Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ดาวโจนส์ปิดลบ 44.51 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 51,876.11 จุด นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

    ดาวโจนส์ปิดลบ 44.51 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 51,876.11 จุด นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/157000&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0caW6UD87H-WjN4pkvlul4

  • ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัว! WTI พุ่งแตะ 69.73 ดอลลาร์ บวก 0.72% นักลงทุนจับตาปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

    ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัว! WTI พุ่งแตะ 69.73 ดอลลาร์ บวก 0.72% นักลงทุนจับตาปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/156999&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3KRzerV6oWTiMybDnnyltR

  • งบประมาณ 2570 : สภาถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 3.788 ล้านล้านบาท 3 วันรวด 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้

    งบประมาณ 2570 : สภาถกร่าง พ.ร.บ.งบฯ 3.788 ล้านล้านบาท 3 วันรวด 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้

    รายงานข่าวจากรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 25 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ระหว่างวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน ถึงวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2569 มีวาระสำคัญในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 3,788,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.4 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

    สำหรับโครงสร้างงบประมาณปี 2570 ในเอกสารงบประมาณโดยสังเขป ที่จัดทำโดยสำนักงบประมาณ ระบุว่า รัฐบาลประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 3,000,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 14.6 ของจีดีพี และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 788,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.8 ของจีดีพี ซึ่งเป็นการดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ และมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูป

    ภาพรวมงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570

    เมื่อเทียบกับปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินงบประมาณปี 2570 เพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 สะท้อนการจัดทำงบประมาณที่รัดกุมมากขึ้น ภายใต้แนวคิดการจัดงบแบบแม่นยำตรงเป้าหมาย (Precisely Targeted Budgeting) และการจัดงบแบบฐานศูนย์ (Zero-Based Budgeting) ที่เน้นทบทวนชะลอ ปรับลด หรือยกเลิกโครงการที่หมดความจำเป็นหรือมีความสำคัญในระดับต่ำ พร้อมลดรายจ่ายประจำที่ซ้ำซ้อน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ประหยัด มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

    งบประมาณ พ.ศ. 2569 เทียบงบประมาณปี 2570

    ส่องโครงสร้างรายจ่าย รายจ่ายประจำพุ่ง รายจ่ายลงทุนหด

    เมื่อพิจารณาในรายละเอียดของโครงสร้างงบประมาณ พบว่ารายจ่ายประจำกำหนดไว้ที่ 2,786,367.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 131,724.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.6 ของวงเงินงบประมาณ สูงขึ้นจากปี 2569 ที่อยู่ที่ร้อยละ 70.2

    ขณะที่รายจ่ายลงทุนกำหนดไว้ที่ 789,171.5 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 72,564.8 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 8.4 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.8 ของวงเงินงบประมาณ ลดลงจากปี 2569 ที่อยู่ที่ร้อยละ 22.8 ซึ่งเป็นประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกขึ้นอภิปรายในสภา

    ส่วนรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้จัดสรรไว้ที่ 151,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.2 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.0 ของวงเงินงบประมาณ และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลังกำหนดไว้ที่ 71,038.1 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนถึงร้อยละ 42.5 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.9

    โครงสร้างงบประมาณรายจ่าย 2570

    แยกตามกลุ่มงบประมาณ งบบุคลากรกินสัดส่วนสูง

    เมื่อจำแนกงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ตามกลุ่มงบประมาณตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 พบว่า งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณมีสัดส่วนสูงสุดที่ 1,342,836.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 35.4 รองลงมาคืองบประมาณรายจ่ายบุคลากร 852,671.2 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.5 และงบประมาณรายจ่ายงบกลาง 693,880.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.3

    ตามด้วยงบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.2 งบประมาณรายจ่ายสำหรับทุนหมุนเวียน 294,857.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.8 งบประมาณรายจ่ายบูรณาการ 70,247.0 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.9 และงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 71,038.1 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.9

    งบประมาณรายจ่ายปี 2570 จำแนกตามกลุ่มงบประมาณ

    สมมติฐานเศรษฐกิจไทย ปี 2570 คาดโต 2.2%

    การจัดทำงบประมาณปี 2570 อยู่บนสมมติฐานประมาณการเศรษฐกิจของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.7-2.7 (ค่ากลางร้อยละ 2.2) ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ซึ่งจะช่วยหนุนการส่งออกสินค้าและบริการ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

    อย่างไรก็ตาม สศช. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านอัตราเงินเฟ้อปี 2570 คาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 (ค่ากลางร้อยละ 1.0) และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.6 ของจีดีพี

    ทั้งนี้ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 ในวาระแรกตลอด 3 วันดังกล่าว จะเป็นการลงมติรับหลักการ ก่อนตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาในรายละเอียดต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/662557&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09nqaA9a_PQUCsEL2binKp

  • กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    คำบรรยายวิดีโอ,

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    Published

    4 ปีต่อจากนี้ของกรุงเทพฯ ในมือทีมชัชชาติ ไม่เป็นลอนดอน ไม่เป็นปารีส แต่เป็นเมืองที่ “ทำให้คนมีชีวิตดีขึ้น-มีความหวัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/ce8ke9ej7wdo.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1NBzxxqVVZgadyhSyZzZkp

  • เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569  ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน”

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569 ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน”

    วันนี้ (28 มิ.ย.2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยให้ความสำคัญกับการแสวงหา ประสบการณ์ใหม่ (Experience) ผ่านการเดินทางด้วยตนเอง เพื่อสัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอาหารท้องถิ่น มากกว่าการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ ซึ่งจังหวัดชัยภูมิ ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

    เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2569 ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ที่มีความงดงามของธรรมชาติและบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา

    โดย จ.ชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวอย่างโดดเด่น ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และแหล่งเรียนรู้ที่มีเอกลักษณ์ การจัดงานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบานในครั้งนี้ จะช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สินค้า และบริการของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างการจ้างงาน กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างยั่งยืน

    ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศอยู่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวต่ำ (Low Season) จ.ชัยภูมิ กลับเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ซึ่งสะท้อนศักยภาพของไทย ในการเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และสอดคล้องกับนโยบาย เที่ยวไทย 365 วัน ของรัฐบาล ที่มุ่งกระจายการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศตามฤดูกาล เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างต่อเนื่อง

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569  ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569 ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน”

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569  ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569 ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน”

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569  ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน

    เริ่มแล้ว ดอกกระเจียวบานปี 2569 ชู “ชัยภูมิ”เป็นต้นแบบเที่ยวไทย 365 วัน”

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวอีกว่า กระทรวงฯจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.ชัยภูมิ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งด้านความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการสุขา การดูแลสิ่งแวดล้อม และการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    อ่านข่าว:

    ต่างชาติเที่ยวไทย 5 เดือน พุ่ง 14 ล้านคน มั่นใจทั้งปีทะลุ 33 ล้านคน

    ไทยยังเป็นหมุดหมายของต่างชาติ 5 เดือน นักท่องเที่ยวแห่เข้าไทย 13 ล้านคน

    “ท่องเที่ยวโลก”เข้าโหมด Wait & See สงครามกระทบเชื่อมั่นนักเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/507595&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WnOd6xvhW94rWPJxtVj3M

  • สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับฝีปาก ชำแหละงบ 70 สองคืน-สามวัน

    สภาส่อเดือด ฝ่ายค้านลับฝีปาก ชำแหละงบ 70 สองคืน-สามวัน

    สภาส่อเดือดฝ่ายค้านลับมีดฝีปากรอชำแหละงบ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาทสองคืนสามวันเก็งข้อสอบคาดมท.-กลาโหมงบลับงบกลางดีอีงบดับไฟใต้งบท้องถิ่นฯติดโผเจอถลุงหนัก  

    28 มิถุนายน  2569 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์หน้านี้ จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท ตลอดสามวันคือตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ถึง 1 ก.ค. ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญการเมืองประจำสัปดาห์หน้านี้ ก่อนที่จะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 ก.ค. ซึ่งพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน ที่เป็นพรรคแกนนำฝ่ายค้าน เตรียมสส.ไว้อภิปรายชำแหละร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2570 ไว้แล้วร่วมสามสิบคน โดยคาดว่าฝ่ายค้าน จะอภิปรายงบในหลายกระทรวงเช่น งบกระทรวงดิจิทัลฯ -งบกระทรวงมหาดไทย -งบกระทรวงกลาโหม-งบลับ -งบแก้ปัญหาภาคใต้ รวมถึงงบกลาง  เป็นต้นจากนั้นจะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการในวันพุธที่ 1 ก.ค. เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯปี 2570 เพื่อให้ทันก่อนวันที่ 30 ก.ย. ที่เป็นวันสิ้นสุดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569  

    โดยในเอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 มีข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจเช่น รัฐบาลมีการระบุถึง ภาพพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2570ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.5 -2.5 (ค่ากลางร้อยละ2.0)โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐและแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ. 2569รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงโดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกประกอบกับข้อจ ากัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคการเกษตร สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0–3.0(ค่ากลางร้อยละ2.5)และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.0ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ

    “เศรษฐกิจไทยในปี2570มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ1.7-2.7(ค่ากลางร้อยละ2.2)ตามการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัว ของภาคการส่งออกสินค้าและบริการในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่าย ภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการด าเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลักรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ระบุไว้ตอนหนึ่ง 

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 ยังระบุอีกว่าสำหรับ อัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ0.5 -1.5(ค่ากลางร้อยละ1.0) และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ1.6ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ การจัดท างบประมาณรายจ่ายประจ าปีงบประมาณพ.ศ.2570ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติฯ -แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติรวมทั้งหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการจัดสรรงบประมาณ

     เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ยังให้ข้อมูลอีกว่ารัฐบาล ได้กำหนดนโยบายและแนวทางการจัดท างบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570ดังนี้ ดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุลเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจรวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเต็มศักยภาพทั่วถึงและมีคุณภาพโดยมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศควบคู่กับการผลักดันการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดพร้อมทั้งการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ การป้องกันภัยพิบัติและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตตลอดจนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเพื่อส่งเสริมการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาว การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสวัสดิการที่เหมาะสม ลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารจัดการภาครัฐอย่างบูรณาการโดยการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    เอกสารดังกล่าว ให้ข้อมูลไว้ว่าในปีงบประมาณพ.ศ.2570ได้กำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายจำนวน3,788,000.0ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ18.4ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศเพื่อให้หน่วยรับงบประมาณมีงบประมาณรายจ่ายในการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันโดยมีประมาณการรายได้สุทธิจำนวน 3,000,000.0ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ14.6ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศและกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมา788,000.0ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ3.8ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ โดยงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570จำนวน3,788,000.0ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณพ.ศ. 2569จำนวน 7,400.0ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ0.2”

    เอกสารร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 เปิดเผยว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบไว้ตามแผนงานยุทธศาสตร์ด้านต่างๆเช่น แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติจำนวน 13,989.9ล้านบาทเพื่อให้คนไทยมีความจงรักภักดีซื่อสัตย์พร้อมธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติโดยการพิทักษ์รักษา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ปลูกฝังและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญ ของสถาบันหลักของชาติเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขรวมทั้งขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายแผนงานยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่น แผนงานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 8,464.1ล้านบาท 

    นอกจากนี้ยังมีงบตามแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมกำรกระจำยอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  391,956.3ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติก าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ.ศ.2542และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดการกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพึ่งตนเองได้ในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะผ่านการดำเนินงานที่สำคัญอาทิสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่นักเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมถึงพัฒนาโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น เพื่อให้ท้องถิ่นสามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสู่การยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/1022368/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1gd2i-iaPT5giJyyiEiPSn

  • กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ” – BBC News ไทย

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    คำบรรยายวิดีโอ,

    กรุงเทพฯ ไม่ต้องเทียบใคร กับชัยชนะของ “ชัชชาติ”

    Published

    4 ปีต่อจากนี้ของกรุงเทพฯ ในมือทีมชัชชาติ ไม่เป็นลอนดอน ไม่เป็นปารีส แต่เป็นเมืองที่ “ทำให้คนมีชีวิตดีขึ้น-มีความหวัง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/ce8ke9ej7wdo&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QLiAMCVuDiCiwnXehiUjz

  • ทักษิณ ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ยันไม่ยุ่งการเมืองแล้ว ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  – ข่าวสด

    ทักษิณ ฝากถึงผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ยันไม่ยุ่งการเมืองแล้ว ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ – ข่าวสด

    ทักษิณ ดีใจใช้สิทธิ์ในรอบ 20 ปี ฝาก ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ ทุ่มเททำงาน แนะทุกฝ่ายสามัคคีฝ่าปัญหาประเทศ ยันไม่เคลื่อนไหวการเมือง ห่วงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เตรียมบินตปท.พบเพื่อนเก่า

    เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 28 มิ.ย.2569 ที่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า ตื่นเต้นและดีใจ อย่างน้อยก็ภูมิใจในความเป็นคนไทย ขอเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ เพราะเป็นหน้าที่ของพลเมือง

    หากเราไม่ตัดสินใจไปใช้สิทธิ์เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อจะเลือกตัวแทนของเรา บางทีเขาทำงานดีหรือไม่ดี เราโทษใครไม่ได้ ต้องโทษตัวเองเพราะเราเลือกแล้ว ตัดสินใจแล้ว แต่ถ้าเลือกแล้วไม่ถูกใจ เมื่อครบเทอมก็เลือกใหม่ ทั้งนี้ หลังจากมาใช้สิทธิ์ จะกลับไปอยู่กับครอบครัว ลูกๆเพราะอาทิตย์หน้า จะเดินทางไปต่างประเทศแล้ว

    ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องการผู้ว่าฯกทม.แบบไหน นายทักษิณ กล่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีคนจำนวนมาก เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต้องเพียงพอ รวมถึงความสะอาดการจราจรเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทำ เพราะกรุงเทพฯเป็นเมืองใหญ่ แต่งบประมาณน้อยไป ซึ่งผู้ว่าฯคนใหม่ต้องทำงานเป็น ถ้าคนทำงานไม่เป็น ไม่ทุ่มเท ลอยไปลอยมาไม่ได้

    เมื่อถามว่าการออกมาใช้สิทธิ์วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทำให้คิดถึงบรรยากาศทางการเมืองหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตื่นเต้น กลัวทำไม่เป็น ไม่รู้ว่าจะหันก้นออกหรือหันก้นเข้าดี กลัวผิดรัฐธรรมนูญ

    เมื่อถามว่าได้ซ้อมก่อนมาใช้สิทธิ์หรือไม่ เพราะถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี นายทักษิณ กล่าวว่า ครั้งแรกยัง งงอยู่ แต่ดีใจมาก เป็นเวลา 20 ปีแล้ว พอดีเป๊ะ ครั้งสุดท้ายที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง คือตอนที่ตนเป็นนายกฯ ก่อนจะถูกรัฐประหาร ซึ่งเป็นครั้งที่มีปัญหาเพราะมีเรื่องการหันก้นออกหรือเข้า ที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ

    ผู้สื่อข่าวถามถึงบรรยากาศการเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนสามัคคีกัน บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคี เพราะปัญหาของเรายาก และยังมีปัจจัยภายนอกเข้ามา วันนี้ทุกคนต้องสามัคคี รักและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

    เมื่อถามย้ำว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสเห็นนายทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าจะวางมือทางการเมือง นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมไม่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว มาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมือง”

    เมื่อถามย้ำว่าวันนี้วางมือแล้วยังติดตามสถานการณ์การเมือง หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า แล้วแต่จะวางตรงไหน ยอมรับว่ายังติดตามสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องเศรษฐกิจปากท้อง จริงๆแล้วก็เป็นห่วงชาวบ้าน เพราะหนี้ครัวเรือนสูง หนี้ประเทศก็สูง ดังนั้น เห็นใจรัฐบาล ในการจะช่วยประชาชน เพราะเป็นเรื่องยาก เห็นใจและให้กำลังใจทุกคน

    เมื่อถามถึงการเดินทางไปต่างประเทศรอบนี้ จะไปพักผ่อนนานหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไปเยี่ยมเพื่อนฝูง เพราะวันที่ออกจากเรือนจำ เพื่อนที่ต่างประเทศโทรมาแสดงความยินดี เราควรจะไปเยี่ยมเยียน เพื่อขอบคุณน้ำใจเขา ส่วนเรื่องสุขภาพร่างกายตอนนี้ก็ 77 ปี แล้ว ไหวแบบคน 77 ปี

    เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจหรือคำแนะนำพรรคเพื่อไทยอย่างไร นายทักษิณ ไม่ตอบคำถาม โดยหยุดทักทายประชาชนก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaosod.co.th/politics/news_10301548&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ozWQyqmcM5kJ1tS1TR7Lo

  • ‘ครูใหญ่’ จัดทัพสั่งรบทุกสมรภูมิ | เดลินิวส์

    ‘ครูใหญ่’ จัดทัพสั่งรบทุกสมรภูมิ | เดลินิวส์

    จนปล่อยให้ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  ตกเป็นเป้านิ่งจากการรุมถล่มทางการเมืองอย่างหนักในโครงการ TH-AI Passport ตลอดจนเรื่องราวส่วนตัว 

    สถานการณ์ดังกล่าวร้อนไปถึง “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ยอมปล่อยให้พรรคต้องเพลี่ยงพล้ำอีกต่อไป 

    จึงเรียกบรรดา สส. รัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และผู้นำตำแหน่งสำคัญของ “พรรคภูมิใจไทย” เข้าห้องเย็นทุบโต๊ะให้เร่งสร้างผลงาน และออกมาปกป้องโครงการของรัฐบาลอย่างสุดกำลัง พร้อมสั่งให้ทำงานการเมืองเชิงรุกเพื่อโต้กลับฝ่ายตรงข้ามทันควัน

    กลยุทธ์ของ “ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคน้ำเงิน” ในครั้งนี้ถือเป็นการปลุกคนที่เคยเฉยชา ให้ตื่นขึ้นมาด้วยระบบประเมินผลงานที่เข้มงวด โดยประกาศชัดเจนว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี ทั้งรัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการสภาฯทั้ง 14 คณะ และข้าราชการการเมืองสังกัด “พรรคภูมิใจไทย” จะถูกประเมินอย่างใกล้ชิด หากใครไร้ผลงานพร้อมปรับออกทันที

    มาตรการนี้ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดารัฐมนตรี ประธานกรรมาธิการ และ สส. ของพรรคต่างพร้อมใจกันเดินหน้าหนุนโครงการรัฐบาล ปกป้อง “ไชยชนก” และ “พรรคสีน้ำเงิน” อย่างเต็มสูบ 

    ทั้งยังเร่งเครื่องในภารกิจอื่นๆ เช่น สางข้อพิพาทที่ดินทับซ้อนในอุทยานแห่งชาติทับลาน ตลอดจน 5 กรรมาธิการสภาฯของ “พรรคภูมิใจไทย” พร้อมใจลงพื้นที่ภูเก็ตในวันที่ 26-27 มิ.ย.นี้ เพื่อตรวจสอบปมส่วยฉาวในพื้นที่ จนนำไปสู่การสั่งเด้งผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯจังหวัดภูเก็ตในที่สุด

    ฟากกระทรวงยุติธรรม “บิ๊กรุทธ” พล...รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม  เดินเกมรุกด้วยการสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินหน้าจัดการกระบวนการเครือข่ายฟอเร็กซ์อย่างเด็ดขาด หลังมีประชาชนได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกลวง 

     โดยเชื่อมโยงไปถึง “ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ และรัฐมนตรีเงากระทรวงดีอี พรรคประชาชน ซึ่งดีเอสไอได้รับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว หลังปรากฏหลักฐานสำคัญทั้งเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาท คลิปวิดีโอเชิญชวนลงทุนหรือไม่ และภาพถ่ายร่วมกับบริษัทโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โดยเตรียมเชิญตัว “ภาวุธ” มาให้ข้อมูลในวันที่ 2 ก.ค.นี้ 

    การเดินเกมอย่างเฉียบคม และเป็นระบบของ “พรรคสีน้ำเงิน” ทำให้การตรวจสอบทางการเมืองจาก “พรรคประชาชน” เกิดอาการสะดุดลงทันที จากที่ “ภาวุธ” เคยเป็นหัวหอกในการรุกไล่โครงการ TH-AI Passport ก็กลายเป็นฝ่ายตั้งรับ และอาจกลายเป็นผู้ต้องหาในเร็ววันนี้หรือไม่

     ขณะที่ “พรรคส้ม” ก็เสียแต้มการเมืองไปในทันที ตอกย้ำให้เห็นกระบวนการคัดเลือกคนเข้ามาอยู่ในพรรคมีปัญหา ทั้งเรื่องสีเทาและสีดำ เชื่อมโยงเรื่องฟอกเงิน และยาเสพติดในอดีตที่สลัดไม่หาย

    ส่งผลให้พรรคต้นสังกัดจากที่เคยอุ้มเปลี่ยนเป็นเริ่มส่งสัญญาณ “ตัดเนื้อรักษาชีวิต” หรือไม่ เมื่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ต้องออกมาเรียกร้องให้ “ภาวุธ” ออกมาชี้แจงต่อสังคมที่ไม่กระทบต่อรูปคดี เพราะเกรงว่าเรื่องนี้อาจขยายตัวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทั้งการฟอกเงินไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ 

    การเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์อันเหนือชั้นของ “ครูใหญ่” ที่ไม่เพียงแต่ใช้กลยุทธ์สยบเกมรุกของ “พรรคส้ม” จนเสียเครดิต และเกิดความระส่ำระสายภายใน ควบคู่ปลุก “ทัพสีน้ำเงิน” ให้ตื่นขึ้น และเร่งปั้นผลงานให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมเสียที.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5980454/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xtjINUn8J0fE6zwC9Gk3J

  • ทำไมพรรคสีส้ม ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – BBC News ไทย

    ทำไมพรรคสีส้ม ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. – BBC News ไทย

    ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

    คำบรรยายวิดีโอ, ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

    ทำไมพรรคประชาชน ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวัง ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.

    Published

    ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคสีส้มอย่าง โจ ชัยวัฒน์ จะได้คะแนนมาเพียงอันดับสาม แพ้กระทั่ง มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

    คำถามคืออะไรทำให้พรรคประชาชนทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหวังในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c70yl4rewnjo.amp&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WRxbtE9ic_X1-7L3TiDYi