข็งไม่ต่างจากบิดา

    The Seven-headed Hydra�, 1806. GREECE - SEPTEMBER 04: Engraving by J Chapman of the many-headed monster of Greek mythology. To kill the monster was the second labour of Hercules. He did this by cutting off each head and then burning the neck to prevent two new heads appearing. Illustration from �Encyclopaedia Londinensis, or, Universal Dictionary of Arts, Sciences, and Literature� published in London, 1810-1829. (Photo by SSPL/Getty Images)

    ที่มาของภาพ, Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ภาพวาดอสูรกายไฮดรา โดย เจ. แชปแมน ในภาพประกอบจากหนังสือ Encyclopaedia Londinensis, or, Universal Dictionary of Arts, Sciences, and Literature ซึ่งตีพิมพ์ในกรุงลอนดอน ระหว่างปี 1810 –1829

    “ระบอบเผด็จการแบบหลายขั้วอำนาจ”

    A woman in Tehran dressed in a black chador holds an Iranian flag and a placard with an image of Iran's new supreme leader Mojtaba Khamenei alongside the late Iranian Supreme Leader Ayatollah Ali Khamenei. She is in a crowd of people holding similar items.

    ที่มาของภาพ, Majid Asgaripour/WANA (West Asia News Agency) via REUTERS

    ผู้เชี่ยวชาญแย้งว่าต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่ผู้นำถูกโค่นล้ม เช่น ตูนิเซีย อียิปต์ และซีเรีย โดยจะเห็นได้ว่าอิหร่านสามารถรับมือกับแรงกระแทกจากภายนอกได้ดีกว่า เพราะกลไกด้านความมั่นคงขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์

    แทนที่จะเป็นเผด็จการทั่วไปที่ศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่คนคนเดียว อิหร่านกลับเป็น “เผด็จการแบบหลายขั้ว” (polydictatorship) ซึ่งเป็น “พันธมิตรระหว่างผู้สนับสนุนการเมืองแบบอิสลามกับกลุ่มชาตินิยมอิหร่านหัวรุนแรง” เบอร์นารด์ อูร์กาด อดีตผู้อำนวยการสถาบันฝรั่งเศสเพื่อการวิจัยประจำกรุงเตหะราน กล่าว

    อำนาจถูกแบ่งออกไปยังศูนย์กลางหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้นำศาสนา กองทัพ และภาคธุรกิจขนาดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นระบอบนี้จึงโค่นล้มได้ยากกว่าเผด็จการที่มีผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียว

    นอกจากนี้ ยังมีองค์กรอื่น ๆ ที่มีอำนาจด้วยเช่นกัน ซึ่งรวมถึงสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ที่สามารถยับยั้งกฎหมายและตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงสมัครเลือกตั้งได้

    สิ่งนี้ยิ่งทำให้โอกาสที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่คิดจะขึ้นมาท้าทายอำนาจรัฐอย่างจริงจังลดลงไปอีก

    แม้อิหร่านจะถูกมองในวงกว้างว่าเป็นระบอบอัตตาธิปไตย (autocracy) ประเภทหนึ่ง แต่ก็ยังเปิดโอกาสเชิงสัญลักษณ์ให้ประชาชนลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งบางอย่าง รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วย

    อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกควบคุมอย่างเข้มงวด สภาผู้พิทักษ์จะตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครตามเกณฑ์ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงระดับความจงรักภักดีต่อสาธารณรัฐอิสลาม

    บทบาทสำคัญของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ

    An armed military member of the Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) holds an AK‑47 rifle against an Iranian flag.

    ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นผู้กุมอำนาจภายในกองทัพอิหร่าน และเป็นผู้ควบคุมโครงการขีปนาวุธและโดรน โดยมีบทบาทนำในการปฏิบัติการสำคัญ ๆ ระดับภูมิภาคด้วย

    หากสถาบันต่าง ๆ เปรียบเสมือนโครงกระดูกของระบอบ กองกำลังด้านความมั่นคงก็มักถูกมองว่าเป็นเสมือนกล้ามเนื้อ

    อูการ์ดบอกว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ ไออาร์จีซี (Islamic Revolutionary Guard Corps-IRGC) ซึ่งปฏิบัติการเคียงข้างกองทัพปกติ มักถูกมองว่าเป็น “กระดูกสันหลังของระบอบ”

    นอกเหนือไปจากบทบาททางด้านการทหาร องค์กรนี้เติบโตเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบไปด้วยการครอบครองธุรกิจต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง รวมถึงการแผ่ขยายอิทธิพลผ่านกองกำลังบาซิจ (Basij) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหารอาสา

    ที่สำคัญ กองกำลังด้านความมั่นคงยังมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้เผชิญเหตุความไม่สงบซ้ำแล้วซ้ำเล่า บูซัวส์เชื่อมโยงความภักดีเช่นนี้เข้ากับอุดมการณ์

    “วัฒนธรรมแห่งการพลีชีพที่พบในหมู่คนนิกายชีอะห์ [หนึ่งในสองนิกายหลักของศาสนาอิสลาม] และในกลุ่มต่าง ๆ เช่น ฮามาส และเฮซบอลเลาะห์ เกือบจะถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ในงาน” เขากล่าว

    ด้าน เรซา ตาลาอินีก รมช.กลาโหมของอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เมื่อไม่นานมานี้ว่า ผู้บัญชาการ IRGC ทุกคน มีผู้สืบตำแหน่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าถึง 3 ระดับ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

    คัสรา อาราบี หัวหน้าฝ่ายวิจัยเรื่อง IRGC จากองค์กรพันธมิตรต่อต้านนิวเคลียร์อิหร่าน (United Against Nuclear Iran) กล่าวว่าโครงสร้างอำนาจแบบกระจายศูนย์เช่นนี้ ถูกออกแบบขึ้นหลังเห็นบทเรียนการล่มสลายของกองทัพอิรักในปี 2003 ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกรานของกองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐฯ

    ผู้เชี่ยวชาญรายนี้เชื่อว่า หากระบอบของอิหร่านยังดำรงอยู่ต่อไป “IRGC จะมีบทบาทสำคัญมากกว่าเดิม”

    เครือข่ายอุปถัมภ์และความเหนียวแน่นของชนชั้นนำ

    เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของอิหร่านถูกควบคุมโดยองค์กรต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกับรัฐ เช่น โบนยาดส์ (bonyads) มูลนิธิการกุศลที่ขยายตัวจนกลายเป็นเจ้าของบริษัทนับพันในหลากหลายภาคธุรกิจ

    เครือข่ายเหล่านี้ทำให้เกิดการจ้างงาน รวมถึงทำสัญญาการค้าต่าง ๆ กับฐานที่สนับสนุนและภักดีต่อระบอบ

    อาณาจักรธุรกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัท คอตัม อัล-อันเบีย (Khatam al‑Anbia ) ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ “การอุปถัมภ์” ในระบบเศรษฐกิจเช่นนี้มากขึ้นด้วย

    แม้มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกจะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจของอิหร่านเป็นวงกว้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเครือข่ายเหล่านี้ช่วยปกป้องชนชั้นนำสำคัญ ๆ และรักษาผลประโยชน์ของพวกเขาในระบอบที่ยังอยู่รอด

    ตามที่บูซัวส์ระบุ ระบบนี้ “แข็งแกร่งจนกระทั่งแทบไม่เห็นการแตกแถวเลย”

    อุดมการณ์และมรดกของการปฏิวัติ

    ศาสนายังมีบทบาทอันทรงพลังในการค้ำจุนอำนาจเช่นกัน

    การปฏิวัติได้สร้างเครือข่ายสถาบันทางศาสนา การเมือง และการศึกษา ซึ่งกำหนดมุมมองต่อโลกในกรอบความคิดของรัฐ

    “โครงสร้างที่เก่าแก่และทรงพลังมากนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านอุดมการณ์ ระบบราชการ และระบบบริหารมันคือสิ่งที่ทำให้ระบอบมีความแข็งแกร่ง” บูซัวส์กล่าว

    เขาบอกว่าอุดมการณ์ดังกล่าว “เป็นสิ่งกำหนดความสมัครสมานสามัคคี ภารกิจ และสรรหาบุคลากร”

    A young girl, lifted by her mother, casts her mother’s vote at a polling station in Tehran. Across the table, in front of mosaic-tiled walls, a woman dressed in a black chador watches them.

    ที่มาของภาพ, KHOSHIRAN/Middle East Images/AFP via Getty Images

    คำบรรยายภาพ, ชาวอิหร่านได้รับอนุญาตให้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งบางประเภท รวมถึงการเลือกประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวถูกควบคุมอย่างเข้มงวด โดยผู้สมัครจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติจากสภาผู้พิทักษ์ของระบอบปกครองตามเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงระดับความยึดมั่นต่อสาธารณรัฐอิสลามด้วย

    ฝ่ายค้านที่ไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน

    ในทางประวัติศาสตร์ ฝ่ายค้านของอิหร่านมีความแตกแยกกันมาโดยตลอด

    กลุ่มเหล่านี้ประกอบด้วย นักปฏิรูป กลุ่มกษัตริย์นิยม กลุ่มฝ่ายซ้าย ขบวนการของชาวอิหร่านพลัดถิ่น เช่น สภาต่อต้านแห่งชาติอิหร่าน หรือ เอ็นซีอาร์ไอ (National Council of Resistance of Iran-NCRI) และองค์กรจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ

    เอลลี เกอแรนมาเยห์ นักวิชาการอาวุโสจากสภายุโรปด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองในสหราชอาณาจักร ระบุว่าความแตกแยกเช่นนี้ดำรงอยู่มาอย่างยาวนาน

    เธอกล่าวว่าหลังการปฏิวัติอิสลาม การถกเถียงเรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองถูกลำดับไว้ให้มีความเป็นสำคัญเป็นเรื่องรองลงมา เนื่องจากอิหร่านเข้าสู่การทำสงครามกับอิรักในปี 1980 ซึ่งกินเวลายืดเยื้อเกือบ 8 ปี

    เกอแรนมาเยห์ระบุว่าในหลายช่วงเวลา กลุ่มสายกลางถูกระบอบและฝ่ายสายแข็ง “ผลักให้เป็นชายขอบ สูญเสียความน่าเชื่อถือ หรือถูกจำคุก”

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านระบอบ เช่น กรีนมูฟเมนต์หรือการเคลื่อนไหวสีเขียว (Green Movement) ในปี 2009 และการประท้วงที่ปะทุขึ้นหลังการเสียชีวิตของมาห์ซา อามินี ในปี 2022

    ทว่า การประท้วงเหล่านั้นขาดผู้นำที่เป็นศูนย์กลาง และถูกรัฐปราบปรามอย่างรุนแรงในเวลาต่อมา

    อย่างไรก็ตาม คลื่นการประท้วงล่าสุดในปีนี้และปีที่แล้ว เกิดขึ้นตามการเรียกร้องจากบุตรชายของอดีตชาห์ผู้ลี้ภัยที่ให้จัด “วันเคลื่อนไหวระดับโลก”

    อิหร่านยังมีปฏิบัติการสอดแนมที่ซับซ้อนมากที่สุดแห่งหนึ่งในระดับภูมิภาค รวมทั้งมีการปิดอินเทอร์เน็ตเป็นระยะ ๆ การเฝ้าระวังด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) และหน่วยไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังนักกิจกรรมนอกราชอาณาจักร

    ความระมัดระวังของสาธารณชนที่กำลังเสื่อมถอยลง

    เกอแรนมาเยห์กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ชาวอิหร่านจำนวนมากลังเลที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หลังจากเห็นผลลัพธ์จากการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานและอิรัก ประกอบกับผลพวงของการลุกฮือในโลกอาหรับก็ยิ่งทำให้เกิดความระมัดระวังมากขึ้น

    ถึงกระนั้น เธอกล่าวว่าการประเมินดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยชาวอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่ารัฐไม่สามารถรับประกันความต้องการพื้นฐาน ตั้งแต่ตำแหน่งงานไปจนถึงน้ำสะอาด ขณะเดียวกันการใช้กำลังปราบปรามเสียงต่อต้านกลับเพิ่มมากขึ้น

    เธอกล่าวเสริมว่าอีกปัจจัยหนึ่งที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ การปราบปรามคลื่นประท้วงระลอกใหม่ในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมาอย่างรุนแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันคน โดยถือได้ว่านี่เป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นในประเทศนี้

    ด้านอูร์กาดกล่าวว่า เกิด “ช่องว่างระหว่างช่วงวัย” ในหมู่ชาวอิหร่าน เมื่อพูดถึงทัศนคติที่มีต่อระบอบ

    เขากล่าวต่อว่าคนรุ่นใหม่ชาวอิหร่านซึ่งหลายคนมีการศึกษาในระดับสูง สามารถเชื่อมต่อกับโลกภายนอก และได้รับอิทธิพลจากสื่อสังคมออนไลน์ ต่างปฏิเสธระบอบนี้ โดยมองว่าเป็น “ระบบที่ทุจริต กดขี่ และไม่สอดคล้องกับความใฝ่ฝันของพวกเขา”

    “ท้ายที่สุดแล้ว ทุกระบอบก็ต้องสิ้นสุดลง”

    Smoke rises high in the air in central Tehran on 28 February 2026

    ที่มาของภาพ, EPA

    คำบรรยายภาพ, การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอล มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญในอิหร่าน

    นักวิเคราะห์กล่าวว่าระบอบอำนาจนิยมมักจะล่มสลายเมื่อเงื่อนไข 3 ประการเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ การระดมมวลชนครั้งใหญ่ ความแตกแยกภายในชนชั้นปกครอง และการแปรพักตร์ของกองกำลังฝ่ายความมั่นคง

    ในอดีต อิหร่านมักประสบกับเงื่อนไขแรก แต่ไม่เคยเกิดอีกสองเงื่อนไขร่วมกัน ผู้เชี่ยวชาญระบุ

    อูร์กาดเชื่อว่าจุดจบของสาธารณรัฐอิสลามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

    “ท้ายที่สุดแล้ว ทุกระบอบก็ต้องสิ้นสุดลง คำถามจริง ๆ คือเมื่อไร และลำดับเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร”

    เขากล่าวต่อว่าการเสียชีวิตของคาเมเนอีทำให้ระบอบเกิดความเสียหายครั้งใหญ่

    “จะไม่มีใครเหมือนเขาอีก ผู้ที่มาสืบตำแหน่งจะไม่มีวันมีอำนาจบารมีเท่าเขา”

    ทว่า บูซัวส์กล่าวว่าการล่มสลายของสาธารณรัฐอิสลามนั้นยังห่างไกลจากความแน่นอน

    เขาระบุว่า หากมันเกิดขึ้น และเกิดจากการแทรกแซงทางทหารของต่างชาติ สิ่งที่จะตามมาอาจเลวร้ายกว่าเดิม

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทมส์ว่าการที่สหรัฐฯ จับกุมนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาได้ จะเป็น “ฉากทัศน์สมบูรณ์แบบ” สำหรับอิหร่าน

    แต่บูซัวส์เห็นแย้งว่า “สิ่งตรงกันข้ามอาจเกิดขึ้น เหมือนกรณีเกาหลีเหนือหรือคิวบา นั่นคือการทำให้กลุ่มแกนนำกลุ่มสายแข็งกลับแข็งแกร่งมากกว่าเดิม”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/cd03xe8kj9lo&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ptPHfAGLHzYShD06a7UJ6

  • ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะเทือนเศรษฐกิจโลก น้ำมัน โลหะ ปุ๋ย จ่อขาดแคลน

    ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะเทือนเศรษฐกิจโลก น้ำมัน โลหะ ปุ๋ย จ่อขาดแคลน

    นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า ประเทศในอ่าวเปอร์เซียเป็นผู้จัดหาอะลูมิเนียมรายใหญ่ และความปั่นป่วนอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานของการผลิตขั้นสูงตึงตัว พร้อมเสริมว่า ราคาของอะลูมิเนียมกำลังเพิ่มขึ้นแล้ว และหากเกิดการหยุดชะงักเพิ่มเติม ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมทั้งในภาคยานยนต์ อากาศยาน ก่อสร้าง ในสหรัฐฯ และยุโรปจะเพิ่มขึ้น

    ขณะที่ บริษัท Moody’s ก็เตือนว่า การปิดช่องแคบเป็นเวลานานจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจหลายภาคส่วน เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์ที่ส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปยังตลาดเอเชียและยุโรป มักมีสินค้าคงคลังเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ดังนั้นหากการหยุดชะงักดำเนินต่อไป จะเกิดปัญหาการขาดแคลนสินค้าขึ้นอย่างรวดเร็ว

    เหล็กลวด (Wire Rod) ลวดทองแดงสำหรับอุตสาหกรรม ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ (GCC) กำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามในอิหร่าน ประกอบกับการที่ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่สามารถนำเข้าทองแดงเคโทด (Copper Cathode ได้เพียงพอสำหรับความต้องการ

    การปิดช่องแคบยังคุกคามการส่งออกทองแดงบริสุทธิ์ของอิหร่านเอง

    ในปี 2024 อิหร่านส่งออกทองแดงประมาณ 114,000 ตัน หลังจากผลิตได้รวม 312,000 ตันและแบ่งใช้ในประเทศ 167,000 ตัน ก่อนส่งออกส่วนที่เหลือ

    ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 อิหร่านผลิตทองแดงบริสุทธิ์ประมาณ 305,000 ตัน และคาดว่าทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 330,000-335,000 ตัน เพิ่มเติม 6-7% เมื่อเทียบเป็นรายปี

    ความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมปุ๋ย

    ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนถึงความเสี่ยงต่อการขนส่งกำมะถัน (Sulfur) จากผู้ผลิตในภูมิภาคตะวันออกกลาง และสงครามที่เกิดขึ้นทำให้ราคากำมะถันพุ่ง 13.99% ใน 1 สัปดาห์และ 20.44% ใน 1 เดือน

    กำมะถันเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตกรดซัลฟิวริกสำหรับใช้เป็นสารสกัดด้วยตัวทำละลาย ( Solvent extraction ) ในกระบวนการผลิตทองแดง

    หากการจัดหากำมะถันจากตะวันออกกลางหยุดชะงัก อาจกระทบต่อเหมืองทองแดงในแอฟริกาต่อไป

    นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อการขนส่งปุ๋ยยูเรียกว่า 30%  โดยราคาปุ๋ยยูเรียปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% ภายในสัปดาห์เดียว พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2022  ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ

    ราคาปุ๋ยยูเรียแตะ 583 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 29% ใน 1 เดือนและมากกว่า 50% ตั้งแต่ต้นปี

    ช่องแคบฮอร์มุซกับอุตสาหกรรม AI และชิป

    แม้โลกของวิดีโอที่สร้างด้วย AI ได้ในไม่กี่วินาทีผ่านสมาร์ตโฟน อาจดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย แต่จริง ๆ แล้ว ทั้ง 2 สิ่งเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

    พื้นฐานของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก พึ่งพาการไหลของพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ปิดช่องแคบฮอร์มุซ สะเทือนเศรษฐกิจโลก น้ำมัน โลหะ ปุ๋ย จ่อขาดแคลน

    ชิปของโลกพึ่งพาก๊าซจากอ่าวเปอร์เซีย

    มากกว่าครึ่งหนึ่งของชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND ของทั่วโลก โลก ซึ่งให้หน่วยความจำสำหรับการจัดเก็บข้อมูลระยะสั้นและระยะยาวแก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตในเกาหลีใต้

    ประมาณ 70% ของชิปประมวลผลขั้นสูงที่ใช้ในสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และศูนย์ข้อมูล ผลิตในไต้หวัน ทั้ง 2 ประเทศเป็น 1 ในประเทศผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวจากกาตาร์รายใหญ่ที่สุด

    นี่แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางด้านพลังงานที่อันตราย ซึ่งยิ่งแย่ลงไปอีกเนื่องจากความคืบหน้าที่ช้าและลังเลของทั้ง 2 ประเทศในการแสวงหาแหล่งพลังงานหมุนเวียน หลังนิคมอุตสาหกรรมราส ลาฟฟาน (Ras Laffan)  ของกาตาร์ ซึ่งผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณทั่วโลก ได้หยุดการผลิตเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ก่อนที่จะประกาศเหตุสุดวิสัย มาตรการทางกฎหมายที่อนุญาตให้ระงับการจัดหาในระหว่างเหตุฉุกเฉิน

    ด้านบริษัท QatarEnergy กล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางทหารที่มุ่งเป้าไปที่โรงงาน

    ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 90% ที่ผลิตในกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ถูกส่งไปยังตลาดในเอเชีย

    พลาสติกและปิโตรเคมี

    ปริมาณปิโตรเคมีและวัตถุดิบพลาสติกจำนวนมากก็ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเช่นกัน

    “อูชา เฮลีย์” (Usha Haley) ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทาน ระบุว่า ประมาณ 85% ของโพลีเอทิลีน (Polyethylene) ที่ส่งออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางต้องผ่านเส้นทางนี้ หากเกิดการขาดแคลน จะทำให้ราคาของบรรจุภัณฑ์ ชิ้นส่วนรถยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มสูงขึ้น

    ที่มา : NBC News, Fast Markets , Anadolu Agency , CNBC, Arab News

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862455&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jedDUy7oSaQJ02n-O0giJ