Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สตูลคึกคัก! นักวิ่งกว่า 800 ร่วมงานวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ เกาะตะรุเตา ครั้งที่ 22 กระตุ้นท่องเที่ยว

    สตูลคึกคัก! นักวิ่งกว่า 800 ร่วมงานวิ่งย้อนรอยประวัติศาสตร์ เกาะตะรุเตา ครั้งที่ 22 กระตุ้นท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/139516&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06HFj7vT35wcHcukgSIGWS

  • ท่องเที่ยวไทยสะดุดสงคราม คาดปี69 ต่างชาติหาย 6-10 ล้านคน

    ท่องเที่ยวไทยสะดุดสงคราม คาดปี69 ต่างชาติหาย 6-10 ล้านคน

    ThaiPBS Icon©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/economy-233&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0J7gAqWuHv_vJZndsy0kwx

  • น้ำมันแพงทำพิษ “ธุรกิจล่องแพนครพนม” นักท่องเที่ยวหาย ขาดรายได้หนักรอบ 10 ปี

    น้ำมันแพงทำพิษ “ธุรกิจล่องแพนครพนม” นักท่องเที่ยวหาย ขาดรายได้หนักรอบ 10 ปี

    “ธุรกิจล่องแพนครพนม” ซบเซาจากพิษ “น้ำมันแพง” ทำนักท่องเที่ยวหาย ขาดรายได้หนักในรอบ 10 ปี จากเคยมีรายได้วันละนับหมื่นบาท

    วันที่ 5 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม พิษน้ำมันแพงส่งผลกระทบหนักต่อเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว ในช่วงนี้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง นักท่องเที่ยวน้อยลงเกินครึ่ง เนื่องจากวิกฤติพลังงานบวกกับน้ำมันแพง ทำให้ประชาชนนักท่องเที่ยวไม่เดินทางข้ามจังหวัด 

    เช่นเดียวกันในช่วงนี้ ผู้ประกอบการล่องแพพื้นที่หนองหาร บ้านนาเพียง ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แหล่งท่องเที่ยวล่องแพเล่นน้ำคลายร้อนขึ้นชื่อ มีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำคลายร้อน ซึ่งมีบริการอาหาร-เครื่องดื่มในช่วงฤดูร้อน คึกคักเงินสะพัดทุกปี แต่ช่วงนี้พบว่าซบเซาไม่มีนักท่องเที่ยวมานานเกือบ 2 เดือนเพราะพิษน้ำมันแพง รวมถึงร้านค้า, ร้านอาหารที่บริการนักท่องเที่ยวไม่สามารถขายได้ ขาดรายได้ แพล่องน้ำจำนวน 30 ลำ ต้องจอดสนิท คาดว่าจะส่งผลกระทบยาวถึงสงกรานต์ ถือว่าขาดรายได้หนักในรอบ 10 ปี จากเคยมีรายได้วันละนับหมื่นบาท 

    จากสอบถาม นายสันติ ไชยมหา ผู้ประกอบการล่องแพท่องเที่ยว หนองหาร ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน นครพนม เผยว่า ในช่วงนี้หลังจากน้ำมันแพง นักท่องเที่ยวหายน่าตกใจ แต่ละวันไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ตั้งแต่น้ำมันปรับราคาขึ้นต่อเนื่อง จากปกติในช่วงฤดูแล้งทุกปีเป็นจุดท่องเที่ยวล่องแพ ชมธรรมชาติ เล่นน้ำคลายร้อน คึกคึก สร้างรายได้ในชุมชน มาปีนี้ถือว่ากระทบหนักรอบ 10 ปี แพต้องจอดสนิท ไม่สามารถขายอาหารได้ 

    ทั้งนี้ คาดว่ากระทบหนักถึงสงกรานต์ ส่วนราคาค่าบริการยังคงเดิม คือ เช่าแพลำละ 500 บาท เมนูอาหารเครื่องดื่มคงเดิม ฝากประชาชน นักท่องเที่ยว ล่องแพหนองหาร ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ยังพร้อมรับนักท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ ถึงแม้ไม่มีลูกค้าแต่ยังเตรียมพร้อมบริการตลอดทุกวัน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/northeast/2924778&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kIYyRmUVE1MfDGCFdUWAh

  • น้ำมันแพง-ฝุ่นควัน กระทบ “สงกรานต์เชียงใหม่” ยอดจองห้องพักลดลง 50 เปอร์เซ็นต์

    น้ำมันแพง-ฝุ่นควัน กระทบ “สงกรานต์เชียงใหม่” ยอดจองห้องพักลดลง 50 เปอร์เซ็นต์

    นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจ วิกฤต “น้ำมันแพง-ฝุ่นควัน” กระทบ “สงกรานต์เชียงใหม่” ยอดจองห้องพักช่วงวันหยุดยาว ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์

    วันที่ 5 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 7-19 เมษายน 2569 แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 รูปแบบ คือ กิจกรรมสืบสานประเพณีและวัฒนธรรม อาทิ การทำบุญตักบาตร การสรงน้ำพระธาตุ การขนทราย และถวายไม้ค้ำตามหัววัดต่างๆ 

    โดยไฮไลท์ คือ ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์และพระพุทธรูปสำคัญจากวัดต่างๆ ในช่วงบ่ายวันที่ 13 เมษายน 2569 กิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเชียงใหม่ และกิจกรรมสงกรานต์มหาบันเทิงที่ศูนย์การค้าต่างๆ จัดขึ้น เช่น ศูนย์การค้าที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกรินคำ หรือสี่แยกเมญ่า เมืองเชียงใหม่ กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวถนนเส้นต้นยาง อำเภอสารภี และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวบริเวณปากอุโมงค์เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด 

    ขณะที่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เริ่มติดตั้งเวทีกิจกรรมและอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ บริเวณถนนท่าแพ ใกล้ข่วงประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อเตรียมจัดกิจกรรม World Songkran Thaphae Chiangmai 2026 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงในสัปดาห์หน้านี้ รวมทั้งติดตั้งทุ่นลอยน้ำในคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อป้องกันนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในเขตน้ำลึก 

    ทางด้าน นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเกิดภาวะขาดแคลน จะทำบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ปีนี้ซบเซา ล่าสุดจนถึงขณะนี้ยอดจองห้องพักช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์มีประมาณ 50-60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านๆ มายอดจองห้องพักจะสูงกว่า 80-90% 

    นายไพศาล ระบุว่า แม้ยอดจองห้องพักจะขยับสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนเมษายน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชีย อาทิ จีน, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เริ่มจองห้องพักเข้ามา แต่หลังมีข่าวจังหวัดเชียงใหม่ประสบปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สูงติดอันดับ 1 ของโลก ก็ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความตื่นตระหนก และชะลอการจองเพื่อรอดูสถานการณ์ว่าช่วงสงกรานต์นี้ปัญหาจะคลี่คลายหรือไม่ จึงอยากวิงวอนเรื่องการนำเสนอข่าวที่ไม่ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนกมากนัก 

    ส่วนนักท่องเที่ยวคนไทย ที่นิยมขับรถส่วนตัวท่องเที่ยวแทบไม่จองเข้ามา ส่วนที่จองเข้ามาก็มีสัดส่วนน้อยมากประมาณ 2-5% เท่านั้น เพราะปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและภาวะขาดแคลนน้ำมัน ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่นใจว่าหากเดินทางมาแล้วจะมีน้ำมันเติมระหว่างทางหรือไม่ 

    อย่างไรก็ตาม อยากวิงวอนให้ภาครัฐเร่งดูแลและแก้ไขปัญหาอันดับแรกคือเรื่องน้ำมัน อยากให้มีเพียงพอไม่ขาดแคลนเพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว และเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 โดยเฉพาะการทำฝนเทียม ซึ่งปกติช่วงสงกรานต์จะเกิดพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นทุกปี ผู้ประกอบการจึงหวังว่าปีนี้จะมีฝนมาช่วยชะล้างหมอกควันได้ทันในช่วงสงกรานต์นี้ เพราะภาคธุรกิจได้รับผลกระทบหนักมาก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/north/2924761&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0er5wRwCZyfTckRub3fGY4

  • เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ 3 หาดสวย บรรยากาศดี ขับรถชิล ได้รูปสวย

    เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ 3 หาดสวย บรรยากาศดี ขับรถชิล ได้รูปสวย

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/Vrvz6vg1R7mr&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0AOjk1FBr3ZGHH4L15-ddO

  • พะเยาสร้างกระแสฮือฮา!​ ประกาศคว้า“แบมแบม GOT7” ร่วมแอ่วสงกรานต์ 13 เม.ย. นี้ สร้างปรากฏการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหญ่

    พะเยาสร้างกระแสฮือฮา!​ ประกาศคว้า“แบมแบม GOT7” ร่วมแอ่วสงกรานต์ 13 เม.ย. นี้ สร้างปรากฏการณ์ท่องเที่ยวครั้งใหญ่

    เทศบาลเมืองพะเยาสร้างกระแสฮือฮา ประกาศคว้าตัว “แบมแบม GOT7” ศิลปินระดับโลก ร่วมงาน “แอ่วสงกรานต์ตี้พะเยา 2569” หวังปลุกการท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ไทย คาดดึงแฟนคลับและนักท่องเที่ยวทั่วประเทศคึกคัก

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กเทศบาลเมืองพะเยา ได้เผยแพร่ภาพประชาสัมพันธ์งาน “แอ่วสงกรานต์ตี้พะเยา 2569” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน 2569 โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของ “แบมแบม” กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ศิลปินชื่อดังระดับโลก สมาชิกวง GOT7 จากเกาหลีใต้ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

    โพสต์ประชาสัมพันธ์ระบุข้อความสร้างความตื่นเต้นแก่แฟนคลับว่า“ตะหนูมาหาชาวพะเยาแล้วนะ! คอนเฟิร์ม! 13 เมษายน 2569 BamBam คือศิลปินที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ความฟิน ในงาน Bubble Wave ปีนี้!” พร้อมเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมชุดเล่นน้ำ ปืนฉีดน้ำ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์พิเศษที่คาดว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของสงกรานต์จังหวัดพะเยา โดยผู้จัดงานระบุว่า การมาของแบมแบมจะทำให้บรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ “ลุกเป็นไฟ” และแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา

    การดึงศิลปินระดับอินเตอร์เข้าร่วมงานครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวท้องถิ่น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมาก

    ทั้งนี้ เทศบาลเมืองพะเยามี นายสัจจวิทย์ ลีลาวณิชย์ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี ซึ่งได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 โดยก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร และอดีตเลขาธิการพรรคกล้าธรรม

    คาดว่ารายละเอียดกิจกรรมและกำหนดการแสดงของศิลปินจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางกระแสตอบรับจากแฟนคลับที่เริ่มจับตางานสงกรานต์พะเยาปีนี้อย่างคึกคักแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/287985&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0It-QLtbE3DH0lTZvAA-Ws

  • “ตำรวจ” รวบ “สาวฟิลิปปินส์” แก๊งแสกมเมอร์ หลอกลงทุน สูญกว่า 5 ล้าน

    “ตำรวจ” รวบ “สาวฟิลิปปินส์” แก๊งแสกมเมอร์ หลอกลงทุน สูญกว่า 5 ล้าน

    สืบสวนท่องเที่ยว ร่วม สืบสวน ตม.รวบสาวฟิลิปปินส์ ตัวการใหญ่แก็งค์แสกมเมอร์  พบทำหน้าที่โอนเงินลำดับ 3 วงเงินหมุนเวียนหลายล้านบาทและมีคนไทยถูกหลอกอื้อเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 5 เม.ย.2569 พล.ต.ท.ศักดิ์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.วัชรธร ธีรเมทถิรชญาภา สว.กก.1 บก.ทท.2 , พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. และ พ.ต.ท.คหัฐ บุตรเวียงพันธ์ สว.(สอบสวน) กก.สืบสวน บก.ตม.4 และนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วม บช.ทท.,ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่นและ บก.ตม.4 นำหมายจับของศาล จ.ร้อยเอ็ด เข้าทำการจับกุม น.ส.จิน่า อันดูยาน โรมาโน (MS. GINA ANDUYAN ROMANO) ชาวฟิลิปปินส์  ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในห้องพักแห่งหนึ่ง ที่เขตพญาไท กรุงเทพฯ ก่อนควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น

    พ.ต.ท.วัชรธร กล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เน้นย้ำนโยบายการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่แฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวเข้ามากระทำความผิดภายในประเทศไทยและหลบซ่อนตัวจากการกระทำความผิดต่างๆ ชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่ามีขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยได้ทำการสืบสวนสอบสวนไล่ล่าเครือข่ายหลอกลงทุนคลิปโต จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วหลายราย หลังพบมีผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 5 ล้านบาท      

    “ประมาณกลางปี 2568 คนร้ายได้ส่งลิงก์เว็บไซต์ bitazzathe.com ชักชวนผู้เสียหายผ่านทางเฟสบุ๊คให้ลงทุน โดยอ้างว่าเป็นการเทรดหุ้นผ่านสกุลเงินดิจิทัล USDT พร้อมสอนวิธีลงทุนอย่างใกล้ชิด ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินหลายครั้ง ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นกลโกง สูญเงินรวมกว่า 5,000,000 บาท ซึ่ง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ได้สืบสวนขยายผลรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดี รวม 16 ราย โดยเป็น หมายจับครอบคลุมผู้ต้องหาทั้งขบวนการ ตั้งแต่ผู้ชักชวน ผู้ดูแลระบบ ไปจนถึงบัญชีม้าและผู้รับโอนเงินหลายชั้น และพบว่า น.ส.จิน่า สัญชาติฟิลิปปินส์ ทำหน้าที่เป็น ผู้รับโอนเงินลำดับที่ 3 ยังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย”

    พ.ต.ท.วัชรธร กล่าวต่อว่า จึงได้บูรณาการวางแผนสืบสวนติดตามร่วมกันทั้ง บช.ทท. และ สตม. โดยเริ่มสืบสวนจากข้อมูลการเดินทาง และ พฤติการใช้ชีวิตทางโซเชียลมีเดียประกอบกัน จนทราบแน่ชัดว่า ผู้ต้องหาได้มาหลบหนีกบดานอยู่บริเวณ ห้องพัก ในเขตพญาไท กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าจุดจนเป็นที่แน่ชัดว่าใช่เป้าหมายที่ติดตาม จึงสนธิกำลังกัน เข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหา รายดังกล่าวขณะพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา และจับกุมดำเนินคดี นำส่ง สภ.เมืองร้อยเอ็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดโดย คนต่างด้าวที่อาจจะส่งผลกระทบ ต่อการท่องเที่ยว และอาจเป็นภัยความมั่นคง กรุณา แจ้ง สายด่วน 1155 , 1178 ได้ตลอด 24 ชม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/139470&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0n-JWgkfUv8LfDZ6aCQGxL

  • เอ๊ะยังไง!? นิด้าโพลชี้ประชาชนไม่มั่นใจฝีมือ 3 รมต.มืออาชีพ

    เอ๊ะยังไง!? นิด้าโพลชี้ประชาชนไม่มั่นใจฝีมือ 3 รมต.มืออาชีพ

    5 เมษายน 2569  ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “รัฐมนตรีมืออาชีพ… เอาอยู่หรือไม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อความพยายามของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการแก้ไขวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามถึงความมั่นใจของประชาชนต่อรัฐมนตรีคนนอก 3 ท่าน ในการนำพาประเทศผ่านวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ พบว่า

    1. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตัวอย่าง ร้อยละ 30.23 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 29.54 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 22.82 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 16.03 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    2. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตัวอย่าง ร้อยละ 33.89 ระบุว่า
    ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 28.70 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 21.91 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 14.35 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    3. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตัวอย่าง ร้อยละ 40.38 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 37.10 ระบุว่า ไม่ค่อยมั่นใจ ร้อยละ 14.12 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ ร้อยละ 7.10 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเห็นใจของประชาชนต่อรัฐบาลนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในความพยายามแก้ไขวิกฤตพลังงาน และเศรษฐกิจ ในปัจจุบัน พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.87 ระบุว่า ไม่เห็นใจเลย รองลงมา ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นใจ ร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นใจ ร้อยละ 9.77 ระบุว่า เห็นใจมาก และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/975223/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0jOEmUU5ub5vJV63FKdLdA

  • สพป.เชียงใหม่ เขต 2 จัดพิธีต้อนรับ “ผอ.เรืองยศ” เข้ารับตำแหน่ง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2

    สพป.เชียงใหม่ เขต 2 จัดพิธีต้อนรับ “ผอ.เรืองยศ” เข้ารับตำแหน่ง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2

    5 Apr 69

    สพป.เชียงใหม่ เขต 2 จัดพิธีต้อนรับ “ผอ.เรืองยศ ปันศิริ” เข้ารับตำแหน่ง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 2 อย่างเป็นทางการ

    วันที่ 3 เมษายน 2569 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 จัดงานต้อนรับ นายเรืองยศ ปันศิริ เนื่องในโอกาสได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ในโอกาสนี้ ได้ฤกษ์งามยามดีในการเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงาน เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ จากนั้นได้มีการรับช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารการศึกษา แขกผู้มีเกียรติ และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่งและอบอุ่นบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น สะท้อนถึงความร่วมมือและความพร้อมในการขับเคลื่อนการศึกษาของ สพป.เชียงใหม่ เขต 2 ให้ก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3911799/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0GdJe2WRcHj_YpHa1M_Wtk

  • เปิด 5 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ‘อนุทิน2’  นายกฯนำแถลงนโยบายต่อสภาฯ 9 เม.ย.นี้

    เปิด 5 ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ‘อนุทิน2’ นายกฯนำแถลงนโยบายต่อสภาฯ 9 เม.ย.นี้

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 9-10 เมษายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อนที่จะเข้าบริหารประเทศแบบมีอำนาจเต็มตามขั้นตอนตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของนโยบายด้านเศรษฐกิจมีสาระสำคัญดังนี้

    ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้บริหารราชการแผ่นดินภายใต้สถานการณ์ ความไม่แน่นอนรอบด้านทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และภูมิรัฐศาสตร์ของโลก โดยได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเร่งด่วน Quick Big Win ที่สำคัญได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส การจัดทำมาตรการลดภาระ ค่าใช้จ่ายประชาชน การแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาและการปกป้องอธิปไตยของ ประเทศ การปราบปรามสแกมเมอร์และยาเสพติดอย่างเข้มข้น การสร้างความปลอดภัยและ การสื่อสารเชิงรุกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว การแก้ปัญหาคอขวดเพื่อกระตุ้น การลงทุนจากภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

    การเร่งเจรจาการค้าและการบุกตลาดใหม่ ที่มีศักยภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร การยกเลิกมูลค่าขั้นต่ำและเก็บอากรสินค้านำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับสินค้าที่ผลิตในประเทศ

    การผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ การประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ภายใน ปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อรับมือกับการค้าระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศได้เร็วขึ้น

    ที่ผ่านมารัฐบาลสามารถพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มให้กลับมาขยายตัวสูงขึ้นจากที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 4 ปี 2568  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายกระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว

    สถานการณ์ตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง

    อย่างไรก็ดี ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่โลกมีความไม่แน่นอนสูงอันเป็นผลจากสถานการณ์ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ทำให้การผลิต การขนส่งน้ำมันดิบและ ก๊าซธรรมชาติของโลกอยู่ในภาวะชะงักงัน ปริมาณน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกลดลง สวนทางกับความต้องการ ทำให้เกิดความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง และราคาพลังงานโดยมีแนวโน้มที่ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และการจัดหาพลังงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสถานการณ์นี้ไม่อาจ คาดหมายได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและในทิศทางใด

    ที่ผ่านมารัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการบริหาร จัดการสถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับพี่น้องคนไทยผ่านกลไกของรัฐที่มีอยู่ภายใต้อำนาจ และหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการ อาทิ การยกระดับบริการกงสุลเพื่อคุ้มครองดูแลคนไทยใน ต่างประเทศการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ

    จับตาผลกระทบปัจจัยผลิตด้านการเกษตร

    การบริหารจัดการ ปัจจัยการผลิตที่สำคัญทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ความขัดแย้งโดยเฉพาะวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่มีต้นทุนผูกพันกับราคาพลังงาน อาทิ ปุ๋ยเคมี สารเคมีอุตสาหกรรม และวัตถุดิบปิโตรเคมี เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรต้องแบกภาระต้นทุน ที่เพิ่มสูงขึ้นจนกระทบต่อความสามารถในการผลิตและการแข่งขันของประเทศ

    ย้ำต้องดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน

    การบริหารสถานการณ์ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงาน ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อลดปริมาณ การนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าและวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตร ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย รวมทั้งการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน ในหน่วยงานภาครัฐ

    5 ยุทธศาสตร์ดันไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

    ทั้งนี้เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลกรัฐบาลนำเสนอ 5 ยุทธศาสตร์หลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนี้

    1. การสร้างโอกาสและเติบโตอย่างเท่าเทียม (Inclusive Growth) รัฐบาลมุ่งเน้นการช่วยเหลือ “คนตัวเล็ก” โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และผู้มีรายได้น้อย ผ่านการแก้ไขปัญหาหนี้แบบเบ็ดเสร็จและเป็นองค์รวม โดยยึดลูกหนี้เป็นศูนย์กลางและใช้ฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้ พร้อมทั้งลดภาระค่าครองชีพ เช่น ค่าน้ำดื่มสะอาดและค่าพลังงาน นอกจากนี้จะต่อยอดโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI รวมถึงการให้แต้มต่อ SMEs ไทย (Made in Thailand) ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และผลักดันกฎหมาย “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” เพื่อกระจายอำนาจการคลังสู่ท้องถิ่น,

    2. การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอนาคต รัฐบาลจะสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” โดยเน้นอุตสาหกรรมดิจิทัล, AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์ และพลังงานสะอาด ยกระดับมหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมเพื่อพัฒนา Deep Tech และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ พร้อมจัดตั้งกองทุน Matching Fund เพื่อบ่มเพาะ Start-up ไทยสู่ระดับโลก และยกระดับตลาดเงินตลาดทุนให้โปร่งใส เป็นแหล่งระดมทุนสำหรับธุรกิจทุกขนาด

    3. การค้าเชิงรุก “เชื่อมไทยสู่เศรษฐกิจโลก” มุ่งสร้างพันธมิตรการค้าผ่าน “ทีมประเทศไทย” เพื่อเปิดตลาดใหม่และยกระดับการค้าเสรี (FTA), โดยจะเข้มงวดกับการตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพ และจัดการปัญหานอมินีอย่างจริงจังเพื่อปกป้องผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ยังส่งเสริมการค้าภาคบริการในสาขาการศึกษา สุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้ไทยมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

    4. การเกษตรแม่นยำ  โดยเปลี่ยนผ่านจากเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่ “เกษตรแม่นยำ” โดยใช้ AI และ Big Data ในการวางแผนการผลิตและพยากรณ์อากาศ สนับสนุนเกษตรกรผ่านโครงการ “ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” สำหรับการจัดซื้อปัจจัยการผลิตคุณภาพสูง พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารของโลก ปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อน และส่งเสริมการผลิตปุ๋ยในประเทศเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุน

    และ 5. การท่องเที่ยวคุณค่าสูงและจุดหมายปลายทางระดับโลก โดยปรับโครงสร้างโดยใช้การทูตวัฒนธรรม (Cultural Diplomacy) นำภารกิจท่องเที่ยวไปเชื่อมโยงกับงานด้านวัฒนธรรมเพื่อสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ผลักดันไทยเป็นจุดหมายการเดินทาง 365 วัน (Destination Thailand) โดยมุ่งเน้นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และรองรับกลุ่ม Digital Nomad ที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้, พร้อมยกระดับความปลอดภัยด้วยการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดและจัดให้มีระบบประกันภัย/สุขภาพภาคบังคับสำหรับนักท่องเที่ยว

    โดยนโยบายทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินงานที่ต่อยอดจากมาตรการเร่งด่วน (Quick Big Win) ที่ได้ทำไปแล้ว เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นสมาชิก OECD และการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 เพื่อให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมั่นคงในเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1228347&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V-WwVmAsxhQRpVvH4kOAl