Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • รัฐบาลพร้อมแจงร่างงบฯปี 70 ในเวทีสภา เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ | เดลินิวส์

    รัฐบาลพร้อมแจงร่างงบฯปี 70 ในเวทีสภา เปิดให้ประชาชนตรวจสอบได้ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน สำหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ พ.ศ.2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่างๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า

    น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม แม้งบลงทุนโดยตรงในร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ จะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต

    โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ครอบคลุม 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1.การสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันยาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ 3.การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยมีงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 42,000 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 65,904.3 ล้านบาท

    น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งงบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท เพื่อให้ภาระทางการคลังสะท้อนอยู่ในระบบงบประมาณอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5982620/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eC6PKD-P80vaMCz7fYQvZ

  • ออกหมายจับ ‘เจ้าอาวาส-เณรรุ่นพี่’ ย่ำยี4สามเณรวัย 13 ปี พบปิดมือถือหนีทิ้งวัดร้าง | เดลินิวส์

    ออกหมายจับ ‘เจ้าอาวาส-เณรรุ่นพี่’ ย่ำยี4สามเณรวัย 13 ปี พบปิดมือถือหนีทิ้งวัดร้าง | เดลินิวส์

    กรณีสามเณร 4 รูปที่ไปบวชเรียนอยู่ที่วัดดังแห่งหนึ่ง ใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พากันหนีออกจากวัด อ้างว่า ถูกเจ้าอาวาสและสามเณรรุ่นพี่บางรูปบังคับให้อมอวัยวะเพศสำเร็จความใคร่ ทำให้ต้องแอบหนีออกจากวัดและนำเรื่องมาเล่าให้ผู้ปกครองฟังและพาเข้าแจ้งความที่สภ.ทุ่งลุง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาเพื่อให้ดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสจนถึงที่สุด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ฉาวโฉ่! วงการสงฆ์แจ้งจับ ‘พระครูดัง’ บังคับ ‘4 สามเณร’ อมนกเขาทั้งวันทั้งคืน

    ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก.ภ.จว.สงขลา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาเรียกเณรและพยานแวดล้อมมาสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างเร่งด่วน

    กระทั่งวานนี้(28มิ.ย.)ทางตำรวจสภ.ทุ่งลุง ได้นำหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายจับต่อศาลจังหวัดสงขลา และศาลอนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหา 2 คน คนละ 2 หมายจับ คือ พระครู อายุ 41 ปี เจ้าอาวาสวัดดังกล่าว และ สามเณร อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นสามเณรรุ่นพี่ ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยที่ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้,กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน15ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกิน13ปีฯ

    ขณะนี้ทางตำรวจชุดสืบสวน3 หน่วยทั้งชุดสืบสวนสภ.ทุ่งลุง ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สงขลา และตำรวจกองปราบปราม กองกำกับการ6 กำลังเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีหากไม่ยอมเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยเฉพาะเจ้าอาวาส ได้ปิดมือถือหนีหายออกจากวัดหลังจากที่รู้ว่าถูกสามเณรเข้าแจ้งความ

    ส่วนบรรยากาศที่วัดเป็นไปอย่างเงียบเหงาทันที ไม่มีใครอยู่ที่วัดเหลือเฉพาะ นกยูง หมู หมาที่เลี้ยงไว้ อาศัยอยู่ในวัดเท่านั้น โดยวัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของนกยูง หลายสิบตัวที่เลี้ยงไว้เพื่อให้ญาติโยมไปทำบุญได้ชมในความสวยงาม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5982007/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lzsR761hP3mDtw8UlvS0q

  • ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ | เดลินิวส์

    ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ | เดลินิวส์

    วันที่ 28 มิ.ย. 69 เวลา 08.46 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 8886 ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ออร์ลี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ที่นั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นายโลร็อง นูเญซ (Mr. Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสาธารณรัฐฝรั่งเศส และข้าราชการระดับสูงของสาธารณรัฐฝรั่งเศส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวกองทหารเกียรติยศ เสร็จแล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส (Le Meurice Paris) ซึ่งรัฐบาลสาธารณรัฐฝรั่งเศสจัดถวายเป็นโรงแรมที่ประทับ

    เวลา 09.45 น. (เวลาท้องถิ่น) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ถึงโรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ณ ที่นั้น นางสาวธิดา สุขีลาภ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส พร้อมด้วยข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และคู่สมรส นายปาสกาล บียารด์ (Mr. Pascal Billard) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเลอ เมอริช กรุงปารีส ตลอดจนหัวหน้าสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงปารีส และชุมชนคนไทยในกรุงปารีส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5984317/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1BO-fT0r9kI01sHMsxA-ep

  • ‘ฝ่ายค้าน’ ลับมีดชำแหละงบฯ 70 ทะลวงยกยวง ‘มท.-กลาโหม-งบลับ-ดีอี-ท้องถิ่น’  

    ‘ฝ่ายค้าน’ ลับมีดชำแหละงบฯ 70 ทะลวงยกยวง ‘มท.-กลาโหม-งบลับ-ดีอี-ท้องถิ่น’  

    สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับมีด-ฝีปาก รอชำแหละงบ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท สองคืน-สามวัน เก็งข้อสอบคาด มท.-กลาโหม-งบลับ-งบกลาง -ดีอี-งบดับไฟใต้ -งบท้องถิ่นฯ  ติดโผเจอไล่อัด

    28 มิ.ย.2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ตลอดสามวันคือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค.ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญการเมืองประจำสัปดาห์หน้านี้ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค.ซึ่งพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ที่เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้านเตรียมสส.ไว้อภิปรายชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2570 ไว้แล้วร่วมสามสิบคน

    โดยคาดว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายงบในหลายกระทรวงเช่น งบกระทรวงดิจิทัลฯ -งบกระทรวงมหาดไทย -งบกระทรวงกลาโหม-งบลับ -งบแก้ปัญหาภาคใต้รวมถึงงบกลาง เป็นต้นจากนั้นจะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการในวันพุธที่ 1 ก.ค.เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2570เพื่อให้ทันก่อนวันที่ 30 ก.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี2569

    โดยในเอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570มีข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจ เช่น รัฐบาลมีการระบุถึงภาพพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2570ว่า เศรษฐกิจไทยในปี2569คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.5 -2.5(ค่ากลางร้อยละ2.0)โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐและแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ. 2569 รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง

     อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงโดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกประกอบกับข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงรวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคการเกษตร สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0

     “เศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.7-2.7 ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้าและบริการในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่องรวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการดาเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจ”เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2570 ระบุไว้ตอนหนึ่ง

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ยังระบุอีกว่าสำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ0.5 -1.5(ค่ากลางร้อยละ1.0)และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

    การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ -แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ได้เผยแพร่ข้อมูลไว้ว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบไว้ตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านต่างๆ เช่น แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติจำนวน13,989.9 ล้านบาท เพื่อให้คนไทยมีความจงรักภักดีซื่อสัตย์พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติโดยการพิทักษ์รักษาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ปลูกฝังและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวม ทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

    นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายแผนงานยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่นแผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 8,464.1ล้านบาท-แผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมกำรกระจำยอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 391,956.3ล้านบาท เป็นต้น.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1022583/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HDvVmNrlkN1yOUh3RM2He

  • “ชาญเทพ” ยินดี “ชัชชาติ” นั่งอีกสมัย พร้อมเดินหน้าตรวจสอบทุจริต | one31.co.th

    “ชาญเทพ” ยินดี “ชัชชาติ” นั่งอีกสมัย พร้อมเดินหน้าตรวจสอบทุจริต | one31.co.th

    บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด
    อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก)
    แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

    บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    www.theoneenterprise.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.one31.net/news/detail/79499&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PQX35Up32OVtyierkjEx3

  • ‘ปรเมศวร์’ เฉือนชนะพรรคส้ม ได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยาสมัยที่ 2 ชูแก้ปัญหาน้ำท่วม-หนุนท่องเที่ยวระดับโลก

    ‘ปรเมศวร์’ เฉือนชนะพรรคส้ม ได้รับเลือกเป็นนายกเมืองพัทยาสมัยที่ 2 ชูแก้ปัญหาน้ำท่วม-หนุนท่องเที่ยวระดับโลก

    วันนี้ (28 มิถุนายน 2569) ผลการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาปรากฏว่า ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ จากกลุ่มเรารักพัทยา อดีตนายกเมืองพัทยา สามารถเอาชนะ อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จากพรรคประชาชนไปได้ โดยปรเมศวร์ได้รับการสนับสนุนจาก ‘บ้านใหญ่’ ตระกูลคุณปลื้ม ขณะที่อิทธิวัฒน์อยู่ภายใต้การรวมตัวกันของพรรคประชาชนและบ้านใหญ่นาเกลือ

    ภายหลังจากการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาเสร็จสิ้นลง ปรเมศวร์แถลงข่าวขอบคุณประชาชนชาวพัทยา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนกลับเข้ามารับตำแหน่ง ‘นายกเมืองพัทยา’ อีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 พร้อมกับกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับกลุ่ม ‘เรารักพัทยา’ จนทำให้ได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาทำงาน ทั้งในส่วนของคณะผู้บริหารและสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ครบทั้ง 4 เขต

    ปรเมศวร์ระบุว่า มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะเข้ามาสานต่องานที่ได้ริเริ่มไว้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การผลักดันให้พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ที่มีคุณภาพชีวิตระดับสากล ซึ่งมีหลายโครงการที่ทำสำเร็จไปแล้ว และอีกหลายโครงการที่กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับนโยบายและโครงการสำคัญที่จะเร่งดำเนินการต่อ ได้แก่

     1. การแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเบ็ดเสร็จ ภายใน 4 ปีนี้ จะเดินหน้าโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีแล้ว (ส่วนกลางสนับสนุน 90% และเมืองพัทยาสมทบ 10%) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเดิม 60-70 ลูกบาศก์เมตร เป็น 120-130 ลูกบาศก์เมตร

     2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งรัดการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอลขนาด 2 หมื่นที่นั่ง ให้แล้วเสร็จภายใน 7-8 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจัดกิจกรรมระดับชาติ

     3. การยกระดับคุณภาพชีวิต เดินหน้าโครงการดูแลผู้ป่วยติดเตียง บริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และบริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาลฟรีสำหรับผู้ด้อยโอกาส

     4. ด้านการศึกษา เตรียมขยายการรองรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้มากขึ้น และจัดมหกรรมแนะแนวการศึกษาและอาชีพอย่างต่อเนื่อง

     5. การกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ พัทยามาได้ทุกวัน เที่ยวได้ทุกวัย ปลอดภัยทุกคน’ ผลักดันการเป็นเมืองแห่งเทศกาล (Festival City) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโลว์ซีซัน โดยมุ่งเน้นการร่วมมือกับภาคเอกชนให้เข้ามาจัดกิจกรรมในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างจุดขายใหม่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องใช้งบประมาณของเมือง นอกจากนี้จะขยายระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมทั่วเมือง เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย

    ปรเมศวร์ยืนยันว่า พร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มหน่วยงานใดๆ เพื่อรวมพลังกันพัฒนาเมืองพัทยาให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน ทั้งสำหรับชาวพัทยาและคนไทยทั้งประเทศ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนที่ร่วมแข่งขันกันตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ และเมื่อประชาชนตัดสินใจแล้ว ก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนเดินหน้าทำงานให้กับทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

    Tags: , , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/report-pattaya-election/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aGU7tAu8FX_LeSvVk54N0

  • สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม

    สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม

    วันนี้ ( 28 มิ.ย.2569) น.ส. ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนปรับฐานลงมาโซน 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ปัจจัยหลัก ๆ มาจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมาจากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นับว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากหากเทียบกับเส้นค่าเฉลี่ย (SMA) 200 วัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4,474 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์แล้ว พบว่าต่ำกว่าเส้นดังกล่าว 10.6% และจากสถิตินับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน มีอยู่ทั้งหมด 7 ครั้งที่ราคาทองคำจะปรับตัวลงมาต่ำกว่าเส้น SMA200 ลึกสุดที่ราว 10% เช่นกัน และราคาจะเริ่มสร้างฐานได้ จนกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง จึงเป็นข้อมูลทางสถิติที่มีนัยสำคัญเป็นอย่างมาก

    น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

    น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG)

    ส่วนในระยะยาวทองคำมีโอกาสปรับตัวเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งสภาทองคำโลก (WGC) ระบุข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี พบว่าธนาคารกลางทั่วโลกกว้านซื้อทองคำเก็บสะสมเฉลี่ยสูงถึง 1,000 ตันต่อปี ซึ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยอยู่แค่ 500 ตันต่อปี การเร่งสะสมทองคำอย่างดุเดือดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และเศรษฐกิจโลกที่ค่อนข้างเปราะบาง

    นอกจากนี้สภาทองคำโลกยังได้สำรวจความคิดเห็นมีธนาคารกลางทั่วโลกเกี่ยวกับทิศทางความต้องการทองคำหลังจากนี้ ซึ่งมีธนาคารกลางเข้าร่วมตอบแบบสอบถามทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 76 แห่ง โดยธนาคารกลางส่วนใหญ่ถึง 89% เชื่อว่าปริมาณทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะ เพิ่มขึ้น อีกใน 12 เดือนข้างหน้า โดย 45% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถาม ตั้งใจจะ เพิ่มการซื้อทองคำเข้าคลังของตัวเองส่วนใหญ่ที่เหลือบอกว่าจะถือเท่าเดิม มีแค่ 1% เท่านั้นที่คิดจะลดการถือครอง

    สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม

    สัญญาณบวก “ทองคำ” ยังไปต่อ ธนาคารกลางทั่วโลกเล็งซื้อเพิ่ม

    นอกจากนี้ธนาคารกลางทั่วโลกมองว่า ทองคำทำผลงานได้ดีในช่วงวิกฤตคือเหตุผลสำคัญในการซื้อเพิ่ม อีกทั้งยังช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ต, ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และที่สำคัญคือ ใช้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

    ประเด็นที่น่าสนใจอีกประเด็น คือ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ 74% มีแผนลดการถือครอง เงินดอลลาร์สหรัฐ ในทุนสำรองโลกจะ ลดลงอย่างปานกลางถึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในอีก 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่สัดส่วนของเงินยูโรและเงินหยวนจะเท่าเดิม แต่สัดส่วนการถือครอง ทองคำจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจากผลสำรวจนี้ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่งยังคงให้น้ำหนักทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว

    สำหรับคำแนะนำนักลงทุนในภาวะที่ทองคำระยะสั้นยังปรับตัวลดลงได้อีก แต่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้นนั้น มองว่าการใช้กลยุทธ์การทยอยซื้อสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน หรือ DCA เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจโดยนักลงทุนมือใหม่และรายย่อย

    อ่านข่าว:

    “ทองคำ” เช้านี้ +350 บาท ดอลลาร์-บอนยีลด์ร่วง ดันทองแท่งขายออก 63,00 บาท

    สรุปราคาทองคำ 25 มิ.ย. 2569 ปิดตลาด -1,300 บาท ผันผวน 34 ครั้ง

    “ทองคำ” ครึ่งวันดิ่ง -1,300 ผันผวน 21 ครั้ง “ทองแท่ง” รับซื้อ 62,850 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/507600&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ynYGcVBROq5TH3kMpXPgo

  • พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะเลือกตั้ง ย้ำเดินหน้าตรวจสอบทุจริต

    พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะเลือกตั้ง ย้ำเดินหน้าตรวจสอบทุจริต

    พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ยินดีผู้ชนะเลือกตั้ง ย้ำเดินหน้าตรวจสอบทุจริต

    เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเศรษฐกิจ โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า พรรคเศรษฐกิจขอแสดงความยินดีเป็นอย่างยิ่งกับผู้ที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทุกท่าน ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้ามาทำหน้าที่บริหารและดูแลกรุงเทพมหานคร

    ​พร้อมกันนี้ พรรคเศรษฐกิจขอกราบขอบพระคุณทุกคะแนนเสียงบริสุทธิ์ที่พี่น้องประชาชนได้มอบให้กับพรรค ทุกคะแนนของท่านคือความไว้วางใจและเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้เราเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป

    ​ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร พรรคเศรษฐกิจขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเราจะยังคงทำหน้าที่ต่อไป โดยยึดมั่นในอุดมการณ์และจุดยืนของพรรค พร้อมเดินหน้า ตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ อย่างเข้มข้น และมุ่งหน้า กวาดล้างปัญหาต่างด้าวผิดกฎหมาย ต่อไปอย่างไม่ลดละ โดยจะใช้กลไกการตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและถูกต้องตามหลักนิติรัฐ

    ​ทางพรรคมีความยินดีและภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นผู้นำเสนอนโยบายและผลักดันประเด็นสำคัญเหล่านี้ให้เข้ามาสู่พื้นที่รับรู้ของสังคม เราเชื่อมั่นว่าการปราบปรามการทุจริตและการจัดการปัญหาต่างด้าวผิดกฎหมาย จะเป็นวาระสำคัญที่สังคมจะร่วมกันจับตา พูดถึง และตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนชาวกรุงเทพมหานครฯต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5783064&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DWOAJ1bZ1wftzv513kuCC

  • “ศุภมาส” ฝากผู้ว่าฯ คนใหม่ ร่วมมือรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง ดันเศรษฐกิจรากหญ้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

    “ศุภมาส” ฝากผู้ว่าฯ คนใหม่ ร่วมมือรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง ดันเศรษฐกิจรากหญ้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

    “ศุภมาส” ชวนคนกรุงฯเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – สก. ย้ำ ทุกคนคือพลังเปลี่ยนเมือง พร้อมฝากผู้ว่าฯ คนใหม่ ร่วมมือรัฐบาลแก้ปัญหาปากท้อง ดันเศรษฐกิจรากหญ้าเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

    วันที่ 28 มิ.ย. 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่หน่วยเลือกตั้ง ที่ 7 แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต ภายในโรงเรียนโยนออฟอาร์ค ซอยสามเสน 13 โดยมีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยู่ในลำดับที่ 412 โดยทันทีที่มาถึงนางสาวศุภมาสได้ตรวจรายชื่อและเข้าคูหาเลือก ก่อนหย่อนบัตรลงหีบ

    หลังใช้สิทธิเลือกตั้ง นางสาวศุภมาสกล่าวเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ออกมาใช้สิทธิ พร้อมระบุว่า ผู้สมัครมีนโยบายที่แตกต่างกันไป แต่ต้องมีสักคนที่อยู่ในใจ ดังนั้นขอเชิญชวนชาวกทม. อย่านอนหลับทับสิทธิ ออกมาเลือกคนที่เรารัก ซึ่งเสียงของท่านจะเป็นเสียงสวรรค์ที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากตัวเรา และวันนี้ดูในหีบเลือกตั้งมีคนออกมาใช้สิทธิแล้วเป็นจำนวนมาก ขณะที่อากาศเป็นใจฝนไม่ตก ยังมีเวลาอีกครึ่งวันที่จะออกมาใช้สิทธิ และไม่ว่าจะเลือกใครก็ตามขอแค่ออกมาเพื่อเป็นการแสดงพลังของคนไทย ในการรักษาระบอบประชาธิปไตยให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป และจะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง ถ้าได้ผู้ว่าฯ กทม. หรือ สก. ที่ไม่ถูกใจ เพราะไม่ได้ออกมาใช้สิทธิเอง

    นางสาวศุภมาสกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นการสะท้อนถึงทั้งประเทศ ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็ขอให้ดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนร่วมกับรัฐบาล ตอนนี้มีปัญหาเรื่องปากท้อง ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญที่สุด จึงฝากผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจรากหญ้า ปากท้องของประชาชน อยากให้คนกรุงเทพฯทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ให้เด็กมีการศึกษาที่ดี ครอบครัวมีอาชีพที่เหมาะสม ไม่อยากให้มีใครลำบาก ไม่ได้เรียนหนังสือ จนไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จึงขอฝากไปยังผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ด้วย


    คลิกเพื่อร่วมติดตาม “ไทยรัฐ” รายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ https://www.thairath.co.th/bkkelection69

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2942531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3R-cdtCcjKzvjq38-uYKAW

  • ผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ เร่งแก้โจทย์ SME กรุงเทพ ต้นทุนสูง-ขนส่งติดขัด

    ผู้ว่าฯ กทม.ใหม่ เร่งแก้โจทย์ SME กรุงเทพ ต้นทุนสูง-ขนส่งติดขัด

    ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ กับโจทย์ SME เมืองกรุง
    ปลดล็อกต้นทุน-ขนส่ง-องค์ความรู้ ดันธุรกิจเล็กโตได้อย่างไร

    กรุงเทพมหานครในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ได้มีเพียงบริษัทขนาดใหญ่หรือธุรกิจระดับมหาชนเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านค้า ชุมชน ผู้ผลิตอาหาร และ SME อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็น ‘เส้นเลือดฝอย’ สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง

    ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจ ทั้งต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมถึงข้อจำกัดด้านพื้นที่และระบบขนส่ง SME กรุงเทพฯ กำลังจับตาว่า ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ จะเข้ามาออกแบบเมืองอย่างไรให้เป็น “เมืองที่เอื้อต่อธุรกิจเล็ก” และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเติบโตได้มากขึ้น

    ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) สะท้อนว่า SME ไทยมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งด้านจำนวนผู้ประกอบการ การจ้างงาน และการสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี แหล่งทุน และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น

    สำหรับ SME ในกรุงเทพฯ ซึ่งต้องอยู่ท่ามกลางเมืองที่มีความหนาแน่นสูง โจทย์ไม่ได้มีเพียงเรื่องยอดขายหรือการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึง ‘ต้นทุนแฝงของเมือง’ ตั้งแต่ค่าเช่าพื้นที่ การเดินทาง การขนส่งสินค้า ไปจนถึงกฎระเบียบต่างๆ ที่ส่งผลต่อความคล่องตัวของผู้ประกอบการ

    SME อาหารสะท้อนปัญหา ‘เล็กแต่ศักยภาพสูง’

    ภาคภูมิ หอมสุวรรณ กรรมการบริหาร บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด ผู้ผลิต ‘แหนมดอนเมือง’ มองว่า ปัญหาหลักของ SME วันนี้คือความสามารถในการประคองธุรกิจให้เดินต่อได้ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

    bangkok-new-governor-sme-growth-SPACEBAR-Photo01.jpg

    “SME หลายรายอาจยังไม่สามารถชักหน้าไม่ถึงหลังได้” เป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่สะท้อนถึงความเปราะบางของธุรกิจขนาดเล็ก แม้จะมีสินค้าและศักยภาพ แต่ยังต้องการแรงสนับสนุนเพื่อให้สามารถพัฒนาและแข่งขันได้

    ภาคภูมิ มองว่า สิ่งที่ภาครัฐและกรุงเทพมหานครสามารถเข้ามาช่วยได้ คือการต่อยอดโครงการสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนและ OTOP ให้เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการเติมองค์ความรู้ และช่วยลดความยุ่งยากด้านใบอนุญาตต่าง ๆ

    “บางครั้งผู้ประกอบการไม่ได้ขาดความตั้งใจ แต่ขาดความรู้ในการทำให้ถูกต้อง ภาครัฐควรเข้ามาช่วยแนะนำและพัฒนา มากกว่าการเข้ามาเพียงตรวจสอบ”

    ภาคภูมิยังมองว่า กรุงเทพฯ ในอนาคตอาจไม่ได้มีโรงงานขนาดใหญ่จำนวนมากเหมือนอดีต แต่จะเต็มไปด้วยผู้ผลิตรายเล็ก ร้านค้า และธุรกิจชุมชน ดังนั้นการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแรงให้กับธุรกิจฐานราก จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ SME เติบโตต่อได้

    ปัญหาเมืองใหญ่ ‘ขนส่งแพง-รถติด’ กระทบต้นทุน SME

    bangkok-new-governor-sme-growth-SPACEBAR-Photo02.jpg

    ขณะที่ นิกกี้ – พลากร เชาว์นประดิษฐ์กรรมการบริหารและ COO หจก.อยู่แสงฟ้าโปรดัคส์ผู้ผลิตขนมเยลลี่ ‘จอลลี่แบร์’ สะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า ความท้าทายของ SME ในกรุงเทพฯ คือการเติบโตของเมืองที่รวดเร็ว แต่ระบบโครงสร้างพื้นฐานและผังเมืองอาจยังไม่ตอบโจทย์การทำธุรกิจเต็มที่

    “ธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ตัวสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับทุกอย่าง ทั้งการจัดส่งสินค้า การรับวัตถุดิบ และพนักงาน”

    หนึ่งในต้นทุนสำคัญคือ ‘ระบบขนส่ง’ เนื่องจากกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และการจราจร ส่งผลให้ประสิทธิภาพการจัดส่งลดลง จากเดิมที่อาจส่งสินค้าได้หลายจุดในหนึ่งรอบ ปัจจุบันอาจทำได้ลดลงเพราะข้อจำกัดด้านเวลาและเส้นทาง

    สำหรับผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ สิ่งที่ SME อยากเห็นคือการบริหารจัดการเมืองที่ช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาการขนส่งในพื้นที่เศรษฐกิจ

    เขาเสนอว่า หากมีแนวทางสนับสนุนรถขนส่งพลังงานสะอาด เช่น รถ EV ที่ลดปัญหามลพิษและเสียงรบกวน อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการปลดล็อกข้อจำกัดการขนส่งในเมือง

    “ถ้าภาครัฐมีมาตรการจูงใจ และผู้ประกอบการสามารถปรับตัวเรื่องเทคโนโลยีได้ ก็จะช่วยให้ระบบขนส่งของเมืองเดินหน้าไปด้วยกัน”

    เมืองที่ SME อยากเห็น ไม่ใช่แค่เมืองทันสมัย แต่ต้องเป็นเมืองที่ทำมาหากินได้

    เสียงสะท้อนจาก SME สองรายสะท้อนภาพเดียวกันว่า กรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการเพียงการเป็นเมืองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ต้องเป็นเมืองที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจทุกระดับสามารถอยู่รอดและเติบโต

    โจทย์ของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแก้ปัญหาจราจรหรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการออกแบบเมืองที่มีระบบสนับสนุนผู้ประกอบการ ตั้งแต่รายเล็กระดับชุมชน ไปจนถึง SME ที่กำลังขยายธุรกิจ

    เพราะเมื่อธุรกิจเล็กแข็งแรง เมืองก็จะแข็งแรงตาม และเศรษฐกิจกรุงเทพฯ จะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพลังของผู้ประกอบการนับแสนรายที่อยู่ในทุกพื้นที่ของเมือง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/bangkok-new-governor-sme-growth&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0abF3tHrZXJtSqIsJ_LJ2z