Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์  เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน  

    ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์  เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน  

    ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์  เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน  

    ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์  เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน  

    ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ได้รับผลกระทบ กำลังซื้อชะลอตัว สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ รวมถึงความรุนแรงจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง  สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างโดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน

        นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น สงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศเองก็มีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

    อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเริ่มเห็นภาพรวมงบประมาณภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 20% ( จาก 1.25 % เหลือ 1% ) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอสังหาฯ ใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องแบกภาระสต็อกสินค้า (Backlog) จำนวนมาก และยังมีการปรับตัวตามความต้องการที่แท้จริงได้ทันที

    สุธี เกตุศิริ

    แบบบ้านกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์

    โดยประเด็นสำคัญที่คุณสุธีเน้นย้ำคือ    การเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มักมองว่า    การสร้างบ้านเป็นการ “วัดดวง” กับผู้รับเหมา  ซึ่งกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้นำเอา Pain Point  นี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน เพราะ “คนมักพูดกันว่าสร้างบ้านต้องอาศัยโชคถ้าโชคดีก็ได้ผู้รับเหมาดี โชคไม่ดีก็โดนทิ้งงานหรือได้บ้านไม่มีคุณภาพ สำหรับกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์

    เรามองว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในธุรกิจที่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของลูกค้า เราจึงสร้าง ‘Success Model’ หรือโมเดลแห่งความสำเร็จขึ้นมา เพื่อส่งมอบบ้านคุณภาพในทุกขั้นตอนให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านในระดับราคาใด เพราะหัวใจของการสร้างบ้านไม่ใช่แค่การทำการตลาด เพราะนั่นคือการสื่อสาร แต่ ‘ของจริง’ คือสิ่งที่เรามอบให้ลูกค้า บ้านหนึ่งหลังคือการที่ลูกค้าลงทุนทั้งชีวิต และกว่า 50% ของลูกค้าสร้างบ้านเพียงครั้งเดียวในชีวิต หน้าที่ของเราคือการทำให้คำว่า ‘บ้านคุณภาพ’ ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือโชค แต่ต้องเป็นระบบที่ทำแล้วต้องได้มาตรฐานเดียวกัน” นายสุธี กล่าว

    กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาด เพื่อสร้างมิติใหม่ที่มากกว่าแค่การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม แต่เน้นไปที่ “ระบบการควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานเดียว” เพื่อปิดจุดอ่อนและทลายกำแพงเรื่อง “การสร้างบ้านต้องอาศัยดวงหรือขึ้นอยู่กับโชคของผู้ปลูกสร้าง(ลูกค้า) ว่าจะได้ทีมงานก่อสร้างที่ดีหรือไม่” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้ โดยบริษัทได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้าน มาต่อยอดและพัฒนาโมเดลแห่งความสำเร็จ Success Model Execution ที่เป็นโมเดลการดำเนินงานก่อสร้างบ้านอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอนของกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เพื่อให้ได้ทีมช่างที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน การทำงานระดับเดียวกัน  เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพบ้านทัดเทียมกันทุกหลัง ตั้งแต่

    • กระบวนการคัดเลือก คัดสรรและประเมินผลงานของทีมช่างก่อสร้างอย่างเข้มข้น มีการตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน ฝีมือทีมช่าง  เทคนิคการทำงาน  เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน  และการดูแลไซต์งานทั้งภายในและภายนอกบ้านอย่างเป็นระบบ
    • มีการเลือกสรรทีมงานช่างเฉพาะทาง ทำงานเฉพาะด้าน ตามความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ที่มีอย่างยาวนาน  และมีการฝึกฝน อบรมทักษะเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
    • การตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นการรวมทีมงานของฝ่ายการตลาด สถาปนิก และฝ่ายก่อสร้าง ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเจ้าของบ้าน” เข้าตรวจสอบงานทุกจุดตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม พร้อมจัดทำรายงานความคืบหน้า ให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส
    • ระบบการตรวจสอบ 3 ชั้น ตั้งแต่วิศวกรหน้างาน  หัวหน้าทีมวิศวกร  ทีม Inspector จากส่วนกลาง และทีมผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าก่อนส่งมอบบ้านทุกหลังจะต้องได้คุณภาพและมาตรฐานที่บริษัทกำหนด

    ในส่วนของการแข่งขัน นายสุธีวิเคราะห์ว่าปัจจุบันตลาดแบ่งออกเป็นเซกเมนต์ที่ชัดเจน โดย กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ยังคงบริหารงานภายใต้ 3 แบรนด์หลัก เพื่อครอบคลุมทุกระดับราคา:

    1. Small House Builder (ระดับราคา 2- 9 ล้านบาท): มีสัดส่วนลูกค้าสูงถึง 50% ซึ่งเป็นกลุ่ม Real Demand ที่มีความจำเป็นในการสร้างบ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อบ้าง แต่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง

    2. Bangkok House Builder (ระดับราคา 10-20 ล้านบาท): สัดส่วน 30% เป็นกลุ่มครอบครัวขนาดกลางที่เน้นงานออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งานและความคุ้มค่า

    3. Built To Build (ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป): สัดส่วน 20% แม้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการลงทุน แต่ยังคงมีความต้องการบ้านคุณภาพและดีไซน์พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ในสภาวะที่จำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเท่าๆเดิม แต่จำนวนผู้ปลูกสร้างบ้านอาจจะลดลงในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงในช่วงนี้ การแข่งขันด้านราคาจึงรุนแรง แต่บริษัทในกลุ่มบิวท์ฯ เลือกที่จะไม่เล่นสงครามราคาจนเสียมาตรฐานคุณภาพ   เราเน้นการปรับตัวไปพร้อมกับผู้บริโภค   ยอมรับภาระต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพงานให้คงเดิม เพราะเราเชื่อว่าบ้านคุณภาพที่อยู่อาศัยได้นานกว่า 40-50 ปี คือความคุ้มค่าที่แท้จริงที่ลูกค้ามองหา ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เรามีสัดส่วนลูกค้าที่มาจากการบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% ในปัจจุบัน”

    สำหรับการก้าวไปข้างหน้า  กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ โดยมองว่าการทำการตลาดเป็นเพียงการสื่อสารเบื้องต้นเท่านั้น แต่ “แก่นแท้” ของธุรกิจรับสร้างบ้านคือคุณภาพบ้านและงานบริการที่จะเป็นกระบอกเสียงที่ดังและยั่งยืนที่สุดในปัจจุบันและอนาคต

    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้          กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เตรียมเข้าร่วมงานครั้งใหญ่ “’งานรับสร้างบ้าน Focus 2026” ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) โดยจะมีการนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมโปรโมชันพิเศษและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนสร้างบ้านอย่างมืออาชีพแก่ผู้ที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 18-22 มีนาคมนี้ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี  โดยท่านที่สนใจหรือกำลังมีแผนสร้างบ้าน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชันกระตุ้นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีได้ในงานนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/653964&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OVDTtzHgxvyylFyIe2ZcP

  • เปิดด่าน! สุไหงโก-ลกคึกคัก แรงงาน-นักท่องเที่ยวทะลัก หนุนเศรษฐกิจชายแดน

    เปิดด่าน! สุไหงโก-ลกคึกคัก แรงงาน-นักท่องเที่ยวทะลัก หนุนเศรษฐกิจชายแดน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/135018&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ogh9iFl69Se-w8fm6zNKO

  • ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/03/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/03/69 อัปเดตจาก 4 สถานี

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/134904&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Jm7okxBGKh5OIW7J9Lzzk

  • รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น คุมโลจิสติกส์-พลังงาน

    รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่น คุมโลจิสติกส์-พลังงาน

    รัฐบาลเร่งสร้างความเชื่อมั่นพลังงาน รับมือความตึงเครียดตะวันออกกลาง ย้ำไทยมีน้ำมันดิบเพียงพอ 90 วัน พร้อมกำชับบริหารโลจิสติกส์-สื่อสารประชาชน

    การติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางของรัฐบาล ยังดำเนินอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความกังวลด้านปริมาณน้ำมันและสภาพคล่องทางการเงิน พร้อมย้ำความเชื่อมั่นด้านพลังงานและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ยืนยันว่าประเทศไทยยังมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอสำหรับการกลั่นใช้งานได้ประมาณ 90 วัน ขณะที่ปริมาณน้ำมันในสถานีบริการยังมีเพียงพอ และระบบการเงินยังดำเนินการได้ตามปกติ

    อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศ โดยมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะกรรมการ ศบก. เข้าร่วม ขณะที่พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หลังลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดพัทลุง

    เอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานรายงานว่าปริมาณน้ำมันดิบของไทยยังมีเพียงพอสำหรับการกลั่นใช้งานได้ประมาณ 90 วัน จึงไม่มีปัญหาด้านปริมาณเชื้อเพลิงในระบบ โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นประเด็นด้านการบริหารจัดการการขนส่งและการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

    ทั้งนี้ ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ อาทิ ผู้ประกอบการสถานีบริการพีทีที บางจาก และผู้ค้าน้ำมันรายสำคัญ ได้ยืนยันว่าปริมาณน้ำมันในระบบยังมีเพียงพอ และไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลน เพียงแต่ในช่วงที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันในสถานีบริการเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมบางส่วนที่ปกติไม่ได้เติมน้ำมันผ่านสถานีบริการ หันมาใช้ช่องทางดังกล่าว ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน

    “น้ำมันดิบเรามีแน่นอน สามารถกลั่นใช้ได้อีกประมาณ 90 วัน วันนี้ยังมีอยู่จำนวนมาก สิ่งสำคัญคือการบริหารจัดการด้านการขนส่งและการสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันมีเพียงพอที่หน้าปั๊ม”

    — เอกนิติ กล่าว

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงประเด็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าสภาพคล่องในระบบการเงินยังมีเพียงพอ แม้จะมีรายงานบางพื้นที่ที่ตู้เอทีเอ็มมีเงินสดลดลง แต่สามารถบริหารจัดการเติมเงินเข้าสู่ระบบได้อย่างต่อเนื่อง

    ที่ประชุม ศบก. จึงกำหนดแนวทางดำเนินการในระยะเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนรับทราบว่าปริมาณน้ำมันยังเพียงพอ การมอบหมายให้กระทรวงพลังงานบริหารจัดการระบบขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง และการจัดระบบการใช้น้ำมันของภาคอุตสาหกรรมไม่ให้กระทบต่อการใช้ของประชาชน

    ในส่วนของภาคธุรกิจ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้เสนอให้มีแนวทางบริหารจัดการการใช้น้ำมันของภาคอุตสาหกรรมแยกจากภาคประชาชน เพื่อลดการแย่งใช้ทรัพยากรเดียวกันในช่วงที่ความต้องการเพิ่มขึ้น โดยนายพิพัฒน์เสนอให้จัดช่องทางการจัดสรรน้ำมันสำหรับภาคอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อการใช้น้ำมันในชีวิตประจำวันของประชาชน

    รัฐบาลจึงเน้นย้ำว่าการบริหารจัดการพลังงานในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ จะมุ่งรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและระบบเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าทรัพยากรสำคัญยังมีเพียงพอและสามารถบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/oil-reserve-90-days-thailand&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2ejGm3Fna8X6ceXwhNbqvw

  • ความท้าทาย รัฐบาลอนุทิน พลิกโจทย์ใหญ่ประเทศ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเขย่าเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ความท้าทาย รัฐบาลอนุทิน พลิกโจทย์ใหญ่ประเทศ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเขย่าเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    ความท้าทาย รัฐบาลอนุทิน พลิกโจทย์ใหญ่ประเทศ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเขย่าเศรษฐกิจ

    • เผยแพร่ : 15/03/2026 18:26

    พลิกโจทย์ใหญ่ประเทศ ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านเขย่าเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันพุ่งกระทบต้นทุนทั่วระบบ ความท้าทาย “รัฐบาลอนุทิน”

    #topnewstv #สหรัฐอเมริกา #อิหร่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1516884&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2bhz65zQKpmkfaXPJNjemc

  • เกาหลีเหนือซ้อมยิงขีปนาวุธ ระหว่างการฝึกซ้อมร่วม “สหรัฐฯ-เกาหลีใต้”

    เกาหลีเหนือซ้อมยิงขีปนาวุธ ระหว่างการฝึกซ้อมร่วม “สหรัฐฯ-เกาหลีใต้”

    วันนี้ (15 มี.ค.2569) สำนักข่าว KCNA (Korean Central News Agency) หรือ สำนักข่าวกลางเกาหลี เป็นสำนักข่าวของรัฐอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ พร้อมด้วยบุตรสาว คิม จูแอ เดินทางไปเยี่ยมชมโรงผลิตอาวุธ และการฝึกซ้อมโจมตีด้วยจรวด ขนาด 600 มม. จำนวน 12 ลูก เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.2569) โดยทั้งคู่ ยังทดสอบอาวุธด้วยตนเองอีกด้วย

    ภาพ AFP

    ภาพ AFP

    ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า กองทัพเกาหลีใต้ ให้ข้อมูลว่า เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ มากกว่า 10 ลูก ลงในทะเล ขณะที่กองกำลังสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ กำลังฝึกซ้อมร่วมทางทหาร โดยขีปนาวุธดังกล่าว ถูกยิงจากพื้นที่ใกล้กรุงเปียงยาง ในเวลาประมาณ 13.20 น. (04.30 น.GMT) ไปยังทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ซึ่งดูเหมือนว่าจะตกลงนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ NHK

    ภาพ AFP

    ภาพ AFP

    สำหรับการฝึกซ้อมรบร่วมกับระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นการฝึกซ้อมข้ามแม่น้ำ โดยใช้ยุทโธปกรณ์ต่างๆ รวมถึงรถถังและยานเกราะ ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้บัญชาการกองกำลังผสม กองทัพสหรัฐฯ มีกำลังพลประมาณ 28,500 นาย และฝูงบินขับไล่ประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็น 1 ในหลักสูตร Freedom Shield ที่กำหนดฝึกซ้อมร่วมกัน 10 วัน โดยจะไปสิ้นสุดในวันที่ 19 มี.ค.2569

    สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ก่อนหน้านี้ คิม โย จอง น้องสาวผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ แสดงความไม่พอใจกับกับแนวทางการฝึกดังกล่าว โดยระบุว่า เป็นการทำลายเสถียรภาพของคาบสมุทรเกาหลี และแสดงแสนยานุภาพใกล้ชายแดน ด้วยการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร

    ขณะที่ คิม มิน-ซอก นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.2569) ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ยังคงมองในแง่ดี เกี่ยวกับการกลับมาเจรจากับเกาหลีเหนือ ในระหว่างการพบปะกันของผู้นำทั้งสองในเร็วๆ นี้ โดยการพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองผู้นำเกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อทั้งสองเดินทางเยือนเขตปลอดทหารที่แบ่งคาบสมุทรเกาหลี

    อ่านข่าว

    เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยไกลกว่า 10 ลูก ตกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น

    “สหรัฐฯ-เกาหลีใต้” เดินหน้าซ้อมรบ คู่ขนานศึกในตะวันออกกลาง

    คิมจองอึนลั่นเดินหน้าเสริมนิวเคลียร์ จับตา “คิมจูแอ” ปรากฏตัวพิธีสวนสนาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/503367&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YHf_QlDsmQl6eD7ewu-uC

  • ฮั่วเซ่งเฮง ส่งสัญญาณ ’ทองคำ‘ เป็นตัวแปรสำคัญของผู้เล่นรายใหญ่

    ฮั่วเซ่งเฮง ส่งสัญญาณ ’ทองคำ‘ เป็นตัวแปรสำคัญของผู้เล่นรายใหญ่

    ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวภายใต้อิทธิพลของนโยบายดอกเบี้ยเฟด ซึ่งเป็นตัวแปรหลักของตลาดการเงินโลก แต่สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน และหนี้รัฐบาลทั่วโลก กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยหากเฟดเริ่มผ่อนคลายนโยบายความไม่แน่นอนยังอยู่ ราคาทองคำมีโอกาสขยับสูงขึ้นสู่ช่วง 5,400 –6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

    “วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด มองว่า ตลาดทองคำในปีนี้สะท้อนภาพของระบบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่ความเสี่ยงไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของแรงกดดันหลายด้านที่ทับซ้อนกันอย่างซับซ้อน ทั้งนโยบายการเงิน ราคาพลังงาน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และภาระหนี้สาธารณะของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดทองคำกลายเป็นเวทีที่ผู้เล่นรายใหญ่ต่างเดินเกมเพื่อรักษาอำนาจต่อรองของตนเอง

    ในบริบทเช่นนี้ ทองคำไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ตอบโจทย์โลกที่ความไม่แน่นอนกำลังกลายเป็น “สภาวะปกติใหม่” ของระบบเศรษฐกิจโลก

    เฟดไม่ใช่ผู้กำหนดเกมเพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป

    ในอดีต ตลาดมักมองว่าเฟดคือศูนย์กลางของทุกสมการ แต่รอบนี้ผู้เล่นอื่นเริ่มมีบทบาทมากขึ้นจนเฟดไม่สามารถควบคุมทิศทางตลาดได้เหมือนเดิม การตัดสินใจของเฟดจึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดราคาทองคำ แต่เป็นเพียงหนึ่งในหลายแรงกดดันที่ต้องพิจารณาร่วมกัน

    ในมุมของ Game Theory เฟดกำลังอยู่ในเกมที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างเงินเฟ้อและเสถียรภาพเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเกมที่ไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ การลดดอกเบี้ยเร็วเกินไปเสี่ยงให้เงินเฟ้อกลับมา แต่การลดช้าเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวแรงขึ้น ความท้าทายนี้ทำให้เฟดต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง และทุกการสื่อสารของเฟดจึงกลายเป็น “สัญญาณ” ที่ผู้เล่นรายอื่นใช้ประกอบการตัดสินใจ

    ในขณะเดียวกัน ผู้ผลิตน้ำมันอย่าง OPEC กำลังเดินเกมอีกแบบหนึ่งที่มีแรงจูงใจต่างกันโดยสิ้นเชิง ราคาน้ำมันที่สูงช่วยเพิ่มรายได้ของประเทศผู้ผลิต แต่กลับสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อโลก ทำให้เฟดต้องชะลอการลดดอกเบี้ยออกไปอีก นี่คือเกมผลประโยชน์ที่สวนทางกันอย่างชัดเจน และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ทองคำขาขึ้น กับ ปัจจัยเชิงโครงสร้าง

    1. ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

    ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้าที่จบลงอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเกมที่มีผู้เล่นหลายฝ่ายซึ่งต่างมีเป้าหมายทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ไม่สอดคล้องกัน การตอบโต้กันในแต่ละรอบจึงสร้างความเสี่ยงที่ยืดเยื้อและยากต่อการคาดการณ์ นักลงทุนที่มีประสบการณ์ย่อมรู้ดีว่าความเสี่ยงประเภทนี้มักเป็นแรงผลักดันให้ทองคำได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ผูกติดกับความไม่แน่นอนทางการเมือง

    2. ราคาพลังงานที่กดดันเงินเฟ้อโลก

    ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงสะท้อนเกมที่ผู้ผลิตต้องการรักษารายได้ ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าและธนาคารกลางต้องรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ การที่ราคาพลังงานยังไม่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญทำให้เฟดไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้เร็วตามที่ตลาดเคยคาดหวัง ส่งผลให้ทองคำยังคงเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของนโยบายการเงินในระยะกลาง

    3. การสะสมทองคำของธนาคารกลาง

    การเพิ่มการถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เพราะสะท้อนความต้องการลดการพึ่งพาดอลลาร์ในทุนสำรองระหว่างประเทศ การเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นเกมระยะยาวที่สะท้อนการเปลี่ยนดุลอำนาจทางเศรษฐกิจโลก เงินที่ไหลเข้าทองคำจากผู้เล่นประเภทนี้เป็นเงินที่มีลักษณะ “ไม่รีบออก” ทำให้ราคาทองคำมีฐานที่แข็งแรงกว่ารอบก่อนหน้า

    4. หนี้รัฐบาลทั่วโลกที่พุ่งสูง

    ระดับหนี้สาธารณะที่สูงเป็นประวัติการณ์ทำให้ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนทางการคลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนที่มองภาพระยะยาวย่อมเห็นว่าความเสี่ยงนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น และทองคำจึงกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านการคลังของรัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก

    ทองคำกับแนวโน้มขาขึ้นแบบเป็นขั้นบันได ตามตรรกะของเกม

    ราคาทองคำที่เคลื่อนไหวบริเวณ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังสะท้อนแนวโน้มขาขึ้นที่มีความต่อเนื่อง แม้จะมีการพักฐานเป็นระยะ แต่การพักฐานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาดที่กำลังตอบสนองต่อการเดินเกมของผู้เล่นรายใหญ่ในแต่ละช่วงเวลา

    ในกรณีที่เฟดเริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ยืดเยื้อ ราคาทองคำมีโอกาสขยับสู่ระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากความไม่แน่นอนยังคงอยู่และแรงซื้อจากผู้เล่นรายใหญ่ยังต่อเนื่อง เป้าหมายในช่วง 5,900–6,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ยังคงเป็นระดับที่ตลาดจับตามองอย่างจริงจัง

    สิ่งที่น่าสนใจคือ ราคาทองคำรอบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแรงซื้อแบบตื่นตระหนก แต่เป็นผลจากการสะสมเชิงกลยุทธ์ของผู้เล่นที่ต้องการเพิ่มอำนาจต่อรองในเกมเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสัญญาณของรอบขาขึ้นที่มีความยั่งยืนมากกว่ารอบก่อนหน้า

    กลยุทธ์การลงทุน: เล่นเกมให้เป็นในตลาดที่ผู้เล่นเดินเกมต่างกัน

    นักลงทุนที่มีประสบการณ์ย่อมรู้ดีว่าตลาดที่มีผู้เล่นหลายฝ่ายและแรงจูงใจต่างกันต้องการกลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นและมองหลายมุม การมองทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบจึงเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ในยุคที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตลาด

    การแบ่งชั้นสะสมในช่วงที่ตลาดพักฐานเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับโครงสร้างราคาที่ขึ้นเป็นขั้นบันได ขณะที่การใช้ตราสารอนุพันธ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง 

    นอกจากนี้ ช่วงเวลาที่ตลาดตีความสัญญาณจากเฟดผิดทางมักเป็นจังหวะที่ให้โอกาสในการสะสมทองคำในต้นทุนที่เหมาะสม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนที่อ่านเกมขาดไม่ควรมองข้าม

    ทองคำคือสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์เกมเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

    ตลาดทองคำกำลังสะท้อนเกมที่ซับซ้อนขึ้น ผู้เล่นแต่ละฝ่ายมีแรงจูงใจต่างกัน และการตัดสินใจของฝ่ายหนึ่งส่งผลต่ออีกฝ่ายเสมอ การอ่านเกมหลายมุมจึงสำคัญกว่าการคาดเดาระยะสั้น ทองคำจึงไม่ใช่เพียงสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เป็นสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์โลกที่ความเสี่ยงเชิงระบบกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/investment/1225102&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Lc6Pnhsw758lrxnf-fWMi

  • จีน-สหรัฐฯ เริ่มเจรจาเศรษฐกิจ-การค้าในปารีส | TOPNEWS

    จีน-สหรัฐฯ เริ่มเจรจาเศรษฐกิจ-การค้าในปารีส | TOPNEWS

    จีน-สหรัฐฯ เริ่มเจรจาเศรษฐกิจ-การค้าในปารีส

    • เผยแพร่ : 15/03/2026 17:23

    คณะผู้แทนของจีนและสหรัฐฯ ได้จัดการเจรจาหารือด้านเศรษฐกิจและการค้า รอบที่ 6 ณ สำนักงานใหญ่องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยคณะผู้แทนของจีนนำโดยเหอลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC)

    คำแถลงจากโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) ระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการปรึกษาหารือประเด็นเศรษฐกิจและการค้าที่เป็นข้อวิตกกังวลร่วมกัน โดยยึดถือฉันทามติสำคัญที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้บรรลุระหว่างการพบปะกันที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้ รวมถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ก่อนหน้านี้ทั้งหมด

    9

    ปก web ยกระดับวินัยตำรวจน่าน

    กรมการปกครอง แจงปม “เจ๊เอ๋” ขอใบอนุญาตซื้อปืน ยืนยันทำตามขั้นตอน ไร้ใบสั่ง “นายกฯ”

    เปิดฉากยิ่งใหญ่! Nan Craft Festival เทศกาลหัตถกรรมริมน้ำน่าน ชู 6 ซอฟต์พาวเวอร์เด่น

    พุทธศาสนิกชนหาดใหญ่หลั่งไหลตักบาตรพระ 1,109 รูป ครบรอบ 109 ปีเมือง

    “สจ.กิ๊บ” เปิดกิจกรรมบ้านวิชาการ ชื่นชมผลงานนักเรียน เสริมสร้างการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์

    จีน-สหรัฐฯ เริ่มเจรจาเศรษฐกิจ-การค้าในปารีส

    ตร.เมืองคอนตั้งจุดสกัดตรวจเข้มรวบหนุ่มพกมีด-ยึดรถแต่งซิ่งกลางดึก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1516755&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2oG7IKuK1hodaxgAt-H67J

  • ไข่ไก่เมืองสี่แคว ปรับเพิ่มขึ้นอีกแผงละ 6 บาท

    ไข่ไก่เมืองสี่แคว ปรับเพิ่มขึ้นอีกแผงละ 6 บาท

    (15 มี.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ร้านจำหน่ายไข่ไก่ ในตลาดสดบ่อนไก่ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ พบว่า มีการติดป้ายปรับราคาไข่ไก่ เพิ่มขึ้นอีกแผงละ 6 บาท หลังจากราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม มีการขอปรับขึ้นราคาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาขายปลีกในท้องตลาด ต้องปรับราคาเพิ่มขึ้นตามทุกขนาด

    นายเรืองศักดิ์ อิ่มมาก เจ้าของร้านขายไข่ เปิดเผยว่า ไข่ไก่มีการปรับขึ้นราคาแผงละ 6 บาทตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดไข่ไก่เบอร์ 0 จากเดิมราคา 124 บาทต่อแผง ปรับเป็น 130 บาท 

    – ไข่เบอร์ 1 จาก 116 บาท เป็น 120 บาท 

    – ไข่เบอร์ 2 จาก 109 บาท เป็น 115 บาท 

    – ไข่เบอร์ 3 จาก 106 บาท เป็น 110 บาท

    นายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า ยังมีความกังวลว่า ราคาไข่ไก่อาจปรับเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากราคาน้ำมันและสินค้าหลายชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ค้าและผู้บริโภค

    ขณะที่ทางต้นทางหรือฟาร์มไก่ ให้เหตุผลว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาไข่ไก่ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตไข่ไก่ในตลาดลดลง จากการปลดแม่ไก่บางส่วน ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดลดลงตามไปด้วย – ข่าวเวิร์คพอยท์รายงาน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NRM3rnMwC&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23-am0WemIk-GgoXY0X6na

  • จนท.เศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ เตรียมเจรจาการค้า ปูทางทรัมป์-สี พบกันปลายเดือนมีนาคมนี้

    จนท.เศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ เตรียมเจรจาการค้า ปูทางทรัมป์-สี พบกันปลายเดือนมีนาคมนี้

    สำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีน มีกำหนดเข้าร่วมการประชุมรอบใหม่ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในวันนี้ (15 มีนาคม) เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า และเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางไปเยือนกรุงปักกิ่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

    แหล่งข่าวระบุว่า การเจรจาครั้งนี้เตรียมจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยมีผู้แทนหลักคือ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ เหอลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน พร้อมด้วย เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

    สำหรับประเด็นหลักของการเจรจานั้น คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการปรับเปลี่ยนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกแร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) และแม่เหล็กจากจีนไปยังสหรัฐฯ ตลอดจนมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ และการจัดซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ โดยฝ่ายจีนมีเป้าหมายหลักคือ การลดความตึงเครียดที่คุกคามการค้าขายระหว่างสองประเทศที่มีเขตเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

    โอกาสสำเร็จมีแค่ไหน?

    แม้จะเป็นการประชุมระดับสูง แต่นักวิเคราะห์มองว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงสำคัญนั้นมี ‘ค่อนข้างจำกัด’ เนื่องจากปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ กำลังให้ความสำคัญกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่านเป็นหลัก

    สก็อตต์ เคนเนดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์จีน มองว่าเป้าหมายหลักของการประชุมที่ปารีสคือ การประคับประคองความสัมพันธ์และลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ก่อนจะมีการหารือในระดับผู้นำ โดยคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจผลักดันให้จีนสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้งล็อตใหม่ รวมถึงซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวและถั่วเหลืองเพิ่มขึ้น แต่เพื่อให้ได้ข้อตกลงเหล่านั้น ทรัมป์อาจต้องยอมผ่อนปรนมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ บางส่วนด้วย

    อย่างไรก็ตาม เคนเนดีกล่าวว่า มีโอกาสสูงที่การประชุมสุดยอดครั้งนี้จะ “ดูเหมือนมีความคืบหน้าในเบื้องต้น แต่จริงๆ แล้วกลับทำให้สถานการณ์ยังคงเหมือนเดิมกับช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา”

    อนึ่ง ทรัมป์และสีจิ้นผิง อาจได้พบกันอีกถึง 3 ครั้งในปีนี้ โดยนอกจากการประชุมที่กรุงปักกิ่งช่วงสิ้นเดือนมีนาคมแล้ว ยังมีการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ที่จีนเป็นเจ้าภาพในเดือนพฤศจิกายน และการประชุมสุดยอด G20 ที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพในเดือนธันวาคม ซึ่งอาจนำไปสู่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

    สถานการณ์น้ำมันและสงครามอิหร่าน

    นอกจากประเด็นทางเศรษฐกิจโดยตรงแล้ว คาดว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะความกังวลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและการขู่ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักที่จีนพึ่งพาถึง 45% ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด

    โดยเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 มีนาคม) เบสเซนต์ได้ประกาศยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรเป็นเวลา 30 วัน เพื่ออนุญาตให้มีการขายน้ำมันของรัสเซียที่ติดค้างอยู่ในเรือบรรทุกน้ำมันกลางทะเล ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อเพิ่มปริมาณอุปทานในตลาดโลก

    ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดด้านความมั่นคงยังคงทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ร่วมกันปกป้องการขนส่งทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่าน จนนำไปสู่คำขู่ตอบโต้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวของจีนกล่าวในบทวิเคราะห์ว่า ความคืบหน้า ‘ที่มีความหมาย’ ในความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและสหรัฐฯ อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางมากขึ้นเรื่อยๆ

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/us-china-trade-talks-trump-xi/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3TuFSALHdAf7m3SytOV1bI