Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู จัดงานสัมมนากฎหมายท้องถิ่น เพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่ชาวไทยในพื้นที่

    วันที่นำเข้าข้อมูล 4 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 4 เม.ย. 2569

    | 43 view

    เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ได้จัดงานสัมมนาเรื่องกฎหมายท้องถิ่น ณ โรงแรม Mercure Chengdu Chunxi Taikoo Li โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนจากกรมความมั่นคงสาธารณะมณฑลเสฉวน สำนักงาน Guoli Notary Public Office และสำนักงานกฎหมาย Sichuan TOTA Law Firm ร่วมเป็นวิทยากร พร้อมด้วยชาวไทยในมณฑลเสฉวนเข้าร่วมทั้งภายในสถานที่และผ่านระบบออนไลน์ โดยมีนายเสก นพไธสง กงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตูเป็นประธานในพิธี

    ในการนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของประเทศเจ้าบ้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงจากปัญหาทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ และสามารถดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศที่ว่า “การทูตเพื่อประชาชน ทุกแห่งหนเราดูแล” ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกมาโดยตลอด

    การสัมมนาในครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นที่สำคัญหลายด้าน โดยผู้แทนจากกรมความมั่นคงสาธารณะมณฑลเสฉวนได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและการทำงานของชาวต่างชาติในประเทศจีน โดยเน้นย้ำว่า ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะทำงานในจีนต้องมีใบอนุญาตทำงานและใบอนุญาตพำนักประเภททำงานอย่างถูกต้อง นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการฝึกงานต้องได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด นอกจากนี้ ผู้ที่สำเร็จการศึกษาและประสงค์จะทำงานต่อ จำเป็นต้องเปลี่ยนประเภทวีซ่าและใบอนุญาตพำนักให้ถูกต้อง มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายการทำงานโดยผิดกฎหมายและมีบทลงโทษ

    ด้าน Guoli Notary Public Office ได้บรรยายเกี่ยวกับกระบวนการด้านเอกสารทางกฎหมายระหว่างประเทศ โดยอธิบายความแตกต่างระหว่างการรับรองเอกสาร (Notarization) และการรับรองกงสุล (Consular Authentication) รวมถึงขั้นตอนการรับรองเอกสารแบบสองชั้น (Double Authentication) ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการใช้เอกสารข้ามประเทศ ตลอดจนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสมรสระหว่างไทย–จีน

    ขณะที่ Sichuan TOTA Law Firm ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเด็นทางกฎหมายในชีวิตประจำวันของชาวต่างชาติ อาทิ การเช่าที่พักอาศัยซึ่งควรตรวจสอบกรรมสิทธิ์และเงื่อนไขในสัญญาอย่างรอบคอบ การโอนเงินหรือแลกเปลี่ยนเงินตราข้ามประเทศที่ควรดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับระบบประกันสุขภาพและการใช้สิทธิรักษาพยาบาลในประเทศจีน

    ภายหลังการบรรยาย ได้มีการเปิดช่วงถาม–ตอบ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสอบถามข้อสงสัยกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

    ในช่วงปิดงาน กงสุลใหญ่ฯ ได้กล่าวขอบคุณวิทยากรจากทุกหน่วยงานที่ร่วมถ่ายทอดความรู้ที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนผู้เข้าร่วมทุกท่านที่ให้ความสนใจ โดยย้ำว่าสถานกงสุลใหญ่ฯ มุ่งมั่นในการดูแลคุ้มครองและให้บริการแก่คนไทยในเขตกงสุลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนไทยมีความเข้มแข็ง สามารถดำเนินชีวิตในต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศเจ้าบ้าน

    ทั้งนี้ งานสัมมนาดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนของจีน รวมถึงชุมชนไทยในพื้นที่ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยในต่างแดนอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/chengdu-170326%3Fcate%3D5d5bcb4e15e39c3060006843&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18mnK-cA1QY7kXpMt3VlyU

  • ‘บางจาก’ รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันรายได้เกษตรกร 2 ภูมิภาค

    ‘บางจาก’ รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันรายได้เกษตรกร 2 ภูมิภาค

    ‘บางจาก’ รุกกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันรายได้เกษตรกร 2 ภูมิภาค

    บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงหิมพานต์ในภาคใต้  

    โดยบางจากจะนำมามอบให้ลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569  เพื่อเป็นการรองรับผลผลิตพร้อมสร้างรายได้ให้กลุ่มเกษตรกร  

    ซึ่งจะเป็นการดำเนินการผ่านถั่วสุขใจ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงและเม็ดมะม่วงหิมพานต์อบกรอบผสมแครนเบอร์รี่ คัดสรรวัตถุดิบจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกถั่วลิสง

    สำหรับสมาชิกบางจากกรีนไมลส์ โดยการเติมน้ำมันบางจากผลิตภัณฑ์ใดก็ได้ทุกยอดการเติม รับถั่วสุขใจขนาด 30 กรัม จำนวน 1 ซอง ตั้งแต่วันที่ 6 ถึง 16 เมษายน 2569  ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากทั่วประเทศที่ร่วมรายการ

    ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภคและร่วมสนับสนุนการสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

    “บางจากฯ คัดสรรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตของชุมชนและกลุ่มเกษตรกร มาเป็นของสมนาคุณลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน ควบคู่ไปกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์และสินค้าคุณภาพให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง“

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/655824&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33nBMW7KHpl9u-Cju-PRz3

  • ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 เม.ย. 69) บางจาก ปตท. ขึ้นดีเซลอีก 2.80 บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 เม.ย. 69) บางจาก ปตท. ขึ้นดีเซลอีก 2.80 บาท

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 เม.ย. 69) บางจาก ปตท. อัปเดตราคาล่าสุด  “ฐานเศรษฐกิจ” มีคำตอบ

    หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นอีก 2.80 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาขายหน้าปั๊มพุ่งทะลุ 50.54 บาทต่อลิตร 

    เช่นเดียวกับน้ำมันดีเซล B20 เพิ่มขึ้น 2.80 บาท/ลิตร จาก 42.75บาท/ลิตร เป็น 45.54 บาทต่อลิตร 

    ขณะที่น้ำมันดีเซล พรีเมี่ยมของโออาร์ขึ้นราคา 6.50 บาทต่อลิตร และดีเซล พรีเมี่ยมของบางจากขึ้นราคา 4.80 บาทต่อลิตร

    หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดการชดเชยอัตราเงินกองทุนน้ำมันในส่วนของน้ำมันดีเซล B7 ลง 2.61 บาทต่อลิตร จากเดิม 20.71 บาทต่อลิตร เป็น 18.10 บาทต่อลิตร 

    ทั้งนี้ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 5 เม.ย. 69 เป็นต้นไป

    ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    กลุ่มน้ำมันดีเซล

    • ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 70.44 บาท (โออาร์)
    • ดีเซล ลิตรละ 50.54 บาท (โออาร์)

    ราคาน้ำมันพรุ่งนี้2569 (5 เม.ย. 69) บางจาก ปตท. ขึ้นดีเซลอีก 2.80 บาท

    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 70.94 บาท (บางจาก)
    • ไฮดีเซล S ลิตรละ 50.54 บาท (บางจาก)

    ตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. และปริมณฑล ประจำปี พ.ศ. 2569 ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/655786&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wrZJlGkp5Vwl0WVvy51XC

  • ทำไมมันฝรั่งทอดต้องเป็น “ทรงโค้ง”? นักวิทย์ช่วยไขความลับ ดีไซน์นี้คิดมาดีแล้ว

    ทำไมมันฝรั่งทอดต้องเป็น “ทรงโค้ง”? นักวิทย์ช่วยไขความลับ ดีไซน์นี้คิดมาดีแล้ว

    ไขปริศนา! ทำไมมันฝรั่งทอดถึงต้อง “ทรงโค้ง” นักวิทยาศาสตร์เผยช่วยรับแรงกระแทก แถมกระตุ้นความอยากอาหาร

    เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยเวลาเปิดมันฝรั่งทอดแบบกระป๋องว่า ทำไมแผ่นมันฝรั่งถึงต้องถูกออกแบบมาให้เป็นทรงโค้งมนสม่ำเสมอกันทุกชิ้น ล่าสุด China Food Newspaper ได้เผยแพร่รายงานพิเศษเกี่ยวกับ “ปริศนามันฝรั่งทอดทรงโค้ง” โดยระบุว่าดีไซน์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความอร่อยอย่างเหลือเชื่อ

    แก้ปัญหาแผ่นมันฝรั่งแตกหักระหว่างขนส่ง

    รายงานจาก Shaanxi Science and Technology Board ระบุว่า ในช่วงที่มันฝรั่งทอดเริ่มออกสู่ตลาดใหม่ๆ ผู้บริโภคมักประสบปัญหาแผ่นมันฝรั่งแตกละเอียดจนแทบไม่เหลือชิ้นที่สมบูรณ์เมื่อเปิดซอง

    ต่อมา อเล็กซานเดอร์ ลิปา นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ได้ออกแบบให้แผ่นมันฝรั่งมีความโค้งมนสม่ำเสมอ ซึ่งทรงโค้งนี้มีคุณสมบัติในการรับแรงกดทับได้ดีกว่าแผ่นเรียบ ช่วยให้สามารถบรรจุลงในกระป๋องได้จำนวนมากโดยที่แผ่นไม่แตกหักง่ายระหว่างการขนส่ง

    ความลับของเสียง “กรอบ” ที่ทำให้หยุดกินไม่ได้

    นอกจากเรื่องความทนทานแล้ว วิศวกรยังพบข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาด้านกลศาสตร์ว่า รูปทรงโค้งของแผ่นมันฝรั่งมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเคี้ยว ดังนี้:

    • จุดแตกหักที่เหมาะสม: เมื่อนำเข้าปาก รูปทรงโค้งจะไม่ทำให้แผ่นมันฝรั่งแตกครึ่งเพียงอย่างเดียว แต่จะถูกแรงกดจากเพดานปากและลิ้นทำให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ จำนวนมากพร้อมกัน
    • เสียงกระตุ้นความอยาก: การแตกตัวของแผ่นโค้งจะสร้างเสียง “กรอบ” ที่ต่อเนื่องและดังชัดเจน ซึ่งงานวิจัยระบุว่าเสียงนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและทำให้ผู้บริโภครู้สึกเพลิดเพลินจนหยุดกินไม่ได้

    หลังจากข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเพิ่งทราบถึงเหตุผลเบื้องหลังดีไซน์นี้ และยอมรับว่ารูปทรงโค้งมนแบบนี้ช่วยให้รู้สึกอยากอาหารมากกว่าแผ่นลักษณะอื่นจริงๆ ถือเป็นความลับทางการค้าที่ผสมผสานทั้งวิศวกรรมศาสตร์และจิตวิทยาการกินเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    แหล่งอ้างอิง

    1. HK01

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9882126/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2JN2l1g4yWukxhkpn6V0ZD

  • ‘พยัคฆ์ไพร-กรมป่าไม้’ บุกตรวจสอบ ‘วัดพระสิ้นคิด’ หลังถูกร้องรุกป่าสงวนแห่งชาติ | เดลินิวส์

    ‘พยัคฆ์ไพร-กรมป่าไม้’ บุกตรวจสอบ ‘วัดพระสิ้นคิด’ หลังถูกร้องรุกป่าสงวนแห่งชาติ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 เม.ย. 69) นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) พร้อมด้วย นายปรัตถกร คางคำ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อบ.11 (ห้วยยอดมน-ช่องเม็ก) สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ CIB, สวนป่าช่องเม็ก, สวนป่าพิบูลมังสาหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันฯ อำเภอสิรินธร และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ในเขตจังหวัดอุบลราชธานี นำกำลังกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบ พุทธอุทยานที่พักสงฆ์ “วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์” หรือ วัดของ “พระสิ้นคิด” (หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม) ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

    โดย นายชาญชัย เปิดเผยว่า กรมป่าไม้ ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ได้ทำการปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆ จำนวนมาก และรุกล้ำเข้าไปในป่า เกินจากเนื้อที่ที่กรมป่าไม้ ได้อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ ซึ่งวัดของพระสิ้นคิด ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ในการตั้งที่พักสงฆ์ ในจำนวน 15 ไร่ เมื่อปี 2566 ต่อมาในปี 2568 พระสิ้นคิด ได้ขอเข้าร่วมโครงการพุทธอุทยานของกรมป่าไม้ และได้รับอนุญาตใช้พื้นที่ในป่าสงวนฯ เพิ่มอีก จำนวน 484 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา รวมเป็น 494 ไร่ 1 งาน 78 ตารางวา แต่มีการร้องเรียนว่า พระสิ้นคิด ได้ปลูกสิ่งก่อสร้างต่างๆ มากกว่าพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต จึงได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จ โดยได้กระจายกำลังเพื่อปูพรม ในการเข้าวัดพิกัด GPS ในพื้นที่ทั้งหมดที่มีการก่อสร้าง และรุกล้ำเข้าไป และยังมีการตรวจสอบสิ่งก่อสร้าง ทั้งศาลา กุฏิพระ กับแม่ชีทั้งหมด ซึ่งหากมีการกระทำความผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าไปในวัด ไม่ปรากฏตัวของ พระสิ้นคิด แต่อย่างใด มีเพียงแต่ลูกศิษย์ที่ระบุว่า เป็นทนายความให้พระสิ้นคิด อยู่ในพื้นที่ และพระลูกวัด รวมถึงแม่ชี จำนวนหนึ่ง จากการให้ข้อมูลของลูกศิษย์พระสินคิดรายนี้ ระบุว่า ปัจจุบัน มีพระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ในวัดทั้งหมด ประมาณ 300 รูป, แม่ชีอีก 450 คน และลูกศิษย์อีกประมาณ 200 คน รวมคนที่อาศัยอยู่ในที่พักสงฆ์แห่งนี้ กว่า 950 คน

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าไปตรวจสอบ จับพิกัดทุกมุมของพื้นที่และจำนวน และขนาดของสิ่งก่อสร้างทั้งหมด ว่าตรงตามเจตนาในการตั้งเป็นพุทธอุทยาน หรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นได้พบกุฏิจำนวนมาก แบ่งเป็นโซน บางจุดมีกุฏิเรียงรายติดกัน แต่ละหลังมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจตอบ ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึงประมาณ 18.00 น. เพราะเป็นพื้นที่ใหญ่มาก

    นายชาญชัย กล่าวหลังจากการตรวจสอบทั้งหมดว่า เบื้องต้นได้พบว่า มีการสร้างสิ่งก่อสร้างมากกว่าพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า มีการรุกล้ำไปกี่ไร่ มีการสร้างสิ่งก่อสร้างเกินพื้นที่ไปกี่หลัง มีการสร้างอาคาร ที่เกินความจำเป็นที่ขัดต่อระเบียบการเป็นพุทธอุทยาน หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่น่าจะใช้เวลาอีก 1 วัน ในการรวบรวมสรุปผลการตรวจสอบที่ชัดเจน ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำผิด ก็จะดำเนินการบันทึกการจับกุม และส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยจะใช้ช่องทาง ร้องทุกข์กล่าวโทษ ผ่านทางตำรวจ CIB โดยจะไม่ดำเนินการผ่านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5749861/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zhvVh_j3j7aCbxIov4-eh

  • รัฐบาลจ่อรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ชงเข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝงภาคขนส่ง-ค่าครองชีพ : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลจ่อรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ชงเข้าครม.นัดแรก 6 เม.ย. สางต้นทุนแฝงภาคขนส่ง-ค่าครองชีพ : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลเตรียมเดินหน้านโยบายรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนเทศกาลสงกราต์ โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมนำเสนอรายละเอียดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกในวันที่ 6 เมษายนนี้

    ขณะที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เตรียมทบทวนโครงสร้างค่าการกลั่นและพร้อมพิจารณาปรับเวลาประกาศราคาน้ำมันใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค

    การขับเคลื่อนนโยบายนี้เดินหน้าได้ เริ่มมาจากฐานข้อมูลที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ศึกษาและรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการตั้งคำถามถึง “กลไกราคา” และ “โครงสร้างค่าการกลั่น” ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่งและค่าครองชีพของประชาชนโดยตรง

    ข้อมูลจากการศึกษาของ นายพิพัฒน์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงช่วงที่ค่าการกลั่นเคยปรับตัวพุ่งสูงขึ้น จากระดับ 2 บาทกว่า เป็น 6-7 บาทต่อลิตร ในเดือนมีนาคม และสูงขึ้นไปถึง 12-14 บาทต่อลิตร ในเดือนเมษายน ว่าโครงสร้างราคาดังกล่าวอาจมีการนำต้นทุนค่าความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium) เข้าไปรวมอยู่ด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริง ประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง เพียงแหล่งเดียว

    นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นว่าสูตรการคำนวณราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น มีการบวกค่าขนส่งและค่าประกันภัยรวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจเป็นตัวเลขที่สูงเกินจริงและไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน

    ข้อมูลชุดดังกล่าวได้ถูกนำมาขยายผลและต่อยอด โดยนายเอกนิติ ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน พิจารณาตัดค่าขนส่งและค่าประกันภัยออกจากราคาขายส่ง พร้อมทั้งทบทวนความจำเป็นของการบวกค่าความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium) ซึ่งการขับเคลื่อนโครงสร้างราคาพลังงานนี้ เพื่อรับมือกับปัญหาราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคขนส่งมวลชน ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการขนส่งน้ำมันตามสถานีบริการรองรับประชาชนให้เพียงพอในช่วงเทศกาลหยุดยาว จึงเป็นภาพสะท้อนการทำงานที่ต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาราคาพลังงาน และบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนคนไทย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/582936&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fCEkLKs0OkIFatGDLGS99

  • เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก

    เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก

    เขาค้อเหงามาก! หลังเจอศึกหนัก ‘ร้อน-ฝุ่น-น้ำมันแพง’ ทำยอด นทท.ร่วงต่อเนื่อง

    วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.35 น.

    เขาค้อเหงามาก! วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วคนบางตา หลังเจอศึกหนัก ‘ร้อน-ฝุ่น-น้ำมันแพง’ ทำทริปล่ม-ยอดนักท่องเที่ยวร่วงต่อเนื่อง

    วันที่ 4 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พบว่าแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งกำลังประสบภาวะซบเซาอย่างหนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม และสภาวะเศรษฐกิจพร้อมกันในหลายมิติ

    โดยที่ ‘วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว’ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาชื่อดัง พบว่าในช่วงกลางวันมีนักท่องเที่ยวบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 33°C ขณะที่ ‘จุดชมวิวทะเลหมอก’ ซึ่งเคยเป็นจุดดึงดูดหลัก กลับถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่น PM2.5 จากปรากฏการณ์ผกผันอุณหภูมิ ส่งผลให้ทัศนวิสัยและความสวยงามลดลง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในบางช่วงพุ่งสูงถึง ระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุและเด็ก เลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

    นอกจากปัจจัยทางธรรมชาติแล้ว ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวตัดสินใจชะลอการเดินทางออกไป ส่งผลให้ภาพรวมของนักท่องเที่ยวบนเขาค้อลดลงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    แม้ในวันนี้จะยังไม่พบรายงานจุดความร้อน (Hotspot) หรือไฟป่าในพื้นที่เขาค้อโดยตรง แต่หมอกควันที่ลอยมาจากพื้นที่ใกล้เคียงยังคงเป็นปัญหาหลัก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ย้ำมาตรการห้ามเผาเด็ดขาด พร้อมให้คำแนะนำนักท่องเที่ยว ดังนี้: เช็กค่า AQI และจุดความร้อนผ่านแอปพลิเคชันก่อนออกเดินทาง , สวมหน้ากากอนามัยชนิด N95 เมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง และเลือกท่องเที่ยวในช่วงเช้าที่อากาศยังไม่ร้อนจัดและฝุ่นยังไม่สะสมตัวหนาแน่น

    /////////-026

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/956905&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rDFM1zohw3u9giSt1zALK

  • ประวัติ “นิกร จำนง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา”

    ประวัติ “นิกร จำนง” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา”

    ประวัติ “นิกร จำนง” อดีตขุนพลข้างกาย “บรรหาร ศิลปอาชา” บุคลากรการเมืองพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อน “ท็อป วราวุธ” พายกทีมซบค่ายน้ำเงิน ล่าสุดได้เลื่อนเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

    วันที่ 4 เมษายน 2569 ภายหลัง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5 ของพรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้สมาชิกภาพความเป็น สส. สิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560

    ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 105 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกาศให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน โดยเลื่อนลำดับที่ 20 คือนายนิกร จำนง ขึ้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

    ประวัติ นิกร จำนง

    นายนิกร จำนง เกิดวันที่ 5 ธันวาคม 2498 ที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ปัจจุบันอายุ 70 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับปริญญาโท สาขาการบริหารภาครัฐ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐทาร์ลตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

    เส้นทางการเมือง

    นายนิกร จำนง ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 5 สมัย คือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2531 จังหวัดสงขลา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2535 จังหวัดสงขลา สังกัดพรรคชาติไทย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2548 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพ.ศ. 2569 แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคภูมิใจไทย

    นายนิกร จำนง เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี หลังพรรคชาติไทยถูกยุบพรรค ในปี 2551 ก่อนจะกลับมามีบทบาททางการเมืองอีกครั้งในสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา เคยเป็นอดีตประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายวราวุธ ศิลปอาชา) ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2545

    นายนิกร ยังเคยได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ตามคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ 14/2560 และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน

    นายนิกร จำนง เป็นอีกหนึ่งบุคลากรทางการเมือง ที่อยู่กับพรรคชาติไทยมาอย่างยาวนาน ถือเป็นขุนพลข้างกายของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี กระทั่งพรรคชาติไทยถูกยุบ เปลี่ยนมาเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ภายใต้การนำของนายวราวุธ ศิลปอาชา นายนิกร ก็ยังคงทำงานอยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

    กระทั่งพรรคชาติไทยพัฒนาตัดสินใจทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2569 โดยนำทีมสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา กลุ่มบ้านใหญ่สุพรรณบุรี รวมถึงตัวนายนิกร จำนง เข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย 

    โดยนายนิกร ได้ลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ อยู่ในลำดับที่ 20 ก่อนที่ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎร เลื่อนนายนิกร จำนง เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แทนนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ที่ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2924656&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IIlwW5ofQlJ-fCG2aZ-No

  • เปิดบ้าน ‘DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต | เดลินิวส์

    เปิดบ้าน ‘DPU Open House 2026’ ชวน GEN Z ค้นหาตัวตน ปลุกศักยภาพเปลี่ยนอนาคต | เดลินิวส์

    อนาคตเริ่มที่นี่! มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดบ้านรับ GEN Z ร่วมค้นหาศักยภาพ‘ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ

    เมื่อวันที่ 4 เม.ย.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ชวนนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เข้าร่วมงาน DPU Open House 2026 “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นใหม่ได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมสำรวจหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความสนใจ และความต้องการของโลกยุคใหม่โดยกิจกรรมจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน 2569  ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) 

    ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) กล่าวว่า  DPU ตอกย้ำบทบาทการเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นการพัฒนาศักยภาพมนุษย์อย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติ ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ

    “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ”

    การจัดงาน DPU Open House 2026 “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” ในครั้งนี้ ดร.ดาริกา กล่าวว่า เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศ ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ และทำความรู้จักวิทยาลัยหรือคณะสาขาวิชาต่างๆ เพื่อการค้นพบศักยภาพของตนเอง และเลือกเส้นทางการศึกษาที่สอดคล้องกับอนาคตที่ต้องการอย่างแท้จริง

    ภายในงาน นักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย ปวช. และปวส. จากทั่วประเทศได้ร่วมสัมผัสกับหลักสูตรที่ทันสมัย และเวิร์กชอปจากอาจารย์พร้อมรุ่นพี่ โดยแบ่งกลุ่มสาขาวิชา และคณะตามเทรนด์ความสนใจ  สาย Innovation+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบคิด ชอบลองสร้างอะไรใหม่ ๆ ได้แก่ วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี  สาย Global+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบภาษา รักการเดินทาง อยากเปิดโลกกว้าง และทำงานร่วมกับต่างประเทศ ได้แก่ วิทยาลัยการพัฒนาและฝึกอบรมด้านการบิน วิทยาลัยนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติจีน คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม คณะศิลปศาสตร์

    สาย Social+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบช่วยเหลือ ใส่ใจคนรอบข้าง มีเหตุผล ได้แก่ คณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาย Wellness+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิต วิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์วิทยาลัยทัศนมาตรศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาสุขภาพ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะกายภาพบำบัด และสาย Creative+ เหมาะกับน้อง ๆ ที่ชอบสร้างสรรค์มีไอเดีย พร้อมโชว์ผลงาน ได้แก่ วิทยาลัยครีเอทีฟดีไซน์ แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เทคโนโลยี คณะนิเทศศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์

    สำหรับกิจกรรมไฮไลต์ของงาน DPU Open House 2026คือ นิทรรศการระหว่างการเดินทาง (Journey of a Lifetime) ที่เปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง โดยตลอดเส้นทางเดินจะมีจุดเช็กลิสต์ให้น้อง ๆ ได้ทำความเข้าใจ และประเมินศักยภาพตนเองในแต่ละด้าน เช่น มิติทางสังคม (Society) ด้านความสัมพันธ์ (Relationship) ด้านการเงิน ด้านสุขภาพ และเส้นทางชีวิต (Life Path) เป็นต้น

    “ศุภัศสรา เหมทานนท์” อายุ 17 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี 2) หนึ่งในน้อง ๆ ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเปิดบ้าน DPU Open House 2026 กล่าวว่า เดินทางมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้พร้อมคุณพ่อ โดยมีความสนใจเรียนด้านนิเทศศาสตร์ เพราะชื่นชอบและสนใจงานทางด้านภาพยนตร์ ซึ่งการเข้าร่วมนิทรรศการระหว่างการเดินทางทำให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คิดและตั้งใจจะเรียนในอนาคต

    “วิลาวัลย์ เชียงทอง” อายุ 17 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านนา (นายกพิทยากร) จังหวัดนครนายก กล่าวว่า การตัดสินใจเดินทางมาจากจังหวัดนครนายกเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพราะต้องการศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะที่ตัวเองมีความสนใจ คือ วิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส หลักสูตร วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งเป็นการเรียนที่ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการที่อยากมีความรู้และสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตนเองในอนาคต   

    ด้าน “วัชรพงศ์ พวงรางสาด” อายุ 20 ปี เรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลัยเทคนิคแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า เดินทางเข้าร่วมเปิดบ้าน DPU Open House 2026เพียงคนเดียว เพราะต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับหลักสูตรระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจดิจิทัล(IS) ที่ตนเองมีความสนใจจากความชอบส่วนตัวอยากเรียนเกี่ยวกับ Data ซึ่งเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่เรียนมาในชั้น ปวส.

    ภายในงานยังมีกิจกรรม Workshop จากคณะต่างๆ พร้อมการให้คำปรึกษาแนะแนวอาชีพ และการมอบทุนการศึกษาสำหรับ Dek69-70 

    DPU Open House 2026 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กรุ่นใหม่ได้ “ปลุกพลังความเป็นที่ 1 ในตัวคุณ” และ ค้นเจอศักยภาพของตนเอง ที่พร้อมก้าวสู่เส้นทางสายอาชีพได้อย่างมั่นใจในอนาคต และก้าวสู่การเป็น“Global Talent” ของตลาดแรงงานโลก สำหรับผู้สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5751915/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-arzOWDywSph1ZT9wUIqw

  • ผลวิจัยล่าสุด เผยพิกัดใหม่! “จุดเสวของผู้ชาย” ไม่ได้อยู่ในทวารหนักอย่างที่คิด

    ผลวิจัยล่าสุด เผยพิกัดใหม่! “จุดเสวของผู้ชาย” ไม่ได้อยู่ในทวารหนักอย่างที่คิด

    เผยจุด G-spot ผู้ชาย! ผลวิจัยล่าสุดชี้ไม่ได้อยู่ในทวารหนัก แต่เป็นจุดลับบนอวัยวะเพศที่ให้ “ความเสียวซ่านสูงสุด”

    กลายเป็นหัวข้อที่สร้างความฮือฮาในวงการแพทย์และสุขภาวะทางเพศ เมื่อทีมนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสเปนได้เปิดเผยผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Andrology เกี่ยวกับการค้นพบจุด G-spot ของผู้ชาย ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นคนละจุดกับที่ความเชื่อกระแสหลักคาดการณ์ไว้ โดยพบว่าจุดที่กระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงที่สุดนั้นไม่ได้อยู่ในทวารหนักหรือต่อมลูกหมาก แต่ตั้งอยู่บนอวัยวะเพศนี่เอง

    ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยซานติอาโก เด กอมโปสเตลา ได้ระบุตำแหน่งของจุดยุทธศาสตร์นี้ว่าอยู่ในบริเวณที่เรียกว่า “Frenular Delta” ซึ่งเป็นพื้นที่รูปสามเหลี่ยมเล็กๆ บริเวณส่วนล่างของอวัยวะเพศชาย จุดที่ส่วนหัวและลำลึงค์เชื่อมต่อกัน (บริเวณเส้นสองสลึง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักถูกมองข้ามหรือไม่มีการระบุไว้ในตำราเพศศึกษาหลายเล่ม

    จากการศึกษาโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่ออวัยวะเพศชายทั้งจากตัวเต็มวัยและทารกในครรภ์ นักวิจัยพบว่าบริเวณ Frenular Delta นี้มีความหนาแน่นของเส้นประสาทสูงมาก โดยเป็นการรวมตัวกันของแขนงเส้นประสาทส่วนหลังและเส้นประสาทบริเวณฝีเย็บที่ซ้อนทับกัน ทำให้เป็นพื้นที่ที่มีการสะสมของ “กระจุกเส้นประสาท” และตัวรับความรู้สึกทางเพศมากกว่าบริเวณอื่นๆ

    iStockphoto

    ความไวต่อสัมผัสที่เหนือกว่าส่วนหัวของอวัยวะเพศ

    นักวิทยาศาสตร์พบว่าในจุดลับนี้มีสิ่งที่เรียกว่า “Krause corpuscles” ซึ่งเป็นตัวรับสัญญาณที่ทำหน้าที่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นเมื่อมีการสัมผัสหรือการเสียดสีของผิวหนัง โดยในบางกรณีพบกระจุกเส้นประสาทรวมตัวกันหนาแน่นถึง 17 ชุดในพื้นที่ขนาดเล็กเพียงจุดเดียว

    ความหนาแน่นของเส้นประสาทในบริเวณนี้ส่งผลให้ Frenular Delta เป็นจุดที่ไวต่อการกระตุ้นและให้ความรู้สึกเสียวซ่านรุนแรงกว่าบริเวณส่วนหัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกเชื่อว่าเป็นจุดที่ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีที่สุดในเพศชาย การค้นพบนี้เปรียบเสมือนการเติมเต็มแผนที่ความรู้สึกทางเพศที่เคยเป็นจุดบอดทางการแพทย์มานานหลายทศวรรษ

    อีริค ชุง จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ ให้สัมภาษณ์กับ New Scientist ว่า “นี่คือหนึ่งในจุดที่ให้ความสุขที่สุดสำหรับการกระตุ้นทางเพศในชาย” และการศึกษานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาวงการเวชศาสตร์ทางเพศและศัลยกรรมปัสสาวะมักจะให้ความสำคัญกับจุดจีสปอตในผู้หญิงมากกว่า จนกลายเป็นช่องว่างในความเข้าใจสรีรวิทยาของเพศชาย

    ก้าวข้ามความเชื่อเรื่อง “G-spot” ในอดีต

    เป็นเวลาหลายสิบปีที่นักวิทยาศาสตร์และคนทั่วไปมักมองว่า “ต่อมลูกหมาก” คือจุด G-spot ของผู้ชายเนื่องจากสามารถกระตุ้นให้เกิดจุดสุดยอดได้ผ่านทางทวารหนัก แต่ผลการศึกษานี้ช่วยยืนยันตำแหน่งใหม่ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและมีความจำเพาะเจาะจงทางประสาทสัมผัสที่สูงกว่า

    อย่างไรก็ตาม ในแง่ของคำศัพท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนยังคงถกเถียงเรื่องการใช้คำว่า “G-spot” โดย ดร.เออร์วิน โกลด์สตีน บรรณาธิการบริหารวารสาร Sexual Medicine Review เคยระบุไว้ในปี 2565 ว่าคำนี้อาจสื่อความหมายที่คลาดเคลื่อน เพราะความรู้สึกทางเพศมักเกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายบริเวณมากกว่าจะเป็นจุดเดียวโดดๆ

    แต่สำหรับการค้นพบ Frenular Delta ในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันเชิงประจักษ์ถึง “ศูนย์กลางความรู้สึกทางเพศ” ที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งของผู้ชายเท่าที่เคยมีการค้นพบมา

    แหล่งอ้างอิง

    1. New York Post
    2. Andrology Journal
    3. New Scientist

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9882018/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HTWdx-bx6lUTdZyY71-R9