Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • หุ้นดาวโจนส์ ประจำวันที่ 02/03/69 ปิดผสมผสาน หลังการทูตช่วยคลี่คลายความตึงเครียดจากคำขู่ทรัมป์

    หุ้นดาวโจนส์ ประจำวันที่ 02/03/69 ปิดผสมผสาน หลังการทูตช่วยคลี่คลายความตึงเครียดจากคำขู่ทรัมป์

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/139025&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ssN6_Q5AuPwD2PtLXfJH_

  • รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    รู้จัก

    รู้จัก “คริส โปตระนันทน์” สส.พรรคเศรษฐกิจ หวิดวางมวย “ปกรณ์วุฒิ”

    กลายเป็นปมร้อนพอๆ กับอากาศเมืองไทย! เมื่อ “นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” ซึ่งเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ปรี่เข้าหา “นายคริส โปตระนันท์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ภายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีการพาดพิงถึงการใช้ AI ในการเขียนอภิปรายวาระรายงานการเงินอุดหนุนกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสภาเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา

    รู้จัก

    ล่าสุด (3 เม.ย.2569) พรรคเศรษฐกิจ ได้ออกแถลงการณ์ประณามพฤติกรรมคู่กรณี อย่างสส.พรรคประชาชน คนดังกล่าวที่บุกชี้หน้า-ข่มขู่-คุกคามถึงที่นั่งสมาชิกพรรค พร้อมฟาดแรงพวกใช้ AI-อ่านสคริปต์อภิปราย จนเสียมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน

    รู้จัก

    พามาทำความรู้จัก “คริส โปตระนันทน์” เป็นใคร? ทำไมถึงแตกหักกับพรรคอนาคตใหม่ จนแยกตัวออกมาตั้งพรรคเศรษฐกิจ

    ชื่อ : คริส โปตระนันทน์ (เกิด พ.ศ.2531)

    โปรไฟล์ : ทนายความและนักการเมืองชาวไทย เป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ในปี 2564 ก่อตั้งกลุ่ม “เส้น-ด้าย” เพื่อจัดการปัญหาวิกฤตการณ์โควิด

    ปัจจุบัน : ดำรงตำแหน่งเป็นประธานพรรคเป็นผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่ง พรรคเศรษฐกิจ

    รู้จัก

    • เส้นทางสู่เวทีการเมือง

    เมื่อปี พ.ศ.2561 ในการประชุมใหญ่จัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้แนะนำ “คริส โปตระนันทน์” ต่อผู้เข้าร่วมประชุมว่าจะเป็นคนทำนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคฯ

    ในการเลือกตั้ง ในปี 2562 คริส เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของกรุงเทพมหานคร เบอร์ 8 ในเขต 6 ซึ่งประกอบไปด้วย เขตราชเทวี เขตพญาไท เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจตุจักรและจอมพล) โดยได้คะแนน 23,980 คะแนน การลงเลือกตั้งครั้งนี้ของคริสได้รับการพูดถึงในโซเชียลอย่างมากว่า เป็นการทำงานการเมืองแบบใหม่ที่เน้นเข้าถึงประชาชนทั้งในพื้นที่และออนไลน์ โดยเขามีเอกลักษณ์ในการทำไลฟ์หาเสียงตามแคมเปญของเค้าในโซเชียลมีเดีย 

    รู้จัก

    ปี 2563 พรรคอนาคตใหม่ได้ประกาศจะผลักดันร่างกฎหมายสุราก้าวหน้าเพื่อปลดล็อกอุตสาหกรรมสุราพื้นบ้านจากการผูกขาดของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ โดยคริส โปตระนันทน์ รับหน้าที่ในการร่างกฎหมายนี้ร่วมกับเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และทีมงานคนอื่น ๆ ของพรรคอนาคตใหม่

    หลังจากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ในปี พ.ศ.2563 “คริส โปตระนันทน์” ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ในงานจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลเมืองไทย เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และได้รับการเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคเป็น “พรรคเส้นด้าย” และลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 6 กรุงเทพมหานคร (พญาไท ดินแดง) แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง

    รู้จัก

    ปัจจุบัน “คริส โปตระนันทน์” ได้รับการเสนอชื่อในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 พรรคเศรษฐกิจ ให้เป็นบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในลำดับที่สอง รองจาก “พลเอก รังษี กิติญาณทรัพย์” หัวหน้าพรรค ทั้งนี้ คริสในฐานะประธานพรรคเป็นผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่หนึ่ง ถูกพลเอกรังษีวางตัวให้ประธานคณะกรรมการนิติบัญญัติของพรรค เพื่อดูแลการแก้ไขกฎหมายเพื่อล้างระบบสแกมเมอร์และการทุจริตออกจากประเทศไทย 

    โดย “คริส โปตระนันทน์” ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 1 สมัย คือ

    การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคเศรษฐกิจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/politics/615383&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1A0IXPmhgobj6F58GYnLpp

  • OTOP ระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท | เดลินิวส์

    OTOP ระยอง กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก คาดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท | เดลินิวส์

    นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP ภูมิภาค จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2 เม.ย.  ภายใต้แนวคิด “สีสันท้องถิ่นเรา เรื่องเล่าจากภูมิปัญญา” ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–7 เมษายน 2569 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยมี นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง ผู้บริหารส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP กว่า 300 ราย เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

    นายสยาม ศิริมงคล กล่าวว่า การจัดงาน OTOP ภูมิภาคในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการพัฒนาและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ได้พัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการ การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมถึงเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้ประกอบการจากหลากหลายภูมิภาคทั่วประเทศ

    ภายในงานมีผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมจำหน่ายสินค้า รวมทั้งสิ้น 300 บูท แบ่งเป็น

     • โซนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ 1–5 ดาว จำนวน 260 บูท

     • โซนอาหารชวนชิม จำนวน 40 บูท

    พร้อมกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การสาธิตกระบวนการผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรม และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นการเข้าร่วมงานของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมียอดจำหน่ายสินค้า ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทางอาชีพให้แก่ประชาชนในระดับชุมชน

    กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนประชาชนในจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมเลือกซื้อสินค้า OTOP คุณภาพจากทั่วประเทศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748405/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21BjyT1CcIwk1XSziqB562

  • ‘ปิยบุตร’ เหน็บแรง! อยากเห็น ‘สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ’ ตรวจสอบงบ ‘ศาล-องค์กรอิสระ-กองทัพ’ บ้าง | เดลินิวส์

    ‘ปิยบุตร’ เหน็บแรง! อยากเห็น ‘สส.ไทยภักดี-เศรษฐกิจ’ ตรวจสอบงบ ‘ศาล-องค์กรอิสระ-กองทัพ’ บ้าง | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย.69 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า อยากเห็นผู้แทนราษฎรจากพรรคไทยภักดีและพรรคเศรษฐกิจ ตรวจสอบความเหมาะสม ความจำเป็น และความคุ้มค่าของงบประมาณที่จัดสรรให้หน่วยงานอื่นๆ บ้าง เช่น ศาลทุกศาล องค์กรอิสระ กองทัพ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ

    เอาให้ได้สักเศษเสี้ยวเดียวของการตรวจสอบงบอาหาร บำนาญ ตำแหน่งผู้ช่วย สส. ก็ยังดี เพราะทั้งหมดนี้ต่างก็เป็นงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชนเหมือนกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5748382/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lnISiafYTr1GzDF14LqKS

  • เศร้าใจ พบชิ้นส่วนลูกเรือ “มยุรี นารี” แล้ว | เดลินิวส์

    เศร้าใจ พบชิ้นส่วนลูกเรือ “มยุรี นารี” แล้ว | เดลินิวส์

    ตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 30 มี.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้ากรณีลูกเรือไทย 3 คน บนเรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย “มยุรี นารี” ที่ประสบเหตุขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ซึ่งกระทรวงได้ติดตามและแจ้งความคืบหน้าให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบมาโดยตลอด 

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย. กระทรวงได้รับการประสานจากบริษัท Precious Shipping เจ้าของเรือ “มยุรี นารี” ว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการค้นหาและกู้ภัยที่บริษัทฯ ว่าจ้าง ได้ขึ้นไปบนเรือเพื่อค้นหาลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ เป็นครั้งที่ 2 โดยทีมค้นหาดังกล่าว ตรวจค้นทุกพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างละเอียดเท่าที่สภาพการณ์จะเอื้ออำนวย เนื่องจากเรือได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้และมีน้ำท่วมขังที่ห้องเครื่องและบริเวณใกล้เคียง

    และได้พบชิ้นส่วนของร่างกายมนุษย์บางส่วนในบริเวณที่เรือได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่สามารถยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แจ้งให้ครอบครัวของลูกเรือทราบถึงความคืบหน้าดังกล่าวแล้ว

    กระทรวงขอแสดงความเสียใจต่อกรณีดังกล่าว และจะประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายอิหร่าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อรับการยืนยันอัตลักษณ์บุคคลโดยเร็วที่สุด โดยกระทรวงฯ จะแจ้งความคืบหน้าต่อไป

    กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติสถานการณ์ความตึงเครียดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญแก่ความปลอดภัยของพลเรือน และการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5747582/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BvuY_NhhfKSZpDiXWUT7X

  • จับตาไตรมาส 2/69 จุดชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย ฝ่าด่านสงครามภาษี-วิกฤตราคาน้ำมัน : อินโฟเควสท์

    จับตาไตรมาส 2/69 จุดชี้ชะตาเศรษฐกิจไทย ฝ่าด่านสงครามภาษี-วิกฤตราคาน้ำมัน : อินโฟเควสท์

    นายพงศ์นคร โภชากรณ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยในงานเสวนา Morning Talk ครั้งที่ 2 “ถอดรหัสชีพจรเศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลัง 2569

    ในวงล้อมความผันผวนโลก” ว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง มี 5 ประเด็นสำคัญที่กำลังกระทบเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ได้แก่

    1. วิกฤตพลังงานที่ราคาน้ำมันน่าจะพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ เกินกว่า 47 บาทต่อลิตร หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย
    2. กำลังซื้อและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นจากราคาพลังงาน ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น
    3. ความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานราก
    4. การบริหารจัดการด้านการคลังของรัฐ
    5. โครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

    โดย สศค. ได้ประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ของวิกฤตออกเป็น 3 ระดับ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้ขยับจากฉากทัศน์ที่ 1 (จบภายใน 1 เดือน) เข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 2 อย่างเต็มตัว เนื่องจากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือนแต่ยังไม่ถึง 3 เดือน ราคาน้ำมันอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งส่งผลให้ GDP มีแนวโน้มลดลงเหลือโต 1.4% และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.9% ทั้งนี้ หากสถานการณ์ลากยาวจนหลุดเข้าสู่ฉากทัศน์ที่ 3 (เกิน 3 เดือน) ราคาน้ำมันจะสูงกว่า 120 ดอลลาร์/บาร์เรล GDP เหลือโต 1.1% และเงินเฟ้อ 3.6% ซึ่งจะเป็นภาวะที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

    นายพงศ์นคร กล่าวว่า สถิติราคาน้ำมันดิบดูไบในเดือนมี.ค.69 มีความผันผวนรุนแรงเหมือนภูเขา โดยมีจุดต่ำสุดที่ 105 ดอลลาร์/บาร์เรล และเคยพุ่งสูงสุดถึง 137 ดอลลาร์/บาร์เรล ภายในเดือนเดียว นอกจากนี้ ยังกังวลต่อภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูง) แม้เงินเฟ้อไทยปัจจุบันจะยังอยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย (1-3%) แต่หากราคาน้ำมันยังพุ่งสูง จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพทันที สิ่งที่ตามมาคือผู้ประกอบการรับไม่ไหว อาจลดกะการทำงานของลูกจ้างลง และผู้ประกอบการรายเล็กจะเริ่มหาแหล่งเงินกู้ รวมถึงการกู้เงินนอกระบบด้วย

    โดยในช่วงกลางปี 68 พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า สัดส่วนการกู้หนี้นอกระบบ แซงหน้าหนี้ในระบบไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่ม Micro SME ซึ่งเป็นจุดที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานใดเก็บตัวเลขจริงได้ทั้งหมด มีเพียงตัวเลขจากการสำรวจเท่านั้น

    ดังนั้น รัฐบาลต้องบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เช่น เรื่องภาษี และมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย หรือมาตรการคนละครึ่งพลัส สินเชื่อ SME เป็นต้น

    “ประเด็นที่น่าเป็นห่วง คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) หากเศรษฐกิจติดลบติดต่อกัน 2 ไตรมาส โดยข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ และประชาชน คือ บริหารรายได้-รายจ่ายให้ดี ตรวจสอบสภาพคล่อง เงินในเก๊ะให้เพียงพอ และบริหารการจ้างงานรวมถึงต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้” นายพงศ์นคร กล่าว

    • Q2 จุดชี้ชะตาศก.ไทย แนะทางรอด “กำเงินสด-คุมต้นทุน-กอดงานให้แน่น”

    นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) กล่าวว่า จากผลกระทบจากสงครามต่อเศรษฐกิจไทย ในช่วงไตรมาสที่ 2/69 จะเป็น “จุดชี้ชะตา” ว่าเศรษฐกิจไทยจะรอดพ้นจากภาวะถดถอยได้หรือไม่ โดยในไตรมาส 2/69 จะเป็นจุดสูงสุดของวิกฤต เนื่องจากค่าครองชีพ และเงินเฟ้อจะขยับขึ้นสู่จุดสูงสุด จากผลกระทบต่อเนื่องของราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น และต้นทุน SME พุ่งสูง แต่ปรับราคาสินค้าไม่ได้ ทำให้ภาระหนักจะตกอยู่ที่ผู้ประกอบการรายย่อยที่มี margin ต่ำ

    โดยคำแนะนำสำหรับไตรมาส 2/69 คือ การรักษาเงินสด และสภาพคล่องให้ดีที่สุด ดูแลเรื่องต้นทุนอย่างเข้มงวด และพยายามรักษาการจ้างงานไว้ โดยต้องผ่านจุดที่ยากลำบากที่สุดในไตรมาส 2/69 นี้ไปให้ได้ เพื่อจะพบกับสถานการณ์ที่อาจเริ่มคลี่คลายในครึ่งปีหลัง

    ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องเตรียมรับมือกับศึกนอก โดยเฉพาะเรื่องสงครามภาษีจากสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 (Section 301) ที่อาจถูกนำมาใช้แทนมาตราฉุกเฉินเดิม ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น และอาจประกาศขึ้นภาษีสินค้าไทยได้ทุกเมื่อ

    “ภาพเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง สั้น ๆ ว่า เหนื่อย แต่รอด ถ้าผ่านไตรมาส 2/69 ไปได้ สถานการณ์ต่าง ๆ น่าจะคลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ขออย่าเชื่อนักเศรษฐศาสตร์มากเกินไป เพราะการคาดการณ์เปลี่ยนแปลงตามสมมติฐานเสมอ สิ่งสำคัญ คือ ผู้ประกอบการต้องสร้างฉากทัศน์ (Scenario) ของตนเอง และมีแผนสำรองพร้อมรับทุกความไม่แน่นอน” นายอมรเทพ กล่าว

    • อย่าหว่านแห! แนะรัฐอุ้มราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่มเปราะบาง

    นายอมรเทพ กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง ยังไม่สามารถคาดการณ์ราคาน้ำมันได้ แต่สุดท้าย การปรับตัวของดีมานด์จะทำให้ราคาไม่ได้พุ่งขึ้นสูงตลอดไป และคงไม่เหมือนกรณีเลวร้ายเหมือน Oil Shock ในปี ค.ศ. 1978 ที่เกิด Stagflation เพราะโลกได้เปลี่ยนไปมากแล้ว ไม่ได้พึ่งพาพลังงานน้ำมันเท่ากับเมื่อก่อน แต่ราคาน้ำมันคงจะไม่กลับไปที่ระดับ 30 บาท/ลิตร ส่วนจะทะลุ 60 บาท/ลิตรหรือไม่นั้น หากทะลุไปจริง สุดท้ายราคาก็จะค่อย ๆ ย่อลงมาเอง

    สำหรับนโยบายการจัดการราคาน้ำมันของภาครัฐ นายอมรเทพ กล่าวว่า หลักการที่ถูกต้อง ไม่ควรเป็นการอุ้มแบบหว่านแห แต่ควรเปลี่ยนมาใช้มาตรการแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเป็นหลัก เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้มีรายได้จากภาษีจำนวนมหาศาลพอที่จะนำไปใช้อุ้มราคาน้ำมันให้กับทุกคนได้ตลอดเวลา โดยเหตุผลที่ต้องเน้นอุ้มกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพราะคนกลุ่มนี้เผชิญปัญหารายได้โตไม่ทันรายจ่ายมาเป็นเวลานาน เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงในสินค้าทุกชนิด จะส่งผลกระทบต่อคนระดับล่าง หรือกลุ่มเปราะบางอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การกู้หนี้นอกระบบเพื่อความอยู่รอด

    นายอมรเทพ ย้ำว่า ไม่ควรบิดเบือนกลไกตลาดมากเกินไป เพราะไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (Net Importer) เมื่อราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น เราย่อมได้รับผลกระทบ หน้าที่ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ควรเป็นเพียงการช่วยพยุงไม่ให้ราคาช็อกหรือกระชากขึ้น-ลงเร็วเกินไปเท่านั้น

    “รายได้เราโตก็จริง แต่โตไม่ทันรายจ่าย เพราะราคาข้าวแกง ราคาสินค้าที่ขึ้นมาตั้งแต่ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็ไม่เห็นว่าราคาจะปรับลง ขึ้นแล้วขึ้นเลย ดังนั้น ต่อให้สถานการณ์สงครามหายไป ไม่ได้แปลว่าสงครามจบแล้วจะจบ แต่จะฝังรากลึกต่อเศรษฐกิจ เป็นบาดแผลต่อเศรษฐกิจที่เราต้องปรับตัวให้ได้ การปรับตัว คือทางออกที่ยั่งยืน คืออย่าฝากความหวังไว้ที่การอุ้มของรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ทุกคนต้องปรับตัว เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือก” นายอมรเทพ กล่าว

    • ธุรกิจอย่าลุยเดี่ยว! แนะรวมกลุ่มสร้างพลังต่อรอง

    ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบในภาคการค้าว่า สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และทะเลแดงติดขัดอย่างหนัก ค่าระวางเรือพุ่งสูงจาก 1,000 เหรียญ เป็น 5,000-6,000 เหรียญ และยังมีค่าธรรมเนียมพิเศษ (Surcharge) อีกมากมาย จนค่าขนส่งบางรายการแพงกว่าราคาสินค้าในตู้

    โดยคาดการณ์ระยะเวลาของสงคราม ประเมินว่าการสู้รบอย่างหนัก อาจยืดเยื้อไปอีกในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า โดยล่าสุดคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ปรับลดเป้า GDP ปีนี้ของไทย ลงเหลือโตเพียง 1.2-1.6%

    อย่างไรก็ตาม ยังมองเห็นโอกาสในวิกฤต เช่น การดึงดูดการลงทุน (FDI) จากกลุ่มที่ต้องการหนีความขัดแย้งมายังประเทศไทย และการขยายตัวของอุตสาหกรรม Future Food และ Pet Food (อาหารสัตว์เลี้ยง) ที่เติบโตสูงถึง 30% ต่อปี รวมถึงกลุ่ม Medical and Wellness ที่ไทยมีความแข็งแกร่ง

    “กลยุทธ์การอยู่รอดของธุรกิจ คือห้ามอยู่คนเดียว ในยุคนี้การรวมกลุ่มเป็นสมาคม หรือเครือข่าย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและหาทางออกร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นมาก สถานการณ์ตอนนี้ ถ้าปรับตัวทัน เราก็จะรอด” นายวิศิษฐ์ กล่าว

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRF20IQE4HBOE1M2LIY581BOCJXOMAA4&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1xEYLPhSgCrWjmESVD2pqI

  • ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ

    ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุด กิ๊ก อนิศ แนะ รัฐบาลควรตั้งวอร์รูมรับมือ

    วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.11 น.

    วันนี้ 3 เมษายน 2569 นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ สั่นกระดิ่งเตือนคนไทยให้เตรียมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจระดับ Worst Case ที่กำลังถาโถงเข้ามาอย่างหนักหน่วง โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “ระวัง คลื่นพายุ เศรษฐกิจลูกใหญ่ที่สุดกำลังมาแล้ว อ่านข่าวในฟีด ทุกวันนี้ยังเจอสื่อ สารพัด มัวหาเสียง ด่ากันในเรื่อง รมต เมื่อสามสิบปีที่แล้ว เรียนจบอะไรมา มหาวิทยาลัย ใหญ่ไหม ให้ สส ต่อแถวซื้อข้าว ดีใจกันว่านี่คือชัยชนะ ของจริง มาแล้วเต็มๆ นายกสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ถึง ปชช สรุปสั้นๆว่า วิกฤติ มาแล้ว ทั้งสงคราม สินค้่าขึ้นราคา น้ำมัน ห่วงโซ่ supply ทุกเรื่อง ว่าง่ายๆ คำเดียว สั้นๆ เตรียมเละเทะ และนี่คือเวลาที่ทุกคน ต้องพร้อมใจกัน ไม่ใช่ทะเลาะกัน

    หลายคนยังไม่รู้สึกอะไร แม้กระทั่งตัวผมเอง น้ำมันแพง ก็ขึ้นรถไฟฟ้าเอา รถจอดอยู่ 7 วันแล้ว ว่าจะไปขยับ ให้ยางไม่เสื่อมสักหน่อย จนเมื่อวาน ได้อ่านเจอ เฟสบุค ของ นายก Liza นายกสมาคม ก่อสร้างรับเหมา คนแชร์ไม่เยอะ เพราะคนติดตามเธอ แค่พันกว่าๆ อ่านจบ จึงได้รำพึงขึ้นมาว่า ชิบหายแล้ว และช่วยแชร์ในโพสต์ก่อนหน้านี้ การก่อสร้าง ยางมะตอย เหล็ก ทุกอย่าง ราคาขึ้นแบบ จรวด แถมหาของไม่ได้ การถมดิน cost หลักคือน้ำมัน ขึ้นราคาแบบ ถมต่อก็เจ๊ง ไม่ทำก็เจ๊ง ถูกปรับ ไม่ไหวรถก็ถูกยึดลามไปถึงแบงค์ รับกรรมต่อ supplier ไม่ปล่อยของ สักพัก ก็เจ๊งตาม คราวนี้ โครงการ ก่อสร้าง จะค้าง ทั้ง ecosystem

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    กรรมกร หาเช้ากินค่ำ ไม่มีงานทำ พลาสติค แพคเกจจิ้ง ทุกสินค้า รวมถึงต้นทุนของ จะขึ้นพรวดๆ กำไร ที่เราขายใน แอพจีน ที่ไม่เหลืออยู่แล้ว จะแตะระดับขาดทุน ให้เห็นแน่ ถ้าขายราคาเดิม ขึ้นราคาคนก็ไม่มีเงินซื้ออีก ค่าขนส่ง แน่นอน จะขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้นทุนคือน้ำมัน ใครส่งฟรี คำนวนดีๆ ไม่งั้นกลับบ้านก่อนเพื่อน เงินเราทุกคน ต่อให้ได้เท่าเดิม ก็เหมือนถูดลดเงินเดือนแบบน่าใจหาย เพราะเงินเฟ้อทุกประเทศ เป็นหมด มล ปลื้ม ออกมาด่า ใส่ใครไม่รู้ ว่าหยุดหาเสียง บ้าๆบอๆ ได้แล้ว สร้างความเกลียดชัง มันไม่ใช่เวลา ตอนนี้ต้องร่วมมือกัน

    รัฐบาล ควรตั้ง war room ให้ทุกภาคส่วน ส่งผลกระทบเข้ามา วิเคราะห์ สถานการณ์รายวัน และระดมภาคเอกชน ฝีมือดีเข้าช่วยคิด ตอนนี้ เราอยู่ใน worst case scenario คือสงคราม ขาดอย่างเดียวคือ ระเบิดยังไม่ลง พื้นที่เราเท่านั้น แต่ผลกระทบคืิอเต็มๆ ผมไม่ใช่กูรูทางเศรษฐกิจ ไม่กล้าแนะนำ อะไรในช่วงนี้ รู้แต่ภาพกว้างๆ คืิอ

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    1 รัฐบาลอย่างแรก ต้องไม่ให้ระบบล้ม อย่าเติมเงินสู้ ชดเชยอย่างเดียว แบบ สู้สงครามเงินกับ จอร์จ โซรอส ไม่กี่วัน IMF มาแน่ เยียวยาเฉพาะจุดสำคัญ อย่าแจกหว่านทุกระบบ เงินเราไม่พอ รักษา ระบบหลักไว้ให้ได้ อันนี้เชื้อว่า พี่เอก เอกนิติ เอาอยู่ เช่นมีคน บอก ลดราคาน้ำมัน ตัดภาษี สรรพสามิตทิ้งเลย พี่เอก บอกต้องดูดีๆ น้ำมันลดราคาวันนี้ แต่ไม่สะท้อนความจริง ในสงคราม อีกไม่กี่วัน เงินหมด ราคาขึ้นปรี้ดอยู่ดี แต่เงินคลังหมด ไปช่วยด้านอืืนๆไม่ได้ นี่คือการรักษาระบบ มองแนวคิดแล้ว ผมเชื่อว่า นี่คือขุนพลคลังแนวหน้า ที่ดีที่สุด ที่เรามีในระบบขณะนี้ ไม่มี รมช การเมืองอะไรมาแทรกแซง เชื่อว่าเอาอยู่

    2 สื่อสารความจริง แบบรายวัน คล้ายลอร์เรนซ์ หว่อง นายกสิงคโปร์ และใช้ info graphic มาคุยให้เห็นภาพ วันละสองครั้งยังได้ ให้ประชาชนเข้าใจเป็นเสตปว่าเกิดอะไรขึ้น worse case คืออะไร most likely happen คืออะไร ควรตั้งรับอย่างไร ค่อยๆอธิบาย ผมเชื่อว่าคนไทยเข้าใจ โควิดยังผ่านกันมาได้ อีกครั้งจะเป็นไร มันคือสงคราม ที่เราไม่ได้ก่อ

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    ภาคเอกชน รักษาเงินสด อย่าหยุด ใช้จ่าย แต่ให้หันมาใช้ของไทย บริการไทยเป็นหลัก ใครจะซื้อกระเป๋า ใบละแสนละล้าน หยุดก่อน รู้ว่าเงินคุณ แต่นาทีนี้มันคือเงินประเทศไทย อย่าให้ไหลออก ถ้ารวยนัก เอาเงินแสน เงินล้านที่จะซื้อประเป๋า ฉีดลงรากหญ้า จะไปนวดไทย ซื้ออาหารสตรีทฟูด บริการอะไร แพงๆ ของคนไทยก็ได้ ฉีดปุ๋ย ลงรากหญ้าไปช่วยๆกัน มันจะฟื้นระบบ ขึ้นมาได้ เที่ยว ตปท งดแป๊บนึง หัวหิน ระยอง ชายทะเล เมืองรอง ก่อน อย่าเอาเงินออกนอก ปท แต่ไปฉีดใส่ระบบเมืองรองแทน คอนเทนด์ประเภทวันนี้ ช้อบยุโรปไปสิบล้าน อย่าเพิ่ง เอาสิบล้านไปโปรยใส่เมืองรอง ซะ จะจ้างคนมาพันคน เต้นให้คุณดู ก็ได้แทน เศรษฐกิจเมืองนั้นจะหมุนขึ้นมาทั้งระบบ ได้คอนเทนท์เหมือนกัน ใส่แฮชแทค คนจะรวยช่วยชาติ มาทำเคมเปญนี้ซะ

    กินข้าวถ้าไหว เดินไปร้านซะ อย่าให้เงินไหลผ่านแอพ ตปท ให้คนไทยได้รับเต็มๆ พยายามหาทาง ส่งออก ให้ได้เยอะที่สุด ล่าสุดผมไปงานของ กระทรวง พานิชย์ เขามีอบรม จัด แมทชิ่ง คู่ค้าฟรี แถมออกค่าบูท ที่ตปท ให้ฟรี ลงแพลตฟอม ออนไลน์ ตปท ฟรี ไปหาความรู้ตรงนั้น ทุก SME คือขุนพลประเทศไทย

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    พี่แต๋ม รอขายของให้อยู่แล้ว ชั่วโมงนี้ ต้องหาเงินเข้าประเทศทุกช่องทาง ส่วนพี่แก จะใส่วิกอะไร ก็ช่างแกเถอะ เอาเป็นว่าสวยดี แล้วทำงานได้ ก็พอแล้ว อย่าดราม่าอะไร ไม่เข้าเรื่องขนาดนั้น อย่า panic มาร่วมใจกัน เข้าใจว่า เงินหมด มันต้องหาแพะสักตัว ก็คงไม่พ้นรัฐบาล ขอแค่ปากด่าไป แต่มือช่วยหยิบช่วยผลัก เดี๋ยวมันจะไปได้ เราอยู่ต้น พายุ กลางพายุ หรือปลายพายุ อันนี้ไม่ได้อยู่ที่เรา คงเป็น ตาทรัมป์ ว่าเมื่อไหร่จะจบสักที ขอแค่คนไทย ร่วมมือกัน มันจะไปได้ เราเก่งอยู่แล้ว เรื่องยามศึกร่วมกันสู้ พอสงบเดี๋ยวมาด่ากันต่อ

    ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วครับใครมีคอมเมนท์ ว่าชั่วโมงนี้ ควรทำอย่างไร ภาคส่วนไหน ผลกระทบ อะไร แชร์กันมาได้ จะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้อีกทางหนึ่ง ส่วนพวก คอมเมนท์ แนวควายสีอะไร อย่าเพิ่ง เดี๋ยว จบพายุเศรษฐกิจ เดี๋ยวไปเล่นด้วย แต่ตอนนี้มาระดมสมองกันก่อน ตามนี้นะทุกคนคร้าบ อนิศ โอสถานุเคราะห์”

    โพสต์ฺของนาย อนิศ โอสถานุเคราะห์ เผยแพร่ลงมาบนโลกโซเชียลไม่นานนัก ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

    “นายน้อยขอคารวะครับผมครับ ท่านอาจารย์ครับ”

    “ชอบแคมเปญ”คนรวยช่วยชาติ”

    “สุดยอดๆ ขอบคุณๆ ช่วยๆ กันกระตุ้น ต่อมความคิด..ขออนุญาต แชร์นะ.”

    “1.เอาภาษีต่างๆในน้ำมันออกก่อนเลย 2.ความแพนิคทั้งหมดเกิดจากความไม่น่าไว้ใจของรัฐบาลเอง ทีมบริหารควรเคลียร์ตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดคำครหาประชาชนจะได้รับรู้ถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา”

    “ในเรื่องของท่องเที่ยวเห็นด้วยเลยครับสำหรับการเที่ยวในประเทศ…แต่ ราคาที่พักสูงมาก ถึงขนาดว่าไปเที่ยวต่างประเทศคุ้มกว่า แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันตอนนี้ก็ทำให้หลายๆคนลังเลกับการเดินทางส่วนตัวเชื่อว่าหลังสงกรานต์น่าจะหนักขึ้นแน่นอน แล้วเดี๋ยวก็จะเปิดเทอมกันอีกครับ”

    “โทษ รบ.รอบนี้เรื่องการสื่อสารและการรับมือ แต่อยากพ้นวิกฤติต้องร่วมมือกัน”

    “ภาครัฐ ควรทำให้ดูเป็นตัวอย่างในการประหยัด ทั้งตัวนายก สส. สว. ปรัยแอร์27องศา งดใส่สูท ตัดงบสวัสดิการสส. ถ้าจะให้ดูสง่างามนายกกล้าไหม ไม่รับเงินเดือน ตังบหรือชลองบบางอย่างที่ไม่เร่งด่วน นำงบเข้าส่วนกลาง”

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    อนิศ โอสถานุเคราะห์

    ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Anit Osathanugrah 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/956712&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1EbI_2pw-JBp_70faurLoC

  • เปิดข้อบังคับประชุมสภาฯ “ห้ามไม่ให้อ่านเอกสาร” ในที่ประชุมจริงหรือ

    เปิดข้อบังคับประชุมสภาฯ “ห้ามไม่ให้อ่านเอกสาร” ในที่ประชุมจริงหรือ

    วันนี้ (3 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดกรณีวิวาทะในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ในวาระการพิจารณาเกี่ยวกับรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา

    โดยในระหว่างที่ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กำลังอภิปราย ด้วยการอ่านข้อความที่เตรียมมา นายคริส โปตระนันทน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ลุกขึ้นประท้วง ด้วยข้อบังคับ 69 ที่ระบุว่า ห้ามนำเอกสารใดๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟัง ส่งผลให้เกิดการประท้วงกลับจาก นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต้องลุกมาประท้วงกลับ

    ไทยพีบีเอสออนไลน์ เปิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2562 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 4 พ.ศ.2566)

    ข้อบังคับที่กล่าวถึง อยู่ในหมวดที่ 4 การประชุม ส่วนที่ 3 การอภิปราย ในข้อที่ 69 ระบุว่า

    การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังปรึกษากันอยู่ ต้องไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือซ้ำกับผู้อื่น และห้ามไม่ให้นำเอกสารใด ๆ มาอ่านให้ที่ประชุมฟัง โดยไม่จำเป็นและห้ามไม่ให้นำวัตถุใด ๆ เข้ามาแสดงในที่ประชุม เว้นแต่ประธานจะอนุญาต ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์หรือออกชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดโดยไม่จำเป็น

    ทั้งนี้สถานการณ์เหมือนจะจบ แต่เมื่อถึงคิวที่นายคริสขึ้นอภิปราย มีการกล่าวพาดพิง สส.โดยไม่ระบุชื่อด้วยถ้อยคำ “ตอนนี้ประชาชนสงสัยว่า เป็น สส.แค่สมัยเดียว แค่ปีเดียว แค่สองปี บางคนเป็นสามล้อถูกหวย เกาะพรรคเข้ามา ไม่ได้มีความเก่ง ไม่ได้มีความเป็นตัวเอง แต่ท่านดันได้เข้ามายืนในสภาแห่งนี้” ทำให้สถานการณ์กลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง

    ร้อนถึงนายปกรณ์วุฒิ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ต้องลุกมาประท้วง พร้อมกล่าวข้อความว่า “อย่างน้อยก็ไม่ได้หลอก พลเอกมาหาเสียง” ซึ่งคาดว่า จะสื่อไปถึงหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อย่าง พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ที่ไม่ได้เป็น สส.ในสมัยนี้ พร้อมกับเดินปรี่เข้าไปหานายคริสทันทีที่อภิปรายจบ ทำให้ สส.หลายคนในเหตุการณ์ รีบเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกันทันที

    จากนั้น คริส พร้อมเพื่อน สส.พรรคเศรษฐกิจ ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่รัฐสภาทันที โดยระบุว่า นอกจาก นายปกรณ์วุฒิแล้ว ยังมี สส.พรรคประชาชน อีกนับ 10 คน ที่เดินมาพร้อมกัน และพยายามจับแขนตน ซึ่งตนและพรรคจะรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิด โดยเบื้องต้นอาจยื่นเสนอผิดจริยธรรมต่อรัฐสภาก่อน

    ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ ชี้แจงว่า เป็นการทำหน้าที่ในฐานะวิปฝ่ายค้าน (คณะกรรมการประสานงาน) และการเดินไปพูดคุยกับเพื่อน สส.ในสภา ถือเป็นเรื่องปกติ วันนั้น ตั้งใจเข้าไปสอบถามเหตุผลว่า เหตุใดพรรคเศรษฐกิจจึงตั้งใจประท้วงขัดจังหวะพรรคประชาชน ในประเด็นหยุมหยิม ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง พร้อมยืนยันว่า เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 แถวเพื่อพูดคุย แต่สส.พรรคเศรษฐกิจทั้ง 3 คนกลับลุกขึ้นยืน เดินออกมา และพยายามส่งเสียงโวยวาย ทำให้เพื่อน สส.ท่านอื่น ต้องเดินเข้ามาห้ามปราม ทั้งที่ยังไม่มีเหตุการณ์ใกล้เคียงการปะทะกันเลย อีกทั้งไม่ได้พูดขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

    อ่านข่าว

    “ปกรณ์วุฒิ” แจงเดินเข้าไปคุย “คริส” ในฐานะวิป โต้กลับถูกป้ายคำเท็จ

    “คริส” จ่อเอาผิดจริยธรรม “ปกรณ์วุฒิ” อ้างถูกคุกคามในสภาฯ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504232&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pI6-5UnT9M49F8zwnjGtR

  • สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    KT Review กรุงเทพธุรกิจไอที พาไปทำความรู้จักกับสมาร์ตโฟนที่จะมาทุบกำแพงราคามือถือ 5G ให้แตกกระจาย เพราะนี่คือหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของวงการมือถือราคาประหยัดที่จัดเต็มเทคโนโลยีมาให้แบบไม่กั๊ก ตอบโจทย์เศรษฐกิจแบบนี้

    นี่คือการกลับมาผงาดอีกครั้งของ WIKO ภายใต้การดูแลของ วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ดิสทริบิวเตอร์ไอทียักษ์ใหญ่ด้วยการเปิดตัว WIKO T30 5G สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมสโลแกนความเป็นสมาร์ตโฟน 5G “มหาชน” สเปกที่ได้จะว้าวแค่ไหน สี่พันมีทอนนี่มันซ่อนทีเด็ดอะไรไว้บ้าง?

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    ดีไซน์เรียบหรู ดูแพงเกินราคา

    แม้ WIKO T30 5G จะเป็นมือถือระดับเริ่มต้น แต่การออกแบบทำออกมาได้ดูพรีเมียมเกินค่าตัวไปมาก ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยฝาหลังที่มีลูกเล่นเอฟเฟกต์เงาไหลลื่น สะท้อนแสงได้อย่างมีมิติ สะดุดตาทุกองศาการจับถือ โดยมีให้เลือกสองเฉดสีคลาสสิกที่เข้ากับทุกสไตล์คือสีดำ (Black) และสีขาว (White)

    ที่สำคัญคือน้ำหนักตัวเครื่องเบาเพียงประมาณ 200 กรัมเท่านั้น ทำให้ได้ความรู้สึกพรีเมียมและจับถนัดมือ ไม่ว่าจะไถฟีดโซเชียลหรือยกขึ้นมาถ่ายรูปก็ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องพกพามือถือติดตัวตลอดเวลาได้อย่างลงตัวในทุกๆ วัน

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    จอใหญ่ ลื่นไหลด้วยรีเฟรชเรต 120Hz

    อีกหนึ่งไฮไลต์เด็ดคือเรื่องของหน้าจอ เพราะปกติในเรตราคานี้เรามักจะได้จอมาตรฐานทั่วไป แต่สำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นนี้จัดเต็มด้วยหน้าจอแบบเจาะรู (Punch-Hole Display) ขนาดใหญ่จุใจถึง 6.75 นิ้ว

    และที่สำคัญคือให้หน้าจออัตรารีเฟรชเรตสูงถึง 120Hz ซึ่งถือว่าหาได้ยากในกลุ่มสมาร์ตโฟนราคาประหยัด ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานลื่นไหลเต็มตา ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าจอ ดูวิดีโอ หรือเล่นเกม ก็ตอบสนองได้เป็นอย่างดี มอบประสบการณ์การรับชมที่เต็มอิ่มและสมจริงยิ่งขึ้น

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    ขุมพลัง 5G ผสาน Android 15

    เรื่องความแรงก็จัดจ้านสมฉายามือถือมหาชน ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตประมวลผลทรงพลังแบบ Octa-Core รหัส MTK D6300 ที่มีความเร็วสูงสุด 2.4GHz รองรับการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ความเร็วสูง ให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่รวดเร็วและเสถียร

    นอกจากนี้ยังให้ RAM มาถึง 4GB ซึ่งขยายเพิ่มได้สูงสุดถึง 12GB เพื่อรองรับการเปิดหลายแอปพลิเคชันพร้อมกันอย่างลื่นไหล จับคู่กับพื้นที่เก็บข้อมูล ROM 128GB ให้เก็บภาพถ่ายหรือวิดีโอได้อย่างจุใจ และที่ล้ำหน้าไปอีกขั้นคือการเป็นมือถือรุ่นแรกๆ ในกลุ่มราคานี้ที่แกะกล่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Android 15 มั่นใจได้เลยว่าผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลและรองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างครบครัน

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    แบตอึดทน พร้อมการชาร์จอัจฉริยะ

    หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวัน เพราะ WIKO T30 5G ให้แบตเตอรี่ความจุขนาดใหญ่ถึง 5000mAh ที่พร้อมรองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน และถ้าแบตเตอรี่ใกล้หมดก็ไม่ต้องรอนานด้วยระบบรองรับการชาร์จเร็ว 18W

    นอกเหนือจากความอึดแล้ว ยังมีความฉลาดด้วยฟีเจอร์ Overnight Charging Protection ที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่ขณะเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน ระบบนี้จะช่วยถนอมอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ปลอดภัย

    สี่พันมีทอน! รู้จัก WIKO T30 5G มือถือ 5G มหาชน ที่ทุกคนเข้าถึงได้

    ประกันยาวนาน บริการระดับวีไอพีถึงหน้าบ้าน

    ความคุ้มค่ายังไม่จบแค่สเปกตัวเครื่อง แต่ยังครอบคลุมไปถึงบริการหลังการขายที่จัดเต็มไม่แพ้กัน โดยตัวเครื่องเปิดราคามาแบบคุ้มกระจุยที่ 3,999 บาท หาซื้อได้ง่ายๆ ผ่านตัวแทนจำหน่ายของวีเอสที อีซีเอส ที่มีมากกว่า 2,700 จุดจำหน่ายทั่วประเทศ

    แต่สิ่งที่ทำให้มือถือรุ่นนี้น่าสนใจที่สุดในมุมมองของผู้บริโภคคือการรับประกันตัวเครื่องที่ยาวนานถึง 2 ปีเต็ม แถมยังมีบริการหลังการขายแบบ Door-to-Door Service ที่คอยดูแลรับเครื่องซ่อมให้ถึงหน้าประตูบ้าน เรียกว่าคุ้มค่าทั้งราคาเครื่องและบริการหลังการขายแบบครบจบในตัวเดียวด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1228204&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0v6zNeZjgjdEzaD6fdjItU

  • ประกาศสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เรื่อง รายชื่อนักเรียนนักศึกษาที่มีสิทธิ์เข้าพักในหอพักนักเรียนนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ (รอบที่ ๒) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประกาศสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เรื่อง รายชื่อนักเรียนนักศึกษาที่มีสิทธิ์เข้าพักในหอพักนักเรียนนักศึกษา สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๙ (รอบที่ ๒) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/122261/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KWLKmIeScjyyUcjkEzrSf